มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
-
บทความนี้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย สำหรับธรรมศาสตร์ในความหมายอื่น ดูที่ ธรรมศาสตร์
| เป็นเลิศ เป็นธรรม ร่วมนำสังคม (ทางการ) ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน (ไม่เป็นทางการ) |
||
| ท่าพระจันทร์ 2 ถนนพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ศูนย์รังสิต |
| อักษรย่อ | มธ. / TU |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Thammasat University |
| วันสถาปนา | 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477 |
| ประเภท | รัฐ |
| นายกสภาฯ | ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล |
| อธิการบดี | ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ |
| เพลงสถาบัน | เพลงพระราชนิพนธ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ยูงทอง) |
| สีประจำสถาบัน | เหลือง-แดง |
| ต้นไม้ | ต้นหางนกยูงฝรั่ง |
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นตลาดวิชา เพื่อการศึกษาด้านกฎหมายและการเมือง สำหรับประชาชนทั่วไป เมื่อเริ่มก่อตั้งใช้ชื่อว่า มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (University of Moral and Political Sciences) เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย และมีประวัติศาสตร์ผูกพันกับพัฒนาการทางการเมืองและความเป็นไปของชาติ ตลอดจนเรื่องของรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยตลอดมา[1] โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และ 6 ตุลา 2519[2]
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 คณะรัฐประหารได้ยึดอำนาจการปกครองประเทศ ทำให้มหาวิทยาลัยได้รับผลกระทบโดยตรง[3] ผู้ประศาสน์การ ปรีดี พนมยงค์ ต้องลี้ภัยการเมืองไปอยู่ต่างประเทศ ชื่อมหาวิทยาลัยถูกตัดคำว่า “การเมือง” ออกจากชื่อมหาวิทยาลัย เหลือเพียง “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” ตำแหน่งผู้ประศาสน์การถูกยกเลิก เปลี่ยนเป็นตำแหน่งอธิการบดี[1] หลักสูตรการศึกษาธรรมศาสตร์บัณฑิต ถูกเปลี่ยนแปลงเป็น นิติศาสตร์, รัฐศาสตร์, เศรษฐศาสตร์ และ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี ความเป็นตลาดวิชาหมดไปตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2495
นับตั้งแต่ พ.ศ. 2477 มีนักศึกษากว่า 240,000 คน เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในจำนวนนี้ได้รวมถึงผู้ที่เข้ามาบทบาททางการเมืองในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี, นักการเมืองและเจ้าหน้าที่ระดับสูง, ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย ตลอดจนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาด้านสังคมศาสตร์ต่าง ๆ มากมาย
มหาวิทยาลัยเป็นสมาชิกของเครือข่าย LAOTSE ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชียและยุโรป ตามกรอบความร่วมมืออาเซม รวมทั้งเป็นสมาชิกของเครือข่ายการศึกษาและวิจัยในลุ่มแม่น้ำโขง (GMSARN) อีกด้วย
อธิการบดีมหาวิทยาลัยคนปัจจุบันคือ นายสุรพล นิติไกรพจน์ และมีนายสุเมธ ตันติเวชกุลเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองถือได้ว่าเป็นผลพวงหรือ “คู่แฝด” ของการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่ระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 โดยในคำประกาศของคณะราษฎรในวันยึดอำนาจกล่าวว่า การที่ราษฎรยังถูกดูหมิ่นว่ายังโง่อยู่ ไม่พร้อมกับระบอบประชาธิปไตยนั้น “เป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่”[4] นโยบายหรือหลักประการที่ 6 ใน หลัก 6 ประการของคณะราษฎร จึงระบุไว้ว่า “จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร”[4] สถาบันศึกษาแบบใหม่ที่เปิดกว้างให้ประชาชนชาวสยามได้รับการศึกษาชั้นสูง