มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ตราธรรมจักร สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เป็นเลิศ เป็นธรรม ร่วมนำสังคม
(ทางการ)
ฉันรักธรรมศาสตร์
เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน
(ไม่เป็นทางการ)

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นตลาดวิชา เพื่อการศึกษาด้านกฎหมายและการเมือง สำหรับประชาชนทั่วไป เมื่อเริ่มก่อตั้งใช้ชื่อว่า มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (University of Moral and Political Sciences) เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย และมีประวัติศาสตร์ผูกพันกับพัฒนาการทางการเมืองและความเป็นไปของชาติ ตลอดจนเรื่องของรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยตลอดมา[1] โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และ 6 ตุลา 2519[2]

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 คณะรัฐประหารได้ยึดอำนาจการปกครองประเทศ ทำให้มหาวิทยาลัยได้รับผลกระทบโดยตรง[3] ผู้ประศาสน์การ ปรีดี พนมยงค์ ต้องลี้ภัยการเมืองไปอยู่ต่างประเทศ ชื่อมหาวิทยาลัยถูกตัดคำว่า “การเมือง” ออกจากชื่อมหาวิทยาลัย เหลือเพียง “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” ตำแหน่งผู้ประศาสน์การถูกยกเลิก เปลี่ยนเป็นตำแหน่งอธิการบดี[1] หลักสูตรการศึกษาธรรมศาสตร์บัณฑิต ถูกเปลี่ยนแปลงเป็น นิติศาสตร์, รัฐศาสตร์, เศรษฐศาสตร์ และ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี ความเป็นตลาดวิชาหมดไปตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2495

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2477 มีนักศึกษากว่า 240,000 คน เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในจำนวนนี้ได้รวมถึงผู้ที่เข้ามาบทบาททางการเมืองในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี, นักการเมืองและเจ้าหน้าที่ระดับสูง, ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตลอดจนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาด้านสังคมศาสตร์ต่าง ๆ มากมาย

มหาวิทยาลัยเป็นสมาชิกของเครือข่าย LAOTSE ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในเอเชียและยุโรป ตามกรอบความร่วมมืออาเซม รวมทั้งเป็นสมาชิกของเครือข่ายการศึกษาและวิจัยในลุ่มแม่น้ำโขง (GMSARN) อีกด้วย

อธิการบดีมหาวิทยาลัยคนปัจจุบันคือ นายสุรพล นิติไกรพจน์ และมีนายสุเมธ ตันติเวชกุลเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

อนุสาวรีย์ปรีดี พนมยงค์ ผู้ประศาสน์การ "มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง" ที่หน้าตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองถือได้ว่าเป็นผลพวงหรือ “คู่แฝด” ของการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่ระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 โดยในคำประกาศของคณะราษฎรในวันยึดอำนาจกล่าวว่า การที่ราษฎรยังถูกดูหมิ่นว่ายังโง่อยู่ ไม่พร้อมกับระบอบประชาธิปไตยนั้น “เป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่”[4] นโยบายหรือหลักประการที่ 6 ใน หลัก 6 ประการของคณะราษฎร จึงระบุไว้ว่า “จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร”[4] สถาบันศึกษาแบบใหม่ที่เปิดกว้างให้ประชาชนชาวสยามได้รับการศึกษาชั้นสูง โดยเฉพาะที่จะรองรับการปกครองบ้านเมืองที่เปลี่ยนไป จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมาคู่กันกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ดังที่ปรีดี พนมยงค์ ได้กล่าวไว้ในโอกาสจัดตั้งมหาวิทยาลัยว่า “การตั้งสถานศึกษาตามลักษณะมหาวิทยาลัยย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ และเป็นปัจจัยในการแสดงความก้าวหน้าของประเทศ ประชาชนชาวสยามจะเจริญในอารยธรรมได้ก็โดยอาศัยการศึกษาอันดีตั้งแต่ชั้นต่ำ ตลอดจนการศึกษาชั้นสูง เพราะฉะนั้นการที่จะอำนวยความประสงค์และประโยชน์ของราษฎรในสมัยนี้ จึงจำต้องมีสถานการศึกษาให้ครบบริบูรณ์ทุกชั้น” และ “มหาวิทยาลัยย่อมอุปมาประดุจบ่อน้ำบำบัดความกระหายของราษฎร ผู้สมัครแสวงหาความรู้อันเป็นสิทธิและโอกาสที่เขาควรมีควรได้ตามหลักแห่งเสรีภาพในการศึกษา รัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรเห็นความจำเป็นในข้อนี้ จึงได้ตราพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้น”[1][5]

