จังหวัดแพร่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จังหวัดแพร่
ตราประจำจังหวัดแพร่
ตราประจำจังหวัด
หม้อห้อมไม้สัก ถิ่นรักพระลอ ช่อแฮศรีเมือง ลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่นี้ใจงาม
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย แพร่
ชื่ออักษรโรมัน Phrae
ชื่อไทยอื่นๆ แพล พลนคร เวียงโกศัย
ผู้ว่าราชการ นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2555)
ISO 3166-2 TH-54
สีประจำกลุ่มจังหวัด ███ สีเขียว
███ สีแดง
ต้นไม้ประจำจังหวัด ยมหิน
ดอกไม้ประจำจังหวัด ยมหิน
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 6,538.598 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 31)
ประชากร 457,607 คน[2] (พ.ศ. 2555)
(อันดับที่ 60)
ความหนาแน่น 69.99 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 67)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดแพร่ ถนนไชยบูรณ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ 54000
โทรศัพท์ (+66) 0 5452 3422
โทรสาร (+66) 0 5451 1411
เว็บไซต์ จังหวัดแพร่
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดแพร่

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดแพร่ เป็นจังหวัดในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย อดีตเป็นแหล่งไม้สักที่สำคัญของประเทศ มีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านคือแม่น้ำยม มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบมีทิวเขาล้อมรอบ

เนื้อหา

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด [แก้]

  • ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกยมหิน (Chukrasia tabularis)
  • ต้นไม้ประจำจังหวัด: ต้นยมหิน (Chukrasia tabularis)
  • คำขวัญประจำจังหวัด: หม้อห้อมไม้สัก ถิ่นรักพระลอ ช่อแฮศรีเมือง ลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่นี้ใจงาม
  • วิสัยทัศน์จังหวัดแพร่: เมืองแพร่น่าอยู่ ประตูสู่ล้านนา เศรษฐกิจก้าวหน้า ประชาเป็นสุข[3]

อาณาเขต [แก้]

สภาพทางภูมิศาสตร์ [แก้]

สภาพทั่วไป [แก้]

จังหวัดแพร่เป็นจังหวัดภาคเหนือของประเทศไทย ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งเหนือที่ 14.70 ถึง 18.44 องศา กับเส้นแวงที่ 99.58 ถึง 100.32 องศา อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 155 เมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ตามทางหลวงหมายเลข 11 และ 101 ประมาณ 555 กิโลเมตร และทางรถไฟ 550 กิโลเมตร (ถึงสถานีรถไฟเด่นชัย) มีเนื้อที่ประมาณ 6,538.59 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 4,086,625 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 1.27 ของพื้นที่ประเทศ จัดเป็นพื้นที่จังหวัดขนาดกลาง มีความกว้างประมาณ 59 กิโลเมตร (วัดจากตะวันออกสุดของอำเภอเมืองตะวันตกสุดของอำเภอลอง ) มีความยาวประมาณ 118 กิโลเมตร (วัดจากเหนือสุดของอำเภอสอง ใต้สุดของอำเภอวังชิ้น ) ปัจจุบัน ที่ตั้งของจังหวัดแพร่นับเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางรถยนต์ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคเหนือที่ติดต่อไปยังจังหวัดน่าน พะเยา เชียงราย ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ จึงเรียกได้ว่าจังหวัดแพร่เป็น ประตูสู่ล้านนา[4][5]

ภูมิประเทศ [แก้]

จังหวัดแพร่เป็นจังหวัดที่มีภูเขาล้อมรอบทั้งสี่ทิศ มีภูเขาที่สูงที่สุดอยู่ที่ ดอยกู่สถาน (บางชื่อเรียกว่าดอยธง) สูง 1,630 เมตร[6]จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยทั่วไปพื้นที่ราบจะมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 120-200 เมตร สำหรับตัวเมืองแพร่มีความสูง 161[7] เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง แม่น้ำยมเป็นลำน้ำที่สำคัญที่สุดของจังหวัดแพร่ต้นกำเนิดจากเทือกเขาผีปันน้ำ อำเภอปง จังหวัดพะเยา[8]

ภูมิอากาศ [แก้]

  • ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์-กลางเดือนพฤษภาคม จะมีอากาศร้อน อบอ้าวอุณหภูมิสูงสุดที่เคยวัดได้ 43.6 องศาเซลเซียสเมื่อปี พ.ศ. 2526[9] อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดในเดือนเมษายน 37.3[10] องศาเซลเซียส
  • ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม-กลางเดือนตุลาคม มีน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีประมาณ 1,000-1,500 มิลมิเมตร
  • ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม-ปลายเดือนกุมภาพันธ์ จะมีอากาศหนาวอาจถึงหนาวจัดในบางปี อุณหภูมิต่ำสุดที่เคยวัดได้ 4.6 องศาเซลเซียสเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2517[9] อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในเดือนมกราคม 14.4 องศาเซลเซียส[10]

หน่วยการปกครอง [แก้]

การปกครองแบ่งออกเป็น 8 อำเภอ 78 ตำบล 645 หมู่บ้าน

แผนที่

  1. อำเภอเมืองแพร่
  2. อำเภอร้องกวาง
  3. อำเภอลอง
  4. อำเภอสูงเม่น
  5. อำเภอเด่นชัย
  6. อำเภอสอง
  7. อำเภอวังชิ้น
  8. อำเภอหนองม่วงไข่

การปกครองส่วนท้องถิ่น [แก้]

อำเภอเมืองแพร่

อำเภอสอง

อำเภอลอง

อำเภอสูงเม่น

อำเภอเด่นชัย

อำเภอร้องกวาง

อำเภอหนองม่วงไข่

อำเภอวังชิ้น

พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ [แก้]

