มหาวิทยาลัยรามคำแหง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

มหาวิทยาลัยรามคำแหง

Ramkhamhaeng
รู้จักอภัย ตั้งใจศึกษา บูชาพ่อขุน สนองคุณชาติ

มหาวิทยาลัยรามคำแหง (Ramkhamhaeng University) สถาบันอุดมศึกษาของรัฐแบบไม่จำกัดรับ (มหาวิทยาลัยเปิด) หนึ่งในสองแห่งของประเทศไทย และเป็นมหาวิทยาลัยเปิดแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ใช้ระบบการศึกษาแบบตลาดวิชา

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยรามคำแหงทำการเรียนการสอนแบบตลาดวิชา ซึ่งยังคงมีการเรียนการสอนในชั้นเรียนเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยปกติ อันเป็นระบบเดียวกันกับมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองในอดีต

มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตั้งอยู่บนถนนรามคำแหง กรุงเทพมหานคร

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2514 บนบริเวณที่ดินประมาณ 300 ไร่เศษ บนถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2514 กำหนดให้มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นสถาบันการศึกษาและวิจัยแบบตลาดวิชา กล่าวคือ ให้เปิดรับสมัครบุคคลเข้าเป็นนักศึกษา โดยไม่จำกัดจำนวน และไม่มีการสอบคัดเลือกนับตั้งแต่ได้รับการสถาปนาขึ้นในปี 2514 ทั้งนี้เพื่อแก้ไขการขาดแคลนสถานที่เรียนในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในขณะนั้น ต่อมาได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2541 ขึ้นใช้บังคับแทนกฎหมายฉบับเดิม

ในการตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้มีผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2512 คือ นายประมวล กุลมาตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร สังกัดพรรคสหประชาไทย โดยในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวยังไม่ได้ระบุชื่อมหาวิทยาลัย และสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2512 โดยตั้งคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งมีพลเอกประภาส จารุเสถียร เป็นประธานกรรมาธิการเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวโดยละเอียด คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้แล้วเสร็จ พร้อมทั้งกำหนดชื่อมหาวิทยาลัยในร่างพระราชบัญญัตินั้นว่า "ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรัตนโกสินทร์ พ.ศ. ..."

(ต่อมาเป็นคณบดีคณะรัฐศาสตร์คนแรก) เป็นเลขานุการ ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. ... เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514

ในระยะเริ่มแรกคณะรัฐมนตรีได้อนุญาตให้ใช้อาคารสถานที่แสดงสินค้านานาชาติ ที่ตำบลหัวหมาก อำเภอบางกะปิ จังหวัดพระนคร เป็นที่ตั้งชั่วคราวจนกระทั่งเดือนตุลาคม พ.ศ. 2515 จึงได้อนุญาตให้สถานที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งถาวร และได้มีการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์สถานที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2515 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช และพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยรามคำแหงรุ่นแรก ในวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518 ซึ่งถือว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยได้กำหนดให้ วันที่ 26 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัยรามคำแหง

กรุงเทพฯ บนเนื้อที่ 150 ไร่เศษ โดยใช้เป็นที่เรียนของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มาจนถึงปัจจุบัน

ด้วยความเป็นมหาวิทยาลัยตลาดวิชา ระบบการศึกษาของมหาวิทยาลัยรามคำแหงจึงเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถเลือกวิธีเรียนที่เหมาะสมกับความต้องการและความจำเป็นของแต่ละบุคคล จึงจัดให้มีการบรรยายในชั้นเรียน สำหรับผู้ที่จะเข้าฟังบรรยายในชั้นเรียน และจัดให้มีสื่อการสอนทางไกลเพื่อศึกษาด้วยตนเอง เช่น ตำราเรียน การบรรยายผ่านวิทยุและโทรทัศน์ ตลอดจนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้นักศึกษาที่มีภาระการงาน หรืออยู่ในท้องถิ่นห่างไกลไม่สามารถเดินทางมาเรียนอย่างสม่ำเสมอได้ อย่างไรก็ตาม ในบางสาขาวิชาที่ต้องมีการฝึกปฏิบัติหรือจำเป็นต้องศึกษาจากผู้สอนอย่างใกล้ชิด มหาวิทยาลัยหรือภาควิชาอาจกำหนดให้นักศึกษาต้องเข้าชั้นเรียน โดยเฉพาะคณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงคณะอื่น ๆ ในบางรายวิชา

