จังหวัดกาญจนบุรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จังหวัดกาญจนบุรี
ตราประจำจังหวัดกาญจนบุรี
ตราประจำจังหวัด
เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัดกาญจนบุรีด้านหน้า เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัดกาญจนบุรีด้านหลัง
เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัด
แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย กาญจนบุรี
ชื่ออักษรโรมัน Kanchanaburi
ชื่อไทยอื่นๆ เมืองกาญจน์
ผู้ว่าราชการ นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2554)
ISO 3166-2 TH-71
ต้นไม้ประจำจังหวัด ขานาง
ดอกไม้ประจำจังหวัด กาญจนิกา
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 19,483.148 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 3)
ประชากร 842,882 คน[2] (พ.ศ. 2556)
(อันดับที่ 29)
ความหนาแน่น 43.26 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 74)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี ถนนแสงชูโต ตำบลปากแพรก อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 71000
โทรศัพท์ (+66) 0 3451 1778
เว็บไซต์ จังหวัดกาญจนบุรี
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดกาญจนบุรี

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

สำหรับกาญจนบุรี ในความหมายอื่น ดูที่ กาญจนบุรี (แก้ความกำกวม)

จังหวัดกาญจนบุรี ลักษณะทางภูมิประเทศส่วนใหญ่จะเป็นป่า ซึ่งจะมีทั้งป่าดงดิบและป่าโปร่ง มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 19,473 ตารางกิโลเมตร มีระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 129 กิโลเมตร มีชายแดนติดต่อกับสาธารณรัฐสหภาพพม่าระยะทางประมาณ 370 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ได้แก่ ทิศเหนือ จดจังหวัดตากและจังหวัดอุทัยธานี ทิศใต้ จดจังหวัดราชบุรี ทิศตะวันออก จด จังหวัดสุพรรณบุรีและนครปฐม ทิศตะวันตก จด สาธารณรัฐสหภาพพม่า

ประวัติ[แก้]

ประตูเมืองกาญจนบุรี สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2374

ความเป็นมาของกาญจนบุรี เท่าที่มีการค้นพบหลักฐานนั้น ย้อนไปได้ถึงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อมีการค้นพบเครื่องมือหินในบริเวณบ้านเก่า อำเภอเมืองฯ ล่วงมาถึงสมัยทวารวดี ซึ่งมีหลักฐานคือซากโบราณสถานที่ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี เป็นเจดีย์ลักษณะเดียวกับจุลประโทนเจดีย์ที่จังหวัดนครปฐม บ้านคูบัว จังหวัดราชบุรี และเมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้งค้นพบโบราณวัตถุ เช่น พระพิมพ์สมัยทวารวดีจำนวนมาก สืบเนื่องต่อมาถึงสมัยพุทธศตวรรษที่ 16-18 หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบคือปราสาทเมืองสิงห์ ซึ่งมีรูปแบบศิลปะแบบขอม สมัยบายน

กาญจนบุรียังปรากฏในพงศาวดารเหนือว่า กาญจนบุรีเป็นเมืองขึ้นของสุพรรณบุรีในสมัยสุโขทัย ครั้นมาถึงสมัยอยุธยา กาญจนบุรีก็มีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญจนกระทั่งถึงสมัยกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ ต่อมาจนถึง พ.ศ. 2374 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้โปรดให้ก่อสร้างกำแพงเมืองและป้อมปราการขึ้นเป็นถาวร และได้แยกออกจากสุพรรณบุรี ทั้งนี้โดยมีพระราชประสงค์ส่วนใหญ่เพื่อติดต่อค้าขายกับเมืองราชบุรี ดังพระราชนิพนธ์เสด็จพระพาสไทรโยค กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า "แต่มีเมืองปากแพรกเป็นที่ค้าขาย ด้วยเขาชนไก่เมืองเดิมอยู่เหนือมากมีแก่งถึงสองแก่ง ลูกค้าไปมาลำบาก จึงลงมาตั้งเมืองเสียที่ปากแพรกนี้เป็นทางไปมาแก่เมืองราชบุรีง่าย เมืองที่สร้างขึ้นใหม่ กว้าง 5 เส้น ยาว 18 วา มีป้อม 4 มุมเมือง ป้อมย่านกลางด้านยาวตรงหน้าเมืองทิศตะวันตกเฉียงใต้มีป้อมใหญ่อยู่ตรงเนิน ด้านหลังมีป้อมเล็กตรงกับป้อมใหญ่ 1 ป้อม" การสร้างเมืองกาญจนบุรีใหม่นี้ ดังปรากฏในศิลาจารึกดังนี้ ให้พระยาราชวรินทร์ เจ้ากรมพระตำรวจเป็นพระยาประสิทธิสงครามรามภักดีศรีพิเศษประเทศนิคมภิรมย์ราไชยสวรรค์พระยากาญจนบุรี ครั้งกลับเข้าไปเฝ้าโปรดเกล้าฯว่าเมืองกาญจนบุรีเป็นเมืองอังกฤษ พม่า รามัญ ไปมาให้สร้างเมืองก่อกำแพงขึ้นไว้จะได้เป็นชานพระนครเขื่อนเพชรเขื่อนขัณฑ์มั่นคงไว้แห่งหนึ่ง ในปัจจุบันกำแพงถูกทำลายลงโดยธรรมชาติและหน่วยราชการเพื่อประโยชน์อย่างอื่น เหลือเพียงประตูเมืองและกำแพงเมืองบางส่วน

