ธนาคารกสิกรไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
ประเภท บริษัทมหาชน (SET:KBANK)
ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2488
สำนักงานใหญ่ 1 ซอยราษฎร์บูรณะ 27/1 (ซอยกสิกรไทย)
ถนนราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร
บุคลากรหลัก
บริการ ธนาคาร
รายได้ Green Arrow Up Darker.svg 203,847.68 ล้านบาท (2556)[1]
กำไร Green Arrow Up Darker.svg 41,324.81 ล้านบาท (2556)[2]
ทรัพย์สินทั้งหมด Green Arrow Up Darker.svg 2,290,045.29 ล้านบาท (2556)[3]
หุ้นรวม Green Arrow Up Darker.svg 2,393,260,193 หุ้น(2556)[4]
จำนวนพนักงาน 21,213 (กันยายน 2557)
คำขวัญ บริการทุกระดับประทับใจ
เว็บไซต์ www.kasikornbank.com

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (อังกฤษ: Kasikornbank Public Company Limited) (SET:KBANK) เป็นธนาคารในประเทศไทย มีสำนักงานใหญ่แห่งแรกตั้งอยู่ที่ สำนักถนนเสือป่า ต่อมาได้ขยายการบริหารงาน ไปยังสำนักถนนสีลม, สำนักถนนพหลโยธิน, สำนักงานใหญ่ถนนราษฎร์บูรณะ และสำนักถนนแจ้งวัฒนะ ตามลำดับ โดยสำนักงานใหญ่แห่งปัจจุบัน ตั้งอยู่ภายในซอยกสิกรไทย ถนนราษฎร์บูรณะ เชิงสะพานพระราม 9 ฝั่งธนบุรี และมีคำขวัญว่า "บริการทุกระดับประทับใจ"

ประวัติ[แก้]

ธนาคารกสิกรไทย (ชื่อภาษาอังกฤษเดิม: Thai Farmers Bank; TFB) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2488 โดยกลุ่มสกุลล่ำซำ ทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 5 ล้านบาท โดยมีพนักงานชุดแรก จำนวน 21 คน มีอาคารที่ทำการ ซึ่งปัจจุบันเป็นสาขาสำนักถนนเสือป่า ทั้งนี้ งวดบัญชีแรกของธนาคารฯ นับจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม สิ้นปีเดียวกัน มียอดเงินฝากจำนวน 12 ล้านบาท และธนาคารฯ มีสินทรัพย์รวม 15 ล้านบาท

ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2557 มีทุนจดทะเบียน 30,486 ล้านบาท มีสินทรัพย์จำนวน 2,339,798 ล้านบาท เงินรับฝากจำนวน 1,567,499 ล้านบาท เงินให้สินเชื่อจำนวน 1,471,922 ล้านบาท มีสาขาและสำนักงานย่อยในเขตกรุงเทพมหานครจำนวน 315 สาขา และส่วนภูมิภาคจำนวน 739 สาขา มีสาขาและสำนักงานตัวแทนต่างประเทศจำนวน 11 แห่ง ได้แก่ สาขาลอสแองเจลิส สาขาฮ่องกง สาขาหมู่เกาะเคย์แมน สาขาเซินเจิ้น สาขาเฉิงตู สาขาย่อยหลงกั่ง สำนักงานผู้แทนกรุงปักกิ่ง สำนักงานผู้แทนนครเซี่ยงไฮ้ สำนักงานผู้แทนเมืองคุนหมิง สำนักผู้แทนงานกรุงโตเกียว และสำนักงานผู้แทนกรุงย่างกุ้ง สาขาและสำนักงานผู้แทนในต่างประเทศเหล่านี้ ให้บริการและส่งเสริมความสะดวกต่างๆ ด้านการค้า การเงินระหว่างประเทศไทยและประเทศคู่ค้าทั่วโลก ตลอดระยะเวลากว่า 69 ปีที่ผ่านมา ธนาคารมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้บริการที่เป็นเลิศแก่ลูกค้า ภายใต้คำขวัญของธนาคารที่ว่า “บริการทุกระดับประทับใจ”[5]

ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2557 ธนาคารกสิกรไทย[6] มี

  • สินทรัพย์รวม 2.416 ล้านล้านบาท(คิดเป็นสัดส่วนการตลาดเท่ากับ 15.2%)
  • ยอดเงินฝาก 1.621 ล้านล้านบาท(คิดเป็นสัดส่วนการตลาดเท่ากับ 15.6%)
  • จำนวนสาขา และสำนักงานย่อยในประเทศ 1,068 สาขา และจำนวนตู้ ATM 9,634 ตู้
  • จำนวนพนักงาน 21,213 คน
  • ทุนจดทะเบียน 3.05 หมื่นล้านบาท โดยมีมูลค่าหุ้นตามราคาตลาด (Market Capitalization) 5.62 แสนล้านบาท อันดับ 2 ของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย
  • อันดับความน่าเชื่อถือ Baa2 (Moody), BBB+ (S&P), BBB+ และ AA-(tha) จาก Fitch Ratings

วิวัฒนาการ[แก้]

  • พ.ศ. 2516 - ธนาคารฯ เริ่มให้บริการ "บัตรเครดิตอเนกประสงค์" ที่ให้บริการถอนเงินจากเครื่องจ่ายเงินอัตโนมัติ ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นต้นแบบของระบบเอทีเอ็ม อันเป็นที่นิยมอย่างสูงในปัจจุบัน
  • พ.ศ. 2523 - ธนาคารฯ เริ่มออกใบรับฝากเงิน ประเภทอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate Certificate of Deposits) ในตลาดการเงินของกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เป็นมูลค่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของไทย ที่ดำเนินการดังกล่าว
  • พ.ศ. 2536 - ธนาคารฯ เริ่มนำระบบ "รีเอ็นจิเนียริ่ง" (Reengineering) มาใช้เป็นแห่งแรก ซึ่งส่งผลให้วงการธนาคารพาณิชย์ไทยตื่นตัว กับการปรับปรุงรูปแบบสาขาและการให้บริการ
  • พ.ศ. 2540 - ธนาคารฯ เริ่มให้บริการ "บัตรเครดิตสำหรับนิติบุคคล" (Corporate Card) เป็นแห่งแรกในประเทศไทย
  • พ.ศ. 2541 - ธนาคารฯ เริ่มเสนอขาย "หุ้นบุริมสิทธิ" ควบ "หุ้นกู้ด้อยสิทธิ์"

" (SLIPs) ซึ่งเป็นการระดมทุนรูปแบบใหม่ ขึ้นเป็นรายแรกของประเทศไทย จนกระทั่งต่อมาจึงกลายเป็นแนวทางให้ธนาคารอื่นใช้เป็นวิธีระดมทุน

