จังหวัดอุบลราชธานี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

จังหวัดอุบลราชธานี
ตราประจำจังหวัดอุบลราชธานี ตราผ้าพันคอลูกเสือ จังหวัดอุบลราชธานี
ตราประจำจังหวัด ตราผ้าผูกคอลูกเสือ
เมืองดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน ถิ่นไทยนักปราชญ์ ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย อุบลราชธานี
ชื่ออักษรโรมัน Ubon Ratchathani
ชื่อไทยอื่นๆ อุบล
ผู้ว่าราชการ นายชวน ศิรินันท์พร
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2550)
ISO 3166-2 TH-34
ต้นไม้ประจำจังหวัด ยางนา
ดอกไม้ประจำจังหวัด บัว
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 16,112.650 ตร.กม.
(อันดับที่ 5)
ประชากร 1,795,453 คน[1] (พ.ศ. 2551)
(อันดับที่ 3)
ความหนาแน่น 114.03
(อันดับที่ 44)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ถนนอุปราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 34000
โทรศัพท์ (+66) 0 4525 4539, 0 4531 9700
เว็บไซต์ จังหวัดอุบลราชธานี
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดอุบลราชธานี

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจังหวัดทางตะวันออกสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและของประเทศไทย ทั้งยังเป็นตำบลที่ตั้งของเส้นเวลาหลักของประเทศ ที่เส้นแวง 105 องศาตะวันออก โดยเป็นจังหวัดแรกที่ได้เห็นดวงอาทิตย์ก่อนพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ

จังหวัดอุบลราชธานีมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มีพื้นที่กว้างใหญ่ ภายหลังถูกแบ่งออกเป็นจังหวัดใหม่คือจังหวัดยโสธรในปี พ.ศ. 2515 และจังหวัดอำนาจเจริญในปี พ.ศ. 2536 ซึ่งถ้ารวมพื้นที่อีกสองจังหวัดที่แยกออกไป จังหวัดอุบลราชธานีจะมีพื้นที่เป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย

เนื้อหา

[แก้] ประวัติศาสตร์

ในอดีต อุบลราชธานี คือพื้นที่ของอาณาจักรเขมร จนกระทั่งสมเด็จพระรามาธิบดีแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้รวบรวมเป็นอาณาจักรเดียวกัน หลังจากนั้นไม่นาน ปี พ.ศ. 2310 ก็ได้มีการแตกแยกเป็นหมู่เป็นเหล่าปกปักหลักฐานที่นั่น 20 ปีต่อมา สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้รวมก๊กหมู่เหล่า เป็นอาณาจักรสำเร็จ และได้สถาปนากรุงธนบุรี ครั้งนั้นพระวอ พระตา พร้อมด้วยท้าวคำผง (พระประทุมวรราชสุริยวงศ์) แห่งเมืองเวียงจันทน์ ได้อพยพมาจากหนองบัวลำภู มาตั้งเมืองใหม่ที่บริเวณอำเภอดอนมดแดงในปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2326 บริเวณของแม่น้ำมูล และต่อมาได้เกิดน้ำท่วมเกาะนั้น แล้วได้ย้ายเมืองมาตั้งที่บริเวณตัวจังหวัดในปัจจุบัน และได้ตั้งเป็นเมืองอุบลราชธานี ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร และในปี พ.ศ. 2335 ได้กลายเป็นมณฑลอุบลราชธานี ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการบริหารของมณฑลอิสาน ต่อมามณฑลอุบลราชธานีได้ยุบ โอนมาขึ้นกับมณฑลนครราชสีมา ในปี พ.ศ. 2468

(นามของเมืองในอดีต คือ นครเขตขันธ์กาบแก้วบัวบาน) (มีอารยะธรรมเก่าแก่มายาวนาน มีสมญาเรียกขานกันจากรุ่นสู่รุ่น ว่า เมืองอุบล คนนักปราชญ์)

