กรุงเทพมหานคร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

กรุงเทพมหานคร
ตราประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร
ตราประจำจังหวัด
เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัดกรุงเทพมหานครด้านหน้า เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัดกรุงเทพมหานครด้านหลัง
เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัด
ช่วยชุมชนแออัด ขจัดมลพิษ แก้ปัญหารถติด ทุกชีวิตรื่นรมย์ [1]
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อภาษาไทย กรุงเทพมหานคร
ชื่ออักษรโรมัน Bangkok
ชื่อไทยอื่นๆ บางกอก
ผู้ว่าราชการ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2547)
ISO 3166-2 TH-10
สีประจำกลุ่มจังหวัด เหลืองทอง ███
ต้นไม้ประจำจังหวัด ไทรย้อยใบแหลม
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 1,568.7 ตร.กม.
(อันดับที่ 68)
ประชากร 5,716,248[2] คน (พ.ศ. 2550)
(อันดับที่ 1)
ความหนาแน่น 3,643.94 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 1)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
โทรศัพท์ (+66) 0 2221 2141-69
เว็บไซต์ กรุงเทพมหานคร
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นกรุงเทพมหานคร

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศไทย[2] มีแม่น้ำสำคัญคือแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่าน (เดิมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเป็นที่ตั้งของกรุงธนบุรี ซึ่งต่อมาภายหลังได้รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันนิยมเรียกฝั่งตะวันตกของแม่น้ำนี้ว่า ฝั่งธน) นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก

กรุงเทพมหานครในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการปกครอง การศึกษา การคมนาคมขนส่ง การเงินการธนาคาร การพาณิชย์ การสื่อสาร ฯลฯ โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 1,562.2 ตารางกิโลเมตร พิกัดทางภูมิศาสตร์คือ ละติจูด 13° 45’ เหนือ ลองจิจูด 100° 31’ ตะวันออก[3]

คำว่า กรุงเทพมหานคร ยังใช้เป็นคำเรียกสำนักงานปกครองท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครอีกด้วย

เนื้อหา

[แก้] ชื่อเมือง

คำว่า กรุงเทพมหานคร แปลว่า "เมืองแห่งเทวดา" มาจากชื่อเต็มว่า กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์ มีความหมายว่า "เป็นมหานครอันกว้างใหญ่ดุจเทพ เป็นที่สถิตของพระแก้วมรกต ไม่สามารถรบได้ เป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน เมืองที่มีพระราชวังหลายแห่ง ดุจเป็นวิมานของเทวดา ซึ่งมีพระวิษณุกรรมสร้างขึ้นตามบัญชาของพระอินทร์"[4] โดยนามเดิมที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) โปรดเกล้าฯ พระราชทานในตอนแรกนั้น ใช้สร้อยว่า บวรรัตนโกสินทร์ จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) จึงโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนเป็น อมรรัตนโกสินทร์ ต่อมามักเรียกกันว่า กรุงรัตนโกสินทร์

ชื่อทางการของกรุงเทพมหานคร ถอดเป็นอักษรโรมันคือ Krung Thep Maha Nakhon แต่คนทั่วไปนิยมทับศัพท์ตามชื่อที่ผู้พูดภาษาอังกฤษเรียกเมืองนี้ว่า Bangkok ซึ่งมาจากชื่อเดิมของกรุงเทพฯ คือ บางกอก

ชื่อเต็มของกรุงเทพมหานครเมื่อถอดเป็นอักษรโรมัน คือ Krungthepmahanakhon Amonrattanakosin Mahintharayutthaya Mahadilokphop Noppharatratchathaniburirom Udomratchaniwetmahasathan Amonphimanawatansathit Sakkathattiyawitsanukamprasit[4] ซึ่งเป็นชื่อสถานที่ที่ยาวที่สุดในโลกและได้จดบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊ค[5] (169 ตัวอักษร) ยาวกว่าชื่อภูเขา Taumatawhakatangihangakoauauotamateaturipukakapikimaungahoronukupokaiwhenuakita
natahu
(85 ตัวอักษร) ในนิวซีแลนด์ และชื่อทะเลสาบ Chargoggagogg­manchauggagogg­chau
bunagungamaugg
(45 ตัวอักษร) ในรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา

[แก้] ประวัติ

กรุงเทพมหานครริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
กรุงเทพมหานครริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

