จังหวัดนครศรีธรรมราช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จังหวัดนครศรีธรรมราช
ตราประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
ตราประจำจังหวัด
นครศรีธรรมราช เมืองประวัติศาสตร์ พระธาตุทองคำ ชื่นฉ่ำธรรมชาติ แร่ธาตุอุดม เครื่องถมสามกษัตริย์ มากวัดมากศิลป์ ครบสิ้นกุ้งปู
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย นครศรีธรรมราช
ชื่ออักษรโรมัน Nakhon Si Thammarat
ชื่อไทยอื่นๆ นคร, เมืองคอน
ผู้ว่าราชการ นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2554)
ISO 3166-2 TH-80
สีประจำกลุ่มจังหวัด ม่วง-เหลือง
ต้นไม้ประจำจังหวัด แซะ
ดอกไม้ประจำจังหวัด ราชพฤกษ์
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 9,942.502 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 18)
ประชากร 1,522,561 คน[2] (พ.ศ. 2553)
(อันดับที่ 8)
ความหนาแน่น 152.53 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 25)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000
โทรศัพท์ (+66) 0 7535 6952
โทรสาร (+66) 0 7535 6531
เว็บไซต์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดนครศรีธรรมราช

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ (รองจากสุราษฎร์ธานี) ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 780 กิโลเมตร จังหวัดที่อยู่ติดกัน (จากทิศใต้ วนตามเข็มนาฬิกา) ได้แก่ สงขลา พัทลุง ตรัง กระบี่ และสุราษฎร์ธานี

ในอดีตมีชื่อเรียกดินแดนแถบนี้หลายชื่อ ที่ตะวันตกนิยมเรียกกันมาจนกระทั่งต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 คือ "ลิกอร์" สันนิษฐานว่าชาวโปรตุเกสที่เข้ามาติดต่อค้าขายในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นเป็นผู้เรียกก่อน โดยเพี้ยนมาจากคำว่า "นคร" ส่วนชื่อ "นครศรีธรรมราช" มาจากพระนามของกษัตริย์ผู้ครองนครในอดีต ทรงมีพระนามว่า "พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช" (ราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช) มีความหมายว่า "นครอันเป็นสง่าแห่งพระราชาผู้ทรงธรรม" หรือ "เมืองแห่งพุทธธรรมของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่"

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมืองนครศรีธรรมราชมีฐานะเป็นเมืองชั้นเอกคู่กับเมืองพิษณุโลก มีขุนนางชั้นผู้ใหญ่ระดับเจ้าพระยาเป็นเจ้าเมือง มีบรรดาศักดิ์ตามพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือน นาทหารหัวเมือง ว่า เจ้าพระยาศรีธรรมราชชาติเดโชไชยมไหยสุริยาธิบดีอภัยพิรียบรากรมภาหุ

เนื้อหา

[แก้] ประวัติศาสตร์

เมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 ตำแหน่งเจ้าพระยานครศรีธรรมราชว่างอยู่ หลวงสิทธนายเวรมหาดเล็ก(หนู) ซึ่งออกไปรับราชการตำแหน่งปลัดเมืองเป็นผู้รักษาราชการเมืองนครศรีธรรมราช ครั้นทราบว่ากรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า ไม่มีเจ้านายปกครองประเทศ หลวงสิทธิจึงตั้งตัวเป็นเจ้าผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชเป็นอิสระอยู่ก๊กหนึ่ง

ในปี พ.ศ. 2312 พระเจ้ากรุงธนบุรียาตรากองทัพไปปราบจับตัวเจ้านคร(หนู)ได้ และมีพระราชดำริว่าเจ้านครมิได้มีใจกบฏคิดร้ายต่อประเทศ แต่ตั้งตัวขึ้นเนื่องจากบ้านเมืองเป็นจลาจล จึงโปรดเกล้าฯ ให้มารับราชการอยู่ที่กรุงธนบุรี และให้เจ้านราสุริยวงศ์หลานเธอออกไปครองเมืองนครศรีธรรมราช

ต่อมาเจ้านราสุริยวงศ์ถึงแก่พิราลัย พระเจ้ากรุงธนบุรีมีพระราชดำริว่า เจ้านคร(หนู)ได้เข้ามารับราชการมีความจงรักภักดี และได้ถวายธิดาทำราชการมีราชบุตร(คือพระพงษ์นรินทรและพระอินทร์อภัย) เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้านครออกไปครองเมืองนครศรีธรรมราช และสถาปนาขึ้นเป็น พระเจ้านครศรีธรรมราช เจ้าขันธสีมา(หนู) เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 11 ขึ้น 3 ค่ำ จุลศักราช 1138(พ.ศ. 2319) ปีวอกอัฐศก

