จังหวัดมหาสารคาม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จังหวัดมหาสารคาม
ตราประจำจังหวัดมหาสารคาม
ตราประจำจังหวัด
พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม
ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักสิลานคร
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย มหาสารคาม
ชื่ออักษรโรมัน Maha Sarakham
ชื่อไทยอื่นๆ สารคาม
ISO 3166-2 TH-44
ต้นไม้ประจำจังหวัด พฤกษ์ (มะรุมป่า)
ดอกไม้ประจำจังหวัด ลั่นทมขาว (จำปาขาว)
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 5,291.683 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 41)
ประชากร 955,644 คน[2] (พ.ศ. 2556)
(อันดับที่ 24)
ความหนาแน่น 180.59 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 16)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม ถนนเลี่ยงเมืองมหาสารคาม-ร้อยเอ็ด ตำบลแวงน่าง อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000
โทรศัพท์ (+66) 0 4377 7356
โทรสาร (+66) 0 4377 7460
เว็บไซต์ จังหวัดมหาสารคาม
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดมหาสารคาม

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดมหาสารคาม เป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางของภาค และเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เนื้อหา

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

  • ตราประจำจังหวัด: รูปต้นรังใหญ่ (มาจากคำว่า มหาสาละ ในชื่อจังหวัดมหาสารคาม) กับทุ่งนา
  • ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกลั่นทมขาว (Plumeria alba)
  • ต้นไม้ประจำจังหวัด: มะรุมป่า (Albizia lebbeck)
  • คำขวัญประจำจังหวัด: พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักสิลานคร

ภูมิศาสตร์[แก้]

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

จังหวัดมหาสารคามตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ประมาณ 5,300 ตารางกิโลเมตร (3,307,300 ไร่) ระยะทางห่างจากกรุงเทพฯ 475 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้[3]

ภูมิประเทศ และภูมิอากาศ[แก้]

โดยทั่วไป จังหวัดมหาสารคามมีพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาด สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 130 – 230 เมตร ทิศตะวันตกและทิศเหนือเป็นที่สูงในเขตอำเภอโกสุมพิสัย อำเภอเชียงยืน และอำเภอกันทรวิชัย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของจังหวัด และค่อย ๆ เทลาดมาทางทิศตะวันออกและทิศใต้[3]

สภาพพื้นที่แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ [3]

  1. พื้นที่ราบเรียบถึงค่อนข้างราบเรียบ — ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มริมน้ำ เช่น ที่ราบลุ่มริมแม่น้ำชี ในบริเวณอำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอโกสุมพิสัย และทางตอนใต้ของจังหวัดแถบชายทุ่งกุลาร้องไห้
  2. พื้นที่ค่อนข้างราบเรียบสลับกับลูกคลื่นลอนลาด — ตอนเหนือของอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย เป็นแนวยาวไปทางตะวันออก ถึงอำเภอเมืองมหาสารคาม
  3. พื้นที่ลูกคลื่นลอนลาดสลับกับพื้นที่ลูกคลื่นลอนชัน — ตอนเหนือและตะวันตกของจังหวัด บริเวณนี้มีเนื้อที่ประมาณครึ่งหนึ่งของจังหวัด

ลักษณะภูมิอากาศ ในเขตจังหวัดมหาสารคาม เป็นแบบมรสุมเมืองร้อน มีฝนตกสลับกับอากาศแห้ง ในปี พ.ศ. 2555 มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายเดือน 118.1 มิลลิเมตร และปริมาณน้ำฝนมากที่สุดที่ 414.9 มิลลิเมตร ในเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนมกราคม-กรกฎาคม ที่ 27.91 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39.3 องศาเซลเซียส ในเดือนเมษายน และอุณหภูมิต่ำสุด 15.0 องศาเซลเซียส ในเดือนมกราคม ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย ประมาณ 73.55 % (เดือนมกราคม - กรกฎาคม)[3]

ประวัติศาสตร์[แก้]

