คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 64
คณะรัฐมนตรีแพทองธาร | |
|---|---|
| คณะรัฐมนตรีคณะที่ 64 แห่งราชอาณาจักรไทย | |
| พ.ศ. 2567 – 2568 | |
แพทองธาร ชินวัตร (นายกรัฐมนตรี) สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (รักษาการแทน) ภูมิธรรม เวชยชัย (รักษาการแทน) | |
| วันแต่งตั้ง | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 |
| วันสิ้นสุด | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 (1 ปี 16 วัน) |
| บุคคลและองค์กร | |
| พระมหากษัตริย์ | พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว |
| นายกรัฐมนตรี | แพทองธาร ชินวัตร (พท.) สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (พท.) (รักษาการแทน) ภูมิธรรม เวชยชัย (พท.) (รักษาการแทน) |
| สมัยของนายกรัฐมนตรี | 1 |
| รองนายกรัฐมนตรี | |
| จำนวนรัฐมนตรี | 35 |
| พรรคร่วมรัฐบาล |
|
| สถานะในสภานิติบัญญัติ | รัฐบาลผสม 254 / 494 |
| พรรคฝ่ายค้าน |
|
| ผู้นำฝ่ายค้าน | ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ปชน.) |
| ประวัติ | |
| การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี | 16 สิงหาคม พ.ศ. 2567 |
| สภานิติบัญญัติ | สภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 26 |
| วาระสภานิติบัญญัติ | 4 ปี |
| ก่อนหน้า | คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 63 |
| ถัดไป | คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 65 |
คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 64 (3 กันยายน พ.ศ. 2567 – 19 กันยายน พ.ศ. 2568) เป็นคณะรัฐมนตรีไทยที่จัดตั้งขึ้นหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยถอดถอนเศรษฐา ทวีสิน จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 63 สิ้นสุดลงทั้งคณะ จึงต้องมีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนเศรษฐา และจัดตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ทั้งหมด
พรรคเพื่อไทย ยังคงเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสมและรวบรวมเสียงพรรคการเมือง 11 พรรคที่เป็นชุดเดิมที่เคยจัดตั้งคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 63 ในรอบที่ 2 และเสนอชื่อแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค บุตรสาวของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 โดยได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 26 เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2567 และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในวันเดียวกัน
แต่หลังจากนั้น ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้นำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกลุ่มของตน แยกตัวออกจากพรรคพลังประชารัฐมาเข้าร่วมรัฐบาล จากนั้นพรรคเพื่อไทยได้ขับพรรคพลังประชารัฐเดิมซึ่งเป็นกลุ่มของพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ออกจากคณะรัฐมนตรี และเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล รวมถึงยังมีการถอนตัวของพรรคเสรีรวมไทยอีกด้วย
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 64 เมื่อวันที่ 3 กันยายน โดยแพทองธารได้นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณและเข้ารับหน้าที่เมื่อวันที่ 6 กันยายน และได้เข้าแถลงนโยบายต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อเริ่มต้นการบริหารรัฐกิจเมื่อวันที่ 12 และ 13 กันยายน
ต่อมาในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 ในช่วงวิกฤตการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2568 เกิดการรั่วไหลของบทสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างแพทองธารกับฮุน เซน ประธานพฤฒสภากัมพูชา ซึ่งมีเนื้อหาส่งผลกระทบต่อดินแดนและผลประโยชน์ของชาติ ส่งผลให้เกิดวิกฤตการณ์การเมืองไทย โดยพรรคภูมิใจไทยได้ประกาศถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลและไปเป็นฝ่ายค้าน โดยให้รัฐมนตรีในสังกัดทั้งหมดซึ่งมีอยู่ 8 คนลาออกจากตำแหน่ง ผลจากข้อพิพาทดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้แพทองธารหยุดปฎิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม หรือหนึ่งวันหลังจากมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีกลุ่มใหม่เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ทำให้สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 2 เป็นผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี โดยได้นำรัฐมนตรีกลุ่มใหม่ซึ่งรวมถึงแพทองธารในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณและเข้ารับหน้าที่ในวันที่ 3 กรกฎาคม และมีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษในวันเดียวกัน โดยวาระแรกสุริยะเป็นประธานการประชุมเพื่อเรียงลำดับการรักษาการของรองนายกรัฐมนตรีทุกคน ซึ่งภูมิธรรม เวชยชัย อยู่ในลำดับที่ 1 ภูมิธรรมจึงเป็นผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีต่อจากสุริยะตั้งแต่วาระที่เหลือของการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดนี้
แพทองธารถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถอดถอนออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568 โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่คือเมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม พ.ศ. 2568 ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ แต่คณะรัฐมนตรียังคงมีอำนาจเต็มตามเดิมยกเว้นแพทองธารในฐานะนายกรัฐมนตรี โดยในวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568 จะประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อเลือกรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี (โดยมีการคาดการณ์ว่า ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีอยู่ก่อนแล้ว จะได้รับมติจากคณะรัฐมนตรีให้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี) และจะสิ้นสุดลงในทางพฤตินัยเมื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ที่ผ่านการลงมติเสียงข้างมากจากสภาผู้แทนราษฎร นำคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 65 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเข้ารับหน้าที่เสร็จสิ้น
ประวัติ
การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่
ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถอดถอนเศรษฐา ทวีสิน ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2567[1] ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เชิญแกนนำของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามาหารือเกี่ยวกับการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบ ณ บ้านจันทร์ส่องหล้า ในเวลา 17:00 น. ของวันเดียวกัน[2] ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อ ชัยเกษม นิติสิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี[3]
อย่างไรก็ตาม วันรุ่งขึ้น (15 สิงหาคม) ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคเพื่อไทยมีความเป็นห่วงในเรื่องปัญหาสุขภาพของชัยเกษม จึงมีมติให้การสนับสนุน แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี[4] ซึ่งครอบครัวชินวัตรรับฟังความต้องการของ สส. และยินยอมให้พรรคเสนอชื่อแพทองธาร[5] โดยที่ประชุม สส. พรรคเพื่อไทย ได้มอบอำนาจให้คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยออกเป็นมติในการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี[6]
ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 63 ที่มีภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ได้รับทราบคำสั่งเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระพิเศษ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่[7] และในตอนท้ายของการแถลงข่าวการประชุม ภูมิธรรมได้ระบุว่า หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดได้มีข้อสรุปเกี่ยวกับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว โดยจะมีการแถลงข่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ที่อาคารชินวัตร 3[8]