ในปี พ.ศ. 2476 ได้มีการยกเลิกมณฑลทั้งประเทศ และได้กลายเป็นจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งแยกออกมา จนกระทั่งปี พ.ศ. 2515 จังหวัดอุบลราชธานี ได้กลายเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และในปีเดียวกัน จังหวัดอุบลราชธานีก็ได้ถูกแบ่งออก โดยอำเภอยโสธรและอำเภอใกล้เคียงเป็นจังหวัดยโสธร ในปี พ.ศ. 2515 ต่อมาปี 2536 ได้ถูกแบ่งอีกครั้ง โดยอำเภออำนาจเจริญและอำเภอใกล้เคียงเป็นจังหวัดอำนาจเจริญ ปัจจุบันจังหวัดอุบลราชธานีมีพื้นที่เป็นอันดับ 5 ของไทย และมีประชากรลำดับที่ 3 ของประเทศ

[แก้] อาณาเขต

แนวพรมแดน ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชาชนลาว และประเทศกัมพูชา รวมความยาวประมาณ 428 กม.

  • ติดต่อกับ สปปล. 361 กม. (จากอำเภอเขมราฐ-อำเภอน้ำยืน ติดต่อกับแขวง สะหวันนะเขต แขวงสาละวัน และแขวงจำปาสัก)
  • ติดต่อกับ กัมพูชา 67 กม. (อำเภอน้ำยืนติดต่อกับจังหวัดเขาพระวิหาร)

[แก้] ลักษณะภูมิประเทศ

จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า แอ่งโคราช (Khorat basin) โดยสูง จากระดับน้ำทะเล เฉลี่ย ประมาณ 68 เมตร (227 ฟุต) ลักษณะโดยทั่วไปเป็นที่สูงต่ำ เป็นที่ราบสูงลาดเอียงไปทางตะวันออกมีแม่น้ำโขง เป็นแนวเขตกั้นจังหวัดอุบลราชธานีกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีแม่น้ำชีไหลมาบรรจบกับ แม่น้ำมูลซึ่งไหลผ่านกลางจังหวัด จากทิศตะวันตกมายังทิศตะวันออกแล้วไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่อำเภอ โขงเจียม และมีลำน้ำใหญ่ ๆ อีกหลายสาย ได้แก่ ลำเซบก ลำโดมใหญ่ ลำโดมน้อย และมีภูเขาสลับซับซ้อนหลายแห่ง ทางบริเวณชายแดน ตอนใต้ที่สำคัญคือ เทือกเขาบรรทัดและเทือกเขาพนมดงรักซึ่งกั้นอาณาเขตระหว่าง จังหวัดอุบลราชธานีกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และกัมพูชา ลักษณะภูมิสัณฐานของ จังหวัดอุบลราชธานี แบ่งออกโดยสังเขป ดังนี้