โดยเฉพาะที่จะรองรับการปกครองบ้านเมืองที่เปลี่ยนไป จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมาคู่กันกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ดังที่ปรีดี พนมยงค์ ได้กล่าวไว้ในโอกาสจัดตั้งมหาวิทยาลัยว่า “การตั้งสถานศึกษาตามลักษณะมหาวิทยาลัยย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ และเป็นปัจจัยในการแสดงความก้าวหน้าของประเทศ ประชาชนชาวสยามจะเจริญในอารยธรรมได้ก็โดยอาศัยการศึกษาอันดีตั้งแต่ชั้นต่ำ ตลอดจนการศึกษาชั้นสูง เพราะฉะนั้นการที่จะอำนวยความประสงค์และประโยชน์ของราษฎรในสมัยนี้ จึงจำต้องมีสถานการศึกษาให้ครบบริบูรณ์ทุกชั้น” และ “มหาวิทยาลัยย่อมอุปมาประดุจบ่อน้ำบำบัดความกระหายของราษฎร ผู้สมัครแสวงหาความรู้อันเป็นสิทธิและโอกาสที่เขาควรมีควรได้ตามหลักแห่งเสรีภาพในการศึกษา รัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรเห็นความจำเป็นในข้อนี้ จึงได้ตราพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้น”[1][5]
อีกแรงผลักดันหนึ่งที่ทำให้เกิดการก่อตั้ง มธก. ขึ้น อาจมาจากกลุ่มอดีตนักเรียนโรงเรียนกฎหมายของกระทรวงยุติธรรม กล่าวคือใน พ.ศ. 2476 รัฐบาลอนุรักษนิยมมช่วงเปลี่ยนผ่านของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา โรงเรียนกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมได้ถูกโอนไปขึ้นกับคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่หนึ่งปี[6] ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่นักเรียนโรงเรียนกฎหมาย ที่ต้องการให้ยกฐานะโรงเรียนของตนเป็นมหาวิทยาลัยดังเช่นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่กลับถูกทำให้เสมือนถูกยุบหายไป จึงมีผลผลักดันให้นักเรียนกฎหมายดังกล่าวเคลื่อนไหวหนุนให้มีการก่อตั้ง มธก. ขึ้น[1] โดยเมื่อจัดตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองนั้น ได้โอนทรัพย์สินตลอดจนคณาจารย์ของโรงเรียนกฎหมายเดิม เข้ามาสังกัดในมหาวิทยาลัยใหม่นี้ด้วย[7]
ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองจึงได้สถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477 ณ ที่ตั้งเก่าของโรงเรียนกฎหมาย บนถนนราชดำเนิน เชิงสะพานผ่านพิภพลีลา[1] โดยมีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทำพิธีเปิดมหาวิทยาลัย[8][9]
ในช่วงเวลา 2 ปีแรก (พ.ศ. 2477-2479) การเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยยังคงดำเนินอยู่ที่ตึกโรงเรียนกฎหมายเดิม หลังจากนั้นจึงได้ย้ายมาที่บริเวณวังหน้า ท่าพระจันทร์ ดังเช่นในปัจจุบัน[1] และต่อมาได้มีการขยายการเรียนการสอนออกไปที่จังหวัดปทุมธานี ลำปาง ชลบุรี นราธิวาส และอุดรธานี
[แก้] วิชาการ
แต่เดิมเมื่อเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองนั้น ในระดับปริญญาตรีมีเปิดสอนเพียงหลักสูตรเดียวคือ "ธรรมศาสตร์บัณฑิต" (ธ.บ.) ซึ่งเน้นวิชากฎหมาย รวมถึงกฎหมายที่เป็นเรื่องใหม่ในขณะนั้นคือกฎหมายรัฐธรรมนูญ[1] และมีวิชารัฐศาสตร์และวิชาเศรษฐศาสตร์แทรกอยู่ด้วย[3][10] ส่วนในระดับปริญญาโทนั้นมีแยกสามแขนงคือ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และต่อมาได้มีหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงทางการบัญชีซึ่งเทียบเท่าปริญญาโท และในระดับระดับปริญญาเอกมีสี่แขนงคือ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และการทูต แต่ใน พ.ศ. 2492 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลักสูตรธรรมศาสตร์บัณฑิตก็ได้ถูกยกเลิกไป และเปลี่ยนเป็นหลักสูตรปริญญาตรีเฉพาะทางในสาขาต่าง ๆ แทน ตาม “ข้อบังคับเพิ่มเติมว่าด้วยการแบ่งแยกการศึกษาเป็น 4 คณะ และกำหนดสมัยการศึกษาและการสอบไล่ พ.ศ. 2492”[3]
