มหาวิทยาลัยมหิดล
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
| "อตฺตานํ อุปมํ กเร" เอาใจเขามาใส่ใจเรา |
||
| วิทยาเขตศาลายา ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม วิทยาเขตกาญจนบุรี |
| อักษรย่อ | MU |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Mahidol University |
| วันสถาปนา | พ.ศ. 2486 |
| นายกสภาฯ | ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช |
| อธิการบดี | ศ.คลินิก นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร |
| เพลงสถาบัน | เทิดพระนามมหิดล และ มหิดลฉลองชัย |
| สีประจำสถาบัน | น้ำเงินแก่ |
| ต้นไม้ | กันภัยมหิดล |
มหาวิทยาลัยมหิดล มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่การเป็นโรงเรียนแพทย์ ณ โรงศิริราชพยาบาล ชื่อว่า "โรงเรียนแพทยากร" ซึ่งตั้งขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากนั้น จึงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม "มหิดล" อันเป็นพระนามของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ให้เป็นชื่อมหาวิทยาลัยว่าแทนชื่อมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เดิม
เมื่อปี พ.ศ. 2549 มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเลิศและเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ทั้งในด้านการเรียนการสอนและการวิจัย จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของไทย โดย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา [1] นอกจากนี้ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ยังรับรองมาตรฐานของสถาบันในระดับดีมากให้กับมหาวิทยาลัยมหิดล[2]
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยมหิดลจัดการเรียนการสอนใน 15 คณะ บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัย และสถาบันต่าง ๆ รวมทั้งหมด 551 หลักสูตร โดยแบ่งออกเป็น 6 วิทยาเขต คือ วิทยาเขตพญาไท วิทยาเขตบางกอกน้อย วิทยาเขตศาลายา วิทยาเขตกาญจนบุรี วิทยาเขตนครสวรรค์ และ วิทยาเขตอำนาจเจริญ
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
- ดูบทความหลักที่ ประวัติมหาวิทยาลัยมหิดล
มหาวิทยาลัยมหิดล มีความเป็นมาจาก โรงศิริราชพยาบาล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างขึ้นบริเวณพระราชวังบวรสถานพิมุข หรือที่เรียกว่า วังหลัง[3] ต่อมา จึงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนแพทย์ ณ โรงศิริราชพยาบาล และตั้งชื่อโรงเรียนแพทย์ว่า "โรงเรียนแพทยากร"[4] จัดการเรียนการสอนในระดับประกาศนียบัตร 3 ปี หลังจากนั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเปิดตึกของโรงเรียนแพทย์ จึงได้พระราชทานนามโรงเรียนแพทยากรใหม่ว่า "โรงเรียนราชแพทยาลัย"
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นเป็น "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" จึงได้รวมโรงเรียนราชแพทยาลัยเข้าเป็นคณะหนึ่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2460[5] โดยใช้ชื่อว่า "คณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" ต่อมา จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล"
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 ได้แยก คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งเป็น "มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์"[6] สังกัดกระทรวงการสาธารณสุข โดยได้จัดตั้งคณะต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยมากมาย เช่น คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะทันตแพทยศาสตร์ พญาไท คณะเภสัชศาสตร์ นอกจากนี้ ยังมีการโอนคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไปเป็น คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลนครเชียงใหม่ ไปเป็น คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ต่อมา ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามมหาวิทยาลัยว่า มหาวิทยาลัยมหิดล อันเป็นพระนามของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกเป็นชื่อมหาวิทยาลัยแทนชื่อมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เดิม[7]