  • บริเวณ ที่เป็นสันดินริมน้ำ (River levee) เกิดจากตะกอนลำน้ำที่พัดพามาทับถม สภาพพื้นที่เป็นเนิน สันดินริมฝั่งแม่น้ำโขง และบาง บริเวณสัน ดินริมฝั่งลำเซบาย
  • บริเวณที่ เป็นแบบลานตะพักลำน้ำ (Terrace) ที่เกิดจากการกระทำของขบวน การของน้ำนานมาแล้ว ประกอบด้วยบริเวณที่เป็นลาน ตะพักลำน้ำระดับต่ำ ระดับกลางและระดับสูง ลักษณะพื้นที่ที่มีทั้งที่เป็นที่ราบแบบ ลูกคลื่นลอนลาดจนถึงลูกคลื่นลอนชัน จะอยู่ถัดจากบริเวณ ที่ราบลุ่ม น้ำท่วมถึงขึ้นมาพื้นที่เหล่านี้จะพบในบริเวณ ทั่วไปของจังหวัด กล่าวคือทางตอนเหนือ ทางตะวันออกและทางใต้บางแห่งใช้สำหรับทำนาและ บางแห่ง ใช้สำหรับปลูกพืชไร่
  • บริเวณที่เป็นแอ่ง (Depression) หรือที่ราบต่ำหลังแม่น้ำ (Back swamp) เกิดจากการกระทำของ ขบวนการของน้ำ พบบางแห่งใน บริเวณ ริมแม่น้ำโขง แม่น้ำชี ลำเซบายและลำโดมใหญ่ จะมีน้ำแช่ขังนานในฤดูฝน
  • บริเวณที่ เป็นเนินตะกอนรูปพัด (Coalescing fans) สภาพพื้นที่แบบนี้มีลักษณะเด่น คือ รูปร่างจะเป็นรูปพัด เกิดจากหินในบริเวณ เหล่านั้น ถูกทำให้แตกหักสะสมอยู่กับพวกที่มีอนุภาคละเอียดกว่าเมื่อฝนตกลงมาในปริมาณมาก กำลังของน้ำจะมีมากจนสามารถพัดพาเอาตะกอน เหล่านั้น ออกมานอกหุบเขาได้ เมื่อมาถึงนอกหุบเขาหรือเชิงเขา สภาพพื้นที่ก็จะเป็นที่ราบทางน้ำไหลกระจายออกไป ทำให้กำลังของน้ำลดลงก็จะ ตกตะกอนในบริเวณน้ำจะพบอยู่ ทางตอนใต้และทางตะวันตกของจังหวัด
  • บริเวณที่ เป็นเนินที่เกิดจากการไหลของธารลาวา (Lava flow hill) เป็นเนินเขา ที่เกิดจากการไหลของธาร ลาวา ดินบริเวณนี้จะมี ศักยภาพ ทางการเกษตรสูง ซึ่งเป็นผลจากการสลายตัวผุพังของหินบะชอลท์ บริเวณนี้จะพบ อยู่ในอำเภอน้ำยืน
  • บริเวณที่ ลาดเชิงเขา (Foot hill slope) เป็นที่ลาดเชิงเขาที่ตะกอนบริเวณที่เกิด จากขบวนการของน้ำ นานมาแล้วทับถมกัน บริเวณ นี้จะพบ อยู่ในอำเภอโขงเจียม อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอ ตระการพืชผล
  • บริเวณที่ ลาดเชิงซ้อน (Slope complex) ลักษณะเป็นภูเขาหรือเทือกเขามีความลาดชันมากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์จะพบบริเวณเทือกเขา พนมดงรักในอำเภอน้ำยืนอำเภอนาจะหลวยและอำเภอบุณฑริก อีกแห่งหนึ่ง คือ เทือกเขาภูเขา ซึ่งจะพบมากในอำเภอโขงเจียม และอำเภอ ศรีเมืองใหม่

[แก้] ลักษณะภูมิอากาศและอุตุนิยมวิทยา

จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ในเขตที่มีปริมาณน้ำฝนค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย ของจังหวัดอื่น ๆ

ฤดูฝน จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเรื่อยไป จนถึงปลายเดือนตุลาคม และมักปรากฏเสมอว่าฝนทิ้งช่วง ในเดือน มิถุนายน ถึงเดือน กรกฎาคม แต่ระยะเวลาการทิ้งช่วงมักจะไม่เหมือนกันในแต่ละปี และในช่วงปลายฤดูฝน มักจะมีพายุดีเปรสชั่นฝนตกชุกบางปีอาจมีภาวะ น้ำท่วมแต่ภาวะการณ์ไม่รุนแรงนัก

ฤดูหนาว เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของประเทศ ทำให้ได้รับอิทธิพลลมมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อน ภูมิภาคอื่น อุณหภูมิจะเริ่มลดต่ำลงตั้งแต่เดือนตุลาคมและจะสิ้นสุดปลายเดือนมกราคม

ฤดูร้อน ถึงแม้ว่าเคยปรากฏบ่อยครั้งว่าอากาศยังคงหนาวเย็นยืดเยื้อมาจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยส่วนใหญ่แล้วอากาศจะ เริ่มอบอ้าว ในเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงประมาณต้นเดือนพฤษภาคมซึ่งอาจจะมีฝน เริ่มตกอยู่บ้างในปลายเดือนเมษายน แต่ปริมาณน้ำฝนมักจะ ไม่เพียงพอ เพาะปลูก นอกจากนั้นลักษณะภูมิอากาศทั่วไป คล้ายคลึงกับจังหวัดอื่น ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือ จะมีอากาศร้อนและค่อนข้าง หนาวใน ฤดูหนาว ส่วนในฤดูฝนจะมีฝนตกชุก ในช่วงเดือน มกราคมถึงเดือน พฤศจิกายน 2541 มีฝนตก ประมาณ 106 วัน ปริมาณน้ำฝนวัดได้ 1,297.3 มิลลิเมตร

