กรุงเทพมหานคร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Bangkok)
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ กรุงเทพ
กรุงเทพมหานคร
บางกอก
การปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ
โลหะปราสาทของวัดราชนัดดารามเป็นเพียงโลหะปราสาทแห่งเดียวที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้ ภาพต่อมา พระนอนที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศ ภาพถัดไป วัดพระแก้วซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย ภาพถัดไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ภาพถัดมา ศูนย์การค้าที่คับคั่งที่สุดในประเทศไทย และภาพสุดท้าย ภาพกรุงเทพยามค่ำคืน
ด้านบน: โลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหาร, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, เซ็นทรัลเวิลด์, สยามพารากอน
A green rectangular flag with the seal of Bangkok in the centre
ธง
A round seal bearing the image of Indra riding Airavata among clouds, with the words "Krung Thep Maha Nakhon" (in Thai) across the top
ตรา
คำขวัญ:
  • กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง
  • เมืองศูนย์กลางการปกครอง
  • วัดวังงามเรืองรอง
  • เมืองหลวงของประเทศไทย[1]
Map of Thailand, with a small highlighted area near the centre of the country, near the coast of the Gulf of Thailand
แผนที่ประเทศไทยเน้นกรุงเทพมหานคร
พิกัดภูมิศาสตร์: 13°45′0″N 100°31′1.20″E / 13.75000°N 100.5170000°E / 13.75000; 100.5170000พิกัดภูมิศาสตร์: 13°45′0″N 100°31′1.20″E / 13.75000°N 100.5170000°E / 13.75000; 100.5170000[2]
ประเทศ  ไทย
ภูมิภาค ภาคกลาง
ตั้งรกราก คริสต์ศตวรรษที่ 15
ก่อตั้งขึ้นเป็นเมืองหลวงเมื่อ 21 เมษายน พ.ศ. 2325
นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นใหม่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515
Founded by พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ปกครองโดย กรุงเทพมหานคร
การปกครอง
 • ประเภท การปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ
 • ผู้ว่าราชการ สุขุมพันธุ์ บริพัตร
พื้นที่[2]
 • เมือง 1,568.737 กม.2 (605.693 ตร.ไมล์)
 • Metro[3] 7,761.6 กม.2 (2,996.8 ตร.ไมล์)
ความสูง[4] 1.5 m (4.9 ft)
ประชากร (2010 สำมะโน)[5]
 • เมือง 8,280,925 คน
 • ความหนาแน่น 5,300คน/กม.2 (14,000คน/ตร.ไมล์)
 • มหานคร 14,565,547
 • ความหนาแน่นในมหานคร 1,900คน/กม.2 (4,900คน/ตร.ไมล์)
คำเรียกพลเมือง Bangkokian
เขตเวลา Thailand (UTC+7)
Postal code 10###
รหัสพื้นที่ 02
ISO 3166 TH-10
โทรศัพท์ (+66) 0 2246 0301-3
เว็บไซต์ bangkok.go.th
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวงและนครที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการปกครอง การศึกษา การคมนาคมขนส่ง การเงินการธนาคาร การพาณิชย์ การสื่อสาร และความเจริญของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีชื่อยาวที่สุดในโลกอีกด้วย ตั้งอยู่บนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านและแบ่งเมืองออกเป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี โดยกรุงเทพมหานครมีพื้นที่ทั้งหมด 1,568.737 ตารางกิโลเมตร มีประชากรตามทะเบียนราษฎรกว่าห้าล้านคน ทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเอกนคร (primate city) จัด และศูนย์ชุมชนอื่นของประเทศไทยด้อยความสำคัญลง มีผู้กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเป็น "เอกนครที่สุดในโลก" เพราะมีประชากรมากกว่านครที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองถึงสี่สิบเท่า[6]

มหาวิทยาลัยลัฟเบอระ (Loughborough University) จัดกรุงเทพมหานครว่าเป็นนครโลกระดับแอลฟาลบ[7] กรุงเทพมหานครมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น พระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งวิมานเมฆและวัดต่าง ๆ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 10 ล้านคนในแต่ละปี นับเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศมากที่สุดในโลกซึ่งได้ชนะกรุงลอนดอนอดีตแชมป์ปี 2012 ได้สำเร็จ[8]

กรุงเทพมหานครเป็นเขตปกครองพิเศษของประเทศไทย มิได้มีสถานะเป็นจังหวัด คำว่า กรุงเทพมหานคร นั้นยังใช้เรียกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครอีกด้วย ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นโดยตรง

ในสมัยอาณาจักรอยุธยา กรุงเทพมหานครยังเป็นเพียงสถานีการค้าขนาดเล็กอยู่ที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมา มีขนาดเพิ่มขึ้นและเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงสองแห่ง คือ กรุงธนบุรีในปี พ.ศ. 2311 และกรุงรัตนโกสินทร์ใน พ.ศ. 2325 กรุงเทพมหานครเป็นหัวใจของการทำให้ประเทศสยามทันสมัย และเป็นเวทีกลางของการต่อสู้ทางการเมืองของประเทศตลอดคริสต์ศตวรรษที่ 20 นครเติบโตอย่างรวดเร็วและปัจจุบันมีผลกระทบสำคัญต่อการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา สื่อและสังคมสมัยใหม่ของไทย ในช่วงที่การลงทุนในเอเชียรุ่งเรือง ทำให้บรรษัทข้ามชาติจำนวนมากเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ภูมิภาคในกรุงเทพมหานคร ทำให้กรุงเทพมหานครเป็นกำลังหลักทางการเงินและธุรกิจในภูมิภาค นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางการขนส่งและสาธารณสุขระหว่างประเทศ และกำลังเติบโตเป็นศูนย์กลางศิลปะ แฟชันและการบันเทิงในภูมิภาค อย่างไรก็ดี การเติบโตอย่างรวดเร็วของกรุงเทพมหานครขาดการวางผังเมือง ทำให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอ ถนนที่จำกัดและการใช้รถส่วนบุคคลอย่างกว้างขวางส่งผลให้เกิดปัญหาจราจรแออัดเรื้อรัง

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

แผนที่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17 ใน Du Royaume de Siam ของ ซีมง เดอ ลา ลูแบร์

พื้นที่บริเวณกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน เดิมเป็นที่ตั้งของเมืองธนบุรีศรีมหาสมุทร ชาวต่างชาติเรียกกันว่า "บางกอก" มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา[9] มีความสำคัญเนื่องจากเป็นเส้นทางออกสู่ทะเลและติดต่อค้าขายกับอาณาจักรต่าง ๆ เป็นเมืองหน้าด่านขนอน คอยดูแลเก็บภาษีกับเรือสินค้าทุกลำที่ผ่านเข้าออก ส่วนบริเวณปากน้ำตรงอ่าวไทย เรียกกันว่า "นิวอัมสเตอร์ดัม" มีชุมชนใหญ่และโกดังของชาวต่างประเทศไว้สำหรับพักสินค้า ปัจจุบันคือพื้นที่บริเวณอำเภอพระประแดง[9]

ที่มาของคำว่า "บางกอก" นั้น มีข้อสันนิษฐานว่าอาจมาจากการที่แม่น้ำเจ้าพระยาคดเคี้ยวไปมา บางแห่งมีสภาพเป็นเกาะเป็นโคก จึงเรียกกันว่า "บางเกาะ" หรือ "บางโคก" หรือไม่ก็เป็นเพราะบริเวณนี้มีต้นมะกอกอยู่มาก จึงเรียกว่า "บางมะกอก" โดยคำว่า "บางมะกอก" มาจากวัดอรุณ ซึ่งเป็นชื่อเดิมของวัดดังกล่าว และต่อมาต่อมากร่อนคำลงจึงเหลือแต่คำว่าบางกอก[9][10]

ต่อมาเมื่อถึงคราวเสียกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. 2310 หลังการกอบกู้อิสรภาพจากพม่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงสถาปนาเมืองธนบุรีศรีมหาสมุทรให้เป็นราชธานีแห่งใหม่ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2313[9] ครั้นสิ้นรัชกาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกได้ขึ้นเสวยราชสมบัติ ทรงพระนามว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี มีพระราชดำริว่า ฟากตะวันออกของกรุงธนบุรีมีชัยภูมิดีกว่าตะวันตก เพราะมีลำน้ำเป็นขอบเขตอยู่กว่าครึ่ง หากข้าศึกยกมาติดถึงชานพระนคร ก็จะต่อสู้ป้องกันได้ง่ายกว่าอยู่ข้างตะวันตก จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างกรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นราชธานีแห่งใหม่ โดยสืบทอดศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมจากพระราชวังหลวงของกรุงศรีอยุธยา[9]

พระองค์มีพระบรมราชโองการให้พระยาธรรมาธิกรณ์กับพระยาวิจิตรนาวี เป็นแม่กองคุมช่างและไพร่ไปวัดกะที่ดินเพื่อสร้างพระนครใหม่ในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2325 ทรงประกอบพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ย่ำรุ่งแล้ว 9 บาท (54 นาที) ปีขาล จ.ศ. 1144 จัตวาศก ตรงกับวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 เวลา 6.54 น.[9] และทรงประกอบพระราชพิธีปราบดาภิเษกในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2325[9]

ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนชื่อพระนครจาก บวรรัตนโกสินทร์ เป็น อมรรัตนโกสินทร์ และมีฐานะในการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็น "จังหวัดพระนคร"[ต้องการอ้างอิง]

