จังหวัดชลบุรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับชลบุรี ในความหมายอื่น ดูที่ ชลบุรี (แก้ความกำกวม)
จังหวัดชลบุรี
ตราประจำจังหวัดชลบุรี
ตราประจำจังหวัด
ทะเลงาม ข้าวหลามอร่อย
อ้อยหวาน จักสานดี ประเพณีวิ่งควาย
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย ชลบุรี
ชื่ออักษรโรมัน Chon Buri
ชื่อไทยอื่นๆ เมืองชล, บางปลาสร้อย (ชื่อเดิม)
ผู้ว่าราชการ นายคมสัน เอกชัย
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2554)
ISO 3166-2 TH-20
ต้นไม้ประจำจังหวัด ประดู่
ดอกไม้ประจำจังหวัด ประดู่
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 4,363 ตร.กม.
(อันดับที่ 50)
ประชากร 1,390,354 คน[1] (พ.ศ. 2556)
(อันดับที่ 10)
ความหนาแน่น 318.66 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 10)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดชลบุรี ถนนมนตเสวี ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี 20000
โทรศัพท์ (+66) 0 3827 5034, 0 3827 9434
เว็บไซต์ จังหวัดชลบุรี
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดชลบุรี

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดชลบุรี เป็นจังหวัดที่ติดกับอ่าวไทยแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลายแห่งตั้งอยู่ นอกจากด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแล้ว ในขณะเดียวกันนั้นยังถือว่าเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมากรองจากกรุงเทพมหานคร นอกจากนั้นยังเป็นทั้งในด้านพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของประเทศแห่งหนึ่งด้วย

ในอดีตจังหวัดชลบุรีนั้นเคยเป็นแหล่งที่ตั้งของเมืองท่าที่มีความสำคัญมาก แม้แต่ในปัจจุบันนี้ก็ยังคงเป็นที่ตั้งของท่าเรือที่มีความสำคัญของประเทศรองจากท่าเรือกรุงเทพ นั่นก็คือท่าเรือแหลมฉบัง เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งเหมาะสม จังหวัดชลบุรีนั้นมีอาณาเขตติดกับจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี

ทำเนียบนามผู้ว่าราชการจังหวัด[แก้]

นส. ปริยานุช ศรีจันทร์

ประวัติศาสตร์[แก้]

จังหวัดชลบุรีเคยเป็นชุมชนโบราณที่เคยมีมนุษย์ยุคหินใหม่อาศัยอยู่มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เพราะว่าเคยมีการขุดค้นด้านโบราณคดีแล้วพบร่องรอยของชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำพานทองซึ่งอยู่ในบริเวณวัดโคกพนมดี ตำบลท่าข้าม อำเภอพนัสนิคม พบร่องรอยของชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์โคกพนมดี ทำให้สันนิษฐานได้ว่าในอดีตพื้นที่บริเวณจังหวัดชลบุรีเคยเป็นที่ตั้งเมืองโบราณที่มีความรุ่งเรืองถึง 3 เมือง ได้แก่ เมืองพระรถ เมืองศรีพโล และ เมืองพญาแร่ โดยอาณาเขตของ 3 เมืองนี้รวมกันเป็นจังหวัดชลบุรีในปัจจุบัน

ซึ่งแหล่งโบราณคดีที่ค้นพบในครั้งนั้นได้พบสิ่งมีคุณค่าทางโบราณคดีหลายอย่าง เช่น ขวานหินขัด เครื่องประดับจำพวกกำไล ลูกปัด เครื่องปั้นดินเผาแบบใช้เชือกทาบ และได้พบซากของอาหารทะเลอีกด้วย จึงทำให้ทราบว่าบริเวณนี้อยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลมากกว่าปัจจุบันนี้มาก แหล่งโบราณคดีที่กล่าวอ้างทั้งหมดข้างต้นนั้นจึงเป็นหลักฐานยืนยันส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมาอันแสนยาวนานของจังหวัดชลบุรี

