จังหวัดสระแก้ว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จังหวัดสระแก้ว
ตราประจำจังหวัดสระแก้ว
ตราประจำจังหวัด
ชายแดนเบื้องบูรพา ป่างามน้ำตกสวย มากด้วยรอยอารยธรรมโบราณ
ย่านการค้าไทย-เขมร
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย สระแก้ว
ชื่ออักษรโรมัน Sa Kaeo
ผู้ว่าราชการ นายภัครธรณ์ เทียนไชย
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2555)
ISO 3166-2 TH-27
ต้นไม้ประจำจังหวัด มะขามป้อม
ดอกไม้ประจำจังหวัด แก้ว
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 7,195.436 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 27)
ประชากร 550,937 คน[2] (พ.ศ. 2556)
(อันดับที่ 44)
ความหนาแน่น 76.56 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 65)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศูนย์ราชการจังหวัดสระแก้ว ถนนสุวรรณศร ตำบลท่าเกษม อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว 27000
โทรศัพท์ (+66) 0 3742 1135
เว็บไซต์ จังหวัดสระแก้ว
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดสระแก้ว

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดสระแก้ว เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยแยกออกมาจากจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2536

ประวัติศาสตร์[แก้]

ในสมัยอาณาจักรสุวรรณภูมิและอาณาจักรทวารวดี สระแก้วเป็นชุมชนที่มีความสำคัญแห่งหนึ่ง มีฐานะเป็นเมืองขึ้นของเมืองปราจีนบุรี (เมืองประจิมในสมัยโบราณ)

สระแก้ว เป็นชื่อที่มาจากชื่อสระน้ำโบราณซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองสระแก้ว มีอยู่จำนวน 2 สระ ในสมัยกรุงธนบุรีราวปี พ.ศ. 2323 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (เมื่อครั้งทรงเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก) เป็นแม่ทัพยกทัพไปตีกัมพูชา (เขมร) ได้แวะพักกองทัพที่บริเวณสระน้ำทั้งสองแห่งนี้ กองทัพได้อาศัยน้ำจากสระใช้สอยและได้ขนานนามสระทั้งสองว่า "สระแก้ว-สระขวัญ" และได้นำน้ำจากสระทั้งสองแห่งนี้ใช้ในการประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา โดยถือว่าเป็นน้ำบริสุทธิ์

สมัยก่อนสระแก้วมีฐานะเป็นตำบลขึ้นอยู่ในการปกครองของอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดกบินทร์บุรี ซึ่งทางราชการได้ตั้งเป็นด่านสำหรับตรวจคนและสินค้าเข้า-ออก มีข้าราชการตำแหน่งนายกองทำหน้าที่เป็นนายด่าน จนถึงปี พ.ศ. 2452 ทางราชการจึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นกิ่งอำเภอ ชื่อว่า กิ่งอำเภอสระแก้ว โดยใช้ชื่อสระน้ำเป็นชื่อกิ่งอำเภอ ขึ้นกับอำเภอกบินทร์บุรี ในภายหลังจังหวัดกบินทร์บุรีถูกยุบ จึงถูกยุบรวมกับจังหวัดปราจีนบุรี (เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2468) ต่อมาเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2501 ได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะขึ้นเป็นอำเภอชื่อว่า อำเภอสระแก้ว ขึ้นอยู่ในการปกครองของจังหวัดปราจีนบุรี และในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2536 ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัด เป็นจังหวัดลำดับที่ 74 ของประเทศไทย

การเกิดชุมชนและการตั้งถิ่นฐานบริเวณเมืองสระแก้ว[แก้]

ประมาณ 4,000 ปีก่อน บริเวณอ่าวไทยยังเป็นทะเลโคลนตมเว้าลึกเข้ามาในแผ่นดินมากกว่าปัจจุบัน พื้นที่ที่เป็นจังหวัดสระแก้วยังไม่มีผู้คนอยู่อาศัย เป็นเพียงแค่ทางผ่าน ต่อมาเริ่มมีคนมาตั้งถิ่นฐานจนขยายใหญ่ขึ้นเป็นหมู่บ้าน ผู้คนพากันตั้งหลักแหล่งบริเวณเชิงเขา ซึ่งปัจจุบันคือ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภอวัฒนานคร อำเภออรัญประเทศ อำเภอเมืองสระแก้ว และอำเภอเขาฉกรรจ์ โดยเฉพาะบนสองฝั่งลำน้ำพระปรงและพระสะทึง จากนั้นผู้คนได้กระจายออกไปอยู่บริเวณที่ดอนกลางทะเลโคลนตม ที่ปัจจุบันคือ อำเภอบ้านสร้าง อำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอประจันตคาม ในจังหวัดปราจีนบุรี