กรุงเทพมหานคร เดิมเรียกกันว่า "เมืองบางกอก" ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองบางกอกขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่ แทนกรุงธนบุรี โดยสืบทอดศิลปวัฒนธรรมจากกรุงศรีอยุธยา ทรงทำพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ย่ำรุ่งแล้ว 54 นาที ปีขาล จ.ศ. 1144 จัตวาศก หรือตรงกับวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325[ต้องการแหล่งอ้างอิง] แล้วทรงเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2325[ต้องการแหล่งอ้างอิง] และพระราชทานนามพระนครนี้ว่า "กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์" ซึ่งมีความหมายว่า "พระนครอันกว้างใหญ่ดุจเทพนคร อันเป็นที่สถิตของพระแก้วมรกต เป็นนครที่ไม่มีใครรบชนะได้ มีความงามอันมั่นคงและเจริญยิ่ง เป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ด้วยแก้วเก้าประการ น่ารื่นรมย์ยิ่ง มีพระราชนิเวศน์ใหญ่โตมากมาย เป็นวิมานเทพที่ประทับของพระราชาผู้อวตารลงมา ซึ่งท้าวสักกเทวราชพระราชทานให้พระวิษณุกรรมลงมาเนรมิตไว้"[ต้องการแหล่งอ้างอิง]

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงเปลี่ยนชื่อพระนครจาก บวรรัตนโกสินทร์ เป็น อมรรัตนโกสินทร์ และมีฐานะในการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็น "จังหวัดพระนคร"[ต้องการแหล่งอ้างอิง]

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2514 รัฐบาลได้รวม จังหวัดพระนคร และ จังหวัดธนบุรี เข้าด้วยกันเป็น นครหลวงกรุงเทพธนบุรี[6] และภายหลังการปรับปรุงการปกครองใหม่เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515 จึงได้เปลี่ยนเป็นชื่อเป็น กรุงเทพมหานคร แต่นิยมเรียกกันว่า กรุงเทพฯ[ต้องการแหล่งอ้างอิง]

[แก้] การปกครอง

ตราประจำจังหวัดพระนคร
ตราประจำจังหวัดพระนคร

กรุงเทพมหานครมีลักษณะเป็นเขตการปกครองพิเศษ (หนึ่งในสองเขต อีกแห่งคือ พัทยา) ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 กำหนดให้กรุงเทพมหานครเป็นทบวงการเมือง มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นนครหลวง มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรองผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร มาจากการเลือกตั้ง และเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารงาน อยู่ในตำแหน่งตามวาระคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง และมีการแต่งตั้งปลัดกรุงเทพมหานครร่วมบริหารงาน การดำเนินงานมีสภากรุงเทพมหานครที่ได้รับเลือกตั้งโดยตรงทำงานร่วมด้วย

ผู้ว่าราชการกรุงเทพคนปัจจุบัน คือ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และปลัดกรุงเทพมหานครคนปัจจุบันคือ นายพงศักติ์ฐ เสมสันต์

การปกครองในกรุงเทพมหานครแบ่งออกเป็น 50 เขตการปกครอง

[แก้] อาณาเขตติดต่อ

[แก้] ภูมิอากาศ

แผนภาพและตารางแสดงสถิติเกี่ยวกับภูมิอากาศในกรุงเทพมหานคร[7]


แผนภูมิแสดงลักษณะภูมิอากาศในรอบปี ของกรุงเทพมหานคร
ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
 
 
8
 
32
19
 
 
20
 
33
22
 
 
36
 
39
24
 
 
58
 
43
25
 
 
198
 
37
25
 
 
160
 
33
24
 
 
160
 
32
24
 
 
175
 
32
24
 
 
305
 
32
24
 
 
206
 
31
24
 
 
66
 
31
22
 
 
5
 
31
18
อุณหภูมิ วัดเป็นองศาเซลเซียสปริมาณหยาดน้ำฟ้า วัดเป็นมิลลิเมตร
ที่มา: BBC Weather Centre
ตารางแสดงค่าสถิติเกี่ยวกับภูมิอากาศในกรุงเทพมหานคร
ม.ค ก.พ มี.ค เม.ย พ.ค มิ.ย ก.ค ส.ค ก.ย ต.ค พ.ย ธ.ค
ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิสูงสุด (°C) 32 33 39 43 37 33 32 32 32 31 31 31
ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิต่ำสุด (°C) 19 22 24 25 25 24 24 24 24 24 22 18
ค่าเฉลี่ยปริมาณฝน 8 20 36 58 198 160 160 175 305 206 66 5
ค่าเฉลี่ยของวันที่ฝนตก 1 1 3 3 9 10 13 13 15 14 5 1