อีกแรงผลักดันหนึ่งที่ทำให้เกิดการก่อตั้ง มธก. ขึ้น อาจมาจากกลุ่มอดีตนักเรียนโรงเรียนกฎหมายของกระทรวงยุติธรรม กล่าวคือใน พ.ศ. 2476 รัฐบาลอนุรักษนิยมช่วงเปลี่ยนผ่านของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา โรงเรียนกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมได้ถูกโอนไปขึ้นกับคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่หนึ่งปี[6] ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่นักเรียนโรงเรียนกฎหมาย ที่ต้องการให้ยกฐานะโรงเรียนของตนเป็นมหาวิทยาลัยดังเช่นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่กลับถูกทำให้เสมือนถูกยุบหายไป จึงมีผลผลักดันให้นักเรียนกฎหมายดังกล่าวเคลื่อนไหวหนุนให้มีการก่อตั้ง มธก. ขึ้น[1] โดยเมื่อจัดตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองนั้น ได้โอนทรัพย์สินตลอดจนคณาจารย์ของโรงเรียนกฎหมายเดิม เข้ามาสังกัดในมหาวิทยาลัยใหม่นี้ด้วย[7]

ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองจึงได้สถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477 ณ ที่ตั้งเก่าของโรงเรียนกฎหมาย บนถนนราชดำเนิน เชิงสะพานผ่านพิภพลีลา[1] โดยมีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทำพิธีเปิดมหาวิทยาลัย[8][9]

ในช่วงเวลา 2 ปีแรก (พ.ศ. 2477-2479) การเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยยังคงดำเนินอยู่ที่ตึกโรงเรียนกฎหมายเดิม หลังจากนั้นจึงได้ย้ายมาที่บริเวณวังหน้า ท่าพระจันทร์ ดังเช่นในปัจจุบัน[1] และต่อมาได้มีการขยายการเรียนการสอนออกไปที่จังหวัดปทุมธานี ลำปาง ชลบุรี นราธิวาส และอุดรธานี

[แก้] วิชาการ

ตึกโดมท่าพระจันทร์

แต่เดิมเมื่อเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองนั้น ในระดับปริญญาตรีมีเปิดสอนเพียงหลักสูตรเดียวคือ "ธรรมศาสตร์บัณฑิต" (ธ.บ.) ซึ่งเน้นวิชากฎหมาย รวมถึงกฎหมายที่เป็นเรื่องใหม่ในขณะนั้นคือกฎหมายรัฐธรรมนูญ[1] และมีวิชารัฐศาสตร์และวิชาเศรษฐศาสตร์แทรกอยู่ด้วย[3][10] ส่วนในระดับปริญญาโทนั้นมีแยกสามแขนงคือ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และต่อมาได้มีหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงทางการบัญชีซึ่งเทียบเท่าปริญญาโท และในระดับระดับปริญญาเอกมีสี่แขนงคือ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และการทูต แต่ใน พ.ศ. 2492 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลักสูตรธรรมศาสตร์บัณฑิตก็ได้ถูกยกเลิกไป และเปลี่ยนเป็นหลักสูตรปริญญาตรีเฉพาะทางในสาขาต่าง ๆ แทน ตาม “ข้อบังคับเพิ่มเติมว่าด้วยการแบ่งแยกการศึกษาเป็น 4 คณะ ได้แก่ คณะนิติศาสตร์ คณะพานิชยศาสตร์และการบัญชี คณะรัฐศาสตร์ และคณะเศรษฐศาสตร์ และกำหนดสมัยการศึกษาและการสอบไล่ พ.ศ. 2492”[3]

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดการศึกษาครอบคลุมทางด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์สุขภาพ ทุกระดับจำนวนทั้งสิ้น 256 หลักสูตร เป็นระดับปริญญาตรี 111 หลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิต 8 หลักสูตร ปริญญาตรีควบปริญญาโท 4 หลักสูตร ปริญญาโท 99 หลักสูตร และปริญญาเอก 34 หลักสูตร จัดการศึกษาทั้งภาคกลางวันและภาคค่ำ (ข้อมูลปี พ.ศ. 2550[11])

