เยรูซาเลม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เยรูซาเลม

יְרוּשָׁלַיִם (Yerushalayim)
أُورشَلِم (yerushalayim)
นคร
From upper left: Jerusalem skyline viewed from Givat ha'Arba, Mamilla, the Old City and the Dome of the Rock, a souq in the Old City, the Knesset building, the Western Wall, the Tower of David and the Old City walls
From upper left: Jerusalem skyline viewed from Givat ha'Arba, Mamilla, the Old City and the Dome of the Rock, a souq in the Old City, the Knesset building, the Western Wall, the Tower of David and the Old City walls
ธงของเยรูซาเลม
ธง
ตราราชการของ เยรูซาเลม
ตราแผ่นดิน
ที่ตั้งของ เยรูซาเลม
พิกัดภูมิศาสตร์: 31°47′N 35°13′E / 31.783°N 35.217°E / 31.783; 35.217พิกัดภูมิศาสตร์: 31°47′N 35°13′E / 31.783°N 35.217°E / 31.783; 35.217
อ้างโดย อิสราเอล
ปาเลสไตน์ (ตะวันออก)
ปกครองโดย อิสราเอล
เขตอิสราเอล เยรูซาเลม
เขตปาเลสไตน์ เยรูซาเลม
การปกครอง
 • นายกเทศมนตรี Nir Barkat
พื้นที่
 • นคร แม่แบบ:Infobox settlement/dunam
 • Metro แม่แบบ:Infobox settlement/dunam
ความสูง 630 m (2,070 ft)
ประชากร (2009)
 • นคร 933,113 (2,012) คน
 • ความหนาแน่น 6,183คน/กม.2 (16,010คน/ตร.ไมล์)
 • มหานคร 1,700,200
คำเรียกพลเมือง Jerusalemi
เขตเวลา IST (UTC+2)
 • ฤดูร้อน (เวลาออมแสง) IDT (UTC+3)
รหัสพื้นที่ +972/+970 (Israel/Palestinian Territories) + 2/2 23 (Jerusalem)
เว็บไซต์ jerusalem.muni.il (อังกฤษ)
jerusalem.muni.il(ฮีบรู)
jerusalem.muni.il (อาหรับ)

เยรูซาเลม (ฮีบรู: יְרוּשָׁלַיִם (Yerushalayim)‎; อาหรับ: القُدس‎, Al-Quds; กรีก: Ιεροσόλυμα; อังกฤษ: Jerusalem) เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1949 ได้รับการประกาศให้เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอิสราเอล เยรูซาเลมเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์ความขัดแย้งเกี่ยวพันกับ 3 ศาสนา คือ ศาสนายิว ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม คริสต์ศาสนิกชนเชื่อว่าพระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ที่ภูเขามะกอกเทศ และการมาครั้งที่สองของพระองค์ก็จะเกิดที่เมืองนี้เช่นกัน ส่วนชาวมุสลิมเชื่อว่าเป็นเมืองที่นบีมุฮัมมัดถูกรับขึ้นไปบนสวรรค์

ประวัติศาสตร์[แก้]

เยรูซาเลมตะวันตกและเยรูซาเลมตะวันออก

กรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองที่พระยาห์เวห์ทรงเลือกสรรไว้ให้เป็นป้อมแห่งความเชื่อถึงพระเป็นเจ้าแต่เพียงองค์เดียว จากเนินเขาที่โล่งแจ้งนี้ บรรดาผู้เผยพระวจนะและพระเยซูเองทรงประกาศคำสั่งสอนของพระเป็นเจ้าและบทบัญญัติแห่งความรัก จากดินแดนนี้ความเชื่อได้แพร่ไปพร้อมกับมุ่งขจัดความมืดมนแห่งการหลงผิดและการนับถือพระเทียมเท็จต่าง ๆ ให้หมดสิ้นไป "บทบัญญัติของพระเป็นเจ้าจะแพร่ไปจากศิโยน และพระวาจาของพระองค์จากกรุงเยรูซาเลม"