  • ยุคก่อนการตั้งชุมชน

จากการศึกษาของสรัสวดี อ๋องสกุล นักประวัติศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้สนใจประวัติศาสตร์ล้านนา พบว่า ประวัติศาสตร์เมืองแพร่ ยุคสร้างบ้านแปงเมืองมีปัญหาขาดแคลนหลักฐานท้องถิ่น เพราะไม่พบ “พื้นเมืองแพร่” หรือตำนานของเมืองแพร่ ซึ่งเป็นตำนานของบ้านเมือง ฉบับที่มีการกล่าวถึงการก่อตั้งบ้านเมืองมากที่สุด คือ ตำนานวัดหลวงตำบลในเวียง อ.เมือง การศึกษาค้นคว้าทางโบราณคดีที่จะช่วยสนับสนุน การศึกษาประวัติศาสตร์เมืองแพร่มีน้อยเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นช่วง พ.ศ. 2325 สถาปนากรุงเทพฯ เป็นราชธานีย้อนหลังเพียง 200 กว่าปี บันทึกเหตุการณ์ที่สำคัญก็มีอยู่น้อยมาก สาเหตุอาจเนื่องมาจาก นิสัยของชาวแพร่ไม่ให้ความสำคัญ กับการจดบันทึกเรื่องราว

ลักษณะที่ตั้งของเมืองแพร่อยู่บนฝั่งแม่น้ำ จึงเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมบ่อยทำให้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ถูกทำลาย การศึกษาประวัติศาสตร์ของแพร่ในยุคหลังจึงต้องศึกษาจากพงศาวดาร นักประวัติศาสตร์ไม่นิยมใช้ เนื่องจากขาดความชัดเจน แต่เมื่อไม่ปรากฏหลักฐาน ตำนานที่กล่าวถึงประวัติศาสตร์จึงต้องนำวิธีนี้มาใช้ รอยการอยู่อาศัยของมนุษย์ ยุคก่อนประวัติศาสตร์พบในพื้นที่ริมแม่น้ำ พบขวานหินกะเทาะ และขวานหินขัด

  • ยุคการก่อตั้งชุมชน

พบว่า การตั้งถิ่นฐานของชุมชน มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มชนชาวลัวะ หรือ ละว้า ซึ่งเป็นคนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยในภาคเหนือนานนับพันปี ตำนานพระธาตุช่อแฮ กล่าวว่า ขุนลัวะ ชื่อ อ้ายก้อม เป็นผู้สร้างพระธาตุช่อแฮ

จากการสำรวจด้วยภาพถ่ายทางอากาศ การศึกษาจากเอกสารและคำบอกเล่า จากการสำรวจภาคสนาม จนถึงปี พ.ศ. 2541 พบที่ตั้งชุมชนโบราณ จำนวน 24 แห่ง ชุมชนของคนกลุ่มน้อย จำนวน 4 แห่ง ชุมชนโบราณตั้งอยู่ในอำเภอต่าง ๆ ดังนี้

- อ.เมืองแพร่ ได้แก่ เมืองแพร่ วังมอญ วังธง เวียงตั้ง

- อ.สอง ได้แก่ เมืองสอง เวียงเทพ ชุมชนใกล้พระธาตุหนองจันทร์

- อ.ร้องกวาง ได้แก่ เวียงสันทราย

- อ.หนองม่วงไข่ ได้แก่ บ้านแม่คำมีท่าล้อ ชุมชนโบราณบ้านปากยาง

- อ.สูงเม่น ได้แก่ บ้านเวียงทอง บ้านพระหลวง บ้านสูงเม่น

- อ.เด่นชัย ได้แก่ บ้านเด่นชัย บ้านบ่อแก้ว

- อ.ลอง ได้แก่ เมืองลอง เวียงต้า เวียงเชียงชื่น เมืองโกณหลวง เมืองลัวะ ชุมชนโบราณบ้านแม่รัง

- อ.วังชิ้น ได้แก่ เมืองตรอกสลอบ บ้านแม่บงเหนือหรือขวานหินมีบ่า หรือที่เรียกว่า เสียมตุ่น หินไม่มีบ่าพบเพียงเล็กน้อย

  • ชุมชนโบราณที่สำคัญ

อำเภอที่มีแหล่งชุมชนโบราณที่สำคัญที่สุดคือ อำเภอสอง และอำเภอเมืองแพร่

- เมืองสองหรือเมืองสรอง ตั้งอยู่บนฝั่งของแม่น้ำสอง หรือแม่น้ำกาหลง มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ ไม่ปรากฏผู้ใดสร้าง

- นักโบราณคดีสันนิษฐานมีอายุในสมัยอาณาจักรล้านนา และอาณาจักรสุโขทัย

- เป็นเมืองของพระเพื่อน พระแพง ในวรรณกรรมลิลิตพระลอ

- มีซากเจดีย์เก่าแก่ ชาวบ้านเรียกว่า ธาตุหินส้ม

- หรือเรียกเมืองนี้ชื่อว่า เมืองหินส้ม

- ปัจจุบันธาตุหินส้มได้รับการบูรณะและสร้างวัดขึ้นให้ชื่อว่า“ วัดพระธาตุพระลอ”

- ชุมชนเวียงเทพ เป็นชุมชนที่มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ 1 ชั้น

- ชุมชนเวียงสันทราย เป็นชุมชนเดียวที่พบในอ.ร้องกวาง มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบชุมชน

- ชุมชนโบราณบ้านแม่คำมี ลักษณะของชุมชนคือสร้างสองฝั่งลำน้ำแม่คำมี มีลักษณะแตกต่างจากชุมชนโบราณแห่งอื่นที่สร้างติดลำน้ำด้านเดียว มีแนวคันดินด้านทิศตะวันออกเหลืออยู่ 3 ชั้น

- บ้านพระหลวงธาตุเนิ้ง ชุมชนนี้ไม่ปรากฏคูน้ำและคันดินล้อมรอบแต่มีโบราณสถานที่สำคัญคือ พระธาตุเนิ้ง (เจดีย์นี้มีลักษณะเอียงซึ่งอาจเกิดจากแผ่นดินไหว) ได้รับการบูรณะซ่อมแซมและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ

- เวียงต้า ที่ตั้งชุมชนเป็นที่ราบลูกคลื่นใกล้ภูเขามีแนวคันดิน 3 ชั้น นอกกำแพงวัดมีวัดเก่าแก่ คือ วัดต้าม่อน มีภาพเขียนฝาผนังเขียนเล่าชาดกเรื่อง “ ก่ำก๋าดำ” ปัจจุบันภาพจิตรกรรมนี้ถูกเคลื่อนย้ายไปไว้ที่ไร่แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

- เมืองลอง บทบาทของ อ.ลองในประวัติศาสตร์ อาณาจักรล้านนา สมัยพระเจ้าติโลกราช เป็นเมืองหน้าด่านทางทิศใต้ของอาณาจักรในภาวะศึกสงครามอาณาจักรอยุธยา เมืองลอง ชุมชนโบราณแห่งนี้มีชื่อเรียกอื่น ๆอีก ได้แก่ “เมืองเววาทภาษิต” “เมืองกกุฎไก่เอิ้ก” และ “เวียงเชียงชื่น” อ.ลองมีแนวคันดินเป็นกำแพงล้อมรอบเมืองทั้ง 4 ด้าน ปัจจุบันถูกขุดทำลายเพื่อใช้พื้นที่ทำนา

- ในอดีตเมืองลองขึ้นอยู่กับเมืองลำปาง และได้รับการโอนมาเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดแพร่ เมื่อปลายปี พ.ศ. 2474

- ชุมชนโบราณบ้านแม่บงเหนือ ในอดีตชุมชนนี้เป็นเมืองของพวกลั๊วะก่อนการตั้งอาณาจักรล้านนา - เมืองตรอกสลอบ บ้านนาเวียง อ.วังชิ้น มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ 2 ชั้น ปัจจุบันวัดที่ตั้งในเขตเมืองได้รับการบูรณะและให้ชื่อว่า วัดบางสนุก

  • กำเนิดเมืองแพร่

เมืองแพร่ เป็นเมืองเก่าเมืองหนึ่งในภาคเหนือของประเทศไทย ประวัติการสร้างเมือง ไม่มีจารึกในที่ใดที่หนึ่งโดยเฉพาะ การศึกษาเรื่องราวของเมืองแพร่จึงต้องอาศัยหลักฐาน ของเมืองอื่น เช่น พงศาวดารโยนก ตำนานเมืองเหนือ ตำนานการสร้างพระธาตุลำปางหลวง และศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เป็นต้น

เมืองแพร่มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ตำนานวัดหลวงกล่าวไว้ว่าประมาณ พ.ศ. 1371 พ่อขุนหลวงพล ราชนัดดาแห่งกษัตริย์น่านเจ้าได้อพยพคนไทย (ไทยลื้อ ไทยเขิน) ส่วนหนึ่งจากเมืองเชียงแสน ไชยบุรี และเวียงพางคำ ลงมาสร้างเมืองบนที่ราบริมฝังแม่น้ำยม ขนานนามว่า “เมืองพลนคร”

ตำนานสิงหนวัติกล่าวว่าเมืองแพร่เป็นเมือง ที่ปกครองโดยพญายี่บาแห่งแคว้นหริภุญไชย สันนิษฐานว่าเมืองแพร่และเมืองลำพูนเป็นเมือง ที่สร้างขึ้นมาในระยะเวลาใกล้คียงกัน ซึ่งสอดคล้องกับหลักศิลาจารึก พ่อขุนรามคำแหง มหาราชหลักที่ 1 ด้านที่ ๔ บรรทัดที่ 24 - 25 ซึ่งจารึกไว้ว่า . “..เบื้องตีนนอน รอดเมืองแพล เมืองน่าน เมือง…เมืองพลัวพ้นฝั่งของ เมืองชวา เป็นที่แล้ว…” ในข้อความนี้ เมืองแพล คือ เมืองแพร่ ศิลาจารึกนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 1826 จึงเป็น สิ่งที่ยืนยันถึงความเก่าแก่ ของเมืองแพร่ ว่าตั้งขึ้นมาก่อนเมืองเชียงใหม่ และเชื่อว่าเมืองแพร่ ได้ก่อตั้งขึ้นแล้วก่อนการตั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ชื่อเดิมของเมืองแพร่ การก่อตั้งชุมชนหรือบ้านเมืองส่วนใหญ่ในภาคเหนือมักปรากฏ ชื่อบ้านเมืองนั้นในตำนาน เรื่องเล่าหรือจารึกตลอดจนหลักฐานเอกสารพื้นเมืองของเมืองนั้น ๆ แต่สำหรับเมืองแพร่นั้น แตกต่างออกไปเนื่องจากไม่มีหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยตรงจึงมีที่มาของ ชื่อเมืองจากหลักฐานอื่นดังนี้ เมืองพล นครพลหรือพลรัฐนคร เป็นชื่อเก่าแก่ดั้งเดิมที่สุดที่พบในตำนานเมืองเหนือ ฉบับใบลาน พ.ศ. 1824 กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า เจ้าเมืองลำปางได้ส่งคน มาติดต่อเจ้านครพล ให้ไปร่วมงานนมัสการ และฉลองวัดพระธาตุลำปางหลวง และจากตำนาน พระธาตุลำปางหลวง ตอนหนึ่ง ได้กล่าวถึงเจ้าเมืองพล ยกกำลังผู้คนไปขุดหาพระบรมสารีริกธาตุ บรรจุไว้ในพระธาตุ แต่ไม่พบ เมื่อศึกษาตำแหน่งที่ตั้งของนครพลตามตำนานดังกล่าว พบว่าคนเมืองแพร่ ปัจจุบัน ชื่อพลนครปรากฏเป็นชื่อวิหารในวัดหลวง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ โดยเชื่อว่าวัดนี้เป็นวัด ที่สร้างมาพร้อมกับการสร้างเมืองแพร่และเจ้าเมืองแพร่ให้ความอุปถัมภ์มา ตลอดจนหมดยุค การปกครองโดยเจ้าเมืองเมืองโกศัย เป็นชื่อที่ปรากฏในพงศาวดารเมืองเงิน ยางเชียงแสน ชื่อนี้ใช้เรียกเมืองแพร่ ในสมัยขอมเรืองอำนาจที่ชื่อเมืองในอาณาจักร ล้านนาเปลี่ยน เป็นภาษาบาลีตามความในยุคนั้น เช่น น่านเป็นนันทบุรี ลำพูนเป็นหริภุญไชย ลำปางเป็นเขลางค์นคร เป็นต้น

