คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

คณะแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สัญลักษณ์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2490 นับเป็นคณะแพทยศาสตร์แห่งที่ 2 ของประเทศ ถือกำเนิดจากพระราชปรารภในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘ โดยดำเนินงานร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีหน้าที่หลักในการผลิตบัณฑิตทั้งในระดับปริญญาบัณฑิตและบัณฑิตศึกษา การวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ทางการแพทย์และสหศาสตร์ และการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชนทั่วไป มีผลงานด้านการรักษาและงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

ตึกคณะแพทยศาสตร์ เป็นตึกแรกที่ใช้ในการเรียนการสอนของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือกำเนิดขึ้นจากพระราชปรารภในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร [1] [2]ด้วยมีพระราชประสงค์ให้มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (หรือ มหาวิทยาลัยมหิดล ในปัจจุบัน) ผลิตแพทย์เพิ่มมากขึ้นให้เพียงพอที่จะช่วยเหลือประชาชน เนื่องจากในขณะนั้นคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล ซึ่งเป็นสถานที่ฝึกอบรมรมแพทย์เพียงแห่งเดียวของประเทศ มีทรัพยากรและสถานที่จำกัด ไม่สามารถรองรับการผลิตแพทย์เพิ่มขึ้นได้อีก จึงจำเป็นต้องหาสถานที่แห่งใหม่เพื่อรองรับการผลิตแพทย์เพิ่มอย่างมีคุณภาพ โดยที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ของสภากาชาดไทย มีความพร้อมทั้งในด้านสถานที่และอุปกรณ์ ด้วยเคยใช้เป็นโรงเรียนแพทย์ทหารบกมาก่อน สามารถพัฒนาให้เป็นโรงเรียนแพทย์แห่งที่สองของประเทศต่อไปได้


ตราสัญลักษณ์ครบรอบ 60 ปี คณะแพทย์ จุฬาฯ ในปี พ.ศ. 2550


เพื่อสนองพระราชปรารภดังกล่าว ผู้บัญชาการมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ในขณะนั้น (ศาสตราจารย์ นพ.เฉลิม พรมมาส) จึงได้ติดต่อประสานงานการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์แห่งใหม่ผ่านทางผู้อำนวยการกองบรรเทาทุกข์และอนามัย สภากาชาดไทย (ศาสตราจารย์อุปการคุณ พลตรี พระยาดำรงแพทยาคุณ) โดยขอใช้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอน คณะแพทยศาสตร์แห่งใหม่จึงก่อกำเนิดขึ้นในนาม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และสามารถเปิดการเรียนการสอนได้ ภายใน 9 เดือนเศษนับจากวันที่ได้เริ่มมีการติดต่อครั้งแรก โดยมีพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ในกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่4) พ.ศ. 2490[3] ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 มีผลบังคับใช้วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2490 ให้แบ่งส่วนราชการคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ออกเป็น 10 แผนก ได้แก่แผนกอำนวยการ แผนกกายวิภาคศาสตร์ แผนกสรีระวิทยา แผนกพยาธิวิทยา แผนกอายุรศาสตร์ แผนกศัลยศาสตร์ แผนกสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา แผนกรังสีวิทยา แผนกกุมารเวชศาสตร์ และแผนกจักษุวิทยาและวิทยาโสตนาสิกลาริงซ์ ภายหลังได้โอนมาสังกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2510 [4] [5] [6] ปัจจุบันแบ่งส่วนราชการออกเป็น 21 ภาควิชาและสำนักงานเลขานุการคณะ[7] โดยในแต่ละภาควิชาของคณะแพทยศาสตร์มีฐานะเป็นแผนกหนึ่งของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นอกจากนี้คณาจารย์ของคณะแพทยศาสตร์ ยังปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์ประจำในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อีกด้วย[8]

ในปี พ.ศ. 2550 เป็นโอกาสพิเศษที่สำคัญยิ่งคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชจะทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ครบรอบ ๙๐ ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [1] และครบ ๖๐ ปีของการก่อตั้งคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [2] คณะแพทยศาสตร์ได้จัดกิจกรรมต่างๆเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง อาทิ CHULA MEDICAL EXPO 2007 [3] The 4th congress of the Asian Medical Education Association (AMEA 2007) [4] การประชุมวิชาการระดับชาติด้านผู้สูงวัยและผู้สูงอายุ [5] ฯลฯ