[แก้] กลุ่มสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

[แก้] กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

[แก้] กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ

นอกจากนี้ ยังมีหลายหน่วยงานที่จัดหลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษา อาทิ สถาบันภาษา, กองกิจการนักศึกษา เป็นต้น อีกทั้งทางมหาวิทยาลัยยังมีหน่วยงานที่จัดการเรียนการสอนเฉพาะระดับสูงกว่าปริญญาตรีอีกด้วย อันได้แก่ วิทยาลัยนวัตกรรมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร

[แก้] หลักสูตรนานาชาติ

นอกจาก วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ซึ่งเป็นวิทยาลัยนานาชาติของมหาวิทยาลัยแล้ว[12][13] คณะต่าง ๆ ได้จัดหลักสูตรการเรียนการสอนนานาชาติสำหรับนักศึกษาทั้งชาวไทยและต่างประเทศหลายหลักสูตรด้วยกัน โดยคณะที่เปิดหลักสูตรในลักษณะดังกล่าว ได้แก่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี, คณะรัฐศาสตร์, คณะเศรษฐศาสตร์, คณะศิลปศาสตร์, คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คณะวิศวกรรมศาสตร์, และสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร

[แก้] หน่วยงานวิจัยและบริการวิชาการ

[แก้] วิทยาเขต

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีศูนย์กลางบริหารอยู่ที่ท่าพระจันทร์ กรุงเทพมหานคร และมีวิทยาเขตในภูมิภาคอีก 5 วิทยาเขต

[แก้] ท่าพระจันทร์

ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าพระจันทร์ ในเกาะรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร ในเริ่มแรกแห่งการสถาปนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้จัดการเรียนการสอนที่ตึกโรงเรียนกฎหมายเดิม (เพราะบุคคลากรตลอดจนทรัพย์สินของโรงเรียนกฎหมายไม่ได้เปลี่ยนแปลง หลังจากรอการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัย จึงโอนมาเป็นของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งหมด) เป็นเวลา 2 ปี แล้วจึงซื้อที่ดินจากกรมทหารซึ่งเป็นคลังแสงเดิม แล้วจึงย้ายมาอยู่บริเวณท่าพระจันทร์ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาและสนามหลวง มีเนื้อที่ 49 ไร่ เป็นศูนย์แรกของมหาวิทยาลัยตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เดิมบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของวังหน้า (พระราชวังบวรสถานมงคล)

ศูนย์ท่าพระจันทร์แห่งนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2519 เป็นสถานที่ที่นักศึกษาและประชาชนได้มาชุมชนประท้วงกัน กรณี จอมพลประภาส จารุเสถียร และ จอมพลถนอม กิตติขจร เดินทางกลับมาประเทศไทย (หลังลี้ภัยออกนอกประเทศไปเมื่อสิ้นสุดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516) และนำไปสู่เหตุการณ์ล้อมปราบนักศึกษาและประชาชน เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ยังผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 300 คน.

ศูนย์ท่าพระจันทร์ตั้งอยู่เลขที่ 2 ถ.พระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 มี รศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต เป็นรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ท่าพระจันทร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มุมมองจากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2551

[แก้] การขยายไปศูนย์รังสิต

แต่เดิมศูนย์ท่าพระจันทร์นี้ เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนสำหรับกลุ่มวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ในระดับปริญญาตรีด้วย แต่ในปัจจุบันหลักสูตรทั้งหมดดังกล่าวได้ขยายไปอยู่ที่ศูนย์รังสิตแล้วตามนโยบายมหาวิทยาลัย เหลือเพียงหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา หลักสูตรควบปริญาตรี-โท และปริญญาตรีโครงการพิเศษ

ในช่วงของการพิจารณาขยายการเรียนการสอนไปยังศูนย์รังสิตดังกล่าวนั้น ได้มีการต่อต้านอย่างหนักจากประชาคมธรรมศาสตร์จำนวนหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยนักศึกษา ศิษย์เก่า อาจารย์ และชุมชนท่าพระจันทร์ (ดู จิตวิญญาณธรรมศาสตร์)