เมืองนี้เป็นเมืองหลวงทางศาสนาของประชากรราวครึ่งหนึ่งของมนุษยชาติ สำหรับชาวยิวเป็นสัญลักษณ์แห่งสิริมงคลดั้งเดิม และแห่งความหวังในอนาคต สำหรับชาวคริสต์เป็นเมืองที่พระเยซูเจ้าทรงประกอบภารกิจในช่วงระยะเวลาสุดท้ายแห่งพระชนมชีพของพระองค์ เมืองที่ได้เป็นพยานถึงการสิ้นพระชนม์และการกลับคืนชีพของพระองค์ กรุงเยรูซาเลมแหล่งกำเนิดความเชื่อและสันติ เมืองที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก ยังได้เป็นเมืองแห่งความทารุณโหดร้ายแห่งสงคราม และการหลั่งเลือด ณ ประตูเมืองแห่งนี้มีการสู้รบมากกว่าที่เมืองอื่นใดในโลก กรุงเยรูซาเลมถูกล้อมมากกว่า 50 ครั้ง ถูกยึดถึง 36 ครั้ง และถูกทำลายมากกว่า 10 ครั้ง ไม่มีผู้ใดทราบว่ากรุงเยรูซาเลมเริ่มมีตัวตนขึ้นมาเมื่อใด ครั้งแรกที่พระคัมภีร์พูดถึง คือ สมัยของอับราฮัม โดยมีชื่อว่า "ซาเล็ม" ซึ่งแปลว่า สันติสุข

ท่านเมลคีเซเดคผู้เป็นทั้งกษัตริย์เมืองซาเลม และปุโรหิตของพระเจ้าผู้สูงสุด ก็นำขนมปังกับหล้าองุ่นมาให้

ปฐก 14:18

ข้าพเจ้ายกมือสาบานตัวต่อพระพักตร์ผู้เป็นเจ้าพระเจ้าสูงสุด ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน"

ปฐก 14:22

ในศตวรรษ ที่ 10 ก่อนคริสตกาล กษัตริย์เดวิดได้ยึดเมืองนี้และตั้งเป็นเมืองหลวง โดยนำหีบแห่งพันธสัญญามาประดิษฐาน

ช่วงเวลา[แก้]