[แก้] พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร

พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร หน้าอาคาร "อานันทมหิดล"

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร คณะกรรมการบริหารสมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาลงกรณ์ ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จึงดำเนินการขอพระบรมราชานุญาตจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เพื่อประดิษฐานหน้าอาคาร อานันทมหิดล โดยได้ติดต่อ คุณไข่มุก ชูโต เป็นปฏิมากรผู้ออกแบบปั้นพระบรมรูป ซึ่งหล่อด้วยส่วนผสมของทองเหลืองและทองแดง มีขนาดหนึ่งเท่าครึ่งของพระองค์จริง ประทับนั่งเหนือพระเก้าอี้ ผินพระพักตร์ไปทางเบื้องขวาเล็กน้อย โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินวางศิลาฤกษ์แท่นประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2528 และ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงเททองหล่อพระบรมรูป เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2528 หลังการดำเนินการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์แล้วเสร็จ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 [9] อนึ่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์เป็นประจำทุกปีสืบเนื่องถึงปัจจุบัน

[แก้] วันอานันทมหิดล

วันอานันทมหิดล เป็นวันที่มีความสำคัญต่อชาวแพทย์จุฬาฯ กล่าวคือเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรพระผู้พระราชทานกำเนิดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งตรงกับวันที่ 9 มิถุนายน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงดำริที่จะจัดงานวันอานันทมหิดลขึ้นเป็นประจำทุกปี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านซึ่งได้สร้างคุณูปการด่อวงการแพทย์และการศึกษา เพื่อเป็นการเผยแผ่พระเกียรติคุณให้เป็นที่ประจักษ์ ตลอดจนเป็นการเฉลิมพระเกียรติล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 8ให้พสกนิกรได้ร่วมน้อมรำลึกถึงพระองค์สืบไป

กิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วยพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ซึ่งประดิษฐานหน้าอาคาร "อานันทมหิดล" คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ของ คณาจารย์ แพทย์ พยาบาล นิสิตแพทย์และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน การจัดทำเข็มกลัดที่ระลึกเนื่องในวันอานันทมหิดล เพื่อออกรับบริจาคโดยนิสิตแพทย์ รายได้สมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดลและช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ การจัดการแข่งขันตอบปัญหาวิชาการชีววิทยาและวิทยาศาสตร์การแพทย์เนื่องในวันอานันทมหิดล [6] ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การจัดงานเสวนาเนื่องสัปดาห์วันอานันทมหิดล และกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์อื่น ๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

[แก้] ทำเนียบคณบดี

ตามข้อตกลงระหว่างมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์และสภากาชาดไทยให้คณบดีคณะแพทยศาสตร์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นบุคคลคนเดียวกันแต่แยกการบริหารออกเป็น 2 หน่วยงาน รายนามคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีดังนี้

รายนามคณบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
1. ศาสตราจารย์อุปการคุณ พลตรีพระยาดำรงแพทยาคุณ (ชื่น พุทธิแพทย์) 4 มิถุนายน พ.ศ. 2490 - 5 มกราคม พ.ศ. 2493
2. ศาสตราจารย์นายแพทย์ หลวงพรหมทัตตเวที (ไหมพรม ศรีสวัสดิ์) 20 มีนาคม พ.ศ. 2493 - 8 เมษายน พ.ศ. 2495 (รักษาการ)
9 เมษายน พ.ศ. 2495 - 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2497
3. ศาสตราจารย์อุปการคุณ นายแพทย์ หลวงเฉลิมคัมภีร์เวชช์ (เฉลิม พรมมาส) 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2497 - 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 (รักษาการ)
4. ศาสตราจารย์ พันเอก นายแพทย์ หลวงประกิตเวชศักดิ์ 1 เมษายน พ.ศ. 2500 - 30 เมษายน พ.ศ. 2503
5. ศาสตราจารย์นายแพทย์ หม่อมหลวงเกษตร สนิทวงศ์ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2503 - 4 ธันวาคม พ.ศ. 2508

