กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 37

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 37
พิษณุโลกเกมส์โลโก้.gif

กีฬา สานไมตรี สร้างคนดี พัฒนาชาติ

เจ้าภาพ จังหวัดพิษณุโลก
จำนวนจังหวัด 76 จังหวัด
จำนวนนักกีฬา
เจ้าหน้าที่
อาสาสมัคร
สื่อมวลชน
ชนิดกีฬา
พิธีเปิด 14 ธันวาคม พ.ศ. 2551
พิธีปิด 24 ธันวาคม พ.ศ. 2551
ประธานพิธี
กล่าวปฏิญาณตน
นักกีฬา
ผู้ตัดสิน

{{{นักกีฬากล่าวนำปฏิญาณตน}}}
{{{ผู้ตัดสินกล่าวนำปฏิญาณตน}}}
ผู้จุดคบเพลิง
สนามกีฬาหลัก

กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 37 "พิษณุโลกเกมส์" จัดการแข่งขันที่จังหวัดพิษณุโลก ใช้ชื่อการแข่งขันว่า "พิษณุโลกเกมส์" ด้วยสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมสำหรับจัดมหกรรมกีฬาระดับชาติ รวมทั้งการที่ทำให้แขกผู้มาเยือนจังหวัดพิษณุโลกมีความสุขเกิดความประทับใจที่สุด จะอยู่ในช่วงกลางฤดูหนาว ถึงแม้จะเป็นฤดูหนาวแต่อากาศในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกก็มิได้หนาวจัด นอกจากนี้แล้วธรรมชาติต่างๆ ที่มีอยู่ในช่วงนี้จะมีความสมบูรณ์เต็มที่ จึงได้กำหนดจัด การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 37 (พ.ศ. 2551) "พิษณุโลกเกมส์" ระหว่าง วันที่ 14 – 24 ธันวาคม 2551 ซึ่งในช่วงระยะเวลาที่จัดการแข่งขันจะอยู่ในช่วง "วันกีฬาแห่งชาติ" จังหวัดพิษณุโลกจะได้จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้วยอีกกิจกรรมหนึ่ง

คำขวัญประจำการแข่งขัน[แก้]

"กีฬา สานไมตรี สร้างคนดี พัฒนาชาติ"

"Sport encourages friendship’ builds character and helps the nation to go forward"

ด้วยคำขวัญดังกล่าวข้างต้น จังหวัดพิษณุโลก มีความมุ่งมั่นที่จะใช้กิจกรรมกีฬาเป็นสื่อ ในการสานสัมพันธ์ไมตรีของชนทุกหมู่เหล่าโดยไม่เลือกเชื้อชาติ ศาสนาในลักษณะของความสมานฉันท์ ด้วยกีฬาเป็นกิจกรรมที่มีกฎ กติกา มีการยอมรับในผลแพ้ ผลชนะ ซึ่งถือว่าเป็นกระบวนของการพัฒนาจิตใจของคนจะส่งผลให้ประชาชนตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นคนดี เป็นการสร้างอนาคตของชาติ โดยให้คนดีเหล่านั้นไปเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป

สัญลักษณ์ประจำการแข่งขัน[แก้]

สัญลักษณ์การแข่งขัน คือเส้นสายแถบสีที่ร้อยเรียงกันเป็นรูป ไก่ชนพระนเรศวร โดยการนำภาพไก่ชนพระนเรศวรจัด องค์ประกอบกับตัวอักษร P (สีฟ้า) คืออักษรนำหน้าของจังหวัดพิษณุโลก (Phitsanulok) มีการผสมผสานกับแถบโค้งให้สวยงามและดูเคลื่อนไหวให้เหมาะสมกับลักษณะการแข่งขันกีฬา แถบสีที่แตกต่างกันหมายถึงกลุ่มจังหวัดที่เข้าร่วมการแข่งขัน

แถบสีเขียว คือ ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ซึ่งหมายถึง กลุ่มจังหวัดในภาคเหนือ

แถบสีเหลือง คือ สีแห่งความเจริญรุ่งเรืองของศิลปวัฒนธรรมและศาสนา ซึ่งหมายถึงกลุ่มจังหวัดในภาคกลาง