สุสานแห่งชาติของอิสราเอล
  • ปี 965-922 ก่อนคริสตกาล โซโลมอนได้ปรับปรุงเมืองนี้และสร้างพระวิหาร
  • ปี 587 ก่อนคริสตกาล ชาวบาบิโลเนียได้ยึดกรุงเยรูซาเลม ทำลายพระวิหารและนำชาวยิวไปเป็นทาสในบาบิโลน
  • ปี 538 ก่อนคริสตกาล ชาวยิวได้กลับสู่กรุงเยรูซาเลมและสร้างพระวิหารขึ้นใหม่
  • ปี 332ก่อนคริสตกาล อเล็กซานเดอร์มหาราชได้ยึดกรุงเยรูซาเลม
  • ปี 168 ก่อนคริสตกาลกษัตริย์อันติโอกุส เอปีฟาเนส ได้ทำลายกำแพงกรุงเยรูซาเลม
  • ปี 63 ก่อนคริสตกาล ชาวโรมยึดเมือง
  • ปี 37 ก่อนคริสตกาล เฮโรดได้แต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์ของชาวยิว พระองค์เป็นนักก่อสร้างและปรับปรุงกรุงเยรูซาเลมให้สวยงาม ได้สร้างกำแพงและพระวิหาร ขึ้นมาใหม่ให้สวยงามกว่าในสมัยของกษัตริย์ของเฮโรดนี้เป็นกรุงเยรูซาเลมที่พระเยซูเจ้าทรงรู้จัก
  • ปี ค.ศ.70 กรุงเยรูซาเลมถูกทำลายโดยจักรพรรดิตีตัส
  • ปี ค.ศ.132-135 จักรพรรดิเอเดรียนได้สร้างกรุงเยรูซาเลมขึ้นใหม่ตามแบบของเมืองโรมัน ตั้งชื่อว่า "เอลีอา กาปีโตลียา" และสร้างสักการสถานแด่พระเท็จเทียมบนซากของสักการสถานของชาวยิว และของชาวคริสต์ และพวกยิวถูกห้ามเข้าเมืองเด็ดขาด หากจับได้จะมีโทษมีประหารชีวิต
  • ปี พ.ศ. 873 (ค.ศ.330) จักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1 มหาราชผู้กลับใจได้เปลี่ยนกรุงเยรูซาเลมให้เป็นเมืองคริสต์
  • ปี พ.ศ. 1157 (ค.ศ.614) ชาวเปอร์เซียยึดกรุงเยรูซาเลมและทำลายวัดวาอารามต่างๆ
  • ปี พ.ศ. 1179 (ค.ศ.636) กรุงเยรูซาเลมตกอยู่ภายในอำนาจของชาวอาหรับ ซึ่งได้รักษาอำนาจนี้ตลอดมาเป็นเวลา 500 ปี
  • ปี พ.ศ. 1642 (ค.ศ.1099) กรุงเยรูซาเลมถูกยึดโดยครูเสดและกลับเป็นที่ตั้งของอาณาจักรละติน
  • ปี พ.ศ. 1730 (ค.ศ.1187) กรุงเยรูซาเลมถูกยึดโดยชาวมุสลิมภายใต้การนำของศอลาฮุดดิน
  • ปี พ.ศ. 2060 (ค.ศ.1517) เมืองตกอยู่ในเงื้อมมือของชาวเติร์ก และอยู่ในการปกครองของพวกเขาตลอด 400 ปี
  • ปี พ.ศ. 2460 (ค.ศ.1917) พันธมิตรได้ยึดกรุงเยรูซาเลมและให้อยู่ใต้การปกครองของทหารอังกฤษ
  • ปี พ.ศ. 2491(ค.ศ.1948) สงครามระหว่างยิวและชาวอาหรับ กรุงเยรูซาเลมถูกแบ่งดินแดนเป็นเยรูซาเลมตะวันตก ปกครองโดยอิสราเอล และเยรูซาเลมตะวันออก ปกครองโดยจอร์แดน และเป็นเมืองหลวงของประเทศอิสราเอลในส่วนที่เป็นเยรูซาเลมตะวันตก ระหว่างสงคราม 6 วัน ใน ค.ศ. 1967 เยรูซาเลมตะวันออกจึงตกอยู่ ภายใต้การปกครองของอิสราเอล และตามกฎหมายซึ่งออกใน ค.ศ. 1980 เยรูซาเลมจึงเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลอย่างเป็นทางการ
  • ปี พ.ศ. 2510 (ค.ศ.1967) ระหว่างสงคราม 6 วัน ชาวอิสราเอลได้ยึดกรุงเยรูซาเลมเก่า ซึ่งเคยอยู่ภายใต้การปกครองของจอร์แดน สถานการณ์ปัจจุบันยังยืดเยื้ออยู่ และชาวอาหรับรับไม่ค่อยได้ด้านประวัติศาสตร์ของคริสตชน เริ่มตั้งแต่ปีที่ 33 ของสมัยปกครองของกษัตริย์เฮโรด

ภูมิศาสตร์[แก้]

