มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
| มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ | |
|---|---|
| Kasetsart University | |
| คำขวัญ | ศาสตร์แห่งแผ่นดิน (ทางการ) ประชาชน คือ เจ้าของประเทศ เกษตรศาสตร์ คือ ภาษีของประชาชน (ไม่เป็นทางการ) |
| ประเภท | รัฐ |
| ที่ตั้ง |
วิทยาเขตบางเขน ตำบลเชียงเครือ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร |
| เว็บไซต์ | www.ku.ac.th |
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งแรกของประเทศไทยที่เปิดสอนหลักสูตรทางด้านการเกษตร[1] โดยก่อตั้งขึ้นเป็นลำดับที่ 3 ของประเทศ โดยมีปณิธาณในการก่อตั้งเพื่อเป็นคุณประโยชน์แก่การกสิกรรมและการเศรษฐกิจของประเทศ [2][3]
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เริ่มต้นจากการเป็นโรงเรียนช่างไหมในปี พ.ศ. 2447 [4][5] และต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนการเพาะปลูก หลังจากนั้นรวมเข้ากับโรงเรียนแผนที่เป็นโรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการ มีผลให้วิทยาการทางการเกษตรพัฒนาและก้าวหน้า มีกิจกรรมและวิชาการต่างๆ ที่ดำเนินการเอื้ออำนวยประโยชน์ให้แก่ประชาชนเสมอมา
ใน พ.ศ. 2486 รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้มีการปรับปรุงและรวมกิจการของวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่บางเขนกับโรงเรียนวนศาสตร์ (โรงเรียนการป่าไม้เดิม จังหวัดแพร่) มาเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2486 เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 โดยแรกเริ่ม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เปิดสอนเฉพาะด้านการเกษตรเท่านั้น เพื่อมุ่งหน้าสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยตามอุดมคติของคำว่าuniversityอย่างสมบูรณ์ จึงได้ขยายสาขาวิชาครอบคลุมทั้งด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ บริหารธุรกิจ และศิลปศาสตร์ ทั้งนี้ ในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2541 และอยู่ระหว่างกระบวนการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ.○○○○ สู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาการแปรสภาพจากมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
พิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนกรกฎาคม ในอดีตนิสิตที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ปัจจุบันสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์
[แก้] ประวัติ
ในปี พ.ศ. 2447 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์) ทรงมีพระราชวินิจฉัยให้อุดหนุนการทำไหมและทอผ้าของประเทศ[6] โดยได้ว่าจ้าง ดร.คาเมทาโร่ โทยาม่า[7][8] จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ทดลองเลี้ยงไหมตามแบบฉบับของญี่ปุ่น สอนและฝึกอบรมนักเรียนไทยในวิชาการเลี้ยงและการทำไหม โดยมี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมช่างไหม กระทรวงเกษตราธิการในขณะนั้น ทรงจัดตั้งโรงเรียนช่างไหม[9] ขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2447[10] ณ ท้องที่ตำบล ทุ่งศาลาแดง กรุงเทพมหานคร ซึ่งนับว่าเป็นสถาบันการศึกษาอันเกี่ยวกับการเกษตรแห่งแรก จากนั้นในภายหลังได้เปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนช่างไหมแห่งนี้ เป็นโรงเรียนวิชาการเพาะปลูก ในปีพ.ศ. 2449 (ค.ศ. 1906) เนื่องจากมีวิชาการเพาะปลูกพืชอื่น ๆเข้ามาประกอบ
ต่อมาโรงเรียนเกษตราธิการ ได้ถือกำเนิดขึ้น ในปี 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451 ณ วังสระปทุม[11] โดยที่กระทรวงเกษตราธิการได้ทำการรวบรวมโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดของกระทรวง 3 โรงเรียนคือโรงเรียนแผนที่ (จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2425) โรงเรียนกรมคลอง (จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2448) และโรงเรียนวิชาการเพาะปลูก เป็นโรงเรียนเดียวกันเพื่อผลิตคนเข้ารับราชการในกรมกองต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตราธิการ ถือได้ว่าเป็นหลักสูตรระดับอุดมศึกษาวิชาเกษตรศาสตร์ หลักสูตรแรกของประเทศไทย โดยได้เริ่มดำเนินการสอนหลักสูตรใหม่นี้ในปี พ.ศ. 2452
ด้วยเหตุที่วัตถุประสงค์ของโรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการ ตรงกับพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์) ในเรื่องของการจัดตั้ง โรงเรียนข้าราชการพลเรือน[12] ซึ่งได้ทรงจัดตั้งขึ้นในกระทรวงธรรมการ โรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการจากเดิมที่สังกัดกระทรวงเกษตราธิการจึงย้ายมาสังกัดกระทรวงธรรมการ ในปี พ.ศ. 2456โดยใช้ วังวินด์เซอร์[13] เป็นสถานที่ทำการเรียนการสอนของโรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการที่ยุบเข้ารวมกับ โรงเรียนข้าราชการพลเรือน
และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงส่งนักเรียนไทยไปเรียนต่างประเทศจำนวนมาก ในจำนวนนี้มีพระยาเทพศาสตร์สถิตย์ และ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ทั้ง 2 ท่านได้เริ่มก่อตั้งโรงเรียนด้านการเกษตรโดยสังกัดกระทรวงเกษตราธิการขึ้นมาอีกครั้ง ในนาม "โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม" ตั้งอยู่ที่ ตำบลหอวังในปี พ.ศ. 2460 ภายหลังจึงได้มีการย้ายการเรียนการสอนไปที่ ตำบลพระประโทน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ในปี พ.ศ. 2461[14]
ในปี พ.ศ. 2474 หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร และเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ได้ร่วมกันขยายการจัดตั้ง โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม ไปสู่ระดับภูมิภาคมากขึ้น โดยภาคกลางตั้งอยู่ที่จังหวัดสระบุรี ภาคเหนือตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคอีสานตั้งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา และภาคใต้ตั้งอยู่ที่จังหวัดสงขลา
พ.ศ. 2478 โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมในภูมิภาคต่างๆ ได้ปิดตัวลงตามข้อบังคับของการปรับเปลี่ยนระบบราชการในขณะนั้น จึงได้มีการยุบรวมโรงเรียนในส่วนภูมิภาคทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน หลวงอิงคศรีกสิการ หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ และพระช่วงเกษตรศิลปการ (สามบูรพาจารย์ผู้ให้กำเนิดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) [15][16] จึงเสนอให้รักษาโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม (ปัจจุบันมหาวิทยาลัยแม่โจ้)ไว้ที่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เพียงแห่งเดียว และเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น "โรงเรียนมัธยมวิสามัญเกษตรกรรม" ต่อมาจึงได้มีการยกฐานะของโรงเรียนจนก่อตั้งเป็น "วิทยาลัยเกษตรศาสตร์" มีฐานะเป็นกองวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในกรมเกษตรและประมง ตามความต้องการของกระทรวงเกษตราธิการ
ต่อมากระทรวงเกษตราธิการได้จัดตั้งสถานีเกษตรกลางขึ้นในท้องที่ อำเภอบางเขน จังหวัดพระนคร (กรุงเทพมหานคร) ดังนั้น จึงได้ย้ายวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาตั้งอยู่ที่ อ. บางเขนในปี พ.ศ. 2481 และให้ส่วนราชการที่ อำเภอสันทราย เป็น "โรงเรียนเตรียมเกษตรศาสตร์" เพื่อเป็นการเตรียมนิสิตให้วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ อำเภอบางเขนต่อไป [17]
ในปี พ.ศ. 2486 วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น "มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์" ในรัฐบาลสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีฐานะเป็นกรมในสังกัดกระทรวงเกษตราธิการ[18] และให้แต่งตั้งข้าราชการประจำ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการมหาวิทยาลัย หลวงสินธุสงครามชัย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนแรก มีการเปิดสอนใน 4 คณะ[19] คือ โดยมี คณะกสิกรรมและสัตวบาล คณะการประมง คณะวนศาสตร์ และคณะสหกรณ์ เป็นคณะแรกตั้ง (ในปัจจุบันคือ คณะเกษตร[20] คณะประมง[21] คณะวนศาสตร์[22] คณะเศรษฐศาสตร์[23] และ คณะบริหารธุรกิจ[24])
[แก้] ชื่อและความหมาย
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้คำว่า "เกษตรศาสตร์" เป็นชื่อภาษาไทยของมหาวิทยาลัย และใช้คำว่า "Kasetsart" ในภาษาอังกฤษ
"เกษตรศาสตร์" มาจากคำว่า เกษตร (เขต หรือ แผ่นดิน) และ ศาสตร์ (ความรู้ หรือ การศึกษา) ซึ่งรวมกันมีความหมายโดยทั่วไปว่า การศึกษาเกี่ยวกับเขตและแผ่นดิน หรือ ศาสตร์แห่งแผ่นดิน คำนี้ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า Agriculture แปลว่า การเพาะปลูกแบบรูปธรรม มีรากคำมาจากภาษาละตินคือคำว่า agrīcultūra : agrī หมายความถึงสิ่งที่เป็นรูปธรรม และคำว่า cultūra หมายความถึง วัฒนธรรม, สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น หรือการเพาะปลูก[25]