[แก้] ศูนย์รังสิต

ตึกโดมบริหาร มธ. ศูนย์รังสิต

ศูนย์รังสิตเป็นศูนย์ที่ใหญ่ที่สุด มีเนื้อที่ 2,744 ไร่ ตั้งอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางเหนือประมาณ 42 ก.ม. อยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่า “กลุ่มวิสาหกิจเทคโนโลยีกรุงเทพตอนบน”[14] โดยมีสถาบันที่อยู่ใกล้เคียงได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย และ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีสวนอุตสาหกรรมจำนวนมากในพื้นที่ใกล้เคียง. ศูนย์รังสิตก่อตั้ง เมื่อปี พ.ศ. 2518 โดยวิสัยทัศน์ของ ศ.ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อธิการบดีในขณะนั้น ที่เห็นว่าในการพัฒนาประเทศนั้น จะขาดบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ได้ จึงได้เปิดคณะวิทยาศาสตร์ขึ้นเป็นคณะแรกที่ศูนย์รังสิต. ปัจจุบัน ศูนย์นี้เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอน สำหรับกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมไปถึง สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ภายในศูนย์ประกอบด้วยกลุ่มอาคารเรียนต่าง ๆ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อาคารอำนวยการ อาคารบริการวิชาการ เช่น ศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษา โรงพิมพ์ สิ่งอำนวยความสะดวกเช่น ร้านอาหาร ร้านค้าและธนาคาร กลุ่มหอพักนักศึกษาขนาดใหญ่ และอาคารระบบสาธารณูปโภค เช่น โรงไฟฟ้าย่อย และโรงบำบัดน้ำเสีย ศูนย์นี้ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นศูนย์กีฬากลางแจ้งและในร่มขนาดใหญ่ ที่เคยเป็นสนามกีฬารองรับการแข่งขันระดับนานาชาติ เช่น เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2541 และ กีฬามหาวิทยาลัยโลก พ.ศ. 2550

ศูนย์รังสิตตั้งอยู่ที่เลขที่ 99 หมู่ 18 ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี 12121 มี รศ.ดร.ศิริพร ขัมภลิขิต เป็นรองอธิการฝ่ายบริหารศูนย์รังสิต

[แก้] ศูนย์ลำปาง

อาคารสิรินธรารัตน์ (ตึกโดมแก้ว) มธ.ศูนย์ลำปาง

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง แต่เดิมตั้งอยู่ที่ อาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ถ.บุญวาทย์ อ.เมืองลำปาง จังหวัดลำปาง 52000 เมื่อปีการศึกษา 2546 ได้ย้ายไปยังอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่จากการบริจาคของนายบุญชู ตรีทอง มีพื้นที่ 365 ไร่ เป็นที่ตั้งของ วิทยาลัยสหวิทยาการ มีอาคารเรียนรวมหลังแรกชื่อ "อาคารสิรินธรารัตน์" มี ผศ.ดร.เดชา สังขวรรณ เป็นรองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์ลำปาง

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีปณิธานที่มุ่งจะจัดการศึกษาสำหรับประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทุกชนชั้น จึงได้เริ่มขยายโอกาสทางการศึกษาออกสู่ส่วนภูมิภาคในจังหวัดลำปาง ตั้งแต่ปีการศึกษา 2535 โดยคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมมือกับสถาบันราชภัฏลำปาง ได้ขยายการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการเมืองการปกครอง มายังจังหวัดลำปางเป็นครั้งแรก ทำให้ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เล็งเห็นถึงความพร้อม และความเหมาะสมของจังหวัดลำปางในฐานะที่จะเป็นศูนย์กลางการพัฒนาการศึกษาในเขตภาคเหนือได้

ต่อมาในปีพุทธศักราช 2537-2539 เมื่อทบวงมหาวิทยาลัยมีนโยบายขยายโอกาสทางการศึกษาไปสู่ภูมิภาคอย่างมีคุณภาพ โดยส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางวิชาการขยายการจัดการศึกษาสู่ภูมิภาคต่างๆ ทั้งนี้ตามโครงการดังกล่าวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประชาคมชาวลำปางให้จัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีขึ้นในจังหวัดลำปาง เพื่อเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนในเขตภาคเหนือ จะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับเยาวชนในกรุงเทพมหานคร จึงได้เริ่มโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 8 กรกฎาคม พุทธศักราช 2539 โดยมหาวิทยาลัยได้จัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต ในปีการศึกษา 2541 และหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการสังคมศาสตร์ ในปีการศึกษา 2542