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดการศึกษาครอบคลุมทางด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์สุขภาพ ทุกระดับจำนวนทั้งสิ้น 256 หลักสูตร เป็นระดับปริญญาตรี 111 หลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิต 8 หลักสูตร ปริญญาตรีควบปริญญาโท 4 หลักสูตร ปริญญาโท 99 หลักสูตร และปริญญาเอก 34 หลักสูตร จัดการศึกษาทั้งภาคกลางวันและภาคค่ำ (ข้อมูลปี พ.ศ. 2550[11])
[แก้] กลุ่มสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
[แก้] กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
[แก้] กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ
นอกจากนี้ ยังมีหลายหน่วยงานที่จัดหลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษา อาทิ สถาบันภาษา, กองกิจการนักศึกษา เป็นต้น อีกทั้งทางมหาวิทยาลัยยังมีหน่วยงานที่จัดการเรียนการสอนเฉพาะระดับสูงกว่าปริญญาตรีอีกด้วย อันได้แก่ วิทยาลัยนวัตกรรมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร
[แก้] หลักสูตรนานาชาติ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้จัดหลักสูตรการเรียนการสอนนานาชาติสำหรับนักศึกษาทั้งชาวไทยและต่างประเทศหลายหลักสูตรด้วยกัน โดยขึ้นกับคณะเจ้าของหลักสูตร โดยมีคณะที่เปิดหลักสูตรในลักษณะดังกล่าวดังต่อไปนี้
- คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
- คณะเศรษฐศาสตร์
- คณะรัฐศาสตร์
- คณะศิลปศาสตร์
- คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
- คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- คณะวิศวกรรมศาสตร์
- สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร
- วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ เป็นวิทยาลัยนานาชาติของมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ ซึ่งจะเปิดสอนหลักสูตรนานาชาติที่ไม่ซ้ำซ้อนกับหลักสูตรนานาชาติของคณะอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัยที่เปิดอยู่ก่อนแล้ว[12][13] ชื่อของวิทยาลัยมาจากชื่อของผู้ประศาสน์การ
[แก้] หน่วยงานวิจัยและบริการวิชาการ
- สำนักหอสมุด
- สถาบันภาษา
- สำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม
- สถาบันไทยคดีศึกษา
- สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา
- ศูนย์ศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศ (ศูนย์เอเปค)
- สถาบันประมวลข้อมูลเพื่อการศึกษาและการพัฒนา
- สถาบันทรัพยากรมนุษย์
- สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
- สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- สถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย
[แก้] วิทยาเขต
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีศูนย์กลางบริหารอยู่ที่ท่าพระจันทร์ กรุงเทพมหานคร และมีวิทยาเขตในภูมิภาคอีก 5 วิทยาเขต
[แก้] ท่าพระจันทร์
ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าพระจันทร์ ในเกาะรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร ในเริ่มแรกแห่งการสถาปนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้จัดการเรียนการสอนที่ตึกโรงเรียนกฎหมายเดิม (เพราะบุคคลากรตลอดจนทรัพย์สินของโรงเรียนกฎหมายไม่ได้เปลี่ยนแปลง หลังจากรอการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัย จึงโอนมาเป็นของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งหมด) เป็นเวลา 2 ปี แล้วจึงซื้อที่ดินจากกรมทหารซึ่งเป็นคลังแสงเดิม แล้วจึงย้ายมาอยู่บริเวณท่าพระจันทร์ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาและสนามหลวง มีเนื้อที่ 49 ไร่ เป็นศูนย์แรกของมหาวิทยาลัยตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เดิมบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของวังหน้า (พระราชวังบวรสถานมงคล).
