คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
| ชื่ออังกฤษ | Faculty of Medicine Chulalongkorn University |
|---|---|
| ที่อยู่ | 1873 ถนนพระรามที่ 4 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 |
| วันก่อตั้ง | 4 มิถุนายน พ.ศ. 2490 |
| คณบดี | รศ.นพ.โศภณ นภาธร |
| วารสาร | จุฬาลงกรณ์เวชสาร |
| สีประจำคณะ | สีเขียวใบไม้ |
| สัญลักษณ์ | พระเกี้ยวล้อมด้วยชื่อคณะบนพื้นวงกลมสีทอง |
| สถานปฏิบัติการ | โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย |
| เว็บไซต์ | www.md.chula.ac.th |
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2490 ภายใต้มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์นับเป็นคณะแพทยศาสตร์แห่งที่ 2 ของประเทศ ต่อจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ถือกำเนิดจากพระราชปรารภในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 โดยดำเนินงานร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีหน้าที่หลักในการผลิตบัณฑิตทั้งในระดับปริญญาบัณฑิตและบัณฑิตศึกษา การวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ทางการแพทย์และสหศาสตร์ และการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชนทั่วไป มีผลงานด้านการรักษาพยาบาลและงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ
[แก้] ประวัติ
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือกำเนิดขึ้นในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์จากพระราชปรารภในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร[1][2] ด้วยมีพระราชประสงค์ให้มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) ผลิตแพทย์เพิ่มมากขึ้นให้เพียงพอที่จะช่วยเหลือประชาชน เนื่องจากในขณะนั้นคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เป็นสถานที่ฝึกอบรมรมแพทย์เพียงแห่งเดียวของประเทศ มีทรัพยากรและสถานที่จำกัดไม่สามารถรองรับการผลิตแพทย์เพิ่มขึ้นได้อีก จึงจำเป็นต้องหาสถานที่แห่งใหม่เพื่อรองรับการผลิตแพทย์เพิ่มอย่างมีคุณภาพ โดยที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ของสภากาชาดไทย มีความพร้อมทั้งในด้านสถานที่และอุปกรณ์ ด้วยเคยใช้เป็นโรงเรียนแพทย์ทหารบกมาก่อน สามารถพัฒนาให้เป็นโรงเรียนแพทย์แห่งที่สองของประเทศต่อไปได้
เพื่อสนองพระราชปรารภดังกล่าว ผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ในขณะนั้น (ศาสตราจารย์ นพ.เฉลิม พรมมาส) จึงได้ติดต่อประสานงานการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์แห่งใหม่ผ่านทางผู้อำนวยการกองบรรเทาทุกข์และอนามัย สภากาชาดไทย (ศาสตราจารย์อุปการคุณ พลตรี พระยาดำรงแพทยาคุณ) โดยขอใช้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอน คณะแพทยศาสตร์แห่งใหม่จึงก่อกำเนิดขึ้นในนาม "คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์" และสามารถเปิดการเรียนการสอนได้ ภายใน 9 เดือนเศษนับจากวันที่ได้เริ่มมีการติดต่อครั้งแรก โดยมีพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ในกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2490[3] ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 มีผลบังคับใช้วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2490 ให้แบ่งส่วนราชการคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ออกเป็น 10 แผนก ได้แก่ แผนกอำนวยการ แผนกกายวิภาคศาสตร์ แผนกสรีระวิทยา แผนกพยาธิวิทยา แผนกอายุรศาสตร์ แผนกศัลยศาสตร์ แผนกสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา แผนกรังสีวิทยา แผนกกุมารเวชศาสตร์ และ แผนกจักษุวิทยาและวิทยาโสตนาสิกลาริงซ์ ภายหลังได้โอนมาสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2510[4][5][6] ปัจจุบันแบ่งส่วนงานออกเป็น 21 ภาควิชาและสำนักงานเลขานุการคณะ[7] โดยในแต่ละภาควิชาของคณะแพทยศาสตร์มีฐานะเป็นแผนกหนึ่งของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นอกจากนี้คณาจารย์ของคณะแพทยศาสตร์ ยังปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์ประจำในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อีกด้วย[8]
