ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
| ท่าอากาศยานนสุวรรณภูมิ | ||||||
|---|---|---|---|---|---|---|
| IATA: BKK - ICAO: VTBS | ||||||
| รายละเอียด | ||||||
| ชนิด | สนามบินพาณิชย์ | |||||
| จัดการโดย | บมจ. ท่าอากาศยานไทย | |||||
| เมืองใกล้เคียง | สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร |
|||||
| สูงจาก ระดับน้ำทะเล |
1.4 ม (4.6 ฟุต) | |||||
| พิกัด | ||||||
| รันเวย์ | ||||||
| ทิศทาง | ความยาว | พื้นผิว | ||||
| เมตร | ฟุต | |||||
| 1R/19L 1L/19R |
4,000 3,700 |
13,120 12,136 |
ลาดยาง ลาดยาง |
|||
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือ สนามบินสุวรรณภูมิ (ชื่อเดิม: สนามบินหนองงูเห่า) เป็นสนามบินตั้งอยู่ที่ ถนนบางนา-ตราด ในตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เปิดใช้งานวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2549 โดยใช้งานแทนท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง นโยบายรัฐบาลได้กำหนดท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศ และจะเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์
จากข้อมูลการจัดอันดับล่าสุดของเว็บไซต์ "สมาร์ตทราเวลดอตคอม" ที่มีการสำรวจความเห็นของผู้เดินทางทั่วโลกเปิดเผยว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของไทยนั้นได้รับการจัดอันดับให้เป็นท่าอากาศยานยอดเยี่ยมอันดับที่ 4 ของโลก รองจากท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง ท่าอากาศยานสิงคโปร์ชางงี และท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย [1]
เนื้อหา |
[แก้] ชื่อสนามบิน
ชื่อของสนามบินสุวรรณภูมิ มีความหมายว่า "แผ่นดินทอง" เป็นชื่อพระราชทานโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2543 และเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2545
ชื่อสากลของสนามบินสะกดตามการถ่ายตัวสะกดภาษาสันสกฤต ว่า "Suvarnabhumi" แทนการเขียนทับศัพท์ตามระบบราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งสะกดว่า "Suwannaphum"
[แก้] ประวัติ
รัฐบาลทหารของจอมพลถนอม กิตติขจร ได้ซื้อที่ดินหนองน้ำ 20,000 ไร่ บริเวณหนองงูเห่า จังหวัดสมุทรปราการในปี พ.ศ. 2516 สำหรับสร้างสนามบินใหม่[2]
สนามบินมีความสำคัญต่อการส่งเสริมและพัฒนาความเจริญด้านเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว และด้านอื่นของประเทศเป็นอย่างมาก รัฐบาลจึงกำหนดให้ การก่อสร้าง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องร่วมกันดำเนินการแบบบูรณาการ เพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมาย จึงได้เร่งการก่อสร้างตั้งแต่เดือน มกราคม พ.ศ. 2545 และรัฐบาล จึงจัดตั้ง บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด เพื่อบริหารงานโครงการก่อสร้างและพัฒนาท่าอากาศยานแห่งใหม่ และเมื่อ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เสร็จสิ้นการก่อสร้างลง บทม.จึงต้องปิดบริษัท เพื่อโอนกิจการทั้งหมด ไปเป็น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) โดยตรง
สนามบินได้เปิดทดลองใช้ในเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 โดยมีสายการบินภายในประเทศ 6 สายการบินร่วมทดลอง ได้แก่ การบินไทย นกแอร์ ไทยแอร์เอเซีย บางกอกแอร์เวย์ พีบีแอร์ และ โอเรียนท์ไทย โดยมีจำนวนผู้โดยสาร 4,800 คน จาก 24 เที่ยวบิน โดยพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เดินทางจากสนามบินดอนเมืองมายังสนามบินสุวรรณภูมิ นอกจากนี้ ได้มีกิจกรรมต่างๆ ซึ่งรวมถึงการแจกประกาศนียบัตรและบัตรโดยสารที่ระลึกแก่ผู้ร่วมเที่ยวบิน การนำผู้สนใจเยี่ยมชมบริเวณสนามบินโดยมัคคุเทศก์อาสาสมัครจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ร่วมกับการท่าอากาศยาน และรถโดยสาร ขสมก. ได้จัดเส้นทางพิเศษเพื่อเข้าชมสนามบินและสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียง
นอกจากนี้รัฐบาลคาดว่าจะได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางอากาศ ภายใต้มาตรฐานนานาชาติที่ออกโดย องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และ สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เพื่อเปิดใช้ในทางพาณิชย์อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2549 (เริ่มย้ายและให้บินขึ้นลงได้ตั้งแต่ 15 กันยายน) และกำหนดให้วันที่ 1 กันยายน เป็นวันแรกของการทดลองบินของสายการบินจากต่างประเทศ ในการเริ่มการบินของสายการบินภายในประเทศวันแรก ในวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2549 ได้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับในช่วง 1:00-6:10 น. ทำให้ประสบปัญหาในการเช็คอินของสายการบินในช่วงเวลานั้น
ในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 เกิดการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลรักษาการของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร คณะรัฐประหารตัดสินใจยึดกำหนดการเปิดสนามบินอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ตามเดิม
ในโอกาสเปิดสนามบิน ไปรษณีย์ไทยได้จัดทำแสตมป์ที่ระลึกจำนวน 18 ล้านดวง เป็นภาพอาคารผู้โดยสาร พร้อมเครื่องบิน และตราสัญลักษณ์บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ชนิดราคา 3 บาท พร้อมซองวันแรกจำหน่ายราคาซองละ 10 บาท จำหน่ายวันที่ 28 กันยายน เป็นวันแรก[3]
[แก้] การก่อสร้าง
สถาปนิกผู้ออกแบบอาคาร คือ เฮลมุต ยาห์นชาวอเมริกัน-เยอรมัน และบริษัทเมอร์ฟี/ยาห์นสำนักงานใหญ่ที่ชิคาโก ซึ่งแบบอาคารสนามบินได้ถูกปรับเปลี่ยน ขนาดอาคาร และวัสดุจากแบบเดิมไปในหลายส่วน เช่น เพิ่มการประดับยักษ์ และสถาปัตยกรรมไทยเพิ่มเข้าไปโดยสถาปนิกชาวไทย
- รายชื่อบริษัทที่ร่วมก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ [4]
- สถาปนิก - เมอร์ฟี/ยาห์น (Murphy / Jahn)
- ประสานงาน - ACT
- ผู้จัดการโครงการ - TAMS/Earth Tech
- วิศวกร
- Werner Sobek Ingenieure (โครงสร้าง)
- Transsolar Energietechnik (สภาพแวดล้อม)
- Martin/Martin (โครงสร้างตัวอาคาร)
- John A. Martin & Associates (โครงสร้างคอนกรีต)
- Flack + Kurtz (งานระบบ)
- ที่ปรึกษา
- AIK - Yann Kersalé (ระบบแสง)
- BNP (ระบบกระเป๋า)
- ผู้รับเหมา - ITO Joint
- คอนกรีต - อิตาเลียน-ไทย
- หลังคา - B&O Hightex
- สแตนเลส - Thapanin
- ระบบกระเป๋า - คาวาซากิ
[แก้] สายการบิน
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ศูนย์กลางการบินและประตูสู่เอเชีย ให้บริการ 102 สายการบิน สู่ 142 เมืองทั่วโลก สำหรับสายการบินระหว่างประเทศ
[แก้] สายการบินระหว่างประเทศ
[แก้] สายการบินในประเทศ
| สายการบิน | จุดหมายปลายทาง |
|---|---|
| การบินไทย (TG) | กระบี่ เกาะสมุย ขอนแก่น เชียงราย เชียงใหม่ พิษณุโลก ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ อุดรธานี อุบลราชธานี |
| บางกอกแอร์เวย์ (PG) | เกาะสมุย เชียงใหม่ ตราด ภูเก็ต สุโขทัย |
| พีบีแอร์ (9Q) | นครพนม น่าน บุรีรัมย์ แม่สอด แม่ฮ่องสอน ร้อยเอ็ด ลำปาง สกลนคร |
| ไทยแอร์เอเชีย (FD) | กระบี่ เชียงราย เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช นราธิวาส ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ อุบลราชธานี อุดรธานี |
| เอสจีเอ (5E) | หัวหิน |
หมายเหตุ: ในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2550 สายการบินในประเทศบางสายได้ย้ายกลับไปใช้ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง
[แก้] ขนส่งอากาศยาน
- เฟดเอกซ์ (Federal Express)
- ยูพีเอส (United Parcel Service)
- ดีเอชแอล (DHL)
- คาเธย์แปซิฟิก (Cathay Pacific Cargo)
- ลุฟท์ฮันซา (Lufthansa Cargo)
- อีวีเอแอร์คาร์โก (Eva Air Cargo)
- ไชน่าแอร์ไลน์ (China Airlines Cargo)
- เคแอลเอ็ม (KLM Cargo)