เวลา 17:15 น. ของวันเดียวกัน แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้นำแกนนำพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด 11 พรรคที่เป็นชุดเดิมที่เคยจัดตั้งคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 63 ในรอบที่ 2 มาร่วมกันแถลงข่าวที่อาคารชินวัตร 3 โดยสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค ได้แถลงว่า พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคมีจุดยืนตรงกับมติของกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยที่เห็นชอบตามที่ประชุม สส. ของพรรค ในการเสนอชื่อแพทองธารให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในวันรุ่งขึ้น[9] ในขณะที่พรรคฝ่ายค้านเดิม คือ พรรคประชาชน และ พรรคประชาธิปัตย์ มีมติในวันเดียวกันเป็นเอกฉันท์ว่าจะไม่ลงมติในเชิงสนับสนุนการเสนอชื่อของพรรคร่วมรัฐบาลเดิมในครั้งนี้[10] โดยพรรคประชาธิปัตย์มีมติงดออกเสียง[11][12][13] ขณะที่พรรคประชาชนมีข้อสรุปในวันรุ่งขึ้น (16 สิงหาคม) ว่าจะลงมติไม่เห็นชอบ[14]
ต่อมาในวันที่ 16 สิงหาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 15 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ สรวงศ์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระแก้ว ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560[15] ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้แพทองธาร ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ด้วยคะแนนเห็นชอบ 319 เสียง ไม่เห็นชอบ 145 เสียง งดออกเสียง 27 เสียง และไม่มาประชุม 2 คน คือ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยในจำนวนนี้มีคะแนนเห็นชอบส่วนหนึ่งจำนวน 9 เสียงมาจากพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคไทยสร้างไทย ที่ สส. ในสังกัดซึ่งมี 6 คน ลงคะแนนเห็นชอบทั้งหมด[16]
จากผลการลงมติดังกล่าว ทำให้แพทองธารกลายเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ของประเทศไทย ต่อจากยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้เป็นอา เป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยด้วยวัยเพียง 37 ปี 11 เดือน และเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงที่อายุน้อยที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของโลก[17] ต่อมาในวันเดียวกันช่วงเวลา 17.00 น. วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดเผยว่าได้ลงนามส่งมอบรายชื่อให้กับเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ทรงลงพระปรมาภิไธยเรียบร้อยแล้ว[18] โดยมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในวันเดียวกัน ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม[19] และมีพิธีรับสนองพระบรมราชโองการในวันดังกล่าว ณ อาคารวอยซ์ สเปซ อาคารบีบีดี อดีตที่ทำการของวอยซ์ทีวี ซึ่งก่อนหน้านั้นพรรคเพื่อไทยประกาศว่าจะใช้เป็นที่ทำการแห่งใหม่ของพรรค[20]
ก่อนการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี
คุณสมบัติของรัฐมนตรี
สืบเนื่องจากการแต่งตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในคณะรัฐมนตรีชุดก่อนหน้า เป็นเหตุให้ เศรษฐา ทวีสิน ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถอดถอนออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี[1] จึงทำให้การตรวจสอบคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในครั้งนี้มีความเข้มงวดมากขึ้น เนื่องจากต้องเป็นบุคคลที่ไร้มลทิน ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ดังนั้นจึงพบว่า มีผู้ประสงค์ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจำนวน 4 ราย ที่อาจไม่ผ่านเรื่องคุณสมบัติ มีดังนี้[21]
- ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า - เคยมีคดีการครอบครองสารเสพติด อ้างว่าเป็นเฮโรอีน น้ำหนัก 3.2 กิโลกรัม ณ ประเทศออสเตรเลีย
- ส่งผลให้สนับสนุน นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และ อัครา พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่งแทน
- ชาดา ไทยเศรษฐ์ - เคยตกเป็นจำเลยในคดีจ้างวานฆ่า นิตยา เพทายบรรลือ ผู้จัดการส่วนบัญชีของบริษัทรับเหมาก่อสร้างในกรุงเทพมหานครในปี พ.ศ. 2545 และคดีจ้างวานฆ่า สมเกียรติ จันทร์หิรัญ เลขานุการของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประแสง มงคลศิริ ส.ส.อุทัยธานี พรรคไทยรักไทย ในปี พ.ศ. 2546 โดยศาลชั้นต้นสั่งตัดสินให้จำคุก และศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องทั้งสองคดีในปี พ.ศ. 2548[22]
- ส่งผลให้สนับสนุน ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ให้ดำรงตำแหน่งแทนตนเอง
- สันติ พร้อมพัฒน์ - เคยถูกลบชื่อออกจากนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อปี พ.ศ. 2542 เหตุให้ผู้อื่นปลอมบัตรนักศึกษา-ใบขับขี่ เพื่อทุจริตการสอบวิชาปรัชญาเบื้องต้น
- เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ - เคยมีคำพิพากษาชั้นต้นจำคุก 1 ปี จากคดีเป็นหนึ่งในแกนนำ กปปส. โดยรอลงอาญา ก่อนจะพิพากษายกฟ้อง
ความขัดแย้งระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับกลุ่มธรรมนัส
ความขัดแย้งระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับกลุ่มของร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีการส่งรายชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีแพทองธาร ปรากฎว่าไม่มีชื่อของร้อยเอกธรรมนัส และตำแหน่งรัฐมนตรีเดิมของธรรมนัสถูกแทนที่ด้วยชื่อของสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขในคณะรัฐมนตรีเศรษฐา โดยพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ให้สัมภาษณ์ด้วยตนเองเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวผ่านรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง 3 เอชดี[23]
ต่อมาในวันที่ 20 สิงหาคม ธรรมนัสได้แถลงต่อสื่อมวลชน ประกาศแยกทางกับพลเอกประวิตร[24] จากนั้นมีการรวบรวม สส.พรรคพลังประชารัฐที่เข้าร่วมกับร้อยเอกธรรมนัส 29 คน และ สส.จากพรรคเล็กอีก 5 คน เพื่อยื่นชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของตนในวันถัดไป[25] แต่ในวันถัดมา (21 สิงหาคม) พรรคพลังประชารัฐได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า พลเอกประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้ส่งรายชื่อบุคคลที่พรรคเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคจำนวน 4 คนให้ตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ซึ่งเป็น 4 คนที่เคยดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีชุดก่อนหน้าทั้งหมด[26]
ความเคลื่อนไหวจากพรรคประชาธิปัตย์
หลังจากที่แพทองธารได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว มีกระแสข่าวว่าในช่วงกลางดึกวันที่ 20 สิงหาคม ร้อยเอกธรรมนัส พร้อมด้วย ไผ่ ลิกค์ สส. กำแพงเพชร และ อรรถกร ศิริลัทธยากร สส. ฉะเชิงเทรา ได้เดินทางไปยังบ้านพักส่วนตัวของเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเดินดีลเจรจาทาบทามให้มาเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย โดยก่อนหน้านั้นมีรายงานว่าทางพรรคประชาธิปัตย์ได้เจรจาดีลกับแกนนำพรรคเพื่อไทยขอตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของพลตํารวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ของสันติ พร้อมพัฒน์[27]
ปรากฏว่ามีผู้สนับสนุนของพรรคประชาธิปัตย์และกูรูทางการเมืองบางส่วนไม่เห็นด้วยกับดีลนี้ รวมถึงยังมีเสียงคัดค้านจาก สส. อีก 4 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคถึง 3 คน คือ ชวน หลีกภัย, บัญญัติ บรรทัดฐาน และ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รวมถึง สส. อีก 1 คนที่คัดค้านคือ สรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต 1 และบุตรของนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย[28] แต่หลังจากนั้นมีรายงานว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ส่งชื่อของ เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค และ เดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค ให้พรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการคัดกรองคุณสมบัติ[29]
ต่อมาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม เดชอิศม์ระบุว่าเฉลิมชัยเข้าไปเจรจากับพรรคเพื่อไทย และได้ข้อสรุปว่า พรรคเพื่อไทยเชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลแล้ว รอเพียงหนังสือเทียบเชิญอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ตนยังหารือนอกรอบกับ สส. และกรรมการบริการพรรคแล้ว พบว่า 90% เห็นควรเข้าร่วมรัฐบาล[30] แต่เฉลิมชัยปฏิเสธในวันเดียวกัน โดยระบุว่าเดชอิศม์เข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากในการประชุมกรรมการบริหารพรรคเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ตนได้ขอให้พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ รองหัวหน้าพรรคถอนมติในการมอบหมายให้ตนเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลออกไปแล้ว จึงไม่เคยคุยกับแกนนำของพรรคเพื่อไทย[31]
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม สรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางไปยังที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อส่งหนังสือเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลว่ามีอุดมการณ์ร่วมกัน[32] จากนั้น เดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือเทียบเชิญดังกล่าว ได้กล่าวต่อสื่อมวลชนว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความขัดแย้งใด ๆ ทั้งสิ้น มีแต่ความรักความเข้าใจ และการให้อภัยกับพรรคเพื่อไทย ส่วนการพูดคุยกับผู้สนับสนุนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ต้องเข้าใจว่าเหตุการณ์เมื่อ 20 ปีที่แล้วกับวันนี้ สถานการณ์ทางการเมืองไม่เหมือนกัน ปัญหาของประเทศก็ไม่เหมือนกัน รวมถึงแนวคิดในการพัฒนาประเทศก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่ทั้งสองพรรคเข้ากันได้และเดินหน้าไปด้วยกันถือเป็นสิ่งที่ดีงาม[33]
ในที่สุด ในวันถัดมา (29 สิงหาคม) ที่ประชุมร่วมระหว่างกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีมติให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล ด้วยมติเห็นชอบ 43 เสียง ไม่เห็นชอบ 4 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง พร้อมทั้งเสนอชื่อเฉลิมชัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเดชอิศม์เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขตามกระแสข่าวก่อนหน้า[34]
ขับออก และถอนตัว
วันที่ 27 สิงหาคม คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยมีมติขับพรรคพลังประชารัฐออกจากคณะรัฐมนตรี โดยมีความเห็นว่า พรรคเพื่อไทยไม่สามารถที่จะร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐได้ สรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่งมีความไม่สบายใจถึงพฤติกรรมของพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะหัวหน้าพรรค (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ตั้งแต่จัดตั้งรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ก็ไม่ได้มาร่วมลงมติ และเป็นที่ทราบกันดีว่าบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นใคร ซึ่งเป็นสิ่งที่ สส.พรรคเพื่อไทยสะท้อนในที่ประชุม[35]
และในวันเดียวกันนั้น พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ประกาศขอถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยไม่ให้ความสำคัญกับพรรคเล็ก และจะประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 สิงหาคม[36]
การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีและการปฏิบัติหน้าที่
ต่อมาเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2567 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 64 จำนวน 35 คน โดยมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาในวันถัดมา (4 กันยายน)[37]
ในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ พรรคเพื่อไทยได้สัดส่วนผู้ดำรงตำแหน่งมากที่สุด จำนวน 16 คน 21 ตำแหน่ง, รองลงมาเป็นพรรคภูมิใจไทย 8 คน 9 ตำแหน่ง, พรรครวมไทยสร้างชาติ 4 คน 5 ตำแหน่ง, กลุ่มธรรมนัส 3 คน 3 ตำแหน่ง ซึ่งดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งหมด แบ่งสัดส่วนเป็นพรรคเพื่อไทย 1 คน 1 ตำแหน่ง และพรรคกล้าธรรมอีก 2 คน 2 ตำแหน่ง, พรรคประชาธิปัตย์ 2 คน 2 ตำแหน่ง, พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคประชาชาติ พรรคละ 1 คน 1 ตำแหน่ง โดยทั้งหมดนี้รวมโควตาบุคคลภายนอกแล้ว ในจำนวนนี้มีผู้ที่ดำรงตำแหน่งเดิมต่อเนื่องจากคณะรัฐมนตรีชุดก่อนหน้า จำนวน 24 คน
รัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดและมากที่สุดในคณะรัฐมนตรีชุดนี้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีทั้งคู่ คือ จิราพร สินธุไพร เป็นรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุด (37 ปี) และ ชูศักดิ์ ศิรินิล เป็นรัฐมนตรีที่อายุมากที่สุด (76 ปี)[38] และมีผู้ดำรงตำแหน่งในวาระแรกเริ่มคณะรัฐมนตรีที่เป็นสตรีจำนวน 8 คน (รวมนายกรัฐมนตรีด้วย) ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย[39]
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2567 เวลา 18:24 น. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 64 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่[40] แต่ก่อนเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 2 คน ได้แก่ ทรงศักดิ์ ทองศรี และซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ตรวจพบว่ามีอาการป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)[41] อย่างไรก็ตาม นัทรียา ทวีวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ได้ระบุว่า คณะรัฐมนตรีจะยังได้เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณพร้อมกันทุกคนตามเดิม[42] และในเวลาต่อมา อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นต้นสังกัดของทั้งทรงศักดิ์และซาบีดา ได้กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ทั้งสองคนเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณพร้อมคณะรัฐมนตรีได้ แต่ต้องสวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้นระหว่างเข้าเฝ้าฯ[43]
หลังถวายสัตย์ปฏิญาณและเข้ารับหน้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ในวันถัดมา (7 กันยายน) คณะรัฐมนตรีได้ถ่ายรูปหมู่หน้าทำเนียบรัฐบาล และจัดการประชุมวาระพิเศษ[44] จากนั้นได้เข้าแถลงนโยบายต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อเริ่มต้นการบริหารรัฐกิจเมื่อวันที่ 12 และ 13 กันยายน[45] และเริ่มประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกเมื่อวันที่ 17 กันยายน[46]
การปรับคณะรัฐมนตรี
พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยมีความขัดแย้งในเรื่องการบริหารกระทรวงมหาดไทยมาระยะหนึ่ง สืบเนื่องจาก ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยให้สัมภาษณ์กับบรรณาธิการข่าวเนชั่นทีวีว่า กระทรวงมหาดไทยควรเป็นของพรรคเพื่อไทย เพื่อที่จะบริหารได้อย่างเต็มที่[47] และมีสมาชิกพรรคจำนวนหนึ่งเห็นด้วยกับแนวคิดของอดีตนายกรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568 พรรคเพื่อไทยได้แจ้งต่ออนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ตัดสินใจว่าจะรับเงื่อนไขการปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ โดยพรรคเพื่อไทยต้องการกระทรวงมหาดไทยมาบริหาร และสับเปลี่ยนให้พรรคภูมิใจไทยบริหารกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่ง โดยขอคำตอบภายใน 48 ชั่วโมง หรือภายในเวลา 15:00 น. ของวันที่ 19 มิถุนายน หากพรรคภูมิใจไทยไม่รับเงื่อนไข และยืนกรานไม่คืนโควตากระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรีจะปรับคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีพรรคภูมิใจไทยอยู่ร่วมรัฐบาลต่อไป[48]
วันรุ่งขึ้น (18 มิถุนายน) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธที่จะคืนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย[49] พร้อมกับประกาศตัวว่าจะไปเป็นฝ่ายค้าน[50]