พ.ศ. 1000 ชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานบริเวณเมืองสระแก้วได้พัฒนาเป็นชุมชนที่หนาแน่นขึ้น โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มลำน้ำพระปรง-พระสะทึง มีวัฒนธรรมแบบสุวรรณภูมิสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และแบบทวาราวดี มีศูนย์กลางอยู่ที่เขาฉกรรจ์ และกลุ่มลำห้วยพรมโหด มีวัฒนธรรมแบบขอม ศูนย์กลางอยู่ที่ปราสาทเขาน้อย-เขารังและบ้านเมืองไผ่ (ปัจจุบันอยู่ในเขต อำเภออรัญประเทศ)

สมัยโบราณ สระแก้วมีความสำคัญในด้านเป็นเส้นทางคมนาคมทางตะวันตก-ตะวันออก (ระหว่างเมืองชายฝั่งทะเลอ่าวไทยกับกัมพูชา) และทางเหนือ-ใต้ (ระหว่างเมืองในลุ่มน้ำโขง ชี มูน กับเมืองชายฝั่งทางจันทบุรี) กระทั่งหลัง พ.ศ. 1500 รัฐพื้นเมืองต่าง ๆ ในสุวรรณภูมิมีการปรับตัวเนื่องจากการทำการค้ากับจีน ประกอบกับภูมิประเทศบริเวณอ่าวไทยเปลี่ยนแปลงกลายเป็นแผ่นดินตื้นเขินขึ้น เส้นทางคมนาคมทางน้ำเปลี่ยนแปลง ผู้คนจึงอพยพย้ายถิ่นออกจากสระแก้ว

บริเวณลุ่มน้ำบางประกงมีกลุ่มบ้านเมืองเกิดขึ้นราว พ.ศ. 1900 เป็นชุมชนขนาดเล็ก ผู้คนเสาะหาของป่าเพื่อส่งส่วยให้แก่ราชธานีต่าง ๆ ต่อมาพัฒนาเป็นเมืองด่านชายขอบ ทั้งเป็นเส้นทางเดินทัพผ่านไปยังกัมพูชา

เส้นทางการเดินทัพในอดีต[แก้]

สระแก้วเป็นเมืองชายแดน จึงเป็นทางผ่านของกองทัพในการทำสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านอยู่บ่อยครั้ง ดังปรากฏหลักฐานจำพวกจารึกต่าง ๆ และอนุสาวรีย์ของผู้นำทัพที่ผ่านมายังเมืองนี้

สมัยอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครั้งยังเป็นสมเด็จพระมหาอุปราช ได้ยกทัพมาปราบปรามอริราชศัตรูที่ลักลอบเข้าโจมตี กวาดต้อนผู้คนบริเวณชายแดน มีการตั้งค่ายคูเมือง ปลูกยุ้งฉาง ไว้ที่ท่าพระทำนบ ซึ่งเชื่อว่าคือ อำเภอวัฒนานคร ในปัจจุบัน

ก่อนกรุงศรีอยุธยาแตก พระเจ้าตากทรงหนีพม่าไปเมืองจันทบุรี โดยพาไพร่คนสนิทหนีฝ่ากองทัพพม่าไปทางทิศตะวันออก ผ่านบริเวณ ดงศรีมหาโพธิ์ อันเป็นเขตป่าต่อเนื่องจากที่ราบลุ่ม ขึ้นไปถึงที่ลุ่มดอนของเมืองสระแก้ว แล้วไปยังชลบุรี ระยอง และจันทบุรี

สมัยกรุงธนบุรี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชครั้งเป็นเจ้าพระยาจักรี พร้อมบุตรชาย ยกทัพไปเสียมราฐและได้แวะพักแรมในบริเวณที่ปัจจุบันเรียกว่า สระแก้ว สระขวัญ

ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ขุนพลแก้วในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พักทัพก่อนยกไปปราบญวน ณ บริเวณที่ภายหลังเมื่อเสร็จศึกญวนแล้วสร้างเป็นวัดตาพระยา อำเภอตาพระยา

การรวมตัวของคนหลายเชื้อชาติ[แก้]

จังหวัดสระแก้ว เป็นที่รวมของคนหลายเชื้อชาติ ทั้งเขมร ญวน ลาว และญ้อ

ชาวเขมรอพยพเข้ามาในสระแก้ว เนื่องจากเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์) ผู้สำเร็จราชการเมืองพระตะบอง อพยพชาวเขมรให้เข้ามาในฝั่งไทยภายหลังเหตุการณ์ที่ไทยเข้าปกครองกัมพูชาและจัดตั้งมณฑลบูรพาขึ้น แล้วถูกฝรั่งเศสยึดกัมพูชารวมทั้งมณฑลบูรพาคืนไปได้ นอกจากนี้เมื่อเกิดสงครามเวียดนามและสงครามกัมพูชาขึ้น ก็มีการอพยพชาวกัมพูชาเข้ามาในบริเวณชายแดนฝั่งไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเขตอำเภออรัญประเทศ

ชาวเวียดนามหรือญวนอพยพมายังจังหวัดสระแก้ว เพื่อหนีภัยสงครามเวียดนามในยุคที่เวียดนามใต้แตก โดยเดินทางผ่านประเทศกัมพูชาเข้ามา ส่วนใหญ่อยู่ในอำเภออรัญประเทศ

ส่วนชาวลาวมีหลายกลุ่ม ดังเช่นกลุ่มไทยโยนกหรือลาวพุงดำเป็นกลุ่มล้านนาเดิม อาศัยมากอยู่ที่อำเภอวังน้ำเย็น รวมทั้งชาวญ้อที่มีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่สิบสองปันนาแล้วไปตั้งรกรากที่แขวงไชยบุรีของลาว ต่อมาถูกทัพไทยกวาดต้อนลงมาที่ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม โดยบางส่วนได้อพยพต่อมายังอำเภออรัญประเทศ นอกจากนี้ยังมีชาวอีสานอพยพเข้ามาทำมาหากินในเกือบทุกอำเภอของจังหวัดสระแก้ว

ร่องรอยอารยธรรม[แก้]

มีร่องรอยอารยธรรมโบราณปรากฏอยู่ในจังหวัดสระแก้วในรูปของปราสาทหิน แหล่งหินตัด ซากสิ่งก่อสร้าง เป็นต้น กรมศิลปากรสำรวจพบปราสาทขอมในจังหวัดสระแก้วมากถึง 40 แห่ง ตั้งเรียงรายอยู่บนเส้นทางผ่านช่องเขา หันไปทางทิศตะวันออก คือหันหน้าเข้าหานครวัด เท่าที่มีหลักฐาน พบว่าปราสาทเหล่านี้มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 12-18 แสดงถึงความสัมพันธ์ของผู้คนสองฟากฝั่งภูเขาที่ไร้เส้นเขตแดนในอดีต และตัวปราสาทยังเป็นศูนย์กลางของชุมชนโบราณอีกด้วย

ลึกลงไปในผืนดินพบโบราณวัตถุซึ่งยังคงขุดค้นอยู่จนถึงปัจจุบัน เช่น ที่บ้านโคกมะกอก ตำบลเขาสามสิบ อำเภอเขาฉกรรจ์ บ้านหนองผักแว่น ตำบลคลองยาง อำเภอตาพระยา เป็นต้น โบราณวัตถุที่พบ เช่น พระพุทธรูป ชิ้นส่วนเทวรูป ลูกปัด ขวานหิน หินบดยา หม้อ ไห ฯลฯ ชี้ให้เห็นการเป็นชุมชนที่มีระบบความเชื่อและวัฒนธรรม ทั้งยังมีความสัมพันธ์กับชุมชนอื่น ๆ มีชุมชนห้วยโสมง อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี คลองบ้านนา อำเภอบ้านนา และดงละคร ในจังหวัดนครนายก คลองบอน อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