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยมหิดลจัดการเรียนการสอนภายในคณะ สถาบัน วิทยาลัยต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งในสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ และเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมลงพระปรมาภิไธย ในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2550[8] และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เป็นผลทำให้มหาวิทยาลัยได้เปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
[แก้] สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย
|
กันภัยมหิดล ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย |
- ตรามหาวิทยาลัย ได้แก่ พระมหาพิชัยมงกุฎภายใต้ จักรกับตรีศูล และอักษร ม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 โดย
- พระมหาพิชัยมงกุฎ คือ ศิราภรณ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญ แสดงว่า ทรงเป็นพระมหากษัตริย์
- จักร กับ ตรีศูล คือ ตราเครื่องหมายประจำพระบรมราชวงศ์จักรี พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย
- อักษร "ม" มาจากคำว่า "มหิดล"
- ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ได้แก่ ต้นกันภัยมหิดล ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประทานพระราชวินิจฉัยชี้ขาดให้ "ต้นกันภัยมหิดล" เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542[9]
- สีประจำมหาวิทยาลัย ได้แก่ สีน้ำเงินแก่ เป็นสีแห่งความเป็นราชขัติยนุกูลแห่งบรมราชวงศ์ ซึ่งสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ (พระยศในขณะนั้น) พระราชทานเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2512[10]
[แก้] ทำเนียบอธิการบดี
| มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ | ||
| อธิการบดี | วาระการดำรงตำแหน่ง | |
|---|---|---|
| 1. พระอัพภันตราพาธพิศาล | 12 มีนาคม พ.ศ. 2485 - 16 เมษายน พ.ศ. 2488 | |
| 2. ศาสตราจารย์อุปการคุณ หลวงเฉลิมคัมภีรเวชช์ | 17 เมษายน พ.ศ. 2488 - 15 กันยายน พ.ศ. 2500 | |
| 3. ศาสตราจารย์หลวงพิณพากย์พิทยาเภท | 16 กันยายน พ.ศ. 2500 - 15 สิงหาคม พ.ศ. 2501 | |
| 4. ศาสตราจารย์นายแพทย์สวัสดิ์ แดงสว่าง | 16 สิงหาคม พ.ศ. 2501 - 2 มิถุนายน พ.ศ. 2507 | |
| 5. ศาสตราจารย์นายแพทย์ชัชวาล โอสถานนท์ | 3 มิถุนายน พ.ศ. 2507 - 8 ธันวาคม พ.ศ. 2512 | |
| มหาวิทยาลัยมหิดล | ||
| อธิการบดี | วาระการดำรงตำแหน่ง | |
| 6. ศาสตราจารย์นายแพทย์ชัชชวาล โอสถานนท์ | 9 ธันวาคม พ.ศ. 2512 - 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 | |
| 7. ศาสตราจารย์นายแพทย์กษาน จาติกวนิช | 1 ธันวาคม พ.ศ. 2514 - 8 ธันวาคม พ.ศ. 2522 | |
| 8. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ดร.ณัฐ ภมรประวัติ | 9 ธันวาคม พ.ศ. 2522 - 8 ธันวาคม พ.ศ. 2534 | |
| 9. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประดิษฐ์ เจริญไทยทวี | 9 ธันวาคม พ.ศ. 2534 - 8 ธันวาคม พ.ศ. 2538 | |
| 10. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ | 9 ธันวาคม พ.ศ. 2538 - 8 ธันวาคม พ.ศ. 2542 | |
| 11. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์พรชัย มาตังคสมบัติ | 9 ธันวาคม พ.ศ. 2542 - 8 ธันวาคม พ.ศ. 2550 | |
| 11. ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร | 9 ธันวาคม พ.ศ. 2550 - ปัจจุบัน | |
[แก้] การศึกษา
มหาวิทยาลัยมหิดลเปิดสอนในระบบหน่วยกิต ปัจจุบันมีการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยทั้งสิ้น 551 สาขาวิชา[11] ครอบคลุมทั้งสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคมศาสตร์ ทั้งในหลักสูตรภาษาไทยและหลักสูตรนานาชาติ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่สามารถผลิตบัณฑิตในระดับปริญญาเอกได้มากที่สุดในประเทศ[12]
ในปี พ.ศ. 2548 มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่มีปริมาณนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด[13] และใน พ.ศ. 2549 และได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณประเภทธุรกิจบริการดีเด่นกลุ่มการศึกษานานาชาติจากนายกรัฐมนตรี (Prime Minister’s Export Award 2006) เพื่อประกาศเกียรติคุณมหาวิทยาลัยมหิดลในฐานะที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างประเทศมากที่สุด (Most recognized service) ในพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัล เมื่อวันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล[14] ปัจจุบัน มีหน่วยงานในสังกัด ดังนี้
[แก้] คณะ
[แก้] วิทยาลัย
[แก้] สถาบัน
[แก้] ศูนย์