[แก้] สถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อน

ย่านถนนมหรรณพอีกมุมมองหนึ่งของกรุงเทพมหานคร
ย่านถนนมหรรณพอีกมุมมองหนึ่งของกรุงเทพมหานคร

กรุงเทพมหานครเป็นจุดท่องเที่ยวจุดหนึ่ง โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่ได้แก่ พระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว พระที่นั่งอนันตสมาคม ตึกใบหยก 2 (ตึกระฟ้า สูงอันดับที่ 44 ของโลก[8]) นอกจากนี้แหล่งช้อปปิ้งต่าง ๆ ได้แก่ ตลาดนัดจตุจักร มาบุญครอง เซ็นทรัลเวิลด์ สยามสแควร์ ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ เยาวราช และแหล่งร้านอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ ถนนข้าวสาร พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ท้องฟ้าจำลอง นอกจากนี้ในกรุงเทพมหานครยังมีพื้นที่สีเขียวมากมาย สำหรับพักผ่อนหย่อนใจรวมทั้งใช้ออกกำลังกายและพบปะสังสรรค์ ซึ่งได้แก่ สวนหลวง ร.9 สวนเบญจสิริ สวนลุมพินี สวนจตุจักร เป็นต้น

ในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บริเวณถนนราชดำเนินและอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจะมีการจัดแต่งประดับไฟเพื่อเฉลิมฉลองอย่างสวยงาม นอกจากนี้ เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางทางความเจริญทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง การค้า การลงทุน และการปกครองในทุก ๆ ด้านของประเทศ จึงส่งผลให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีตึกระฟ้ามากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลกอีกด้วย

[แก้] การคมนาคม

การจราจรในกรุงเทพมหานคร
การจราจรในกรุงเทพมหานคร

เดิมทีกรุงเทพมหานครใช้การสัญจรทางน้ำเป็นหลัก โดยมีคลองมากจนได้ฉายาว่า เวนิสตะวันออก แต่ปัจจุบันบางแห่งได้มีการถมคลองเพื่อที่อยู่อาศัย การคมนาคมจึงเน้นหนักไปทางบกแทน

กรุงเทพมหานครได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่การจราจรติดขัดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก[ต้องการแหล่งอ้างอิง] ได้มีการแก้ไขปัญหาการจราจรมากมาย เช่น การสร้างทางด่วน หรือ รถไฟฟ้า ขึ้น

การคมนาคมในกรุงเทพมหานคร นั่นสามารถทำได้หลายทาง เช่น การนั่งรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) แท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง

รถโดยสารประจำทาง จะมีหลายสายเพื่อเป็นการบริการประชาชน ให้บริการในราคาย่อมเยา สำหรับรถโดยสารประจำทางจะเริ่มต้นที่ 7 บาท สำหรับรถพัดลมของขสมก. และ 11 บาทสำหรับรถปรับอากาศ และ 12 บาทสำหรับรถโดยสารปรับอากาศแบบยูโร 2

การนั่งรถแท็กซี่ ค่าโดยสารจะเริ่มต้นที่ 35 บาท ในระยะ 2 กิโลเมตรแรก กิโลเมตรต่อไปจะราคา 4.50 บาท ไปจนถึง 10 กิโลเมตรแรก จากนั่น 20 กิโลเมตรขึ้นไป จะคิดกิโลเมตรละ 5.50 บาท

สำหรับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ราคาจะไม่แน่นอนแล้วแต่จุดที่จอด (วิน) โดยจะสังเกตได้จากเสื้อกั๊กสีส้มของผู้ขับขี่

[แก้] ทางรถยนต์

กรุงเทพมหานครเป็นจุดเริ่มต้นของถนนหลักของประเทศไทย ได้แก่

[แก้] ทางรถไฟ

การเดินทางด้วยรถไฟสามารถทำได้ โดยมีสถานีรถไฟต้นทางสามแห่งคือ

ในอนาคต การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มีแผนที่จะปรับปรุงสถานีรถไฟชุมทางบางซื่อให้เป็นสถานีหลักเพียงแห่งเดียวของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ จะมีการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟทางไกลทั้งสามส่วนเข้าด้วยกันภายใต้โครงการรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดงเข้ม รังสิต-มหาชัย และสายสีแดงอ่อน ตลิ่งชัน-สุวรรณภูมิ)