5 ธันวาคม พ.ศ. 2508 - 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509 (รักษาการ)

6. ศาสตราจารย์ พันตรี นายแพทย์ทวี ตุมราศวิน 8 ตุลาคม พ.ศ. 2506 - 5 กันยายน พ.ศ. 2507 (รักษาการ)
29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509 - 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516
7. ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สมัค พุกกะณะเสน 1 เมษายน พ.ศ. 2516 - 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520
8. ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ศริพร วณิเกียรติ 1 มีนาคม พ.ศ. 2520 - 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524
9. รองศาสตราจารย์นายแพทย์ยาใจ ณ สงขลา 1 มีนาคม พ.ศ. 2524 - 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528
10. ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา 1 มีนาคม พ.ศ. 2528 - 28 มกราคม พ.ศ. 2532
11. รองศาสตราจารย์นายแพทย์บรรเทอง รัชตะปีติ 1 มีนาคม พ.ศ. 2532 - 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536
12. ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ศุภวัฒน์ ชุติวงศ์ 1 มีนาคม พ.ศ. 2536 - 8 มกราคม พ.ศ. 2540
13. รองศาสตราจารย์นายแพทย์ปรีดา ทัศนประดิษฐ์ 9 มกราคม พ.ศ. 2540 - 30 กันยายน พ.ศ. 2542
14. ศาสตราจารย์นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล 1 ตุลาคม พ.ศ. 2542 - 30 กันยายน พ.ศ. 2550
15. ศาสตราจารย์นายแพทย์อดิศร ภัทราดูลย์ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550 - ปัจจุบัน

[แก้] ภาควิชา

[แก้] หลักสูตร

[แก้] ปริญญาตรี

[แก้] ประกาศนียบัตรบัณฑิต

หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก

[แก้] ปริญญาโท

หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต

[แก้] ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง

หลักสูตรระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูงทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก

  • สาขาวิชากุมารเวชศาสตร์
  • สาขาวิชากุมารเวชศาสตร์โรคเลือด/มะเร็งวิทยา
  • สาขาวิชาจิตเวชศาสตร์ทั่วไป
  • สาขาวิชาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น
  • สาขาวิชาจักษุวิทยา
  • สาขาวิชานิติเวชศาสตร์
  • สาขาวิชาพยาธิวิทยา
  • สาขาวิชารังสีวิทยา
  • สาขาวิชารังสีรักษา
  • สาขาวิชาเวชศาสตร์นิวเคลียร์
  • สาขาวิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา
  • สาขาวิชาสูติศาสตร์ – นรีเวชวิทยา
  • สาขาวิชาศัลยศาสตร์ทั่วไป
  • สาขาวิชาประสาทศัลยศาสตร์
  • สาขาวิชากุมารศัลยศาสตร์
  • สาขาวิชาศัลยศาสตร์ตกแต่ง
  • สาขาวิชาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา
  • สาขาวิชาศัลยศาสตร์ทรวงอก
  • สาขาวิชาวิสัญญีวิทยา
  • สาขาวิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู
  • สาขาวิชาออร์โธปิดิกส์
  • สาขาวิชาอาชีวเวชศาสตร์
  • สาขาวิชาอายุรศาสตร์ทั่วไป
  • สาขาวิชาประสาทวิทยา
  • สาขาวิชาตจวิทยา
  • สาขาวิชาโลหิตวิทยา
  • สาขาวิชาพยาธิวิทยาคลินิก
  • สาขาวิชาเวชศาสตร์ครอบครัว