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1) มีพระราชดำริว่า พระเจ้านครศรีธรรมราชมีความชราทุพพลภาพ ไม่สามารถปกครองบ้านเมืองได้ จึงโปรดให้ออกจากตำแหน่ง กลับเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ และโปรดให้เจ้าอุปราช (พัฒน์)บุตรเขยเจ้านคร ขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อวันอังคาร เดือน 8 แรม 11 ค่ำ จุลศักราช 1146 (พ.ศ. 2327) ปีมะโรงศก แต่โปรดให้มียศเพียงเจ้าพระยาตามประเพณีแต่เดิมเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมืองนครศรีธรรมราชจึงเป็นเมืองที่เคยมีกษัตริย์ปกครอง และมีฐานะเป็นประเทศราช 8 ปี

มีเกร็ดย่อยคือ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) รับราชการจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) มีความชราภาพ จึงทรงยกขึ้นเป็น เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี ตำแหน่งกิตติมศักดิ์ และทรงตั้งพระบริรักษ์ภูเบศร์(น้อย) บุตรเจ้าพระยานคร (พัฒน์) เป็นเจ้าพระยานครศรีธรรมราช(น้อย)คนใหม่

แต่มีเรื่องปรากฏหลักฐานในสมัยนั้นว่า เจ้าพระยานคร (น้อย) นี้ที่จริงเป็นราชบุตรลับของพระเจ้ากรุงธนบุรี เนื่องจากเมื่อครั้งเจ้านคร(หนู)ทำราชการอยู่ที่กรุงธนบุรี และถวายธิดาทำราชการฝ่ายในแก่พระเจ้ากรุงธนบุรี และมีน้องสาว(ปราง)มาอยู่ด้วยในวังคนหนึ่ง ความปรากฏตามพงศาวดารว่า เจ้าพระยาพิชัยราชา เจ้าเมืองสวรรคโลกให้ไปขอ เมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงทราบก็ทรงพระพิโรธ ว่าเจ้าพระยาพิชัยราชาบังอาจจะเป็นคู่เขยของพระองค์ ให้เอาไปประหารเสีย ต่อมาวงศ์ญาติเจ้านครจึงนำธิดา(ปราง)คนนี้ถวายพระเจ้ากรุงธนบุรีเสีย ต่อมาเจ้าพระยานคร (พัฒน์) เมื่อครั้งยังเป็นอุปราชเมืองนครอยู่ ภริยาซึ่งเป็นบุตรเจ้านคร(หนู)เสียชีวิต เจ้าพระยานคร (พัฒน์) ทำความชอบได้เข้าเฝ้าครั้งหนึ่ง พระเจ้ากรุงธนบุรีเห็นว่าภริยาเสียชีวิตก็สงสารจึงจะพระราชทานธิดาเจ้านคร(หนู)ให้ใหม่ และให้นำตัวธิดาคนเล็กเจ้านคร(หนู)ไปพระราชทาน แต่นางในกระซิบว่า ดูเหมือนว่านางจะขาดระดูอยู่ แต่พระเจ้ากรุงธนตรัสว่า "ได้ออกปากให้เขาแล้ว ก็พาไปเถอะ" เมื่อท้าวนางพาธิดาเจ้านครไปส่งนั้น เจ้าอุปราช (พัฒน์) ก็ทราบความลับนั้น มีความยำเกรงพระบารมีก็ต้องรับไว้เป็นท่านผู้หญิงกิตติมศักดิ์อยู่ตลอดอายุ และนางนั้นก็มีบุตรกับเจ้าพระยานคร(พัฒน์) เพียงคนเดียว คือ เจ้าพระยานคร (ปริก)

[แก้] หน่วยการปกครอง

[แก้] การปกครองส่วนภูมิภาค

การปกครองแบ่งออกเป็น 23 อำเภอ 165 ตำบล 1,428 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
  2. อำเภอพรหมคีรี
  3. อำเภอลานสกา
  4. อำเภอฉวาง
  5. อำเภอพิปูน
  6. อำเภอเชียรใหญ่
  7. อำเภอชะอวด
  8. อำเภอท่าศาลา
  9. อำเภอทุ่งสง
  10. อำเภอนาบอน
  11. อำเภอทุ่งใหญ่
  12. อำเภอปากพนัง
  1. อำเภอร่อนพิบูลย์
  2. อำเภอสิชล
  3. อำเภอขนอม
  4. อำเภอหัวไทร
  5. อำเภอบางขัน
  6. อำเภอถ้ำพรรณรา
  7. อำเภอจุฬาภรณ์
  8. อำเภอพระพรหม
  9. อำเภอนบพิตำ
  10. อำเภอช้างกลาง
  11. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
 แผนที่