และในวันเดียวกัน คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยมีมติให้พรรคถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล โดยให้สมาชิกพรรคภูมิใจไทยที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งหมด เช่น รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการ รวมถึงรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งทั้งหมด มีผลในวันรุ่งขึ้น (19 มิถุนายน) โดยอ้างเรื่องกรณีการโทรศัพท์เจรจาระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย กับสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานพฤฒสภาของประเทศกัมพูชา ที่ถูกเปิดเผย ซึ่งมีเนื้อหาที่อาจส่งผลกระทบต่ออธิปไตย ดินแดน ผลประโยชน์ของประเทศและกองทัพไทย ท่ามกลางวิกฤตการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาในปีนั้น[51] ส่งผลให้รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนลดลงเหลือ 51.31% ท่ามกลางวิกฤตการณ์การเมืองไทยและกระแสข่าวการรัฐประหารในประเทศไทยที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
ต่อมาในวันที่ 27 มิถุนายน แพทองธารได้นำรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ เรียบร้อยแล้ว[52] โดยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในอีก 3 วันถัดมาคือเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาในวันถัดมา (1 กรกฎาคม) โดยมีรัฐมนตรีถูกปรับออก 2 คน ถูกโยกย้าย 4 คน และแต่งตั้งเพิ่ม 10 คน ทั้งนี้ แพทองธารได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเพิ่มอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย โดยบางฝ่ายคาดการณ์ว่าเพื่อสำรองไว้ในกรณีถูกสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี[53]
ทว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ยังไม่มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สืบเนื่องจากบุคคลที่คาดว่าจะมาดำรงตำแหน่งนั้น คือ พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดและอดีตสมาชิกวุฒิสภา เนื่องจากกฎหมายระบุว่า สมาชิกวุฒิสภาจะต้องว่างเว้นจากการดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่พ้นจากการเป็นสมาชิก ซึ่งจะหมดเงื่อนไขในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2568 หรืออีก 3 เดือนถัดไปนี้[54]
วันที่ 1 กรกฎาคม หรือวันเดียวกับการประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ลงในราชกิจจานุเบกษา ศาลรัฐธรรมนูญมีมติสั่งให้แพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี จากกรณีการรั่วไหลของบทสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างไทย–กัมพูชา และภูมิธรรม เวชยชัย ซึ่งเดิมเป็นรองนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เนื่องจากถูกปรับออกจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดังนั้นจึงต้องรอเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเข้ารับหน้าที่พร้อมกับคณะรัฐมนตรีที่แต่งตั้งใหม่ในวันที่ 3 กรกฎาคม เสร็จสิ้นก่อน ทำให้สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 2 ขึ้นมารักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี[55] โดยวันที่ 2 กรกฎาคม สุริยะได้ลงนามแต่งตั้งภูมิธรรมให้กลับมารักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีแทนตนอีกครั้ง โดยมีผลหลังจากการเข้ารับหน้าที่เสร็จสิ้นแล้ว ดังนั้น สุริยะจึงรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีเพียง 2 วัน คือตั้งแต่วันที่ 1–3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568[56] โดยวันที่ 3 กรกฎาคม สุริยะได้นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่เมื่อเวลา 11:11 น.[57] และในเวลา 13:00 น. มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ โดยวาระแรกสุริยะเป็นประธานการประชุม เพื่อจัดเรียงลำดับการรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีของรองนายกรัฐมนตรีทั้ง 5 คน ซึ่งภูมิธรรมอยู่ในลำดับที่ 1[58] จึงทำให้สุริยะสิ้นสุดการรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีหลังจบวาระนี้ และภูมิธรรมเริ่มขึ้นรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีตั้งแต่การเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีวาระที่เหลือเป็นต้นมา[59]
การสิ้นสุดของคณะรัฐมนตรี
คณะรัฐมนตรีคณะนี้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6:3 วินิจฉัยถอดถอนแพทองธารจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงจากการรั่วไหลของบทสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างไทย–กัมพูชา โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่คือเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 และเป็นผลให้คณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ[60] แต่คณะรัฐมนตรียังคงมีอำนาจเต็มและปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามเดิมเพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศในการบริหารประเทศ ยกเว้นแพทองธารที่ถูกถอดถอน
โดยในวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568 จะประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อเลือกรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี[61] (โดยมีการคาดการณ์ว่า ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีอยู่ก่อนแล้ว จะได้รับมติจากคณะรัฐมนตรีให้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี) ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่รักษาราชการแทนตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติมอบหมายไปก่อนหน้า[62] และคณะรัฐมนตรีชุดนี้จะสิ้นสุดลงในทางพฤตินัยเมื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ผ่านการลงมติเสียงข้างมากจากสภาผู้แทนราษฎร นำคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 65 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเข้ารับหน้าที่เสร็จสิ้น
รายชื่อรัฐมนตรี
รายชื่อคณะรัฐมนตรี มีดังต่อไปนี้[63]
| ดำรงตำแหน่งเมื่อตั้งคณะรัฐมนตรี | ดำรงตำแหน่งจนสิ้นสุดคณะรัฐมนตรี | |||
| แต่งตั้งเพิ่ม | เปลี่ยนแปลง/โยกย้ายไปตำแหน่งอื่น | |||
| ย้ายมาจากตำแหน่งอื่น | ออกจากตำแหน่ง |
| ตำแหน่ง | ลำดับ | รายนาม | เริ่มวาระ | สิ้นสุดวาระ | หมายเหตุ | พรรคการเมือง | ||||
| นายกรัฐมนตรี | * | แพทองธาร ชินวัตร | 16 สิงหาคม พ.ศ. 2567 | 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 | ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ชั่วคราวในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 / พ้นจากตำแหน่งจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ | เพื่อไทย | ||||
| * | สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ | 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 | 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 | รักษาการแทนระหว่างรอการเข้ารับหน้าที่ ของรัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ / เปลี่ยนแปลงผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี | เพื่อไทย | |||||
| * | ภูมิธรรม เวชยชัย | 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 | 7 กันยายน พ.ศ. 2568 | รักษาการแทนระหว่างรอการเข้ารับหน้าที่ของรัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ / ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี | เพื่อไทย | |||||
| รองนายกรัฐมนตรี | 1 | ภูมิธรรม เวชยชัย | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | |||||
| 2 | สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | ||||||
| อนุทิน ชาญวีรกูล | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล | ภูมิใจไทย | ||||||
| 3 | พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | รวมไทยสร้างชาติ | ||||||
| 4 | พิชัย ชุณหวชิร | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | ||||||
