จังหวัดภูเก็ต
-
สำหรับภูเก็ต ในความหมายอื่น ดูที่ ภูเก็ต (แก้ความกำกวม)
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
จังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศไทย เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีลักษณะต่างจากจังหวัดอื่นอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่พื้นที่ของจังหวัดทั้งหมดเป็นเกาะกลางทะเล
จังหวัดที่ใกล้เคียงทางทิศเหนือ คือ จังหวัดพังงา ทางทิศตะวันออก คือ จังหวัดพังงาและจังหวัดกระบี่ ทั้งเกาะล้อมรอบด้วยทะเลอันดามัน และยังมีเกาะที่อยู่ในอาณาเขตของจังหวัดภูเก็ตทางทิศใต้และตะวันออก การเดินทางเข้าสู่ภูเก็ตนอกจากทางเรือแล้ว สามารถเดินทางโดยรถยนต์ซึ่งมีเพียงเส้นทางเดียวผ่านทางจังหวัดพังงา โดยข้ามสะพานสารสินและสะพานคู่ขนาน คือ สะพานท้าวเทพกระษัตรี เพื่อเข้าสู่ตัวจังหวัด และทางอากาศโดยมีท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตรองรับ ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ
คำว่า ภูเก็ต คาดว่าน่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า บูกิต[ต้องการอ้างอิง] (ในภาษามลายูแปลว่าภูเขา) หรือที่เคยรู้จักแต่โบราณในนาม เมืองถลาง
[แก้] ประวัติ
-
ดูบทความหลักที่ ประวัติศาสตร์จังหวัดภูเก็ต
เดิมคำว่า ภูเก็ต นั้นใช้คำว่า ภูเก็จ อันแปลว่า เมืองแก้ว จึงใช้ตราเป็นรูปภูเขา(ภู)มีประกายแก้ว(เก็จ)เปล่งออกเป็นรัศมี (ดูตราที่ผ้าผูกคอลูกเสือ) ตรงกับความหมายเดิมซึ่งชาวทมิฬเรียก มณิครัม ตามหลักฐาน พ.ศ. 1568 ภูเก็ตเป็นที่รู้จักของนักเดินเรือที่ใช้เส้นทางระหว่างจีนกับอินเดีย โดยผ่านแหลมมลายู หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดก็คือ หนังสือภูมิศาสตร์และแผนที่เดินเรือของคลอดิอุส ปโตเลมี เมื่อประมาณ พ.ศ. 700 กล่าวถึงการเดินทางจากแหลมสุวรรณภูมิลงมาจนถึงแหลมมลายู ซึ่งต้องผ่านแหลม จังซีลอน หรือเกาะภูเก็ต(เกาะถลาง)นั่นเอง[ต้องการอ้างอิง]
จากประวัติศาสตร์ไทย ภูเก็ตเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรตามพรลิงก์ อาณาจักรศรีวิชัย สืบต่อมาจนถึงสมัยอาณาจักรศิริธรรมนคร เรียกเกาะภูเก็ตว่า เมืองตะกั่วถลาง เป็นเมืองที่ 11 ใน 12 เมืองนักษัตร โดยใช้ตราเป็นรูปสุนัข จนถึงสมัยสุโขทัย เมืองถลางไปขึ้นกับเมืองตะกั่วป่า ในสมัยอยุธยา ชาวฮอลันดา ชาวโปรตุเกส และชาวฝรั่งเศส ได้สร้างสถานที่เก็บสินค้าเพื่อรับซื้อแร่ดีบุกจากเมือง(ถลาง)ภูเก็ต