ชื่อ เวียงโกศัย น่าจะมาจากชื่อดอยที่เป็นที่ตั้งขององค์พระธาตุช่อแฮ ซึ่งเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองแพร่คือ ดอยโกสิยธชัคบรรพต หมายถึง ดอยแห่งผ้าแพร เมืองแพล เป็นชื่อที่ปรากฏ ในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราชหลักที่ 1 ด้านที่ 4 โดยคำว่า แพล น่าจะมาจากศรัทธาของ ชาวเมืองที่มีต่อพระธาตุช่อแพร หรือช่อแฮที่สร้างขึ้น ภายหลังการสร้างเมืองต่อมาจึงได้เรียกชื่อ เมืองของตนว่า เมืองแพล จังหวัดแพร่จากประวัติศาสตร์การสร้างวัดหลวง พุทธศักราช 1371 พญาพลเป็นผู้ครองนครแพร่ เดิมชื่อ เมืองพล หรือ พลนคร ในสมัยขอมเรืองอำนาจระหว่างปี พ.ศ. 1470-1560 พระนางจามเทวีแห่งหริภุญไชยเข้าครอบครองดินแดนแคว้นล้านนาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ โกศัยนคร” หรือ “เวียงโกศัย”

จนถึงปี พ.ศ. 2440 ในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้เปลี่ยนการปกครองจากเจ้าผู้ครองนคร เป็นมณฑลเทศาภิบาล รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าให้พระยาไชยบูรณ์เป็นข้าหลวงกำกับคนแรก โดยมีเจ้าปกครองเมืองแพร่ คือ เจ้าพิริยะเทพวงศ์อุดร

ต่อมาเกิดกบฏเงี้ยวในสมัยรัชกาลที่ 5 ปี พ.ศ. 2445 โปรดเกล้าให้เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี นำทัพพร้อมหัวเมืองใกล้เคียงเข้าปราบกบฏเงี้ยวที่เมืองแพร่ พระยาไชยบูรณ์ได้ทำการต่อสู้ ปกป้องจากพวกเงี้ยวอย่างเต็มความสามารถ และบังคับให้ลงนามยกเมืองให้ พระยาไชยบูรณ์ไม่ยอม พวกเงี้ยวจึงนำไปตัดหัวที่บ้านร่องกวางเคา เจ้าพิริยะเทพวงศ์ฯ เกรงพระราชอาญา จึงหนีไปพำนักที่เมืองหลวงพระบาง ต่อจากนั้นมาก็ไม่มีเจ้าเมืองหรือเจ้าผู้ครองนครแพร่อีก

ตำนาน ” เมืองแพร่แห่ระเบิด” [แก้]

คนแพร่มักถูกทักทายเชิงล้อเลียนอยู่เสมอว่า เมืองแพร่แห่ระเบิด จึงมีผู้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่ามีความเป็นมาอย่างไร หมายความว่าอย่างใด โดยศึกษาอ้างอิงกับเรื่องราวสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จากคุณสุรินทร์ โสภารัตนานันท์ อดีตเสรีไทย รวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีกหลายคน ได้แก่

1. พระสมุห์สากล อติพัทโธ เจ้าอาวาสวัดแม่ลานเหนือ ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง จังหวัดแพร่

2. นายสม ไชยแก้ว บ้านเลขที่ 69 หมู่ที่ 9 ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง

3. นายสมาน หมื่นขัน บ้านเลขที่ 92/6 หมู่ที่ 4 แม่ลานพัฒนา ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง จังหวัดแพร่