| 5 | ประเสริฐ จันทรรวงทอง | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | ||||||
| สำนักนายกรัฐมนตรี | 6 | ชูศักดิ์ ศิรินิล | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | |||||
| 7 | จิราพร สินธุไพร | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | ||||||
| 8 | สุชาติ ตันเจริญ | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | ||||||
| กลาโหม | ภูมิธรรม เวชยชัย | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย | เพื่อไทย | |||||
| * | พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | รักษาราชการแทน เนื่องจากไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม | อิสระ[g] | |||||
| 9 | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | ||||||||
| การคลัง | * | พิชัย ชุณหวชิร | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | |||||
| 10 | จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | ||||||
| 11 | เผ่าภูมิ โรจนสกุล | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | ||||||
| การต่างประเทศ | 12 | มาริษ เสงี่ยมพงษ์ | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | |||||
| การท่องเที่ยวและกีฬา | 13 | สรวงศ์ เทียนทอง | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | |||||
| การพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ |
14 | วราวุธ ศิลปอาชา | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | ชาติไทยพัฒนา | |||||
| การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม |
ศุภมาส อิศรภักดี | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล | ภูมิใจไทย | |||||
| 15 | สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | ||||||
| เกษตรและสหกรณ์ | นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ | กล้าธรรม[h] | |||||
| 16 | อรรถกร ศิริลัทธยากร | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | กล้าธรรม | ||||||
| อิทธิ ศิริลัทธยากร | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี | กล้าธรรม[h] | ||||||
| 17 | อัครา พรหมเผ่า | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย[h] → กล้าธรรม[i] | ||||||
| คมนาคม | * | สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | |||||
| 18 | มนพร เจริญศรี | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | ||||||
| 19 | สุรพงษ์ ปิยะโชติ | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | ||||||
| ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม |
* | ประเสริฐ จันทรรวงทอง | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | |||||
| ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม |
20 | เฉลิมชัย ศรีอ่อน | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | ประชาธิปัตย์ | |||||
| พลังงาน | * | พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | รวมไทยสร้างชาติ | |||||
| พาณิชย์ | พิชัย นริพทะพันธุ์ | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี | เพื่อไทย | |||||
| 21 | จตุพร บุรุษพัฒน์ | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | อิสระ[j] | ||||||
| นภินทร ศรีสรรพางค์ | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล | ภูมิใจไทย | ||||||
| 22 | สุชาติ ชมกลิ่น | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | รวมไทยสร้างชาติ | ||||||
| 23 | ฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | อิสระ[k] | ||||||
| มหาดไทย | อนุทิน ชาญวีรกูล | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล | ภูมิใจไทย | |||||
| * | ภูมิธรรม เวชยชัย | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | ||||||
| ทรงศักดิ์ ทองศรี | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล | ภูมิใจไทย | ||||||
| ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล | ภูมิใจไทย | ||||||
| 24 | ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | ||||||
| 25 | เดชอิศม์ ขาวทอง | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | ประชาธิปัตย์ | ||||||
| ยุติธรรม | 26 | พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | ประชาชาติ | |||||
| แรงงาน | พิพัฒน์ รัชกิจประการ | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล | ภูมิใจไทย | |||||
| 27 | พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | ||||||
| วัฒนธรรม | สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม | เพื่อไทย | |||||
| แพทองธาร ชินวัตร | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568 | พ้นจากตำแหน่งจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ | เพื่อไทย | ||||||
| สุชาติ ตันเจริญ | 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทน | เพื่อไทย | ||||||
| ศึกษาธิการ | พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล | ภูมิใจไทย | |||||
| 28 | นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | กล้าธรรม | ||||||
| สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล | ภูมิใจไทย | ||||||
| 29 | ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | ||||||
| 30 | เทวัญ ลิปตพัลลภ | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | ชาติพัฒนา | ||||||
| สาธารณสุข | 31 | สมศักดิ์ เทพสุทิน | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | เพื่อไทย | |||||
| เดชอิศม์ ขาวทอง | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | ไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย | ประชาธิปัตย์ | ||||||
| 32 | อนุชา สะสมทรัพย์ | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | ชาติไทยพัฒนา | ||||||
| 33 | ชัยชนะ เดชเดโช | 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | ประชาธิปัตย์ | ||||||
| อุตสาหกรรม | 34 | เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ | 3 กันยายน พ.ศ. 2567 | 19 กันยายน พ.ศ. 2568 | รวมไทยสร้างชาติ | |||||
หมายเหตุ:
- 1 2 3 4 สส.ถูกขับออกจากพรรค
- ↑ ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล
- ↑ สส. 1 คนสนับสนุนรัฐบาล และมี สส. 142 คนเป็นฝ่ายค้าน
- ↑ สส. 1 คนสนับสนุนรัฐบาล และมี สส. 68 คนเป็นฝ่ายค้าน
- ↑ สส. 1 คนสนับสนุนรัฐบาล และมี สส. 19 คนเป็นฝ่ายค้าน
- ↑ สส. 3 คนสนับสนุนรัฐบาล และมี สส. 3 คนเป็นฝ่ายค้าน
- ↑ ถูกทาบทามเข้ามาในโควตาบุคคลภายนอกของพรรครวมไทยสร้างชาติ
- 1 2 3 ถูกทาบทามเข้ามาในโควตาของกลุ่มธรรมนัส
- ↑ เดิมสังกัดพรรคเพื่อไทย แต่ได้ย้ายมาสังกัดพรรคกล้าธรรมเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568
- ↑ ถูกทาบทามเข้ามาในโควตากลางของพรรคเพื่อไทย ที่ให้กับกลุ่ม 18 จากพรรครวมไทยสร้างชาติ
- ↑ ถูกทาบทามเข้ามาในโควตากลางของพรรคเพื่อไทย ที่ให้กับกลุ่ม สส. พรรคไทยสร้างไทย ทั้ง 5 คนที่มาสนับสนุนรัฐบาล[64]
คณะรัฐมนตรีแพทองธาร 1/1
- นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี
- นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
- นายพิชัย ชุณหวชิร เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
- นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- นายชูศักดิ์ ศิรินิล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- นางสาวจิราพร สินธุไพร เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
- นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
- นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
- นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
- นายสรวงศ์ เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
- นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- นางสาวศุภมาส อิศรภักดี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- นายอิทธิ ศิริลัทธยากร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- นายอัครา พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- นางมนพร เจริญศรี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
- นายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
- นายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
- นางทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
- นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
- พลตํารวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
- นายเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
- นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ภายหลัง
รัฐมนตรีจำนวน 8 ราย พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี มีผลวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย)
- นางสาวศุภมาส อิศรภักดี (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม)
- นายนภินทร ศรีสรรพางค์ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์)
- นางทรงศักดิ์ ทองศรี (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย)
- นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย)
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน)
- พลตํารวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ)
- นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ)
รัฐมนตรีจำนวน 2 ราย พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี มีผลวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568
คณะรัฐมนตรีแพทองธาร 1/2
- นายภูมิธรรม เวชยชัย (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- นายเดชอิศม์ ขาวทอง (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข) เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นายสุชาติ ตันเจริญ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- นายจตุพร บุรุษพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
- นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
- นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
- นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอีกตำแหน่งหนึ่ง
- นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- นายอนุชา สะสมทรัพย์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
- นายชัยชนะ เดชเดโช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
นโยบาย
ตามคำแถลงนโยบายต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา รัฐบาลแพทองธารมีนโยบายเร่งด่วนจำนวน 10 ข้อ ดังนี้[65]
- ผลักดันให้เกิดการปรับโครงสร้างหนี้ทั้งระบบ
- ดูแลและส่งเสริมพร้อมกับปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี
- ออกมาตรการเพื่อลดราคาค่าพลังงานและสาธารณูปโภค
- สร้างรายได้ใหม่ของรัฐด้วยการนำเศรษฐกิจนอกระบบภาษีและเศรษฐกิจใต้ดินเข้าสู่ระบบภาษี
- เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจโดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรกพร้อมผลักดันโครงการดิจิทัลวอลเล็ต
- ยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัย
- ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยปรับโครงสร้างการตรวจลงตราทั้งหมดของประเทศ รวมถึงเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งรวมถึงสถานบันเทิงครบวงจร
- แก้ปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร
- แก้ปัญหาอาชญากรรม, อาชญากรรมออนไลน์, มิจฉาชีพ และอาชญากรรมข้ามชาติ
- ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพ และจัดสวัสดิการสังคม ให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
นอกจากนี้ รัฐบาลยังผลักดันการสมรสเพศเดียวกันในไทย ด้วยการออกพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม
ข้อวิจารณ์
"ครม.สืบสันดาน"
คณะรัฐมนตรีชุดนี้ได้รับฉายาจากนักการเมืองคนหนึ่งว่าเป็น "ครม.สืบสันดาน" โดยใช้ชื่อล้อมาจากซีรีส์ "สืบสันดาน" จาก เน็ตฟลิกซ์ เนื่องจากรัฐมนตรีจำนวนหนึ่งนั้น เป็นบุคคลในครอบครัวของนักการเมืองที่ส่งไม้ต่อให้รับตำแหน่งแทนตนเอง โดย แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้วิจารณ์ในเรื่องดังกล่าวว่า ใช้คำรุนแรงเกินไป ต่อมา อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้แสดงความคิดเห็นในทางเดียวกัน โดยมองว่าเป็นวาทกรรมทางการเมือง และหากมองเป็นศัพท์ทางกฎหมาย ถือว่า เป็นคำที่มีการระบุในกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งวาทกรรมเหล่านี้ควรจะหมดไปได้แล้ว[66]
แต่ก็มีคอลัมนิสต์แย้งว่า คำว่าสืบสันดานนั้นไม่ได้มีความหยาบคายใดๆ เลย ในภาษากฎหมายถูกมองว่าเป็นคำทั่วไป โดยอ้างอิงถึงมาตรา 1629 วรรค 2 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยลำดับสิทธิในการรับมรดกก่อนหลัง ดังต่อไปนี้
- ผู้สืบสันดาน
- บิดามารดา
- พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
- พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
- ปู่ย่าตายาย
- ลุงป้าน้าอา
โดยผู้สืบสันดาน จึงหมายถึง ผู้มีสิทธิ์ที่จะได้รับมรดกเป็นลำดับที่หนึ่ง[67]
คดีตากใบ
ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ (ตุลาคม 2024) |
คลิปเสียงระหว่างแพทองธารกับฮุน เซน
ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ (มิถุนายน 2025) |
ฉายารัฐบาล
คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 64 ได้รับการตั้งฉายาในปี พ.ศ. 2567 ดังนี้[68]
- ฉายารัฐบาล : รัฐบาล"พ่อ"เลี้ยง
- ฉายารัฐมนตรี :
- แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี : แพทองโพย
- ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม : สหายใหญ่ใส่บู๊ต
- อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย : ภูมิใจขวาง
- พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน : พีระพัง
- พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม : ทวีไอพี
- เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : ประชาธิเป๋
- เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม : รวม(เพื่อ)ไทยอ้างชาติ
- จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี : จิราพอ(ล)
- กลุ่ม "รัฐมนตรีโลกลืม"
- สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
- พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
- วาทะแห่งปี : สามีเป็นคนใต้
อ้างอิง
- 1 2 "'เศรษฐา' ไม่รอด! ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ชี้ชะตาเศรษฐาพ้นเก้าอี้นายกฯ ทันที". เดอะ แมทเทอร์. 14 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 14 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ ""ทักษิณ" เรียกแกนนำพรรคร่วม เข้าหารือด่วนบ้านจันทร์ส่องหล้า". พีพีทีวี. 14 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 14 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "'เพื่อไทย' เคาะชื่อ 'ชัยเกษม' ชิงเก้าอี้นายกฯ วงคุยบ้านจันทร์ส่องหล้าพรรคร่วมมาครบ". ผู้จัดการออนไลน์. 14 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "มติสส.เพื่อไทย ดัน แพทองธาร โหวตชิงนายกรัฐมนตรี 16 ส.ค." โพสต์ทูเดย์. 15 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "สะพัด จ่อชงชื่อ "อิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร" ชิงนายกฯ คนที่ 31". ไทยรัฐ. 15 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "วงสส.เพื่อไทยชงชื่อ"อุ๊งอิ๊ง"ให้สภาโหวตเป็นนายกฯคนใหม่". ฐานเศรษฐกิจ. 15 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "ครม.รับทราบ นัดประชุมสภาฯ โหวตนายกฯคนใหม่ 16 ส.ค." มติชน. 15 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะเป็นใคร เย็นนี้รู้เรื่อง". ข่าวช่อง 7HD. 15 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "มติเพื่อไทย-พรรคร่วมรัฐบาล "แพทองธาร" นั่งนายกรัฐมนตรี". ไทยพีบีเอส. 15 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ Thailand, BECi Corporation Ltd. "ฝ่ายค้านแสดงจุดยืน ไม่เห็นด้วย-งดออกเสียง เลือกนายกฯ 16 ส.ค.นี้". CH3Plus.com.