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้เกิดสงครามเก้าทัพขึ้น พระเจ้าปดุง กษัตริย์ของประเทศพม่าในสมัยนั้น ได้ให้แม่ทัพยกทัพมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ เช่น ไชยา นครศรีธรรมราช และให้ยี่หวุ่นนำกำลังทัพเรือพล 3,000 คนเข้าตีเมืองตะกั่วป่า เมืองตะกั่วทุ่ง และเมืองถลาง ซึ่งขณะนั้นเจ้าเมืองถลาง (พญาพิมลอัยาขัน) เพิ่งถึงแก่อนิจกรรม ท่านผู้หญิงจัน ภรรยา และคุณมุก น้องสาว จึงรวบรวมกำลังต่อสู้กับพม่าจนชนะเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2328 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงจันเป็น ท้าวเทพกระษัตรี และคุณมุกเป็นท้าวศรีสุนทร
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รวบรวมหัวเมืองชายทะเลตะวันตกตั้งเป็น มณฑลภูเก็จ และเมื่อปี พ.ศ. 2476 ได้ยกเลิกระบบมณฑลเทศาภิบาล เปลี่ยนมาเป็น จังหวัดภูเก็ต จนถึงปัจจุบัน
[แก้] ทำเนียบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต
| รายนามผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต | ||
| ลำดับ | รายนาม | ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | พระยาวิสูตรสาครดิฐ (สาย โชติกะเสถียร) | ก่อน พ.ศ. ๒๔๕๐ |
| 2 | พระยาวิเศษสิงหนาท (ปิ๋ว บุนนาค) | ก่อน พ.ศ. ๒๔๕๐ |
| 3 | พระยาประชากิจกรจักร (ชุบ โอสถานนท์) | ก่อน พ.ศ. ๒๔๕๐ |
| 4 | พระยาณรงค์เรืองฤทธิ์ (อรุณ อมาตยกุล) | ก่อน พ.ศ. ๒๔๕๐ |
| 5 | หม่อมเจ้าประดิพัทธเกษมศรี | พ.ศ. ๒๔๕๐-๒๔๕๘ |
| 6 | พระยาทวีปธุระประศาสตร์ (ชุบ โอสถานนท์) | พ.ศ. ๒๔๕๘-๒๔๖๑ |
| 7 | พระยากรุงศรีสวัสดิการ (จำรัส สวัสดิชูโต) | พ.ศ. ๒๔๖๑-๒๔๖๕ |
| 8 | พระยานครราชเสนี (สหัส สิงหเสนี) | พ.ศ. ๒๔๖๕-๒๔๗๑ |
| 9 | พระศรีสุทัศน์ (ม.ล.อนุจิตร สุทัศน์) | พ.ศ. ๒๔๗๑-๒๔๗๒ |
| 10 | พระยาอมรศักดิ์ประสิทธิ์ (ทนง บุนนาค) | พ.ศ. ๒๔๗๒-๒๔๗๖ |
| 11 | พระองค์เจ้าอาทิตย์ ทิพยอาภา | พ.ศ. ๒๔๗๖-๒๔๗๖ |
| 12 | พระยาสุริยเดชรณชิต | พ.ศ. ๒๔๗๖-๒๔๗๘ |
| 13 | พระยาศิริชัยบุรินทร์ (เบี๋ยน) | พ.ศ. ๒๔๗๘-๒๔๗๙ |
| 14 | พระยาอุดรธานีศรีโชมสาครเชตร | พ.ศ. ๒๔๗๙-๒๔๘๐ |
| 15 | หลวงเธียรประสิทธิสาร (ร.อ.มงคล เธียรประสิทธิ์) | พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๔๘๖ |
| 16 | หลวงอังคณานุรักษ์ (ร.อ.ถวิล เทพาคำ) | พ.ศ. ๒๔๘๖-๒๔๘๙ |
| 17 | ขุนภักดีดำรงค์ฤทธิ์ (.....เกษีพันธ์) | พ.ศ. ๒๔๘๙-๒๔๙๒ |
| 18 | นายอุดม บุณยประสพ | พ.ศ. ๒๔๙๒-๒๔๙๔ |
| 19 | นายมาลัย หุวะนันทน์ | พ.ศ. ๒๔๙๔-๒๔๙๕ |
| 20 | ขุนจรรยาวิเศษ (เที่ยง บุญยนิตย์) | พ.ศ. ๒๔๙๕-๒๔๙๗ |
| 21 | นายมงคล สุภาพงษ์ | พ.ศ. ๒๔๙๗-๒๕๐๐ |
| 22 | นายเฉลิม ยูปานนท์ | พ.ศ. ๒๕๐๐-๒๕๐๑ |
| 23 | ขุนวรคุตต์คณารักษ์ | พ.ศ. ๒๕๐๑-๒๕๐๑ |
| 24 | นายอ้วน สุระกุล | พ.ศ. ๒๕๐๑-๒๕๑๑ |