คำว่า "เกษตร" อันเป็นชื่อของมหาวิทยาลัยนั้น มีที่มาจากการที่กระทรวงเกษตราธิการต้องการจัดตั้งสถาบันการศึกษาวิชาการเกษตรอันเนื่องด้วยวิชาการผลิตและการค้า เพื่อผลิตคนเข้ารับราชการในกรมกองต่างๆ ของกระทรวงเป็นการเฉพาะ[26] โดยคำว่า "เกษตร" นั้นถูกจารึกขึ้นในประวัติศาสตร์สยามครั้งแรกในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ในปี พ.ศ. 1893[27] ได้มีการจัดตั้งการปกครองแบบจตุสดมภ์ขึ้น คือ เวียง วัง คลัง นา ซึ่งตำแหน่งเสนาบดีกรมนาในขณะนั้นมีชื่อเรียกว่า "ขุนเกษตราธิบดี" มีอำนาจทั้งทางบริหารและอำนาจตุลาการใน"การจัดการเรื่องที่ดินและชลประทาน" เพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์แก่ประชาชนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม การเลี้ยงชีพ การผลิตและการค้ากับนานาประเทศ ภายหลังจึงมีการเปลี่ยนชื่อกรมนา เป็นกระทรวงเกษตรพนิชการ, กระทรวงเกษตราธิการ, กระทรวงเกษตรพาณิชยการ, กระทรวงเศรษฐการ, กระทรวงเกษตราธิการ, กระทรวงเกษตร จนมาสู่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามลำดับ[28][29][30]
ส่วนคำว่าเกษตรตามความหมายพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้คำจำกัดความไว้ว่า เกษตร [กะเสด] น. ที่ดิน, ทุ่ง, นา, ไร่; ซึ่งความหมายในโบราณกาลว่า เขต, แดน (ในภาษาสันสกฤตจะใช้คำว่า เกฺษตฺร ส่วนภาษาบาลีจะใช้คำว่า เขตฺต). เช่นคำว่า
พุทธเกษตร (พุทธ+เกษตร) แปลความหมายว่า ดินแดนแห่งพุทธ
กษัตริย์ (เกษตร+อริย) แปลความหมายว่า พระเจ้าแผ่นดิน
ในระหว่าง พ.ศ. 2518 ได้มีการวิ่งเต้นขอให้เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จากบุคคลกลุ่มหนึ่ง โดยอ้างเหตุผลนานัปการทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงในสังคมของชาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีการแถลงข่าวโจมตีซึ่งกันและกัน ระหว่างฝ่ายที่อยากให้เปลี่ยนชื่อและไม่ประสงค์ให้เปลี่ยนชื่อ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้อนุญาตให้นิสิตหยุดเรียนครึ่งวันเพื่อจัดทำประชามติในเรื่องนี้ ภายหลังจึงมีการเห็นสมควรให้มีการใช้ชื่อ เกษตรศาสตร์ เป็นชื่อของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการระลึกและย้ำเตือนถึงศาสตร์อันเป็นรากฐานวัฒนธรรม ความรู้ และวิทยาการของแผ่นดินไทย[31][32]
จนกระทั่งปีพ.ศ. 2520 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ได้มีพระราชดำรัสถึงความหมายของคำว่าเกษตรศาสตร์ตามชื่อของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไว้ว่า[33]
คำ "เกษตรศาสตร์" ที่เป็นวิสามานยนามอันเป็นชื่อมหาวิทยาลัยแห่งนี้ อ่านว่า "กะ-เสด-สาด" แต่ในกรณีที่หมายถึงวิชาว่าด้วยการเกษตร คำนี้อ่านว่า "กะ-เสด-ตฺระ-สาด"
[แก้] สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย
[แก้] ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย
ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นไปตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดภาพเครื่องหมายราชการตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พ.ศ. 2482 (ฉบับที่ 247) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เล่มที่ 126 ตอนพิเศษ 98 ง [34] โดยตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แบ่งเป็น 2 ภาค ได้แก่ ภาคภาษาไทย ตรามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นรูปวงกลม มีรูปพระพิรุณทรงนาคอยู่กึ่งกลาง ล้อมรอบด้วยกลีบบัวคว่าและกลีบบัวหงาย และมีข้อความ “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ๒๔๘๖” ล้อมรอบเป็นชั้นนอกสุด สีตราประจามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แก่ สีเขียวใบไม้ ภาคภาษาอังกฤษ มีองค์ประกอบเหมือนกับภาคภาษาไทย แต่เปลี่ยนจากอักษรภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ โดยใช้ข้อความ “KASETSART UNIVERSITY 1943”
[แก้] อาคารประจำมหาวิทยาลัย
หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรืออาคารจั่วสามมุข ทำการวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2497 (ค.ศ. 1954) ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957) เป็นอาคารออกแบบด้วยศิลปะแบบไทยประยุกต์ มีเอกลักษณ์เป็นหน้าจั่วแบ่งมุขออกเป็น 3 ยอด โดยถอดแบบมาจาก “วังวินด์เซอร์” อาคารของโรงเรียนเกษตราธิการ ต้นกำเนิดของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ [35] ภายหลังจึงกลายเป็นต้นแบบของอัตลักษณ์ทางปรัชญาเกษตรศาสตร์ มี 3 ลักษณะทางจิตวิญญาณเกษตรศาสตร์ประกอบกัน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ [36]