- สิงคโปร์แอร์ไลน์ (Singapore Airlines Cargo)
- ออลนิปปอนแอร์ไลน์ (All Nippon Cargo)
- เจแปนแอร์ไลน์ (Japan Airlines Cargo)
- นิปปอนคาร์โกแอร์ไลน์ (Nippon Cargo Airlines)
- มาร์ตินแอร์คาร์โก (Martin air Cargo)
- ช่างไห่แอร์ไลน์คาร์โก (Shanghai Airlines Cargo)
- กูซูแอร์ไลน์คาร์โก (Kuzu Airlines Cargo)
- โคเรียนแอร์คาร์โก (Korean Air Cargo)
- เอเชียนาคาร์โก (Asiana Cargo)
[แก้] การคมนาคม
- ดูบทความหลักที่ การคมนาคมไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
สนามบินสุวรรณภูมิมีทางเข้าออกทั้งหมด 6 เส้นทาง โดย 5 เส้นทางสำหรับรถยนต์ รถแท็กซี่ รถโดยสารขสมก และรถโดยสารแอร์พอร์ตเอกซ์เพรส จากทาง (1) ถนนกรุงเทพฯ-ชลบุรี (มอเตอร์เวย์) (2) ถนนร่มเกล้า และ ถนนกิ่งแก้ว (3) ถนนบางนา-ตราดและทางพิเศษบูรพาวิถี (4) ถนนอ่อนนุช และ (5) ถนนกิ่งแก้ว โดยเส้นทางที่ 6 เป็นเส้นทางสำหรับรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน สายพญาไท – มักกะสัน – สุวรรณภูมิ วิ่งเข้าสู่อาคารผู้โดยสาร ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง
สำหรับรถส่วนบุคคล มีอาคารจอดรถ 2 อาคารรับรองได้ 5,000 คัน สำหรับการจอดรถระยะสั้น และลานกว้างขนาดใหญ่สำหรับการจอดรถระยะยาวโดยจะมีรถชัตเติลบัสบริการ
รถแท็กซี่สามารถเข้าส่งผู้โดยสารที่จุดจอดขาออกที่ชั้น 4 และสามารถจอดรอรับผู้โดยสารได้ที่ชั้น 2 สำหรับรอรับผู้โดยสารขาเข้า
รถโดยสารของขสมก บริการในราคาปกติเพิ่มอีก 10 บาท เมื่อเข้า-ออกบริเวณพื้นที่ของท่าอากาศยาน โดยมีบริการทั้งหมด 11 เส้นทาง โดยจุดหมายปลายทางอยู่ที่บางกะปิ แฮปปี้แลนด์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ คลองเตย จังหวัดสมุทรปราการ 2 เส้นทาง (แบ่งเป็น เส้นทางผ่านถนนสุขุมวิท และเส้นทางผ่านถนนศรีนครินทร์) รังสิต 3 เส้นทาง (แบ่งเป็น เส้นทางผ่านถนนรามอินทรา เส้นทางผ่านถนนวิภาวดีรังสิต และเส้นทางผ่านถนนรังสิต-นครนายก) สถานีขนส่งผู้โดยสารสายใต้ (ใหม่) และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาพระราม 2
รถโดยสารแอร์พอร์ตเอกซ์เพรสบริการในราคาไม่เกิน 150 บาท มีบริการทั้งหมด 4 เส้นทาง โดยจุดหมายปลายทางอยู่ที่สีลม บางลำพู ถนนวิทยุ และหัวลำโพง
รถเมล์ปรับอากาศ ที่เดินทางเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประกอบด้วย
- รถเมล์ปรับอากาศสายที่ 549 เส้นทาง มีนบุรี - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
- รถเมล์ปรับอากาศสายที่ 550 เส้นทาง แฮปปี้แลนด์ - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
- รถเมล์ปรับอากาศสายที่ 551 เส้นทาง อนุสาวรีชัยสมรภูมิ - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
- รถเมล์ปรับอากาศสายที่ 552 เส้นทาง อู่คลองเตย - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
- รถเมล์ปรับอากาศสายที่ 552A เส้นทาง สมุทรปราการ - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผ่านถนนสุขุมวิท
- รถเมล์ปรับอากาศสายที่ 553 เส้นทาง สมุทรปราการ - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผ่านถนนศรีนครินทร์
- รถเมล์ปรับอากาศสายที่ 554 เส้นทาง รังสิต - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผ่านถนนรามอินทรา วงแหวนรอบนอกตะวันออก
- รถเมล์ปรับอากาศสายที่ 555 เส้นทาง รังสิต - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผ่านถนนวิภาวดีรังสิต
- รถเมล์ปรับอากาศสายที่ 556 เส้นทาง ทางด่วน สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพมหานคร (สายใต้) - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
- รถเมล์ปรับอากาศสายที่ 558 เส้นทาง ทางด่วน เซ็นทรัลพระราม 2 - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
- รถเมล์ปรับอากาศสายที่ 559 เส้นทาง รังสิต - วงแหวนรอบนอกตะวันออก - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
[แก้] รายละเอียดสนามบิน
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ มีพื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ประมาณถนนบางนาตราดกิโลเมตรที่ 15 อยู่ในเขตตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางกรุงเทพมหานคร 25 กิโลเมตร ประกอบไปด้วยส่วนหลัก ได้แก่
[แก้] ระบบทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดอากาศยาน
ทางวิ่ง มี 2 เส้น กว้างเส้นละ 60 เมตร ยาว 3,700 เมตร และ 4,000 เมตร ห่างกัน 2,200 เมตร มีทางขับขนานกับทางวิ่งทั้ง 2 เส้น ให้บริการขึ้น-ลง ของอากาศยานได้พร้อมกัน และเมื่อพัฒนาจนสมบูรณ์แล้ว จะมีทางวิ่งทั้งหมด 4 เส้น เป็นทางวิ่งข้างละ 2 เส้นขนานกัน และมีหลุมจอดอากาศยาน มีจำนวน 120 หลุมจอด (จอดประชิดอาคาร 51 หลุมจอด และจอดระยะไกลอีก 69 หลุมจอด) รวมถึงหลุมจอดอากาศยานขนาดใหญ่ไว้ด้วย จำนวน 5 หลุมจอด
[แก้] อาคารผู้โดยสาร
อาคารผู้โดยสารเป็นอาคารเดี่ยว ช่วงกว้าง ไม่มีเสากลางอาคาร มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 563,000 ตร.ม. มี 8 ชั้น รวมชั้นใต้ดิน มีรายละเอียดแต่ละชั้น (ตามแผน) ดังต่อไปนี้
- ชั้น 1 - สถานีรถโดยสาร (Bus Lobby)
- ชั้น 2 - ผู้โดยสารขาเข้า (Arrivals)
- ชั้น 3 - จุดนัดพบและร้านค้าต่างๆ
- ชั้น 4 - ผู้โดยสารขาออก (Departures)
- ชั้น 5 - สำนักงานบริษัทการบินไทย และกลุ่มสายการบินพันธมิตร สตาร์ อัลไลแอนซ์ (Star Alliance)
- ชั้น 6 - ภัตตาคาร
- ชั้น 7 - ที่ชมทัศนียภาพ
- ชั้นใต้ดิน - สถานีรถไฟฟ้า
อาคารผู้โดยสารตั้งอยู่ทางทิศเหนือของท่าอากาศยาน รองรับผู้โดยสารได้ 45 ล้านคนต่อปี ภายในอาคารมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น จุดตรวจบัตรโดยสาร 360 จุด จุดตรวจหนังสือเดินทาง ขาเข้า 124 จุด / ขาออก 72 จุด โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยแบบ 100% Hold Baggage In-line Screening System รวมทั้งมีสถานีรถไฟฟ้า (Airport the link) สายพญาไท มักกะสัน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อยู่ใต้อาคาร ซึ่งได้ก่อสร้างแล้วเป็นบางส่วน มีอาคารผู้โดยสารนานาชาติและภายในร่วมกัน ระยะทางเดินต่อเครื่องระหว่างสายการบินภายในและภายนอก มีความยาวเฉลี่ยราว 800-1000 เมตร ระยะไกลสุดราว 3000 เมตร เดิมมีแผนที่จะเชื่อมโดยรถรางใต้ดิน (แต่ปัจจุบันไม่ได้ก่อสร้างตามแผนนั้น)
[แก้] อาคารท่าเทียบเครื่องบิน
อาคารท่าเทียบเครื่องบิน หรือคอนคอร์ส มีท่าเทียบ 51 จุด 5 จุดสามารถรอรับเครื่องบินขนาดใหญ่ เช่น Airbus A-380 ได้ ลักษณะสถาปัตยกรรมทันสมัย หลังคารูปโค้งกรุผ้าใบสลับกระจกโค้ง นอกจากการจอดเทียบท่าแล้วสามารถจอดที่ท่ากลางลานได้ รวมแล้วสามารถรองรับเครื่องบินได้ราว 120 ลำ
[แก้] งานศิลปะภายในสนามบิน
ได้มีการติดตั้งผลงานศิลปะไทย ทั้งจิตรกรรมและประติมากรรม ประดับหลายชิ้นภายในและภายนอกอาคารของสนามบินสุวรรณภูมิ มูลค่ารวมกันทั้งสิ้นกว่า 100 ล้านบาท เช่น ประติกรรมจำลองยักษ์จากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จำนวน 12 ตน โดยมีชื่อว่า ทศกัณฐ์ สหัสเดชะ อัศกรรณมาลา จักรวรรดิ อินทรชิต มังกรกัณฐ์ ไมยราพณ์ สุริยาภพ ทศคีรีวัน ทศคีรีธร วิรุณจำบัง วิรุฬหก ประติมากรรมพระนารายณ์กวนเกษียรสมุทร มูลค่า 48 ล้านบาท ภาพจิตรกรรมฝาผนังจำลอง ของศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทย
[แก้] งานภูมิทัศน์
งานออกแบบภูมิทัศน์โดยรอบสนามบิน และภายในส่วนเปิดโล่งของอาคารผู้โดยสาร นั้นมีลักษณะเป็นไทย เดิมออกแบบโดย ปีเตอร์ วอล์กเกอร์ (Peter Walker) ภูมิสถาปนิกชาวอเมริกัน วอล์กเกอร์ระบุว่า ภูมิทัศน์ถนนภายในสนามบินสุวรรณภูมินั้น ประกอบด้วยงานภูมิทัศน์ขนาดใหญ่ที่สามารถรับรู้ได้แม้จากรถที่กำลังแล่น ส่วนภูมิทัศน์ภายในท่าอากาศยาน ได้ออกแบบให้เป็นงานภูมิทัศน์ภายในสนามบินขนาดใหญ่ (แบบ monumental garden) 2 สวน ขนาดพื้นที่ถึงแปลงละ 135 x 108 ตารางเมตร [5] ตามแบบเดิมนั้นมีแนวความคิดหลักสองแนวคิด คือ สวน "เมือง" เป็นสวนน้ำพุ ประดับด้วยกระเบื้อง ประติมากรรมรูปทรงเจดีย์ และน้ำพุ และ สวน "ชนบท" ใช้หญ้าท้องถิ่นและต้นไม้ตัดแต่งรูปฝูงช้าง