แถบสีส้ม คือ สีแห่งความเจริญของอารยธรรมโบราณ หมายถึงกลุ่มจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แถบสีฟ้า คือ สีแห่งสภาพแวดล้อมของธรรมชาติท้องทะเล ซึ่งหมายถึงกลุ่มจังหวัดในภาคใต้

แถบสีม่วง คือ สีประจำจังหวัดพิษณุโลก อันเป็นสีที่หมายถึงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมีที่มาจากสีม่วงเป็นสีผสมผสานระหว่างสีน้ำเงิน (สีแห่งความเป็นกษัตริย์) และสีแดง (คือสีแห่งความกล้าหาญ)

นอกจากนั้น การนำไก่ชนมาเป็นองค์ประกอบของสัญลักษณ์ ยังหมายถึงการแข่งขันกีฬาที่ต้องมีการต่อสู้เพื่อชัยชนะด้วยความกล้าหาญอีกด้วย

สัตว์นำโชค[แก้]

"ดีใจ" เป็นชื่อสุนัขพันธุ์ไทยบางแก้ว มีขนาดเท่าสุนัขไทย หรือเล็กกว่าเล็กน้อย ขนปุยยาว สง่างาม ว่องไว แข็งแรง หางเป็นพวง สายพันธุ์สืบทอดมาจากหมาจิ้งจอกคือลักษณะหางตั้งโค้งไปข้างหน้า ลักษณะนิสัยของสุนัข บางแก้ว คือ ดุ ดมกลิ่นดีมาก กินง่าย กล้าหาญ จำเสียงได้แม่นยำ อดทน กัดโดยไม่เห่า หวงเจ้าของ รักเจ้าของมาก ซื่อสัตย์

สุนัขบางแก้วมีถิ่นกำเนิดที่หมู่บ้านบางแก้ว อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ในอดีตบ้านบางแก้วเต็มไปด้วยป่าระกำ ป่าไม้และต้นไม้อื่น ๆ หนาแน่น มีสัตว์ป่าชุกชุม สุนัขพันธุ์ไทยที่บ้านบางแก้ว จึงมีโอกาสผสมพันธุ์กับสุนัขพันธุ์จิ้งจอก และสุนัขพันธุ์หมาป่า ทำให้เกิดพันธุ์ใหม่เรียกว่าสุนัขบางแก้ว ปัจจุบันมีผู้นิยมเลี้ยงและเพาะพันธุ์สุนัขบางแก้วขาย ซึ่งทำรายได้ดีแก่ผู้เลี้ยง สามารถฝึกใช้งานได้ มีความสามารถเท่ากับสุนัขพันธุ์ต่างประเทศมีการประกวดสุนัขบางแก้วเกือบทุกปี จึงนับได้ว่าสุนัขบางแก้ว เป็นมรดกของแผ่นดินไทย และของชาวจังหวัดพิษณุโลกที่ตกทอดสายพันธุ์สุนัขอีกสายพันธุ์หนึ่งของคนไทยและสร้างชื่อเสียงดังไปทั่วโลก จึงได้นำมาเป็นสัญลักษณ์นำโชคในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 37 (พ.ศ. 2551) พิษณุโลกเกมส์ ใช้ชื่อว่า "ดีใจ" ต้องการสื่อความหมายถึง การได้ต้อนรับ ผู้มาเยือนจังหวัดพิษณุโลกด้วยความปีติยินดี และดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองของชาวจังหวัดพิษณุโลก เป็นสิ่งบ่งบอกถึงสัญลักษณ์ที่จะนำแต่ความโชคดี มาสู่ผู้มาเยือนจังหวัดพิษณุโลกได้เป็นอย่างดี

“ดีใจ” เป็นสุนัขบางแก้วสีขาวน้ำตาล จะใส่เสื้อสีเหลืองเพราะสีเหลืองให้ความรู้สึกถึงความมุ่งมั่น ความสำเร็จ นุ่งกางเกงสีม่วง เพราะสีม่วง ให้ความรู้สึกถึงความสุภาพและเป็นมิตรกับทุก ๆ คน