ในปี พ.ศ. 2550 เป็นโอกาสพิเศษที่สำคัญยิ่งคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชจะทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ครบรอบ 90 ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [1] และครบ 60 ปีของการก่อตั้งคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [2] คณะแพทยศาสตร์ได้จัดกิจกรรมต่างๆเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง อาทิ CHULA MEDICAL EXPO 2007 [3] The 4th congress of the Asian Medical Education Association (AMEA 2007) [4] การประชุมวิชาการระดับชาติด้านผู้สูงวัยและผู้สูงอายุ [5] ฯลฯ
[แก้] พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร คณะกรรมการบริหารสมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาลงกรณ์ ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จึงดำเนินการขอพระบรมราชานุญาตจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เพื่อประดิษฐานหน้าอาคาร อานันทมหิดล โดยได้ติดต่อ คุณไข่มุก ชูโต เป็นปฏิมากรผู้ออกแบบปั้นพระบรมรูป ซึ่งหล่อด้วยส่วนผสมของทองเหลืองและทองแดง มีขนาดหนึ่งเท่าครึ่งของพระองค์จริง ประทับนั่งเหนือพระเก้าอี้ ผินพระพักตร์ไปทางเบื้องขวาเล็กน้อย โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินวางศิลาฤกษ์แท่นประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2528 และ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงเททองหล่อพระบรมรูป เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2528 หลังการดำเนินการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์แล้วเสร็จ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 [9] อนึ่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์เป็นประจำทุกปีสืบเนื่องถึงปัจจุบัน
[แก้] วันอานันทมหิดล
วันอานันทมหิดล เป็นวันที่มีความสำคัญต่อชาวแพทย์จุฬาฯ กล่าวคือเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรพระผู้พระราชทานกำเนิดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งตรงกับวันที่ 9 มิถุนายน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงดำริที่จะจัดงานวันอานันทมหิดลขึ้นเป็นประจำทุกปี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านซึ่งได้สร้างคุณูปการด่อวงการแพทย์และการศึกษา เพื่อเป็นการเผยแผ่พระเกียรติคุณให้เป็นที่ประจักษ์ ตลอดจนเป็นการเฉลิมพระเกียรติล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 8 ให้พสกนิกรได้ร่วมน้อมรำลึกถึงพระองค์สืบไป
กิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วยพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ซึ่งประดิษฐานหน้าอาคาร "อานันทมหิดล" คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ของ คณาจารย์ แพทย์ พยาบาล นิสิตแพทย์และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน การจัดทำเข็มกลัดที่ระลึกเนื่องในวันอานันทมหิดล เพื่อออกรับบริจาคโดยนิสิตแพทย์ รายได้สมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดลและช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ การจัดการแข่งขันตอบปัญหาวิชาการชีววิทยาและวิทยาศาสตร์การแพทย์เนื่องในวันอานันทมหิดลชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การจัดงานเสวนาเนื่องสัปดาห์วันอานันทมหิดล และกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์อื่น ๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
[แก้] ทำเนียบคณบดี
ตามข้อตกลงระหว่างมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์และสภากาชาดไทยให้คณบดีคณะแพทยศาสตร์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นบุคคลคนเดียวกันแต่แยกการบริหารออกเป็น 2 หน่วยงาน รายนามคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีดังนี้
[แก้] ภาควิชา
[แก้] หลักสูตร
[แก้] ปริญญาตรี
หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต
[แก้] ประกาศนียบัตรบัณฑิต
หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก
|
|
[แก้] ปริญญาโท
หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
- สาขาวิชาเวชศาสตร์การกีฬา
- สาขาวิชากาวิจัยและการจัดการด้านสุขภาพ
- สาขาวิชาปรสิตวิทยาทางการแพทย์
- สาขาวิชาอายุรศาสตร์
- สาขาวิชาชีวเคมีทางการแพทย์
- สาขาวิชาฉายาเวชศาสตร์
- สาขาวิชาสุขภาพจิต
- สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (หลักสูตรปกติ)
- สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (หลักสูตรนานาชาติ)
- สาขาวิชาการพัฒนาสุขภาพ (หลักสูตรนานาชาติ)
- สหสาขาวิชาจุลชีววิทยาทางการแพทย์
- สหสาขาวิชาสรีรวิทยา
- สหสาขาวิชาเภสัชวิทยา
[แก้] ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง
หลักสูตรระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูงทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก
|
|
[แก้] ปริญญาเอก
หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต
- สาขาวิชาอายุรศาสตร์
- สาขาวิชาวิจัยและการจัดการด้านสุขภาพ
- สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (หลักสูตรปกติ)
- สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (หลักสูตรนานาชาติ)
- สหสาขาวิชาจุลชีววิทยาทางการแพทย์
- สหสาขาวิชาสรีรวิทยา
- สหสาขาวิชาเภสัชวิทยา
- สหสาขาวิชาชีวเวชศาสตร์ (Biomedical Sciences)
[แก้] สถาบันร่วมผลิตแพทย์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ริเริ่มจัดโครงการส่งเสริมการศึกษาแพทย์สำหรับชาวชนบท (Medical Education for Students in Rural Area Project-MESRAP) เป็นครั้งแรกของประเทศเมื่อ พ.ศ. 2521[10] เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาทางด้านแพทยศาสตร์ไปสู่ชนบทเป็นครั้งแรก และเป็นแม่แบบของโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (Collaborative Project to Increase Production of Rural Doctor-CPIRD) ของกระทรวงสาธารณสุขในเวลาต่อมา โดยคณะได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข จัดการเรียนการสอนชั้นคลินิกที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรีและโรงพยาบาลชลบุรี นอกจากนี้ยังได้ริเริ่มโครงการการศึกษาแพทย์แนวใหม่เป็นแห่งแรกของประเทศไทยตั้งแต่พ.ศ. 2531 โดยเป็นโครงการร่วมระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย-กองทัพอากาศดำเนินการรับนิสิตที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสายวิทยศาสตร์ มาศึกษาต่อในสาขาแพทยศาสตร์เป็นเวลา 5 ปี โดยใช้โรงพยาบาลภูมิพลอดุลเดชเป็นสถานที่เรียนชั้นคลินิก และยุติโครงการไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550
ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงและพัฒนาโครงการผลิตแพทย์ต่างๆตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีโครการที่ยังคงดำเนินการอยู่ ได้แก่ โครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2537 โครงการทุนกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (One Doctor One District project-ODOD) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 และโครงการลงทุนขนาดใหญ่ภาครัฐด้านสาธารณสุข (Mega project) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549-2550 โดยนิสิตในทุกโครงการจะศึกษาในชั้นปีที่1-3 (พรีคลินิก) ที่คณะแพทยศาสตร์และคณะอื่นๆในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นจึงไปศึกษาต่อระดับชั้นคลินิกในโรงพยาบาลที่ให้ความร่วมมือในโครงการผลิตแพทย์ต่างๆ ดังนี้
| โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย | จังหวัด | สังกัด |
|---|---|---|
| โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ | กรุงเทพมหานคร | สภากาชาดไทย |
| สถาบันร่วมผลิตแพทย์ | จังหวัด | สังกัด |
|---|---|---|
| ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลชลบุรี | จังหวัดชลบุรี | กระทรวงสาธารณสุข |
| ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า | จังหวัดจันทบุรี | กระทรวงสาธารณสุข |