ในเวลาต่อมา เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณและสามารถรองรับการขยายตัวในอนาคต ใน พ.ศ. 2545 ได้มีการเปลี่ยนแปลงแบบใหม่โดยกลุ่มภูมิสถาปนิกและทีมที่ปรึกษาชาวไทย คือ RPU Design Group ภายใต้การนำของสำนักงานออกแบบระฟ้า ภูมิสถาปนิกที่ร่วมกำหนดแนวทางการออกแบบภูมิทัศน์เมื่อ พ.ศ. 2537 (มีสำนักงาน ดี เอส บี แอสโซสิเอทส์ เป็นผู้นำกลุ่มในขณะนั้น) ทั้งนี้ยังคงแนวคิดหลักของสวนเมืองและชนบทอยู่ แต่ได้ปรับแนวความคิดในขั้นรายละเอียดและเนื้อหาใหม่ โดย "สวนเมือง" ได้อาศัยคติความเชื่อของไทยตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น ความเชื่อเรื่องระบบภูมิจักรวาล อันมีเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลาง (ตามที่ปรากฏในผังเมืองและวัดโบราณต่างๆ) เรื่องการเลือกทำเลในการตั้งเมืองใกล้น้ำ (อารยชนชาวน้ำ) การใช้เส้นสายที่ปรากฏในจิตรกรรมไทย ตลอดจนการกำหนดให้มีประติมากรรมประดับต่างๆ เช่น หงส์ เรือเอกชัยเหิรหาว เรือดั้ง และประติมากรรมหลักขนาดใหญ่กลางพื้นที่ (สัญลักษณ์แทนเขาพระสุเมรุ) ซึ่งยังไม่ได้สร้างเนื่องจากปัญหาบางประการ ส่วน "สวนชนบท" ได้ใช้ลักษณะภูมิประเทศของไทยเป็นแนวคิด ประกอบด้วย ชายทะเล ป่าชายเลน แม่น้ำลำคลอง เรือกสวนไร่นา และกลุ่มเทือกเขาสูงต่ำลดหลั่นกัน มีภูเขาทองเป็นประธาน ในส่วนประติมากรรมได้ใช้ฝูงนกเป็นกลุ่มๆ ที่สามารถไหวได้ตามแรงลม โดยทั้งสองสวนจะสื่อถึงความเป็นไทย (ในภาษาปัจจุบัน) และมีรูปแบบทันสมัยเพื่อให้กลมกลืนกับรูปแบบอาคารสนามบินได้อย่างไม่ขัดเขิน มีความยืดหยุ่นรองรับการขยายตัวของอาคารผู้โดยสารได้ และการออกแบบองค์ประกอบและพืชพันธุ์ต่างๆ ได้คำนึงถึงเรื่องการควบคุมจำนวนนกภายในสนามบินด้วย (ดูภาพ)
[แก้] อาคารจอดรถ
อาคารจอดรถมี 3 อาคาร แต่ละอาคารสูง 5 ชั้น เชื่อมต่อกับอาคารผู้โดยสาร สามารถรองรับรถยนต์ได้ถึง 5,000 คัน นอกจากนี้ยังมีที่จอดรถบริเวณอื่นๆ รวมทั้งหมดกว่า 15,677 คัน
[แก้] ระบบสาธารณูปโภค
- ระบบป้องกันน้ำท่วม มีการสร้างเขื่อนดินสูง 3.5 เมตร กว้าง 70 เมตร โดยรอบพื้นที่ท่าอากาศยาน และมีอ่างเก็บน้ำภายใน 6 แห่ง ซึ่งสามารถรองรับน้ำได้ 3.2 ล้านลูกบาศก์เมตร
- ระบบน้ำประปา เชื่อมต่อกับระบบประปาของการประปานครหลวง และมีถังน้ำประปาสำรองขนาด 40,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งสามารถสำรองน้ำประปาไว้ใช้ได้ 2 วัน
- สถานีแปลงไฟฟ้าย่อย เป็นสถานีแปลงไฟฟ้าเพื่อลดแรงดันไฟฟ้าจาก 115 กิโลโวลต์ ให้เหลือ 24 กิโลโวลต์ มีจำนวน 2 สถานี เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้แก่ทุกระบบภายในท่าอากาศยาน
- ระบบบำบัดน้ำเสีย สามารถบำบัดน้ำเสียได้ 16,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
- ระบบจัดเก็บกากของเสีย สามารถกำจัดกากของเสียได้ประมาณ 100 ตันต่อวัน
[แก้] ระบบบริการคลังสินค้า
คลังสินค้ามีพื้นที่ให้บริการประมาณ 568,000 ตารางเมตร และมีการให้บริการแบบเขตปลอดพิธีการศุลกากร (Free Zone) ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งรองรับสินค้าได้ 3 ล้านตันต่อปี
[แก้] ระบบอื่นๆ
- ระบบโภชนาการ - ระบบโภชนาการสามารถผลิตอาหาร ให้แก่สายการบินต่างๆ ได้ 100,000 ชุดต่อวัน
- โรงซ่อมบำรุงอากาศยาน - โรงซ่อมบำรุงอากาศยานมีจำนวน 2 โรง สามารถจอดอากาศยานขนาดใหญ่ เช่น แอร์บัส เอ 380 ได้
- ศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศ - ศูนย์ควบคุมฯ มีหอบังคับการบินที่สูงที่สุดในโลก (132.2 เมตร) ที่พร้อมไปด้วยระบบวิทยุสื่อสารการบิน ระบบติดตามอากาศยานเขตประชิดสนามบินและระบบติดตามอากาศยานภาคพื้นดิน รวมทั้งระบบนำร่องอากาศยานที่ทันสมัย
- โรงแรมและบริการ - โรงแรมตั้งอยู่ด้านหน้าอาคารผู้โดยสาร ในระยะแรกมีจำนวน 600 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
นอกจากนี้ภายในท่าอากาศยาน จะมีการบริการต่างๆ มากมาย เช่น ศูนย์บริการรถเช่า ร้านค้า ภัตตาคาร สถานีเติมน้ำมัน ฯลฯ
[แก้] ระบบบริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ระบบการบริหารจัดการของสนามาบินสุวรรณภูมิถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันผ่านทางเทคโนโลยีที่เรียกว่า AIMS ( Airport Information Management System) ซึ่งครอบคลุมถึง 45 ระบบและทุกระบบทำงานแบบ Real Time Interactive และ Internet-based ซึ่งประมูลงานโดยมีกลุ่มร่วมทุนในนาม Airport System Integration Specialists (ASIS) Consortium ควบคุมดูแล ประกอบด้วย บริษัท สามารถ คอมเทค จำกัด ซีเมนส์ เอบีบี และซาเตี้ยม ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 2,200 ล้านบาท ที่ครอบคลุมงานการติดตั้งระบบ การบำรุงรักษาหลังเปิดให้บริการอีก 1 ปี และการฝึกอบรมบุคลากร
ระบบบริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประกอบด้วย:
- ระบบบริหารข้อมูลสายการบิน FIMS ( Flight Information Management System ) การจัดการเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของสายการบินทั้งเที่ยวไปและกลับ โดยเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลองค์กรสากล สนามบินและสายการบินต่างๆ
- ระบบฐานข้อมูลการปฏิบัติการสนามบิน AODB ( Airport Operations Database ) คือ ระบบฐานข้อมูลที่ได้มาจากาการเชื่อมโยงระบบย่อยต่างๆ ในสนามบิน เพื่อใช้ในการสังเกตการณ์ การวางแผน การจัดการ การควบคุม ตลอดจนการตัดสินใจ
- ระบบฐานข้อมูลบริหารสนามบิน AMBD ( Airport Management Database ) คือ ระบบฐานข้อมูลที่ได้มาจากการบริหาร งานธุรการ งานพาณิชย์ ตลอดจนการเงิน และบางส่วนจาก AODB
- ระบบรายได้ของสนามบิน Airport Billing System ( Including Aviation & Non-aviation ) คือ ระบบที่รับรู้รายได้ทั้งหมดของสนามบิน โดยระบบจะทำการพิมพ์ใบแจ้งหนี้พร้อมทั้งตั้งหนี้เพื่อรอการเก็บเงิน
- ระบบเน็ตเวิร์คและส่วนเชื่อมสื่อสาร AIMS Network backbone including Gateway เป็นการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ภายในอาคารต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล
- ระบบ LAN เพื่อการสื่อสารข้อมูล AIMS ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์สำหรับติดตั้งในอาคาร AIMS
- ศูนย์ควบคุมปฏิบัติการสนามบิน AOC ( Airport Operation Center) คือ ระบบตรวจตรา ควบคุมอุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกในทุกระบบของสนามบิน โดยครอบคลุมถึงการปฏิบัติการด้านภาคพื้นอากาศ ภาคพื้นดิน อาคารผู้โดยสารและระบบความปลอดภัยในสนามบิน
- ศูนย์ควบคุมการเกิดวินาศกรรม CCC ( Crisis Control Center ) คือ ระบบที่ใช้ในห้องควบคุมและบัญชาการเมื่อมีวิกฤตกรณ์ต่างๆ เช่น การปล้นเครื่องบิน การก่อวินาศกรรมในบริเวณสนามบิน เป็นต้น
- ศูนย์ควบคุมรักษาความปลอดภัย SCC ( Security Control Center ) เช่น ระบบกล้องวงจรปิด ( CCTV ) ควบคุมอาคาร ( Building Automation System ) เป็นต้น
- ศูนย์ควบคุมและบริหารระบบเน็ตเวิร์ค NMC ( Network Management Center ) คือ ระบบควบคุมและจัดการระบบเครือข่ายในระบบ AIMS LAN, AIMS network backbone, PTC LAN
- ศูนย์ควบคุมอาคาร Central BAS ( Building Automation System ) คือ ระบบที่ติดตั้งในห้อง AOC และ CCC เป็นศูนย์กลางในการตรวจสอบ การควบคุมและการจัดการระบบ Facility เช่น ระบบลิฟต์ ระบบเครื่องปรับอากาศ ของอาคารต่างๆ ที่อยู่ในสนามบิน
- ระบบกล้องวงจรปิดภายนอก และการเชื่อมต่อกับศูนย์ควบคุมส่วนกลาง External CCTV Plus Central CCTV integration เพื่อใช้ในระบบรักษาความปลอดภัยในบริเวณต่างๆ ของสนามบิน
- ศูนย์ควบคุมระบบอัคคีภัย Central FDA ( Fire Detection and Alarm ) คือระบบที่ติดตั้งในห้อง AOC และ SCC เป็นศูนย์กลางในการตรวจสอบสัญญาณและแจ้งเตือนไฟไหม้ของระบบ FDA ที่ติดตั้งในอาคารต่างๆ