ศูนย์ท่าพระจันทร์แห่งนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2519 เป็นสถานที่ที่นักศึกษาและประชาชนได้มาชุมชนประท้วงกัน กรณี จอมพลประภาส จารุเสถียร และ จอมพลถนอม กิตติขจร เดินทางกลับมาประเทศไทย (หลังลี้ภัยออกนอกประเทศไปเมื่อสิ้นสุดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516) และนำไปสู่เหตุการณ์ล้อมปราบนักศึกษาและประชาชน เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ยังผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 300 คน.
ศูนย์ท่าพระจันทร์ตั้งอยู่เลขที่ 2 ถ.พระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 มี รศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต เป็นรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ท่าพระจันทร์
[แก้] การย้ายไปศูนย์รังสิต
แต่เดิมศูนย์ท่าพระจันทร์นี้ เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนสำหรับกลุ่มวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ในระดับปริญญาตรีด้วย แต่ในปัจจุบันหลักสูตรทั้งหมดดังกล่าวได้ย้ายไปอยู่ที่ศูนย์รังสิตแล้วตามนโยบายมหาวิทยาลัย เหลือเพียงหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาและปริญญาตรีโครงการพิเศษ
ในช่วงของการพิจารณาย้ายการเรียนการสอนไปยังศูนย์รังสิตดังกล่าวนั้น ได้มีการต่อต้านอย่างหนักจากประชาคมธรรมศาสตร์จำนวนหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยนักศึกษา ศิษย์เก่า อาจารย์ และชุมชนท่าพระจันทร์ (ดู จิตวิญญาณธรรมศาสตร์)
[แก้] ศูนย์รังสิต
ศูนย์รังสิตเป็นศูนย์ที่ใหญ่ที่สุด มีเนื้อที่ 2,744 ไร่ ตั้งอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางเหนือประมาณ 42 ก.ม. อยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่า “กลุ่มวิสาหกิจเทคโนโลยีกรุงเทพตอนบน”[14] โดยมีสถาบันที่อยู่ใกล้เคียงได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย และ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีสวนอุตสาหกรรมจำนวนมากในพื้นที่ใกล้เคียง. ศูนย์รังสิตก่อตั้ง เมื่อปี พ.ศ. 2518 โดยวิสัยทัศน์ของ อ. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อธิการบดีในขณะนั้น ที่เห็นว่าในการพัฒนาประเทศนั้น จะขาดบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ได้ จึงได้เปิดคณะวิทยาศาสตร์ขึ้นเป็นคณะแรกที่ศูนย์รังสิต. ปัจจุบัน ศูนย์นี้เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอน สำหรับกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์สุขภาพ. สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ก็ตั้งอยู่ในศูนย์นี้
ภายในศูนย์ประกอบด้วยกลุ่มอาคารเรียนต่าง ๆ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อาคารอำนวยการ อาคารบริการวิชาการ เช่น ศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษา โรงพิมพ์ สิ่งอำนวยความสะดวกเช่น ร้านอาหาร ร้านค้าและธนาคาร กลุ่มหอพักนักศึกษาขนาดใหญ่ และอาคารระบบสาธารณูปโภค เช่น โรงไฟฟ้าย่อย และโรงบำบัดน้ำเสีย ศูนย์นี้ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นศูนย์กีฬากลางแจ้งและในร่มขนาดใหญ่ ที่เคยเป็นสนามกีฬารองรับการแข่งขันระดับนานาชาติ เช่น เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2540 และ กีฬามหาวิทยาลัยโลก พ.ศ. 2550
ศูนย์รังสิตตั้งอยู่ที่เลขที่ 99 หมู่ 18 ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี 12121 มี รศ.ดร.ศิริพร ขัมภลิขิต เป็นรองอธิการฝ่ายบริหารศูนย์รังสิต
[แก้] ศูนย์ลำปาง
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง แต่เดิมตั้งอยู่ที่ อาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ถ.บุญวาทย์ อ.เมืองลำปาง จังหวัดลำปาง 52000 เมื่อปีการศึกษา 2546 ได้ย้ายไปยังอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่จากการบริจาคของนายบุญชู ตรีทอง มีพื้นที่ 365 ไร่ เป็นที่ตั้งของ วิทยาลัยสหวิทยาการ มีอาคารเรียนรวมหลังแรกชื่อ "อาคารสิรินธรารัตน์" มี ผศ.ดร.เดชา สังขวรรณ เป็นรองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์ลำปาง
[แก้] ศูนย์อื่น ๆ