เมืองมหาสารคามถือว่าเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญและยาวนานมาหลายร้อยปี เพราะได้พบหลักฐานทางโบราณคดีที่ได้รับอิทธิพลทางพุทธศาสนาตั้งแต่สมัยคุปตะตอนปลายและปัลลวะของอินเดียผ่านเมืองพุกามมาในรูปแบบของศิลปะสมัยทวารวดี เช่น บริเวณเมืองกันทรวิชัย (โคกพระ) และเมืองนครจำปาศรี โดยพบหลักฐาน เป็นพระยืนกันทรวิชัย พระพิมพ์ดินเผา ตลอดทั้งพระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนั้นแล้วยังได้รับอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ผ่านทางชนชาติขอม ในรูปแบบสมัยลพบุรี เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่น ๆ รวมไปจนถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาของขอมอยู่ตามผิวดินทั่ว ๆ ไปในจังหวัดมหาสารคาม

มหาสารคามตั้งอยู่ตอนกลางของภาคอีสาน มีชนหลายเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองพูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อและชาวผู้ไท ประชาชนส่วนใหญ่นับถือพุทธศาสนา ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี "ฮีตสิบสอง" ประกอบอาชีพด้านกสิกรรมเป็นส่วนใหญ่ ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมีการไปมาหาสู่กัน ช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2408 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยก "บ้านลาดกุดยางใหญ่" ขึ้นเป็น เมืองมหาสารคาม โดยแยกพื้นที่และพลเมืองราวสองพันคนมาจากเมืองร้อยเอ็ด และให้ท้าวมหาชัย (กวด ภวภูตานนท์) เป็นพระเจริญราชเดช เจ้าเมือง มีท้าวบัวทองเป็นผู้ช่วยขึ้นกับเมืองร้อยเอ็ด

ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้แยกเมืองมหาสารคามขึ้นตรงกับกรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2412 และร้อยเอ็ดได้แบ่งพลเมืองให้อีกราวเจ็ดพันคน พลเมืองเดิมอพยพมาจากเมืองจำปาศักดิ์ ท้าวมหาชัยและท้าวบัวทองนั้นเป็นหลานโดยตรงของพระยาขัติยวงศา (สีลัง) เจ้าเมืองคนที่ 2 ของเมืองร้อยเอ็ด เดิมกองบัญชาการของเมืองมหาสารคามตั้งอยู่ที่เนินสูงแห่งหนึ่งใกล้กุดนางใย ได้สร้างศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและศาลมเหศักดิ์ขึ้นเป็นที่สักการะของชาวเมือง

เมืองมหาสารคามได้สร้างวัดดอนเมือง ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น วัดข้าวฮ้าว (วัดธัญญาวาส) และได้ย้ายกองบัญชาการไปอยู่ริมหนองกระทุ่มด้านเหนือของวัดโพธิ์ศรีปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2456 หม่อมเจ้านพมาศ นวรัตน์ เป็นปลัดมณฑลประจำจังหวัด โดยความเห็นชอบของพระมหาอำมาตยาธิบดี (เส็ง วิริยะศิริ) ได้ย้ายศาลากลางไปอยู่ที่ตั้งศาลากลางหลังเดิม (ที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคามปัจจุบัน) และในปี พ.ศ. 2542 ได้ย้ายศาลากลางไปอยู่ ณ ที่ตั้งปัจจุบัน มีผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าเมือง หรือผู้ว่าราชการจังหวัด รวม 46 คน[4]

รายชื่อเจ้าเมืองและผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม[แก้]