[แก้] ทางรถไฟฟ้าและใต้ดิน

เมื่อปี พ.ศ. 2542 โครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS - ย่อมาจาก Bangkok Transit System) ได้เปิดใช้งาน ซึ่งเป็นรถไฟระบบรางคู่ที่สร้างบนทางยกระดับ ส่วนรถไฟใต้ดินได้เปิดบริการเมื่อปีพ.ศ. 2547 ในชื่อโครงการรถไฟฟ้ามหานคร (MRT: Mass Rapid Transit)

ทางรถไฟฟ้า-ใต้ดินที่ดำเนินการในปัจจุบันมีดังนี้

[แก้] ทางรถโดยสารประจำทาง (ต่างจังหวัด)

รถโดยสารประจำทางหรือรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สำหรับเดินทางไปจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย โดยมีสถานีหลักอยู่ที่

[แก้] ทางรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ

รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ คือระบบขนส่งมวลชนใหม่ของกรุงเทพมหานคร มีลักษณะคล้ายกับรถประจำทาง แต่การเดินของรถนั้นแยกออกจากถนนปกติ สายที่กำลังก่อสร้างอยู่ในปัจจุบันคือ สายช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ ระยะทาง 16.5 กิโลเมตร โดยจะสามารถเปิดทดลองวิ่งได้ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ และจะให้บริการฟรีเป็นเวลา 6 เดือน [11]

[แก้] ทางอากาศ

การเดินทางทางอากาศ ในอดีตได้ใช้สนามบินดอนเมือง (ท่าอากาศยานกรุงเทพ) ซึ่งได้เปิดใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2457 ต่อมาได้มีการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดสมุทรปราการ) ซึ่งได้เปิดใช้มาตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2549 เวลา 03.00 น

ในปัจจุบัน สนามบินดอนเมืองเป็นสนามบินสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ และมีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสำหรับเที่ยวบินต่างประเทศและเที่ยวบินในประเทศบางส่วน

[แก้] ทางน้ำ

เรือโดยสารทั้งทางแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองมีดังนี้

  • เรือโดยสารคลองแสนแสบ
  • เรือด่วนเจ้าพระยา
    • เรือด่วนประจำทาง
    • เรือด่วนพิเศษ ธงส้ม
    • เรือด่วนพิเศษ ธงเหลือง
    • เรือด่วนพิเศษ ธงฟ้า
    • เรือด่วนพิเศษ ธงเขียว-เหลือง
  • เรือหางยาวด่วนคลองบางกอกน้อย
  • เรือด่วนสาทร-คลองเตย

[แก้] ปัญหาในปัจจุบัน

[แก้] การจราจรติดขัด

ถือเป็นปัญหาหลักของกรุงเทพมหานคร รัฐบาลที่ผ่านมาหลายสมัยมีความพยายามที่จะแก้ปัญหานี้ มีโครงการต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโครงการทางด่วนยกระดับ การก่อสร้างสะพานและอุโมงค์ข้ามแยก การก่อสร้างรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน รวมถึงการตัดถนนเพิ่ม แต่ก็ยังคงไม่สามารถแก้ปัญหาการจราจรให้ลดลงได้มากนัก เนื่องจากจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน (06.00 - 09.00 และ (16:00 - 19:00) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเช้าวันจันทร์และเย็นวันศุกร์

นอกเหนือไปจากสาเหตุขั้นต้นแล้ว การที่ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ขาดสำนึกและวินัยจราจร รวมถึงการไม่เข้มงวดกวดขันให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฏจราจร ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด การจอดรถหรือหยุดรถในเขตห้ามจอดของทั้งรถส่วนบุคคลและรถสาธารณะ การเปลี่ยนช่องจราจรอย่างกระทันหันซึ่งมักจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ สะท้อนให้เห็นถึงการขาดมารยาทและวินัยในการใช้รถใช้ถนน

[แก้] สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นปัญหาที่สำคัญอีกปัญหาหนึ่ง สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์สามารถพบเห็นได้โดยทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็น CD เพลงหรือ mp3