| กองแพทยศาสตรศึกษา โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช | กรุงเทพมหานคร | กรมแพทย์ทหารอากาศ กองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ กองทัพอากาศ |
[แก้] ศูนย์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จัดตั้งศูนย์เชี่ยวชาญพิเศษในสาขาต่างๆเพื่อสนับสนุนการให้บริการทางการแพทย์ ซึ่งศูนย์ต่างๆได้สร้างชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ และสำหรับศูนย์เชี่ยวชาญพิเศษในสาขาต่างๆ มีรายชื่อดังนี้
- ศูนย์โรคลมชักครบวงจร ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
- ศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะจุฬาลงกรณ์
- ศูนย์โรคตับและปลูกถ่ายตับ
- ศูนย์เลเซอร์สายตาจุฬาฯ (Chula Excimer Laser Center)
- ศูนย์เลเซอร์วิเคราะห์ขั้วประสาทตา Glaucoma Imaging & Diagnostic Center
- ศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
- ศูนย์รักษาพาร์กินสันและกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติแบบครบวงจร
- ศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ (Information Center for Emerging Infectious Diseases)
- ศูนย์ผลิตและพัฒนาสื่อคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา
- ศูนย์สุขภาพเฉลิมพระเกียรติ (Wellness Center)
- ศูนย์ฝึกผ่าตัด
- ศูนย์วิทยาการวิจัยแพทยศาสตร์
- Chula Clinical Research Center
- ศูนย์วิจัยทางการแพทย์ (Chula Medical Research Center-Chula MRC)
- ศูนย์เทคโนโลยีการผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ (Chula Medical Inventor Technology Center, Chula-MITC )
- ศูนย์การจัดประชุมวิชาการ
- ศูนย์เวชศาสตร์ครอบครัวโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
[แก้] หน่วยวิจัย
- หน่วยหลอดเลือดจุลภาค (Microculation Research Unit)
- หน่วยปฏิบัติการวิจัยอณูพันธุศาสตร์ทางการแพทย์ (Molecular Genetics for Medicine Research Unit
- หน่วยปฏิบัติการวิจัยด้านพิษงูและงูพิษกัด (Snake Bite and Venom Research Unit)
- หน่วยปฏิบัติการวิจัยเส้นประสาท (Peripheral Nerve Research Unit)
- หน่วยปฏิบัติการวิจัยฟื้นฟูระบบประสาท (Neurorehabilitation Research Unit)
- หน่วยปฏิบัติการวิจัยระบาดวิทยาทางจิตเวชศาสตร์และสุขภาพจิต (Epidemiology in Psychiatry and Mental Health Research Unit)
- หน่วยปฏิบัติการวิจัยอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์ของการเกิดมะเร็ง (Molecular Biology and Genetics of Cancer Development Research Unit)
- หน่วยปฏิบัติการวิจัยโรคเท้าช้าง (Lymphatic Filariasis Research Unit)
- หน่วยปฏิบัติการวิจัยการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร
- หน่วยปฏิบัติการวิจัยลูปัส (Lupus Research Unit)
- หน่วยปฏิบัติการวิจัยชีวเคมีและชีววิทยาโมเลกุลของโรคทางเมแทบอลิซึม (Biochemistry and Molecular Biology of Metabolic Disease Research Unit)
[แก้] เกียรติประวัติ
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบความสำเร็จทางด้านการแพทย์มากมาย โดยผลงานเด่น ๆ มีดังนี้ [11]
- พ.ศ. 2494 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัด Leino-renal shunt รักษาโรคหลอดเลือดที่หลอดอาหารโป่งพองครั้งแรกของประเทศ
- พ.ศ. 2494 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัด Pneumonectomy ครั้งแรกของประเทศ
- พ.ศ. 2494 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการรักษาโปลิโอด้วย Artificial Respirator เครื่องแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2494 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการทำ Cerebral angiography & air study ครั้งแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2495 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมครั้งแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2496 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดการโป่งของหมอนรองกระดูกสันหลังรายแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2496 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการ Cardiac Catheterization ครั้งแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2496 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัด Lobectomy ครั้งแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2496 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดหัวใจ Patent ductus arteriosus ครั้งแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2497 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเข้าในหัวใจครั้งแรกของประเทศไทย (closed mitral valvulotomy)