- ↑ "มติเป็นเอกฉันท์ ปชป. "งดออกเสียง" โหวตนายกฯ". Thai PBS.
- ↑ "มติเอกฉันท์! พรรคประชาธิปัตย์ "งดออกเสียง" เลือกนายกฯ". อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 - AMARIN TV HD. 2024-08-15.
- ↑ สุวรรณทิชากร, พรทิพย์. "สส. 'ประชาธิปัตย์'มติเอกฉันท์ 'งดออกเสียง'โหวตนายกฯ". เดลินิวส์.
- ↑ ""ณัฐพงษ์" ย้ำ พรรคประชาชน ลงมติ ไม่เห็นชอบ "แพทองธาร" นั่งนายกฯ คนที่ 31". ไทยรัฐ. 16 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "เริ่มแล้ว! สภาโหวต นายกฯ คนที่ 31 สรวงศ์ ชงชื่อ 'อิ๊งค์ แพทองธาร' แบบไร้คู่แข่ง". ข่าวสด. 16 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "มติสภา 319:145 โหวตหนุน แพทองธาร ชินวัตร นั่งนายกฯ คนที่ 31". บีบีซีไทย. 16 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ ""อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร" ว่าที่นายกฯ หญิงอายุน้อยเป็นอันดับ 3 ของโลก". พีพีทีวี. 16 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ ""วันนอร์" เผย นำชื่อ "แพทองธาร" ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว รอการโปรดเกล้าฯ". ไทยรัฐ. 16 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 17 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "แพทองธาร ชินวัตร" เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31". คมชัดลึก. 18 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ ""แพทองธาร" รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนที่ 31". ไทยรัฐ. 18 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "กางชื่อ 4 แคนดิเดต รมต. ลุ้นฝ่าด่านคุณสมบัติ-จริยธรรม". pptvhd36.com. 2024-08-20.
- ↑ treesukee, natthakan. "พลิกประวัติ 'ชาดา' เจ้าพ่อลุ่มน้ำสะแกกรัง ผู้เปิดวาทะเด็ด 'ยิงคนหมิ่นสถาบันแล้วไม่ติดคุก'". เดลินิวส์.
- ↑ ""ธรรมนัส" หลุด ครม.ใหม่ "สันติ" นั่ง รมว.เกษตรฯ แทน". Thai PBS.
- ↑ ""ธรรมนัส" เปิดใจแยกทาง "ประวิตร" นำ 29 สส.พลังประชารัฐถอย". Thai PBS.
- ↑ เปิดชื่อ ส.ส.ก๊วนธรรมนัส หลังแถลงโว 34 เสียงแน่นปึ้ก มีภรรยา ‘สันติ’ อยู่ด้วย
- ↑ ""พปชร." ออกแถลงการณ์ แจง "ประวิตร" ส่งชื่อ 4 รมต. ให้ นายกฯแล้ว". ไทยพีบีเอส. 21 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 21 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "สะพัด!ธรรมนัส ยกก๊วนย่องพบ "เฉลิมชัย" ดีลปชป.ร่วมเพื่อไทย". ไทยพีบีเอส. 21 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 27 สิงหาคม 2024.
- ↑ ""ประชาธิปัตย์" หากเข้าร่วมรัฐบาล ใครได้ใครเสีย". ไทยพีบีเอส. 22 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 27 สิงหาคม 2024.
- ↑ "ประชาธิปัตย์ ตอบรับร่วมรัฐบาล ส่ง 2 ชื่อ นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี". ข่าวสด. 24 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 27 สิงหาคม 2024.
- ↑ "'เดชอิศม์'เผย'ปชป.'รับร่วมรัฐบาล'เพื่อไทย' อ้างก้าวข้ามความขัดแย้ง". เดลินิวส์. 26 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 27 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "'เฉลิมชัย' ยันยังไม่ได้เทียบเชิญจาก พท. แจง 'เดชอิศม์' เข้าใจผิดปมที่ประชุมพรรคมอบหารือร่วมรัฐบาล". มติชน. 27 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 27 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "เปิดเทียบเชิญ'เพื่อไทย'ชวน'ประชาธิปัตย์'ร่วมรัฐบาล ยกมีอุดมการณ์ร่วมกัน". แนวหน้า. 28 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 28 สิงหาคม 2024.
- ↑ "เพื่อไทยส่งเทียบเชิญ ปชป. ร่วมรัฐบาล สรวงศ์ขอปล่อยผ่านอดีต ทิ้งความขัดแย้ง". THE STANDARD. 2024-08-28.
- ↑ "ตามคาด! ประชาธิปัตย์ มีมติ 43 ต่อ 4 เข้าร่วมรัฐบาลเพื่อไทย". ข่าวสด. 29 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 29 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ ด่วน มติ สส.เพื่อไทย ชง กก.บห. ขับพลังประชารัฐออกจากพรรคร่วมรัฐบาล
- ↑ ""เสรีพิศุทธ์" ยันถอนตัวจากเพื่อไทยจริง อุบตอบเหตุผลบอกรอศุกร์นี้". อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 - AMARIN TV HD. 2024-08-27.