[แก้] การปกครองส่วนท้องถิ่น

Logonakhonsithammaratcity.gif

แบ่งออกเป็น 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 เทศบาลนคร 3 เทศบาลเมือง 32 เทศบาลตำบล และ 148 องค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีรายชื่อเทศบาลดังนี้

  1. เทศบาลนครนครศรีธรรมราช
  2. เทศบาลเมืองทุ่งสง
  3. เทศบาลเมืองปากพนัง
  4. เทศบาลเมืองปากพูน
  5. เทศบาลตำบลเกาะเพชร
  6. เทศบาลตำบลขนอม
  7. เทศบาลตำบลเขาชุมทอง
  8. เทศบาลตำบลเขาพระ
  9. เทศบาลตำบลจันดี
  1. เทศบาลตำบลฉวาง
  2. เทศบาลตำบลชะมาย
  3. เทศบาลตำบลชะอวด
  4. เทศบาลตำบลเชียรใหญ่
  5. เทศบาลตำบลถ้ำใหญ่
  6. เทศบาลตำบลท้องเนียน
  7. เทศบาลตำบลทอนหงส์
  8. เทศบาลตำบลท่างิ้ว
  9. เทศบาลตำบลท่าแพ
  1. เทศบาลตำบลท่ายาง
  2. เทศบาลตำบลท่าศาลา
  3. เทศบาลตำบลทางพูน
  4. เทศบาลตำบลที่วัง
  5. เทศบาลตำบลนาบอน
  6. เทศบาลตำบลบางจาก
  7. เทศบาลตำบลปากนคร
  8. เทศบาลตำบลพรหมคีรี
  9. เทศบาลตำบลพรหมโลก
  1. เทศบาลตำบลพิปูน
  2. เทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ
  3. เทศบาลตำบลไม้เรียง
  4. เทศบาลตำบลร่อนพิบูลย์
  5. เทศบาลตำบลลานสกา
  6. เทศบาลตำบลสิชล
  7. เทศบาลตำบลหัวไทร
  8. เทศบาลตำบลหินตก
  9. เทศบาลตำบลอ่าวขนอม

[แก้] ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช

รายนามผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช [3]

ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 เจ้าพระยาสุธรรมมนตรีศรีธรรมราช (หนูพร้อม ณ นคร) พ.ศ. 2440-พ.ศ. 2447 2 พระยาสุนทรธุรกิจ (หมี ณ ถลาง) พ.ศ. 2447-พ.ศ. 2449
3 พระยาตรังภูษาภิบาล (ถนอม บุญยเกตุ) พ.ศ. 2449-พ.ศ. 2452 4 พระยาสิริธรรมบริรักษ์ (เย็น สุวรรณปัทมา) พ.ศ. 2452-พ.ศ. 2455
5 พระยาประชากิจกรจักร์ (ฟัด มหาเปารยะ) พ.ศ. 2455-พ.ศ. 2462 6 พระยารักษฏานุประดิษฐ์ (สิน เทพหัสดิน ณ อยุธยา) พ.ศ. 2462-พ.ศ. 2474
7 พระยาสุรพลนิพิธ (เป้า สุมนดิษฐ์) พ.ศ. 2474-พ.ศ. 2475 8 พระยาบุรีสราธิการ (โจ้ กนิษฐารัตน์) พ.ศ. 2475-พ.ศ. 2476
9 พระอรรถานิพนธ์ปรีชา (ประเสริฐ อรรถนิพนธ์ปรีชา) พ.ศ. 2476-พ.ศ. 2477 10 พระยาสุราษฎร์ธานีศรีเกษตรนิคม (เต่า ศตะกุรมะ) พ.ศ. 2477-พ.ศ. 2481
11 ร.อ. พระสาครบุรารักษ์ ร.น. (ปริก สุวรรณนนท์) พ.ศ. 2481-พ.ศ. 2484 12 ร.อ.อ. หลวงวุฒิราษฎร์รักษา (ว.ศ.วุฒิราษฎร์รักษา) พ.ศ. 2484-พ.ศ. 2486
13 ขุนภักดีดำรงฤทธิ์ (ภักดี ดำรงฤทธิ์) พ.ศ. 2486-พ.ศ. 2489 14 ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ (สมวงส์ วัฏฏสิงห์) พ.ศ. 2489-พ.ศ. 2489
15 นายแม้น ออนจันทร์ พ.ศ. 2489-พ.ศ. 2493 16 ขุนอารีราช การัณย์ (ชิต สุมนดิษฐ์) พ.ศ. 2493-พ.ศ. 2494
17 ขุนไมตรีประชารักษ์ (ไมตรี พิจิตรนรการ) พ.ศ. 2494-พ.ศ. 2495 18 ขุนพิเศษนคร (ชุบ พิเศษนครกิจ) พ.ศ. 2495-พ.ศ. 2497
19 ขุนจรรยาวิเศษ (เที่ยง บุญยนิตย์) พ.ศ. 2497-พ.ศ. 2500 20 นายมงคล สุภาพงษ์ พ.ศ. 2500-พ.ศ. 2501
21 นายจันทร์ สมบูรณ์กุล พ.ศ. 2501-พ.ศ. 2503 22 นายสันต์ เอกมหาชัย พ.ศ. 2503-พ.ศ. 2512
23 นายพันธ์ ลายตระกูล พ.ศ. 2512-พ.ศ. 2514 24 นายคล้าย จิตพิทักษ์ พ.ศ. 2515-พ.ศ. 2518
25 นายเวียง สาครสินธุ์ พ.ศ. 2518-พ.ศ. 2518 26 นายศุภโยค พานิชวิทย์ พ.ศ. 2518-พ.ศ. 2519
27 นายเสน่ห์ วัฑฒนาธร พ.ศ. 2519-พ.ศ. 2521 28 นายธานี โรจรนาลักษณ์ พ.ศ. 2521-พ.ศ. 2525
29 นายเอนก สิทธิประศาสน์ พ.ศ. 2525-พ.ศ. 2529 30 เรือตรีสุกรี รักษ์ศรีทอง พ.ศ. 2529-พ.ศ. 2530
31 นายนิพนธ์ บุญญภัทโร พ.ศ. 2530-พ.ศ. 2532 32 พันโทกมล ประจวบเหมาะ พ.ศ. 2532-พ.ศ. 2533
33 ร้อยตรีณรงค์ แสงสุริยงค์ พ.ศ. 2533-พ.ศ. 2534 34 ร้อยตรีกิตติ ประทุมแก้ว พ.ศ. 2534-พ.ศ. 2535
35 นายวิสุทธิ์ สิงห์ขจรวรกุล พ.ศ. 2535 - พ.ศ. 2536 36 นายสุชาญ พงษ์เหนือ พ.ศ. 2536-พ.ศ. 2537
37 นายบัญญัติ จันทน์เสนะ พ.ศ. 2537-พ.ศ. 2538 38 นายประกิต เทพชนะ พ.ศ. 2538-พ.ศ. 2540
39 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ พ.ศ. 2540-พ.ศ. 2541 40 นายสวัสดิ์ กฤตรัชตนันต์ พ.ศ. 2541-พ.ศ. 2544
41 นายสวัสดิ์ แกล้วทนงค์ พ.ศ. 2544-พ.ศ. 2547 42 นายวิชม ทองสงค์ พ.ศ. 2547-พ.ศ. 2551
43 นายภาณุ อุทัยรัตน์ พ.ศ. 2551-พ.ศ. 2552 44 นายธีระ มินทราศักดิ์ พ.ศ. 2552-พ.ศ. 2554
45 นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน

[แก้] ศูนย์ราชการในเขตภาคใต้ตอนบน

  1. สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เขต 2
  2. กองทัพภาคที่ 4
  3. สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11
  4. ศูนย์วัณโรคเขต 11
  5. ศูนย์กามโรคเขต 11
  6. ศูนย์โรคเรื้อนเขต 11
  7. สำนักทางหลวงที่ 14
  8. ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 4 ทุ่งสง นครศรีธรรมราช
  9. สำนักตรวจเงินภูมิภาค ที่ 11
  10. สำนักงานโบราณคดี เขต 11
  11. ศูนย์เทคโนโลยีการสื่อสารเขต 11
  12. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 14
  13. ศาลปกครองนครศรีธรรมราช สำนักงานคดีปกครองนครศรีธรรมราช
  14. สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์เขต 8
  15. สำนักงานขนส่งทางน้ำที่ 4
  16. สำนักงานอนามัยเขต 11
  17. เขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์เขต 19
  18. ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเขต 11
  19. โรงพยาบาลแม่และเด็กเขต 11
  20. สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 ภาค 4
  21. สำนักงานพัฒนาชุมชนเขต 8
  22. กองพลทหารราบที่ 5
  23. กองพลพัฒนาที่ 4
  24. กองบัญชาการช่วยรบที่ 4
  25. มณฑลทหารบกที่ 41
  26. กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5
  27. กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 15
  28. กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 25
  29. ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 4
  30. กองกำลังทหารพราน กองทัพภาคที่ 4
  31. สำนักชลประทานที่ 15 นครศรีธรรมราช
  32. สำนักงานสภาคริสต์จักรภาคที่ 9
  33. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5
  34. สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เขต 12
  35. สำนักงานเทคนิคและการสื่อสารเขต 8 กรมตำรวจแห่งชาติ
  36. สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 12
  37. ศูนย์ข่าวทหารและพลเรือน เขต 8
  38. ฝายส่งน้ำและศูนย์บำรุงที่ 4 กรมชลประทาน
  39. ศูนย์ประชาชนชนบทเขต 8
  40. ศูนย์กลางการสื่อสารเขต 7
  41. ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อโดยแมลงที่ 1
  42. กองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 10
  43. กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42
  44. หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ที่ 44
  45. กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 427