- พ.ศ. 2500 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการทำ TUR-P รายแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2501 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการรักษามะเร็งด้วย Cobalt 60 ครั้งแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2502 การผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาดำครั้งแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2502 ผ่าตัดหัวใจโดยใช้เครื่องปอดหัวใจเทียมครั้งแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2504 ผ่าตัดหูโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ครั้งแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2505 เปิดสาขาประสาทศัลยศาสตร์และแผนกวิสัญญีวิทยาเป็นครั้งแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2507 ริเริ่มรักษาไตวายด้วยเครื่องฟอกไตเทียมเป็นแห่งแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2508 เปิดหน่วยวิจัยคุมกำเนิดและวางแผนครอบครัวเป็นแห่งแรกของประเทศ
- พ.ศ. 2511 ริเริ่ม Radioimmunoassay แห่งแรก
- พ.ศ. 2513 ริเริ่มให้วัคซีน BCG ในเด็กแรกคลอดทุกราย
- พ.ศ. 2514 ริเริ่มการใช้ Lithium รักษา Manic depressive ครั้งแรก
- พ.ศ. 2515 การผ่าตัดเปลี่ยนไตเป็นครั้งแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2516 จัดตั้งห้องปฏิบัติการโครโมโซมแห่งแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2516 ริเริ่มการผ่าตัดสายตาด้วยเลเซอร์เป็นแห่งแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2517 ริเริ่มการใช้ ultrasound เป็นแห่งแรกในประเทศไทย
- พ.ศ. 2517 ริเริ่มการทำหมันผ่านช่องคลอด
- พ.ศ. 2519 ริเริ่มรักษาทางจิตเวชด้วยการช็อกไฟฟ้า โดยการดมยาสลบเป็นครั้งแรกของประเทศ
- พ.ศ. 2521 ริเริ่มโครงการส่งเสริมการศึกษาแพทย์สำหรับชาวชนบทแห่งแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2522 ริเริ่มผ่าตัดทำหมันหญิงโดยใช้ห่วง Falopering ผ่านกล้องเป็นครั้งแรก
- พ.ศ. 2523 ทำ Transphenoidal surgery for pituitary tumor เป็นครั้งแรก
- พ.ศ. 2524 ริเริ่มการใช้ CT scan เป็นแห่งแรกในประเทศไทย
- พ.ศ. 2525 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดแยกแฝดสยามรายแรกของประเทศและรายที่ 3 ของโลก
- พ.ศ. 2525 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดย้ายนิ้วเท้ามาแทนนิ้วมือด้วยจุลศัลยกรรมครั้งแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2525 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเนื้องอกลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้องครั้งแรก
- พ.ศ. 2527 วินิจฉัยผู้ป่วยเอดส์รายแรกในประเทศไทย
- พ.ศ. 2528 ริเริ่มรักษามะเร็งปากมดลูกด้วยแร่กัมมันตภาพรังสี Cs137
- พ.ศ. 2528 First Cochlear transplantation
- พ.ศ. 2529 ริเริ่มทำ Fine needle aspiration ครั้งแรก
- พ.ศ. 2530 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเป็นครั้งแรก ในประเทศไทย
- พ.ศ. 2530 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการรักษาภาวะการมีบุตรยากด้วยวิธีเด็กหลอดแก้ว (Thailand First test tube baby) รายแรกของประเทศไทย
- พ.ศ. 2531 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเปลี่ยนตับเป็นครั้งแรกใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- พ.ศ. 2531 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการใช้เครื่องระเบิดนิ่วรายแรก