[แก้] ปริญญาเอก

หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต

[แก้] สถาบันร่วมผลิตแพทย์

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ริเริ่มจัดโครงการส่งเสริมการศึกษาแพทย์สำหรับชาวชนบท (Medical Education for Students in Rural Area Project-MESRAP) เป็นครั้งแรกของประเทศเมื่อ พ.ศ. 2521[10] เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาทางด้านแพทยศาสตร์ไปสู่ชนบทเป็นครั้งแรก และเป็นแม่แบบของโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (Collaborative Project to Increase Production of Rural Doctor-CPIRD) ของกระทรวงสาธารณสุขในเวลาต่อมา โดยคณะได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข จัดการเรียนการสอนชั้นคลินิกที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรีและโรงพยาบาลชลบุรี นอกจากนี้ยังได้ริเริ่มโครงการการศึกษาแพทย์แนวใหม่เป็นแห่งแรกของประเทศไทยตั้งแต่พ.ศ. 2531 โดยเป็นโครงการร่วมระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย-กองทัพอากาศดำเนินการรับนิสิตที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสายวิทยศาสตร์ มาศึกษาต่อในสาขาแพทยศาสตร์เป็นเวลา 5 ปี โดยใช้โรงพยาบาลภูมิพลอดุลเดชเป็นสถานที่เรียนชั้นคลินิก และยุติโครงการไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550

ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงและพัฒนาโครงการผลิตแพทย์ต่างๆตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีโครการที่ยังคงดำเนินการอยู่ ได้แก่ โครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2537 โครงการทุนกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (One Doctor One District project-ODOD)ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 และโครงการลงทุนขนาดใหญ่ภาครัฐด้านสาธารณสุข (Mega project) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549-2550 โดยนิสิตในทุกโครงการจะศึกษาในชั้นปีที่1-3(พรีคลินิก)ที่คณะแพทยศาสตร์และคณะอื่นๆในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นจึงไปศึกษาต่อระดับชั้นคลินิกในโรงพยาบาลที่ให้ความร่วมมือในโครงการผลิตแพทย์ต่างๆ ดังนี้

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย จังหวัด สังกัด
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพมหานคร สภากาชาดไทย
สถาบันร่วมผลิตแพทย์ จังหวัด สังกัด
ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลชลบุรี จังหวัดชลบุรี กระทรวงสาธารณสุข
ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี กระทรวงสาธารณสุข
กองแพทยศาสตรศึกษา โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรุงเทพมหานคร กรมแพทย์ทหารอากาศ กองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ กองทัพอากาศ

[แก้] ศูนย์

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จัดตั้งศูนย์เชี่ยวชาญพิเศษในสาขาต่างๆเพื่อสนับสนุนการให้บริการทางแพทย์ ศูนย์ต่างๆได้สร้างชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

[แก้] หน่วยวิจัย

[แก้] เกียรติประวัติ

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย-โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
(จากซ้ายไปขวา:ตึกภปร ตึกสก ตึกอปร และสวนลุมพินี

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบความสำเร็จทางด้านการแพทย์มากมาย โดยผลงานเด่น ๆ มีดังนี้ [11]