[แก้] เศรษฐกิจ

[แก้] รายได้ประชากร

เศรษฐกิจโดยทั่วไปของจังหวัดขึ้นอยู่กับภาคเกษตร อาชีพหลัก คือ ทำสวนยางพารา ทำนา ทำไร่ การปลูกผลไม้ ทำสวนมะพร้าว การประมงและการเลี้ยงสัตว์ พัฒนาจากการสำรวจ พบว่า ประชาชนมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี เท่ากับ 73,451 บาท ซึ่งเป็นอันดับที่ 11 ของภาคใต้ และอันดับที่ 34 ของประเทศ

[แก้] สัญลักษณ์ประจำจังหวัด

  • ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด: พระบรมธาตุมีรัศมีล้อมรอบด้วย 12 นักษัตรโดยในสมัยรัชกาลพระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมราช ทรงมีพระปรีชาสามารถขยายอาณาเขตได้ครอบคลุมเมืองบริวารทั้งหลาย เมืองบริวารทั้งหมดต้องส่งเครื่องราชบรรณาการแก่พระเจ้าผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราช บรรดาเมืองบริวารทั้ง 12 เมืองได้แก่
  1. เมืองสายบุรี ใช้ตราหนู เมืองสายบุรีเป็นเมืองเก่าบนฝั่งแม่น้ำสายบุรี ประกอบด้วยชุมชนเกษตรกรรมบนพื้นราบริมทะเลหลายแห่ง จัดเป็นหัวเมืองที่ 1 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราหนู (ชวด) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะเป็นอำเภอในจังหวัดปัตตานี
  2. เมืองปัตตานี ใช้ตราวัว เมืองตานีเคยเป็นเมืองท่าสำคัญในภาคใต้ฝั่งตะวันออกซึ่งรู้จักในหมู่พ่อค้าต่างชาติช่วงพุทธศตวรรษที่ 10-18 ในชื่อ "ลังกาสุกะ" จัดเป็นหัวเมืองที่ 2 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราวัว (ฉลู) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคือจังหวัดปัตตานี
  3. เมืองกลันตัน ใช้ตราเสือ เมืองกลันตันเป็นชุมชนเก่าแก่ทางตะวันออกของคาบสมุทรมลายู แต่เดิมประชาชนนับถือศาสนาพุทธและฮินดู ในราวพุทธศตวรรษที่ 21 จึงเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม จัดเป็นหัวเมืองที่ 3 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราเสือ (ขาล) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะเป็นรัฐหนึ่งของประเทศมาเลเซีย
  4. เมืองปะหัง ใช้ตรากระต่าย เมืองปะหังเป็นชุมชนทางตอนล่างของแหลมมลายู ติดกับไทรบุรีหรือเกดะห์ จัดเป็นหัวเมืองที่ 4 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตรากระต่าย (เถาะ) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะเป็นรัฐหนึ่งในประเทศมาเลเซีย
  5. เมืองไทรบุรี ใช้ตรางูใหญ่ เมืองไทรบุรีเป็นชุมชนเก่าทางฝั่งตะวันตกของแหลมมลายู พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบและบึงตม เดิมประชาชนนับถือพุทธศาสนา ล่วงถึงพุทธศตวรรษที่ 20 จึงเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม จัดเป็นหัวเมืองที่ 5 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตรางูใหญ่ (มะโรง) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะเป็นรัฐหนึ่งในประเทศมาเลเซีย ชื่อว่า "เกดะห์"
  6. เมืองพัทลุง ใช้ตรางูเล็ก เมืองพัทลุงเป็นชุมชนเก่าแก่แต่ครั้งพุทธศตวรรษที่ 11-13 ได้รับอิทธพลทางพุทธศาสนาจากนครศรีธรรมราชอย่างต่อเนื่องทุกยุคสมัย จัดเป็นหัวเมืองที่ 6 ในทำเนียบสิบสองนักษัตร ถือตรางูเล็ก (มะเส็ง) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคือจังหวัดพัทลุง
  7. เมืองตรัง ใช้ตราม้า เมืองตรังเป็นเมืองท่าชายฝั่งทะเลตะวันตก ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ที่ควนธานี ต่อมาได้ย้ายไปที่กันตังและทับเที่ยงตามลำดับ จัดเป็นหัวเมืองที่ 7 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราม้า (มะเมีย) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคือจังหวัดตรัง
  8. เมืองชุมพร ใช้ตราแพะ เมืองชุมพรเป็นชุมชนเกษตรและท่าเรือบนคาบสมุทรขนาดเล็ก มีประชากรไม่มากนักเนื่องจากดินฟ้าอากาศไม่อำนวยให้ทำมาหากิน จัดเป็นหัวเมืองที่ 8 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราแพะ (มะแม) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคือจังหวัดชุมพร
  9. เมืองบันทายสมอ ใช้ตราลิง เมืองบันทายสมอสันนิษฐานว่าเป็นเมืองไชยา ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่มาแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๐ เป็นอย่างน้อย มีร่องรอยความเจริญทางเศรษฐกิจและศาสนาพุทธนิกายหินยานและมหายาน รวมทั้งศาสนาฮินดูนิกายไวษณพและนิกายไศวะจำนวนมาก จัดเป็นหัวเมืองที่ 9 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราลิง (วอก) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
  10. เมืองสะอุเลา ใช้ตราไก่ เมืองสะอุเลาสันนิษฐานว่าเป็นเมืองท่าทองอุแทหรือกาญจนดิษฐ์ ซึ่งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำท่าทอง และลุ่มคลองกะแดะ เคยมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวงชั้นเอกและเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญของนครศรีธรรมราช จัดเป็นหัวเมืองที่ 10 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราไก่ (ระกา) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคืออำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  11. เมืองตะกั่วป่า ใช้ตราสุนัข เมืองตะกั่วป่าเคยเป็นเมืองท่าสำคัญทางฝั่งทะเลตะวันตก เป็นแหล่งผลิตดีบุกและเครื่องเทศมาแต่โบราณ จัดเป็นหัวเมืองที่ 11 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราสุนัข (จอ) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคืออำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
  12. เมืองกระบุรี ใช้ตราหมู เมืองกระบุรีเป็นชุมชนเล็ก ๆ บนฝั่งแม่น้ำกระบุรี ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่า และภูเขาสลับซับซ้อน จัดเป็นหัวเมืองที่ 12 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราสุกร (กุน) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะเป็นอำเภอในจังหวัดระนอง
  • ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกราชพฤกษ์ (Cassis fistula)
  • ต้นไม้ประจำจังหวัด: แซะ (Millettia atropurpurea)
  • คำขวัญประจำเมือง: เราชาวนครอยู่เมืองพระ มั่นในสัจจะศีลธรรม กอปรกรรมดี มีมานะพากเพียร ไม่เบียดเบียนทำอันตรายผู้ใด
  • คำขวัญประจำจังหวัด: นครศรีธรรมราช เมืองประวัติศาสตร์ พระธาตุทองคำ ชื่นฉ่ำธรรมชาติ แร่ธาตุอุดม เครื่องถมสามกษัตริย์ มากวัดมากศิลป์ ครบสิ้นกุ้งปู
  • อักษรย่อจังหวัด : นศ
  • อักษรย่อภาษาอังกฤษ : NST

[แก้] ประชากร

  • จังหวัดนครศรีธรรมราช 1,516,499 คน
  • เทศบาลนครนครศรีธรรมราช 109,353 คน
  • เทศบาลเมืองปากพูน 32,398 คน
  • เทศบาลเมืองทุ่งสง 29,232 คน
  • เทศบาลเมืองปากพนัง 23,879 คน
  • เทศบาลตำบลที่วัง 13,203 คน
  • เทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ 13,072 คน
  • เทศบาลตำบลชะมาย 12,367 คน
  • เทศบาลตำบลท่างิ้ว 10,430 คน

[แก้] ศาสนา

ชาวนครศรีธรรมราชส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธประมาณ 92.08% รองลงมาได้แก่ ศาสนาอิสลาม 7.03% ศาสนาคริสต์ 0.89% นอกจากนั้นเป็นศาสนาอื่น ๆ (ข้อมูลประชากร 1,516,499 คน ปี พ.ศ. 2552)

