จังหวัดแพร่
-
"แพร่" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ แพร่ (แก้ความกำกวม)
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
จังหวัดแพร่ เป็นจังหวัดในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย อดีตเป็นแหล่งไม้สักที่สำคัญของประเทศ มีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านคือแม่น้ำยม มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบมีทิวเขาล้อมรอบ
เนื้อหา |
[แก้] สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
- ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกยมหิน (Chukrasia tabularis)
- ต้นไม้ประจำจังหวัด: ต้นยมหิน (Chukrasia tabularis)
- คำขวัญประจำจังหวัด: หม้อห้อมไม้สัก ถิ่นรักพระลอ ช่อแฮศรีเมือง ลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่นี้ใจงาม
[แก้] อาณาเขต
- ทิศเหนือ ติดกับจังหวัดพะเยาและน่าน
- ทิศตะวันออก ติดกับจังหวัดน่าน
- ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดลำปาง
- ทิศใต้ ติดกับจังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดสุโขทัย
[แก้] สภาพทางภูมิศาสตร์
[แก้] ภูมิประเทศ
จังหวัดแพร่เป็นจังหวัดที่มีภูเขาล้อมรอบทั้งสี่ทิศ มีภูเขาที่สูงที่สุดอยู่ที่ ดอยกู่สถาน (บางชื่อเรียกว่าดอยขุนสถาน) สูง 1,650 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยทั่วไปพื้นที่ราบจะมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 120-200 เมตร สำหรับตัวเมืองแพร่มีความสูง 161[3] เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
[แก้] ภูมิอากาศ
- ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์-กลางเดือนพฤษภาคม จะมีอากาศร้อน อบอ้าวอุณหภูมิสูงสุดที่เคยวัดได้ 43.6 องศาเซลเซียสเมื่อปี พ.ศ. 2526[4] อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดในเดือนเมษายน 37.3[5] องศาเซลเซียส
- ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม-กลางเดือนตุลาคม มีน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีประมาณ 1,000-1,500 มิลมิเมตร
- ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม-ปลายเดือนกุมภาพันธ์ จะมีอากาศหนาวอาจถึงหนาวจัดในบางปี อุณหภูมิต่ำสุดที่เคยวัดได้ 4.6 องศาเซลเซียสเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2517[4] อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในเดือนมกราคม 14.4 องศาเซลเซียส[5]
[แก้] หน่วยการปกครอง
การปกครองแบ่งออกเป็น 8 อำเภอ 78 ตำบล 645 หมู่บ้าน
[แก้] การปกครองส่วนท้องถิ่น
|
อำเภอเมืองแพร่ |
อำเภอสอง อำเภอลอง |
อำเภอสูงเม่น อำเภอเด่นชัย อำเภอร้องกวาง |
อำเภอหนองม่วงไข่ อำเภอวังชิ้น |
[แก้] ประวัติศาสตร์
[แก้] สมัยนครรัฐ
ในปี พ.ศ. 1371 "พญาพล" หรือ "พญาพละราช" ได้อพยพผู้คนส่วนหนึ่งลงมาจากเมืองเชียงแสน ไชยบุรี และเวียงพางคำลงมาทางใต้ สร้างเมืองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมเรียกว่า "พละนคร" ตามชื่อของพญาพลผู้สร้างเมือง พญาพลได้สร้างวัดหลวงเป็นวัดแรกและสร้างวิหารหลวงพลนครไว้เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าแสนหลวงอันเป็นพระประธานเมือง ต่อมา เมืองแพร่ถูกหริภุญไชยเข้าครอบครองและส่งเชื้อสายราชวงศ์มาเป็นเจ้าเมือง
