ระบบขนส่งทางราง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

การขนส่งระบบราง (rail transit system) เป็นการขนส่งที่พัฒนามาจากระบบรางนับตั้งแต่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การค้นพบเครื่องจักรไอน้ำได้ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาควบคู่กับการปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุโรป เป็นการขนส่งที่รวดเร็วและมีบทบาทสูง สามารถเคลื่อนย้ายคน สิ่งของ ได้อย่างรวดเร็ว ปริมาณมาก และมีค่าใช้จ่ายต่ำ

ระบบขนส่ง แยกเป็น Light Rail และ Heavy Rail

ประเภท[แก้]

รถราง[แก้]

รถรางเวียนนา หนึ่งในระบบรถรางที่ยาวที่สุดในโลก

รถราง (อังกฤษ: tram) เป็นพาหนะที่วิ่งบนรางชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายรถไฟแต่จะสั้นกว่าและมีน้ำหนักเบากว่า รถรางส่วนมากใช้ไฟฟ้าจากสายไฟด้านบน (pantograph) แต่ก็ยังมีบางส่วนใช้ดีเซลอยู่ ในปัจจุบันนิยมนับรถรางเป็นประเภทหนึ่งของรถไฟฟ้ารางเบาด้วย (light rail)

ในอดีตประเทศไทยก็เคยมีการใช้รถรางครั้งแรกเมื่อ 22 กันยายน พ.ศ. 2431[1] เมื่อเริ่มแรกใช้กำลังม้าลากรถไปตามราง ภายหลังเปลี่ยนมาใช้กำลังไฟฟ้าเมื่อ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2437[1] และจนถึงปี พ.ศ. 2511 ได้ยกเลิกการเดินรถทุกเส้นทางอย่างถาวร[2]

คำว่า "รถราง" ในภาษาไทยปัจจุบัน ถูกใช้ในความหมายของ รถชมเมืองที่วิ่งโดยไม่ใช้ราง แต่ด้วยล้ออีกด้วย

รถไฟฟ้ารางเบา[แก้]

รถไฟฟ้ารางเบาในลอสแอนเจลิส

รถไฟฟ้ารางเบา หรือ ไลท์เรล เป็นระบบขนส่งมวลชนความเร็วสูงที่ให้บริการแถบชานเมือง ขับเคลื่อนโดยใช้ล้อเหล็ก ซึ่งจะวิ่งในรางฝั่งขวา และตู้โดยสารที่ใช้จะเท่ากับหรือมากกว่า 1 ตู้ก็ได้[3][4][5][6][7]

รถไฟฟ้ารางเบา มักถูกจัดให้คล้ายกับรถราง

ระบบขนส่งมวลชนความเร็วสูง[แก้]

รถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

ระบบขนส่งมวลชนความเร็วสูง (อังกฤษ: Mass Rapid Transit) หรือที่มักเรียกว่ารถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน เมโทร มักจะมีในเมืองใหญ่ที่สำคัญทั่วโลก รถไฟฟ้าใต้ดินที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอยู่ที่กรุงลอนดอน เปิดใช้เมื่อ พ.ศ. 2406 [8] ปัจจุบันมีเมืองทั้งหมด 162 เมืองที่มีรถไฟฟ้าใต้ดิน

โมโนเรล[แก้]

รถโมโนเรลในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย

โมโนเรล (อังกฤษ: monorail) เป็นระบบขนส่งทางรางชนิดหนึ่ง ต่างจากระบบเดิมแทนที่จะมีราวเหล็กสองราวประกอบเป็นราง กลับมีลักษณะเป็นราวเหล็กเส้นเดียวให้รถวิ่งผ่าน คำว่าโมโนเรลมีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2440[9] โดยออยเกน ลังเกน (Eugen Langen) วิศวกรชาวเยอรมัน โดยสมาสคำว่า mono-เดี่ยว และ rail-ราวเหล็กสำหรับประกอบรางรถไฟ เข้าด้วยกัน

รถที่ใช้กับโมโนเรล จะวิ่งบนทางที่มีขนาดแคบกว่าตัวรถ[10]โดยอาจมีครีบสำหรับกอดรัดให้ตัวรถติดกับทางไว้ก็ได้ นิยมใช้เป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดกลาง จำนวนคนไม่มาก ต่างจากระบบรถไฟฟ้ารางหนัก (heavy rail) ซึ่งขนส่งคนได้ในปริมาณที่มากกว่า

รถไฟฟ้าชานเมือง[แก้]

รถไฟฟ้าชานเมืองในศรีลังกา

รถไฟฟ้าชานเมือง หรือ รถไฟชานเมือง เป็นรถไฟโดยสารที่ให้บริการระหว่างใจกลางเมือง ไปจนถึงชานเมืองที่มีระยะไม่เกิน 15 กิโลเมตร หรือ 10 ไมล์ หรือเป็นเมืองที่มีผู้คนเข้ามาทำงานในใจกลางเมืองมาก โดยรถไฟจะวิ่งตามกำหนดเวลา มีความเร็วสูงสุดตั้งแต่ 50 ไปจนถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ให้ความหมายของรถไฟชานเมือง ว่า เป็นขบวนรถที่จัดเดินเพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รัศมีไม่เกิน 160 กม. เพื่อใช้เดินทางไปทำงาน ศึกษาเล่าเรียน และติดต่อค้าขาย หยุดทุก ๆ สถานี ป้ายหยุดรถ ที่หยุดรถ

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 เพิ่มศักดิ์ วรรลยางกูล. "ประวัติรถราง". เมืองไทยในอดีต. พระนคร : วัฒนาพานิช, 2503.
  2. นิตยสารสกุลไทย - สะพานเก่าในอดีต
  3. "Planning Portal Glossary". US government. 2008. Archived from the original on 22 October 2007. สืบค้นเมื่อ 2008-02-14. 
  4. Light Rail Transit Association LRTA What is Light Rail? – Retrieved on 2009-07-06
  5. "Glossary". Rail System Plan. Iowa Department of Transportation. 2008. สืบค้นเมื่อ 2008-02-14. 
  6. "Glossary of Transit Terminology". Online Publications and Databases. American Public Transportation Association. 2008. Archived from the original on 27 September 2007. สืบค้นเมื่อ 2008-02-14. 
  7. "International Association of Public Transport". Online Publications and Databases. International Association of Public Transport. 2012. Archived from the original on 2007-09-27. สืบค้นเมื่อ 2012-12-11. 
  8. London, England, United Kingdom" National Geographic
  9. "Etymology Online entry for monorail". Etymonline.com. สืบค้นเมื่อ 2010-09-11. 
  10. "Monorail Society, What is a monorail?". Monorails.org. สืบค้นเมื่อ 2010-09-11. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]