จั่วสามมุข เอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งหน้าจั่วนี้มีลักษณะของความโดดเด่นตรงที่มีความกว้างของส่วนฐาน ส่วนกลาง และส่วนยอดที่เท่าเทียมกัน หมายความถึงการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืนแห่งสยามประเทศ ภายในจำลักลาย บัว 3 ดอกเป็นดอกบัวที่ขึ้นพ้นเหนือน้ำ อันมีเต่าและปลาเป็นตัวแทนของสัตว์ร้ายต่างๆแหวกว่ายอยู่ หมายถึงบัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาทั้ง 3 ระดับคือบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต ที่ผ่านอุปสรรคต่างๆนานัปการตามหลักที่ปรากฏในพุทธโอวาท และมีการประกอบสัญลักษณ์ พระอุณาโลม อันมีลักษณะพ้องกับเลข ๙ ของไทย เป็นเครื่องหมายอันเป็นนิมิตหมายที่ดี หมายถึง ความรู้และความสว่างแก่โลก
ทั้งนี้สัญลักษณ์จั่วสามมุขยังปรากฏเป็นศิลปกรรมตามสถานที่ต่างๆของมหาวิทยาลัย เช่น อาคารสารนิเทศ 50 ปี, อาคารวชิรานุสรณ์, อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๔ รอบพระชันษาจุฬาภรณ์, อาคารประจำวิทยาเขตต่างๆ หรือแม้กระทั่งบริเวณขอบรั้วโดยรอบมหาวิทยาลัยก็ถูกถอดแบบให้มีลักษณะเป็น "จั่วสามมุข" ด้วยเช่นกัน [37][38]
[แก้] เพลงประจำมหาวิทยาลัย
เพลงพระราชนิพนธ์ เกษตรศาสตร์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2509 โดยโปรดเกล้าฯ ให้ ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร แต่งคำร้องถวาย[39]
[แก้] สีประจำมหาวิทยาลัย
สีเขียวใบไม้ [40]
[แก้] ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย
"ต้นนนทรี" โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงปลูกต้นนนทรี จำนวน 9 ต้น ณ บริเวณหน้าหอประชุม มก. เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) เวลา 15.30 น.[41] และมีพระราชดำรัสถึงบุคลากรและนิสิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในคราวนั้นว่า
|
สำหรับต้นนนทรี ต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น ทั้งเชื้อชาติและสัญชาติเป็นไทยแท้ ดังนั้นจึงมีความทรหดอดทนให้สีเขียวได้แม้ในยามแล้ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นคุณสมบัติอันพึงจะมีจะเป็นของเกษตรกรไทย ต้นนนทรี เป็นไม้ยืนต้น มีอายุยืนยาวนาน มีใบเขียวตลอดทั้งปี ลักษณะใบเป็นฝอยคล้ายใบกระถิน ดอกสีเหลืองประปรายด้วยสีขาว ช่อดอกเป็นพวงระย้า และชูสง่า ฝักไม่ยอมทิ้งต้น มีความทนทานและปลูกได้ในทุกสภาพอากาศของไทย สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้เลือกให้เป็นต้นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[43][44]
[แก้] อธิการบดี
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีอธิการบดีมาแล้ว 14 คน ดังรายพระนามและรายนามต่อไปนี้[45]
| มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ | ||
|---|---|---|
| รายพระนามและรายนามอธิการบดี | วาระการดำรงตำแหน่ง | อ้างอิง |
| 1. พลเรือเอกสินธุ์ กมลนาวิน | พ.ศ. 2486 - พ.ศ. 2488 | [2] |
| 2. นายทวี บุณยเกตุ | พ.ศ. 2488 - พ.ศ. 2489 | [3] |
| 3. หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ | พ.ศ. 2489 - พ.ศ. 2501 | [4][5] |
| 4. ศาสตราจารย์อินทรี จันทรสถิตย์ | พ.ศ. 2501 - พ.ศ. 2512 | [6] [7] |
| 5. หม่อมหลวงชูชาติ กำภู | พ.ศ. 2508 - พ.ศ. 2510 | [8][9] |
| 6. หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ | พ.ศ. 2512 - พ.ศ. 2517 | [10] [11][12] |
| 7. ศาสตราจารย์ระพี สาคริก | พ.ศ. 2518 - พ.ศ. 2522 | [13][14] |
| 8. ศาสตราจารย์ ดร.ไพฑูรย์ อิงคสุวรรณ | พ.ศ. 2523 - พ.ศ. 2525 | [15] |
| 9. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จงรัก ปรีชานนท์ | พ.ศ. 2525 - พ.ศ. 2529 | [16] [17] |
| 10. ศาสตราจารย์ ดร.สุธรรม อารีกุล | พ.ศ. 2529 - พ.ศ. 2535 | [18][19][20] |
| 11. ศาสตราจารย์ ดร.กำพล อดุลวิทย์ | พ.ศ. 2535 - พ.ศ. 2539 | [21] [22] |
| 12. ศาสตราจารย์ ดร.ธีระ สูตะบุตร | พ.ศ. 2539 - พ.ศ. 2544 | [23][24] |
| 13. รองศาสตราจารย์ ดร.วิโรจ อิ่มพิทักษ์ | พ.ศ. 2545 - พ.ศ. 2549 | [25] |
| 14. รองศาสตราจารย์วุฒิชัย กปิลกาญจน์ | 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 - ปัจจุบัน | [26] |
[แก้] หน่วยงาน
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประกอบด้วย วิทยาเขตที่เปิดเรียนแล้ว 5 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร, วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม, วิทยาเขตศรีราชา จังหวัดชลบุรี, วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร และโครงการจัดตั้งวิทยาเขตสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
ส่วนทางด้านโครงการจัดตั้งวิทยาเขตลพบุรี ได้มีมติสภามหาวิทยาลัยให้ตั้งเป็น สถานีวิจัยในสังกัดสถาบันอินทรีจันทรสถิตย์ มีการจัดการเรียนการสอนเป็นการจัดการเรียนการสอนนอกสถานที่ ภายในจังหวัดลพบุรี และ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตกระบี่ ให้ตั้งเป็นศูนย์วิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จังหวัดกระบี่ เพื่อให้บริการในลักษณะการต่อยอดด้านวิชาการต่างๆ[46][47]
[แก้] วิทยาเขตบางเขน
เป็นวิทยาเขตหลัก ปัจจุบัน มีหน่วยงานที่จัดการเรียนการสอน 15 คณะ 1 วิทยาลัย ได้แก่
[แก้] วิทยาเขตกำแพงแสน
เป็นวิทยาเขตที่สอง ตั้งอยู่ที่อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ปัจจุบัน มีหน่วยงานที่จัดการเรียนการสอน 5 คณะ และ 3 คณะที่สอน 2 วิทยาเขต ได้แก่
- คณะวิทยาการเกษตร (คณะเกษตร กำแพงแสน)
- คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน
- คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา
- คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์
- คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์
- คณะสัตวแพทยศาสตร์ (นิสิตศึกษาในวิทยาเขตบางเขน ปี 1-3 และกำแพงแสน ปี 4-6)
- คณะประมง (โดยนำหลักสูตรมาเปิดในวิทยาเขตกำแพงแสน เริ่มปีการศึกษา 2554)
- บัณฑิตวิทยาลัย
[แก้] วิทยาเขตศรีราชา
ตั้งอยู่ที่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
[แก้] วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร
|
|
[แก้] โครงการจัดตั้งวิทยาเขตสุพรรณบุรี
เป็นการขยายโอกาสการศึกษาระดับอุดมศึกษาไปยังพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศ ในปัจจุบัน ยังไม่มีการจัดตั้งคณะอย่างเป็นทางการในวิทยาเขตนี้ โดยให้คณะในวิทยาเขตอื่นรับผิดชอบ ปัจุบันได้มีการเปิดสอนในบางหลักสูตรแล้ว ได้แก่
- หลักสูตรบริหารธุรกิจสาขาการจัดการโรงแรมและท่องเที่ยว (4 ปี) (ภาคพิเศษ ) (ปี พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน อยู่ในความดูแลของคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์)
- หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต (ต่อเนื่อง) (ภาคพิเศษ)
- หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (ภาคพิเศษ)
- หลักสูตรรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ (ภาคพิเศษ) (อยู่ในความดูแลของคณะสังคมศาสตร์)
[แก้] สถาบันสมทบ
- วิทยาลัยการชลประทาน
- วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ
[แก้] พื้นที่มหาวิทยาลัย
[แก้] ที่ตั้งและอาณาเขต
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้ดำเนินภารกิจเพื่อสนองนโยบายการกระจายโอกาสทางการศึกษาของรัฐบาลใน 4 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตบางเขน, วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม, วิทยาเขตศรีราชา จังหวัดชลบุรี และวิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสกลนคร โดยมีแหล่งที่ตั้งและจำนวนพื้นที่ของแต่ละวิทยาเขต ดังนี้[48]
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน เลขที่ 50 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 14 มุมถนนงามวงศ์วาน บรรจบกับถนนพหลโยธิน | พื้นที่: 846 ไร่
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เลขที่ 1 ม. 6 ถนนมาลัยแมน ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม | พื้นที่: 7,951.75 ไร่
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา เลขที่ 199 หมู่ 6 ถนนสุขุมวิท ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี | พื้นที่: 199 ไร่
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร เลขที่ 59 หมู่ 1 ตำบลเชียงเครือ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร บนทางหลวงหมายเลข ๒๒ ถนนนิตโย และอยู่ห่างจากตัวจังหวัดสกลนครประมาณ 19 กิโลเมตร | พื้นที่: บริเวณวิทยาเขต 4,000 ไร่ หนองหานน้อย 700 ไร่
[แก้] การวิจัย
[แก้] มหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีนโยบายในการพัฒนามหาวิทยาลัยไปสู่มหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์ (e-University) [49] ที่สมบูรณ์แบบ จึงได้วางเครือข่ายโครงสร้างและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในทุกหน่วยงานและทุกวิทยาเขตให้มีความพร้อมในการรองรับการเป็น e-University โดยใช้นโยบายในการบริหารโครงสร้างและระบบดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม กิจการนิสิต และการบริหารจัดการอย่างเต็มศักยภาพ
การดำเนินงานเพื่อพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ดำเนินการไปแล้วคือ การวางโครงสร้างเครือข่ายสารสนเทศและการสื่อสาร ทั้งในวิทยาเขตบางเขนและวิทยาเขตต่าง ๆ โดยได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนในปี พ.ศ. 2546 รวม 34.5 ล้านบาท และมหาวิทยาลัยได้เตรียมงบประมาณรองรับการวางโครงสร้างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไว้แล้วรวมกว่า 192 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยได้วางระบบเครือข่ายสำนักงานอัตโนมัติ (Office Automation) และเริ่มใช้ระบบสำนักงานอัตโนมัติในหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว ดำเนินการบริหารการประชุมโดยเริ่มระบบการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Meeting) ในการประชุมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย เพื่อลดปริมาณการใช้เอกสาร ประหยัดค่าใช้จ่ายและเพื่อความสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการวางระบบโครงสร้างเครือข่ายไร้สาย (Wireless Networking System) ในคณะ สำนัก สถาบัน และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็น Wireless Campus ซึ่งได้ดำเนินการแล้วหลายหน่วยงาน เช่น สำนักบริการคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สำนักงานอธิการบดี และ สำนักหอสมุด
โดยมีโครงการที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ดำเนินการไปแล้วประกอบด้วย [50] โครงการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Meeting) โครงการระบบสำนักงานอัตโนมัติ (e-Office) โครงการระบบการเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) โครงการข่าวอิเล็กทรอนิกส์ (e-News) โครงการไวร์เลสแคมปัส (Wireless Campus) โครงการบริการอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) โครงการจัดทำฐานข้อมูลงานวิจัย (e-Publication) โครงการห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (e-Library) โครงการพัฒนา/ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนงานบริหารของมหาวิทยาลัย (e-MIS) โครงการพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัยให้มีความพร้อมด้านไอที (e-Personal) โครงการปรับปรุงและขยายเครือข่ายของมหาวิทยาลัย (e-Campus)
และมีแผนที่จะดำเนินงานในระยะต่อไปดังนี้ ดำเนินการโครงการ e-MIS ให้ครอบคลุมระบบงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย พัฒนาระบบสนับสนุนการเรียนการสอนเพื่อก้าวสู่การใช้ e-Learning ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและพัฒนาโครงการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการก้าวสู่การเป็น e-University ที่สมบูรณ์แบบต่อไป ดำเนินโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบเครือข่ายฐานข้อมูลอัจฉริยะทางการเกษตร (Intelligent Agriculture System - e-Ag) ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การให้บริการข้อมูลทางการเกษตรโดยระบบอัจฉริยะ (Intelligent Systems) และการสื่อสารโดยผ่านทางสถานีวิทยุของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมทั้งการให้บริการถามตอบข้อมูลผ่านทาง Agriculture Call Center ของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
[แก้] มหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัย
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณทางด้านการวิจัยมากที่สุดและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง[51] [52] [53]โดยมหาวิทยาลัยได้วางนโยบาย มุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัยอย่างสมบูรณ์[54] โดยปรับปรุงกลไกเสริมสร้างเครือข่ายงานวิจัยในภาพรวมให้เข้มแข็ง ตลอดจนประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อสร้างและพัฒนาบุคคากรของทางมหาวิทยาลัย ผลงานวิจัยของนักศึกษา ไปต่อยอดเทคโนโลยีที่ตอบสนองตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างแท้จริง[55][56] ทั้งนี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มี โครงการวิจัยที่ได้รับเงินอุดหนุนวิจัยภายใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[57] โดยมีการคัดเลือกผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดแบ่งตามประเภทของหลักเกณฑ์ต่างๆ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 เงินอุดหนุนวิจัยทั่วไป ได้แก่ โครงการวิจัย 3 สาขา คือ โครงการวิจัยสาขาเกษตร โครงการวิจัยสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โครงการวิจัยสาขาสังคมศาสตรและพฤติกรรม และกลุ่มที่ 2 คือ เงินอุดหนุนวิจัยเฉพาะกิจ
นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับการคัดเลือกให้เป็น"มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ"[58] จากสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.)ได้ จัดตั้งสถาบันวิทยาการขั้นสูงขึ้น 4 ศูนย์[59] คือ ศูนย์วิทยาการขั้นสูงเพื่อเกษตรและอาหาร, ศูนย์วิทยาการขั้นสูงด้านทรัพยากรธรรมชาติเขตร้อน, ศูนย์วิทยาการขั้นสูงด้านนาโนเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมเคมีอาหาร และการเกษตร, และ ศูนย์วิทยาการขั้นสูงด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม อันเป็นการวางโครงสร้างขนาดใหญ่เพื่อรองรับการสร้างผลงานวิจัย สร้างบุคลากรนักวิจัย และผลิตนวัตกรรมต่าง ๆ[60] และเป็นการระดมสมองและบูรณาการความรู้จากบุคลากรทุกภาคส่วนของมหาวิทยาลัย เพื่อสนับสนุนความเป็นเลิศทางวิชาการและแสดงศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทยไปสู่เวทีระดับนานาชาติ[61][62] ทั้งนี้มหาวิทยาลัยมีหน่วยงานทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหารการประสานงานด้านวิจัย และพัฒนาทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คือ สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[63] ทำหน้าที่ประสานและบริหารงานวิจัย และบริการวิชาการ และงานวิจัย ให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายที่กำหนดในพระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัย อันนำไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยที่สมบูรณ์แบบ[64]
[แก้] อันดับมหาวิทยาลัย
-
ดูเพิ่มที่ อันดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย
ในปี พ.ศ. 2549 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้ดำเนินการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของประเทศไทยใน "โครงการฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย"[65] โดยในภาพรวมผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยกลุ่มดัชนีชี้วัดด้านการวิจัย และ กลุ่มดัชนีชี้วัดตามด้านการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเยี่ยมและ เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 8 ในด้านการเรียนการสอนของประเทศไทย [66]
นิตยสารไทมส์ไฮเออร์เอดูเคชันซัปพลีเมนต์ (THES) ได้จัดทำอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลก โดยแบ่งเป็นโดยภาพรวม และจัดแยกสาขาออกเป็น 5 สาขา ได้แก่ สาขาเทคโนโลยี สาขาเวชชีวศาสตร์ สาขาศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ และสาขาสังคมศาสตร์ โดยในภาพรวมแล้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ติดอยู่ในอันดับที่ 3 ของประเทศไทย[67]
ในปี พ.ศ. 2548 พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2553 (Webometrics Ranking of World Universities) โดยเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยตามจำนวนเอกสารตีพิมพ์ออนไลน์ และจำนวนเอกสารที่มีการอ้างอิง ซึ่งพิจารณาจากข้อมูลของทุกมหาวิทยาลัยที่เผยแพร่ในฐานะข้อมูลต่างๆ ผ่านทาง website ของสถาบัน และบนฐานข้อมูลอื่นๆ ซึ่งผลการจัดอันดับในเดือนกรกฎาคม 2550 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อยู่ในอันดับที่ 1 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย[68][69]
[แก้] การรับบุคคลเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย
-
ดูบทความหลักที่ การรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา
[แก้] ระดับปริญญาตรี
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้กำหนดวิธีการรับบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีในระบบต่าง ๆ ดังต่อไปนี้[70]
ทบวงมหาวิทยาลัยสอบคัดเลือกโดยรับจากผู้จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือ เทียบเท่า โดยทบวงมหาวิทยาลัยจะประกาศรับประมาณเดือน มีนาคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดสอบคัดเลือกหรือรับเข้าโดยตรง ตามโครงการต่างๆ ดังนี้
สอบคัดเลือกเข้าศีกษาตามโครงการส่งเสริมโอกาสศึกษาต่อใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สำหรับนักเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนมัธยมศึกษาในท้องถิ่น (โควต้าพิเศษ) โดยมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ กำหนดให้นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 สังกัดโรงเรียนที่ตั้งอยู่ ในจังหวัด นครสวรรค์ พิจิตร ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ และในเขตการศึกษาต่าง ๆ คือ
- เขตการศึกษา 1 ได้แก่จังหวัด นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร
- เขตการศึกษา 5 ได้แก่จังหวัด กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี ราชบุรี
- เขตการศึกษา 6 ได้แก่จังหวัด ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง อุทัยธานี