ในระยะแรกเนื่องจากข้อจำกัดในด้านงบประมาณและสถานที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้รับความอนุเคราะห์จากกระทรวงมหาดไทยให้ใช้ศาลากลางจังหวัดหลังเดิมเป็นอาคารเพื่อจัดการเรียนการสอนชั่วคราว โดยดำเนินการมาตั้งแต่พุทธศักราช 2539–2546 อย่างไรก็ดี ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดหาพื้นที่ก่อสร้างอาคารถาวรสำหรับจัดการศึกษา เพื่อรองรับการเรียนการสอนและจำนวนนักศึกษาที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

ในการนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับความอนุเคราะห์จากนายบุญชู ตรีทอง ซึ่งได้มอบที่ดินและทุนทรัพย์ในการก่อสร้างอาคารเรียนรวม ณ ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร โดยเมื่อการก่อสร้าง แล้วเสร็จได้รับพระราชทานพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ใช้พระนาม “สิรินธรารัตน์” เป็นนามอาคาร และโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อัญเชิญอักษรพระนามาภิไธย “ส.ธ” ประดับที่อาคาร อีกทั้งได้รับพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารดังกล่าว เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พุทธศักราช 2548 ทั้งนี้มหาวิทยาลัยได้ย้ายสถานที่จัดการเรียนการสอนมายังอาคาร “สิรินธรารัตน์” มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ณ ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2546 เป็นต้นมา

ในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง เปิดการเรียนการสอนนักศึกษาในระดับปริญญาตรี จำนวน 4 คณะ คือ 1.คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ 2.สาขาสหวิทยาการสังคมศาสตร์ วิทยาลัยสหวิทยาการ 3.สาขาศิลปะการออกแบบหัตถอุตสาหกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ และ 4.คณะนิติศาสตร์

สถานที่ตั้ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง เลขที่ 248 หมู่ 2 ถนนลำปาง-เชียงใหม่ ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง 52190 อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปาง ประมาณ 15 กิโลเมตร ไปตามถนนซุปเปอร์ไฮเวย์สายลำปาง-เชียงใหม่ (ทางหลวงหมายเลข 11)

[แก้] ศูนย์อื่น ๆ

[แก้] สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีตราธรรมจักรที่มีพานรัฐธรรมนูญอยู่ตรงกลางเป็นตราประจำมหาวิทยาลัย[16]

สีประจำมหาวิทยาลัยคือสีเหลือง-แดง ดังปรากฏในเนื้อเพลง “เพลงประจำมหาวิทยาลัย” (มอญดูดาว) ที่ว่า “เหลืองของเราคือธรรมประจำจิต แดงของเราคือโลหิตอุทิศให้” ซึ่งนับเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยมาตั้งแต่ปีแรกของการก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2477 หมายถึง ความสำนึกในความเป็นธรรมและความเสียสละเพื่อสังคม[17] ส่วนต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือหางนกยูงหรือ "ยูงทอง" ซึ่งสีของดอกยูงทองนี้มีสีเหลือง-แดง สัมพันธ์กับสีประจำมหาวิทยาลัย ต้นยูงทองนี้ถูกนำไปใช้แต่งเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันด้วย คือเพลงยูงทอง

สัญลักษณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็คือ ตึกโดม ซึ่งเป็นอาคารหลังแรกของมหาวิทยาลัย โดยคำว่า “ลูกแม่โดม” หมายถึงนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

[แก้] บุคคลเด่นในประชาคมธรรมศาสตร์

ดูเพิ่มที่ รายชื่อบุคคลเด่นในประชาคมธรรมศาสตร์

[แก้] กิจกรรมมหาวิทยาลัย

กิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยของนักศึกษานั้น จะอยู่ภายใต้การดูแลขององค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่แบ่งออกเป็นสามส่วน คือ ส่วนบริหารจัดการ ได้แก่ องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) ส่วนพิจารณาโครงการ ได้แก่ สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทำงานประสานกับ งานกิจกรรมนักศึกษา กองกิจการนักศึกษา ของมหาวิทยาลัย และส่วนบริหารจัดการ พิจารณาโครงการ และกำกับดูแลหอพักนักศึกษา ได้แก่ คณะกรรมการหอพักนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (กพน.) โดยทำงานประสานกับ ฝ่ายทะเบียนและผู้ช่วยอาจารย์หอพัก สำนักงานจัดการทรัพย์สิน ของมหาวิทยาลัย