ลำดับ ปี พ.ศ. พระนาม / ชื่อ เจ้าเมืองหรือผู้ว่าราชการจังหวัด
1 2408 - 2422 พระเจริญราชเดช (ท้าวมหาชัย กวด ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม)
2 2422 - 2443 พระเจริญราชเดช (ท้าวไชยวงษา ฮึง ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม)
3 2443 - 2444 อุปฮาด (เถื่อน รักษิกจันทร์)
4 2444 - 2455 พระเจริญราชเดช (ท้าวโพธิสาร อุ่น ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม)
5 2455 - 2459 หม่อมเจ้านพมาศ นวรัตน์
6 2460 - 2462 พระยาสารคามคณาพิบาล (พร้อม ณ นคร)
7 2462 - 2466 พระยาสารคามคณาพิบาล (ทิพย์ โรจน์ประดิษฐ์)
8 2466 - 2468 พระยาประชากรบริรักษ์ (สาย ปาละนันทน์)
9 2468 - 2474 พระยาสารคามคณาพิบาล (อนงค์ พยัคฆันต์)
10 2474 - 2476 พระอรรถเปศลสรวดี (เจริญ ทรัพย์สาร)
11 2476 - 2482 หลวงอังคณานุรักษ์ (รอ.สมถวิล เทพรคำ)
12 2482 - 2484 หลวงประสิทธิ์บุรีรักษ์ (ประสิทธ์ สุปิยังตุ)
13 2484 - 2486 หลวงบริหารชนบท (ส่าน สีหไตร)
14 2486 - 2489 ขุนไมตรีประชารักษ์ (ไมตรี ไมตรีประชารักษ์)
15 2489 - 2490 ขุนจรรยาวิเศษ (เที่ยง บุญยนิตย์)
16 2490 - 2493 ขุนพิศาลาฤษดิ์กรรม (ทองใบ น้อยอรุณ)
17 2493 - 2495 นายเชื่อม ศิริสนธิ
18 2495 - 2500 หลวงอนุมัติราชกิจ (อั๋น อนุมัติราชกิจ)
19 2500 - 2501 ขุนจรรยาวิเศษ (เที่ยง บุญยนิตย์)
20 2501 - 2506 นายนวน มีชำนาญ
21 2506 - 2510 นายรง ทัศนาญชลี
22 2510 - 2513 นายเวียง สาครสินธุ์
23 2513 - 2514 นายพล จุฑางกูร
24 2514 - 2517 นายสุจินต์ กิตยารักษ์
25 2517 - 2519 นายชำนาญ พจนา
26 2519 - 2522 นายวุฒินันท์ พงศ์อารยะ
27 2522 - 2523 นายสมภาพ ศรีวรขาน
28 2523 - 2524 ร้อยตรีกิตติ ปทุมแก้ว
29 2524 - 2526 นายธวัช มกรพงศ์
30 2526 - 2528 นายสมบูรณ์ พรหมเมศร์
31 2528 - 2531 นายไสว พราหมมณี
32 2531 - 2534 นายจินต์ วิภาตะกลัศ
33 2534 - 2535 นายวีระชัย แนวบุญเนียร
34 2535 - 2537 นายภพพล ชีพสุวรรณ
35 2537 - 2538 นายประภา ยุวานนท์
36 2538 - 2540 นายวิชัย ทัศนเศรษฐ
37 2540 - 2542 นายเกียรติพันธ์ น้อยมณี
38 2542 - 2544 นางศิริเลิศ เมฆไพบูลย์
39 2544 - 2546 นายสมศักดิ์ แก้วสุทธิ
40 2546 - 2548 นายวิทย์ ลิมานนท์วราไชย
41 2548 - 2550 นายชวน ศิรินันท์พร
42 2550 - 2551 นายรังสรรค์ เพียรอดวงษ์
43 2551 - 2552 นายพินิจ เจริญพานิช
44 2552 - 2554 นายทองทวี พิมเสน
45 2554 - 2555 นายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน
46 2555 - 2557 นายนพวัชร สิงห์ศักดา

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

จังหวัดมหาสารคามแบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ 133 ตำบล 1,804 หมู่บ้าน มีรายชื่ออำเภอดังนี้

  1. อำเภอเมืองมหาสารคาม
  2. อำเภอแกดำ
  3. อำเภอโกสุมพิสัย
  4. อำเภอกันทรวิชัย
  5. อำเภอเชียงยืน
  6. อำเภอบรบือ
  7. อำเภอนาเชือก
  1. อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย
  2. อำเภอวาปีปทุม
  3. อำเภอนาดูน
  4. อำเภอยางสีสุราช
  5. อำเภอกุดรัง
  6. อำเภอชื่นชม
แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

แบ่งออกเป็น 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 123 องค์การบริหารส่วนตำบล 1 เทศบาลเมือง และ 18 เทศบาลตำบล โดยมีรายชื่อเทศบาลดังนี้

ระยะทางจากอำเภอเมืองมหาสารคามไปยังอำเภอต่าง ๆ[แก้]