- พ.ศ. 2531 คณะแพทยศาสตร์ริเริ่มโครงการผลิตแพทย์แนวใหม่ ครั้งแรกของประเทศไทยโดยความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย-กองทัพอากาศ
- พ.ศ. 2535 ตั้งคลินิกสตรีวัยทอง (Manopause) แห่งแรก
- พ.ศ. 2535 ริเริ่มผ่าตัดผ่านกล้อง Arthroscope ครั้งแรก
- พ.ศ. 2540 ริเริ่มทำ Ultrasound 3 มิติแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- พ.ศ. 2540 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการคิดค้นวิธีการเตรียม soft cadever ที่มีลักษณะคล้ายเนื้อเยื่อของมนุษย์ที่มีชีวิตครั้งแรกของประเทศ ทำให้คณะฯมีชื่อเสียงและเป็นศูนย์กลางของการจัดทำ workshop โดยการฝึกผ่าตัดกับร่างอาจารย์ใหญ่
- พ.ศ. 2544 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าคลอดท้องนอกมดลูกที่วินิจฉัยและเลี้ยงไว้ได้นานที่สุดได้สำเร็จเมื่ออายุครรภ์ได้ 34 สัปดาห์
- พ.ศ. 2546 ริเริ่มทำ Ultrasound Realtime 4 มิติ แห่งแรกในประเทศไทย
- พ.ศ. 2546 นิสิตแพทย์ จุฬาฯ พิชิตรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันโครงการวิจัยของนิสิตนักศึกษาแพทย์ในเอเชีย จากการศึกษาตรวจหาเชื้อไวรัสไข้เลือดออกในยุงลายในฤดูแล้งก่อนที่โรคไข้เลือดออกจะระบาด
- พ.ศ. 2547 คณะแพทยศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากรกเด็กรักษาโรคธาลัสซีเมียและโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิดได้หายขาดสำเร็จเป็นรายแรกของอาเซียน
- พ.ศ. 2547 คณะแพทยศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนข้อกระดูกสันหลังเทียม นับเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ระดับนานาชาติ
- พ.ศ. 2548 คณะแพทยศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ด้วยกล้องส่องซึ่งเป็นความภูมิใจในระดับนานาชาติ
- พ.ศ. 2548 คณะแพทยศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดรักษาโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติในโรคพาร์กินสันและโรคดิสโทเนียด้วยเทคนิคใหม่เป็นครั้งแรกในไทยและเอเชีย
- พ.ศ. 2550 คณะแพทยศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดก้อนฮามาร์โตม่าในโพรงสมองด้วยวิธีการส่องกล้องรายแรกในประเทศไทย
- พ.ศ. 2550 คณะแพทยศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการสร้างสายพันธุ์เซลล์ต้นกำเนิดตัวอ่อนของมนุษย์ (Human Embryonic Stem Cells) สำเร็จเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
- พ.ศ. 2550 นิสิตแพทย์ จุฬาฯ พิชิตรางวัล AMEE awards ในหมวด teaching & learning และหมวด student issues จากการนำเสนอเรื่อง Cinemeducation: Learning professionalism through films at Chulalongkorn Medial School ในการประชุม Association of medicial Education in Europe 2007 ณ เมือง Trondheim ราชอาณาจักรนอร์เวย์
- พ.ศ. 2552 คณะแพทยศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดตัวอ่อนของมนุษย์ (Human Embryonic Stem Cells Bank) สำเร็จเป็นครั้งแรกในประเทศไทย สายพันธุ์เซลล์ต้นกำเนิดสายพันธุ์ไทย ชื่อ Chula2.hES ได้รับการยอมรับเป็นครั้งแรกในระดับนานาชาติ และขึ้นทะเบียนกับสหภาพยุโรป
[แก้] WHO Collaborating Centre
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับความไว้วางใจจากองค์การอนามัยโลกให้เป็น WHO Collaborating Centre ในสาขาต่างๆ อาทิ
- แพทยศาสตรศึกษา (Medical Education)
- Reproductive Health
- National Streptococcus Referral Center
[แก้] คณาจารย์และศิษย์เก่าผู้ทำชื่อเสียง
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลิตบุคลากรทางด้านการแพทย์ ทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก โดยคณาจารย์และศิษย์เก่าได้รับรางวัลมากมายทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เช่น นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น , เมธีวิจัยอาวุโส สกว. , นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ นอกจากนี้ ศิษย์เก่ายังมีบทบาททางการเมือง การปกครอง และการบริหารต่าง ๆ โดยดูรายชื่อบุคคลสำคัญจากคณะแพทยศาสตร์ได้ที่ รายนามบุคคลจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