เยรูซาเลมตั้งอยู่บนที่ราบสูงทางตอนใต้ของเทือกเขาจูเดียน มีอาณาเขตติดกับทะเลเดดซี (Dead Sea) ทางด้านตะวันออก และข้างฝั่งแม่น้ำจอร์แดนเป็นเทือกเขาโมอาบ (Moab) ที่แห้งแล้ง ทางตะวันตกติดกับที่ราบชายฝั่งและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Sea) ห่างจากชายฝั่ง 58 กิโลเมตร ถนนหลวงเป็นเส้นทางสู่เมืองเยริโค (Jericho) ห่างประมาณ 57.6 กิโลเมตร ไปทางตะวันออกทางเหนือมุ่ง สู่จอร์แดน และทะเลสาบกาลิลี ถนนอาลอน (Allon) หรือ ยิกัล (Yigal) ตัดผ่านทะเลทรายยูเดีย นำสู่เมืองสะมาเรีย

ภูมิอากาศ[แก้]

ข้อมูลภูมิอากาศของเยรูซาเลม (1881–2007)
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภมูิสูงสุดที่เคยบันทึก °C (°F) 23.4
(74.1)
25.3
(77.5)
27.6
(81.7)
35.3
(95.5)
37.2
(99)
36.8
(98.2)
40.6
(105.1)
44.4
(111.9)
37.8
(100)
33.8
(92.8)
29.4
(84.9)
26
(79)
44.4
(111.9)
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) 11.8
(53.2)
12.6
(54.7)
15.4
(59.7)
21.5
(70.7)
25.3
(77.5)
27.6
(81.7)
29.0
(84.2)
29.4
(84.9)
28.2
(82.8)
24.7
(76.5)
18.8
(65.8)
14.0
(57.2)
21.5
(70.7)
อุณหภูมิเฉลี่ยแต่ละวัน °C (°F) 9.1
(48.4)
9.5
(49.1)
11.9
(53.4)
17.1
(62.8)
20.5
(68.9)
22.7
(72.9)
24.2
(75.6)
24.5
(76.1)
23.4
(74.1)
20.7
(69.3)
15.6
(60.1)
11.2
(52.2)
17.5
(63.5)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) 6.4
(43.5)
6.4
(43.5)
8.4
(47.1)
12.6
(54.7)
15.7
(60.3)
17.8
(64)
19.4
(66.9)
19.5
(67.1)
18.6
(65.5)
16.6
(61.9)
12.3
(54.1)
8.4
(47.1)
13.5
(56.3)
อุณหภมูิต่ำสุดที่เคยบันทึก °C (°F) -6.7
(19.9)
-2.4
(27.7)
-0.3
(31.5)
0.8
(33.4)
7.6
(45.7)
11
(52)
14.6
(58.3)
15.5
(59.9)
13.2
(55.8)
9.8
(49.6)
1.8
(35.2)
0.2
(32.4)
-6.7
(19.9)
ปริมาณฝน มม (นิ้ว) 133.2
(5.244)
118.3
(4.657)
92.7
(3.65)
24.5
(0.965)
3.2
(0.126)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0.3
(0.012)
15.4
(0.606)
60.8
(2.394)
105.7
(4.161)
554.1
(21.815)
ความชื้นร้อยละ 72 69 63 58 41 44 52 57 58 56 61 69 58.3
วันที่มีฝนตกโดยเฉลี่ย 12.9 11.7 9.6 4.4 1.3 0 0 0 0.3 3.6 7.3 10.9 62
จำนวนชั่วโมงที่มีแดด 192.2 226.3 243.6 267.0 331.7 381.0 384.4 365.8 309.0 275.9 228.0 192.2 3,397.1
แหล่งที่มา1: Israel Meteorological Service[1][2]
แหล่งที่มา 2: Hong Kong Observatory for data of sunshine hours[3]

ประชากร[แก้]

กรุงเยรูซาเลม มีประชากรและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป เมืองโบราณแห่งนี้ชุมชนนับถือศาสนายิว คริสต์ศาสนา นิกายอาร์เมเนียน และชาวมุสลิม ชนชาวยิวต้องทนทุกข์ทรมานระหว่าง ค.ศ.1974-48 และได้รับการบูรณะใหม่ แบบทางสถาปัตยกรรมของอาคารให้บรรยากาศความเป็นชนชาติตะวันออก