[แก้] สถาบันการศึกษา

[แก้] การอุดมศึกษา

[แก้] รัฐบาล

[แก้] เอกชน

[แก้] การอาชีวศึกษา

[แก้] การอาชีวศึกษาเอกชน

[แก้] โรงเรียน

[แก้] โรงพยาบาล

[แก้] กระทรวงสาธารณสุข

[แก้] โรงพยาบาลศูนย์

[แก้] โรงพยาบาลทั่วไป

[แก้] โรงพยาบาลชุมชน

[แก้] กระทรวงกลาโหม

[แก้] กระทรวงศึกษาธิการ

[แก้] หน่วยงานราชการอิสระ

[แก้] เทศบาล

[แก้] เอกชน

[แก้] โครงการก่อสร้าง 2554

[แก้] การคมนาคม

ป้ายบอกเส้นทางบริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลท่าข้าม อำเภอพุนพิน
สนามบินนครศรีธรรมราช

ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช มีรถสองแถววิ่งบริการรอบเมือง และจากนครศรีธรรมราชไปสู่จังหวัดข้างเคียง สามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งรถตู้ รถโดยสาร และรถไฟ

  • จากนครศรีธรรมราชไปยังจังหวัดใกล้เคียง
    • กระบี่ 152 กิโลเมตร
    • ตรัง 123 กิโลเมตร
    • พัทลุง 115 กิโลเมตร
    • สงขลา 161 กิโลเมตร
    • สุราษฎร์ธานี 141 กิโลเมตร
  • จากอำเภอเมืองนครศรีธรรมราชไปยังอำเภออื่นๆ
    • อำเภอพรหมคีรี 21 กิโลเมตร
    • อำเภอลานสกา 21 กิโลเมตร
    • อำเภอเฉลิมพระเกียรติ 22 กิโลเมตร
    • อำเภอท่าศาลา 28 กิโลเมตร
    • อำเภอร่อนพิบูลย์ 32 กิโลเมตร
    • อำเภอปากพนัง 36 กิโลเมตร
    • อำเภอจุฬาภรณ์ 50 กิโลเมตร
    • อำเภอช้างกลาง 50 กิโลเมตร
    • อำเภอเชียรใหญ่ 52 กิโลเมตร
    • อำเภอนบพิตำ 52 กิโลเมตร
    • อำเภอทุ่งสง 55 กิโลเมตร
    • อำเภอสิชล 66 กิโลเมตร
    • อำเภอหัวไทร 66 กิโลเมตร
    • อำเภอฉวาง 71 กิโลเมตร
    • อำเภอชะอวด 71 กิโลเมตร
    • อำเภอนาบอน 72 กิโลเมตร
    • อำเภอพระพรหม 15 กิโลเมตร
    • อำเภอพิปูน 93 กิโลเมตร
    • อำเภอบางขัน 94 กิโลเมตร
    • อำเภอขนอม 100 กิโลเมตร
    • อำเภอทุ่งใหญ่ 102 กิโลเมตร
    • อำเภอถ้ำพรรณรา 103 กิโลเมตร

[แก้] ทางรถไฟ

  • รถไฟ จากสถานีรถไฟกรุงเทพ มีขบวนรถเร็วขบวนที่173/174 รถด่วนขบวนที่85/86 ไปนครศรีธรรมราช รวมระยะทาง 832 กิโลเมตร และยังมีรถท้องถิ่นที่451/452 นครศรีธรรมราช-สุไหงโกลก-นครศรีธรรมราช ขบวนที่455/456 นครศรีธรรมราช-ยะลา-นครศรีธรรมราช ขบวนที่457/458

นครศรีธรรมราช-พัทลุง-นครศรีธรรมราช

[แก้] ทางรถโดยสารประจำทาง

บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารทั้งแบบธรรมดา และปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี อำเภอขนอม มีรถวี ไอ พี ปรับอากาศ ชั้น 1 ขนอม-กรุงเทพฯ และกรุงเทพฯ-ขนอม

[แก้] ทางรถยนต์ส่วนบุคคล

การเดินทางจากกรุงเทพมายังนครศรีธรรมราช ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 กรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านสุราษฎร์ธานี-ทุ่งสง จนถึงนครศรีธรรมราช หรือถึงอำเภอพุนพิน สุราษฎร์ธานี แล้วใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 401 เลียบชายฝั่งทะเลไปจนถึงนครศรีธรรมราช รวมระยะทาง 780 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางยังอำเภออื่นๆ หรือจังหวัดใกล้เคียงได้ โดยมีระยะทางดังนี้