  • อำเภอกันทรวิชัย 18 กิโลเมตร
  • อำเภอแกดำ 25 กิโลเมตร
  • อำเภอบรบือ 26 กิโลเมตร
  • อำเภอโกสุมพิสัย 30 กิโลเมตร
  • อำเภอกุดรัง 39 กิโลเมตร
  • อำเภอเชียงยืน 39 กิโลเมตร
  • อำเภอวาปีปทุม 43 กิโลเมตร
  • อำเภอนาเชือก 58 กิโลเมตร
  • อำเภอชื่นชม 59 กิโลเมตร
  • อำเภอนาดูน 67 กิโลเมตร
  • อำเภอยางสีสุราช 74 กิโลเมตร
  • อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย 85 กิโลเมตร

การคมนาคม[แก้]

  • ทางรถยนต์: ทางที่สะดวกและสั้นที่สุด คือใช้เส้นทางถนนพหลโยธินเข้าสู่สระบุรี และเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนมิตรภาพ ผ่านนครราชสีมา เมืองพล บ้านไผ่ แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนแจ้งสนิท เข้าสู่มหาสารคาม
  • ทางรถโดยสารประจำทาง:โดยที่สถานีขนส่งมหาสารคาม ตั้งอยู่บริเวณถนนเลียบคลองสมถวิล
    • โดยมีหลายบริษัทที่บริการเที่ยวรถจากรุงเทพฯ สู่ มหาสารคาม เช่น
      • บริษัท ขนส่ง จำกัด
      • บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด
      • เชิดชัยทัวร์
      • รุ่งประเสริฐทัวร์
      • ชาญทัวร์
      • และยังมีหลายบริษัทที่เปิดให้บริการ โดยผ่านมหาสารคาม หลายบริษัท เช่น สหพันธ์ร้อยเอ็ดทัวร์ แสงประทีปทัวร์ ฯลฯ
    • ในอำเภอต่างๆ ก็มีรถประจำทางบริการ ได้แก่ พยัคฆภูมิพิสัย วาปีปทุม นาดูน นาเชือก บรบือ กุดรัง และเชียงยืน
  • นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารประจำทางไปในจังหวัดต่างๆด้วย เช่น เชียงใหม่ สกลนคร อุดรธานี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ สุรินทร์ บุรีรัมย์ เป็นต้น
  • ทางรถไฟ: จังหวัดมหาสารคามนั้น ปัจจุบันยังไม่มีทางรถไฟตัดผ่าน อย่างไรก็ตามสามารถใช้บริการได้ที่สถานีรถไฟในจังหวัดขอนแก่น ดังนี้
    • สถานีรถไฟขอนแก่น จากนั้นต่อรถยนต์มาจังหวัดมหาสารคาม (อำเภอเมืองมหาสารคาม) อีกประมาณ 71 กิโลเมตร
    • สถานีรถไฟบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น จากนั้นต่อรถยนต์มาจังหวัดมหาสารคาม (อำเภอเมืองมหาสารคาม) อีกประมาณ 69 กิโลเมตร
  • ทางเครื่องบิน: เนื่องจากจังหวัดมหาสารคามไม่มีท่าอากาศยาน แต่สามารถใช้บริการได้ที่ท่าอากาศยานของจังหวัดข้างเคียง ดังนี้
    • ท่าอากาศยานขอนแก่น โดยสายการบินไทย และสายการบินไทยแอร์เอเชีย ให้บริการทุกวัน รวมวันละ 7 เที่ยวบิน จากนั้นต่อรถยนต์มาจังหวัดมหาสารคาม (อำเภอเมืองมหาสารคาม) อีกประมาณ 82 กิโลเมตร
    • ท่าอากาศยานร้อยเอ็ด โดยสายการบินนกแอร์ ให้บริการทุกวันๆละ 2 เที่ยวบิน จากนั้นต่อรถยนต์มาจังหวัดมหาสารคาม (อำเภอเมืองมหาสารคาม) อีกประมาณ 59 กิโลเมตร
    • ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ โดยสารการบินนกแอร์ ให้บริการทุกวันๆละ 1 เที่ยวบิน จากนั้นต่อรถยนต์มาจังหวัดมหาสารคาม (อำเภอเมืองมหาสารคาม) อีกประมาณ 121 กิโลเมตร
  • ในอนาคตมีโครงการก่อสร้างรถไฟ สายบ้านไผ่ มหาสารคาม มุกดาหาร
  • การคมนาคมภายในจังหวัด
    • ในการเดินทางภายในจังหวัดก็มีรถโดยสารประจำทางให้บริการ และรถสองแถว มอเตอร์ไซค์รับจ้าง สามล้อรับจ้าง และแท็กซี่มิเตอร์
  • สถานีขนส่งผู้โดยสารในมหาสารคาม