[แก้] สมัยสุโขทัย
ในปี พ.ศ. 1826 เมื่อหริภุญไชยถูกพญามังรายตีแตกทำให้เมืองต่างๆที่เคยอยู่ในอำนาจของหริภุญไชยแยกตัวออกมา สำหรับเมืองแพร่ซึ่งขาดเจ้าผู้ครองนคร ทางสุโขทัยจึงยกกองทัพเข้ามาโจมตี ทำให้เมืองแพร่ตกเป็นเมืองขึ้นของสุโขทัย ดังปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 ทำให้เมืองแพร่รับอิทธิพลทางศิลปะจากสุโขทัย ทั้งวัดวาอารามและพระพุทธรูปแบบสุโขทัย โดยเฉพาะ ในสมัยพระยาลิไทที่พระองค์ทรงส่งเสริมทางด้านการศาสนาเป็นอย่างมาก
[แก้] สมัยล้านนา
ในปี พ.ศ. 1986 พระเจ้าติโลกราชแห่งเชียงใหม่ ยกกองทัพมาตีเอาเมืองแพร่ในช่วงเวลาที่สุโขทัยอ่อนแอและหมดอำนาจทางการเมืองแล้ว โดยมีพระราชมารดาเป็นแม่ทัพ พญาแม่นคุนเป็นผู้ครองเมืองแพร่ไม่ออกรบ ยังคงนิ่งอยู่แต่ภายในเวียง เมื่อกองทัพเชียงใหม่ยิงต้นตาลแตกออกเป็นสองเสี่ยง พญาแม่นคุนจึงยอมแพ้และยอมให้กองทัพเชียงใหม่เข้าเมืองได้ ทำให้เมืองแพร่ถูกผนวกในอาณาจักรล้านนา
[แก้] สมัยอิทธิพลของพม่า
ในปี พ.ศ. 2101 พระเจ้าบุเรงนองยกทัพจากพม่ามาตีล้านนา กองทัพล้านนาไม่สามารถต่อสู้พวกพม่าได้ ล้านนาจึงกลายเป็นเมืองขึ้นของพม่า ต่อมา พระเจ้าล้านช้าง พญาเชียงใหม่ พญาน่าน พญาแพร่ พญาลคอร พญาเชียงราย พญาเชียงของ ก็เข้าร่วมต้านพม่าด้วย แต่ก็พ่ายแพ้แตกหนีไป ทำให้พม่าสามารถยึดล้านนาเป็นเมืองขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ แม้มีความพยายามต่อสู้พม่าหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งถึงช่วงธนบุรี-ต้นรัตนโกสินทร์จึงสามารถขับไล่พม่าออกไปได้
[แก้] สมัยรัตนโกสินทร์
เจ้าเมืองแพร่ในสมัยรัตนโกสินทร์มีดังนี้ พญาแสนซ้าย, พญามังไชย (พญาเมืองไจย), เจ้าหลวงเทพวงศ์ลิ้นทอง (เจ้าหลวงอุปเสน), เจ้าหลวงอินทวิไชย, เจ้าหลวงพิมพิสาร และเจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้ายคือ เจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ ต่อมา ในปี พ.ศ. 2442 มีการปฏิรูปการปกครองส่วนภูมิภาคใหม่ โดยการจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล เมืองแพร่จึงถูกผนวกในมณฑลพายัพ ต่อมาในปี พ.ศ. 2458 ได้มีการแยกพื้นที่ด้านตะวันออกเป็นมณฑลมหาราษฎร์ แต่ก็ยุบรวมกันอีกครั้งในปี พ.ศ. 2468 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปี พ.ศ. 2475 ระบบมณฑลเทศาภิบาลจึงถูกยกเลิกไป และจัดตั้งระบบจังหวัดขึ้นแทน เมืองแพร่จึงกลายเป็นจังหวัดแพร่ดังเช่นในปัจจุบัน
[แก้] ทำเนียบรายนามผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่
| ลำดับ | รายนาม | ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | พระยาราชฤทธานนท์ (ทองอยู่ สุวรรณบาตร์) | พ.ศ. 2400-2445 |
| 2 | พระยาศรีสุริยะราชวรานุวัตร (ทองศุข ดิษบุตร) | พ.ศ. 2445-2448 |
| 3 | พระบริรักษ์โยธี (เวศ) | พ.ศ. 2448-2449 |