ได้ความว่า นายหลง มโนมูล ซึ่งเป็นคนงานรถไฟสถานีแก่งหลวง ได้ไปพบซากระเบิด ที่ทิ้งมาจากเครื่องบินของฝ่ายสัมพันธมิตรซึ่งนำระเบิดมาทิ้งเพื่อทำลายสะพานรถไฟข้ามห้วยแม่ต้า เพื่อสกัดการเดินทางของทหารญี่ปุ่น เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่ 2 (ประมาณปี พ.ศ. 2485 – 2488) จึงได้มาบอกนายสมาน หมื่นขัน ทราบ นายสมานฯ จึงไปดูและขอความช่วยเหลือจากคนงานรถไฟ ที่สถานีรถไฟแก่งหลวงที่อยู่ใกล้เคียง ได้แก่ นายชุ่ม ขันแก้ว นายชัยวัฒน์ พึ่งพอง นายพินิจ สุทธิสุข นายย้าย ปัญญาทอง ให้มาช่วยกันขุด และทำการถอดชนวนแล้วใช้เลื่อยตัดเหล็กตัดส่วนหางของลูกระเบิดควักเอาดินระเบิดที่บรรจุอยู่ภายในออก และช่วยกันหามขึ้นล้อ(เกวียน) นำไปพักไว้ที่บ้านแม่ลู่ตำบลบ้านปิน ต่อมานายหลงฯ ได้ไปลากต่อมาจากบ้านแม่ลู่โดยล้อ (เกวียน) ชาวบ้านทราบข่าว จึงแตกตื่นพากันออกมาดูทั้งหมู่บ้าน เดินตามกันเป็นขบวนยาว ติดตามมาตลอดทางจนถึงวัดแม่ลานเหนือ ตำบลห้วยอ้อ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงรอบ ๆ วัด พอทราบข่าวก็ออกมาต้อนรับพร้อมวงฆ้อง – กลองยาว ขบวนที่แห่กันมาจึงเคลื่อนขบวนเข้าวัดทำพิธีถวายให้เป็นสมบัติของวัด เพื่อใช้เป็นระฆังของวัดจนถึงปัจจุบันนี้ ระเบิดลูกที่ 2 นำไปถวายที่วัดศรีดอนคำ ตำบลห้วยอ้อ ส่วนลูกระเบิดลูกที่ 3 นายบุญมา อินปันดีใช้ช้างลากขึ้นมาจากห้วยแม่ต้า แล้วนำมาบรรทุกล้อ (เกวียน) ลากไปถวายที่วัดนาตุ้ม ตำบลบ่อเหล็กลอง ซึ่งเป็นบ้านเดิมของนางจันทร์ ผู้เป็นภรรยา ปัจจุบันลูกระเบิดที่ 1 เก็บไว้ที่วัดแม่ลานเหนือ ตำบลห้วยอ้อ ลูกที่ 2 เก็บไว้ที่วัดศรีดอนคำ ตำบลห้วยอ้อ ลูกที่ 3 เก็บไว้ที่วัดนาตุ้ม ตำบลบ่อเหล็กลอง จังหวัดแพร่ [11]


ทำเนียบรายนามผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ [แก้]

รายนามผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่
ลำดับ รายนาม ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง
1 พระยาราชฤทธานนท์ (ทองอยู่ สุวรรณบาตร์) พ.ศ. 2440-2445
2 พระยาศรีสุริยะราชวรานุวัตร (ทองศุข ดิษบุตร) พ.ศ. 2445-2448
3 พระบริรักษ์โยธี (เวศ) พ.ศ. 2448-2449
4 อ.อ. พระยานิกรกิติการ (กก ศรีเพ็ญ) พ.ศ. 2449-2458
5 อ.อ.พระยาสุรินทรภักดี ศรีไผทสมันต์ (สร่าง พุกกณานนท์) พ.ศ. 2458-2460
6 อ.อ.พระยายอดเมืองขวาง (ม.ล. อั้น เสนีย์วงศ์) พ.ศ. 2460-2461
7 อ.ท.พระประสงค์ศขการี (เทียบ สุวรรณิน) พ.ศ. 2461-2466
8 ม.อ.ต.พระยารามราชเดช (ม.ร.ว. ปาน นพวงศ์ฯ) พ.ศ. 2466-2467
9 อ.ท.พระทวารา ดีภิบาล (เชย ชัยระภา) พ.ศ. 2467-2469
10 อ.ท.พระยากรุงศรีสวัสดิการ (จำรัส สวัสดิ์ชูโต) พ.ศ. 2469-2471
11 ม.อ.ต.พระยาเพ็ชรพิไสยศรีสวัสดิ์ (แม้น วสันตสิงห์) พ.ศ. 2471-2478
12 พระพายัพพิริยะกิจ (เอม ทินทลักษณ์) พ.ศ. 2478-2479
13 หลวงวิโรจน์รัฐกิจ (เปรื่อง โรจนกุล) พ.ศ. 2479-2481
14 หลวงเกษมประศาสน์ (บุญหยด สุวรรณสวัสดิ์) พ.ศ. 2481-2484
15 หลวงศรีนราศัย (ผิว จันทิมาคม) พ.ศ. 2484-2487
16 นายพรหม สูตรสุคนธ์ พ.ศ. 2487-2487
17 หลวงสรรคประศาสน์ (วิเศษ สรรคประศาสน์) พ.ศ. 2487-2489
18 นายสง่า สุขรัตน์ พ.ศ. 2489-2490
19 นายจรัส ธารีสาร พ.ศ. 2490-2493
20 นายเพ็ชร บูรณะวรศิริ พ.ศ. 2493-2495
21 นายชุณห์ นกแก้ว พ.ศ. 2495-2501
22 นายพยุง ตันติลิปิกร พ.ศ. 2501-2502
23 นายสมบัติ สมบัติทวี พ.ศ. 2502-2505
24 นายเครือ สุวรรณสิงห์ พ.ศ. 2505-2511
25 นายวิจิตร แจ่มใส พ.ศ. 2511-2512
26 นายปฐม สุทธิวาทนฤพุฒิ พ.ศ. 2512-2519
27 นายธานี โรจนาลักษณ์ พ.ศ. 2519-2520
28 นายสำรวย พึ่งประสิทธิ์ พ.ศ. 2520-2523
29 นายชูวงศ์ ฉายะบุตร พ.ศ. 2523-2524
30 น.อ.จำลอง ประเสริฐยิ่ง ร.น. พ.ศ. 2524-2524
31 นายแสวง อินทุสุต พ.ศ. 2524-2526
32 นายอนันต์ มีชำนะ พ.ศ. 2526-2527
33 นายธวัช รอดพร้อม พ.ศ. 2527-2532
34 นายศักดา ลาภเจริญ พ.ศ. 2532-2534
35 นายจินต์ วิภาตะกลัศ พ.ศ. 2534-2536
36 นายศักดิ์ เตชาชาญ พ.ศ. 2536-2537
37 นายทรงวุฒิ งามมีศรี พ.ศ. 2537-2539
38 นายนรินทร์ พานิชกิจ พ.ศ. 2539-2541
39 นายอนุกุล คุณาวงศ์ พ.ศ. 2541-2544
40 นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ พ.ศ. 2544-2546
41 นายสมศักดิ์ บุญเปลื้อง พ.ศ. 2546-2547
42 นายสันทัด จัตุชัย พ.ศ. 2547-2548
43 นายอธิคม สุวรรณพงศ์ พ.ศ. 2548-2550
44 ว่าที่ ร.ต. พงษ์ศักดิ์ พลายเวช พ.ศ. 2550-2552
45 นายวัลลภ พริ้งพงษ์ พ.ศ. 2552-2552
46 นายสมชัย หทยะตันติ พ.ศ. 2552-2553
47 นายชวน ศิรินันท์พร พ.ศ. 2553-2554
48 นายเกษม วัฒนธรรม พ.ศ. 2554-2555
49 นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ พ.ศ. 2555-ปัจจุบัน