ชาวอาหรับแต่งกายแบบดั้งเดิมและทันสมัย คริสตชนได้รับอิทธิพลการแต่งกายทั้งจากตะวันตกและตะวันออก ธรรมศาลา (Synagogue) คริสต์ศาสนสถาน มัสยิดและที่พักอาศัย มีรูปแบบต่างๆ กันซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมแบบโมเสก (Mosaic) กลิ่นเครื่องเทศ สัญลักษณ์ของการปรุงอาหารแบบตะวันออก เสียงระฆังโบสถ์ที่กังวานและยาวนาน สัญญาณเรียกให้มาสวดมนต์ในสุเหร่ามุสลิม และท่วงทำนองเสียงสวดมนต์ของชาวยิวที่กำแพงตะวันตก หรือกำแพงร้องไห้ (Western Wal, Wailing Wall) เพิ่มเสน่ห์และชีวิตชีวาแก่เมืองนี้ บรรยากาศเหล่านี้สัมผัสได้เฉพาะในส่วนที่เป็นเมืองเก่า นอกกำแพงเมืองเยรูซาเลมเต็มไปด้วยบรรยากาศความทันสมัยทั้งถนน เส้นทางคมนาคม ตึกสูง ห้างสรรพสินค้า ย่านธุรกิจ โรงเรียน ร้านอาหารและร้านกาแฟ

สถิติปี ค.ศ. 1993 มีประชากร 556,000 คน ในจำนวนนี้ 401,000 คน เป็นชาวยิว อาศัยในเยรูซาเลมใหม่ และอีก 139,000 คน อาศัยทางตะวันออกและเยรูซาเลมเก่า จำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม มีเพียง 16,000 คน นับถือศาสนาคริสต์

วัฒนธรรม[แก้]

ภาษา[แก้]

ภาษาที่ผู้คนตามท้องถนนใช้มีทั้งภาษาฮีบรู ภาษาอาหรับ และภาษาอังกฤษ แหล่งกำเนิดวัฒนธรรมที่หลายหลากและการเมืองที่ซับซ้อน

ศาสนา[แก้]

กรุงเยรูซาเลม เป็นศูนย์รวมด้านจิตวิญญาณของผู้เชื่อศรัทธา ในพระเป็นเจ้าองค์เดียวกันถึง 3 ศาสนา ได้แก่ ศาสนายิว ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม จึงเป็นสถานที่แสวงบุญของศาสนิกชนทั้ง 3 ศาสนา

ชาวมุสลิมเชื่อกันว่าศาสดามุฮัมมัดได้เสด็จสู่ฟากฟ้า ที่เมืองนี้จึงเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์อันดับสาม รองจาก มักกะฮ์ และมะดีนะฮ์

สื่อ[แก้]

เศรษฐกิจ[แก้]

การคมนาคม[แก้]

การศึกษา[แก้]

เบซาเลล สถาบันศิลปะและการออกแบบ - เป็นสถาบันการศึกษาแห่งชาติของศิลปะและการออกแบบของอิสราเอล

กีฬา[แก้]

เมืองพี่น้อง[แก้]

ทัศนียภาพ[แก้]

Panorámica de Jerusalén desde el Monte de los Olivos.jpg

อ้างอิง[แก้]

  1. "Long Term Climate Information for Israel". June 2011. 
  2. "Record Data in Israel". 
  3. "Climatological Information for Jerusalem, Israel". Hong Kong Observatory. 
  4. "Online Directory: Israel, Middle East". Sister Cities International. Archived from the original on 17 January 2008. สืบค้นเมื่อ 5 April 2007. 
  5. "New York City Global Partners". NYC.gov. สืบค้นเมื่อ 9 September 2011. 
  6. "Partner Cities (Portal of Prague)". Praha.eu. 

ดูเพิ่ม[แก้]