[แก้] สัญลักษณ์ของรามคำแหง

[แก้] พระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

นับแต่ได้สถานที่เป็นที่ตั้งถาวรแล้ว มหาวิทยาลัยรามคำแหงก็ได้เร่งดำเนินการก่อสร้างอาคาร และปรับปรุงสถานที่ให้ทันกับการเปิดสอนของแต่ละปีมาโดยลำดับ ถาวรวัตถุสิ่งแรกที่มหาวิทยาลัยเห็นว่าจำเป็นจะต้องก่อสร้างก่อนก็คือ ที่ประดิษฐาน..'พระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราช'.. ซึ่งมหาวิทยาลัยได้อัญเชิญมาเป็นเครื่องหมายของมหาวิทยาลัย เมื่อได้สร้างเสร็จและอัญเชิญพระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราชมาประดิษฐานเรียบร้อย ถาวรวัตถุนี้จะเป็นสัญญลักษณ์ที่รวมพลังกาย พลังใจของคณาจารย์ ข้าราชการ และนักศึกษาให้มุ่งประกอบแต่ความดีงามอันจักเป็นคุณต่อชาติบ้านเมืองสืบไป สำหรับพระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราชนั้น ได้จัดสร้างตามแบบของกรมศิลปากร เป็นโลหะทองเหลืองผสมทองแดงและรมดำ ความสูงจากพื้นฐานถึงยอดพระมาลา 115 เซนติเมตร พระหัตถ์ขวาทรงถือหนังสือ และประทับบนพระแท่นมนังคศิลาบาตร การหล่อพระบรมรูปต้องใช้วิธีแยกเทองเป็นส่วนๆ รวมถึง 5 ส่วน กว่าจะเสร็จครบบริบูรณ์ต้องใช้เวลาถึง 8 เดือนเศษ จากนั้นมหาวิทยาลัยจึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานเชิญเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาประกอบพิธีเปิดพระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยรามคำแหงรุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518

[แก้] ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานต้นสุพรรณิการ์ (ฝ้ายคำซ้อน)เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ขณะนี้ปลูกไว้บริเวณหน้าอาคาร หอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2542 สุพรรณิการ์มีถิ่นกำเนิดในอินเดียทางตะวันตกเฉียงเหนือของภูเขาหิมาลัย และเป็นไม้พื้นเมืองของพม่าด้วย ในศรีลังกามักปลูกบริเวณพระอุโบสถ เป็นดอกไม้บูชาพระ ในเมืองไทยทางเหนือ เรียกว่า ฝ้ายคำ นำเข้ามาประเทศไทยกว่า 50 ปีมาแล้ว

[แก้] ตราประจำมหาวิทยาลัย

เป็นพระรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช (ศิลาจารึกหลักที่ 1) จารึกนี้พบเมื่อ พ.ศ. 2376 ณ เนินปราสาท เมืองเก่าสุโขทัย อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะที่ทรงผนวชเป็นผู้ค้นพบ เป็นจารึกหลักแรกที่ใช้ภาษาไทยและตัวอักษรไทย มีลักษณะเป็นแท่นหินรูปสี่เหลี่ยม ยอดกลมมน สูง 1 เมตร 11 เซนติเมตร หนา 35 เซนติเมตร เป็นหินชนวนสีเขียวมีจารึกทั้ง 4 ด้าน ปัจจุบันเก็บอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร

[แก้] สีประจำมหาวิทยาลัย

"สีน้ำเงิน-ทอง" ความหมาย สีน้ำเงิน เป็นสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์คือพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ส่วน สีทอง เป็นเครื่องหมายของความอุดมสมบูรณ์และเจริญรุ่งเรือง สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรสุโขทัย

[แก้] คำขวัญประจำมหาวิทยาลัย

  • "อัตตา หิ อัตตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน"
  • "รู้จักอภัย ตั้งใจศึกษา บูชาพ่อขุน สนองคุณชาติ "
  • "เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง"

[แก้] ลักษณะเฉพาะของมหาวิทยาลัยรามคำแหง

รามคำแหงเป็นมหาวิทยาลัยตลาดวิชาที่มีนักศึกษามากที่สุดในโลก [ต้องการแหล่งอ้างอิง] รับนักศึกษาโดยไม่จำกัดจำนวน และไม่ต้องสอบคัดเลือก จึงเป็นที่รวมของคนทุกประเภท ถ้าจะเปรียบกับน้ำ ก็มีทั้งน้ำสะอาด น้ำธรรมดา และน้ำไม่สะอาด มหาวิทยาลัยรามคำแหงเปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำขนาดใหญ่ ที่ทำหน้าที่กรองน้ำใสสะอาดออกไปให้สังคมได้ดื่มกินกันต่อไป มหาวิทยาลัยจึงภาคภูมิใจกับการทำหน้าที่นี้มาตลอดเวลากว่า 30 ปี


[แก้] เกร็ดบางประการเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง

  • รามคำแหงเปิดเรียนครั้งแรกในวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2514 วิชาที่เปิดบรรยายเป็นวิชาแรกคือ LB103 (การใช้ห้องสมุด)
  • คำขวัญเดิมของรามคำแหง คือ รู้จักอภัย ตั้งใจศึกษา บูชาพ่อขุน สนองคุณชาติ เป็นของ ศ.ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันดร์ อธิการบดีคนแรก และต่อมาได้มีการคิดคำขวัญเพิ่มเติมขึ้นอีก ประมาณปี 2527 ได้มีการจัดประกวดคำขวัญของรามคำแหงขึ้น สำนวนที่ชนะเลิศคือ "เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง"
  • ค่าหน่วยกิตของรามคำแหง รามคำแหงเป็นมหาวิทยาลัยที่มีค่าหน่วยกิตถูกที่สุดในโลก [ต้องการแหล่งอ้างอิง] คือ 25 บาท เดิมทีเดียวใน พ.ศ. 2514 กำหนดค่าหน่วยกิตไว้ที่ 30 บาท เนื่องจากคาดว่าอาจมีนักศึกษาเข้ามาสมัครเรียนไม่มากนัก แต่ปรากฏว่ากลับมีผู้สนใจสมัครเข้าเป็นนักศึกษาในครั้งนั้นกว่า 30,000 คน ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันดร์จึงเสนอต่อที่ประชุม ทปม. เห็นควรให้ลดค่าหน่วยกิตลงมาเหลือ 25 บาท ครั้งหนึ่งในช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา ได้มีการเรียกร้องให้ลดค่าหน่วยกิตลงมาอีก ซึ่งได้ลดลงมาจนถึงหน่วยกิตละ 18 บาท
  • เกรดของมหาวิทยาลัยรามคำแหง มีความแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ กล่าวคือ ใช้ระบบ G P F แสดงระดับผลการเรียนในระดับปริญญาตรี โดย G = Good 4.00 (ระดับคะแนน 75-100) , P = Pass 2.25 (ระดับคะแนน 60-74) และ F = Failure หมายถึงสอบตก (ระดับคะแนน 59 ลงมา) ในช่วงเตรียมจัดตั้งมหาวิทยาลัยได้มีบางท่านเสนอว่าควรใช้ระบบ A B C D แต่จากข้อสรุปของที่ประชุมตกลงให้ใช้ G P F ดังเช่นในปัจจุบัน สาเหตุที่ไม่ใช้ระบบ A B C D เนื่องจากนักศึกษามีเป็นจำนวนมาก และมีรูปแบบเป็นมหาวิทยาลัยตลาดวิชา การใช้ตะแกรงถี่เกินไปอาจไม่เป็นระบบการวัดผลที่ดี และมีการพิจารณาให้ ปริญญาเกียรตินิยมอันดับ 1 แก่นักศึกษาที่มีระดับผลการเรียน G ร้อยละ 75 ของหน่วยกิตทั้งหมดของหลักสูตรการศึกษา และปริญญาเกียรตินิยมอันดับ 2 แก่นักศึกษาผู้มีระดับผลการเรียน G ร้อยละ 50 ของหน่วยกิตทั้งหมดของหลักสูตรทั้งนี้นักศึกษาต้องสำเร็จการศึกษาภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้สำหรับหลักสูตรนั้น