- ศูนย์ถาวร-อุษา พรประภา : ตั้งอยู่ที่ อ. บางละมุง จ. ชลบุรี มีพื้นที่ 565 ไร่ เป็นที่ตั้งของ อุทยานการเรียนรู้ และวิทยาลัยนวัตกรรมอุดมศึกษา
- ศูนย์นราธิวาส : ตั้งอยู่ที่บ้านโต๊ะแดง ต. นานาค อ. ตากใบ จังหวัดนราธิวาส
- ศูนย์อุดรธานี : ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี คณะที่เปิดสอนคือคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์[15]
[แก้] สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีตราธรรมจักรที่มีพานรัฐธรรมนูญอยู่ตรงกลางเป็นตราประจำมหาวิทยาลัย[16]
สีประจำมหาวิทยาลัยคือสีเหลือง-แดง ดังปรากฏในเนื้อเพลง “สำนักนั้นธรรมศาสตร์และการเมือง” (มอญดูดาว) ที่ว่า “เหลืองของเราคือธรรมประจำจิต แดงของเราคือโลหิตอุทิศให้” ซึ่งนับเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยมาตั้งแต่ปีแรกของการก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2477 หมายถึง ความสำนึกในความเป็นธรรมและความเสียสละเพื่อสังคม[17] ส่วนต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือหางนกยูงหรือ "ยูงทอง" ซึ่งสีของดอกยูงทองนี้มีสีเหลือง-แดง สัมพันธ์กับสีประจำมหาวิทยาลัย ต้นยูงทองนี้ถูกนำไปใช้แต่งเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันด้วย คือเพลงยูงทอง
สัญลักษณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็คือ ตึกโดม ซึ่งเป็นอาคารหลังแรกของมหาวิทยาลัย โดยคำว่า “ลูกแม่โดม” หมายถึงนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
[แก้] บุคคลเด่นในประชาคมธรรมศาสตร์
- ดูเพิ่มที่ รายชื่อบุคคลเด่นในประชาคมธรรมศาสตร์
- ปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าคณะราษฎรสายพลเรือน ผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกขบวนการเสรีไทย นายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ของไทย ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในรัชกาลที่ 8 และรัฐบุรุษอาวุโส
- ป๋วย อึ๊งภากรณ์ สมาชิกขบวนการเสรีไทย ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้ได้รับรางวัลแมกไซไซ
- สัญญา ธรรมศักดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ องคมนตรี นายกรัฐมนตรีคนที่ 12 ของไทย และประธานองคมนตรี
[แก้] กิจกรรมมหาวิทยาลัย
กิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยของนักศึกษานั้น จะอยู่ภายใต้การดูแลขององค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่แบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกันคือ ส่วนบริหารจัดการ ได้แก่ องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) และส่วนพิจารณาโครงการ ได้แก่ สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทำงานประสานกับ งานกิจกรรมนักศึกษา กองกิจการนักศึกษา ของมหาวิทยาัลัย
[แก้] กีฬาและนันทนาการ
- งานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ เป็นการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดลุยเดชระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ. 2477 จนถึงปัจจุบัน โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพฝ่ายละหนึ่งปี ปกติจัดขึ้น ณ สนามศุภชลาศัย
- งานรักบี้ประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ เป็นการแข่งขันรักบี้ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2480 แต่ได้ยุติไประยะหนึ่ง และได้มีการฟื้นฟูการแข่งขันอีกครั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นไป
- เชียร์ลีดเดอร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ ผู้นำเชียร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นตัวแทนนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสำหรับทำหน้าที่นำกองเชียร์ส่งเสียงเชียร์นักกีฬา โดยเฉพาะในงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬา
- ธิดาโดม คือ นางงามที่ชนะเลิศในการประกวดของสมาคมธรรมศาสตร์แห่งแคลิฟอร์เนียตอนใต้ การประกวดธิดาโดมเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2516 โดยการเชิญสาวงามที่ไปเที่ยวงานในคืนนั้นขึ้นมาประกว