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ตัดถนนใหม่ขึ้น ทรงดำริให้ตัดถนนเจริญกรุง เป็นถนนเส้นแรกในกรุงเทพมหานคร ก่อสร้างเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2404[11] และเปลี่ยนรูปแบบผังเมืองกรุงเทพมหานครเฉกเช่นอารยประเทศ เนื่องจากในสมัยนั้นสยามประเทศถูกคุกคามจากมหาอำนาจยุโรป และตรงจุดนี้เป็นหนึ่งในข้ออ้างที่มหาอำนาจนำมาใช้เพื่อแทรกแซงและคุกคามสยามประเทศ ภายหลัง ต่างชาติยุโรปเองได้ยอมรับกรุงเทพมหานครว่า เป็นหนึ่งในเมืองที่มีผังเมืองงดงามที่สุดในโลกในสมัยนั้น[12]

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2514 รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจรได้รวม จังหวัดพระนคร และ จังหวัดธนบุรี เข้าด้วยกันเป็น นครหลวงกรุงเทพธนบุรี[13] และภายหลังการปรับปรุงการปกครองใหม่เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515 จึงได้เปลี่ยนเป็นชื่อเป็น กรุงเทพมหานคร แต่นิยมเรียกกันว่า กรุงเทพฯ[14]

ในปี พ.ศ. 2554 กรุงเทพมหานครได้รับการประกาศจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ให้เป็นเมืองหนังสือโลก หรือ World Book Capital ประจำปี พ.ศ. 2556[15] กรุงเทพมหานครติดอันดับที่ 102 เมืองน่าอยู่ของโลก จัดอันดับโดย The Economist Intelligence Unit[16]

ชื่อเมือง[แก้]

กรุงเทพมหานคร

คำว่า กรุงเทพมหานคร แปลว่า "พระนครอันกว้างใหญ่ดุจเทพนคร" มาจากชื่อเต็มว่า กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์[17] มีความหมายว่า พระนครอันกว้างใหญ่ ดุจเทพนคร เป็นที่สถิตของพระแก้วมรกต เป็นมหานครที่ไม่มีใครรบชนะได้ มีความงามอันมั่นคง และเจริญยิ่ง เป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ด้วยแก้วเก้าประการ น่ารื่นรมย์ยิ่ง มีพระราชนิเวศใหญ่โตมากมาย เป็นวิมานเทพที่ประทับของพระราชาผู้อวตารลงมา ซึ่งท้าวสักกเทวราชพระราชทานให้ พระวิษณุกรรมลงมาเนรมิตไว้[18]

โดยนามเดิมที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ พระราชทานในตอนแรกนั้น ใช้ชื่อว่า “กรุงรัตนโกสินทร์อินท์อโยธยา” ต่อมาในในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแก้นามพระนครเป็น “กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินท์ มหินทอยุธยา” จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนคำว่า บวร เป็น อมร เปลี่ยนคำว่า มหินทอยุธยา โดยวิธีการสนธิศัพท์เป็น มหินทรายุธยา และเติมสร้อยนามต่อ ทั้งเปลี่ยนการสะกดคำ สินท์ เป็น สินทร์ จนเป็นที่มาของชื่อเต็มของกรุงรัตนโกสินทร์ ข้างต้น[18]

ชื่อทางการของกรุงเทพมหานครเมื่อถอดเป็นอักษรโรมัน คือ "Krung Thep Maha Nakhon" แต่คนทั่วไปนิยมทับศัพท์ตามชื่อที่ผู้พูดภาษาอังกฤษเรียกเมืองนี้ว่า "Bangkok" ซึ่งมาจากชื่อเดิมของกรุงเทพมหานคร คือ "บางกอก"

กรุงเทพมหานครได้ชื่อว่าเมืองที่มีชื่อยาวที่สุดในโลกบันทึกไว้ในกินเนสส์บุ๊ก แปลความเป็นภาษาอังกฤษว่า "City of angels, great city of immortals, magnificent city of the nine gems, seat of the king, city of royal palaces, home of gods incarnate, erected by Visvakarman at Indra's behest."[19]

ชื่อเต็มของกรุงเทพมหานคร เมื่อถอดเป็นอักษรโรมัน คือ "Krungthepmahanakhon Amonrattanakosin Mahintharayutthaya Mahadilokphop Noppharatratchathaniburirom Udomratchaniwetmahasathan Amonphimanawatansathit Sakkathattiyawitsanukamprasit"[17] ซึ่งเป็นชื่อสถานที่ที่ยาวที่สุดในโลกและได้จดบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊ค[20] (169 ตัวอักษร) ยาวกว่าชื่อภูเขา "ตาอูมาตาวากาตังกีฮังกาโกอาอูอาอูโอตามาทีอาโปกาอีเวนูอากีตานาตาฮู" ("Taumatawhakatangihangakoauauotamateaturipukakapikimaungahoronukupokaiwhenuakitanatahu") (85 ตัวอักษร) ในนิวซีแลนด์ และชื่อทะเลสาบ "ชาร์ก็อกกาก็อกมานชาอ็อกกาก็อกเชาบูนากุนกามาอัก" ("Chargoggagogg­manchauggagogg­chaubunagungamaugg") (45 ตัวอักษร) ในรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา

สัญลักษณ์ประจำกรุงเทพมหานคร[แก้]

ภูมิศาสตร์[แก้]

ภูมิประเทศ[แก้]

กรุงเทพมหานครจากภาพถ่ายดาวเทียม

กรุงเทพมหานครมีพื้นที่ 1,568.7 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 68 ของไทย เป็นเมืองที่กว้างที่สุดของโลก[22]และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 73 ของโลก[23] ด้วยมีแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งทอดตัวยาว 372 กิโลเมตรพาดผ่านจังหวัด ทำให้กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียงเป็นส่วนหนึ่งของที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย ซึ่งเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก พื้นที่ส่วนมากในกรุงเทพมหานครเป็นที่ราบลุ่ม ตั้งอยู่บนพื้นที่บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ซึ่งเกิดจากตะกอนน้ำพา มีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1.50-2 เมตร โดยมีความลาดเอียงจากทิศเหนือสู่อ่าวไทยทางทิศใต้ และเฉพาะลุ่มแม้น้ำเจ้าพระยาตอนล่างจะอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1.50 เมตร ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมบ่อยครั้งในช่วงฤดู​​มรสุม

อาณาเขตติดต่อ[แก้]

กรุงเทพมหานครมีอาณาเขตทางบกติดต่อกับจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดสมุทรปราการ ส่วนอาณาเขตทางทะเลอ่าวไทยตอนใน ติดต่อจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดชลบุรี โดยมีรายละเอียดดังนี้

ภูมิอากาศ[แก้]

กรุงเทพมหานครตั้งอยู่ในเขตร้อน มีภูมิอากาศร้อนแบบทุ่งหญ้าสะวันนา (Aw) ตามเกณฑ์การแบ่งภูมิอากาศโลกของวลาดีมีร์ เคิปเปิน[24] คือ อุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนที่มีอุณหภูมิต่ำสุดสูงกว่า 18 องศาเซลเซียส มีอย่างน้อย 1 เดือนที่ปริมาณน้ำฝนต่ำกว่า 60 มิลลิเมตร และเดือนที่มีฝนตกน้อยที่สุด จะมีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่า 100 ลบปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปี หารด้วย 25[ต้องการอ้างอิง]

อากาศของกรุงเทพมหานครได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (กลางเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม) และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (เดือนพฤศจิกายน-กลางเดือนกุมภาพันธ์) [25] ทำให้มีฝนตกในช่วงบ่ายถึงค่ำอย่างสม่ำเสมอ และยังก่อให้เกิดร่องมรสุมพาดผ่านในเดือนพฤษภาคมกับเดือนกันยายน ซึ่งทำให้มีฝนตกหนักกว่าปกติ แต่ในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ร่องมรสุมนี้จะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านทางเหนือ[26] ทำให้ฝนตกน้อยลง เดือนพฤศจิกายน เมื่อซีกโลกเหนือหันออกจากดวงอาทิตย์ หย่อมความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมา มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งพัดเอาความแห้งแล้งและหนาวเย็นมา ทำให้อากาศเย็นและแห้ง ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีเมฆและฝนตกน้อย ครึ่งหลังของเดือนกุมภาพันธ์ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะอ่อนกำลังลง เป็นการเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูร้อน อากาศจะร้อนขึ้นเรื่อย ๆ กระแสลมในช่วงนี้จะพัดมาจากทางใต้ หรือตะวันออกเฉียงใต้ เรียกว่าลมตะเภา[27]

ในวันที่ 27 หรือ 28 เมษายนของทุกปี ดวงอาทิตย์จะส่องตั้งฉากกับกรุงเทพมหานครพอดี ทำให้ได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์อย่างเต็มที่ และมักคาดการณ์กันว่าเป็นวันที่อากาศร้อนที่สุดของปี [28] อุณหภูมิสูงสุดที่เคยบันทึกได้คือ 40.8 องศาเซลเซียส ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 [29] ส่วนอุณหภูมิต่ำสุดที่เคยวัดได้คือ 9.9 องศาเซลเซียส ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2498 [30]

ข้อมูลภูมิอากาศของกรุงเทพมหานคร (2504-2533)
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) 32.0
(89.6)
32.7
(90.9)
33.7
(92.7)
34.9
(94.8)
34.0
(93.2)
33.1
(91.6)
32.7
(90.9)
32.5
(90.5)
32.3
(90.1)
32.0
(89.6)
31.6
(88.9)
31.3
(88.3)
32.7
(90.9)
อุณหภูมิเฉลี่ยแต่ละวัน °C (°F) 25.9
(78.6)
27.4
(81.3)
28.7
(83.7)
29.7
(85.5)
29.2
(84.6)
28.7
(83.7)
28.3
(82.9)
28.1
(82.6)
27.8
(82)
27.6
(81.7)
26.9
(80.4)
25.6
(78.1)
27.8
(82)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) 21.0
(69.8)
23.3
(73.9)
24.9
(76.8)
26.1
(79)
25.6
(78.1)
25.4
(77.7)
25.0
(77)
24.9
(76.8)
24.6
(76.3)
24.3
(75.7)
23.1
(73.6)
20.8
(69.4)
24.1
(75.4)
ปริมาณฝน มม (นิ้ว) 9.1
(0.358)
29.9
(1.177)
28.6
(1.126)
64.7
(2.547)
220.4
(8.677)
149.3
(5.878)
154.5
(6.083)
196.7
(7.744)
344.2
(13.551)
241.6
(9.512)
48.1
(1.894)
9.7
(0.382)
1,496.8
(58.929)
วันที่มีฝนตกโดยเฉลี่ย (≥ 1 mm) 1 3 3 6 16 16 18 20 21 17 6 1 128
จำนวนชั่วโมงที่มีแดด 272.8 251.4 269.7 258.0 217.0 177.0 170.5 161.2 156.0 198.4 234.0 263.5 2,629.5
แหล่งที่มา1: กรมอุตุนิยมวิทยา[31]
แหล่งที่มา 2: หอสังเกตการณ์ฮ่องกง[32]

การบริหาร[แก้]

ตราประจำจังหวัดพระนคร

ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528[33] กำหนดให้กรุงเทพมหานครมีสถานะเป็นนิติบุคคล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาจากการเลือกตั้งโดยตรง และเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารงาน อยู่ในตำแหน่งตามวาระคราวละสี่ปี นับแต่วันเลือกตั้ง โดยมีฝ่ายนิติบัญญัติ คือสภากรุงเทพมหานคร ที่ได้รับการเลือกตั้งจากชาวกรุงเทพมหานครเช่นกัน ดำเนินงานร่วมด้วย

หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนปัจจุบัน โดยดำรงตำแหน่งเป็นวาระที่สอง ตั้งแต่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2556 ส่วนปลัดกรุงเทพมหานครคนปัจจุบันคือ นินนาท ชลิตานนท์ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555 และรองปลัดกรุงเทพมหานครคือ บรรจง สุขดี ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556[34]

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลคนปัจจุบัน คือพลตำรวจโท จักรทิพย์ ชัยจินดารองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลคนปัจจุบันคือ พลตำรวจตรี อำนวย นิ่มมะโนและ พลตำรวจตรีฉันทวิทย์ รามสูต มีที่ทำการตั้งอยู่ที่วังปารุสกวัน ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเหตุอาชญากรรมในกรุงเทพมหานคร

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

เขต[แก้]

ดูบทความหลักที่: เขต (หน่วยการปกครอง)
แผนที่แสดงเขต 50 เขตของกรุงเทพมหานคร

รายชื่อเขต 50 เขตของกรุงเทพมหานคร

  1. เขตพระนคร
  2. เขตดุสิต
  3. เขตหนองจอก
  4. เขตบางรัก
  5. เขตบางเขน
  6. เขตบางกะปิ
  7. เขตปทุมวัน
  8. เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
  9. เขตพระโขนง
  10. เขตมีนบุรี
  11. เขตลาดกระบัง
  12. เขตยานนาวา
  13. เขตสัมพันธวงศ์
  14. เขตพญาไท
  15. เขตธนบุรี
  16. เขตบางกอกใหญ่
  17. เขตห้วยขวาง
  18. เขตคลองสาน
  19. เขตตลิ่งชัน
  20. เขตบางกอกน้อย
  21. เขตบางขุนเทียน
  22. เขตภาษีเจริญ
  23. เขตหนองแขม
  24. เขตราษฎร์บูรณะ
  25. เขตบางพลัด
  1. เขตดินแดง
  2. เขตบึงกุ่ม
  3. เขตสาทร
  4. เขตบางซื่อ
  5. เขตจตุจักร
  6. เขตบางคอแหลม
  7. เขตประเวศ
  8. เขตคลองเตย
  9. เขตสวนหลวง
  10. เขตจอมทอง
  11. เขตดอนเมือง
  12. เขตราชเทวี
  13. เขตลาดพร้าว
  14. เขตวัฒนา
  15. เขตบางแค
  16. เขตหลักสี่
  17. เขตสายไหม
  18. เขตคันนายาว
  19. เขตสะพานสูง
  20. เขตวังทองหลาง
  21. เขตคลองสามวา
  22. เขตบางนา
  23. เขตทวีวัฒนา
  24. เขตทุ่งครุ
  25. เขตบางบอน

ประชากร[แก้]

สถิติประชากรตามทะเบียนราษฎร
กรุงเทพมหานคร[35]
ปี (พ.ศ.) ประชากร
2549 5,695,956
2550 5,716,248
2551 5,710,883
2552 5,702,595
2553 5,701,394
2554 5,674,843
2555 5,673,560
2556 5,686,252

ปี พ.ศ. 2555 เขตบางแคเป็นเขตที่มีประชากรมากที่สุดในกรุงเทพมหาคนมีจำนวนประชากรทั้งสิ้น191,781 ราย[36]

ปี พ.ศ. 2554 กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นอันดับที่ 13 ของโลก[37] ทั้งนี้เนื่องจากประชากรในกรุงเทพมหานครนั้นมีทั้งที่เป็นแรงงานข้ามชาติ ประชาชนจากต่างจังหวัดซึ่งไม่ได้ขึ้นทะเบียนราษฎรที่กรุงเทพมหานครจำนวนมาก

เศรษฐกิจ[แก้]

กรุงเทพมหานครมีรายได้หลักจากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม[38]โดยในอดีตที่ผ่านมารายได้นี้มีมากกว่าเงินที่รัฐบาลสนับสนุน

กรุงเทพมหานครเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศร้อยละ 25 มาจากรุงเทพมหานคร[39] ซึ่งมาจากการค้าปลีกและค้าส่งมากที่สุด ร้อยละ 24.31 รองลงมาได้แก่ อุตสาหกรรมโรงงาน ร้อยละ 21.23 อุตสาหกรรมขนส่งและอุตสาหกรรมสื่อสาร ร้อยละ 13.89 โรงแรมและภัตตาคาร ร้อยละ 9.04

กรุงเทพมหานครยังเป็นอีกเมืองหนึ่งที่กลุ่มทุนข้ามชาติต้องการเข้ามาทำธุรกิจในกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง โดยใน พ.ศ. 2529 บริษัทญี่ปุ่นต่าง ๆ ได้ดำเนินการอย่างจริงจังในการเคลื่อนไหวที่จะย้ายฐานการผลิตออกสู่ต่างประเทศ เป้าหมายหนึ่งคือ ที่กรุงเทพมหานคร[40]

จากการขยายธุรกิจของต่างชาติส่งผลให้มีการจ้างแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานครจำนวนมาก[41] ส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดปัญหาความแออัดในกรุงเทพมหานครมากขึ้น แรงงานต่างด้าวเหล่านี้ถูกยกเป็นข้อสนับสนุนและเป็นหลักฐานว่า กรุงเทพมหานครกำลังเผชิญกับภาวะการขาดแคลนแรงงานเพราะโครงสร้างประชากรในวัยทำงานลดน้อยลง[42]

การคมนาคมเข้าสู่กรุงเทพมหานครมีมากกว่าจังหวัดอื่น เช่นท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง รวมถึงถนนในกรุงเทพมหานครที่มีจำนวนกว่า 250 สาย กรุงเทพมหานครเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรม 4 แห่ง[43] ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง นิคมอุตสาหกรรมบางชัน นิคมอุตสาหกรรมอัญธานี โครงการ 2 และ นิคมอุตสาหกรรมอัญธานี

อนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2552 เป็นปีแรกในรอบห้าปี ซึ่งโครงสร้างเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร หดตัวลง ยกเว้นภาคธนาคาร และภาคบริหารของรัฐ[44] และในปี พ.ศ. 2557 อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (อีไอยู) หน่วยงานวิจัยในเครือ อีโคโนมิสต์ กรุ๊ป รายงานการจัดอันดับ เมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกประจำปี ผลปรากฏว่า กรุงเทพมหานครอยู่ในอันดับที่ 61[45]

พลังงาน[แก้]

ใน พ.ศ. 2555 กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแรกของประเทศไทยที่เปิดสถานีพลังงานสีเขียวโดยใช้พลังงานทดแทนโดยความร่วมมือจากบริษัท บางจากปิโตรเลียม[46]

การศึกษา[แก้]

กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางการศึกษาของประเทศ มีสถาบันอุดมศึกษาตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มหาวิทยาลัยทั้งของภาครัฐและเอกชนตั้งอยู่ในหรือรอบ ๆ เมืองหลวง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัญญาชนต่าง ๆ ของประเทศล้วนมาจากการบ่มเพาะทั้งศาสตร์และศิลป์จากสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำในระดับอุดมศึกษาของกรุงเทพมหานครทั้งสิ้น เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ปูรากฐานให้นักคิดมาเกือบศตวรรษ กว่าทศวรรษที่ผ่านมา แนวโน้มของการใฝ่หาการศึกษาระดับปริญญาทำให้เกิดมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียนไทย กรุงเทพมหานครไม่กลายเป็นเพียงสถานที่ที่ผู้อพยพและคนต่างจังหวัดแสวงหาโอกาสในการทำงาน แต่ยังเป็นโอกาสที่จะได้รับปริญญาจากมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหงก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2514[47] เป็นมหาวิทยาลัยตลาดวิชาเพียงแห่งเดียวในประเทศ แต่ก็มีการลงทะเบียนเรียนของนักศึกษาสูงที่สุดเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ของไทย มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นหนึ่งในวิธีที่รัฐบาลไทยใช้จัดการกับการเพิ่มขึ้นของความต้องการการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ความต้องการในการศึกษาระดับสูงได้นำไปสู่​​การก่อตั้งมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยอื่น ๆ อีกมากมายในเขตเมือง วิทยาลัยอาชีวและวิทยาลัยเทคนิคก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ในปีที่ผ่านมา สถาบันเอกชนจำนวนมากได้ริเริ่มจัดตั้งโปรแกรมการแลกเปลี่ยนและหลักสูตรสองปริญญากับสถาบันจากตะวันตกขึ้นในกรุงเทพ การเพิ่มขึ้นของจำนวนโรงเรียนที่มีหลักสูตรนานาชาติได้ช่วยยกระดับมาตรฐานการแข่งขันของสถาบันของรัฐให้สามารถแข่งขันกับเอกชนได้ นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัยสงฆ์าอีกสองแห่งได้แก่ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยในกำกับของกรุงเทพมหานคร อีกหนึ่งแห่งได้แก่ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

สาธารณสุข[แก้]

กรุงเทพมหานครมีโรงพยาบาลตามกฎหมาย 130 แห่งในจำนวนนี้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางทันตกรรม 2 แห่ง และศูนย์การแพทย์อีกหลายแห่ง ซึ่งรวมสถาบันแพทยศาสตร์ 8 แห่งจาก 15 แห่งของประเทศ โรงพยาบาลหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร เป็นระดับตติยภูมิ ซึ่งรับการส่งต่อโรคที่ต้องการวิธีรักษาที่ซับซ้อนจากโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ กรุงเทพมหานครมีโรงพยาบาลรัฐ 34 แห่ง สังกัดกรุงเทพมหานคร 6 แห่ง [48] มีโรงพยาบาลเอกชน 107 แห่ง[49] ที่มีชื่อเสียงมาก เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เป็นโรงพยาบาลระดับนานาชาติ โรงพยาบาลที่ใกล้เคียง คือ โรงพยาบาลสมิติเวชและทั้ง 3 แห่งได้การรับรองจากคณะกรรมการร่วมระหว่างประเทศ[ต้องการอ้างอิง]

ด้านโรงพยาบาลรักษาสัตว์ กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีทั้งหมดอย่างน้อย 44 แห่ง[50] ด้านการเสริมสร้างสาธารณสุขกรุงเทพมหานครได้มีศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอน[51] ไว้บริการประชาชน

สาธารณภัย[แก้]

การสาธารณภัยในกรุงเทพมหานครเริ่มอย่างจริงจังเมื่อ พ.ศ. 2502 โดยได้มีการจัดตั้งสถานีดับเพลิงบางรัก ในซอยเจริญกรุง 36 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ไปรษณีย์บางรัก โดยอาคารดังกล่าว สร้างตั้งแต่พ.ศ. 2433 ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีสถานีดับเพลิง 35 แห่ง[52]ภายใต้การควบคุมของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันมี พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ เป็นผู้อำนวยการ นายสุรเกียรติ ลิ้มเจริญและพ.ต.อ.เทวานุวัฒน์ อนิรุทธเทวาเป็นรองผู้อำนวยการ[53]นายสมชัย สุรกาญจน์กุลเป็นเลขานุการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร

การท่องเที่ยว[แก้]

กรุงเทพมหานครยามค่ำคืน

กรุงเทพมหานครเป็นจุดท่องเที่ยวจุดหนึ่ง โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ พระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) วัดอรุณราชวราราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม พระที่นั่งอนันตสมาคม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ถนนสีลม สยามสแควร์ มาดามทุซโซต์ กรุงเทพ พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ (เจริญกรุง)

ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า[แก้]

ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในกรุงเทพมหานครเปิดใน พ.ศ. 2368 เมื่อหลวงอาวุธวิเศษประเทศพาณิช (โรเบิร์ต ฮันเตอร์) ได้ขอพระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์พระบรมราชานุญาตให้เช่าที่ดินของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) สร้างอาคารสำนักงานและโรงเก็บสินค้าคนไทยสมัยนั้นเรียกว่า ห้างหันแตร[54] ปัจจุบันศูนย์การค้าเป็นที่นิยมมากกว่าห้างสรรพสินค้าทั้งด้านการท่องเที่ยวและการพาณิชย์[ต้องการอ้างอิง] ศูนย์การค้าต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครได้สร้างรายได้ทั้งจากภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะให้แก่กรุงเทพมหานครด้วย[55]

โรงภาพยนตร์[แก้]

โรงภาพยนตร์ในกรุงเทพมหานครเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2440[56] ได้แก่ โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุงเป็นโรงมหรสพแห่งแรกของเอเชียที่ใช้เครื่องปรับอากาศ[57] ปัจจุบัน โรงภาพยนตร์มักตั้งอยู่ในศูนย์การค้าต่าง ๆ

วัดและพระราชวัง[แก้]

กรุงเทพมหานครมีวัดทั้งหมด 449 แห่ง[note 1][58] โดยเขตที่มีวัดมากที่สุดได้แก่เขตบางกอกน้อย มีทั้งสิ้น 32 วัด[59] พระราชวังมีทั้งหมด 8 แห่ง วังมีทั้งหมด 17 แห่ง[note 2] (ข้อมูลวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2554)

การจัดลำดับเมืองท่องเที่ยว[แก้]

ประเภทจำนวนนักท่องเที่ยว[แก้]

  • การจัดลำดับโดยเว็บไซต์ยูโรมอนิเตอร์ ในปี พ.ศ. 2549 กรุงเทพมหานครมีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดในโลกเป็นอันดับสองรองจากกรุงลอนดอน[60]
  • การจัดลำดับโดย Master Card Global Deslination Cities Index 2012 กรุงเทพมหานครคว้าอันดับ 1 สุดยอดเมืองจุดหมายปลายทางของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเป็นอันดับ 3 ของโลก[61]

ในปี พ.ศ. 2556 MasterCard Global Destination Cities Index 2013 ระบุว่ากรุงเทพมหานครมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 1 ของโลก[62]

ประเภทเมืองท่องเที่ยว[แก้]

  • การจัดอันดับของนิตยสารทราเวลแอนด์เลเชอร์ (Travel and Leisure)[63]กรุงเทพมหานครได้รับเลือกให้เป็นเมืองน่าเที่ยวอันดับหนึ่งของโลกใน พ.ศ. 2551, 2553, 2554 และ 2555[64]
  • ขณะที่นิตยสาร Askmen ระบุว่าผลสำรวจกรุงเทพได้รับความเป็นนิยมเป็นอันดับที่ 17 ของเมืองที่น่าไปมากที่สุดในโลกจากทั้งหมด 29 อันดับ[65]
  • ด้านเว็บไซต์ TripAdvisor ได้เปิดเผยผลสำรวจว่ากรุงเทพมหานครเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ประหยัดค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเป็นอันดับที่ 3 จาก 48 เมืองทั่วโลก[66]ในปีพ.ศ. 2556 กรุงเทพมหานครเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ของเอเซียและอันดับที่ 13 ของโลก[67]จากเว็บไซต์ TripAdvisor

การคมนาคม[แก้]

ภาพทางด่วนบริเวณแยกมักกะสันยามค่ำคืน ซึ่งมีปริมาณรถ 1.5 ล้านคันต่อวัน[68]

เดิมทีกรุงเทพมหานครใช้การสัญจรทางน้ำเป็นหลัก โดยมีคลองมากจนได้ฉายาว่า "เวนิสตะวันออก" แต่ปัจจุบันบางแห่งได้มีการถมคลองเพื่อที่อยู่อาศัย การคมนาคมจึงเน้นหนักไปทางบกแทน ถนนสายแรกคือ ถนนเจริญกรุง ซึ่งสร้างเสร็จใน พ.ศ. 2407 หลังจากนั้น ได้มีการสร้างถนนใหม่ขึ้นมากมาย เช่น ถนนบำรุงเมือง ถนนเฟื่องนคร ประมาณ พ.ศ. 2533 ได้มีการสร้างทางพิเศษขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัด ระบบขนส่งสาธารณะทางบกสมัยใหม่ ได้แก่ รถแท็กซี่ รถตุ๊กตุ๊ก เป็น ส่วนระบบขนส่งทางราง ได้มีส่วนเข้ามาดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2436 โดยให้บริการระบบรถราง ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ พ.ศ. 2437 แต่ได้ถูกยกเลิกไปในปี พ.ศ. 2511 และใน พ.ศ. 2542 ได้มีการเปิดบริการรถไฟฟ้าสายแรก ชื่อว่า รถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนระบบขนส่งทางน้ำนั้น ให้บริการเส้นทางในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองแสนแสบ

การเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดต่างๆ มีหลายเส้นทาง ได้แก่ ทางหลวงแผ่นดิน ทางรถไฟ นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย

ทางรถยนต์[แก้]

ถนนพระรามที่ 2 ในกรุงเทพมหานคร

กรุงเทพมหานครเป็นจุดเริ่มต้นของถนนหลักของประเทศไทย ได้แก่

ทั้งนี้ มีทางหลวงสายหลักที่ไม่ได้เริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร เช่น ถนนมิตรภาพ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 สายตะวันออกเฉียงเหนือ) ซึ่งเริ่มต้นที่จังหวัดสระบุรี แต่ในสะพานข้ามคลองยังคงนับหลักกิโลเมตรจากกรุงเทพมหานครอยู่

ทางหลวงพิเศษ

ในเขตกรุงเทพมหานครมีทางหลวงพิเศษ 3 สาย ได้แก่

  1. ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (ถนนมอเตอร์เวย์) รวม 126 กิโลเมตร เปิดใช้บริการครั้งแรก 79 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2541
  2. ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (ถนนกาญจนาภิเษก) เปิดใช้บริการส่วนต่อขยายครั้งล่าสุด (ด้านใต้) วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
  3. ทางหลวงพิเศษหมายเลข 338 (ถนนบรมราชชนนี)
ดูเพิ่มเติมที่: ทางหลวงพิเศษ
ทางยกระดับ
  1. ทางยกระดับอุตราภิมุข มีระยะทางรวมประมาณ 28 กิโลเมตร ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในการบริหารจัดการโดยบริษัททางยกระดับดอนเมืองจำกัด (มหาชน) ระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตรจากดินแดงถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ (ทางยกระดับดอนเมือง) เปิดบริการเมื่อ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2537 และอยู่ในการบริหารจัดการโดยกรมทางหลวง ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร จากอนุสรณ์สถานแห่งชาติถึงรังสิต (ส่วนของกรมทางหลวง) เปิดบริการเมื่อ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2541
  2. ทางคู่ขนานลอยฟ้าพระบรมราชชนนี จากทางแยกอรุณอมรินทร์ถึงทางแยกต่างระดับสิรินธรระยะทาง 4.50 กิโลเมตร และจากทางแยกต่างระดับสิรินธรถึงจุดสิ้นสุดโครงการ บริเวณเลยจุดข้ามทางแยกต่างระดับพุทธมณฑล สาย 2 ไปอีก 500 เมตร ระยะทาง 9.30 กิโลเมตร เปิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2541[69]
ทางพิเศษ
ดูเพิ่มเติมที่: ทางพิเศษในประเทศไทย
ทางพิเศษดินแดง ช่วงทางขึ้น

กรุงเทพมหานครมีทางพิเศษ (ทางด่วน) ทั้งหมด 9 เส้นทาง ทางเชื่อมพิเศษทั้งหมด 2 เส้นทาง แบ่งเป็นทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย 8 เส้นทาง[70] ทางเชื่อมพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย 2 เส้นทาง และ ทางหลวงพิเศษของกรมทางหลวง 1 เส้นทาง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด โดยประชาชนต้องชำระเงินเป็นกรณีพิเศษ

  • ทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้แก่
  1. ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ระบบทางด่วนขั้นที่ 1) ระยะทางรวม 27.1 กิโลเมตร ประกอบด้วย
    1. สายดินแดง-ท่าเรือ ระยะทาง 8.9 กิโลเมตร เปิดให้บริการ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2524
    2. สายบางนา-ท่าเรือ ระยะทาง 7.9 กิโลเมตร เปิดให้บริการ 17 มกราคม พ.ศ. 2526
    3. สายดาวคะนอง-ท่าเรือ ระยะทาง 10.3 กิโลเมตร เปิดให้บริการ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2530
  2. ทางพิเศษศรีรัช (ระบบทางด่วนขั้นที่ 2) ระยะทางรวม 28.4กิโลเมตร เปิดให้บริการ 2 กันยายน พ.ศ. 2536
  3. ทางพิเศษฉลองรัช (ทางด่วนสายรามอินทรา-อาจณรงค์) ระยะทาง 18.7 กิโลเมตร ทางพิเศษฉลองรัชได้เปิดให้บริการตลอดสาย เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2539
  4. ทางพิเศษบูรพาวิถี (ทางด่วนสายบางนา-ชลบุรี) ระยะทาง 55 กิโลเมตร เปิดให้บริการตลอดสายเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543
  5. ทางพิเศษอุดรรัถยา (ทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด) ระยะทางรวม 32 กิโลเมตร ระยะที่ 1 ทาง 22 กิโลเมตร เปิดให้บริการ 2 ธันวาคม 2541 และระยะที่ 2 ระยะทาง 10 กิโลเมตร เปิดให้บริการ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542
  6. ทางพิเศษสาย S1 ระยะทาง 4.7 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นทางยกระดับ 6 ช่องจราจร เปิดให้บริการ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2548
  7. ทางพิเศษสายรามอินทรา-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ระยะทาง 9.5 กิโลเมตร เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2552
  8. ทางพิเศษสายสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ ก่อสร้างเป็นทางขนาด 6 ช่องจราจร ระยะทาง 22.5 กิโลเมตร เปิดให้บริการวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
  • ทางเชื่อมพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้แก่
  1. ทางเชื่อมทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์กับทางพิเศษบูรพาวิถี[71]เปิดบริการ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2552
  2. ทางเชื่อมต่อทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์กับถนนวงแหวนอุตสาหรรม 2 กิโลเมตร[72]เปิดใช้ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ทางรถโดยสารประจำทาง[แก้]

รถโดยสารประจำทางในกรุงเทพมหานคร

รถโดยสารประจำทางมีหลายสายเพื่อเป็นการบริการประชาชน ให้บริการในราคาย่อมเยา โดยรถโดยสารประจำทางเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีทั้งหมด 254 สาย ซึ่งในจำนวนนี้มีที่ขึ้นทางด่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย 36 เส้นทาง และเป็นเส้นทางที่ใช้รถปรับอากาศในเส้นทางเดียวกับเส้นทางปกติ 143 เส้นทาง ดังนั้นจึงคงเหลือรถธรรมดาที่ไม่ขึ้นทางด่วนและไม่มีรถปรับอากาศบริการในเส้นทางนั้น ๆ 75 เส้นทาง รถโดยสารร่วมบริการขนาดเล็ก (มินิบัส) ราคา 8 บาทตลอดสาย รถโดยสารธรรมดาของ ขสมก. ราคา 6.50 บาทตลอดสาย รถโดยสารธรรมดาร่วมบริการราคา 8 บาทตลอดสาย รถโดยสารปรับอากาศราคาเริ่มต้น 10 บาท และรถโดยสารปรับอากาศแบบยูโร 2 ราคาเริ่มต้น 11 บาท โดยหากใช้บริการในยามค่ำระหว่างช่วง 23:00 ถึง 5:00 ราคาจะเพิ่มขึ้น 1.50 บาท ตลอดสาย และหากรถขึ้นทางด่วนจะเพิ่มราคาขึ้นอีก 2 บาท (ค่าธรรมเนียมรถบริการตลอดคืน และรถบริการทางด่วนนี้ จะจัดเก็บเฉพาะรถโดยสารธรรมดา ส่วนรถโดยสารปรับอากาศ จะไม่มีการจัดเก็บแต่อย่างใด)

ประเภทของรถ สี ค่าโดยสาร เวลาบริการ ทางด่วน
รถธรรมดา ครีม-แดง 6.50 05:00-23:00 8.50
รถธรรมดา ครีม-แดง 8 23.00-05.00 10
รถธรรมดา ขาว-น้ำเงิน 8 05.00-23.00 10
รถธรรมดา ขาว-น้ำเงิน 9.50 23.00-05.00 11.50
รถมินิบัส ส้ม 8 05.00-23.00
รถมินิบัส ส้ม 9.50 23.00-05.00
รถปรับอากาศ ครีม-น้ำเงิน 10 12 14 16 18 ตลอด 24 ชม.
รถปรับอากาศ (ยูโร 2) เหลือง-ส้ม 11 13 15 17 19 21 23 ตลอด 24 ชม.
รถโดยสารประจำทางต่างจังหวัด
สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (ถนนบรมราชชนนี)

รถโดยสารประจำทางหรือรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สำหรับเดินทางไปจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยมีสถานีหลักอยู่ที่

รถโดยสารประจำทางต่างประเทศ

รถโดยสารประจำทางหรือรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สำหรับเดินทางไปประเทศกัมพูชา โดยมีสถานีหลักอยู่ที่

รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ

รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ เป็นระบบขนส่งมวลชนใหม่ของกรุงเทพมหานคร มีลักษณะคล้ายกับรถประจำทาง แต่การเดินของรถนั้นแยกออกจากถนนปกติ ปัจจุบันเปิดให้บริการในเส้นทางช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ ระยะทาง 15.9 กิโลเมตร

รถปรับอากาศพิเศษ

รถปรับอากาศพิเศษ (metrobus) เป็นรถของบริษัท พรีเมียร์ เมโทรบัส จำกัด[76]บริการเดินรถในกรุงเทพมหานคร

รถตู้ประจำทาง

ปัจจุบันมีทั้งหมด 126 สาย ให้บริการระหว่าง 05.00 น. ถึง 22.00 น. ค่าบริการอยู่ที่ 10-35 บาท[77] เป็นรถปรับอากาศร่วมบริการ ขสมก. เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้โดยสารที่ต้องการนั่งบนรถตลอดการเดินทาง

รถจักรยานยนต์ประจำทาง

รถจักรยานยนตร์ในกรุงเทพมหานคร มีอัตราบริการขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 10 ถึง 20 บาททั้งนี้แล้วแต่ท้องที่นั้น ๆ จะเรียกเก็บค่าโดยสารตามระยะทางที่เดินทางโดยสูงสุดอาจถึง 500 บาท หากไปยังพื้นที่ที่ต้องไปในระยะไกล

ทางรถแท็กซี่[แก้]

รถแท็กซี่ในกรุงเทพมหานคร

นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา ได้มีการปรับอัตราค่าโดยสารแท็กซี่ขึ้น โดยอัตราค่าโดยสารที่ใช้กันอยู่ จะคิดรวมกันจาก 2 องค์ประกอบ คือ ค่าโดยสารตามระยะทาง (คิดเป็นจำนวนเต็มคี่ เศษปัดขึ้น) รวมกับค่าโดยสารตามเวลาที่รถจอด หรือเคลื่อนที่ได้ไม่เกิน 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (คิดเป็นจำนวนเต็มคู่ เศษปัดทิ้ง)

กิโลเมตรที่ ค่าโดยสาร
0-1 35 บาท
1-12 5 บาท/กิโลเมตร
12-20 5.50 บาท/กิโลเมตร
20-40 6 บาท/กิโลเมตร
40-60 6.50 บาท/กิโลเมตร
60-80 7.50 บาท/กิโลเมตร
80 ขึ้นไป 8.50 บาท/กิโลเมตร

และรวมกับค่าโดยสารตามระยะเวลาที่รถจอด หรือเคลื่อนที่ได้ไม่เกิน 6 กม./ช.ม. คิดในอัตรานาทีละ 1.50 บาท (คิดเป็นจำนวนเต็มคู่ เศษปัดทิ้ง)

ทางราง[แก้]

กรุงเทพมหานคร เป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ซึ่งเป็นสถานีศูนย์กลางของประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งมีผู้คนมากมายมาใช้บริการรถไฟไปยังจังหวัดในภูมิภาคต่างๆ

กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองเดียวที่มีระบบรถไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วย 3 ระบบ คือ รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล และ รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และในอนาคต อาจมีความยาวเกือบ 400 กิโลเมตร ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งได้มีโครงการรถไฟฟ้ามาตั้งแต่ พ.ศ. 2518 แล้ว[78]

รถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2542 แบ่งการเดินรถเป็น 2 เส้นทาง ได้แก่ สายสุขุมวิท และสายสีลม รวมระยะทาง 30.95 กิโลเมตร (19.23 ไมล์) ส่วนรถไฟฟ้ามหานคร เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2547 สายที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน คือ รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ระยะทาง 20 กิโลเมตร (12 ไมล์) จำนวน 18 สถานี เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอส จำนวน 3 สถานี และ รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2553 ดำเนินการโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อเชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังใจกลางเมือง ระยะทาง 28 กิโลเมตร (17 ไมล์) จำนวน 8 สถานี

ในช่วงแรกๆ ที่เปิดให้บริการนั้น มีผู้โดยสารมาใช้บริการค่อนข้างน้อย แต่ในปัจจุบันกลับมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมาก รถไฟฟ้าบีทีเอส มีผู้โดยสารมาใช้บริการ 392,167 เที่ยวต่อวัน ในขณะที่รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล มีผู้โดยสารมาใช้บริการ 178,334 เที่ยวต่อวัน (ข้อมูล พ.ศ. 2553)

ในขณะนี้ รถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล อยู่ในระหว่างการก่อสร้างส่วนต่อขยาย เส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างใหม่ ได้แก่ รถไฟฟ้ามหานคร สายสีม่วง และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเส้นทางรถไฟฟ้าในโครงการอีก 10 สาย มีทั้งรถไฟฟ้าขนาดหนัก (Heavy rail) และรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ซึ่งจะเร่งรัดให้เสร็จภายใน พ.ศ. 2572

กรุงเทพมหานครมีบริการรถรางของรัฐได้แก่ รถรางรอบเกาะรัตนโกสินทร์คิดค่าบริการ 30 บาท ดำเนินการขนส่งภายในเขตพระนครลักษณะรถทัวร์ชมเมืองวิ่งบนถนน ไม่ใช่รถรางไฟฟ้า[79][80]

ส่วนรถรางของบริษัทเอกชนได้แก่ของ บริษัท ริเวอร์ไซด์ มาสเตอร์แพลน บริการให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวภายใน เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลมและรถรางบริเวณระหว่างตลาดนัดสวนจตุจักรกับห้างสรรพสินค้าเจเจมอลล์

ทางอากาศ[แก้]

ทางออกขึ้นเครื่องภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

กรุงเทพมหานครมีท่าอากาศยานหลักสองท่าอากาศยาน คือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นท่าอากาศยานนานาชาติขนาดใหญ่ที่รองรับผู้โดยสารต่างประเทศเข้าสู่กรุงเทพมหานคร และผู้โดยสารในประเทศออกสู่ต่างประเทศเป็นหลัก โดยเปิดใช้มาตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2549 แทนท่าอากาศยานดอนเมือง ที่เปิดใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2457 แต่ต่อมาในเดือนตุลาคม[81]ปี พ.ศ. 2555 รัฐบาลได้มีมติให้ ท่าอากาศยานดอนเมืองกลับมาเป็นท่าอากาศยานพาณิชย์อีกครั้งหลังจากที่ถูกโอนให้กองทัพอากาศเป็นผู้โดยแล จึงทำให้ท่าอากาศยานดอนเมืองกลายเป็นท่าอากาศยานรองที่รองรับการโดยสารอากาศยานของสายการบินต้นทุนต่ำที่มีเส้นทางทั้งในและต่างประเทศเป็นต้น

ทางน้ำ[แก้]

เรือโดยสารทั้งทางแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองมีดังนี้

ส่วนท่าเรือสำหรับขนส่งผู้โดยสารและรับส่งสินค้าที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร คือ ท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งตั้งอยู่ที่เขตคลองเตย

ปัญหาในปัจจุบัน[แก้]

การจราจรติดขัด[แก้]

ปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานคร

ปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานคร นอกจากจะมีสาเหตุจากจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นทุกปีแล้ว ยังมีปัจจัยเร่งให้ปัญหาทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น คือ มีประชาชนจากต่างจังหวัดเข้ามาอาศัยเป็นจำนวนมาก[82] ทุกครั้งเมื่อถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์มักพบว่ามีผู้เดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้แตกต่างจากกรุงปักกิ่งเท่าใดนัก[83][84]ปัญหาการจราจรติดขัดยังนำไปสู่ปัญหามลพิษทางอากาศและมลภาวะทางเสียง[85] ในปี พ.ศ. 2551 มีถนนที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกิน 10 ไมโครเมตร (ค่ามาตรฐาน) จำนวน 10 สายในกรุงเทพมหานคร และมี 2 สาย ที่มีระดับเสียงเกินมาตรฐานทุกวัน กล่าวคือเกิน 70 เดซิเบล และมีถนนที่มีการจราจรหนาแน่นเกินมาตรฐาน 3 สาย[86] ต่อมาในปี พ.ศ. 2555 กรมมลพิษรายงานจากผลการวิจัยวัดค่าฝุ่นละอองในอากาศ ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ตั้งแต่ พ.ศ. 2549-2552 พบว่า มีค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของสารก่อมะเร็ง PAHs อยู่ที่ 554 พิโคกรัม (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 250 พิโครกรัม/ลบ.ม.) เมื่อนำค่าเฉลี่ยสารก่อมะเร็งในกรุงเทพมหานครไปเปรียบเทียบกับเมืองต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย กรุงเทพมหานครอยู่ในลำดับ 13[87]โดยสาเหตุหลักมาจากท่อไอเสียรถยนต์ วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศเป็นปัจจัยเร่งให้ปัญหานี้เพิ่มมากขึ้น[88] วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555 สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่ากรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงที่มีการจราจรทางถนนหนาแน่นที่สุดของโลก จากนโยบายคืนภาษีรถคันแรกของรัฐบาล เป็นผลให้มีรถยนต์แล่นบนท้องถนนกว่า 5 ล้านคัน ทั้งที่พื้นที่ของถนนของกรุงเทพมหานครรองรับรถยนต์ได้เพียง 2 ล้านคันเท่านั้น[89]ด้านกรมขนส่งทางบกระบุจำนวนตัวเลขรถยนต์ใน กรุงเทพมหานคร ณ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556 ที่ 8,216,859 คัน[90]

ถนนชำรุด[แก้]

ใน พ.ศ. 2554 ได้เกิดอุทกภัยในกรุงเทพมหานครเป็นปัจจัยเร่งในการทำให้เกิดถนนชำรุด[91] ต่อมาใน พ.ศ. 2555 ได้เกิดเหตุถนนทรุดตัวที่ ถนนพระรามที่ 4 แยกวิทยุ-เพชรบุรี วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555[92] โดยถนนทรุดตัวกว้าง 5 เมตรลึก 2 เมตร และทางเดินเท้า ถนนพระรามที่ 3 แยกเจริญราษฎร์ วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555 โดยถนนทรุดตัวกว้าง 5 เมตรลึก 3 เมตร[93]และในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555 ถนนเจริญกรุงบริเวณหน้าโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เขตบางคอแหลม พบโพรงใต้ผิวถนนและเกิดโพรงขนาด 50 เซนติเมตร[94] ต่อมาในวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555 ถนนพญาไทขาออก แยกปทุมวัน ได้ทรุดเป็นหลุมลึก 1 เมตร กว้างประมาณ 60 เซนติเมตร[95]และในวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ถนนยุบตัวเป็นหลุมลึกกว่า 1 เมตร กลางแยกอโศก ถนนสุขุมวิท[96] จากการสำรวจของสำนักการโยธา ตรวจสอบพื้นผิวการจราจรทั้ง 50 เขตพบว่าในพื้นที่ 36 เขต มีจุดที่เสี่ยงต่อการทรุดตัวทั้งหมด 155 จุด คิดเป็นจำนวนถนน 65 สาย [97] และในวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เกิดเหตุถนนยุบตัวเป็นหลุมกว้าง บริเวณถนนงามวงศ์วาน จากแยกเกษตร มุ่งหน้าถนนวิภาวดีรังสิต ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้านหน้าร้านอาหารใบไม้ร่าเริง โดยจุดที่เกิดการยุบตัวนั้นมีขนาดความกว้างประมาณ 1.5 เมตร ยาวประมาณ 2 เมตร และลึก 3 เมตร[98]ในปี พ.ศ. 2556 กรุงเทพมหานครยังคงประสบปัญหาถนนชำรุดโดยรถประจำทางสาย 13 ได้ตกลงไปในหลุมขนาดใหญ่กลางถนนวิทยุใกล้แยกเพลินจิต ซึ่งเกิดทรุดตัวกะหันหันกว้าง 3 เมตร ลึก 1 เมตร คาดเกิดจากท่อประปาใต้ถนนแตก น้ำเซาะดินจนพื้นทรุด เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556[99]ต่อมาในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เกิดเหตุถนนทรุดตัว บริเวณปากซอยเจริญกรุง 70/2 กว้าง 1 เมตร ลึก 1 เมตร[100]

ทัศนียภาพ[แก้]

ปัญหาทัศนียภาพเป็นปัญหาหนึ่งในกรุงเทพมหานครที่แตกต่างจากเมืองอื่น เนื่องจากในกรุงเทพมหานครมีป้ายผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก[ต้องการอ้างอิง] ประภากร วทานยกุล อดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยาม กล่าวว่า ผลกระเทือนจากป้ายผิดกฎหมายทั้งหลายนี้ มีตั้งแต่ระดับเบา จนถึงรุนแรง เช่น บดบังความงามทางทัศนียภาพ ไปจนถึงถูกลมพัดพังถล่มทับบ้านเรือนประชาชน ในกรณีนี้มีให้เห็นกันเป็นประจำ โดยที่ยังไม่มีมาตรการใด ๆ ออกมาแก้ไขปรับปรุงปัญหาดังกล่าวได้[101] ขณะที่ ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่ากรุงเทพมหานครในขณะนั้น เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554 ว่าป้ายผิดกฎหมายในกรุงเทพมีมากถึง 1,928 ป้าย อย่างไรก็ตาม สำนักเทศกิจและสำนักงานเขต 50 เขต จัดเก็บป้ายผิดกฎหมายในพื้นที่ และเปรียบเทียบปรับตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง พ.ศ. 2535 และจัดเก็บภาษีตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2552 ถึงกรกฎาคม พ.ศ. 2554 จัดเก็บได้ 1,327,229 ป้าย[102]

อาชญากรรม[แก้]

ปัญหาอาชญากรรมในกรุงเทพมหานครยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยในรายงานของสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ได้ทำการรวบรวมวิจัยปัญหานี้ตลอดปี พ.ศ. 2550 พบว่าเหยื่ออาชญากรรมที่เป็นสมาชิกครัวเรือนมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 52,410 รายนั้น ส่วนใหญ่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมต่อทรัพย์สิน ร้อยละ 96.1 เหยื่ออาชญากรรมมีอายุระหว่าง 45 - 59 ปี มากที่สุดคือ ร้อยละ 33.2 เหยื่ออาชญากรรมเป็นเพศชาย ร้อยละ 46.4 และหญิง ร้อยละ 53.6 มีสัญชาติไทย ร้อยละ 99.6 เชื้อชาติไทย ร้อยละ 99.0 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 94.1 มีการศึกษาสูงสุดในระดับประถมศึกษาเป็นจำนวนมากที่สุดคือร้อยละ 31.2 เหยื่ออาชญากรรมในกรุงเทพมหานคร รายงานว่าอาชญากรรมที่ประสบในภาพรวมเกิดเหตุในช่วงเวลา 24.01–03.00 น. มากที่สุดถึงร้อยละ 21.1 สถานที่เกิดเหตุอาชญากรรมทั้งหมดในกรุงเทพมหานครพบว่า ส่วนใหญ่เหยื่อระบุว่า เกิดเหตุขึ้นบริเวณบ้านที่พักอาศัยของเหยื่อเอง คิดเป็นร้อยละ 74.8[103]กรุงเทพมหานครยังมีการก่ออาชญากรรมในลักษณะการก่อการร้ายเช่นเหตุการณ์เหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2549 เหตุการณ์ยิงระเบิดชนิดเอ็ม 79 ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ศาลอาญา มหาวิทยาลัยรังสิต อาคารรัตนคุณากร[104] และ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์[105]เหตุการณ์ขว้างระเบิดชนิดอาร์จีดี 5 ที่ถนนบรรทัดทองและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในปี พ.ศ. 2557

เมืองพี่น้อง[แก้]

กรุงเทพมหานครได้สถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่น้องกับหลายเมืองในหลายประเทศ[106] ได้แก่

เชิงอรรถ[แก้]

  1. เฉพาะวัดที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
  2. เฉพาะส่วนที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ดูแลหรือเป็นเจ้าของร่วม และไม่รวมที่ถูกทำลายทิ้งและใช้งานโดยบุคคลทั่วไปหรือมีสถานภาพปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ สถานท่องเที่ยวและสถานที่ราชการ

อ้างอิง[แก้]