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเมืองชลบุรีปรากฏเป็นหลักฐานในทำเนียบศักดินาหัวเมือง ตราเมื่อ พ.ศ. 1919 มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ผู้รักษาเมืองคือ “ออกเมืองชลบุรีศรีมหาสมุทร” ศักดินา 2,400 ไร่ ส่งส่วยไม้แดง จนกระทั่งกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเมื่อ พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้เสด็จยกทัพผ่านมาทางบริเวณจังหวัดชลบุรีในปัจจุบัน ก่อนที่จะเข้าตีเมืองจันทบุรี และยกทัพกลับไปกู้กรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ

ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ยังไม่มีการจัดตั้งจังหวัดชลบุรีขึ้นเป็นทางการ บริเวณจังหวัดชลบุรี ประกอบไปด้วยเมืองใหญ่ 3 เมือง คือ เมืองบางปลาสร้อย เมืองพนัสนิคม และเมืองบางละมุง

ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองราชอาณาจักร โดยการจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล ให้อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทยหน่วยงานเดียว เมืองในจังหวัดชลบุรีจึงเข้าอยู่ในมณฑลปราจีนบุรี ดังมีบันทึกว่า

“รวมหัวเมืองทางลำน้ำบางปะกง คือ เมืองปราจีนบุรี 1 เมืองนครนายก 1 เมืองพนมสารคาม 1 เมืองฉะเชิงเทรา 1 รวม 4 หัวเมือง เป็นเมืองมณฑล 1 เรียกว่า มณฑลปราจีน ตั้งที่ว่าการมณฑล ณ เมืองปราจีน ต่อเมื่อโอนหัวเมืองในกรมท่ามาขึ้นกระทรวงมหาดไทย จึงย้ายที่ทำการมณฑลลงมาตั้งที่เมืองฉะเชิงเทรา เพราะขยายอาณาเขตมณฑลต่อลงไปทางชายทะเล รวมเมืองพนัสนิคม เมืองชลบุรี และเมืองบางละมุง เพิ่มให้อีก 3 รวมเป็น 7 เมืองด้วยกัน แต่คงเรียกชื่อว่ามณฑลปราจีนอยู่ตามเดิม ”

ต่อมาในสมัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี พ.ศ. 2475 มีการเปลี่ยนแปลงรูปการปกครองประเทศครั้งใหญ่ จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยพระราชบัญญัติระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 ได้ยกเลิกเขตการปกครองแบบ “เมือง” ทั่วราชอาณาจักร แล้วตั้งขึ้นเป็น “จังหวัด” แทน เมืองบางปลาสร้อย เมืองพนัสนิคม และเมืองบางละมุง จึงรวมกันกลายเป็นจังหวัดชลบุรี โดยใช้บริเวณเมืองบางปลาสร้อยเดิมจัดตั้งเป็นอำเภอบางปลาสร้อย ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นอำเภอเมืองชลบุรี ในปี พ.ศ. 2481

เมืองพนัสนิคมยุบเป็นอำเภอพนัสนิคมก่อนที่จะแยกออกเป็นอำเภอบ้านบึง อำเภอหนองใหญ่ อำเภอพานทอง อำเภอบ่อทอง และอำเภอเกาะจันทร์ เมืองบางละมุงยุบเป็นอำเภอบางละมุง ก่อนที่จะแยกออกเป็นอำเภอศรีราชา และอำเภอสัตหีบ และเปลี่ยนข้าหลวงประจำจังหวัดเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างในปัจจุบัน

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

การปกครองแบ่งออกเป็น 11 อำเภอ 92 ตำบล 687 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองชลบุรี
  2. อำเภอบ้านบึง
  3. อำเภอหนองใหญ่
  4. อำเภอบางละมุง
  5. อำเภอพานทอง
  6. อำเภอพนัสนิคม
  1. อำเภอศรีราชา
  2. อำเภอเกาะสีชัง
  3. อำเภอสัตหีบ
  4. อำเภอบ่อทอง
  5. อำเภอเกาะจันทร์
 แผนที่