สระแก้ว เป็นจังหวัดชายแดนด้านตะวันออกตอนบนของประเทศ ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 13 องศา 15 ลิปดา ถึง 14 องศา 15 ลิปดาเหนือ กับประมาณเส้นแวงที่ 101 องศา 45 ลิปดา ถึง 103 องศาตะวันออก โดยมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงดังนี้

สภาพภูมิประเทศ[แก้]

สภาพทั่วไป พื้นที่จังหวัดสระแก้วโดยรวมเป็นพื้นที่ราบถึงที่ราบสูงและมีภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีระดับความสูงจากน้ำทะเล 74 เมตร กล่าวคือ

ด้านเหนือ มีทิวเขาบรรทัดซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำบางปะกง มีลักษณะเป็นป่าเขาทึบได้แก่ บริเวณอุทยานแห่งชาติปางสีดาเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร

ด้านใต้ มีลักษณะเป็นที่ราบเชิงเขา มีสภาพเป็นป่าโปร่ง ส่วนใหญ่ถูกบุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อทำการเกษตร ทำให้เกิดสภาพป่าเสื่อมโทรม ตอนกลางมีลักษณะเป็นที่ราบ ได้แก่ อำเภอวังน้ำเย็น อำเภอวังสมบูรณ์ เป็นเขตติดต่อจังหวัดจันทบุรี

ด้านตะวันออก ลักษณะเป็นที่ราบถึงที่ราบสูง และมีสภาพเป็นป่าโปร่ง ทำไร่ ทำนา

ด้านตะวันตก นับตั้งแต่อำเภอวัฒนานคร มีลักษณะเป็นสันปันน้ำและพื้นที่ลาดไปทางอำเภอเมืองสระแก้วและอำเภออรัญประเทศ เข้าเขตราชอาณาจักรกัมพูชา

ลำคลอง[แก้]

ลำคลองสายสำคัญมีดังนี้

  1. คลองพระปรง มีต้นกำเนิดจากเขาในอำเภอวัฒนานคร แล้วไหลไปรวมกับแม่น้ำหนุมานในเขตอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี กลายเป็นแม่น้ำปราจีนบุรี ความยาว 180 กิโลเมตร
  2. คลองพระสะทึง มีต้นกำเนิดจากเขาทึ่งลึ่งในอำเภอมะขาม และเขาตะกวดในอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ไหลไปลงแม่น้ำพระปรงที่บ้านปากร่วม ตรงแนวแบ่งเขตระหว่างอำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว กับอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ความยาว 164 กิโลเมตร
  3. คลองน้ำใส มีต้นกำเนิดจากเขาตาเลาะและเขาตาง็อกในอำเภอวัฒนานคร และภูเขาในประเทศกัมพูชา ความยาว 74 กิโลเมตร ใช้เป็นเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา
  4. คลองพรมโหด มีต้นกำเนิดจากเขาในตำบลช่องกลุ่ม อำเภอวัฒนานคร ไหลไปลงคลองลึก อำเภออรัญประเทศ ที่หลักเขตแดนที่ 50 ความยาว 62 กิโลเมตร ถือเป็นแนวเขตอนุรักษ์ของไทยและกัมพูชา

สภาพภูมิอากาศ[แก้]

สภาพภูมิอากาศแบ่งออกได้เป็น 3 ฤดูกาล

  • ฤดูร้อน เริ่มต้นแต่เดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน
  • ฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-เดือนตุลาคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,296-1,539 มิลลิเมตร
  • ฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-เดือนมกราคม อากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า

อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 27.5-28.78 องศา

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองแบ่งออกเป็น 9 อำเภอ 58 ตำบล 731 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองสระแก้ว
  2. อำเภอคลองหาด
  3. อำเภอตาพระยา
  4. อำเภอวังน้ำเย็น
  5. อำเภอวัฒนานคร
  6. อำเภออรัญประเทศ
  7. อำเภอเขาฉกรรจ์
  8. อำเภอโคกสูง
  9. อำเภอวังสมบูรณ์
 แผนที่

การศึกษา[แก้]

อุดมศึกษา
ระดับอาชีวศึกษา
โรงเรียน

การสาธารณสุข[แก้]

ด้านการสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว ประกอบไปด้วย

  • โรงพยาบาลรัฐบาล 10 แห่ง (โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหม 1 แห่ง)
    • โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว (โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชแห่งแรก)
    • โรงพยาบาลคลองหาด
    • โรงพยาบาลตาพระยา
    • โรงพยาบาลวังน้ำเย็น
    • โรงพยาบาลวัฒนานคร
    • โรงพยาบาลจิตเวชสระแก้วราชนครินทร์ อำเภอวัฒนานคร
    • โรงพยาบาลอรัญประเทศ
    • โรงพยาบาลเขาฉกรรจ์
    • โรงพยาบาลวังสมบูรณ์
    • โรงพยาบาลโคกสูง
  • โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหม 1 แห่ง
    • โรงพยาบาลค่ายสุรสิงหนาท อำเภออรัญประเทศ
  • สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 1 แห่ง
  • สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 9 แห่ง
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 110 แห่ง
  • สถานีกาชาด 1 แห่ง สถานีกาชาดที่ 6 อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ขีดความสามารถ เน้นงานบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยและผู้ด้อยโอกาส ในเวลาปกติจะให้การรักษาพยาบาล ฟื้นฟูส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้แก่ผู้ป่วย สถานีกาชาดจะมีแพทย์ระดับอาวุโสมาช่วยตรวจรักษาผู้ป่วย
อุทยานแห่งชาติปางสีดา

อุทยานแห่งชาติ[แก้]

ปราสาทหิน[แก้]

สถานีตำรวจ[แก้]

จังหวัดสระแก้วมีสถานีตำรวจทั้งสิ้น 16 แห่ง

    • สถานีตำรวจภูธรเมืองสระแก้ว
    • สถานีตำรวจภูธรอรัญประเทศ
    • สถานีตำรวจภูธรวัฒนานคร
    • สถานีตำรวจภูธรตาพระยา
    • สถานีตำรวจภูธรวังน้ำเย็น
    • สถานีตำรวจภูธรเขาฉกรรจ์
    • สถานีตำรวจภูธรคลองหาด
    • สถานีตำรวจภูธรวังสมบูรณ์
    • สถานีตำรวจภูธรโคกสูง
    • สถานีตำรวจภูธรคลองลึก
    • สถานีตำรวจภูธรโคกอีหลง
    • สถานีตำรวจภูธรคลองน้ำใส
    • สถานีตำรวจภูธรหนองหมากฝ้าย
    • สถานีตำรวจภูธรเขาสิงโต
    • สถานีตำรวจภูธรบ้านทัพไทย
    • สถานีตำรวจภูธรบ้านทับใหม่

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

  • ตราประจำจังหวัด: พระพุทธรูปปางสรีระประทับยืนบนดอกบัว ด้านหลังเป็นภาพพระอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ ตอนกลางเป็นภาพโบราณสถานปราสาทเขาน้อยสีชมพู
  • ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกแก้ว (Murraya paniculata)
  • ต้นไม้ประจำจังหวัด: มะขามป้อม (Phyllanthus emblica)
  • คำขวัญประจำจังหวัด: ชายแดนเบื้องบูรพา ป่างาม น้ำตกสวย มากด้วยรอยอารยธรรมโบราณ ย่านการค้าไทย-เขมร

ข้อมูลการเดินทาง[แก้]

จากกรุงเทพมหานคร

    • ใช้ถนนพหลโยธิน หรือถนนวิภาวดีรังสิตแล้วเลี้ยวเข้าถนนรังสิต-นครนายก เข้านครนายกใช้ถนนสุวรรณศร ( ทางหลวงหมายเลข 33 ) ถึงเขตอำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอประจันตคาม

อำเภอกบินทร์บุรี ถึงตัวจังหวัดสระแก้ว ระยะทางประมาณ 214 กิโลเมตร

    • ใช้ถนนพหลโยธิน แล้วเลี้ยวขวาที่ทางแยกหินกอง ประมาณกิโลเมตรที่ 90 แยกขวาใช้ถนนสุวรรณศร ผ่านอำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ถึงนครนายก ใช้ถนนสุวรรณศร ( ทางหลวงหมายเลข 33) ถึงเขตอำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอประจันตคาม อำเภอกบินทร์บุรี ถึงตัวจังหวัดสระแก้ว ระยะทางประมาณ 245 กิโลเมตร
    • ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 ผ่านเขตมีนบุรี เขตหนองจอก ไปทางจังหวัดฉะเชิงเทรา จากนั้นให้ใช้เส้นทางไปอำเภอพนมสารคาม พอถึงประมาณกิโลเมตรที่ 35 ให้เลี้ยวขวาไปทางอำเภอกบินทร์บุรี โดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 พอถึงประมาณกิโลเมตรที่ 95 ให้เลี้ยวขวาอีกครั้ง เข้าถนนสุวรรณศร ไปจนถึงตัวจังหวัดสระแก้ว ระยะทางประมาณ 210 กิโลเมตร
    • ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 ผ่านเขตมีนบุรี เขตหนองจอก ไปจังหวัดฉะเชิงเทรา จากนั้นให้ใช้เส้นทางไปอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ผ่านศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จะพบทางแยกเขาหินซ้อน แยกขวาไปจังหวัดสระแก้วไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 359 อีกประมาณ 65 กิโลเมตรถึงตัวจังหวัดสระแก้ว

จากนครราชสีมา

    • ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 ไปทางอำเภอปักธงชัย อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ผ่านอำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนสุวรรณศร

ถึงตัวจังหวัดสระแก้ว ระยะทางประมาณ 174 กิโลเมตร

จากจันทบุรี

    • ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 317 ผ่านอำเภอมะขาม อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เข้าเขตอำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ผ่านอำเภอวังน้ำเย็น อำเภอเขาฉกรรจ์

ถึงตัวจังหวัดสระแก้ว ระยะทางประมาณ 258 กิโลเมตร

จากบุรีรัมย์

    • ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 218 อำเภอนางรอง เข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 348 ผ่านอำเภอปะคำ อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ เข้าเขตอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว

ผ่านอำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ ไปตามถนนสุวรรณศร ผ่านอำเภอวัฒนานคร ถึงตัวจังหวัดสระแก้ว ระยะทางประมาณ 620 กิโลเมตร

  • รถโดยสารประจำทาง
    • 1) สาย 921 (กรุงเทพฯ - องครักษ์ - อรัญประเทศ) เส้นทางผ่านอำเภอเมืองสระแก้ว - ผ่านอำเภอวัฒนานคร - สถานีปลายทางอำเภออรัญประเทศ
    • 2) สาย 921 (กรุงเทพฯ - องครักษ์ - อรัญประเทศ - โรงเกลือ) เส้นทางผ่านอำเภอเมืองสระแก้ว - ผ่านอำเภอวัฒนานคร - ผ่านอำเภออรัญประเทศ - สถานีปลายทางตลาดโรงเกลือ
    • 3) สาย 999 (กรุงเทพฯ - องครักษ์ - อรัญประเทศ) เส้นทางผ่านอำเภอเมืองสระแก้ว - ผ่านอำเภอวัฒนานคร - สถานีปลายทางอำเภออรัญประเทศ
    • 4) สาย 60 (กรุงเทพฯ - อรัญประเทศ) เส้นทางผ่านอำเภอเมืองสระแก้ว - ผ่านอำเภอวัฒนานคร - สถานีปลายทางอำเภออรัญประเทศ
    • 5) สาย 60 (กรุงเทพฯ - อรัญประเทศ - โรงเกลือ) เส้นทางผ่านอำเภอเมืองสระแก้ว - ผ่านอำเภอวัฒนานคร - ผ่านอำเภออรัญประเทศ - สถานีปลายทางตลาดโรงเกลือ
    • 6) รถเหลือง (Yellow Bus) (สายระยอง - พัทยา - มุกดาหาร - ยโสธร) เส้นทางผ่านอำเภอเมืองสระแก้ว ผ่านอำเภออรัญประเทศ
    • 7) รถเหลือง (Yellow Bus) (สายระยอง - พัทยา - บุรีรัมย์ - ร้อยเอ็ด - มุกดาหาร) เส้นทางผ่านอำเภอเมืองสระแก้ว ผ่านอำเภออรัญประเทศ
    • 8) รถเหลือง (Yellow Bus) (สายระยอง - พัทยา - อรัญประเทศ - นางรอง - สุรินทร์) เส้นทางผ่านอำเภอเมืองสระแก้ว ผ่านอำเภออรัญประเทศ
    • 9) รถเหลือง (Yellow Bus) (สายระยอง - พัทยา - อรัญประเทศ - นางรอง - บุรีรัมย์ - สตึก) เส้นทางผ่านอำเภอเมืองสระแก้ว ผ่านอำเภออรัญประเทศ
    • 10) รถเหลือง (Yellow Bus) (สายระยอง - ก.ม. 10 - บ่อวิน - ยโสธร - อำนาจเจริญ - มุกดาหาร) เส้นทางผ่านอำเภอเมืองสระแก้ว ผ่านอำเภออรัญประเทศ
    • 11) รถเหลือง (Yellow Bus) (สายระยอง - ก.ม. 10 - บ่อวิน - ร้อยเอ็ด - บุรีรัมย์ - มุกดาหาร) เส้นทางผ่านอำเภอเมืองสระแก้ว ผ่านอำเภออรัญประเทศ
    • 12) สาย 522 (บุรีรัมย์ - จันทบุรี) เส้นทางผ่านอำเภอตาพระยา - อำเภออรัญประเทศ - อำเภอวัฒนาคร - อำเภอเมืองสระแก้ว - อำเภอเขาฉกรรจ์ - ผ่านอำเภอวังน้ำเย็น
    • 13) สาย 340 (นครราชสีมา - จันทบุรี) เส้นทางผ่านอำเภอเมืองสระแก้ว - อำเภอเขาฉกรรจ์ - ผ่านอำเภอวังน้ำเย็น - ผ่านอำเภอวังสมบูรณ์
    • 14) สาย 341 (สระบุรี - จันทบุรี) เส้นทางผ่านอำเภอเมืองสระแก้ว - อำเภอเขาฉกรรจ์ - ผ่านอำเภอวังน้ำเย็น - ผ่านอำเภอวังสมบูรณ์
    • 15) สาย 309 (ฉะเชิงเทรา - อรัญประเทศ) เส้นทางผ่านอำเภอเมืองสระแก้ว - อำเภอวัฒนานคร - สถานีปลายทางอรัญประเทศ
    • 16) สาย 309 (ฉะเชิงเทรา - เขาหินซ้อน - ตลาดโรงเกลือ) เส้นทางผ่านอำเภอเมืองสระแก้ว - อำเภอวัฒนานคร - อำเภออรัญประเทศ - สถานีปลายทางตลาดโรงเกลือ
    • 17) สาย 385 (ชลบุรี - ตลาดโรงเกลือ) เส้นทางผ่านอำเภอเมืองสระแก้ว - อำเภอวัฒนานคร - อำเภออรัญประเทศ - สถานีปลายทางตลาดโรงเกลือ
    • 18) สาย 390 (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - ตลาดโรงเกลือ)

รถไฟจากกรุงเทพมหานคร - อรัญประเทศ

    • จากสถานีกรุงเทพมหานคร (เวลาประมาณ 05.55 น.) ถึงอรัญประเทศ (เวลาประมาณ 11.35 น.)
    • จากสถานีกรุงเทพมหานคร (เวลาประมาณ 13.05 น.) ถึงอรัญประเทศ (เวลาประมาณ 17.35 น.)
    • จากสถานีอรัญประเทศ (เวลาประมาณ 06.40 น.) ถึงกรุงเทพมหานคร (เวลาประมาณ 12.05 น.)
    • จากสถานีอรัญประเทศ (เวลาประมาณ 13.55 น.) ถึงกรุงเทพมหานคร (เวลาประมาณ 19.55 น.)

อ้างอิง[แก้]

  1. กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร. จังหวัดสระแก้ว. "เกี่ยวกับจังหวัดสระแก้ว: ที่ตั้งและอาณาเขต." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.sakaeo.go.th/chapter/data2.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 21 เมษายน 2553.
  2. ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จานวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°49′N 102°04′E / 13.82°N 102.07°E / 13.82; 102.07