[แก้] ทางอากาศยาน

ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช มีเที่ยวบินให้บริการ 7 เที่ยวบินต่อวัน โดยมี 3 สายการบินคือ นกแอร์ ไทยแอร์เอเชีย และโอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช

[แก้] สถานที่ท่องเที่ยว

[แก้] อำเภอเมือง

[แก้] อำเภอลานสกา

[แก้] อำเภอพรหมคีรี

[แก้] อำเภอท่าศาลา

[แก้] อำเภอสิชล

[แก้] อำเภอเชียรใหญ่

[แก้] อำเภอนบพิตำ

[แก้] อำเภอช้างกลาง

[แก้] อำเภอฉวาง

[แก้] อำเภอถ้ำพรรณรา

[แก้] อำเภอขนอม

[แก้] อำเภอปากพนัง

[แก้] อำเภอร่อนพิบูลย์

[แก้] อำเภอทุ่งสง

[แก้] อำเภอทุ่งใหญ่

[แก้] อำเภอพิปูน

[แก้] อำเภอนาบอน

[แก้] สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

[แก้] อุทยานแห่งชาติทางบก

[แก้] อุทยานแห่งชาติทางทะเล

[แก้] เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

[แก้] เทศกาลงานประเพณี

[แก้] สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก


[แก้] เพลงประจำจังหวัด

ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช มีเชื้อชาติไทยพำนักทางปักษ์ใต้
ตั้งนครสุนทรสง่ามาแต่ไร ปัญญาไวฉลาดเฉลียวเชี่ยวปฏิภาณ

เคยมีชื่อเด่นชัดในประวัติศาสตร์ สืบทายาทตระกูลใหญ่เกียรติไพศาล
มีพระธาตุขวัญเมืองเรืองสักการ ตามตำนานชาติไทยได้มีมา

จนบัดนี้ก็ยังมีความดีเด่น สมที่เป็นเมืองสำคัญอันสุดหา
สมเป็นด่านด้านใต้ใกล้คงคา พึงรักษาเกียรติไว้คู่ไทยเทอญ

(ซ้ำ ทั้งเพลง 1 รอบ)

[แก้] ความเป็นที่สุด

  • ชายฝั่งทะเลยาวที่สุด 236 กิโลเมตร
  • แหลมทะเลยาวที่สุดในประเทศไทย คือ แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง เกิดจากการทับถมของทรายที่น้ำทะเลพัดพามา จนกลายเป็น สันดอนจะงอย ยื่นยาวเป็นแหลมออกไปจากชายฝั่งทะล มีความยาวประมาณ 16 กิโลเมตร ส่วนกว้างที่ของแหลมประมาณ 5 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยที่มีบริเวณกว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ภายในวิทยาเขตเดียวมากกว่า 10,000 ไร่ ปัจจุบันมีนิสิตกำลังศึกษาอยู่มากกว่า 7,500 คน
  • จังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดในภาคใต้ คือ 1,513,163 คน (ข้อมูล พ.ศ. 2551)
  • มียอดเขาสูงที่สุดในภาคใต้ คือ ยอดเขาหลวง มีความสูง 1,835 เมตร จากระดับน้ำทะเล และเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขานครศรีธรรมราช ปัจจุบันอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง

[แก้] แหล่งทรัพยากรทางด้านพลังงาน

ภาพแสดงแผนที่ของแอ่งสินปุนในบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช โดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
  • แอ่งสินปุน แหล่งถ่านหินลิกไนส์ ปริมาณสำรอง 91 เมกตริกตัน ที่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช
  • แอ่งนคร แหล่งศักยภาพปิโตรเลียม อยู่ห่างออกไปจากชายฝั่ง อ.สิชล ประมาณ 50 กิโลเมตรทางทิศตะวันออก
  • แอ่งปัตตานี แหล่งปิโตรเลียม อยู่ห่างออกไปจากชายฝั่ง อ.ปากพนัง ทางทิศตะวันออก ประมาณ 100 กิโลเมตร
  • แอ่งสงขลา แหล่งศักยภาพปิโตรเลียม อยู่ห่างออกไปจากชายฝั่ง อ.หัวไทร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 50 กิโลเมตร
  • แอ่งมาเลร์เหนือ แหล่งปิโตรเลียม อยู่ห่างออกไปจากชายฝั่ง อ.หัวไทร ทางทิศตะวันออก ประมาณ 250 กิโลเมตร

[แก้] อ้างอิง

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

Commons

พิกัดภูมิศาสตร์: 8°24′N 99°58′E / 8.4°N 99.97°E / 8.4; 99.97

เครื่องมือส่วนตัว
สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น