  1. "คำขวัญ กทม.". กรุงเทพมหานคร. ม.ป.ป. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2555. 
  2. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อ BMA_geo
  3. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อ Tangchonlatip
  4. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อ Sinsakul
  5. "Table 1 Population by sex, household type and household by type, average size of private household by region and area: 2010". Statistic tables, NSO website. National Statistics Office. สืบค้นเมื่อ 18 September 2012. 
  6. Baker, Chris; Pasuk Phongpaichit (2009). A history of Thailand (2nd ed. ed.). Cambridge: Cambridge University Press. p. 199. ISBN 0-521-76768-7. 
  7. "GaWC – The World According to GaWC 2010". Lboro.ac.uk. 2011-09-14. สืบค้นเมื่อ 2011-09-14. 
  8. "Euromonitor International’s top city destinations ranking". สืบค้นเมื่อ 2010-06-26. 
  9. 9.0 9.1 9.2 9.3 9.4 9.5 9.6 พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ. กรุงเทพศึกษา. กรุงเทพฯ : บันทึกสยาม, 2551. 288 หน้า. ISBN 978-974-13-0411-0
  10. รายการวิกสยาม ออกอากาศวันที่ 17 สิงหาคม 2551
  11. http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/society/20110204/375444/150-ปีถนนเจริญกรุง-ถนนสายแรกที่มีรัก.html
  12. รายการ 100 ปี ไกลบ้าน ตามรอยพระพุทธเจ้าหลวง และ รายการพินิจนคร, สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
  13. "ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๔". ราชกิจจานุเบกษา (ใน Thai) ๘๘ (๑๔๔ ก): ๘๑๖–๘๑๙. ๒๑ ธันวาคม ๒๕๑๔. 
  14. "ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๖๘". ราชกิจจานุเบกษา (ใน Thai) ๘๙ (๙๓ ก ฉบับพิเศษ): ๑๘๗–๒๐๑. ๑๗ มิถุนายน ๒๕๑๕. 
  15. http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/read-write/20110710/399569/กรุงเทพมหานคร-:-เมืองหนังสือโลก-2556.html
  16. http://www.suthichaiyoon.com/detail/14568
  17. 17.0 17.1 จดหมายข่าวราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ 3 ฉบับที่ 31, ธันวาคม 2536
  18. 18.0 18.1 ความเป็นมากรุงเทพฯ โดยกรุงเทพมหานคร
  19. Royal Institute Newsletter (Royal Institute) 3 (31). December 1993.  Reproduced in "กรุงเทพมหานคร" [Krung Thep Mahanakhon] (ใน Thai). สืบค้นเมื่อ 12 September 2012. 
  20. Bangkok Post, "Maori claims world's longest place name", 1 September 2006.
  21. ได้แล้วคำขวัญ ”กรุงเทพฯ” ถ่ายทอดสดจับรางวัล 1 แสน
  22. http://www.raffles.ac.th/th/study-in-th/intro-to-bk.html
  23. "The largest cities in the world by land area, population and density". City Mayors. 6 January 2007. สืบค้นเมื่อ 19 July 2008. 
  24. "Global Climate System"การกระจายเขตภูมิอากาศของโลกแบบเคิปเปน ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
  25. "ลมมรสุม"หนังสืออุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา
  26. (50)/GE253-3.pdf "ภูมิอากาศ"E-Learning มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดย รศ.ปานทิพย์ อัฒนวานิช
  27. "ลม"ศูนย์อุตุนิยมวิทยาทะเล Thai Marine Meteological Center
  28. "วันที่อากาศร้อนที่สุด"โดย วิศิษฐ์ สุขจิตร ศูนย์ความรู้ สำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ
  29. "สถิติอุณหภูมิสูงที่สุดในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย ระหว่าง พ.ศ. 2494 - 2555"กรมอุตุนิยมวิทยา
  30. "สถิติอุณหภูมิต่ำที่สุดในช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย คาบ 61 ปี พ.ศ. 2494 - 2554"สถิติภูมิอากาศ อุณหภูมิต่ำสุด
  31. "30 year Average (1961-1990) - BANGKOK METROPOLIS". Thai Meteorological Department. สืบค้นเมื่อ 2010-04-19. 
  32. "Climatological Normals of Bangkok". Hong Kong Observatory. สืบค้นเมื่อ 2010-06-24. 
  33. http://office.bangkok.go.th/pcd/law/1.pd
  34. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2556/E/069/4.PDF
  35. สำนักบริหารการทะเบียน. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "จำนวนประชากรและบ้าน." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.dopa.go.th/xstat/popyear.html 2556. สืบค้น 3 เมษายน 2556.
  36. http://office.bangkok.go.th/pipd/07Stat(Th)/Stat(th)55/STAT(TH)55/01_social55.pdf
  37. http://www.citymayors.com/statistics/largest-cities-mayors-1.html
  38. http://203.155.220.217/finance/stat.html
  39. http://203.155.220.117:8080/BMAWWW/upload/module_cms/title_cms/file_cbbe49a141f7a94c8a382670ac51c39d.pdf
  40. http://www.th.emb-japan.go.jp/th/relation/economic.htm
  41. http://www.ryt9.com/s/bkp/1375849
  42. http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2008q2/2008april29p1.htm
  43. http://archive.is/20120802174252/www.ieat.go.th/ieat/index.php?option=com_content&view=article&id=76&Itemid=116&lang=th
  44. http://203.155.220.117:8080/BMAWWW/upload/module_cms/title_cms/file_cbbe49a141f7a94c8a382670ac51c39d.pdf
  45. http://englishnews.thaipbs.or.th/bangkok-ranks-61st-place-list-worlds-expensive-cities-2014/
  46. http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=374426
  47. ข้อมูลมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง สืบค้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2555
  48. http://citymap.bangkok.go.th/info/index2.asp?gid=5012
  49. http://citymap.bangkok.go.th/info/index2.asp?gid=5012
  50. http://archive.is/20120630215108/pirun.ku.ac.th/~b5001214/a16.html
  51. http://www.thaidragonnews.com/index.php?option=com_content&view=article&id=5415:qq-&catid=46:2010-11-25-10-10-31&Itemid=86
  52. http://www.fire2fight.com/viewpage.php?page_id=6
  53. http://www.bangkokfire.com/viewpage.php?page_id=1
  54. http://www.watcafe.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=423996&Ntype=17
  55. http://203.155.220.217/finance/stat.html
  56. http://www.oknation.net/blog/print.php?id=38900
  57. http://www.salachalermkrung.com/salachalermkrung02.php
  58. http://www.onab.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=917&Itemid=299
  59. http://www.onab.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=917&Itemid=299
  60. http://www.euromonitor.com/Top_150_City_Destinations_London_Leads_the_Way
  61. http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9550000075343
  62. http://www.thannews.th.com/index.php?option=com_content&view=article&id=184574:-1-2013-&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524
  63. ซึ่งรายงานว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองน่าเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก[1], พ.ศ. 2554 [2]
  64. http://news.voicetv.co.th/thailand/45109.html
  65. http://www.askmen.com/specials/2012_top_29/17-bangkok.html
  66. http://www.manager.co.th/travel/viewnews.aspx?NewsID=9550000072697
  67. http://www.tripadvisor.com/TravelersChoice-Destinations-cTop-g1
  68. "สรุปรายได้และปริมาณรถ: สิงหาคม 2555 (Revenue and traffic, August 2012)". EXAT website (ใน Thai). Expressway Authority of Thailand. 4 September 2012. สืบค้นเมื่อ 11 September 2012. 
  69. http://3armyarea-rta.com/wpmu/kindness/2010/03/20/โครงการคู่ขนานลอยฟ้าถน/
  70. http://www.exat.co.th/projects/
  71. http://www.otp.go.th/th/index.php/introduce-otp/vision/2964-2011-03-23-04-18-26.html
  72. http://www.exat.co.th/news/4/1/3624/
  73. เปิดทำการเดินรถ 1 พฤศจิกายน 2550
  74. เปิดทำการเดินรถ 15 พฤศจิกายน 2550
  75. http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1361508509&grpid=&catid=12&subcatid=1204
  76. http://www.metrobusbkk.com/
  77. http://www.pnmap.com/bk-0102
  78. Rujopakarn, Wiroj (October 2003). "Bangkok transport system development: what went wrong?". Journal of the Eastern Asia Society for Transportation Studies 5: 3302–15. 
  79. http://www.thaitravelhealth.com/blog/รถรางรอบเกาะรัตนโกสินท/
  80. http://www.pantip.com/cafe/gallery/topic/G6774372/G6774372.html
  81. http://www.manager.co.th/travel/viewnews.aspx?NewsID=9550000106429
  82. http://reportdd.com/สังคมสงเคราะห์-social-work/ปัญหาการอพยพเข้าเมืองห-3.html
  83. http://www.manager.co.th/China/viewnews.aspx?NewsID=9530000137644
  84. http://www.youtube.com/watch?v=cJ_lj21-p-M
  85. http://hilight.kapook.com/view/28970
  86. http://www.tcijthai.com/tcijthai/view.php?ids=1213
  87. http://fb.kapook.com/health-61571.html
  88. http://th.88db.com/th/Knowledge/Knowledge_Detail.page?kid=7110600
  89. http://www.bbc.co.uk/news/magazine-19716687
  90. http://apps.dlt.go.th/statistic_web/st1/bkk_Dec13.xls
  91. http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9540000139763
  92. http://www.komchadluek.net/detail/20120318/125748/ถนนพระราม4ทรุดกว้าง5ม.ลึก2ม..html
  93. http://news.sanook.com/1109374/ถนนทรุดโผล่อีก-ทางเท้าถ.พระราม3ลึก3ม/
  94. http://www.komchadluek.net/detail/20120405/127246/กทม.พบถนนเจริญกรุงทรุดอีก.html
  95. http://www.manager.co.th/crime/viewnews.aspx?NewsID=9550000045487
  96. http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1345347827&grpid=00&catid=&subcatid=
  97. http://m.thairath.co.th/content/region/256941
  98. http://www.manager.co.th/crime/ViewNews.aspx?NewsID=9550000120748
  99. http://www.komchadluek.net/detail/20130101/148467/%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%94!%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95.html
  100. http://www.komchadluek.net/detail/20130208/151340/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%942%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%94.html
  101. http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/lifestyle/20110615/395478/สงคราม-ป้าย---ดีไซน์หรือจะสู้ปากท้อง.html
  102. http://www.teerachon.com/?p=2505
  103. http://www.thaicvs.org/images/51/13Bkk.pdf
  104. http://breakingnews.nationchannel.com/home/read.php?newsid=721155
  105. http://www.dailynews.co.th/Content/crime/235909/%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%87+M+79+%E0%B8%9A%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87+scb+%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88
  106. การสถาปนาความสัมพันธ์ บ้านพี่เมืองน้อง, กรุงเทพมหานคร, เรียกดูเมื่อ 16 เมษายน พ.ศ. 2550
  107. "St. Petersburg in figures > International and Interregional Ties". Eng.gov.spb.ru. สืบค้นเมื่อ 2010-06-27. 
  108. http://www.oknation.net/blog/print.php?id=296127
  109. ""Agreement of Sister City Relations"". Office.bangkok.go.th. Archived from the original on 2012-07-02. สืบค้นเมื่อ 2010-06-27. 
  110. http://www.oknation.net/blog/print.php?id=296127
  111. "Bangkok er ny vennskapsby". Adresseavisen. สืบค้นเมื่อ 29 พฤษภาคม 2552.
  112. >Istanbul and Bangkok Become Sister Cities
  113. [3]. สืบค้นเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2552.
  114. "Bangkok besöker Ragunda". Ragunda kommun. สืบค้นเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2552. (สวีเดน)
  115. "Ragunda kommun får besök från sin vänort Bangkok". Ragunda kommun. สืบค้นเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2552. (สวีเดน)

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]