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ [แก้]

ศาสนสถาน

ทางธรรมชาติ

โบราณสถาน

การเดินทาง [แก้]

จังหวัดแพร่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 555 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่จังหวัดแพร่ได้หลายวิธี ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทาง รถไฟ และเครื่องบิน

โดยรถไฟ : จังหวัดแพร่มีทางรถไฟตัดผ่านที่อำเภอเด่นชัย อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 24 กิโลเมตร การรถไฟแห่งประเทศไทยให้บริการเดินรถระหว่างอำเภอเด่นชัยและจังหวัดต่างๆ ทั้งเที่ยวขึ้นและเที่ยวล่องทุกวัน

โดยรถยนต์ : จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดแพร่ สามารถใช้เส้นทางรถนยต์ได้ 3 เส้นทาง ดังนี้

เส้นทางที่ 1 กรุงเทพฯ - นครสวรรค์ - พิษณุโลก - เด่นชัย - แพร่ (ทางหลวงหมายเลข 11) สายใหม่ จากรังสิตมาตามถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ที่อำเภอวังน้อย จากนั้นผ่านจังหวัดอยุธยา สิงห์บุรี เข้าทางหลวงหมายเลข 1 อีกครั้งที่จังหวัดชัยนาท ตรงไปจังหวัดนครสวรรค์ แล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ และเข้าสู่ตัวจังหวัดแพร่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมง เป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยมและสะดวกสบายมนการเดินทางมากที่สุด

เส้นทางที่ 2 กรุงเทพฯ - นครสวรรค์ - กำแพงเพชร - ศรีสัชนาลัย - แพร่ (ทางหลวงหมายเลข 101) สายเก่า ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางที่ 1 เมื่อไปถึงจังหวัดนครสวรรค์ ให้ตรงไป ที่จังหวัดกำแพงเพชร แล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 101 (สายเก่า กำแพงเพชร - น่าน) โดยผ่าน อ.พรานกระต่าย อ.คีรีมาศ ตรงไปจังหวัดสุโขทัย ผ่าน อ.สวรรคโลก อ.ศรีสัชนาลัย แล้วตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 101 อีกเช้นเคย เข้าเขตจังหวัดแพร่ ผ่าน อ.วังชิ้น แล้วเลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 101 อีกครั้ง ที่ อ.เด่นชัย ผ่านตรงไป อ.สูงเม่น และเข้าสู่จังหวัดแพร่ เช่นกัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่งโมงเศษ เส้นทางนี้ เคยเป็นเส้นทางสายเก่าของภาคเหนือเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้วก่อนที่จะทางหลวงหมายเลข 11 (เด่นชัย - พิษณุโลก) สำหรับผู้ที่จะไป จังหวัดแพร่ โดยใช้เส้นทางที่ 2 นี้ จะเหมาะเดินทางในเวลากลางวันมากกว่ากลางคืน

เส้นทางที่ 3 กรุงเทพฯ - ตากฟ้า - วังทอง - อุตรดิตถ์ - เด่นชัย - แพร่ (ทางหลวงหมายเลข 11) สายใหม่ ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางที่ 1 เมื่อถึงอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรีแล้ว ให้เลี้ยวขวา ไปตามทางหลวงหมายเลข 11 (ตากฟ้า-วังทอง) ผ่าน จ.นครสวรรค์ จ.พิจิตร และ เข้าสู่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก -สุโขทัย) จากนั้นก็เลี้ยวขวา เข้าทางหลวงหมายเลข 11 (พิษณุโลก-เด่นชัย) อีกครั้ง ผ่าน จ.อุตรดิตถ์ แล้วตรงไป อ.เด่นชัย เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 101 ไปสู่จัหวัดแพร่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมงเศษ

โดยรถประจำทาง : บริษัท ขนส่ง จำกัด และบริษัทเอกชนมีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศ สายกรุงเทพฯ-แพร่ และกรุงเทพฯ-แพร่-สอง ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน

  • ตารางเดินรถบริษัทขนส่งจำกัด
กรุงเทพฯ - แพร่ BKK - Phrae
หมอชิต ถึง มาตรฐานรถ
20.30 04.30 รถปรับอากาศ ม.1 (ก) ชั้นเดียว 24 ที่นั่ง
13.00 21.00(แพร่-สอง) รถปรับอากาศ ม.1 (ข) ชั้นเดียว 40 ที่นั่ง
22.30 06.30(แพร่-สอง) รถปรับอากาศ ม.4 (ข) สองชั้น 50 ที่นั่ง
10.30 18.30 รถปรับอากาศ ม.2 ชั้นเดียว 44 ที่นั่ง
08.00 16.00(วังชิ้น) รถปรับอากาศ ม.2 ชั้นเดียว 44 ที่นั่ง
แพร่ - กรุงเทพฯ Phrae - BKK
แพร่ ถึง มาตรฐานรถ
20.45 04.45 รถปรับอากาศ ม.1 (ก) ชั้นเดียว 24 ที่นั่ง
08.30(แพร่-สอง) 14.30 รถปรับอากาศ ม.1 (ข) ชั้นเดียว 40 ที่นั่ง
19.45(แพร่-สอง) 03.45 รถปรับอากาศ ม.4 (ข) สองชั้น 50 ที่นั่ง
20.00 04.00 รถปรับอากาศ ม.2 ชั้นเดียว 44 ที่นั่ง
19.00(วังชิ้น) 03.00 รถปรับอากาศ ม.2 ชั้นเดียว 44 ที่นั่ง
  • ตารางเดินรถบริษัทสมบัติทัวร์
กรุงเทพฯ - แพร่ BKK - Phrae
หมอชิต วิภาวดี ถึง มาตรฐานรถ
20.30 20.50 04.30 ปรับอากาศชั้น 1(ข)
20.45 21.05 05.00 ปรับอากาศพิเศษ(พ)
แพร่ - กรุงเทพฯ Phrae - BKK
เที่ยวกลับ ถึง มาตรฐานรถ
20.30 04.30 ปรับอากาศชั้น 1(ข)
21.00 05.00 ปรับอากาศพิเศษ(พ)
  • บริษัทพรพิริยะทัวร์

เปิดเดินรถในเส้นทางสายเหนือ โดยให้บริการด้วยรถปรับอากาศชั้น 1 ชั้น 2 และวีไอพี ม.1ข ,ม.1พ 28 ที่นั่ง ,ม.4พ ,ม4ข ,ม.2 ,ม4ค ช่องจำหน่ายตั๋วที่ A1 จอดชานชลาที่ 26,105 สนใจสอบถามรายละเอียด การเดินทางได้ที่

- หมอชิต 02-936-3554,02-936-2939

- สถานีขนส่งแพร่ 0-5451-3660,0-5462-1400

- สี่แยกเหมืองหิต 0-5452-3660

- อ.สอง (ตลาดศรีมูลเมือง) 0-5459-3848

เวลาเดินรถ

สาย 923 กรุงเทพฯ-แพร่ ออก 09.15.20.30,21.15

สาย 923 แพร่-กรุงเทพฯ ออก 09.15,20.20,20.45

สาย 923 อ.สอง-กรุงเทพฯ ออก 08.00,19.10

  • บริษัทวิริยะแพร่ทัวร์

บริษัทวิริยะแพร่ทัวร์

สำนักงาน 02-245-2369

หมอชิต 02-9363720

แพร่ 0-5451-1392

ให้บริการด้วยรถปรับอากาศชั้น 1 ชนิด ม.1ข,ม.4ข เดินรถในเส้นทาง

สาย 923 กรุงเทพฯ-แพร่

โดยเครื่องบิน : จังหวัดแพร่มีสายการบินเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ 3 สายการบิน ทำการบินขึ้นลงที่ท่าอากาศยานแพร่ ดังนี้

  • สายการบินนกแอร์

นกแอร์ - (กรุงเทพฯ ดอนเมือง) ทำการบินสัปดาห์ละ 3 เที่ยว ทุกวันอังคาร พฤหัส และเสาร์

  • สายการบินโซล่าแอร์

โซล่าแอร์ - (กรุงเทพฯ ดอนเมือง) ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยว ทุกวันจันทร์และอาทิตย์

  • สายการบินแฮปปี้แอร์

แฮปปี้แอร์ - (กรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ) ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยว ทุกวันจันทร์และศุกร์

รถโดยสารประจำทางระหว่างต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานคร [แก้]