[แก้] การศึกษา

มหาวิทยาลัยรามคำแหงเปิดสอนในหลายสาขาวิชา ปัจจุบันมีคณะดังนี้

[แก้] หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับทางมหาวิทยาลัย

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้] Internet TV

มหาวิทยาลัยรามคำแหง
คณะ

นิติศาสตร์บริหารธุรกิจมนุษยศาสตร์ศึกษาศาสตร์วิทยาศาสตร์รัฐศาสตร์เศรษฐศาสตร์วิศวกรรมศาสตร์เทคโนโลยี-สื่อสารมวลชน

สถาบัน

สถาบันการศึกษานานาชาติสถาบันวิทยาศาสตร์และสุขภาพ

ดูเพิ่ม

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง

โครงการ · หมวดหมู่ · สถานีย่อย
รายชื่อสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย
มหาวิทยาลัย

การพลศึกษา · กรุงเทพ · เกริก · เกษตรศาสตร์ · เกษมบัณฑิต · ขอนแก่น · คริสเตียน · จุฬาลงกรณ์ · เจ้าพระยา · ชินวัตร · เชียงใหม่ · เซนต์จอห์น · ทักษิณ · เทคโนโลยีปทุมวัน · เทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น · เทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง · เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี · เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ · เทคโนโลยีมหานคร · เทคโนโลยีสุรนารี · ธนบุรี · ธรรมศาสตร์ · ธุรกิจบัณฑิตย์ · นครพนม · นราธิวาสราชนครินทร์ · นเรศวร · นอร์ท-เชียงใหม่ · บูรพา · ปทุมธานี · พายัพ · ฟาร์อีสเทอร์น · ภาคกลาง · ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ · มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย · มหามกุฏราชวิทยาลัย · มหาสารคาม · มหิดล · แม่โจ้ · แม่ฟ้าหลวง · โยนก · รังสิต · รัตนบัณฑิต · ราชธานี · รามคำแหง · วงษ์ชวลิตกุล · วลัยลักษณ์ · เวบสเตอร์ · เวสเทิร์น · ศรีนครินทรวิโรฒ · ศรีปทุม · ศิลปากร · สงขลานครินทร์ · สยาม · แสตมฟอร์ด · สุโขทัยธรรมาธิราช · หอการค้าไทย · หัวเฉียว · หาดใหญ่ · อัสสัมชัญ · อีสเทิร์นเอเชีย · อุบลราชธานี · เอเชีย · เอเชียอาคเนย์

ม.ราชภัฎ

กาญจนบุรี · กาฬสินธุ์ · กำแพงเพชร · จันทรเกษม · ชัยภูมิ · เชียงใหม่ · เชียงราย · เทพสตรี · ธนบุรี · นครปฐม · นครราชสีมา · นครศรีธรรมราช · นครสวรรค์ · บ้านสมเด็จเจ้าพระยา · บุรีรัมย์ · พระนคร · พระนครศรีอยุธยา · พิบูลสงคราม · เพชรบุรี · เพชรบูรณ์ · ภูเก็ต · มหาสารคาม · ยะลา · ราชนครินทร์ · ร้อยเอ็ด · รำไพพรรณี · เลย · ลำปาง · วไลยอลงกรณ์ · ศรีสะเกษ · สกลนคร · สงขลา · สวนดุสิต · สวนสุนันทา · สุราษฎร์ธานี · สุรินทร์ · หมู่บ้านจอมบึง · อุดรธานี · อุตรดิตถ์ · อุบลราชธานี

ม.เทคโนโลยีราชมงคล

กรุงเทพ · ตะวันออก · ธัญบุรี · พระนคร · รัตนโกสินทร์ · ศรีวิชัย · สุวรรณภูมิ · ล้านนา ·