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

เทศบาลนคร[แก้]

มีเทศบาลนคร 2 แห่ง คือ

  1. เทศบาลนครแหลมฉบัง
  2. เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์

เทศบาลเมือง[แก้]

มีเทศบาลเมือง 10 แห่ง คือ

  1. เทศบาลเมืองชลบุรี
  2. เทศบาลเมืองบ้านสวน
  3. เทศบาลเมืองอ่างศิลา
  4. เทศบาลเมืองแสนสุข
  5. เทศบาลเมืองพนัสนิคม
  6. เทศบาลเมืองปรกฟ้า
  7. เทศบาลเมืองบ้านบึง
  8. เทศบาลเมืองศรีราชา
  9. เทศบาลเมืองหนองปรือ
  10. เทศบาลเมืองสัตหีบ

เขตการปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ[แก้]

มีเขตการปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ 1 แห่ง คือ

สถานศึกษา[แก้]

มหาวิทยาลัย[แก้]

สถาบันและวิทยาลัย[แก้]

=== โรงเรียน ===อนุบาลวัดอู่ตะเภา

การเดินทางสู่จังหวัดชลบุรี[แก้]

ชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีเส้นทางคมนาคมดีที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศ โดยมีระบบการคมนาคมขนส่งทั่วถึงและสะดวกในทุกด้าน ทั้งการขนส่งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ รวมทั้งมีการขนส่งทางท่อสำหรับสินค้าเหลว ได้แก่ น้ำมันและสารเคมี การคมนาคมและขนส่งของจังหวัดชลบุรีในปัจจุบันอาศัยทางบกเป็นหลัก นอกจากนั้นยังมีการขนส่งทางเรือและทางอากาศ ซึ่งสามารถพัฒนาศักยภาพให้เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

ทางอากาศ[แก้]

จังหวัดชลบุรีมีท่าอากาศยาน 1 แห่งคือ ท่าอากาศยานบางพระตั้งอยู่ในอำเภอศรีราชา เป็นสนามฝึกซ้อมสำหรับเครื่องบินลำเล็ก จึงไม่ได้เปิดให้บริการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์ทั่วไป

ทางน้ำ[แก้]

เนื่องจากจังหวัดชลบุรีมีสภาพภูมิศาสตร์เอื้ออำนวยต่อการขนส่งทางทะเล กล่าวคือด้านตะวันตกของจังหวัดเป็นชายฝั่งที่มีแนวยาวระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร โดยหลายแห่งเป็นชายหาดที่งดงาม และบางแห่งเหมาะจะเป็นท่าจอดเรือ ส่งผลให้ชายฝั่งทะเลของจังหวัดมีท่าเทียบเรือประมงและท่าเทียบเรือสินค้า ทั้งที่เป็นท่าเทียบเรือของเอกชนและท่าเทียบเรือพาณิชย์สำหรับขนส่งสินค้าไปต่างประเทศ รวมถึงการขนส่งสินค้าเลียบตามชายฝั่งทะเลตะวันออกเข้าสู่ท่าเรือกรุงเทพฯ

ทางรถไฟ[แก้]

การขนส่งทางรถไฟของจังหวัดชลบุรีอาศัยเส้นทางรถไฟสายตะวันออก โดยเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา-อำเภอศรีราชา เมื่อรัฐบาลมีโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ขึ้น เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าจากท่าเรือน้ำลึกสัตหีบ ท่าเรือน้ำลึกนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง และท่าเรือน้ำลึกนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด

ตารางการเดินรถ[แก้]

เที่ยวขึ้น[แก้]
ขบวนรถ ต้นทาง ชลบุรี ปลายทาง หมายเหตุ
ชื่อสถานี เวลาออก ชื่อสถานี เวลาถึง