- ศูนย์การระบบแจ้งเวลา Central Clock System คือ ระบบมาตรฐานสัญญาณนาฬิกาที่ใช้อ้างอิงสำหรับนาฬิกาอิเลคทรอนิคส์ที่ติดตั้งในอาคารต่างๆ และนาฬิกาที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้มีเวลาตรงกัน
- ศูนย์กลางระบบ SCADA ( Central SCADA System ) คือระบบที่ติดตั้งในห้อง AOC และ SCC เป็นศูนย์กลางในการตรวจสอบ การควบคุม และการจัดการระบบจ่ายน้ำประปา ระบบจ่ายไฟฟ้า ภายในอาคารต่างๆ
- ศูนย์กลางระบบความปลอดภัยและรหัสผ่านเข้า-ออก Central CASS ( Controlled Access Security System ) เพื่อควบคุมการผ่านเข้าออกประตูห้องภายในบริเวณอาคารต่างๆ ของสนามบิน
- ส่วนงานเชื่อมต่อกับศูนย์การควบคุมจราจร Interface/Integration work with Traffic Control System คือ ระบบที่ใช้เชื่อมโยงระบบ AIMS กับระบบศูนย์ควบคุมการจราจรของพาหนะต่างๆ เช่น ระบบ Sign board display
- ระบบบริการข้อมูล Information KIOSK ซึ่งเป็นตู้แสดงผลทางด้านข้อมูลแก่ผู้โดยสารเกี่ยวกับข้อมูลเที่ยวบิน ข้อมูลสนามบิน แผนผังสนามบิน ข้อมูลสายการบิน แหล่งร้านค้า ร้านอาหาร การเดินทาง เป็นต้น
- ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล Human Resource Management System ครอบคลุมตั้งแต่การรับสมัคร การบริหารบุคคล เงินเดือน การบันทึกเวลาทำงาน
- ระบบบริหารบัญชีและการเงิน Financial Account Management System การบริหารบัญชีทั่วไป บัญชีลูกหนี้ บัญชีเจ้าหนี้ บัญชีทรัพย์สินถาวร การเงิน งบประมาณ ภาษี
- ระบบการจัดเก็บรายได้สนามบิน Revenue Collection Management System เป็นการจัดเก็บรายได้ทั้งหมดของสนามบินที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวกับ การบิน
- ส่วนงานเชื่อมต่อระบบย่อย ณ อาคารผู้โดยสาร Interface/Integration work with PTC sub-system โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งไปเก็บใน AODB และ AMDB และบางส่วนก็จะส่งกลาบไปยังระบบย่อยต่างๆ ในอาคารผู้โดยสาร
- ส่วนงานเชื่อมต่อระบบย่อยการซ่อมบำรุงสนามบิน Interface/Integration work with AMF Sub-system ( Airport Maintenance Facility )
- ส่วนงานเชื่อมต่อระบบย่อยการควบคุมการบินทางอากาศ Interface/Integration work with ATC Sub-System ( Air Trafic Control )
- ส่วนงานเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์สายการบิน Interface/Integration work with Airline Host Computer & OAG Network (Offcial Airline Guide )
- การฝึกอบรม Training แก่พนักงาน ในส่วนที่ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับทุกระบบของ AIMS เพื่อที่จะสามารถนำสิ่งที่ได้รับการฝึกสอนไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
- One year Operation & Maintenance Service and two years defect liability Maintenance Service คือ การปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับ AIMS โดยผู้รับเหมาเป็นเวลา 1 ปี และบริการซ่อมบำรุงระยะเวลา 2 ปี โดยเตรียมบุคลากรให้เพียงพอต่อการดำเนินการ และถ่ายทอดความรู้ให้พนักงานในสนามบินสุวรรณภูมิ
- ระบบคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์ในการจัดการผู้โดยสารและสัมภาระ CUTE including PBRS ( Passenger Baggage Reconciliation System ) & LDCS ( Local Departure Control System )
- ระบบแสดงผลข้อมูลและแผนภูมิ AIMS View System เพื่อใช้ในการสังเกตการณ์และตรวจสอบติดตาม ควบคุม วางแผน และตัดสินใจ
- ระบบบริหารการเข้าจอดของเครื่องบิน ณ อาคารผู้โดยสาร Ramp Service Management System เช่น ระบบนำร่องเข้าจอด ( VDGS ) ระบบสายพานผู้โดยสาร ( PLB ) ระบบกำลังไฟบนภาคพื้นดิน ( 400Hz) เป็นต้น
- ระบบการจำหน่ายตั๋วและการเช็คอิน On-line Ticketing & Check-in คือ ระบบที่เชื่อมต่อกับระบบการขายตั๋วของสนามบินต่างๆ
- ส่วนงานเชื่อมต่อกับระบบย่อยของหน่วยงานของรัฐ Interface work with Government Agency Sub-System คือ ระบบงานที่เชื่อมต่อกับระบบงานของหน่วยงานของรัฐในสนามบิน เช่น การตรวจคนเข้าเมือง และภาษีศุลกากร
- ส่วนงานเชื่อมต่อกับระบบย่อยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง Interface work with Facilitz System of Privatization Packages คือระบบที่เชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานที่มีการติดต่อทางธุรกิจกับสนามบิน
- ส่วนงานเชื่อมต่อกับงานศุลกากร Interface work with Facility System of Custom Free Zone
- ห้องทดลองและจำลองประสิทธิภาพอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนการติดตั้ง BTL ( Benchmark tesing Laboratory ) ทั้งนี้รวมถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทั้งอุปกรณ์และระบบโปรแกรมประยุกต์
- ระบบบันทึกและตรวจสอบการบำรุงรักษา Facility Management System ( Facility Inventory Management, Cable Convention System )
- ระบบบริหารพื้นที่จอดรถ Car Parking Management System เพื่อบริหารจัดการเกี่ยวกับพื้นที่จอดรถที่ให้เช่าทั้งระยะสั้นและยาว
- ระบบการจัดซื้อและจัดจ้าง Procurement Management System ที่ครอบคลุมถึงการรับสินค้า สินค้าคงคลัง พื้นที่จัดเก็บ การกระจายและขนส่งตลอดจนการจ่ายเงิน
- ระบบบริหารทรัพย์สินและพื้นที่เช่า Assets Management System คือ ระบบควบคุมและบริหารทรัพย์สินโดยเฉพาะพื้นที่และห้องต่างๆ ที่ให้เช่าในเชิงพาณิชย์รวมทั้งการบริหาร และจัดการเกี่ยวกับผู้เช่าตลอดจนสัญญาต่างๆ
- ระบบบริหารร้านค้าและเครื่องชำระเงิน Concession Management System with POS คือ ระบบบริหารและจัดการเกี่ยวกับสัมปทานการขายของในสนามบิน รวมทั้งสินค้าปลอดภาษี เป็นต้น
- ส่วนงานเชื่อมต่อระบบตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อม Interface/Integration work with Environmental Monitoring System เพื่อได้มาซึ่งข้อมูลด้านเสียงและสภาพแวดล้อมทั่วๆ ไป ในบริเวณสนามบินตลอดจนพื้นที่ใกล้เคียง
- การบริหารเว็บเพจ Web Page Service คือ ระบบการบริการข้อมูลของสนามบินสุวรรณภูมิบนอินเทอร์เน็ต โดยประกอบรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับสนามบินสุวรรณภูมิ ร้านค้าปลอดภาษี เป็นต้น
- ระบบการทำงานธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ต E-Business คือ ระบบที่สามารถทำธุรกรรมกับสนามบินสุวรรณภูมิบนอินเทอร์เน็ต ตลอดจนซื้อสินค้าปลอดภาษี
- ระบบการทดสอบและจำลอง Simulation Program ที่อาจเกิดขึ้นได้ในสนามบินเพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจ การวิเคราะห์และวางแผน
- ส่วนงานเชื่อมต่อระบบเน็ตเวิร์ค Interface/Integration work with AOT Network คือ ระบบเครือข่ายที่ใช้ในการเชื่อมโยงระบบ AIMS เข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย
[แก้] เกร็ดข้อมูล
[แก้] มหัศจรรย์เลข 9
นอกเหนือกิจกรรมที่จัดขึ้น โดยการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 เดือน 9 (กันยายน 2549) ซึ่งมีการวิ่งเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยมีนักวิ่งจากภูมิภาคต่างๆ (จำนวนที่ลงทะเบียน 9,999 คน) แล้ว เป็นที่น่าสังเกตถึง มหัศจรรย์เลข 9 [6][7] ดังต่อไปนี้
- อาคารผู้โดยสารและอาคารเทียบเครื่องบิน มีระยะห่างระหว่างเสาแต่ละต้น 9 เมตร ซึ่งเสาหลัก (เสาไพลอนที่ค้ำซูเปอร์ทรัส) หรือคานหลักรั้น มี 2 ตัวต่อ 1 คาน รวมกันเป็น 1 ชุด
- เสา 2 ตัวที่ค้ำคานนี้จะห่างกัน 81 เมตร (8+1=9)
- ชุดเสาที่อยู่ทางทิศตะวันออกจะห่างจากชุดเสาทางด้านทิศตะวันตก 126 เมตร (1+2+6=9)
- หลังคาผ้าใยสังเคราะห์ที่ติดตั้งกับอาคารเทียบเครื่องบินทั้งหมด 108 ช่วง (1+0+8=9)
- สำหรับทางเลื่อนระนาบผิวเฉพาะในเทอร์มินอลมีทั้งหมด 95 ชุด มีความยาวตั้งแต่ 27 เมตร (2+7=9) และ 108 เมตร (1+0+8=9)
- ความเร็วของทางเลื่อนในอาคารรวมทั้งทางเลื่อนลาดเอียง มีความเร็วนาทีละ 45 เมตร (4+5=9)
[แก้] (สถานีโทรทัศน์แบบเรียลลีตี้) สถานีสุวรรณภูมิ
- บมจ. ท่าอากาศยานไทย ได้จัดตั้งสถานีโทรทัศน์ชั่วคราว ในโอกาสพิเศษ เนื่องจากมีการเปิดสนามบิน ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน ถึง 15 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ออกอากาศทาง ทรูวิชั่นส์
[แก้] บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด
- รัฐบาลได้จัดตั้ง บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด หรือ บทม. โดยสังกัดกระทรวงคมนาคม เพื่อบริหารงานการก่อสร้างของ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในขณะนั้น และเมื่อมีการสร้างเสร็จ บริษัทฯ ก็ต้องยุบกิจการเพื่อโอนไปรวมกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ต่อจากนั้น บมจ.ทอท ก็เป็นผู้รับผิดชอบท่าอากาศยานฯ แห่งนี้ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
[แก้] ความเป็นที่สุด
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็น "ความภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ"[8] และยังเป็นที่กล่าวขวัญถึง "ความเป็นที่สุด" ในหลายๆ ด้าน ดังต่อไปนี้
- หอบังคับการบินที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 132.2 เมตร[6][9] พร้อมระบบการนำร่องอากาศยานที่ทันสมัย[10]
- โรงซ่อมเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดพื้นที่จอดเครื่องบินรวม 27,000 เมตร สามารถรองรับเครื่องบินขนาดยักษ์แอร์บัส 380 ได้พร้อมกัน 3 ลำ โรงซ่อมเป็นอาคารสูง 35 เมตร กว้าง 90 เมตร ยาว 270 เมตร โดยไม่มีเสากีดขวาง โครงหลังคาใช้วัสดุเหล็กที่มีลักษณะเป็นซูเปอร์สตรักเจอร์ที่ใช้คานเหล็ก มีน้ำหนักรวม 10,000 ตัน ใช้เงินลงทุนก่อสร้างกว่า 1,200 ล้านบาท[6]
- ล็อบบี้ของโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งอยู่ด้านหน้าอาคารผู้โดยสาร มีห้องพักถึง 600 กว่าห้อง เป็นบริเวณล็อบบี้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก[6][9]
- เป็นสนามบินที่ทำสถิติใช้ระยะเวลาการก่อสร้างยาวนานที่สุด ถึง 45 ปี[7][10]
- มีเรื่อง “ฉาวโฉ่เรื่องการทุจริต” มากที่สุด ตั้งแต่เริ่มคิดโครงการเมื่อ พ.ศ. 2503 เรื่อยมาจนการเริ่มการก่อสร้าง[10]
- อาคารผู้โดยสาร เป็นอาคารผู้โดยสารเดี่ยว (มิใช่กลุ่มอาคาร) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ในการก่อสร้างครั้งเดียว โดยมีพื้นที่ใช้สอยถึงประมาณ 563,000 ตร.ม.[9][10] ซึ่งต่อมาทางสนามบินนานาชาติฮ่องกงได้ต่อเติมอาคารผู้โดยสารที่ 1 ออกไป จนมีขนาด 570,000 ตร.ม. ใหญ่กว่าของสุวรรณภูมิ
- สนามบินที่ใหญ่ที่สุด ทันสมัยที่สุดในโลก[10]
- ภายในอาคารเทียบเครื่องบิน ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยที่สุดในโลก[10]
- ระบบการบริหารจัดการท่าอากาศยานทุกกิจกรรม ที่ใช้ระบบไอทีติดอันดับโลก โดยถูกเชื่อมโยงด้วยระบบเทคโนโลยีทันสมัยที่เรียกว่า AIM (Airport Information Management System) [10]
- อัตราค่าธรรมเนียม หรือ landing fee ที่ต่ำที่สุด เทียบกับสนามบินทั้งหมดในแถบภูมิภาคเดียวกัน[10]
[แก้] อุปสรรคและการวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงการวางแผนและการก่อสร้าง
ระหว่างการวางแผนและก่อสร้างสนามบินนั้น โครงการได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ถึงทั้งอุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนั้น และที่เกรงว่าอาจจะเกิดในอนาคต ปัญหาเหล่านี้ถูกยกเป็นประเด็นในแวดวงวิชาการ วิชาชีพ และในสื่อ ปัญหาบางปัญหาแม้ยังไม่ได้หยิบยกมาถกกันอย่างจริงจัง แต่ก็เป็นประเด็นที่สาธารณชนเฝ้าติดตาม ตัวอย่างของอุปสรรคและข้อวิพากษ์วิจารณ์ ได้แก่:
[แก้] ปัญหาทางเทคนิควิศวกรรม สถาปัตยกรรม
- ในการก่อสร้างช่วงแรก พบปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่การก่อสร้าง
- ปัญหาการทรุดตัวไม่เท่ากัน ของแต่ละช่วงของ ทางขึ้นลงของเครื่องบิน และทางเชื่อมไปยังรันเวย์ (แท็กซี่เวย์) เนื่องจากเทคนิคการถมและบดอัด
- ปัญหาคุณภาพและความคงทนของวัสดุผ้าใบหลังคาอาคารเทอร์มินอล
- ปัญหาระบบปรับอากาศ เครื่องทำความเย็นต้องใช้พลังงานและกระแสไฟฟ้ามาก เพราะผนังอาคารเป็นกระจกและเพดานสูง 20 เมตร ทำให้ต้องใช้ระบบหล่อน้ำเย็นใต้พื้นชดเชย ซึ่งทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายและการดูแลยากกว่าระบบทั่วไป สิ้นเปลืองพลังงานและต้องเสียค่าน้ำเย็นจากโรงทำน้ำเย็น
- ปัญหาระบบเสียง อะคูสติกไม่มีวัสดุกรุผนังอื่น นอกจากกระจก ทำให้ไม่ส่งเสริมให้เกิดการกระจายเสียงที่ดี อาจก่อให้เกิดปัญหาในการกระจายเสียงได้
- ปัญหาจำนวนห้องสุขา ไม่ได้ตามมาตรฐานอาคารสาธารณะขนาดใหญ่พิเศษ
- ปัญหาความพร้อมของระบบตามมาตรฐานการบินนานาชาติ ซึ่งมีผลต่อการเปิดสนามบิน ที่มีการเลื่อนวันเปิดไป-มา จนมาลงเอยที่วันที่ 28 กันยายน 2549 ซึ่งเช้ามืดในวันดังกล่าวจะมีการหยุดใช้สนามบินนานาชาติกรุงเทพ (ดอนเมือง) อย่างถาวร จึงจะต้องมีการขนย้ายทุกอย่างให้จบสิ้นลง ก่อให้เกิดปัญหาต่อผู้ดำเนินกิจการสายการบินต่างๆ เป็นอันมาก
- ปัญหาหลังคารั่ว - ในวันที่ 18 กันยายน 2549 ขณะยังไม่เปิดการบริการทางพาณิชย์อย่างเต็มที่นั้น หลังคาอาคารผู้โดยสารได้เกิดรั่ว เนื่องจากซิลิโคนที่เชื่อมกระจกหลุด ซึ่งอาจเกิดจากการถูกขูดระหว่างพนักงานทำความสะอาดกระจกหลังคา นายพงศ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ยืนยันว่าจะซ่อมเสร็จภายในกำหนดการเปิดใช้ และหลังจากนั้น 1 ปีแล้วทุกอย่างจะเสร็จสมบูรณ์ [11]
[แก้] การกล่าวหาและการตรวจสอบเรื่องการทุจริต
- ในรัฐบาลชวน 2 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น ได้มีการจัดประมูลการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารและอาคารเทียบเครื่องบิน ในราคา 54,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับราคากลาง แต่ก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญาก่อสร้าง รัฐบาลได้ยุบสภาเสียก่อน เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่และพรรคไทยรักไทยได้เสียงข้างมากเบ็ดเสร็จในสภา พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 9 พ.ย. 2544 [12]ได้ให้มีการประมูลการก่อสร้างใหม่ และสามารถประหยัดงบประมาณแผ่นดินไปได้กว่าสองหมื่นล้านบาท โดยใช้วิธีการลดข้อกำหนดคุณสมบัติ (specification) ของวัสดุก่อสร้างและวัสดุตกแต่ง รวมทั้งลดขนาดอาคารและพื้นที่ตกแต่งภูมิทัศน์ในหลายๆ จุด [13]
- พ.ศ. 2548 ในรัฐบาลทักษิณ 1 มีการกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมน่าสงสัยในการจัดซื้อและติดตั้งระบบตรวจวัตถุระเบิดในสัมภาระ โดยที่ข้อกำหนดคุณสมบัติของเครื่องรุ่น CTX 9000 อาจจะถูกล็อก เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทผู้รับเหมา (บริษัทแพทริออต มีนายวรพจน์ ยศะทัศน์ หรือ เสี่ยเช เป็นผู้บริหาร) และบริษัทผู้ผลิต (บริษัทอินวิชั่น สหรัฐอเมริกา) เหตุการณ์นี้นำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในวันที่ 28 มิ.ย. 2548 การอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีผลไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ในความเห็นของบางฝ่ายค้าน นายสุริยะ ไม่สามารถแก้ข้อกล่าวหาทั้งหมดได้ในสภา ปัจจุบันเครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX ทั้ง 26 เครื่องได้ถูกติดตั้งเรียบร้อยและอยู่ระหว่างการทดสอบ [14][15]
- ปัญหาสัมปทานในการก่อสร้าง และจัดสรรพื้นที่ องค์ประกอบอื่นๆ สัมปทานบริการต่างๆ ภายในสนามบิน [16]เช่น
- มี.ค. 2549 สตง.ได้ทำหนังสือถึง รฟท. เพื่อขอความชี้แจงเรื่องที่ มีการจ่ายค่าบริการ 1600ล้านบาท ให้กับ บริษัทรับเหมาสร้างรถไฟขนส่ง จากตัวเมืองมายังสนามบิน (แอร์พอร์ตเรลลิงก์) เพียง 5วันหลังจากมีการเซ็นสัญญา แทนที่จะมีการจ่าย หลังจการที่โครงการสร้างเสร็จ สตง.ได้สั่งให้ รฟท. ชี้แจงภายใน 60วัน[17]
- ก.ค. 2549 นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีต ส.ส.เพชรบุรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ตนจะแจ้งความกล่าวโทษต่อ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคล 6 คน (รวมถึงคนใกล้ชิดของนายกรัฐมนตรี) ที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับสินบน 300 ล้านบาท จากบริษัทลัทธ์ เฟอร์ ไทย จำกัด ในโครงการก่อสร้างอาคารจอดรถ (คาร์ปาร์ก) และสัมปทานเก็บผลประโยชน์ 25 ปี[18]
- ก.ค. 2549 นายอลงกรณ์ พลบุตร ได้ตั้งข้อสังเกตในการประมูล รถเข็นสัมภาระในสนามบิน และ การจัดหาบริษัทจำหน่ายไฟฟ้า สำหรับระบบเครื่องปรับอากาศ ให้กับเครื่องบินที่ลานจอด[19]
- ก.ค. 2549 นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ได้ตั้งข้อสังเกตเกียวกับ บริษัทไทยแอร์พอร์ตกราวน์เซอร์วิส (แทคส์, TAGS) (บริษัทที่ได้รับสัมปทาน บริหารเขตปลอดอากร และศูนย์โลจิสติกส์ในสนามบิน) ว่า มีบริษัทในสิงคโปร์ถือหุ้นอย่างไม่ปรกติ และไม่มีการประกาศประมูลอย่างที่ควรเป็น[20]
- ส.ค. 2549 นายอลงกรณ์ พลบุตร ได้อ้างว่าตนเองมี บันทึกข้อตกลงลับระหว่างคณะผู้บริหาร ทอท. กับบริษัทแทคส์ ซึ่งระบุว่ามีการแก้ไขสเปครถเข็นเอื้อให้บางบริษัทได้งาน และลดสเปคลงมาเป็นการผลิตรถเข็นในประเทศ ทำให้มีส่วนต่างกำไรมากขึ้น 200 ล้านบาท โดยได้นำหลักฐานทั้งหมดไปยื่นให้กับ สตง.[21]
[แก้] ปัญหาการพัฒนาพื้นที่
จากการสัมมนาทางวิชาการหลายเวที โดยเฉพาะทางด้านวิชาชีพสถาปัตยกรรม ผังเมือง และวิศวกรรม ได้แก่ การสัมมนาทางวิชาการในงานสถาปนิก 49, การสัมมนาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมสถาปนิกสยาม สมาคมนักผังเมืองไทย การสัมมนาทางวิชาการที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าที่ตั้งของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีปัญหาด้านการพัฒนาพื้นที่ต่างๆ อาจสรุปเป็นหัวข้อดังต่อไปนี้[16]
- ปัญหาการควบคุมการใช้ที่ดินรอบสนามบิน โดยมีข้อขัดแย้งว่า เหมาะสมที่จะจัดทำเป็น "เขตปกครองพิเศษ" หรือตั้งเป็นจังหวัดใหม่ (มหานครสุวรรณภูมิ) หรือไม่
- ปัญหาความสมดุลของระบบนิเวศ
- ปัญหาแหล่งหากินของนกขนาดใหญ่ (หนองน้ำรอบสนามบิน) ที่อาจเป็นปัญหาต่อการขึ้นลงของเครื่องบิน
- ปัญหาผลกระทบต่อแหล่งปลาสลิด บ่อ บึงน้ำ โดยรอบสนามบิน
- ปัญหาราคาที่ดินลวง (land speculation)
- ปัญหาด้านเสียงจากการจราจรทางอากาศ ต่อการพัฒนาที่ดินเป็นแหล่งพักอาศัยโดยรอบ
- ปัญหาน้ำท่วมของพื้นที่โดยรอบและใกล้เคียง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นแนวระบายน้ำหลักและพื้นที่หน่วงน้ำ "แก้มลิง" ด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานคร[22]
- ปัญหาระบบจราจรและโครงข่ายถนนเพื่อการเข้าถึงสนามบิน ระบบป้ายนำทาง ความสะดวกของผู้ใช้สนามบินในการเดินทางไปยังอาคารผู้โดยสาร [23]
- ปัญหาเรื่องความปลอดภัยทางการบินและผลกระทบของการบินต่อพื้นที่รอบสนามบิน กรณีมีอาคารที่สูงเกินมาตรฐานในเขตพื้นที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง ที่ยังมีข้อขัดแย้งกันอยู่
[แก้] ปัญหาอื่น
- ความเป็นเอกลักษณ์ของอาคาร ปัจจุบันได้มีอาคารที่ออกแบบจากสถาปนิกคนเดียวกัน ในประเทศอื่นๆ เช่น ส่วนต่อขยายของสนามบินดูไบ ซึ่งดูคล้ายกับที่สถาปนิกคนเดียวกันออกแบบไว้ให้ในไทยมาก[24] ยังเป็นที่ถกเถียงกันถึงความเหมาะสม
- การออกแบบที่ยังไม่อำนวยความสะดวกให้กับคนพิการ โดยไม่คำนึงถึงการให้บริการในส่วนที่คนพิการจะสามารถใช้งานได้ ซึ่งในระดับสากลแล้วการสร้างระบบการให้บริการจำเป็นต้องมี และทางหน่วยงานคนพิการทั้งหลายในประเทศไทยเอง พยายามเสนอวิธีแก้ไขปัญหา แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับอย่างชัดเจน[25]
- เนื่องจากอาคารผู้โดยสารสายต่างประเทศและภายในอยู่ในที่เดียวกัน ทำให้ระยะทางเดินต่อเครื่อง ยาวโดยเฉลี่ย 800-1,000 เมตร หรือในจุดที่ยาวสุดระยะทางถึง 3,000 เมตรนั้น เป็นระยะทางที่ไกล ก่อให้เกิดปัญหาได้ในกรณีที่ระยะเวลาต่อเครื่องนั้นกระชั้นชิด อีกทั้งไม่มีรถรางขนส่งดังเช่นแผนเดิมที่ออกแบบไว้[25]
[แก้] การชี้แจงจาก ทอท. เกี่ยวกับประเด็นปัญหาต่างๆ
หลังการเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารบริษัทการท่าอากาศยานไทยฯ หลังการ รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 และการเปิดสนามบิน ได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ขึ้นมา 3 ชุด คือ
- ชุดที่ 1 คณะทำงานแก้ไขปัญหาผู้โดยสาร พนักงาน และประชาชน
- ชุดที่ 2 คณะทำงานความปลอดภัยจากอาชญากรรมและการก่อการร้าย
- ชุดที่ 3 คณะทำงานแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในการจัดซื้อจัดจ้าง
[แก้] ปัญหาหลังจากเปิดบริการ
- ปัญหาหลังคารั่ว[26] - ขณะฝนตกหนักในช่วงวันเปิด ได้เกิดหลังคารั่ว จากการชี้แจงของผู้เกี่ยวข้องว่าเกิดการรอยต่อที่ยาซิลิโคนไว้หลุดร่อน และได้ทำการแก้ไขเฉพาะหน้าไปโดยการใช้ถังรองน้ำฝนที่รั่ว และให้ช่างยาแนวรอยรั่วในวันต่อมา
- ปัญหาการจราจรเข้าสู่สนามบิน - ปัญหานี้เกิดเนื่องจากขาดการประสานงานด้านประชาสัมพันธ์ที่พอเพียง ต่อมา ทอท. ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ประชาสัมพันธ์ และติดป้ายบอกทางทั่วกรุงเทพฯ และบริเวณทางด่วน
- ปัญหาสายพานรับส่งกระเป๋า ทำให้เกิดความล่าช้า และสูญหายของกระเป๋า ในระยะสัปดาห์แรกของการให้บริการ มีกระเป๋าตกค้าง และล่าช้าอยู่ราว 6000 ใบ
- ปัญหาจำนวนห้องน้ำไม่พอ[26] - ปัญหานี้ภายหลังได้มีการแก้ไขโดยมีโครงการก่อสร้างห้องน้ำเพิ่มเติม[27] โดยนายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้สั่งการให้ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ใช้งบประมาณเร่งด่วนของปี 2550 จำนวนประมาณ 40 ล้านบาท มาสร้างห้องน้ำทั้งภายในอาคารผู้โดยสารและนอกอาคารเพิ่มอีก 20 จุด รวม 205 ห้อง (ห้องน้ำชาย 95 ห้อง และห้องน้ำหญิงอีก 110 ห้อง) [26]
- ปัญหาการประชาชนจำนวนมากเข้ามาเที่ยวชม - ทำให้เกิดความแออัด จราจรติดขัด และไม่สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึง ร้านอาหารราคาแพงและไม่เพียงพอ ซึ่งทาง ทอท.ได้แก้ปัญหาโดยใช้เงินลงทุนประมาณ 15 ล้านบาทในการก่อสร้าง ร้านอาหารราคามิตรภาพ บริเวณอาคารเทียบเครื่องบิน A และ G อีกแห่งละจุดรวมเป็น 2 จุด แต่ละจุดจะมีห้องน้ำ 25 ห้อง จะมีการก่อสร้างร้านอาหารที่บรรจุคนได้ 500 ที่นั่ง ส่วนที่บริเวณศูนย์การขนส่งสาธารณะจะก่อสร้างห้องน้ำเพิ่มเติมอีก 25 ห้อง ห้องอาบน้ำ 10 ห้อง พร้อมทั้งที่พักและร้านอาหารราคาถูก 500 ที่นั่ง[26]
- ปัญหาคาร์โก - เกิดการติดขัดของการออกของที่ส่วนคาร์โก เนื่องจากความไม่พร้อม ในส่วนของการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจากผู้ประกอบการรายใหม่อย่างบริษัทบางกอก ไฟลท์ เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ BFS จนทำให้บรรดาตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ลุกขึ้นมาโวยจนเป็นเรื่องราวใหญ่โต กรณีนี้บีเอฟเอสถูกระบุว่าไม่เป็นมืออาชีพพอที่จะเข้ามาให้บริการคลังสินค้าและขนถ่ายสินค้า จนทำให้มีสินค้าตกค้างอยู่ในโกดังไม่สามารถนำออกมาได้เป็นจำนวนมาก[28]
- ปัญหาสายการบินต้นทุนต่ำมีค่าใช้จ่ายสูงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ - ลงทุนที่สุวรรณภูมิไม่คุ้ม ทำให้เกิดการร้องเรียนที่จะกลับไปใช้สนามบินดอนเมือง [29]
- ปัญหาการเรียกค่าชดเชยของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยรอบสนามบิน
- ปัญหาพื้นทางวิ่งร้าว ทรุด - วันที่ 24 ต.ค. ผู้บริหารบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. ได้ทำหนังสือถึงสายการบินทุกแห่ง เพื่อแจ้งให้ทราบว่า ได้ปิดปรับปรุงทางวิ่ง-ทางขับ (แท็กซี่เวย์) บริเวณที 13 ซึ่งเป็นลานจอดเครื่องบินบริเวณ อี 4-อี 8 และแท็กซี่เวย์บริเวณบี โดยเป็นช่วงระหว่างแท็กซี่เวย์ซี 4 และซี 5 หรือตรงกับรันเวย์ 19 ด้านซ้ายของสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากเกิดการทรุดตัว ซึ่งหากเครื่องบินใช้พื้นที่ดังกล่าวแท็กซี่เวย์เพื่อเข้าหลุมจอดมากเกินไป อาจทำให้เกิดอันตรายได้ เพราะถ้าก้อนหิน หรือคอนกรีตปลิวเข้าไปในใบพัดเครื่องบิน โดยที่กัปตันไม่ทราบอาจทำให้เครื่องบินเกิดอุบัติเหตุได้[30][31]
- ปัญหาความปลอดภัย จำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่พอเพียง เนื่องจากพื้นที่กว้างใหญ่ของสนามบิน และมีกรณีร้องเรียนของพนักงานและเจ้าหน้าที่หญิงที่ถูกคุกคาม[32]
- ปัญหาทางเทคนิคสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมของอาคารและทางวิ่งกว่า 60 รายการ เช่น น้ำซึมใต้บริเวณ Taxi way, ระบบไฟฟ้าให้แสงสว่างภายในอาคารไม่พอ, สาย 400 Hz เพื่อส่งไฟให้เครื่องบินสั้นเกินไป, ระบบเครื่องปรับอาคารเย็นไม่พอ, วัสดุไม่ได้มาตรฐาน เช่น กระจก temper laminated ของบานประตูหมุน, จำนวนห้องน้ำต่อพื้นที่ใช้สอย, ภาพลักษณ์ที่เป็นลบในสายตาประชาชนส่วนใหญ่, การปะปนของคนงานก่อสร้างภายในอาคาร, สนามบิน ไม่มีแบบก่อสร้าง และ AS BUILT DRAWING, เกิดอุบัติเหตุกับคนข้ามถนนภายในบริเวณสนามบิน, ระบบ ITภายในอาคารยังใช้งานไม่ได้ 100 %, ระบบป้ายที่ไม่เป็นเอกภาพ, รถเข็นกระเป๋า ไม่เพียงพอ, ความไม่พร้อมของทางหนีภัย ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน, ความไม่พร้อมของบุคลากร ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน,สนามบินไม่คำนึงถึงผู้พิการ, ฯลฯ[33]
- ปัญหาความคับคั่งและปัญหาสั่งสมอื่นที่ต้องพิจารณา - เนื่องจากความเสียหายหลายจุดที่ทางวิ่งใกล้คอนคอร์สอี ด้านทิศตะวันออก จำเป็นต้องมีการปิดซ่อมสนามบินสุวรรณภูมิบางส่วน ทำให้เกิดการจราจรที่คับคั่งภายในสนามบินและเครื่องบินต้องวนคอยเพราะไม่สามารถลงจอดได้ เช่น เหตุการณ์เครื่องบินสายการบินไทยน้ำมันหมด ต้องลงจอดฉุกเฉินแต่เติมน้ำมัน ที่สนามบินอู่ตะเภาเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2550 และที่ประชุมของกรรมการบอร์ด ทอท.ให้ทำการซ่อมผิวทางขับที่เป็นปัญหา ในคืนวันที่ 26 มกราคม 2550 และก่อนหน้านั้นได้มีมติให้เที่ยวบิน pint-to-point ที่เป็นสายในประเทศ สามารถย้ายกลับมาใช้สนามบินดอนเมืองได้ตามความสมัครใจ โดยเริ่มตั้งแต่ 15 มีนาคม 2550 เป็นต้นไป มีความเห็นหลากหลายทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยหลายฝ่าย[34]
- ปัญหาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนพิการไม่พอเพียงและไม่เหมาะสม ได้แก่ ห้องน้ำ ทางลาด สัญญานเสียง ป้ายอักษรแบรลล์ ไม่มีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ จนนายณรงค์ ปฏิบัติสรกิจ ประธานมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย และพ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ได้ออกมาเรียกร้อง ผ่านทางน.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร[35][36]
- ปัญหาท่อน้ำประปาแตกและน้ำนองลงมาในอาคารผู้โดยสาร ทำความเสียหายให้กับกระเป๋า และสำนักงานศุลกากร สร้างความตกตะลึงให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการสนามบินจำนวนมาก เมื่อ 11 น. ของวันที่ 27 มกราคม 2550[37]
- ปัญหาการที่กรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.) ไม่ได้มีการต่ออายุใบอนุญาตชั่วคราวทำการบินของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งหมดอายุลง และไม่ได้ต่ออายุเนื่องจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หลายส่วนในสนามบินตามคู่มือที่เรียกว่า Aerodrome Operation Manual ขององค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีโอ) ยังไม่มีความสัมพันธ์กัน ปัญหานี้ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการใช้สนามบิน[37]
- ปัญหาอื่นๆ ที่ตรวจพบโดยพรรคประชาธิปัตย์ - นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2550 ว่า จากการตรวจสอบในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบจุดอันตรายเพิ่มอีก 2 จุด และอาจส่งผลกระทบต่อการเป็นศูนย์กลางการบินของเอเชียได้ คือ 1) อาคารสินค้าเขตปลอดอากรที่ไม่ มีการถมทรายในชั้นรากฐาน และการก่อสร้างหลังคาที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจพังลงมาได้ทุกเวลา และ 2) อาคารผู้โดยสารหลัก ที่อาจเกิดการทรุดตัวของอาคาร โดย
พบว่ากระจกด้านริมอาคารเริ่มจะปริแตกออก[37]
- ปัญหาเกี่ยวกับความผิดเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมอาคาร - ทางบริษัทผู้ออกแบบ คือ บริษัทกิจการร่วมค้าเมอร์ฟี่ จาห์น แทมป์ แอนด์ แอ๊ค (เอ็มเจทีเอ) ผู้ออกแบบอาคารที่พักผู้โดยสารและอาคารเทียบเครื่องสนามบินสุวรรณภูมิ ได้แถลงชี้แจงข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2550 โดยยอมรับว่า การออกแบบอาคารอาจจะผิด พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร คือทางหนีไฟที่ประตูมีการล็อก และห้องน้ำจำนวนน้อยเกินไป[38]
- ปัญหาการผิดกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานและดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 หรือกฎหมายร่วมทุน ของสัมปทานพื้นที่ร้านค้าของ บริษัทคิงพาวเวอร์ - มติของ บอร์ด ทอท. เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2550 ได้ระบุว่ารายละเอียดของสัญญาสัมปทานของบริษัท คิง เพาเวอร์ ในส่วนของสัญญาการประกอบกิจการร้านค้าปลอดภาษีและสัญญาการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้ง 2 สัญญาที่คิง เพาเวอร์ทำกับ ทอท.นั้น เป็นการดำเนินการที่ขัดต่อกฎหมายร่วมทุน เนื่องจากงานในแต่ละสัญญาน่าจะมีวงเงินในการลงทุนมากกว่า 1 พันล้านบาท ซึ่งจะเข้าข่ายกฎหมายร่วมทุน แต่ไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายร่วมทุน[39]
[แก้] เหตุการณ์ที่สำคัญ
[แก้] การปิดล้อมท่าอากาศยานของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เวลาประมาณ 14.45 น. วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2551 กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประมาณ 1,000 คน เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อกดดันให้นายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ลาออกจากตำแหน่ง ก่อนที่กลุ่มพันธมิตรจะเข้าถึงตัวอาคาร PTC ( Passenger Terminal Complex) มีการสกัดกั้นของทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานและเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 200 - 300 นาย แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้านทานผู้ชุมนุมไม่ไหวได้ถอยร่นมาเรื่อยๆ จนเวลาประมาณ 19.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมก็ต้านเจ้าหน้าที่จนถึงตัวอาคารและทำการชุมนุมอยู่ด้านนอกอาคารผู้โดยสาร และผู้ชุมนุมทยอยเดินทางเข้ามาสมทบมากขึ้นประมาณ 20,000 คน เช้าของวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2551 ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประกาศหยุดทำการบิน เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน เวลา 21.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2551 นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงการณ์ประกาศใช้ พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ในเขตพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง ผ่านสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที
จากเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 เป็นต้นมาทำให้การเดินทางทางอากาศไปสู่ท่าอากาศยานนานาชาตือื่นต้องหยุดลง ทำให้สายการบินที่มีมีกำหนดลงจอด ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิต้องไปลงจอด ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภาแทน ประกอบกับนักท่องเที่ยวติดค้างในประเทศไทยเป็นจำนวนมากทำให้สายการบินต่างต้องใช้ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเพื่อขนส่งผู้โดยสารที่ติดค้างแทน แต่เนื่องจากท่าอากาศยานอู่ตะเภารองรับปริมาณผู้โดยสารได้จำนวนจำกัดด้วยเรื่องของพื่นที่และอุปกรณ์ที่จะรองรับได้ สายการบินต่างๆ และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการเพื่อรองรับการ Check In ขึ้นที่ BITEC บางนา ผ่านระบบของ Airline Host โดยตรง โดยเชื่อมต่อเครือข่ายของ True ระบบได้เริ่มติดตั้งที่ไบเทคบางนาเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 คาดว่าจะเริ่มบริการให้กับผู้โดยสารได้ในวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป สายการบินที่จะไปบริการแก่ผู้โดยสารที่ไบเทค ดังนี้ สายการบินไทย, สายการบินอีวีเอแอร์ไลน์, สายการบินกรุงเทพ เป็นต้น
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้กิจกรรมบางส่วน เช่น คอนเสิร์ต Yamaha Presents SM Town Live'08 in Bangkok ของศิลปินเกาหลีทั้ง 6 ได้แก่ ดงบังชินกิ ซูเปอร์จูเนียร์ Girls' Generation ชอนชังจีฮี จางลี่อิน และชายนี่ ซึ่งจะแสดงในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2551 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก จึงต้องเลื่อนไปเป็นวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2552 แทน ส่วนคอนเสิร์ต Bangkok 100 Rock Festival ซึ่งจะแสดงในวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2551 ที่สนาม ร.1 พัน.1 รอ. ถนนวิภาวดีรังสิต ประกาศยกเลิก เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในบ้านเมือง ส่วนการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2008 รอบแรก ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับประเทศอินโดนีเซีย จึงต้องย้ายไปแข่งที่สนามสุรกุล จังหวัดภูเก็ตแทน ส่วนการประชุมอาเซียน ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จำเป็นต้องเลื่อนวันและย้ายสถานที่จากเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ไปเป็นวันที่ 24-26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์แทน
วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2551 เวลา 10.00 น. กลุ่มพันธมิตรประชาชนประชาธิปไตย ทยอยสลายการชุมนุมหลังจากได้ประกาศเลิกชุมนุมเมื่อวันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ไปแล้ว
[แก้] อ้างอิง
- ^ http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=63471 "สุวรรณภูมิ" ชื่อกระหึ่ม สนามบินดีที่ 4 ของโลก
- ^ About Suvarnabhumi Airport
- ^ เว็บไซต์ไปรษณีย์ไทย
- ^ Architectural Record, ฉบับสิงหาคม 2550, หน้า 110
- ^ Peter Walker and Partners (2005) Landscape Architecture : Defining the Craft. ORO Edition
- ^ 6.0 6.1 6.2 6.3 ยินดีต้อนรับสู่ สุวรรณภูมิ, เว็บไซต์ นสพ. คมชัดลึก, เรียกดูเมื่อ 10 เมษยน พ.ศ. 2550
- ^ 7.0 7.1 ที่สุดแห่งสุวรรณภูมิ นสพ.เดลินิวส์ 12 ก.ย. 2549 (ลิงก์เสีย)
- ^ คำขวัญรายการสถานีสุวรรณภูมิ ทางโทรทัศน์เคเบิล ช่อง UBC 9
- ^ 9.0 9.1 9.2 ถาม-ตอบ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เว็บไซต์บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
- ^ 10.0 10.1 10.2 10.3 10.4 10.5 10.6 10.7 เว็บไซต์ซิตี้วาไรตี้ เรียกดู 10 เมษายน พ.ศ. 2550 21.10น.
- ^ "เพ้ง" รับหลังคา "เทอร์มินอล" รั่ว อ้างเป็นเรื่องปกติสนามบินใหม่" นสพ.มติชน 19 ก.ย. 2549
- ^ นสพ.เดลินิวส์ 11 กย.49 กำเนิด 'สุวรรณภูมิ' 46ปีแห่งการรอคอย
- ^ บทสัมภาษณ์นายศรีสุข จันทรางศุจากรายการสถานีสุวรรณภูมิ UBC 9
- ^ แฉกลโกง ซีทีเอกซ์ 9000 หมดเปลือก, ผู้จัดการออนไลน์ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2548
- ^ ผ่าขบวนการ สินบนอินวิชั่น, นสพ. กรุงเทพธุรกิจ
- ^ 16.0 16.1 พลิกปูม - ก่อนเปิดใช้ "จุดเด่น-จุดด่าง" สนามบินสุวรรณภูมิ, นสพ.เดลินิวส์, 9 กันยายน พ.ศ. 2549
- ^ Bangkokpost Newspaper March 20, 2006: Rail told to explain B2bn spending
- ^ [1], นสพ.คมชัดลึก, 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2548
- ^ "ปชป." ชำแหละประมูล 4 พันล. ระบบ "แอร์-ไฟฟ้า" ป้อนเครื่องบิน ท่าอากาศยาน"สุวรรณภูมิ", นสพ.มติชน
- ^ จี้ตรวจสอบ! บ.ผีสิงคโปร์เหมาฮุบงาน สุวรรณภูมิ นสพ.เดลินิวส์
- ^ ปชป.ปูด"เจ๊"งาบงานสุวรรณภูมิ ขู่เป็นรบ.มีคนติดคุกนับร้อย, นสพ.มติชนรายวัน, 20 สิงหาคม พ.ศ. 2549
- ^ Bangkokpost newspaper (20 October 2005) Dream city called flood nightmare : Environmental chaos will ensue - Apirak
- ^ นสพ.เดลินิวส์ 11 กย.49 ผู้โดยสาร 'ป่วนแน่!' 'แท็กซี่' เซ็ง! 'ไม่ไปสุวรรณภูมิ??'
- ^ ภาพแบบจำลองสนามบินดูไบ
- ^ 25.0 25.1 สุวรรณภูมิในมุมมองวิศวกรไทย อย่าหลงระเริงกับความอลังการ มองไปข้างหน้า...ก้าวสู่ฮับให้ได้ดั่งฝัน, นสพ.มติชน 8 ก.ย. 2549
- ^ 26.0 26.1 26.2 26.3 ข่าว"ธีระ"จี้ทอท.แก้"แท็กซี่เวย์"ร้าว! อัด40ล.เพิ่มห้องน้ำสุวรรณภูมิ มติชน 26 ตค. 49/
- ^ ‘สุวรรณภูมิ’ ความภูมิใจหรือ... (1) ความอลังการบนความไม่พร้อม นสพ.เดลินิวส์, 17 ตุลาคม พ.ศ. 2549
- ^ ข่าว‘สุวรรณภูมิ’ ความภูมิใจหรือ... (2) ปัญหาคาร์โก...ต้นตออยู่ที่ใคร (จบ) นสพ.เดลินิวส์, 18 ตุลาคม พ.ศ. 2549
- ^ บินถูกรุกกลับดอนเมือง ชี้ลงทุนสุวรรณภูมิไม่คุ้ม นสพ.มติชน, 22 ตุลาคม พ.ศ. 2549
- ^ 'สุวรรณภูมิ'ป่วน! สนามบินทรุด-สั่งปิดปรับปรุง, นสพ.เดลินิวส์, 25 ตุลาคม พ.ศ. 2549
- ^ "ธีระ"จี้ทอท.แก้"แท็กซี่เวย์"ร้าว! อัด40ล.เพิ่มห้องน้ำสุวรรณภูมิ, นสพ.มติชน, 26 ตุลาคม พ.ศ. 2549
- ^ บทความ‘สุวรรณภูมิ’ ความภูมิใจหรือ.. (1) ความอลังการบนความไม่พร้อม, นสพ.เดลินิวส์, 17 ตุลาคม พ.ศ. 2549
- ^ เว็บไซต์คณะทำงานชุดที่ 1 : แก้ไขปัญหาผู้โดยสาร พนักงานและประชาชน ของบอร์ดทอท.
- ^ เปิดสนามบินดอนเมืองดีเดย์15มี.ค.50, นสพ.ผู้จัดการรายวัน 12 มกราคม พ.ศ. 2550
- ^ นสพ.ข่าวสด, 2 มกราคม พ.ศ. 2549
- ^ เว็บบอร์ดมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
- ^ 37.0 37.1 37.2 "ปชป."ร่วมขย่ม"สุวรรณภูมิ"ซ้ำ แฉอาคารสินค้า-ผู้โดยสารทรุด ท่อประปาแตกน้ำท่วมกระเป๋า!, นสพ.มติชน, 28 มกราคม พ.ศ. 2550
- ^ ข่าว"เอ็มเจทีเอ"โต้ออกแบบสุวรรณภูมิ "ผู้รับเหมา-เจบิค"เซ็นรับรองแบบ, นสพ.มติชน, 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550
- ^ บทความปฏิบัติเช็คบิล "คิง เพาเวอร์" อย่ารุกเพลินจนลืมระวังหลัง, นสพ.มติชน, 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550
[แก้] ดูเพิ่ม
- รายชื่อท่าอากาศยานในประเทศไทย
- การคมนาคมไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
- จุดหมายปลายทางจากสนามบินในประเทศไทย
- อันดับท่าอากาศยานที่มีความหนาแน่นมากที่สุดในกรณีจำนวนผู้โดยสาร
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- เว็บไซต์หลักของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
- เว็บไซต์เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
- เว็บไซต์ ทอท.
- เว็บไซต์ ถาม-ตอบ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
- รายละเอียดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บทความในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
- เว็บข้อมูลปัญหาของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยคณะทำงานชุดที่ 1 : แก้ไขปัญหาผู้โดยสาร พนักงานและประชาชน ของบอร์ด AOT
- ข้อมูลท่าอากาศยานในกรุงเทพ (อังกฤษ)
- คิงพาวเวอร์ ร้านปลอดภาษีในสนามบิน (อังกฤษ)
- ความเป็นมาของสนามบินสุวรรณภูมิ
- รวมรูปท่าอากาศยาน *ถ่ายภาพโดยคนไทย
- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
- ภาพถ่ายดาวเทียม จาก วิกิแมเปีย หรือ กูเกิลแมป
- แผนที่ จาก มัลติแมป หรือ โกลบอลไกด์
- ภาพถ่ายทางอากาศ จาก เทอร์ราเซิร์ฟเวอร์
|
||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||
|
||||||||||||||||||||||||||