ต่อมา ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อมีการจัดรูปแบบการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาล กาญจนบุรีถูกโอนมาขึ้นกับมณฑลราชบุรี และยกฐานะเป็นจังหวัดกาญจนบุรีในปี พ.ศ. 2467

เหตุการณ์ที่ทำให้กาญจนบุรีมีชื่อเสียงไปทั่วโลก คือช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นตัดสินใจสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ จากชุมทางหนองปลาดุกในประเทศไทย ไปยังเมืองทันบีอูซายัตในพม่า โดยเกณฑ์เชลยศึกและแรงงานจำนวนมากมาเร่งสร้างทางรถไฟอย่างหามรุ่งหามค่ำ จนทำให้มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ทั้งจากความเป็นอยู่ที่ยากแค้นและโรคภัยไข้เจ็บที่รุมเร้า ซึ่งภาพและเรื่องราวของความโหดร้ายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปรากฏอยู่ในพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในกาญจนบุรี

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

จังหวัดกาญจนบุรีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ 98 ตำบล 943 หมู่บ้าน 206 ชุมชน

  1. อำเภอเมืองกาญจนบุรี
  2. อำเภอไทรโยค
  3. อำเภอบ่อพลอย
  4. อำเภอศรีสวัสดิ์
  5. อำเภอท่ามะกา
  6. อำเภอท่าม่วง
  7. อำเภอทองผาภูมิ
  1. อำเภอสังขละบุรี
  2. อำเภอพนมทวน
  3. อำเภอเลาขวัญ
  4. อำเภอด่านมะขามเตี้ย
  5. อำเภอหนองปรือ
  6. อำเภอห้วยกระเจา
 แผนที่

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 122 แห่ง แบ่งตามประเภทและอำนาจบริหารจัดการภายในท้องที่ได้เป็น องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาล 46 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 75 แห่ง [3]

หน่วยกู้ภัยประจำจังหวัด[แก้]

มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี ที่ตั้งปัจจุบัน 39 หมู่ 6 ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี 71150 โทรศัพท์ 0845723677 , 0849751669 แฟ็กซ์ 034565156 เป็นมูลนิธิกู้ภัย ซึ่งเป็นมูลนิธิประจำจังหวัดกาญจนบุรี และมีความยากจนมาก พนักงานของมูลนิธิฯ ทำงานด้วยจิตใจ ไม่มีเงินเดือน เนื่องจากมูลนิธิไม่ได้ออกเรี่ยไรตามตลาด ร้านค้า มีเพียงให้ผู้มีจิตศรัทธามาร่วมทำบุญกันที่ที่ทำการมูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี และสำนักงานย่อยของมูลนิธิทุกอำเภอเท่านั้น ก่อตั้งมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 นับถือหลวงปู่ไต้ฮงกงโจวซือ ผู้บุกเบิกงานสาธารณกุศลและการเก็บศพ ปัจจุบันทางมูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรีขาดแคลนรถพยาบาล และรถกู้ภัย รวมทั้งอุปกรณ์ชุดประดาน้ำ เนื่องจากพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี มีพื้นที่กว้างใหญ่และประชากรยากจน อาสาสมัครของมูลนิธิจึงต้องอุทิศทั้งแรงกาย แรงใจ และทุนทรัพย์ ในการช่วยเหลือทุกๆคน ทุกๆชาติ โดยมีอุดมคติประจำใจว่า "ทุกคน ทุกชีวิต คือ ญาติ และพี่น้องของเรา ดังนั้น เราจะช่วยทุกคน จนสุดความสามารถ"

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

จังหวัดกาญจนบุรี คือดินแดนแห่งธรรมชาติ อันอุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่า พรรณไม้ โถงถ้ำ น้ำตก และประเพณีวัฒนธรรมอันหลากหลายของผู้คนหลากเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออารี ทั้งไทย พม่า มอญ ปากะญอ (กะเหรี่ยง) ฯลฯ

ยิ่งไปกว่านั้น กาญจนบุรียังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเหตุการณ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีอนุสรณสถานหลายแห่งปรากฏให้เห็นเป็นหลักฐาน เช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว สุสานทหารสัมพันธมิตร พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ฯลฯ


อุทยาน[แก้]

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์

น้ำตก[แก้]

น้ำพุร้อน[แก้]

เขื่อน[แก้]

วัด[แก้]

อื่น ๆ[แก้]

สะพานข้ามแม่น้ำแคว (ถ่ายเมื่อปี พ.ศ. 2552)

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

คำขวัญประจำจังหวัด[แก้]

แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก

การศึกษา[แก้]

อุดมศึกษา[แก้]

โรงเรียน[แก้]

ชาวกาญจนบุรีทีมีชื่อเสียง[แก้]

ซังกี่ โคมเวียน แชมป์จักรยานทางไกล กรุงเทพ -เชียงใหม่คนแรกของประเทศไทย

อ้างอิง[แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จานวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556
  3. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. กระทรวงมหาดไทย. "สรุปข้อมูล อปท ทั่วประเทศ." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dla.go.th/work/abt/index.jsp 2556. สืบค้น 20 กันยายน 2556.

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]