[แก้] กีฬาและนันทนาการ

การแปรอักษรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 63

[แก้] ศิลปะวัฒนธรรม

  • คอนเสิร์ตประสานเสียงสามสถาบัน จุฬาฯ เกษตรศาสตร์ ธรรมศาสตร์ (CKT) การแสดงคอนเสิร์ตร่วมของ 3 สถาบันที่ได้รับพระราชทานเพลงจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัย คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • งิ้วธรรมศาสตร์ การแสดงล้อเลียนเสียดสีสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน ที่นำเอาอุปรากรจีนหรืองิ้วมาดัดแปลง เริ่มมีตั้งแต่ พ.ศ. 2500 ที่ชุมนุมนาฏศิลป์ ส่วนใหญ่มักใช้เรื่องสามก๊กผสานกับสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้น ๆ เป็นสำคัญ การแสดงงิ้วธรรมศาสตร์หยุดไปช่วงหนึ่งหลังเหตุการณ์ 6 ตุลามหาวิปโยค และกลับมาอีกครั้งเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 จากนั้นก็หยุดไป และมาเริ่มอีกครั้งในการขับไล่ทักษิณ ชินวัตร ปัจจุบันงิ้วธรรมศาสตร์ที่เล่นอยู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จริงๆกับงิ้วที่เล่นในการชุมนุมเรียกร้อง ขับไล่นายกทักษิณนั้นเป็นคนละงิ้วกัน แต่มีที่มาเดียวกัน กล่าวคือเป็นงิ้วที่เริ่มจากคณะนิติศาสตร์ และต่อมาคณะนิติศาสตร์ไม่มีคนสืบงานต่อ งิ้วล้อการเมืองธรรมศาสตร์ปัจจุบันจึงตกสืบเนื่องมาเป็นงิ้วของคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นชมรมปิด รับเฉพาะนักศึกษาสังคมสงเคราะห์เท่านั้น เรียกได้ว่า งิ้วล้อการเมืองคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เล่นโดยนักศึกษาจริงๆ ซึ่งการเล่นนั้นจะเล่นบทให้เข้ากับสถานณ์บ้านเมืองและใช้เหตุและผล ความคิดของนักศึกษาอย่างแท้จริง ส่วนงิ้วที่เล่น ณ เวทีพันธมิตร เป็น แค่ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ที่สนับสนุนฝ่ายพันธมิตรและเคยเล่นงิ้วมาก่อน และใช้ชื่อว่า งิ้วธรรมศาสตร์ ทั้งๆที่งิ้วธรรมศาสตร์ที่แท้จริงและเล่นโดยนักศึกษาธรรมศาสตร์นั้นคือ งิ้วล้อการเมือง คณะสังคสงเคราะห์ศาสตร์ โดยงานประจำที่งิ้วล้อการเมืองเล่นทุกปี คือ งานรับเพื่อนใหม่ และงานเปิดโลกกิจกรรมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ [18][19]
  • โขนธรรมศาสตร์ ก่อตั้งขึ้นโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เมื่อ พ.ศ. 2509 ปัจจุบันอยู่ในการดูแลของสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในความอุปถัมถ์ของ มูลนิธิคึกฤทธิ์80[20]

[แก้] งานบำเพ็ญประโยชน์และอาสาสมัคร

  • ทูตกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ Thammasat University Ambassador เป็นผู้แทนนักศึกษาในการนำขบวนอัญเชิญธรรมจักรหรือถ้วยพระราชทาน และเป็นดรัมเมเยอร์ในงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ในการดำเนินการจัดกิจกรรมและร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม อาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยในโอกาสต่าง ๆ เป็นพรีเซ็นเตอร์ วิทยากร พิธีกร เดินแบบ ให้แก่สถาบันและหน่วยงานสาธารณกุศล ทั้งยังเป็นผู้แทนนักศึกษาในการ ต้อนรับบุคคลสำคัญในงานของมหาวิทยาลัย ประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยและกิจกรรมของนักศึกษาให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ตลอดจนการเชิญชวนให้นักศึกษามาร่วมกันทำกิจกรรมกันมากขึ้น
  • บัณฑิตอาสาสมัคร เป็นโครงการระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต ให้บัณฑิตออกไปสู่ชุมชนและชนบท เพื่อเรียนรู้ เข้าใจ และทำงานประสานร่วมกับชาวบ้านและหน่วยงานพัฒนาต่าง ๆ โครงการนี้ดูแลโดย สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร

[แก้] เกร็ด

  • คนขายถั่วที่ประตูท่าพระจันทร์ เป็นชาวอินเดียชื่อ เบอร์นาร์ด
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่มีประเพณีการรับน้องใหม่ที่จัดโดยมหาวิทยาลัย แต่มีประเพณี “รับเพื่อนใหม่”

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ปรีดีกับมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง, สถาบันปรีดี พนมยงค์
  2. ^ พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์, “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” จงไปสู่สุขคติ
  3. ^ 3.0 3.1 3.2 ประวัติคณะรัฐศาสตร์, คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  4. ^ 4.0 4.1 คณะราษฎร, ประกาศคณะราษฏร ฉบับที่ ๑, วิกิซอร์ซ
  5. ^ นิธิ เอียวศรีวงศ์, ด้วยจิตวิญญาณธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน, พ.ศ. 2544. ปรับปรุงจากบทความ ฟื้นอุดมศึกษาไทย ด้วยจิตวิญญาณธรรมศาสตร์, ปาฐกถางาน “เดินประชาธิปไตย” เนื่องในวาระ 69 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475, 24 มิถุนายน 2544 ณ หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
  6. ^ ประกาศโอนโรงเรียนกฎหมายไปขึ้นแก่จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, ราชกิจจานุเบกษา
  7. ^ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พ.ศ. 2476, ราชกิจจานุเบกษา
  8. ^ ประวัติคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  9. ^ ประวัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, เว็บไซต์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  10. ^ ประวัติคณะเศรษฐศาสตร์ มธ., โครงการปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  11. ^ สำนักทะเบียนและประมวลผล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, คู่มือการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา (โครงการปกติและโครงการพิเศษ) ปีการศึกษา 2550, น.3
  12. ^ มติชน, 'สุรพล'ชนะคะแนนโหวต สภามธ. 25-6 ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมธ.สมัยที่ 2, มติชน, 24 กันยายน พ.ศ. 2550
  13. ^ งานประชาสัมพันธ์, ข่าวประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 25 กันยายน พ.ศ. 2550
  14. ^ ทวีศักดิ์ กออนันตกูล, NECTEC Technology Roadmap in Software Technology
  15. ^ http://socadmin.tu.ac.th/about/about.htm
  16. ^ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดภาพเครื่องหมายราชการตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช 2482 (ฉบับที่ 50) (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี), ราชกิจจานุเบกษา
  17. ^ สถานที่สำคัญหรือจุดประวัติศาสตร์, เว็บไซต์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  18. ^ อนันต์ ลือประดิษฐ์, จับกระแส : อาวุธเพื่อการขับไล่ทรราช, กรุงเทพธุรกิจ, 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549
  19. ^ กองบรรณาธิการ, งิ้วกู้ชาติ, ไทยโพสต์, 4 มีนาคม พ.ศ. 2549
  20. ^ พิชามญชุ์, “โขนธรรมศาสตร์เฉลมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา” สู่เวลาผลัดใบของโขนธรรมศาสตร์รุ่นใหม่, สกุลไทย, ฉบับที่ 2381 ปีที่ 46 ประจำวันอังคารที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2543

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

Commons:Category
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่นๆ เกี่ยวกับ:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยในกลุ่ม LAOTSE

ม.เซี่ยงไฮ้เจียวถง : มวท.ฮ่องกง : ม.ชิงหัว : ม.เจ้อเจียง : ม.Tongji : ม.โคเปนเฮเกน : มท.มิวนิก  : สท.โตเกียว : ม.โตเกียว : ม.เคโอ : สท.คิวชู : ม.มัลติมีเดีย (มาเลเซีย) : ม.สิงคโปร์ : มท.นานยาง : สจ.สิงคโปร์ : สวท.เกาหลี : สท.เอเชีย (ไทย) : สท.สิรินธร : ม.ธรรมศาสตร์


มหาวิทยาลัยในกลุ่ม ISEP

เกาหลี · คันไซ · ซันเดอร์แลนด์ · เดนเวอร์ · ธรรมศาสตร์ · บอลล์สเตต · พลีมัท · มินนิโซตา · รูสเวลต์ · ไวโอมิง · อาร์เอ็มไอที · ไอโอวา · ไอโอวาสเตต

เครื่องมือส่วนตัว