ประเทศอุซเบกิสถาน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก อุซเบกิสถาน)
สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน
O‘zbekiston Respublikasi;
Ўзбекистон Республикаси
(อุซเบก)
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
คำขวัญไม่มี
เพลงชาติเพลงชาติอุซเบกิสถาน
เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
ทาชเคนต์
41°16′N 69°13′E / 41.267°N 69.217°E / 41.267; 69.217
ภาษาทางการ ภาษาอุซเบก
ภาษาสื่อสารข้ามกลุ่มชาติพันธุ์ ภาษารัสเซีย
การปกครอง สาธารณรัฐประชาธิปไตย
 -  ประธานาธิบดี อิสลาม คารีมอฟ
 -  นายกรัฐมนตรี ชัฟคัต มีร์ซีโยเยฟ
เอกราช จากสหภาพโซเวียต 
 -  ประกาศ 1 กันยายน พ.ศ. 2534 
 -  เป็นที่ยอมรับ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2534 
 -  การสร้างชาติ พ.ศ. 2290 
พื้นที่
 -  รวม 447,400 ตร.กม. (56)
172,742 ตร.ไมล์ 
 -  แหล่งน้ำ (%) 4.9%
ประชากร
 -  2548 (ประเมิน) 26,851,195 (42)
 -  ความหนาแน่น 60 คน/ตร.กม. (111)
155 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2548 (ประมาณ)
 -  รวม 52.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (74)
 -  ต่อหัว 1,900 ดอลลาร์สหรัฐ (144)
HDI (2546) 0.694 (กลาง) (111)
สกุลเงิน ซอมอุซเบกิสถาน (UZS)
เขตเวลา (UTC+5)
 -  (DST)  (UTC+6)
โดเมนบนสุด .uz
รหัสโทรศัพท์ 998

อุซเบกิสถาน (อังกฤษ: Uzbekistan; อุซเบก: O'zbekiston) หรือชื่ออย่างเป็นทางการก็คือ สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน (อังกฤษ: Republic of Uzbekistan; อุซเบก: O‘zbekiston Respublikasi) เป็นประเทศในทวีปเอเชียกลางที่ถูกล้อมรอบด้วยประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีอาณาเขตติดกับประเทศอัฟกานิสถานในทวีปเอเชียใต้ ประเทศคาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน และเติร์กเมนิสถาน และมีชายฝั่งบนทะเลอารัล อุซเบกิสถานเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต

เนื้อหา

ภูมิศาสตร์[แก้]

แผนที่ประเทศอุซเบกิสถาน
  • พื้นที่ มีพื้นที่ 447,400 ตารางกิโลเมตร
  • ภูมิประเทศ เป็นทะเลทรายล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง
  • ภูมิอากาศ ทะเลทรายแบบภาคพื้นทวีป หน้าร้อนๆ นาน หน้าหนาวอากาศเย็นสบาย
  • ที่ตั้ง ภูมิภาคเอเชียกลาง ทางเหนือของประเทศอัฟกานิสถาน

สิ่งแวดล้อม[แก้]

ประวัติศาสตร์[แก้]

รูปหล่อเล็กหญิง ทำจากคลอไรและหินปูน จุดเริ่มต้นของสหัสวรรษที่ 2 ก่อนคริสต์ศักราช

พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชได้ยึดครองดินแดนของฮ่อเมื่อปี 367 ก่อนคริสตกาล ในภายหลังดินแดนนี้ได้ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิเปอร์เซียในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6 ก่อนจะถูกยึดครองโดยจักรวรรดิมองโกลของเจงกีส ข่าน เมื่อ ค.ศ. 1220

ในศตวรรษที่ 13 ขุนศึกชื่อ ติเมอร์ (Timur; Tamerlane) ได้มีอำนาจเหนือมองโกลและตั้งอาณาจักรของตนเองขึ้นที่เมืองซามาร์คันด์ ซึ่งติเมอร์ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ในการสร้างชาติอุซเบกิสถานในยุคปัจจุบัน

คริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อจักรวรรดิรัสเซียได้ขยายอำนาจมาในย่านเอเชียกลาง อุซเบกิสถานได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในสหภาพโซเวียต มีชื่อว่าสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตอุซเบกิสถาน ก่อนจะได้รับอิสรภาพหลังจากการล่มสลายของโซเวียตเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1991

การเมือง[แก้]

  • รูปแบบการปกครอง ประชาธิปไตยในแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข
  • ประธานาธิบดี อิสลาม คารีมอฟ (24 มีนาคม 2533)
  • นายกรัฐมนตรี ชัฟคัต มีร์ซียาเยฟ (11 ธันวาคม 2546)
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นาย Vladiir l. Norov (วันที่ 12 กรกฎาคม 2549)
รัฐสภาอุซเบกิสถาน
สถานการณ์การเมือง

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2548 ได้มีการประท้วงรัฐบาลที่เมือง Andijan ราว 200 ก.ม.จากกรุงทาชเคนต์ และต่อมาที่เมือง Korasuv ในเขตหุบเขา Ferghana ทางภาคตะวันออกใกล้พรมแดนคีร์กีซสถาน ซึ่งเป็นเขตที่ถูกจับตามองจากทางการอุซเบกิสถาน เนื่องจากรัฐบาลเชื่อว่ามีกลุ่มมุสลิมที่ต่อต้านรัฐบาลและมีแนวความคิดที่จะแยกตัวเป็นอิสระ แหล่งข่าวต่างๆ เชื่อว่า การประท้วงมีสาเหตุจากความไม่พอใจการบริหารประเทศของประธานาธิบดี ที่ละเลยต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ในการปะทะกันของกองทัพของรัฐบาลและผู้ชุมนุมประท้วงเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตราว 750 คนและบาดเจ็บอีกนับพันคน (ตัวเลขทางการมีผู้เสียชีวิต 187 คน) ซึ่งรัฐบาลอุซเบกิสถานได้กล่าวหากลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง (Hizb ut-Tahrir) ว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุจลาจลดังกล่าว และเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2548 ศาลสูงสุดของอุซเบกิสถานได้ตัดสินจำคุกผู้ต้องหา 15 คน ซึ่งรัฐบาลกล่าวหาว่ามีส่วนก่อเหตุความไม่สงบที่เมือง Andijan ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การสารภาพ โดยแหล่งข่าวต่างๆ เชื่อว่ากระบวนการตัดสินไม่โปร่งใส และน่าจะเป็นเพียงการจัดฉากของฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น

หลังจากที่สหรัฐฯ ลังเลที่จะแสดงท่าทีในเรื่องนี้ เนื่องจากความร่วมมือด้านการทหารที่มีอยู่ แต่ต่อมาสหรัฐฯ EU และ OSCE ได้เรียกร้องให้องค์การนานาชาติเข้าไปสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ประธานาธิบดี Karimov ปฏิเสธและยืนยันไม่ให้มีการสอบสวนดังกล่าว เมื่อเดือนกรกฎาคม 2548 ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากองค์การสหประชาชาติที่สหรัฐฯ เป็นแกนนำได้ช่วยเหลือนำผู้ลี้ภัยชาวอุซเบกที่ลี้ภัยไปยังคีร์กีซสถานส่งต่อไปยังประเทศโรมาเนีย รัฐบาลของประธานาธิบดี Karimov ได้ออกคำสั่งให้ถอนฐานทัพของสหรัฐที่ประจำอยู่ที่เมือง Karshi-Khanabad ซึ่งเป็นเมือง หน้าด่านชายแดนติดกับอัฟกานิสถานออกจากอุซเบกิสถานภายในสิ้นปี 2548 เมื่อเดือนตุลาคม 2548 ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของ EU ได้มีมติให้ใช้มาตรการคว่ำบาตรกับอุซเบกิสถาน โดยจะงด ค้าอาวุธ ลดเงินทุนช่วยเหลือและระงับโครงการบางส่วนของThe EU-Uzbek Partnership and Cooperation Agreement (PAC) รวมทั้งงดการตรวจลงตราแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลอุซเบกิสถานอีกสิบสองคนด้วย ล่าสุด ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2550 มีมติให้ยกเลิกการระงับการให้วีซ่าเข้าสหภาพยุโรปแก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอุซเบกิสถานจำนวน 4 คน จาก 12 คนที่สหภาพยุโรปเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์รุนแรงที่ Andijan