  • พ.ศ. 2494 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัด Leino-renal shunt รักษาโรคหลอดเลือดที่หลอดอาหารโป่งพองครั้งแรกของประเทศ
  • พ.ศ. 2494 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัด Pneumonectomy ครั้งแรกของประเทศ
  • พ.ศ. 2494 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการรักษาโปลิโอด้วย Artificial Respirator เครื่องแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2494 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการทำ Cerebral angiography & air study ครั้งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2495 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมครั้งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2496 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดการโป่งของหมอนรองกระดูกสันหลังรายแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2496 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการ Cardiac Catheterization ครั้งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2496 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัด Lobectomy ครั้งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2496 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดหัวใจ Patent ductus arteriosus ครั้งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2497 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเข้าในหัวใจครั้งแรกของประเทศไทย (closed mitral valvulotomy)
  • พ.ศ. 2500 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการทำ TUR-P รายแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2501 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการรักษามะเร็งด้วย Cobalt 60 ครั้งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2502 การผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาดำครั้งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2502 ผ่าตัดหัวใจโดยใช้เครื่องปอดหัวใจเทียมครั้งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2504 ผ่าตัดหูโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ครั้งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2505 เปิดสาขาประสาทศัลยศาสตร์และแผนกวิสัญญีวิทยา เป็นครั้งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2507 ริเริ่มรักษาไตวายด้วยเครื่องฟอกไตเทียมเป็นแห่งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2508 เปิดหน่วยวิจัยคุมกำเนิดและวางแผนครอบครัวเป็นแห่งแรกของประเทศ
  • พ.ศ. 2511 ริเริ่ม Radioimmunoassay แห่งแรก
  • พ.ศ. 2513 ริเริ่มให้วัคซีน BCG ในเด็กแรกคลอดทุกราย
  • พ.ศ. 2514 ริเริ่มการใช้ Lithium รักษา Manic depressive ครั้งแรก
  • พ.ศ. 2515 การผ่าตัดเปลี่ยนไตเป็นครั้งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2516 จัดตั้งห้องปฏิบัติการโครโมโซมแห่งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2516 ริเริ่มการผ่าตัดสายตาด้วยเลเซอร์เป็นแห่งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2517 ริเริ่มการใช้ ultrasound เป็นแห่งแรกในประเทศไทย
  • พ.ศ. 2517 ริเริ่มการทำหมันผ่านช่องคลอด
  • พ.ศ. 2519 ริเริ่มรักษาทางจิตเวชด้วยการช็อกไฟฟ้า โดยการดมยาสลบเป็นครั้งแรกของประเทศ
  • พ.ศ. 2521 ริเริ่มโครงการส่งเสริมการศึกษาแพทย์สำหรับชาวชนบทแห่งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2522 ริเริ่มผ่าตัดทำหมันหญิงโดยใช้ห่วง Falopering ผ่านกล้องเป็นครั้งแรก
  • พ.ศ. 2523 ทำ Transphenoidal surgery for pituitary tumor เป็นครั้งแรก
  • พ.ศ. 2524 ริเริ่มการใช้ CT scan เป็นแห่งแรกในประเทศไทย
  • พ.ศ. 2525 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดแยกแฝดสยามรายแรกของประเทศและรายที่ 3 ของโลก
  • พ.ศ. 2525 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดย้ายนิ้วเท้ามาแทนนิ้วมือด้วยจุลศัลยกรรมครั้งแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2525 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเนื้องอกลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้องครั้งแรก
  • พ.ศ. 2527 วินิจฉัยผู้ป่วยเอดส์รายแรกในประเทศไทย
  • พ.ศ. 2528 ริเริ่มรักษามะเร็งปากมดลูกด้วยแร่กัมมันตภาพรังสี Cs137
  • พ.ศ. 2528 First Cochlear transplantation
  • พ.ศ. 2529 ริเริ่มทำ Fine needle aspiration ครั้งแรก
  • พ.ศ. 2530 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเป็นครั้งแรก ในประเทศไทย
  • พ.ศ. 2530 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการแก้ไขการมีบุตรยากด้วยวิธีเด็กหลอดแก้วรายแรกของประเทศไทย
  • พ.ศ. 2531 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเปลี่ยนตับเป็นครั้งแรกใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • พ.ศ. 2531 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการใช้เครื่องระเบิดนิ่วรายแรก
  • พ.ศ. 2531 คณะแพทยศาสตร์ริเริ่มโครงการผลิตแพทย์แนวใหม่ ครั้งแรกของประเทศไทยโดยความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย-กองทัพอากาศ
  • พ.ศ. 2535 ตั้งคลินิกสตรีวัยทอง (Manopause) แห่งแรก
  • พ.ศ. 2535 ริเริ่มผ่าตัดผ่านกล้อง Arthroscope ครั้งแรก
  • พ.ศ. 2540 ริเริ่มทำ Ultrasound 3 มิติแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • พ.ศ. 2540 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการคิดค้นวิธีการเตรียม soft cadever ที่มีลักษณะคล้ายเนื้อเยื่อของมนุษย์ที่มีชีวิตครั้งแรกของประเทศ ทำให้คณะฯมีชื่อเสียงและเป็นศูนย์กลางของการจัดทำ workshop โดยการฝึกผ่าตัดกับร่างอาจารย์ใหญ่
  • พ.ศ. 2543 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการช่วยให้เกิดการปฏิสนธิของเด็กนอกครรภ์มารดาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
  • พ.ศ. 2544 คณะแพทยศาสตร์ประสบความสำเร็จในการผ่าคลอดท้องนอกมดลูกที่วินิจฉัยและเลี้ยงไว้ได้นานที่สุดได้สำเร็จเมื่ออายุครรภ์ได้ 34 สัปดาห์
  • พ.ศ. 2546 ริเริ่มทำ Ultrasound Realtime 4 มิติ แห่งแรกในประเทศไทย
  • พ.ศ. 2546 นิสิตแพทย์ จุฬาฯ พิชิตรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันโครงการวิจัยของนิสิตนักศึกษาแพทย์ในเอเชีย จากการศึกษาตรวจหาเชื้อไวรัสไข้เลือดออกในยุงลายในฤดูแล้งก่อนที่โรคไข้เลือดออกจะระบาด
  • พ.ศ. 2547 คณะแพทยศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากรกเด็กรักษาโรคธาลัสซีเมียและโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิดได้หายขาดสำเร็จเป็นรายแรกของอาเซียน
  • พ.ศ. 2547 คณะแพทยศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนข้อกระดูกสันหลังเทียม นับเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ระดับนานาชาติ
  • พ.ศ. 2548 คณะแพทยศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ด้วยกล้องส่องซึ่งเป็นความภูมิใจในระดับนานาชาติ
  • พ.ศ. 2548 คณะแพทยศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดรักษาโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติในโรคพาร์กินสันและโรคดิสโทเนียด้วยเทคนิคใหม่เป็นครั้งแรกในไทยและเอเชีย
  • พ.ศ. 2550 คณะแพทยศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดก้อนฮามาร์โตม่าในโพรงสมองด้วยวิธีการส่องกล้องรายแรกในประเทศไทย
  • พ.ศ. 2550 นิสิตแพทย์ จุฬาฯ พิชิตรางวัล AMEE awards ในหมวด teaching & learning และหมวด student issues จากการนำเสนอเรื่อง Cinemeducation: Learning professionalism through films at Chulalongkorn Medial School ในการประชุม Association of medicial Education in Europe 2007 ณ เมือง Trondheim ราชอาณาจักรนอร์เวย์