| 25 | นายกำจัด ผาติสุวัณณ | พ.ศ. ๒๕๑๑-๒๕๑๒ |
| 26 | นายสุนัย ราชภัณฑารักษ์ | พ.ศ. ๒๕๑๒-๒๕๑๘ |
| 27 | นายศรีพงศ์ สระวาลี | พ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๒๑ |
| 28 | นายเสน่ห์ วัฑฒนาธร | พ.ศ. ๒๕๒๑-๒๕๒๓ |
| 29 | นายมานิต วัลยะเพ็ขร์ | พ.ศ. ๒๕๒๓-๒๕๒๘ |
| 30 | นายสนอง รอดโพธิ์ทอง | พ.ศ. ๒๕๒๘-๒๕๒๙ |
| 31 | นายกาจ รักษ์มณี | พ.ศ. ๒๕๒๙-๒๕๓๐ |
| 32 | นายเฉลิม พรหมเลิศ | พ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๓๔ |
| 33 | นายยุวัฒน์ วุฒิเมธี | พ.ศ. ๒๕๓๔-๒๕๓๖ |
| 34 | นายสุดจิต นิมิตกุล | พ.ศ. ๒๕๓๖-๒๕๓๙ |
| 35 | นายจำนง เฉลิมฉ้ตร | พ.ศ. ๒๕๓๙-๒๕๔๑ |
| 36 | นายเจด็จ อินสว่าง | พ.ศ. ๒๕๔๑-๒๕๔๒ |
| 37 | นายชาญชัย สุนทรมัฎฐ์ | พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๕๔๓ |
| 38 | นายพงศ์โพยม วาศภูติ | พ.ศ. ๒๕๔๓-๒๕๔๖ |
| 39 | นายอุดมศักดิ์ อัศวรางกูร | พ.ศ. ๒๕๔๖-๒๕๔๙ |
| 40 | นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร | พ.ศ. ๒๕๔๙-๒๕๕๑ |
| 41 | นายปรีชา เรืองจันทร์ | พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๒ |
| 42 | นายวิชัย ไพรสงบ | พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๔๔๓ |
| 43 | นายตรี อัครเดชา | พ.ศ. ๒๕๕๓-ปัจจุบัน |
[แก้] หน่วยการปกครอง
การปกครองแบ่งออกเป็น 3 อำเภอ 17 ตำบล 103 หมู่บ้าน 1 เทศบาลนคร (เทศบาลนครภูเก็ต) 2 เทศบาลเมือง (เทศบาลเมืองป่าตอง) (เทศบาลเมืองกะทู้) 6 เทศบาลตำบล 9 องค์การบริหารส่วนตำบล
[แก้] ประชากร
ชาวเลเป็นชาวกลุ่มแรก ๆ ที่มาอาศัยอยู่บนเกาะภูเก็ต จากนั้นมาจึงกลุ่มชนอื่น ๆ อพยพตามมาอีกจำนวนมาก ทั้งชาวจีน ชาวไทย ชาวมาเลเซีย ฯลฯ จนมีวัฒนธรรมเฉพาะเป็นของตนเองสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นสีสันอย่างหนึ่งของภูเก็ต ตามบันทึกของฟรานซิส ไลต์ กล่าวถึงชาวภูเก็ตว่าเป็นพวกผสมผสานกันทางด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรมกับชาวมลายู โดยเฉพาะคนไทยจำนวนมากในสมัยนั้นทำตัวเป็นทั้งอิสลามมิกชนและพุทธศาสนิกชน คือ ไม่รับประทานหมูแต่สักการะพระพุทธรูป ขณะที่กัปตันทอมัส ฟอร์เรสต์ ชาวอังกฤษที่เดินเรือมายังภูเก็ต ใน พ.ศ. 2327 ได้รายงานว่า "ชาวเกาะแจนซีลอนพูดภาษาไทย ถึงแม้ว่าเขาจะเข้าใจภาษามลายู พวกเขามีลักษณะหน้าตาคล้ายกับชาวมลายู ท่าทางคล้ายชาวจีนมาก"
ปัจจุบันชาวภูเก็ตส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ชาวจีนฮกเกี้ยน ชาวจีนช่องแคบ ชาวจีนกวางตุ้ง ฯลฯ รวมไปถึงชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม แถบอำเภอถลาง โดยเฉพาะชาวไทยมุสลิมมีจำนวนถึงร้อยละ 20-36 ของประชากรในภูเก็ต มีมัสยิดแถบอำเภอถลางราว 30 แห่งจาก 42 แห่งทั่วจังหวัด มีกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล กลุ่มอูรักลาโว้ยและพวกมอแกน (มาซิง) ซึ่งมอแกนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย คือ มอเกนปูเลา (Moken Pulau) และ มอเกนตาหมับ (Moken Tamub) และยังมีชนกลุ่มต่างชาติอย่างชาวยุโรปที่เข้าลงทุนในภูเก็ต รวมไปถึงชาวอินเดีย มีชาวคริสต์ในภูเก็ตราว 300 คน ชาวสิกข์ที่มีอยู่ราว 200 คน และชาวฮินดูราว 100 คน และแรงงานต่างด้าวชาวพม่า ลาว และเขมรราวหมื่นคน
[แก้] บุคคลสำคัญ
- ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร
- หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง
- หลวงปู่สุภา กันตะสีโล (หลวงปู่สุภา กนฺต สีโล)
- พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง)
- ศิรินทรา ยายีทายาทรุ่นที่ 7 ของพระนางมะซูรีย์
- นายอ๋องซิมผาย
- ขุนเลิศโภคารักษ์(หลิม ตันบุญ)
[แก้] สถานที่สำคัญ
- ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเป็นศาลากลางที่ไม่เหมือนใครด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นทั้งยังเป็นโบราณสถานที่ยังใช้การอยู่จนกระทั่งปัจจุบันอีกด้วย
- วัดฉลอง (ปัจจุบันชื่อ วัดไชยธาราราม) พ.ศ. 2419 ศิษย์พ่อท่านแช่มต่อสู้กับอั้งยี่
- วัดพระนางสร้าง มีลายแทง "พิกุลสองสารภีดีสมอแดงจำปาจำปีตะแคง..." พระพุทธรูปดีบุกที่เก่าแก่ที่สุด ตำนานพระนางเลือดขาว
- อนุสาวรีย์ ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2509
- เกาะสิเหร่ มีชาวเลกลุ่มอูรักลาโว้ย รองเง็งคณะแม่จิ้ว ประโมงกิจเป็นแม่เพลงอันดามัน
- ศาลเจ้ากะทู้เป็นที่แรกเริ่มเทศกาลกินผัก (เจี๊ยะฉ่าย)
- ศาลเจ้าบางเหนียว ศาลเจ้าใกล้บริเวณท่าเรือที่ชาวต่างชาติรับส่งสินค้ามีอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี
- ศาลเจ้าแสงธรรมหรืออ๊ามเตงก่องต๋อง ศาลเจ้าเก่าแก่แห่งหนึ่งของภูเก็ตมีสถาปัตยกรรมที่งดงามมาก เป็นศาลเจ้าประจำตระกูลตัน
- ศาลเจ้าบ้านท่าเรือหรือ ฮกเล่งเก้ง เป็นที่ประดิษฐานองค์พระโป๊เซ้งไต่เต่ องค์พระประธานของศาลเจ้า
- ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย หรือ จุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง หรือ คนภูเก็ตเรียกว่า อ๊ามจุ๊ยตุ๋ย
- วัดพระทอง มีพระผุดมาจากดิน มีลายแทงยัก 3 ยัก 4 หามผีไปเผา ผีไม่ทันเน่าหอมฟุ้งตลบ
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง มีเทวประธานคือพระวิษณุ จดหมายเหตุท้าวเทพกระษัตรี หง่อก่ากี่ ชาวเล
- พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต(พมร.ภูเก็ต)เดิมใช้ชื่อว่าพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่กะทู้ ใน อังมอเหลามีเหมืองจำลองเหมืองแล่น เหมืองรู เหมืองหาบ เหมืองฉีด เหมือง เรือขุด; โลหะดีบุก เพชรภูเก็จ เพชรพังงา แทนทาลัม วิถีชีวิตชาวกะทู้; ภายนอกมีรางเหมืองแร่(เหมืองสูบ-ฉีด) ขนาดใหญ่ไว้สาธิตการได้แร่ดีบุกของนายหัวเหมือง
- สนามบินนานาชาติภูเก็ตอยู่ติดชายทะเลระหว่างหาดในยางและหาดไม้ขาว
- อนุสรณ์สถานเมืองถลางอยู่ในสมรภูมิเมืองถลาง พ.ศ. ๒๓๒๘ ตำบลเทพกระษัตรี อ.ถลาง
- ฮ่ายเหลงอ๋องพญามังกร ณ ลานเฉลิมพระเกียรติฯ 72 พรรษา อยู่ในตัวเมืองภูเก็ต
[แก้] สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
- อุทยานแห่งชาติสิรินาถ
- เขารัง เป็นภูเขาเตี้ย ๆ ในอำเภอเมืองภูเก็ต
- สะพานหิน ทะเลของชาวเมืองภูเก็ต อยู่บริเวณตัวเมืองซึ่งในอดีตเคยเป็นสถานที่การทำเหมืองแร่ดีบุกในทะเล
- แหลมพรหมเทพ
- จุดชมวิวเขาขาด
- แหลมพันวา
- อ่าวมะขาม
- อ่าวกะหลิม
- เกาะไม้ท่อน
- เกาะรัง
- เกาะราชา
- เกาะเฮ
- แหลมสิงห์
- หาดกมลา
- หาดสุรินทร์
- หาดป่าตอง
- หาดกะรน
- หาดกะตะ
- หาดราไวย์
- หาดในหาน
- หาดไตรตรัง
- หาดในยาง
- หาดไม้ขาว
- หาดในทอน
- หาดบางเทา
[แก้] สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
- พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี ตั้งอยู่บนยอดเขานาคเกิด พระพุทธรูปใหญ่ที่สุดในจังหวัดภูเก็ต
- สถาปัตยกรรมแบบจีน-โปรตุเกส (Sino-Portuguese Architecture) บริเวณถนนถลาง ถนนดีบุก ถนนพังงา ถนนเยาวราช และถนนกระบี่ในอำเภอเมืองภูเก็ต
- ภูเก็ตแฟนตาซี ตั้งอยู่บริเวณหาด กมลา
- ประภาคารกาญจนาภิเษก
- พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทหัว
- พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่กะทู้
- พิพิธภัณฑ์เปลือกหอย
- สวนสัตว์ภูเก็ต
- บ้านชินประชา
- ร้านหมี่ผัดฮกเกี้ยน
[แก้] เทศกาลสำคัญ
- เทศกาลถือศีลกินผัก
- เทศกาลพ้อต่อ
- วันไหว้เทวดา
- ตรุษจีน
- เทศกาลเฉ่งเบ๋ง
- ประเพณีลอยเรือชาวเล
- ประเพณีไหว้พระจันทร์
- ประเพณีปล่อยเต่า
[แก้] ภาษาถิ่น
ภาษาถิ่นของจังหวัดภูเก็ตเป็นภาษาถิ่นใต้ที่ไม่เหมือนถิ่นอื่นในภาคใต้ โดยจะมีสำเนียงภาษาจีนฮกเกี้ยนและภาษามลายูปนอยู่มาก ดังนั้นภาษาถิ่นภูเก็ตจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พบได้เฉพาะแถบภูเก็ตและพังงาเท่านั้น ในอดีตนั้นชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในภูเก็ตนั้นส่วนใหญ่ล้วนเป็นชาวจีนอพยพมาจากมณฑลฮกเกี้ยน เมื่อเข้ามาอาศัยอยู่ในภูเก็ตแล้วก็ได้นำเอาวัฒนธรรมต่าง ๆ มากมายเข้ามาใช้ หนึ่งในนั้นก็คือ ภาษา ซึ่งในยุคแรก ๆ นั้นได้ติดต่อสื่อสารกันด้วยภาษาจีนฮกเกี้ยน ต่อมามีการค้าขายมากขึ้นต้องติดต่อกับต่างชาติมากขึ้น ชาวจีนฮกเกี้ยนบางส่วนก็ไปมาหาสู่กับปีนัง มาเลเซียบ้าง มีการค้าขายแร่ดีบุกต่าง ๆ มากขึ้น ทำให้ภาษามลายูหรือภาษามาเลย์เริ่มเข้ามาผสมปนเข้าด้วยกันกับภาษาฮกเกี้ยน ทำให้เกิดเป็นภาษาที่ผสมสำเนียงเข้าด้วยกัน เป็นภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภูเก็ตและใกล้เคียง ภาษาฮกเกี้ยนในภูเก็ตนั้นปัจจุบันยังคงมีใช้อยู่เพียงแต่สำเนียงอาจจะเพี้ยนไปจากภาษาฮกเกี้ยนเดิมบ้าง เพื่อปรับให้เข้ากับการออกเสียงของคนภูเก็ต ซึ่งใกล้เคียงกับภาษาฮกเกี้ยนที่ใช้กันในปีนัง มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ เนื่องจากมีการปรับเสียงให้เข้ากับสัทอักษรการออกเสียงของคนภูเก็ต บางคำในภาษาฮกเกี้ยนจึงไม่เหมือนกันภาษาฮกเกี้ยนแท้ของจีน แต่ก็ใกล้เคียง นอกจากนี้ยังพบว่าระบบไวยากรณ์ที่ใช้นั้นบ้างก็ยืมมากจากภาษาฮกเกี้ยนด้วย ภาษาภูเก็ตบ้างก็เรียก ภาษาบาบ๋า
คำทั่วไปใช้ในชีวิตประจำวัน
| ภาษาภูเก็ต | อักษรจีน | ภาษากลาง |
|---|---|---|
| อ๊าม | 庵 | ศาลเจ้า |
| โซสี | 鎖匙 | กุญแจ |
| แคะจ่าน | 客棧 | โรงแรม |
| อี่เส่งก้วน | 醫生院 | โรงพยาบาล |
| เกี่ยมตู๋ | 鹹廚 | ตู้กับข้าว |
| จ๊าว | 走 | วิ่ง |
| ซึ่งตู๋ | 霜廚 | ตู้เย็น |
| กาโต้ | 鉸刀 | กรรไกร |
| เจี่ยนสี | 煎匙 | ตะหลิว |
| เอี่ยนปิด | 鉛筆 | ดินสอ |
| ปิด | 筆 | ปากกา |
| หม่อปิด | 毛筆 | พู่กัน |
| อี้ | 椅 | เก้าอี้ |
| เตี่ยนสี่ | 電視 | โทรทัศน์ |
| หนา | 籃 | ตะกร้า |
| หล่าวถุ้ย | 楼梯 | บันได |
| เต้ง | 燈 | ตะเกียง |
| โพถ่อง | 普通 | รถสองแถว |
[แก้] อาหารและขนมพื้นเมือง
- โลบะ - เป็นเครื่องในหมูปรุงกับเครื่องพะโล้ นำมาทอดรับประทานกับเต้าหู้ทอดราดน้ำจิ้ม
- หมี่ฮกเกี้ยน - หมี่เหลืองผัดสูตรฮกเกี้ยนซึ่งเป็นสูตรดั้งเดิมพื้นเมืองโดยเฉพาะ จะมีเนื้อกุ้ง ปลา หอย หมู ปลาหมึก โรยหน้าด้วยเจี้ยนผ้างหรือหอมเจียว รับประทานคู่กับหอมแดงหรือแคบหมู
- หมี่หุ้นปาฉ่าง - เป็นเส้นหมี่แห้งรับประทานกับน้ำต้มกระดูกหมู
- หมี่สั่ว - เป็นอาหารเช้าของชาวภูเก็ต จะขายพร้อมกับข้าวต้มหรือโจ๊ก มีลักษณะเป็นเส้นคล้ายเส้นหมี่ แต่แตกต่างทั้งในแง่รสชาติและความ
เหนียวนุ่ม
- เบือทอด - เป็นกุ้งกับหญ้าช้องหรือใบเล็บครุฑชุบแป้งทอด รับประทานกับน้ำจิ้มสูตรพิเศษ
- โอต๊าว - ลักษณะคล้ายกับหอยทอดภาคกลาง ใช้หอยติบผัดกับแป้ง เผือก และไข่ รับประทานกับกากหมูทอดและถั่วงอก ปัจจุบันนิยมใช้หอยนางรมแทนหอยติบ เพราะหาได้ง่ายกว่า
- โอ๊ะเอ๋ว - เป็นของหวานคล้ายวุ้นน้ำเชื่อมใส่น้ำแข็ง โดยวุ้นดังกล่าวทำมาจากกล้วยน้ำว้าผสมกับสาหร่ายทะเลชนิดหนึ่ง