- ↑ "โปรดเกล้าฯ ครม.แพทองธาร แล้ว "ภูมิธรรม" รองนายกฯ ควบ กห. , "เฉลิมชัย" รมว.ทส". ไทยพีบีเอส. 4 กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 4 กันยายน 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "เทียบอายุ "ครม.แพทองธาร" 36 คน ส่วนผสมพลัง อาวุโส – คนรุ่นใหม่". ฐานเศรษฐกิจ. 5 กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 6 กันยายน 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "ส่องพัฒนาการ รัฐมนตรีหญิง ในการเมืองไทย ก่อนถึงวันสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ร่วมรัฐบาล 8 คน". มติชน. 4 กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 4 กันยายน 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำ คณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่". หน่วยราชการในพระองค์. 6 กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 7 กันยายน 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)[ลิงก์เสีย] - ↑ "ด่วน! 2 รัฐมนตรีภูมิใจไทย ทรงศักดิ์-ซาบีดา ติดโควิด ไม่ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ". มติชน. 6 กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 6 กันยายน 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "รองเลขาธิการนายกฯ เผย 6 ก.ย. ครม.แพทองธาร เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ พร้อมกันทุกคน". โพสต์ทูเดย์. 6 กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 6 กันยายน 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ ในหลวงพระราชทานกำลังใจ ครม.แพทองธาร ให้ทำงานอย่างเต็มที่
- ↑ "แพทองธาร เรียกประชุม ครม. นัดพิเศษ 7 ก.ย. อนุมัติร่างแถลงนโยบาย". ประชาชาติธุรกิจ. 4 กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 7 กันยายน 2024.
- ↑ ""มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี" คำแถลงนโยบายของ แพทองธาร ที่ถูก สส.-สว. ย้อนตั้งคำถามกับรัฐบาล". บีบีซีไทย. 12 กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 10 ตุลาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "เปิดแฟ้ม ครม.นัดแรก 'แพทองธาร' เคาะแจกเงินหมื่น 14.5 ล้านคน - ต่ออายุ VAT 7%". กรุงเทพธุรกิจ. 17 กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 10 ตุลาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ ""ทักษิณ" สวมบท บก.ข่าว ชี้ "เพื่อไทย" ควรยึดคืนกระทรวงหลัก". เนชั่นทีวี. 2025-05-30. สืบค้นเมื่อ 2025-06-18.
- ↑ "พท.ยื่น '2 รมต.' แลก มท.1 ให้เวลา 48 ชม. ภท.แถลงสวนพรุ่งนี้". bangkokbiznews. 2025-06-17. สืบค้นเมื่อ 2025-06-18.
- ↑ "ไม่รอเดดไลน์! 'อนุทิน' ปัดตกข้อเสนอ 'เพื่อไทย' ยัน ภท.ไม่คืน มท". bangkokbiznews. 2025-06-18. สืบค้นเมื่อ 2025-06-18.
- ↑ "เจ้าหน้าที่ทยอยเก็บของห้องทำงาน มท.1 หลัง 'อนุทิน' ปัดตกสูตร 2 แลก 1 พท". bangkokbiznews. 2025-06-18. สืบค้นเมื่อ 2025-06-18.
- ↑ "ด่วน ! ภูมิใจไทยประกาศถอนตัวจากรัฐบาล เรียกร้องนายกฯ รับผิดชอบ". กรุงเทพธุรกิจ. 18 มิถุนายน 2025. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2025.
- ↑ "ด่วน! ทูลเกล้าฯ โผ ครม.แล้ว นายกฯควบรมว.วัฒนธรรม "ภูมิธรรม" มท.1". ฐานเศรษฐกิจ. 27 มิถุนายน 2025. สืบค้นเมื่อ 27 มิถุนายน 2025.
- ↑ "โปรดเกล้าฯ ครม.แพทองธารชุดใหม่ 'อุ๊งอิ๊ง' ควบรมว.วัฒนธรรม 'ภูมิธรรม' คุม 'มหาดไทย'". เดอะ แบงค็อก อินไซด์. 1 กรกฎาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 1 กรกฎาคม 2025.
- ↑ ข่าวสด (2025-07-01). "รู้จัก บิ๊กแก้ว พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ว่าที่รมว.กลาโหม คนใหม่ เหตุที่ยังไม่ตั้งใคร". ข่าวสด. สืบค้นเมื่อ 2025-07-01.
- ↑ ""สุริยะ" รับหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี หลังศาล รธน.สั่ง "อุ๊งอิ๊ง" หยุดปฏิบัติหน้าที่". ผู้จัดการออนไลน์. 1 กรกฎาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 2 กรกฎาคม 2025.
- ↑ "สุริยะ เรียกถกครม.นัดพิเศษพรุ่งนี้ เซ็นตั้ง "ภูมิธรรม" เป็นรักษาการนายกฯ". ฐานเศรษฐกิจ. 2 กรกฎาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 2 กรกฎาคม 2025.
- ↑ ""ในหลวง" โปรดเกล้าฯ ครม.ใหม่เฝ้าถวายสัตย์ฯก่อนปฏิบัติหน้าที่". โพสต์ทูเดย์. 3 กรกฎาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 3 กรกฎาคม 2025.
- ↑ "ครม. ตั้ง "ภูมิธรรม" รักษาการนายกฯ เบอร์หนึ่ง บริหารราชการแผ่นดินแทน". ฐานเศรษฐกิจ. 3 กรกฎาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 3 กรกฎาคม 2025.
- ↑ "อินไซด์'ครม.นัดพิเศษ'เว้นว่างเก้าอี้นายกฯ 'อิ๊งค์'นั่งรวม รมต.คนอื่น". แนวหน้า. 3 กรกฎาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 4 กรกฎาคม 2025.
- ↑ "ด่วน! ศาล รธน.สั่ง 'แพทองธาร' พ้นนายกฯ ผิดจริยธรรมร้ายแรง". กรุงเทพธุรกิจ. 29 สิงหาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 29 สิงหาคม 2025.
- ↑ ""ครม.รักษาการ" ประชุมนัดพิเศษ 30 ส.ค. ที่ทำเนียบฯ หลัง "อิ๊งค์" หลุดนายกฯ". ไทยรัฐ. 29 สิงหาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 29 สิงหาคม 2025.
- ↑ "ครม.ไฟเขียว 'ร่างปฏิญญาบาหลี 2568' ปักธงชูวัฒนธรรม-ภูมิปัญญาท้องถิ่นเชื่อมเวทีโลก". มติชน. 2 กันยายน 2025. สืบค้นเมื่อ 2 กันยายน 2025.
นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)...
- ↑ ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนพิเศษ 240 ง วันที่ 4 กันยายน 2567
- ↑ ก๊วนไทยสร้างไทย ยันชื่อ ฉันทวิชญ์ นั่งรมช.ศึกษาฯ โควต้าเพื่อไทย ด้าน อนุดิษฐ์ หลุดโผ
- ↑ คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงต่อรัฐสภา วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๗
- ↑ "นายกฯ ชี้ใช้คำแรงไป "ครม.สืบสันดาน" ย้ำตั้งใจทำงาน". Thai PBS.
- ↑ "ความรู้เรื่อง "สืบสันดาน" จาก "ม.1629" ถึง "Netflix"". www.thairath.co.th. 2024-09-09.
- ↑ "เปิดฉายารัฐบาล ปี67 'รัฐบาลพ่อเลี้ยง' นายกฯ 'แพทองโพย'". กรุงเทพธุรกิจ. 23 ธันวาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 23 ธันวาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)