เศรษฐกิจ[แก้]

ประเพณีและวัฒนธรรม[แก้]

สถานที่สำคัญ[แก้]

โบราณสถาน[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่หัวข้อ รายชื่อโบราณสถานในจังหวัดมหาสารคาม

พระอารามหลวง[แก้]

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]


สถานที่สำคัญอื่น[แก้]

เขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม[แก้]

  • วัดอุทัยทิศ
  • กุดนางใย
  • เสาหงส์
  • โฮงเจ้าเมืองคนที่ 1 ที่ตั้งเมืองและศูนย์ราชการ
  • คลองสมถวิล
  • วัดนาควิชัย
  • วัดอภิสิทธิ์
  • เดิ่นบ้านใหญ่
  • ตึกดินอาคารพาณิชย์แห่งแรก
  • ตลาดสี่กั๊ก
  • โฮงเจ้าเมืองคนที่ 2
  • โฮงเจ้าเมืองคนที่ 3
  • ตลาดเจริญ
  • วัดโพธิ์ศรี
  • วัดมหาชัย (พระอารามหลวง)
  • ตลาดสดเมืองมหาสารคาม
  • หอนาฬิกา
  • โรงเรียนสารคามพิทยาคม
  • โรงเรียนเมืองมหาสารคาม(โรงเรียนมหาวิชานุกูล/โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยมหาสารคาม)าง
  • ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
  • วัดธัญญาวาส
  • แก่งเลิงจาน

อำเภอกันทรวิชัย[แก้]

  • พระพุทธรูปยืนมงคล
  • พระพุทธมิ่งเมือง
  • พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดพุทธมงคล

อำเภอบรบือ[แก้]

อำเภอแกดำ[แก้]

  • อ่างเก็บน้ำห้วยแอ่ง

อำเภอโกสุมพิสัย[แก้]

  • บึงบอน
  • วนอุทยานโกสัมพี
  • บึงกุย

อำเภอวาปีปทุม[แก้]

  • กู่บ้านแดง

งานกลองยาว

อำเภอนาเชือก[แก้]

  • อ่างเก็บน้ำห้วยค้อ
  • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดูนลำพัน

อำเภอนาดูน[แก้]

  • พระบรมธาตุนาดูน
  • พุทธมณฑลอีสาน
  • พิพิธภัณฑ์นครจัมปาศรี
  • พิพิธภัณฑ์บ้านอีสาน
  • สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช
  • บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์
  • กู่สันตรัตน์
  • กู่น้อย
  • ศาลานางขาว
  • ฮูปแต้มสิมวัดโพธาราม

อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย[แก้]

  • ศูนย์ศิลปาชีพดอนลี่

สถานศึกษา[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่หัวข้อ หมวดหมู่: สถาบันการศึกษา, สถาบันอุดมศึกษา ในจังหวัดมหาสารคาม

บุคคลที่มีชื่อเสียงชาวจังหวัดมหาสารคาม[แก้]

เกจิ พระอาจารย์

นักการเมือง

นักวิชาการ

ดารา นักแสดง นักร้อง

นักกีฬา

ด้านอื่นๆ

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 16°11′N 103°17′E / 16.18°N 103.29°E / 16.18; 103.29

อ้างอิง[แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จานวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 "ข้อมูลทั่วไปจังหวัดมหาสารคาม". จังหวัดมหาสารคาม. 2556. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภ่าคม 2557. 
  4. "ประวัติเมืองมหาสารคาม". จังหวัดมหาสารคาม. 2556. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภ่าคม 2557. 
  5. เว็บไซต์สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตมหาสารคาม