จังหวัดชัยภูมิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จังหวัดชัยภูมิ
ตราประจำจังหวัดชัยภูมิ
ตราประจำจังหวัด
เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัดชัยภูมิด้านหน้า เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัดชัยภูมิด้านหลัง
เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัด
ชัยภูมิ เมืองผู้กล้า พญาแล
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย ชัยภูมิ
ชื่ออักษรโรมัน Chaiyaphum
ผู้ว่าราชการ วิเชียร จันทรโณทัย
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2557)
ISO 3166-2 TH-36
สีประจำกลุ่มจังหวัด สีแสด
ต้นไม้ประจำจังหวัด ขี้เหล็ก
ดอกไม้ประจำจังหวัด กระเจียว
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 12,778.287 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 7)
ประชากร 1,135,723 คน[2] (พ.ศ. 2556)
(อันดับที่ 17)
ความหนาแน่น 88.87 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 53)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ ถนนบรรณาการ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ 36000
โทรศัพท์ (+66) 0 4481 1573, 0 4482 2316
เว็บไซต์ จังหวัดชัยภูมิ
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดชัยภูมิ

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

สำหรับความหมายอื่น ดูที่ ชัยภูมิ (แก้ความกำกวม)

จังหวัดชัยภูมิ เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2440 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงได้เปลี่ยนแปลงระบบการปกครองประเทศใหม่จัดเมืองต่าง ๆ เป็นมณฑล จังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน โดยรวมเอา 5 เมืองที่ขึ้นต่อเมืองนครราชสีมาในอดีต ได้แก่ เมืองชัยภูมิ เมืองสี่มุม (จัตุรัส) เมืองภูเขียว (ผักปัง) เมืองเกษตรสมบูรณ์ (บ้านยาง) และเมืองบำเหน็จณรงค์ (บ้านชวน) โดยเลือกเอาเมืองชัยภูมิ ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างสองเมืองใหญ่คือเมืองสี่มุม (จัตุรัส) และเมืองภูเขียว (ผักปัง) ยกฐานะเป็นศูนย์กลางของจังหวัด และเปลี่ยนเป็นอำเภอเมืองชัยภูมิ ยุบเมืองทั้ง 4 เป็นอำเภอ ได้แก่ อำเภอจัตุรัส อำเภอภูเขียว อำเภอเกษตรสมบูรณ์ และอำเภอบำเหน็จณรงค์ ต่อมาได้มีการยุบอำเภอบำเหน็จณรงค์ให้อยู่ในการปกครองของอำเภอจัตุรัส และยุบอำเภอเกษตรสมบูรณ์ให้อยู่ในการปกครองของอำเภอภูเขียว เนื่องจากอำเภอทั้ง 2 นั้นอยู่ไม่ไกลกัน จังหวัดชัยภูมิจึงมี 3 อำเภอที่สำคัญ ได้แก่ อำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอจัตุรัส และอำเภอภูเขียว ร่วมก่อตั้งจังหวัดชัยภูมิขึ้นมา และเจริญมาตามลำดับ ปัจจุบันจังหวัดชัยภูมิแบ่งการปกครองทั้งหมด 16 อำเภอ เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอันดับ 7 ของประเทศ โดยมีเนื้อที่ประมาณ 12,778.3 ตารางกิโลเมตร เป็นที่ตั้งของแหล่งอารยธรรมอันเก่าแก่นับตั้งแต่สมัยทวารวดี สมัยขอม กระทั่งสมัยที่ได้รับอิทธิพลจากอาณาจักรล้านช้าง

ชัยภูมิมีเขตติดต่อกับจังหวัดเพื่อนบ้านหลายจังหวัด ได้แก่ ทิศเหนือ ติดกับเพชรบูรณ์และขอนแก่น ทิศตะวันออกติดกับขอนแก่นและนครราชสีมา ทิศตะวันตกติดกับเพชรบูรณ์และจังหวัดลพบุรี และทิศใต้ติดกับจังหวัดนครราชสีมา

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

  • สัญลักษณ์ประจำจังหวัด: รูปธงสามชาย หมายถึงธงแห่งชัยชนะสงคราม เดิมผู้ครองนครได้เลือกภูมิประเทศเพื่อตั้งเป็นเมือง พบว่าตรงจังหวัดนี้มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ทำเลเหมาะแก่การสู้รบป้องกันตัว จึงตั้งเมืองขึ้นและให้สัญลักษณ์เป็นรูปธงสามแฉก
  • คำขวัญประจำจังหวัด: ชัยภูมิ เมืองผู้กล้า พญาแล
  • คำขวัญเพื่อการท่องเที่ยว: ทิวทัศน์สวย รวยป่าใหญ่ มีช้างหลาย ดอกไม้งาม ลือนามวีรบุรุษ สุดยอดผ้าไหม พระใหญ่ทวารวดี

ประวัติศาสตร์[แก้]

อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) ที่หน้าวงเวียนศูนย์ราชการจังหวัดชัยภูมิ

สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมืองชัยภูมิปรากฏในทำเนียบแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชว่าเป็นเมืองขึ้นกับเมืองนครราชสีมา แต่ต่อมาผู้คนได้อพยพออกไปตั้งหลักแหล่งทำมาหากินที่อื่น และเมื่อปี พ.ศ. 2360 "นายแล" ข้าราชการสำนักเจ้าอนุวงศ์เมืองเวียงจันทน์ได้อพยพครอบครัวและบริวารเดินทางข้ามลำน้ำโขงมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านหนองน้ำขุ่น (หนองอีจาน) ซึ่งอยู่ในบริเวณท้องที่อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมาในปัจจุบัน

ต่อมาในปี พ.ศ. 2362 เมื่อมีคนอพยพเข้ามาอยู่มาก นายแลก็ได้ย้ายชุมชนมาตั้งใหม่ที่บ้านโนนน้ำอ้อม บ้านชีลอง ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิ 6 กิโลเมตร นายแลได้เก็บส่วยผ้าขาวส่งไปบรรณาการเจ้าอนุวงศ์จนได้รับบำเหน็จความชอบแต่งตั้งเป็น "ขุนภักดีชุมพล" ในปี พ.ศ. 2365 นายแลได้ย้ายชุมชนอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากที่เดิมกันดารน้ำ มาตั้งใหม่ที่บริเวณบ้านหลวงซึ่งตั้งอยู่ระหว่างหนองปลาเฒ่ากับหนองหลอด (เขตอำเภอเมืองชัยภูมิปัจจุบัน) และได้หันมาขึ้นตรงต่อเมืองนครราชสีมา และส่งส่วยทองคำถวายแด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ยอมขึ้นต่อเจ้าอนุวงศ์อีกต่อไป พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้ายกบ้านหลวงขึ้นเป็น เมืองชัยภูมิ และแต่งตั้งขุนภักดีชุมพล (แล) เป็น "พระยาภักดีชุมพล" เจ้าเมืองคนแรก

ต่อมาเจ้าอนุวงศ์ได้ก่อการกบฏ ยกทัพเข้ามาหมายจะตีกรุงเทพมหานคร โดยหลอกหัวเมืองต่าง ๆ ที่เดินทัพมาว่าจะมาช่วยกรุงเทพมหานครรบกับอังกฤษ จนกระทั่งเจ้าอนุวงศ์สามารถยึดเมืองนครราชสีมาได้เมื่อปี พ.ศ. 2369 ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้นต่อมาเมื่อความแตก เจ้าอนุวงศ์ได้กวาดต้อนชาวเมืองนครราชสีมาเพื่อนำไปยังเมืองเวียงจันทน์

เมื่อไปถึงทุ่งสัมฤทธิ์ หญิงชายชาวเมืองที่ถูกจับโดยการนำของคุณหญิงโม ภรรยาเจ้าเมืองนครราชสีมา ได้ลุกฮือขึ้นต่อสู้ พระยาภักดีชุมพล (แล) เจ้าเมืองชัยภูมิ พร้อมด้วยเจ้าเมืองใกล้เคียงได้ยกทัพออกไปสมทบกับคุณหญิงโม ตีกระหนาบทัพเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์จนแตกพ่ายไป ฝ่ายกองทัพลาวส่วนหนึ่งล่าถอยจากเมืองนครราชสีมาเข้ายึดเมืองชัยภูมิไว้และเกลี้ยกล่อมให้พระยาภักดีชุมพลเข้าร่วมเป็นกบฏด้วย แต่พระยาภักดีชุมพลไม่ยอม เจ้าอนุวงศ์เกิดความแค้นจึงจับตัวพระยาภักดีชุมพลมาประหารชีวิตที่บริเวณใต้ต้นมะขามใหญ่ริมหนองปลาเฒ่า ซึ่งต่อมาชาวชัยภูมิได้ระลึกถึงคุณความดีที่ท่านมีความซื่อสัตย์และเสียสละต่อแผ่นดิน จึงได้พร้อมใจกันสร้างศาลขึ้น ณ บริเวณนั้น ปัจจุบันทางราชการได้สร้างศาลขึ้นใหม่เป็นศาลาทรงไทยชื่อว่า "ศาลาพระยาภักดีชุมพล (แล)" มีรูปหล่อของท่านอยู่ภายใน เป็นที่เคารพกราบไหว้และถือเป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของจังหวัด ตั้งอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดชัยภูมิประมาณ 3 กิโลเมตร

ผู้ว่าราชการจังหวัด[แก้]

รายพระนามและรายนาม
ปีที่ดำรงตำแหน่ง
1. พระยาภักดีชุมพล ( แล ) พ.ศ. 2360 - 2369
2. พระยาภักดีชุมพล ( เกตุ ) พ.ศ. 2374 - 2383
3. พระยาภักดีชุมพล ( เบี้ยว ) พ.ศ. 2383 - 2406
4. พระยาภักดีชุมพล ( ที ) พ.ศ. 2406 - 2418
5. พระยาภักดีชุมพล ( บุญจันทร์ ) พ.ศ. 2418 - 2425
6. พระยาภักดีชุมพล ( แสง ) พ.ศ. 2425 - 2440
7. นายร้อยโทโต๊ะ พ.ศ. 2440 - 2442
8. พระหฤทัย ( บัว ) พ.ศ. 2442 - 2444
9. หลวงพิทักษ์นรากร ( โย ) พ.ศ. 2444 - 2446
10. พระพลอาศัย ( ตอ ) พ.ศ. 2446 - 2448
11. พระพิบูลสงคราม ( จร ) พ.ศ. 2448 - 2449
12. หลวงสาทรศุภกิจ ( อ่วม บุญยรัตนพันธ์ ) พ.ศ. 2449 - 2450
13. พระยาภูมิพิชัย ( หรุ่ม ชาตินันท์ ) พ.ศ. 2450 - 2458
14. พระยาราชเสนา ( ศิริ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ) พ.ศ. 2458 - 2461
15. พระศรีสมัตถการ ( ใหญ่ บุญนาค ) พ.ศ. 2461 - 2465
16. พระยาภูมิพิชัย ( เฮง ศรีไชยยันต์ ) พ.ศ. 2465 - 2471
17. พระนรินทร์ภักดี ( ศุข ทังศุภูต ) พ.ศ. 2471 - 2472
18. พระวิจารณ์ภักดี ( เขียน โอวาทสาร ) พ.ศ. 2472 - 2472
19. พระภูมิพิชัย ( ม.ร.ว.บุง ลดาวัลย์ ) พ.ศ. 2472 - 2474
20. พระบริรักษ์นครเขต ( ย้อย กฤษณจินดา ) พ.ศ. 2474 - 2476
21. หลวงทรงสารการ ( เล็ก กนิษฐสูต ) พ.ศ. 2476 - 2480
22. พระสนิทประชานันท์ ( อิน แสงสนิท ) พ.ศ. 2480 - 2481
23. หลวงอุบลศักดิ์ประชาบาล ( พัน กาญจนพิมาน ) พ.ศ. 2481 - 2482
24. หลวงอนุการนพกิจ ( ปรารภ สุรัสวดี ) พ.ศ. 2482 - 2484
25. นายสุทิน วิวัฒนะ พ.ศ. 2484 - 2489
26. ขุนศุภกิจวิเลขการ ( กระจ่าง ศุภกิจวิเลขการ ) พ.ศ. 2489 - 2490
27. ขุนพำนักนิคมคาม ( สนธิ์ พำนักนิคมคาม ) พ.ศ. 2490 - 2490
28. นายชู สุคนธมัต พ.ศ. 2490 - 2493
29. นายสมบัติ สมบัติทวี พ.ศ. 2493 - 2495
30. ขุนรัตนวรพงศ์ ( เคลื่อน รัตนวร ) พ.ศ. 2495 - 2497
31. นายสวัสดิ์วงศ์ ปฏิทัศน์ พ.ศ. 2497 - 2500
32. นายบุญฤทธิ์ นาคีนพคุณ พ.ศ. 2500 - 2503
33. นายรังสรรค์ รังสิกุล พ.ศ. 2503 - 2504
34. นายช่วย นันทะนาคร พ.ศ. 2504 - 2511
35. นายชิต ทองประยูร พ.ศ. 2511 - 2512
36. นายประมูล ศรัทธาทิพย์ พ.ศ. 2512 - 2514
37. นายสำราญ บุษปวนิช พ.ศ. 2514 - 2516
38. นายอนันต์ อนันตกูล พ.ศ. 2516 - 2518
39. นายเจริญศุข ศิลาพันธ์ พ.ศ. 2518 - 2521
40. นายธำรง สุขเจริญ พ.ศ. 2521 - 2521
41. นายสมภาพ ศรีวรขาน พ.ศ. 2521 - 2522
42. นายดำรง วชิโรดม พ.ศ. 2522 - 2523
43. นายวิโรจน์ อำมรัตน์ พ.ศ. 2523 - 2524
44. นายเพ็ชร อภิรัตนรังษี พ.ศ. 2524 - 2526
45. นายนพรัตน์ เวชชศาสตร์ พ.ศ. 2526 - 2528
46. ร้อยตรีสนั่น ธานีรัตน์ พ.ศ. 2528 - 2531
47. นายปราโมทย์ แก้วพรรณา พ.ศ. 2531 - 2533
48. เรือตรีสุนัย ณ อุบล พ.ศ. 2533 - 2536
49. นายกวี สุภธีระ พ.ศ. 2536 - 2537
50. นายสุชาติ ธรรมมงคล พ.ศ. 2537 - 2538
51. นายนิธิศักดิ์ ราชพิตร พ.ศ. 2538 - 2539
52. นายเชาวนเลิศ ไทยานนท์ พ.ศ. 2539 - 2541
53. นายไพรัตน์ พจน์ชนะชัย พ.ศ. 2541 - 2542
54. นายสุพจน์ โพธิ์ทองคำ พ.ศ. 2542 - 2544
55. นายนิรัช วัจนะภูมิ พ.ศ. 2544 - 2545
56. นายธวัช สุวุฒิกุล พ.ศ. 2545 - 2547
57. นายประภากร สมิติ พ.ศ. 2547 - 2549
58. นายศุภกิจ บุญญฤทธิพงษ์ พ.ศ. 2549 - 2550
59. นายถาวร พรหมมีชัย พ.ศ. 2550-2552
60. นายวันชัย สุทธิวรชัย พ.ศ. 2552-2553
61. นายจรินทร์ จักกะพาก พ.ศ. 2553-2554
62. นายชนะ นพสุวรรณ พ.ศ. 2554-2555
63. นายพรศักดิ์ เจียรณัย พ.ศ. 2555- 2557
64. นายวิเชียร จันทรโณทัย พ.ศ. 2557 - ปัจจุบัน

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

การปกครองแบ่งออกเป็น 16 อำเภอ 124 ตำบล 1393 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองชัยภูมิ
  2. อำเภอบ้านเขว้า
  3. อำเภอคอนสวรรค์
  4. อำเภอเกษตรสมบูรณ์
  5. อำเภอหนองบัวแดง
  6. อำเภอจัตุรัส
  7. อำเภอบำเหน็จณรงค์
  8. อำเภอหนองบัวระเหว
  1. อำเภอเทพสถิต
  2. อำเภอภูเขียว
  3. อำเภอบ้านแท่น
  4. อำเภอแก้งคร้อ
  5. อำเภอคอนสาร
  6. อำเภอภักดีชุมพล
  7. อำเภอเนินสง่า
  8. อำเภอซับใหญ่
 แผนที่

อำเภอที่สำคัญของจังหวัด

  1. อำเภอเมืองชัยภูมิ เป็นศูนย์กลางของจังหวัด
  2. อำเภอจัตุรัส ประตูสู่จังหวัดชัยภูมิ เป็นอำเภอขนาดใหญ่ ศูนย์กลางความเจริญทางตอนใต้ และศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของจังหวัด
  3. อำเภอภูเขียว เป็นอำเภอขนาดใหญ่ ศูนย์กลางความเจริญทางตอนเหนือของจังหวัด

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

แบ่งออกเป็น 1 เทศบาลเมือง 34 เทศบาลตำบล และ 107 องค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีรายชื่อเทศบาลดังนี้

อำเภอชัยภูมิ

อำเภอเกษตรสมบูรณ์

อำเภอแก้งคร้อ


อำเภอคอนสวรรค์

อำเภอคอนสาร

อำเภอจัตุรัส

อำเภอเทพสถิต

อำเภอบ้านเขว้า

อำเภอบ้านแท่น

อำเภอบำเหน็จณรงค์

อำเภอภูเขียว

อำเภอหนองบัวระเหว

อำเภอหนองบัวแดง

การลงทุนอุตสาหกรรมในจังหวัดชัยภูมิ[แก้]

การจ้างงานมีจำนวนคนงานทั้งสิ้น 23,623 คน อำเภอที่มีการจ้างงานมากที่สุดคือ อำเภอจัตุรัส 7,801 คน รองลงมาคือ อำเภอเมืองชัยภูมิ 4,269 คน อำเภอแก้งคร้อ 3,704 คน อำเภอเกษตรสมบูรณ์ 2,274 คน อำเภอภูเขียว 1,557 คน ตามลำดับ ประเภทอุตสาหกรรมที่จ้างงานมากที่สุดคือ อุตสาหกรรมสิ่งทอ มีข้อมูลในทำเนียบโรงงานทั้งสิ้น 32 โรงงงาน มีการจ้างงานทั้งสิ้น 17,917 คน คิดเป็นร้อยละ 75.84 ของแรงงานทั้งหมด

  • สำหรับแหล่งที่ตั้งสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรม พิจารณาจากความหนาแน่นของโรงงาน ขนาดเงินลงทุน และจำนวนการจ้างงาน ได้แก่
    • (1) อำเภอเมือง เป็นพื้นที่ที่มีโรงงานตั้งอยู่หนาแน่นมากเป็นอันดับ 1 และมีจำนวนการจ้างงานสูงเป็นอันดับ 2 ของจังหวัดชัยภูมิ
    • (2) อำเภอจัตุรัส มีจำนวนโรงงานตั้งอยู่หนาแน่นเป็นอันดับ 2 มีจำนวนการจ้างแรงงานสูงเป็นอันดับ 1 ของจังหวัด และมีเงินทุนภาคอุตสาหกรรมสูงเป็นอันดับที่ 2 ของจังหวัดชัยภูมิ การจ้างแรงงานที่สูงเป็นอันดับ 1 ของจังหวัดเป็นการจ้างงานในประเภทอุตสาหกรรมสิ่งทอ
    • (3) อำเภอแก้งคร้อ เป็นแหล่งที่ตั้งสำคัญของกลุ่มอุตสาหกรรมถักทอ การตัดเย็บเสื้อผ้า เป็นพื้นที่ที่มีการจ้างแรงงานสูงเป็นอันดับ 3 ของจังหวัดชัยภูมิ
    • (4) อำเภอภูเขียว เป็นแหล่งที่ตั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเกษตร (น้ำตาลทราย) ผลิตเอทานอล การผลิตกระแสไฟฟ้า และการผลิต PARTICLE BOARD มีเงินทุนภาคอุตสาหกรรมสูงเป็นอันดับที่ 1 ของจังหวัดชัยภูมิ
    • (5) อำเภอบำเหน็จณรงค์และอำเภอหนองบัวระเหว เป็นแหล่งที่ตั้งสำคัญของอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง อำเภอบำเหน็จณรงค์ เป็นแหล่งที่ตั้งเหมืองโปแตชของโครงการอาเซียน
    • ส่วนในพื้นที่ของอำเภอที่เหลือ คือ คอนสวรรค์ บ้านเขว้า เกษตรสมบูรณ์ หนองบัวแดง เทพสถิต บ้านแท่น คอนสาร ภักดีชุมพล เนินสง่า และอำเภอซับใหญ่ แม้สถานภาพปัจจุบันจะบ่งชี้ว่ามีธุรกรรมอุตสาหกรรมตั้งอยู่เบาบาง แต่มีหลายพื้นที่ที่มีศักยภาพในการส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ที่เข้มข้น เช่น การผลิตผลิตภัณฑ์ผ้าไหม สิ่งถักทอ ในอำเภอคอนสวรรค์ บ้านเขว้า เนินสง่า เทพสถิต
    • ที่มา : สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

ทุ่งดอกกระเจียว
  • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง
ดอกกระเจียวขาวที่ผาก่อรัก
  • สถานีวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าภูเขียว
  • อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
  • น้ำตกเทพพนา
  • น้ำตกเทพประทาน
  • บึงละหาน
  • รอยเท้าและซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์
  • สวนส้มโอ บ้านแท่น
  • บึงกาหลง
  • ศาลปู่ด้วง-ย่าดี
  • เขื่อนลำปะทาว
  • วัดชัยสามหมอ
  • พระแท่นบัลลังก์
  • พระง้าง
  • สวนรุกขชาติน้ำผุดทัพลาว
  • ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ถ้ำแก้ว
  • เจริญปุระนคร
  • พระพุทธบาทเกือกแก้วสี่รอยเขายายหอม
  • พระพุทธบาทเขาแก้วพิสดาร (เขาน้อย)
  • วัดป่าภูเขาทอง
  • วัดป่ากุดชุมแสง
  • พระพุทธบาทเขาบ้านทิกแล้ง
  • พระพุทธบาทวัดหลักศิลา
  • เขาพระบาท
  • พระพุทธบาทสวนป่าโพธิธรรม
  • เมืองพระศรีอาริย์
  • วัดปราสาทดิน
  • ป่าปรงพันปี
  • ตาดร้อยรู

บุคคลสำคัญชาวชัยภูมิ[แก้]

ภิกษุสงฆ์[แก้]

พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต

ผู้ว่าราชการจังหวัด[แก้]

นักแสดง[แก้]

นักมวย[แก้]

นักร้อง[แก้]

ดีเจ/นักจัดรายการวิทยุ[แก้]

นักเขียน[แก้]

นักกีฬา[แก้]

นักการเมือง[แก้]

ศาสนสถานที่สำคัญ[แก้]

ปรางค์กู่ ชัยภูมิ.jpg

ภาษา[แก้]

  • ภาษาไทยโคราช นิยมพูดในอำเภอจัตุรัส เนินสง่า เทพสถิตและอำเภอบำเหน็จณรงค์
  • ภาษาอีสาน นิยมพูดกันทั่วไป
  • ภาษาไทย เป็นภาษาทางราชการ
  • ภาษาลาวเวียงจันทน์ ชาวชัยภูมิส่วนใหญ่เป็นเชื้อสายเวียงจันทน์ จึงนิยมพูดกันมาก
  • ภาษาลาวหลวงพระบาง พูดกันในอำเภอคอนสาร
  • ภาษาญัฮกูร มีความคล้ายคลึงกับภาษามอญโบราณที่ปรากฏในจารึกสมัยทวารวดี พบในเขตอำเภอเทพสถิต ได้แก่ บ้านวังโพธิ บ้านวังอ้ายคง บ้านไร่ บ้านเสลี่ยงทอง บ้านวังตาเทพ บ้านน้ำลาด บ้านสะพานหิน

สถาบันการศึกษา[แก้]

เขื่อนที่สำคัญ[แก้]

แหล่งน้ำที่สำคัญ[แก้]

  • แม่น้ำชี
  • ห้วยลำปะทาว
  • บึงละหาน
  • ลำน้ำพรม
  • ลำประทาว

สนามกีฬาสำคัญ[แก้]

  • สนามกีฬากลางจังหวัดชัยภูมิ
  • สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตชัยภูมิ
  • โรงยิมสิริวัณวรี
  • สนามกีฬาเทศบาลเมืองชัยภูมิ
  • สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา อำเภอจัตุรัส

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จานวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 15°48′N 102°02′E / 15.8°N 102.04°E / 15.8; 102.04