| 4 | อ.อ. พระยานิกรกิติการ (กก ศรีเพ็ญ) | พ.ศ. 2449-2458 |
| 5 | อ.อ.พระยาสุรินทรภักดี ศรีไผทสมันต์ (สว่าง ผกณานนท์) | พ.ศ. 2458-2460 |
| 6 | อ.อ.พระยายอดเมืองขวาง (ม.ล. อั้น เสนีย์วงศ์) | พ.ศ. 2460-2461 |
| 7 | อ.ท.พระประสงค์ศขการี (เทียบ สุวรรณิน) | พ.ศ. 2461-2466 |
| 8 | ม.อ.ต.พระยารามราชเดช (ม.ร.ว. ปาน นพวงศ์ฯ) | พ.ศ. 2466-2467 |
| 9 | อ.ท.พระทวารา ดีภิบาล (เชย ชัยระภา) | พ.ศ. 2467-2469 |
| 10 | อ.ท.พระยากรุงศรีสวัสดิการ (จำรัส สวัสดิ์ชูโต) | พ.ศ. 2469-2471 |
| 11 | ม.อ.ต.พระยาเพ็ชรพิไสยศรีสวัสดิ์ (แม้น วสันตสิงห์) | พ.ศ. 2471-2478 |
| 12 | พระพายัพพิริยะกิจ (เอม ทินทลักษณ์) | พ.ศ. 2478-2479 |
| 13 | หลวงวิโรจน์รัฐกิจ (เปรื่อง โรจนกุล) | พ.ศ. 2479-2481 |
| 14 | หลวงเกษมประศาสน์ (บุญหยด สุวรรณสวัสดิ์) | พ.ศ. 2481-2484 |
| 15 | หลวงศรีนราศัย (ผิว จันทิมาคม) | พ.ศ. 2484-2487 |
| 16 | นายพรหม สูตรสุคนธ์ | พ.ศ. 2487-2487 |
| 17 | หลวงสรรคประศาสน์ (วิเศษ สรรคประศาสน์) | พ.ศ. 2487-2489 |
| 18 | นายสง่า สุขรัตน์ | พ.ศ. 2489-2490 |
| 19 | นายจรัส ธารีสาร | พ.ศ. 2490-2493 |
| 20 | นายเพ็ชร บูรณะวรศิริ | พ.ศ. 2493-2495 |
| 21 | นายชุณห์ นกแก้ว | พ.ศ. 2495-2501 |
| 22 | นายพยุง ตันติลิปิกร | พ.ศ. 2501-2502 |
| 23 | นายสมบัติ สมบัติทวี | พ.ศ. 2502-2505 |
| 24 | นายเครือ สุวรรณสิงห์ | พ.ศ. 2505-2511 |
| 25 | นายวิจิตร แจ่มใส | พ.ศ. 2511-2512 |
| 26 | นายปฐม สุทธิวาทนฤพุฒิ | พ.ศ. 2512-2519 |
| 27 | นายธานี โรจนาลักษณ์ | พ.ศ. 2519-2520 |
| 28 | นายสำรวย พึ่งประสิทธิ์ | พ.ศ. 2520-2523 |
| 29 | นายชูวงศ์ ฉายะบุตร | พ.ศ. 2523-2524 |
| 30 | น.อ.จำลอง ประเสริฐยิ่ง ร.น. | พ.ศ. 2524-2524 |
| 31 | นายแสวง อินทุสุต | พ.ศ. 2524-2526 |
| 32 | นายอนันต์ มีชำนะ | พ.ศ. 2526-2527 |
| 33 | นายธวัช รอดพร้อม | พ.ศ. 2527-2532 |
| 34 | นายศักดา ลาภเจริญ | พ.ศ. 2532-2534 |
| 35 | นายจินต์ วิภาตะกลัศ | พ.ศ. 2534-2536 |
| 36 | นายศักดิ์ เตชาชาญ | พ.ศ. 2536-2537 |
| 37 | นายทรงวุฒิ งามมีศรี | พ.ศ. 2537-2539 |
| 38 | นายนรินทร์ พานิชกิจ | พ.ศ. 2539-2541 |
| 39 | นายอนุกุล คุณาวงศ์ | พ.ศ. 2541-2544 |
| 40 | นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ | พ.ศ. 2544-2546 |
| 41 | นายสมศักดิ์ บุญเปลื้อง | พ.ศ. 2546-2547 |
| 42 | นายสันทัด จัตุชัย | พ.ศ. 2547-2548 |
| 43 | นายอธิคม สุวรรณพงศ์ | พ.ศ. 2548-2550 |
| 44 | ว่าที่ ร.ต. พงษ์ศักดิ์ พลายเวช | พ.ศ. 2550-2552 |
| 45 | นายวัลลภ พริ้งพงษ์ | พ.ศ. 2552-2552 |
| 46 | นายสมชัย หทยะตันติ | พ.ศ. 2552-2553 |
| 47 | นายชวน ศิรินันท์พร | พ.ศ. 2553-2554 |
| 48 | นายเกษม วัฒนธรรม | พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน |
[แก้] สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
[แก้] สถาบันการศึกษา
[แก้] ชาวแพร่ที่มีชื่อเสียง
- โชติ แพร่พันธุ์ หรือ ยาขอบ นักเขียนชื่อดังของไทย