ธ283 กรุงเทพ 06.55 09.48 บ้านพลูตาหลวง 11.20 เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์
* ดพ= รถด่วนพิเศษ / ด= รถด่วน / ร= รถเร็ว / ธ= รถธรรมดา / ช= รถชานเมือง / พช= รถพิเศษชานเมือง / ท= รถท้องถิ่น / น= รถนำเที่ยว / ส= รถสินค้า


เที่ยวล่อง[แก้]
ขบวนรถ ต้นทาง ชลบุรี ปลายทาง หมายเหตุ
ชื่อสถานี เวลาออก ชื่อสถานี เวลาถึง


ธ284 บ้านพลูตาหลวง 13.35 15.20 กรุงเทพ 18.25 เฉพาะวันจันทร์-วันศุกร์
* ดพ= รถด่วนพิเศษ / ด= รถด่วน / ร= รถเร็ว / ธ= รถธรรมดา / ช= รถชานเมือง / พช= รถพิเศษชานเมือง / ท= รถท้องถิ่น / น= รถนำเที่ยว / ส= รถสินค้า


ทางรถยนต์[แก้]

การขนส่งทางรถยนต์เป็นระบบการคมนาคมสำคัญที่สุดของจังหวัดชลบุรี และมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน โครงข่ายนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง โดยจังหวัดชลบุรีมีถนนที่สร้างเสร็จแล้วเป็นระยะทาง 745.497 กิโลเมตร เป็นทางหลวงแผ่นดินรวมระยะทาง 745.497 กิโลเมตร และระยะทางต่อ 2 ช่องจราจรคิดเป็นระยะทาง 1,191.408 กิโลเมตร

ประชากร[แก้]

สถิติประชากรตามทะเบียนราษฎร
จังหวัดชลบุรี[2]
ปี (พ.ศ.) ประชากร
2549 1,205,574
2550 1,233,446
2551 1,264,687
2552 1,289,590
2553 1,316,293
2554 1,338,656
2555 1,364,002

กีฬา[แก้]

จังหวัดชลบุรีมีทีมฟุตบอลอาชีพที่มีชื่อเสียงและซึ่งปัจจุบันเล่นอยู่ในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2 ทีม คือ สโมสรฟุตบอลชลบุรี ซึ่งเป็นทีมในอำเภอเมืองชลบุรี ปัจจุบันเล่นอยู่ในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก มีผลงานได้เป็นแชมป์ประเทศไทยหนึ่งสมัยในปี พ.ศ. 2550 และเป็นตัวแทนไปแข่งในเขตเอเชียในเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก และ สโมสรฟุตบอลพัทยายูไนเต็ด ในเมืองพัทยา รวมไปถึงสโมสรฟุตบอลศรีราชาซูซูกิ ในเทศบาลเมืองศรีราชา อำเภอศรีราชา และ สโมสรฟุตบอลราชนาวี อำเภอสัตหีบ ที่ปัจจุบันทำการแข่งขันอยู่ในยามาฮ่าลีกส์ 1

รวมไปถึงทีมฟุตซอลที่สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดชลบุรีคือทีม ชลบุรี ธ.อ.ส. อาร์แบค หรือที่เรียกกันว่า ชลบุรี บลูเวฟ

นอกจากนี้สโสรวอลเลย์บอลจังหวัดชลบุรี (พลังชล-อีเทค-แอร์ฟอร์ช)ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันวอลเลย์บอลไทยแลนด์ลีก 2 สมัย

สถานที่สำคัญ[แก้]

[3]

นามสกุลพระราชทานที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชลบุรี[แก้]

บุคคลที่มีชื่อเสียงจากจังหวัดชลบุรี[แก้]

พระสงฆ์ / พระภิกษุ

นักการเมือง

นักกีฬาทุกประเภท

นักธุรกิจ

นักเขียน

นักแสดง / นักพูด / นักร้อง / ศิลปิน / นักดนตรี

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°24′N 101°00′E / 13.4°N 101°E / 13.4; 101