  • พ.ศ. 2542 - ธนาคารฯ เริ่มให้บริการ "บัตรเครดิตวีซ่าแพลทินัม" เป็นแห่งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2546 - ธนาคารฯ เริ่มให้บริการ "ร้านกาแฟภายในสาขา" (Coffee Banking) เป็นแห่งแรกของทวีปเอเชีย
  • พ.ศ. 2548 - ธนาคารฯ เริ่มให้บริการ "บัตรเครดิตติดชิพอัจฉริยะ" ซึ่งเป็นมาตรฐานของบัตรเครดิตยุคใหม่ และเริ่มดำเนินธุรกิจ ภายใต้ระบบ "เครือธนาคารกสิกรไทย" ซึ่งประกอบด้วย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท แฟคเตอริ่งกสิกรไทย จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด, บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด, บริษัท หลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด รวมทั้งสิ้น 6 บริษัท
  • พ.ศ. 2549 - ธนาคารฯ เริ่มให้บริการ "บัตรชิพเครดิตมาสเตอร์การ์ด" (Master Credit Chip Card) เป็นแห่งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2550 - ธนาคารฯ เริ่มให้บริการ "K Now" เพื่อให้คำปรึกษา และสร้างองค์ความรู้ต่างๆ แก่ลูกค้าทุกระดับ อันเป็นการเพิ่มความสะดวก สบาย และสมบูรณ์ แก่กลุ่มลูกค้าส่วนบุคคล และกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ให้สามารถมีธุรกิจที่เติบโต แข็งแกร่ง ก้าวหน้า อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน
  • พ.ศ. 2551 - ธนาคารฯ เริ่มให้บริการ "KBank Extra Hour" โดยขยายเวลาทำการ ในสาขาที่มีสัญลักษณ์ของบริการฯ ในวันจันทร์-วันพฤหัสบดี ระหว่างเวลา 08.30 - 16.30 น. และ วันศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30-18.00 น. จึงนับเป็นธนาคารพาณิชย์ของไทย ที่เปิดทำการจนถึงเวลา 18.00 น. เป็นแห่งแรกของประเทศไทย (ตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2551 ถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2552)
  • พ.ศ. 2552 - ธนาคารฯ เริ่มให้บริการ "K-My Debit Card" บัตรเดบิตที่ออกแบบเองได้ เป็นแห่งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2553 - ธนาคารฯ ขยายเวลาทำการ แผนกซื้อขายเงินตราต่างประเทศ จนถึงเวลา 23.00 น. เป็นแห่งแรกของประเทศไทย (จากเดิมเปิดทำการถึงเวลา 17.00 น.) และเริ่มให้บริการ "ฝากได้ทุกเรื่องกับ KBank" เพื่อรับดูแลทางการเงิน, จัดการปัญหาการเงิน, ดูแลธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้นกิจการ, แนะนำวิธีประกอบธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ, ช่วยค้นหาข้อมูลผ่านเครือข่ายทางธุรกิจ, ช่วยวางแผนการท่องเที่ยว, ช่วยดูแลทุกเรื่องภายในบ้าน ตลอดจนช่วยจัดการสารพัดเรื่องราวให้แก่ลูกค้า
  • พ.ศ. 2554 - ธนาคารฯ ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ให้บริการโอนเงินรับปลายทางที่ไปรษณีย์จากกสิกรไทย หรือ K-Bank to Post เป็นช่องทางใหม่ที่จะทำให้ลูกค้าสามารถโอนเงินผ่านเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทย โดยผู้รับเงินสามารถรับเงินได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ เป็นธนาคารเดียวในประเทศที่ประกาศโอนเงินไปต่างประเทศได้ภายในวันเดียว

คณะกรรมการธนาคาร [7][แก้]

1. นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
2. นายสมชาย บุลสุข รองประธานกรรมการและประธานกรรมการอิสระ
3. นายกฤษฎา ล่ำซำ รองประธานกรรมการ
4. นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการ และกรรมการผู้จัดการ
5. นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการ และกรรมการผู้จัดการ
6. นางสุจิตพรรณ ล่ำซำ กรรมการ
7. ศ.กิตติคุณ คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ กรรมการอิสระ
8. ดร.อภิชัย จันทรเสน กรรมการและที่ปรึกษากฎหมาย
9. ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการอิสระ
10. น.ต. พญ.นลินี ไพบูลย์ กรรมการอิสระ
11. นายสราวุฒิ อยู่วิทยา กรรมการอิสระ
12. ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการอิสระ
13. นายกลินท์ สารสิน กรรมการอิสระ
14. นายสมเกียรติ ศิริชาติไชย กรรมการ
15. นายรพี สุจริตกุล กรรมการ
16. นางพันธ์ทิพย์ สุรทิณฑ์ กรรมการอิสระ

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่[แก้]

  • ข้อมูล ณ วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557 [8]
ลำดับที่ รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้นสามัญ สัดส่วนการถือหุ้น
1 บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 698,108,343 29.17%
2 State Street Bank Europe Limited 226,266,773 9.454%
3 Chase Nominees Limited 42 112,135,400 4.685%
4 STATE STREET BANK AND TRUST COMPANY 110,611,118 4.622%
5 HSBC (SINGAPORE) NOMINEES PTE LTD 57,702,812 2.411%
6 NORTRUST NOMINEES LIMITED-NT0 SEC LENDING THAILAND 50,715,390 2.119%
7 CHASE NOMINEES LIMITED 1 49,819,829 2.082%
8 GIC PRIVATE LIMITED - C 40,691,600 1.700%
9 บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผู้ฝาก 33,018,483 1.380%
10 THE BANK OF NEW YORK MELLON 28,871,503 1.206%

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]