[แก้] หน่วยการปกครอง

จังหวัดอุบลราชธานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 25 อำเภอ 219 ตำบล 2469 หมู่บ้าน

แผนที่
1. อำเภอเมืองอุบลราชธานี
2. อำเภอศรีเมืองใหม่
3. อำเภอโขงเจียม
4. อำเภอเขื่องใน
5. อำเภอเขมราฐ
7. อำเภอเดชอุดม
8. อำเภอนาจะหลวย
9. อำเภอน้ำยืน
10. อำเภอบุณฑริก
11. อำเภอตระการพืชผล
12. อำเภอกุดข้าวปุ้น
14. อำเภอม่วงสามสิบ
15. อำเภอวารินชำราบ
19. อำเภอพิบูลมังสาหาร
20. อำเภอตาลสุม
21. อำเภอโพธิ์ไทร
22. อำเภอสำโรง
24. อำเภอดอนมดแดง
25. อำเภอสิรินธร
26. อำเภอทุ่งศรีอุดม
29. อำเภอนาเยีย
30. อำเภอนาตาล
31. อำเภอเหล่าเสือโก้ก
32. อำเภอสว่างวีระวงศ์
33. อำเภอน้ำขุ่น

หมายเลข 6,13,16,17,18,23,27,28 เป็นอำเภอที่อยู่ในจังหวัดอำนาจเจริญและจังหวัดยโสธร

[แก้] ทำเนียบรายนามผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี

ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 พระปทุมวรราชสุริยวงศ์ (ท้าวคำผง) พ.ศ. 2325-2338
2 พระพรหมวรราชสุริยวงศ์ (ท้าวทิดพรหม) พ.ศ. 2338-2388
3 เจ้าราชบุตรสุ้ย ถึงแก่อนิจกรรมที่กรุงเทพฯ ก่อนมาดำรงตำแหน่ง
4 พระพรหมราชวงศา (กุทอง สุวรรณกูฏ) พ.ศ. 2388-2409
5 เจ้าพรหมเทวานุเคราะห์วงศ์ (เจ้าหน่อคำ) พ.ศ. 2409-2425
6 หลวงจินดารัตน์ พ.ศ. 2425-2426
7 พระยาศรีสิงหเทพ (ทัด ไกรฤกษ์) พ.ศ. 2426-2430
8 พระยาภักดีณรงค์ (สิน ไกรฤกษ์) ไม่ทราบข้อมูล
9 พระโยธีบริรักษ์ ไม่ทราบข้อมูล
10 พระอุบลเดชประชารักษ์ (เสือ ณ อุบล) ไม่ทราบข้อมูล
11 พระอุบลการประชานิตย์ (บุญชู พรหมวงศานนท์) ไม่ทราบข้อมูล
12 หม่อมอมรวงศ์วิจิตร (ม.ร.ว.ปฐม คเนจร) ไม่ทราบข้อมูล
13 อำมาตย์เอกพระภิรมย์ราชา (พร้อม วาจรัต) พ.ศ. 2456-2458
14 อำมาตย์เอกพระยาปทุมเทพภักดี (อ่วม บุณยรัตพันธุ์) พ.ศ. 2458-2465
15 อำมาตย์โทพระยาปทุมเทพภักดี (ธน ณ สงขลา) พ.ศ. 2465-2469
16 อำมาตย์เอกพระยาตรังคภูมาภิบาล (เจิม ปันยารชุน) พ.ศ. 2469-2471
17 อำมาตย์โทพระยาสิงหบุทนุรักษ์ (สวาสดิ์ บุรณสมภพ) พ.ศ. 2471-2473
18 อำมาตย์โทพระยาประชาศรัยสรเดช (ถาบ ผลนิวาส) พ.ศ. 2473-2476
19 พ.ต.อ.พระขจัดทารุณกรรม (เงิน หนุนภักดี) พ.ศ. 2476-2478
20 อำมาตย์เอกพระปทุมเทวาภิบาล (เยี่ยม เอกสิทธิ์) พ.ศ. 2478-2481
20 อำมาตย์เอกพระยาอนุบาลพายัพกิจ (ปุ่น อาสนจินดา) พ.ศ. 2481-2481
21 อำมาตย์เอกพระพรหมนครานุรักษ์ (ฮกไถ่ พิศาลบุตร) พ.ศ. 2481-2482
22 อำมาตย์โทพระยาอนุมานสารกรรม (โต่ง สารักคานนท์) พ.ศ. 2482-2483
23 พ.ต.อ.พระกล้ากลางสมร (มงคล หงษ์ไกร) พ.ศ. 2483-2484
24 หลวงนครคุณูปถัมภ์ (หยวก ไพโรจน์) พ.ศ. 2484-2487
25 หลวงนรัตถรักษา (ชื่น นรัตถรักษา) พ.ศ. 2487-2489
26 นายเชื้อ พิทักษากร พ.ศ. 2489-2490
27 หลวงอรรถสิทธิ์สิทธิสุนทร (อรรถสิทธิ์ สิทธิสุนทร) พ.ศ. 2490-2492
28 นายชอบ ชัยประภา พ.ศ. 2492-2494
29 นายยุทธ จัณยานนท์ พ.ศ. 2494-2495
30 นายสง่า สุขรัตน์ พ.ศ. 2495-2497
31 นายเกียรติ ธนกุล พ.ศ. 2497-2498
32 นายสนิท วิไลจิตต์ พ.ศ. 2498-2499
33 นายประสงค์ อิศรภักดี พ.ศ. 2499-2501
34 นายกำจัด ผาติสุวัณณ์ พ.ศ. 2501-2509
35 นายพัฒน์ บุณยรัตพันธุ์ พ.ศ. 2509-2513
36 พลตำรวจตรีวิเชียร ศรีมันตร พ.ศ. 2513-2516
37 นายเจริญ ปานทอง พ.ศ. 2516-2518
38 นายเดชชาติ วงศ์โกมลเชษฐ์ พ.ศ. 2519-2520
39 นายประมูล จันทรจำนง พ.ศ. 2520-2522
40 นายบุญช่วย ศรีสารคาม พ.ศ. 2522-2526
41 นายเจริญสุข ศิลาพันธุ์ พ.ศ. 2526-2528
42 เรือตรีดนัย เกตุสิริ พ.ศ. 2528-2532
43 นายสายสิทธิ พรแก้ว พ.ศ. 2532-2535
44 นายไมตรี ไนยกูล พ.ศ. 2535-2537
45 นายนิธิศักดิ์ ราชพิธ พ.ศ. 2537-2538
46 นายยุวัฒน์ วุฒิเมธี พ.ศ. 2538-2540
47 นายชาติสง่า โมฬีชาติ พ.ศ. 2540-2541
48 นายศิวะ แสงมณี พ.ศ. 2541-2543
49 นายรุ่งฤทธิ์ มกรพงศ์ พ.ศ. 2543-2544
50 นายชัยสิทธิ์ โหตระกิตย์ พ.ศ. 2544-2546
51 นายจิรศักดิ์ เกษณียบุตร พ.ศ. 2546-2548
52 นายสุธี มากบุญ พ.ศ. 2548-2550
53 นายชวน ศิรินันท์พร พ.ศ. 2550-ปัจจุบัน

[แก้] การศึกษา

โรงเรียน

ระดับอุดมศึกษา

[แก้] อุทยานแห่งชาติทางบก

[แก้] สัญลักษณ์ประจำจังหวัด

[แก้] ห้างสรรพสินค้า

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/stat/y_stat51.html 2552. สืบค้น 30 มกราคม 2552.

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

Commons:Category
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่นๆ เกี่ยวกับ:
จังหวัดอุบลราชธานี

พิกัดภูมิศาสตร์: 15°15′N 104°50′E / 15.25, 104.83

เครื่องมือส่วนตัว