- สับปะรดภูเก็ต - สับปะรดพันธุ์พื้นเมืองที่มีรสชาติหวานกรอบ อร่อย ต่างกับสับปะรดที่อื่น ซื้อได้ที่ตลาดสดทั่วไป
- น้ำชุบภูเก็ต - เป็นน้ำพริกกะปิน้ำใส ๆ ใส่กุ้งสด หัวหอม พริก และมะนาว รับประทานกับข้าวหรือขนมจีน
- บ๊ะจ่าง - เป็นขนมที่นิยมของชาวภูเก็ต ทำจากข้าวเหนียวผัดซีอิ้ว มีไส้หมูอยู่ข้างใน
- แกงไตปลา - เป็นแกงยอดนิยมของชาวภูเก็ต ทำจาก ไส้ปลาหรือเครื่องในปลา มาหมักไว้และทำเป็นเครื่องแกง รับประทานกับข้าว หรือขนมจีน
- ขนมจีน - นิยมทานเป็นอาหารเช้าและเย็น ทานกับน้ำแกงหลายรสชาติซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นเมือง ทั้งแกงไตปลา น้ำชุบหยำ น้ำยา น้ำพริก ส่วนใหญ่เป็นเส้นหมัก มีเส้นสดอยู่บ้าง
- ขนมจีบติ่มซำ - เป็นอาหารเช้าของชาวภูเก็ต มักไม่รับประทานในมื้ออื่น มีอยู่ทั่วไปบนเกาะภูเก็ต สามารถหารับประทานได้ไม่ยาก มีหลากหลายแบบให้เลือกรับประทานทาน น้ำจิ้มแต่ละร้านจะต่างกันไปตามเคล็ดลับ ชาวภูเก็ตนิยมเรียกว่า เสี่ยวโบ๋ย
- เกลือเคย - คล้ายกับน้ำปลาหวาน ปรุงจากพริกขี้หนู กุ้งแห้ง ตำละเอียด กะปิ ซีอิ้ว น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว และน้ำ เวลารับประทาน ใช้ราดบนเลือดหมูต้ม เต้าหู้เหลือง แตงกวา และผลไม้อื่น ๆ
- ผัดไทยภูเก็ต ผัดไทยจะมีเส้นใหญ่และเส้นเล็ก เครื่องปรุงจะมีแค่ไข่ไก่ ถั่วงอก กุ๋ยช่าย ผัดให้เข้ากันใส่ พริกแห้งเม็ดใหญ่บดจนละเอียดมีน้ำผสมเล็กน้อย และกระเที่ยมโคลกละเอียด ผัดรวมกันปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลนิดหน่อย บ้างร้านก็จะใส่กากหมูภูเก็ตลงไปผัดพร้อมกัน กินแกล้มกับ ถ้วงอกสด กุ๋ยช่ายสด ปลีกล้วย มะนาว
- หมูผัดต่าวหยู้
- หมูฮ้อง
- แกงตู้มี้
- ขนมหัวล้าน
- ขนมเต่า (ขนมอังกู๊)
- ขนมสี่ขา
- เต้าซ้อ
- ขนมอาโปง
- ขนมฮวดโก้ย
- ขนมบันเชนโก้ย
- ขนมเจี๋ยะโก้ย
- ขนมหมี่ไทบัก
- ขนมเกี๋ยมโก้ย
[แก้] สินค้าประจำจังหวัด
- ไข่มุก
- เม็ดมะม่วงหิมพานต์
- ผ้าบาติก
[แก้] การศึกษา
โรงเรียน
- โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย โรงเรียนประจำจังหวัดภูเก็ต ฝ่ายมัธยมชาย
- โรงเรียนสตรีภูเก็ต โรงเรียนประจำจังหวัดภูเก็ต ฝ่ายมัธยมหญิง
- โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต โรงเรียนประจำจังหวัดภูเก็ตแบบสหศึกษา
- ดูที่ รายชื่อโรงเรียนในจังหวัดภูเก็ต
ระดับอุดมศึกษา
- มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต
[แก้] สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
- ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกเฟื่องฟ้า (Bougainvillea sp.)