  • สาย 923 กรุงเทพ-แพร่ (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย-แพร่) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บขส. สมบัติทัวร์ เชิดชัยทัวร์ (ปรับอากาศสองชั้น ป.2 และ ปรับอากาศชั้นเดียว ป.1)
  • สาย 923-1 กรุงเทพ-แพร่-สอง (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย-แพร่-สอง) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บขส. สมบัติทัวร์ (ปรับอากาศสองชั้น ป.1)
  • สาย 922 กรุงเทพ-พะเยา (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บขส. สมบัติทัวร์ เชิดชัยทัวร์
  • สาย 964 กรุงเทพ-วังชิ้น (แพร่) (กรุงเทพ-นครสวรรค์-กำแพงเพชร-สุโขทัย-สวรรคโลก-ศรีสัชนาลัย-นาปลากั้ง-วังชิ้น) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บขส. (ปรับอากาศชั้นเดียว ป.1)
  • สาย 910 กรุงเทพ-น่าน (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-เด่นชัย-แพร่-ร้องกวาง-เวียงสา-น่าน) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บขส. สมบัติทัวร์
  • สาย 96 กรุงเทพ-น่าน (กรุงเทพ-นครสวรรค์-กำแพงเพชร-สุโขทัย-อุตรดิตถ์-แพร่-ร้องกวาง-เวียงสา-น่าน) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บขส. เชิดชัยทัวร์ บุษราคัมทัวร์
  • สาย 47 กรุงเทพ-ทุ่งช้าง (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-เวียงสา-น่าน-ปัว-เชียงกลาง-ทุ่งช้าง) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บขส. สมบัติทัวร์
  • สาย 962 กรุงเทพ-เชียงของ (กรุงเทพ-วังทอง-แพร่-พะเยา-เทิง-เชียงของ) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บขส. สมบัติทัวร์ โชครุ่งทวีทัวร์ บุษราคัมทัวร์ เชิดชัยทัวร์
  • สาย 909 กรุงเทพ-เชียงราย (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บขส. โชครุ่งทวีทัวร์ เชิดชัยทัวร์ สมบัติทัวร์
  • สาย 957 กรุงเทพ-แม่สาย (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บขส. สมบัติทัวร์ เชิดชัยทัวร์ โชครุ่งทวีทัวร์
  • สาย 660 ระยอง-เชียงราย-แม่สาย (ระยอง-พัทยา-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา-สระบุรี-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ นครชัยแอร์
  • สาย 660 ระยอง-แพร่-น่าน (ระยอง-พัทยา-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา-สระบุรี-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-ร้องกวาง-เวียงสา-น่าน) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ นครชัยแอร์
  • สาย 661 เชียงราย-นครพนม (นครพนม-สกลนคร-อุดรธานี-เลย-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สมบัติทัวร์ จักรพงษ์ทัวร์
  • สาย 622 พิษณุโลก-เชียงราย-แม่สาย (สายเก่า) (พิษณุโลก-สุโขทัย-สวรรคโลก-ศรีสัชนาลัย-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สุโขทัยวินทัวร์
  • สาย 662 พิษณุโลก-เชียงราย (สายใหม่) (พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สุโขทัยวินทัวร์ และ นครสวรรค์ยานยนต์ (ถาวรฟาร์มทัวร์)
  • สาย 613 พิษณุโลก-น่าน-ทุ่งช้าง (พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-น่าน-ทุ่งช้าง) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สุโขทัยวินทัวร์ และ นครน่านทัวร์
  • สาย 663 นครสวรรค์-เชียงราย (นครสวรรค์-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ นครสวรรค์ยานยนต์ (ถาวรฟาร์มทัวร์)
  • สาย 633 ขอนแก่น-เชียงราย (ขอนแก่น-ชุมแพ-หล่มสัก-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-งาว-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ อีสานทัวร์ สมบัติทัวร์
  • สาย 651 นครราชสีมา-แม่สาย (นครราชสีมา-สระบุรี-โคกสำโรง-ตากฟ้า-เขาทราย-วังทอง-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ นครชัยทัวร์
  • สาย 780 ภูเก็ต-เชียงราย (ภูเก็ต-สุราษฎร์ธานี-ชุมพร-ประจวบฯ-หัวหิน-ชะอำ-เพชรบุรี-อยุธยา-นครสวรรค์-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ โชครุ่งทวีทัวร์
  • สาย 1692 เชียงใหม่-ทุ่งช้าง (เชียงใหม่-ลำปาง-เด่นชัย-แพร่-ร้องกวาง-น่าน-ปัว-เชียงกลาง-ทุ่งช้าง) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • สาย 1693 ลำปาง-แพร่ (ลำปาง-แม่แขม-เด่นชัย-สูงเม่น-แพร่) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • สาย 144 เชียงราย-เด่นชัย (เชียงราย-พาน-พะเยา-แพร่-เด่นชัย) บริษัท แพร่ยานยนต์ขนส่ง (หนานคำทัวร์) จำกัด
  • สาย 143 อ.เฉลิมพระเกียติ-น่าน-อ.เด่นชัย (ห้วยโก๋น-เฉลิมพระเกียรติ-ทุ่งช้าง-เชียงกลาง-ปัว-น่าน-เวียงสา-ร้องกวาง-แพร่-เด่นชัย) บริษัท นครน่านยานยนต์ขนส่ง จำกัด
  • สาย 146 ลำปาง-แพร่ (ลำปาง-ม.ราชภัฏลำปาง-แม่ทะ-แม่แขม-ลอง-แพร่) บริษัท สหกรณ์นครลำปางเดินรถ จำกัด

สถาบันการศึกษา [แก้]

ระดับประถมศึกษา

ระดับมัธยมศึกษา

ระดับอาชีวะศึกษา

ระดับอุดมศึกษา

ชาวแพร่ที่มีชื่อเสียง [แก้]

ศาสนา

ศิลปิน

วิชาการ

การเมืองการปกครอง

บันเทิง

กีฬา

อ้างอิง [แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. สำนักทะเบียนกลาง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat55.html 2556. สืบค้น 3 เมษายน 2556.
  3. http://www.phrae.go.th/file_data/plan_stategy.pdf
  4. http://www.wiangkosai.com/link1.php
  5. http://www.phrcc.ac.th/phrae/phrae_2.html
  6. “ดอยธง(ดอยกู่สถาน)
  7. http://www.dnp.go.th/statistics/2549/stat2549.asp
  8. http://www.phrcc.ac.th/phrae/phrae_2.html
  9. 9.0 9.1 http://www.cmmet.tmd.go.th/
  10. 10.0 10.1 http://www.tmd.go.th/province_stat.php?StationNumber=48330
  11. http://www.addphrae.com/likesara/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%94

ดูเพิ่ม [แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 18°09′N 100°10′E / 18.15°N 100.16°E / 18.15; 100.16