[แก้] สถาบันสมทบ
[แก้] วิทยาเขต
[แก้] วิทยาเขตและสถานที่ตั้งมหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งอยู่บนพื้นที่ 4 แห่ง ได้แก่
[แก้] งานวิจัยมหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการยอมรับว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญกับงานวิจัย โดยอาจจะแบ่งกลุ่มงานวิจัยออกเป็น 5 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มวิทยาศาสตร์การแพทย์และคลินิก กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุข กลุ่มวิทยาศาสตร์และ้เทคโนโลยี กลุ่มมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การจัดการ และศิลปศาสตร์ และกลุ่มภาษาและวัฒนธรรม[16] เมื่อพิจารณาจากจำนวนผลงานทางวิชาการระดับนานาชาตินั้น พบว่า มหาวิทยาลัยมหิดลมีจำนวนผลงานทางวิชาการที่ตีพิมพ์ในระดับนานาชาติบนฐานข้อมูลของ ISI databases เป็นอันดับ 1 ติดต่อกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 - 2549 [17] โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปี พ.ศ. 2548 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นั้น มีจำนวนผลงานวิจัยเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับคณะวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในประเทศ[18] และเมื่อพิจารณาจากจำนวนงบประมาณที่ได้รับนั้น มหาวิทยาลัยได้รับเงินทุนสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนมากที่สุดในประเทศด้วย[19] [แก้] อันดับและมาตรฐานการศึกษาดูบทความหลักที่ อันดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2549 มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเลิศ และเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ทั้งในด้านการเรียนการสอนและการวิจัย จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของไทย โดย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา[1] นอกจากนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ซึ่งได้ประเมินคุณภาพผลงานวิจัยเชิงวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2550 ยังจัดให้หน่วยงานของมหาวิทยาลัย ได้แก่ สถาบันอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน และคณะเทคนิคการแพทย์ อยู่ในระดับดีมากด้วย[20] นอกจากนี้ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ยังได้รับรองมาตรฐานการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดลในระดับดีมาก โดบกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ/ชีวภาพ กลุ่มวิชาวิศวกรรมศาสตร์ กลุ่มวิชาบริหารธุรกิจ พาณิชยศาสตร์ บัญชี การจัดการ การท่องเที่ยว และเศรษฐศาสตร์ กลุ่มวิชาศิลปกรรม วิจิตรศิลป์ และประยุกต์ศิลป์ และกลุ่มวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับดีขึ้นไปทั้งหมด เมื่อปี พ.ศ. 2550[2] [แก้] ชีวิตในมหาวิทยาลัยนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยมหิดล จะต้องศึกษา ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จากนั้นถึงมีการแยกย้ายไปตามคณะของตน บรรยากาศในการใช้ชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล จะมีความหลากหลายเพราะนักศึกษาแต่ละคน มาจากต่างคณะกัน เช่น แพทยศาสตร์ ดุริยางคศิลป์ วิทยาศาสตร์ ศาสนศึกษา กีฬา เป็นต้น การจัดกิจกรรมนั้น ก็มีหลายอย่าง เช่น รับน้อง การเชียร์แสตนด์ งานอำลาศาลายา งานวันมหิดล เป็นต้น ในเรื่องของการกีฬานั้น ในศาลายาจะมีสถานที่ออกกำลังกายให้นักศึกษาซึ่งก็แล้วแต่ใครจะชอบแบบใด บรรยากาศในศาลายา จะมีจุดเด่นคือ การขี่จักรยานสัญจรของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ไป ณ สถานที่ต่างๆ ของมหาวิทยาลัย และเมื่อถึงการสอบในแต่ละภาคเรียน จะพบนักศึกษาจำนวนมากที่นั่งอ่านหนังสือตามสถานที่ต่างๆ รอบมหาวิทยาลัย [แก้] วันสำคัญของมหาวิทยาลัยมหิดล
[แก้] บุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัยมหิดลดูบทความหลักที่ รายนามบุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัยมหิดล คณาจารย์และบุคคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดลนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นของไทยมากที่สุด และเป็นมหาวิทยาลัยที่มีผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ มากที่สุดในประเทศไทย [21] โดยมีรายพระนาม และรายนามบุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัย เช่น
[แก้] อ้างอิง
|