สำหรับรัสเซียได้แสดงการสนับสนุนอุซเบกิสถานในเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยเชื่อว่าการจลาจลที่เมือง Andijan มีผู้อยู่เบื้องหลังไม่ใช่เกิดขึ้นจากความไม่พอใจต่อรัฐบาลต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างที่ประเทศส่วนใหญ่เข้าใจกัน โดยเมื่อวันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2548 ประธานาธิบดี Karimov เยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ โดยได้มีการลงนามความร่วมมือทางการทหารร่วมกัน ซึ่งรวมถึงการอนุญาตให้ใช้อาวุธของตนในเขตแดนของกันและกัน และการช่วยเหลือทางการทหารต่อกันในกรณีที่ถูกรุกราน

สิทธิมนุษยชน[แก้]

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

ประเทศอุซเบกิสถานแบ่งออกเป็น 12 จังหวัด (provinces - viloyatlar) 1 สาธารณรัฐปกครองตนเอง* (autonomous republic - respublika) และ 1 นครอิสระ** (independent city - shahar) ได้แก่

แผนที่เขตการปกครองของประเทศอุซเบกิสถาน
เขตการปกครอง เมืองหลวง เนื้อที่
(ตร.กม.)
จำนวนประชากร หมายเลข
อันดียอน (Andijon) อันดียอน (Andijon) 4,200 1,899,000 2
บูโคโร (Buxoro) บูคารา (Buxoro; Bukhara) 39,400 1,384,700 3
เฟอร์กานา (Fergana) เฟอร์กานา (Fergana) 6,800 2,597,000 4
ยิซซัค (Jizzax) ยิซซัค (Jizzax) 20,500 910,500 5
โคราซม์ (Xorazm) อูร์เกนช์ (Urgench) 6,300  1,200,000 13
นามันกัน (Namangan) นามันกัน (Namangan) 7,900 1,862,000 6
นาวอยย์ (Navoiy) นาวอยย์ (Navoiy) 110,800 767,500 7
คัชคาดาริโอ (Qashqadaryo) คาร์ชี (Qarshi) 28,400 2,029,000 8
คาราคัลปัคสถาน* (Karakalpakstan) โนคิส (No'kis) 160,000 1,200,000 14
ซามาร์คันด์ (Samarqand) ซามาร์คันด์ (Samarqand) 16,400  2,322,000 9
ซีร์ดาริโอ (Sirdaryo) กูลิสตอน (Guliston) 5,100 648,100 10
ซูร์คอนดาริโอ (Surxondaryo) เตอร์เมซ (Termez) 20,800 1,676,000 11
ทาชเคนต์ (Tashkent) ทาชเคนต์ (Tashkent) 15,300  4,450,000 12
ทาชเคนต์** (Tashkent)  ???  ??? 1

นโยบายต่างประเทศ[แก้]

ความสัมพันธ์กับรัสเซีย[แก้]

ความสัมพันธ์ระหว่างกับไทย[แก้]

  • การทูต

หลัง จากสหภาพโซเวียตล่มสลายลงเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2534 ไทยได้ประกาศรับรองความเป็นเอกราชของอุซเบกิสถานเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2534 และได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศดังกล่าวเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2535 โดยไทยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโกดูแลอุซเบกิสถาน ส่วนฝ่าย อุซเบกิสถานได้เปิดสถานกงสุลใหญ่ฯ ประจำประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2539

  • เศรษฐกิจ

ไทย กับอุซเบกิสถานมีปริมาณการค้าเพิ่มขึ้นในช่วงปี 2538-2540 อย่างไรก็ตาม นับแต่ปี 2541 ปริมาณการค้าระหว่างกันได้ลดลงอย่างมากเนื่องจากไทยได้ดำเนินมาตรการตอบโต้ การทุ่มตลาดในสินค้าประเภทเหล็กรีดร้อนและเย็นซึ่งเป็นสินค้าหลักที่ไทยนำ เข้าจากอุซเบกิสถาน และส่วนใหญ่ไทยยังเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้า ทั้งนี้ ปริมาณการค้าระหว่างกันยังมีน้อยมากเมื่อเทียบกับศักยภาพของทั้งสองฝ่าย โดยในปี 2549 มูลค่าการค้ารวม 8.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทยเป็นฝ่ายเสียดุล 4.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

  • ท่องเที่ยว

ไทย เป็นแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่นักท่องเที่ยวชาวอุซเบกิสถาน ให้ความนิยมสูงปัจจุบัน สายการบิน Uzbekistan Airlines ได้เปิดเที่ยวบินระหว่างทาชเคนต์ - กรุงเทพฯ สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน และเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2548 ได้มีการเจรจาการบินระหว่างไทยและอุซเบกิสถาน ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการบิน ซึ่งมีสาระสำคัญให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติต่างตอบแทนกันในเรื่องการเปิดน่าน ฟ้าเสรี (Open Sky) โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2548 นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจากอุซเบกิสถานเป็นนักท่องเที่ยวในกลุ่มเครือรัฐเอกราชที่มี การขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นโดยตลอด โดยในปี 2549 นักท่องเที่ยวอุซเบกิสถานเดินทางมาไทยรวมทั้งสิ้น 3,975 คน ซึ่งปี 2548 มีนักท่องเที่ยวจำนวน 3,246 คน ถึงแม้ว่าไทยได้ยกเลิกการขอรับการตรวจลงตราที่ท่าอากาศยาน (Visa on Arrival) ของอุซเบกิสถานไป

  • การเยือน
    • ฝ่ายไทย
    • ฝ่ายอุซเบกิสถาน

กองทัพ[แก้]

กองทัพบก[แก้]

กองทัพอากาศ[แก้]

กองทัพเรือ[แก้]

กองกำลังกึ่งทหาร[แก้]

เศรษฐกิจ[แก้]

โครงสร้างทางเศรษฐกิจ[แก้]

  • ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ 13.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2549)
  • การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ร้อยละ 6.2 (2549)
  • มูลค่าการส่งออก 5.47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • สินค้าส่งออกสำคัญ ฝ้าย 41.5 % ก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเลียม ถ่านหิน โลหะ ทองและเงิน เครื่องนุ่งห่ม สิ่งทอ
  • ตลาดส่งออกสำคัญ รัสเซีย จีน ยูเครน ตุรกี ทาจิกิสถาน บังคลาเทศ
  • มูลค่าการนำเข้า 4.19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • สินค้านำเข้าสำคัญ เครื่องจักรและชิ้นส่วน (50%) ผลิตภัณฑ์อาหาร (16%) เคมีภัณฑ์ โลหะ
  • แหล่งนำเข้าสำคัญ รัสเซีย เกาหลีใต้ เยอรมนี จีน คาซัคสถาน ตุรกี
  • ทรัพยากร ก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเลียม ถ่านหิน ทองคำ ยูเรเนียม เงิน ทองแดง ตะกั่ว สังกะสี ทังสเตน
  • อุตสาหกรรมหลัก สิ่งทอ อาหารแปรรูป เครื่องจักรกล อุตสาหกรรมโลหะ ก๊าซธรรมชาติ เคมีภัณฑ์

สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน[แก้]

อุซเบกิสถานมีจุดแข็งที่สำคัญคือเป็นตลาดขนาดใหญ่เป็นลำดับ 3 ของประเทศ CIS และมีความอุดมสมบูรณ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ซึ่งเป็นที่ราบลุ่ม อีกทั้งมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและน่าสนใจ ได้แก่ เมือง Samarkand , Bukara และ Khiva ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และอารยธรรมบนเส้นทางสายไหมในอดีต

รัฐบาลปัจจุบันมีนโยบายทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ การปฏิรูปการเกษตร การเปิดเสรีทางการค้าต่างประเทศและการเงิน การปรับปรุงมาตรฐานการดำรงชีพของประชาชน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธุรกิจส่วนใหญ่ของประเทศเป็นธุรกิจผูกขาดที่ดำเนินการโดยเครือข่ายของบุคคลในตระกูลและกลุ่มผลประโยชน์ของบุคคลในรัฐบาล อีกทั้งระบบการจัดเก็บภาษียังไม่โปร่งใส ตลอดจนการกระจายรายได้ไม่ถึงประชาชนอย่างแท้จริง ทำให้ประชากรยังประสบกับปัญหาความยากจน

การท่องเที่ยว[แก้]

คมนาคม และ โทรคมนาคม[แก้]

วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี[แก้]

ประชากร[แก้]

เชื้อชาติ[แก้]

เด็กๆ ชาวอุซเบก

ประชากร 27.7 ล้านคน (2549) ประกอบด้วยชาวอุซเบกร้อยละ 80 รัสเซียร้อยละ 5.5 ทาจิกร้อยละ 5 คาซัคร้อยละ 3 คาราคาลปักร้อยละ 2.5 ตาตาร์ร้อยละ 1.5 อื่นๆ ร้อยละ 2.5 รวมถึงชนกลุ่มน้อยมากมายหลายกลุ่ม แต่ที่มีจำนวนมาก คือ พวกคีร์ คาซัค อุซเบก ทาจิก เติร์กเมน รัสเซียน อาเซอรี และเคิร์ด

ศาสนา[แก้]

ภาษา[แก้]

การศึกษา[แก้]

วัฒนธรรม[แก้]

พาโลฟ (Palov) อาหารประจำชาติ

อาหาร[แก้]

ดนตรี[แก้]

การขี่ม้า[แก้]

กีฬา[แก้]

วันหยุด[แก้]

วันหยุดนอกเหนือจากทางราชการ

  • End of Ramazon Ramazon Hayit Eid al-Fitr
  • 70 days later Qurbon Hayit Eid al-Adha

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

สื่อออนไลน์[แก้]

สื่อสิ่งพิมพ์[แก้]

  • Chasing the Sea: Lost Among the Ghosts of Empire in Central Asia by Tom Bissell
  • A Historical Atlas of Uzbekistan by Aisha Khan
  • The Modern Uzbeks From the 14th century to the Present: A Cultural History by Edward A. Allworth
  • Nationalism in Uzbekistan: Soviet Republic's Road to Sovereignty by James Critchlow
  • Odyssey Guide: Uzbekistan by Calcum Macleod and Bradley Mayhew
  • Uzbekistan: Heirs to the Silk Road by Johannes Kalter and Margareta Pavaloi
  • Silk Road to Ruin: Is Central Asia the New Middle East? by Ted Rall
  • Murder in Samarkand – A British Ambassador's Controversial Defiance of Tyranny in the War on Terror by Craig Murray
  • Tamerlane's Children – Dispatches from contemporary Uzbekistan by Robert Rand
  • White Gold – the true cost of cotton, Still in the Fields, Slave Nation printed reports documenting environmental and social abuses in Uzbekistan's cotton fields by the Environmental Justice Foundation

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

คุณสามารถหาข้อมูลภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ ประเทศอุซเบกิสถาน ได้โดยค้นหาจากโครงการพี่น้องของวิกิพีเดีย:
Wiktionary-logo-th.png หาความหมาย จากวิกิพจนานุกรม
Wikibooks-logo.svg หนังสือ จากวิกิตำรา
Wikiquote-logo.svg คำคม จากวิกิคำคม
Wikisource-logo.svg ข้อมูลต้นฉบับ จากวิกิซอร์ซ
Commons-logo.svg ภาพและสื่อ จากคอมมอนส์
Wikinews-logo.svg เนื้อหาข่าว จากวิกิข่าว
Wikiversity-logo-en.svg แหล่งเรียนรู้ จากวิกิวิทยาลัย
รัฐบาล
ข้อมูลทั่วไป
การศึกษา
สื่อสารมวลชน
การท่องเที่ยว