[แก้] WHO Collaborating Centre

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับความไว้วางใจจากองค์การอนามัยโลกให้เป็น WHO Collaborating Centre ในสาขาต่างๆ อาทิ

  • แพทยศาสตรศึกษา (Medical Education)
  • Reproductive Health
  • National Streptococcus Referral Center


[แก้] คณาจารย์และศิษย์เก่าผู้ทำชื่อเสียง

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลิตบุคลากรทางด้านการแพทย์ ทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก โดยคณาจารย์และศิษย์เก่าได้รับรางวัลมากมายทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เช่น นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น , เมธีวิจัยอาวุโส สกว. , นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ นอกจากนี้ ศิษย์เก่ายังมีบทบาททางการเมือง การปกครอง และการบริหารต่าง ๆ โดยดูรายชื่อบุคคลสำคัญจากคณะแพทยศาสตร์ได้ที่ รายนามบุคคลจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย‎

[แก้] การเดินทางมาสู่คณะ

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ พระบรมราชโองการ ประกาศ เฉลิมพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
  2. ^ ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศเฉลิมพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
  3. ^ พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ในกระทรวงการสาธารณสุข (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๔๙๐
  4. ^ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์และคณะสัตวแพทยศาสตร์ในจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2510
  5. ^ พระราชบัญญัติโอนกิจการ ทรัพย์สิน หนี้สิน ข้าราชการ ลูกจ้างและเงินงบประมาณของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เฉพาะที่เกี่ยวกับราชการของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไปเป็นของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๑๐
  6. ^ พระราชกฤษฎีกาเลิกล้มคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๑๐
  7. ^ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๖
  8. ^ คำสั่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ 1078/2547 เรื่อง ให้คณาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปฏิบัติราชการ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
  9. ^ พระรูป ร.8 สมาคมศิษย์เก่าแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์
  10. ^ มติคณะรัฐมนตรี 21 มีนาคม 2521 เรื่อง โครงการส่งเสริมการศึกษาแพทย์สำหรับชาวชนบท
  11. ^ จุฬาลงกรณแพทยานุสรณ์ พ.ศ. 2490 - พ.ศ. 2540

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น


เครื่องมือส่วนตัว
ภาษาอื่น