- นายทอง กันทาธรรม รัฐมนตรีสั่งการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลนายทวี บุณยเกต และในรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และรัฐมนตรีสั่งการกระทรวงเกษตราธิการ และกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลหลวงธำรง นาวาศสวัสดิ์
- ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีการเกษตร (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่
- คุณหญิงบัวเขียว รังคสิริ อดีตผู้อำนายการโรงเรียนนารีรัตน์ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่
- ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร อดีตนายกราชบัณฑิตยสถาน และนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติประจำปี พ.ศ. 2531
- แม่ประนอม ทาแปง ศิลปินแห่งชาติประจำปี พ.ศ. 2553 สาขาทัศนศิลป์-ประณีตศิลป์ ด้านการทอผ้าพื้นเมือง
- ณรงค์ วงศ์วรรณ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง
- ศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุร อดีตอธิบดีกรมแรงงาน
- ดร.โอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
- วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
- นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย
- มานิต นพอมรบดี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข คณะรัฐมนตรีที่ 59 โดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
- ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือ
- ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ นักเศรษฐศาสตร์
- ถนอม สามโทน หรือ วิทยา เจตะภัย
- วราพรรณ หงุ่ยตระกูล นักแสดง
- รัญญา ศิยานนท์ นักแสดง
- อดิศร อรรถกฤษณ์ หรือ เต๋า ดราก้อนไฟว์
- คณิน ขัตติยา หรือ คูณ นักแสดงเรื่อง ม.3 ปี 4 เรารักนาย
- กัลยทรรศน์ ชูวงษ์ อิช์ค AF6
- สิงห์หนุ่ม ชูวัฒนะ นักมวยสากล
- อารีรัตน์ ตาขัน นักตะกร้อทีมชาติ
[แก้] อ้างอิง
- ^ ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
- ^ ประกาศสานักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
- ^ http://www.dnp.go.th/statistics/2549/stat2549.asp
- ^ 4.0 4.1 http://www.cmmet.tmd.go.th/
- ^ 5.0 5.1 http://www.tmd.go.th/province_stat.php?StationNumber=48330
[แก้] ดูเพิ่ม
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของจังหวัดแพร่
- สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่
- วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดแพร่
- สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดแพร่
- สโมสรฟุตบอลแพร่ยูไนเต็ด
- เว็บไซต์แมกกาซีนออนไลน์ของจังหวัดแพร่
พิกัดภูมิศาสตร์: 18°09′N 100°10′E / 18.15°N 100.16°E
- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ จังหวัดแพร่
- แผนที่ จาก มัลติแมป โกลบอลไกด์ หรือ กูเกิลแมปส์
- ภาพถ่ายทางอากาศ จาก เทอร์ราเซิร์ฟเวอร์
- ภาพถ่ายดาวเทียม จาก วิกิแมเปีย
|
|||||||
|
|||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||||