[แก้] แพทย์ดีเด่นและแพทย์ชนบทดีเด่น
รางวัลแพทย์ดีเด่น เป็นรางวัลที่แพทยสภาเป็นผู้มอบ ส่วนรางวัลแพทย์ชนบทดีเด่น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเป็นผู้มอบ
ผู้ได้รับรางวัลที่เป็นศิษย์เก่าคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งที่เป็นนิสิตหลักสูตรประกาศนียบัตร (เตรียมแพทย์) และหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต มีดังรายนามต่อไปนี้
- ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงเพ็ญแข ลิ่มศิลา แพทย์ดีเด่น พ.ศ. 2541 ประกาศนียบัตร (เตรียมแพทย์) ผู้อำนวยการศูนย์เด็กพิเศษ โรงพยาบาลสมิติเวช อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ แพทย์ผู้รักษาคุณพุ่ม เจนเซ่น
- แพทย์หญิงเสาด๊ะ ยุทธสมภพ แพทย์ดีเด่น พ.ศ. 2551 หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบบริการสุขภาพ โรงพยาบาลสงขลา
- นายแพทย์วิชัย อัศวภาคย์ แพทย์ดีเด่น พ.ศ. 2553 แพทย์ชนบทดีเด่น พ.ศ. 2549 ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน้ำพอง อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูผาม่าน
[แก้] การเดินทางมาสู่คณะ
- รถไฟฟ้าบีทีเอส ลงที่ สถานีศาลาแดง
- รถไฟฟ้าใต้ดิน ลงที่ สถานีสีลม
- รถโดยสารประจำทาง เช่น สาย 4, 14, 15, 25, 45, 46, 67, 74, 76, 77, 109, 115, 163, 172, 177
- รถปรับอากาศสาย 16, 21, 50, 47, 50, 76, 77, 141, 504, 505, 507, 514, 547 ปอพ.512
- แผนที่การเดินทาง
[แก้] อ้างอิง
- ^ พระบรมราชโองการ ประกาศ เฉลิมพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
- ^ ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศเฉลิมพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
- ^ พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ในกระทรวงการสาธารณสุข (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2490
- ^ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์และคณะสัตวแพทยศาสตร์ในจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2510
- ^ พระราชบัญญัติโอนกิจการ ทรัพย์สิน หนี้สิน ข้าราชการ ลูกจ้างและเงินงบประมาณของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เฉพาะที่เกี่ยวกับราชการของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จัดตั้งเป็นคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2510
- ^ พระราชกฤษฎีกาเลิกล้มคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พ.ศ. 2510
- ^ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2546
- ^ คำสั่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ 1078/2547 เรื่อง ให้คณาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปฏิบัติราชการ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
- ^ พระรูป ร.8 สมาคมศิษย์เก่าแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์
- ^ มติคณะรัฐมนตรี 21 มีนาคม 2521 เรื่อง โครงการส่งเสริมการศึกษาแพทย์สำหรับชาวชนบท
- ^ จุฬาลงกรณแพทยานุสรณ์ พ.ศ. 2490 - พ.ศ. 2540
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- คณะแพทยศาสตร์
- โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
- สมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์
- คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- สโมสรนิสิตคณะแพทยศาสตร์ (docchula)
- ค่ายอยากเป็นหมอ
- การตอบปัญหาจุฬาวิชาการ
- singing contest 17
- งานเนื่องในวันอานันทมหิดลปี 2551
- งานเนื่องในวันอานันทมหิดลปี 2550
- หอสมุดคณะแพทยศาสตร์
- การรับสมัครคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2549
- การรับสมัครคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2550
- การอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา
- โครงการเฉลิมฉลองคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีอายุครบ 60 ปี
- โครงการวิจัยผู้สูงวัยสุขภาพดี
- โครงการรักษ์สุนัขรักษ์ชีวิต
- อาจารย์ใหญ่ ครูผู้สอนวิชาแพทย์
|
|||||||||
|
||||||||||
|
||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||