- ต้นไม้ประจำจังหวัด: ประดู่ (Pterocarpus indicus)
- คำขวัญประจำจังหวัด: ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม
[แก้] เพลงประจำจังหวัด
- ยอดนารีศรีถลาง - ประพันธ์โดย ประสิทธิ ชิณการณ์ ทำนองโดย ประพันธ์ ทิมเทศ
- อ้อมกอดอันดามัน
- ภูเก็ตจ๋า
- สดุดีย่าจันย่ามุก
- ไข่มุกอันดามัน
- ภูเก็ตเมืองงาม
- หาดราไวย์
- ของกินภูเก็ต (หรอยๆ)
- ภูเก็ตราตรี
- ตะวันรอนที่แหลมพรหมเทพ
- ภูเก็ตเมืองสวรรค์
- ภูเก็ต (สะพานรักสารสิน)
- ยินดีที่มาเยือน
- หาดสุรินทร์
- สัญญาหน้าอ๊าม
- สุดสวาทหาดภูเก็ต
- ปลื้มภูเก็ต
[แก้] สถาปัตยกรรมย่านเมืองเก่าภูเก็ต
สถาปัตยกรรมในย่านการค้าเมืองเก่าภูเก็ตบนถนนถลาง ถนนดีบุก ถนนกระบี่ ถนนพังงา ถนนเยาราช และซอยรมณีย์ รวมทั้งถนนใกล้เคียงเริ่มมีการพัฒนาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงของการล่าอาณานิคมของประเทศตะวันตกแลกะการค้าแร่ดีบุกเฟื่องฟู ในยุคนั้นภูเก็ตเป็นเมืองที่มีชาวต่างชาติทั้งจีน อินเดีย อาหรับ มาเลย์ และยุโรปเข้ามาทำการค้าและอาศัยอยุ่ เช่นเดียวกับเมืองท่าอื่น ๆ ในแหลมมลายู เช่น ปีนัง มะละกา และสิงคโปร์ การก่อสร้างและออกแบบอาคารจึงได้รับอิทธิพลจากนานาชาติไปด้วย ลักษณะของสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าในเมืองภูเก็ตอาจแบ่งได้ 3 ยุค คือ ยุคแรกประมาณช่วง พ.ศ. 2411-2443 เป็นช่วงของการเริ่มพัฒนาเมือง ยุคที่สอง พ.ศ. 2444-2475 เป็นช่วงของการผสมผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมเอเชียกับยุโรป และยุคที่สามยุคนี้ได้กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ของเมืองภูเก็ตซึ่งชาวภูเก็ตทุกคนภาคภูมิใจ และตั้งใจจะรักษาให้คงอยู่สืบไป
[แก้] ทีมฟุตบอล
ปัจจุบัน ภูเก็ตมีทีมฟุตบอล ชื่อ FC PHUKET ติดตามรายละเอียด ได้ที่ http://www.phuketfcfanclub.com
[แก้] เมืองพี่เมืองน้อง
[แก้] อ้างอิง
- ^ ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
- ^ ประกาศสานักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
[แก้] ดูเพิ่ม
- รายชื่อโรงเรียนในจังหวัดภูเก็ต
- รายชื่ออาหารพื้นเมืองในจังหวัดภูเก็ต
- รายชื่อสาขาของธนาคารในจังหวัดภูเก็ต
- รายชื่อห้างสรรพสินค้าในจังหวัดภูเก็ต
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
พิกัดภูมิศาสตร์: 7°53′N 98°23′E / 7.88°N 98.38°E
- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ จังหวัดภูเก็ต
- แผนที่ จาก มัลติแมป โกลบอลไกด์ หรือ กูเกิลแมปส์
- ภาพถ่ายทางอากาศ จาก เทอร์ราเซิร์ฟเวอร์
- ภาพถ่ายดาวเทียม จาก วิกิแมเปีย
|
|||||||
|
|||||||||||||||||||||||||
|
|||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