- เขตการศึกษา 12 ได้แก่จังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด
โดยจะประกาศรับสมัครในช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือตามที่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์กำหนด ซึ่งจะแจ้งให้โรงเรียนที่อยู่ในโครงการทราบ โดยตรง
สอบคัดเลือกเข้าศึกษาตามโครงการผู้ที่มีความสามารถทาง กีฬาดีเด่น ประกาศรับสมัครในช่วงเดือน พฤศจิกายน - ธันวาคม
สอบคัดเลือกตามโครงการวิศวกรรมศาสตร์ภาคพิเศษและ อุตสาหกรรมเกษตรภาคพิเศษ ประกาศรับในช่วงเดือน มีนาคม และวิทยาลัยชุมชนศรีราชา ประกาศรับช่วงเดือนเมษายน
รับจากผู้จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเข้าศึกษาในโครงการพัฒนา และส่งเสริมผู้มีความสามารพิเศษทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (พสวท.) และโครงการเร่งรัดผลิตครูทางคณิตศาสตร์
รับจากผู้จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเข้าศึกษาในโครงการของ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (สสวท.) เข้าศึกษาต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ และจากผู้มีความสามารถทาง การวิจัยดีเด่น เข้าศึกษาต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์
รับจากข้าราชการตามข้อตกลงระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กับกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องซึ่งหน่วยงาน ต้นสังกัดระดับกรม เป็นผู้เสนอชื่อขอเข้าศึกษา
รับจากผู้จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจาก 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามโครงการจัดส่งนักศึกษาชาวไทยผู้นับถือศาสนาอิสลามเข้า เรียนต่อ ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆของ กระทรวงมหาดไทย
รับจากผู้จบมัธยมศึกษาตอนปลายจากต่างจังหวัด เข้าศึกษา ในคณะวนศาสตร์ ซึ่งคณะวนศาสตร์จะแจ้งให้โรงเรียนทราบโดยตรง
[แก้] ระดับปริญญาโท
การรับเข้าศึกษาในระดับปริญญาโท มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ [71]
ผู้สมัครต้องสำเร็จปริญญาตรี หรือกำลังศึกษาอยู่ในภาคการศึกษาสุดท้าย และมีผลการศึกษาหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ดังนี้
ได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75.00 หรือแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.50 หรือ
ได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70.00 หรือแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00 และได้คะแนนเฉลี่ยในวิชาเอกที่จะสมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาโท (ไม่น้อยกว่า 5 รายวิชา) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80.00 หรือแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00 หรือ ได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70.00 หรือแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00 และมีประสบการณ์ในการทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานหรือผู้บังคับบัญชา (เงื่อนไขการทำงาน 3 ปี นับจากวันที่ทำงานหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปี สำหรับผู้สมัครในภาคต้น และวันที่ 1 พฤศจิกายน ของทุกปี สำหรับผู้สมัครในภาคปลาย
[แก้] ระดับปริญญาเอก
การรับเข้าศึกษาในระดับปริญญาเอก มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ [72]
ผู้สมัครต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หรือกำลังศึกษาอยู่ในภาคการศึกษาสุดท้ายในสาขาวิชาที่จะเข้าศึกษาหรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง และเคยผ่านงานวิจัยที่เป็นวิทยานิพนธ์มาแล้ว แต่ถ้าสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทที่ไม่ผ่านการทำวิทยานิพนธ์ จะต้องมีผลงานวิจัย หรือมีประสบการณ์วิจัยในสายงานที่จะเข้าศึกษาและเป็นที่ยอมรับของสาขานั้น
นอกจากนี้การรับเข้าศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา ทั้งระดับปริญญาโทและปริญญาเอก จะรับสมัครโดยโครงการต่าง ๆ ที่แต่ละคณะได้เปิดโครงการ ก็จะมีการรับสมัครโดยหน่วยงานของโครงการโดยตรง
[แก้] ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย
[แก้] องค์กรกิจกรรมนิสิตในมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้บัญญัติข้อบังคับสำหรับการดำเนินกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและกิจกรรมมีประสิทธิภาพ สภามหาวิทยาลัยจึงมีประกาศสภามหาวิทยาลัย เรื่อง ข้อบังคับว่าด้วยธรรมนูญนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2549 (ฉบับปัจจุบัน) ซึ่งบัญญัติไว้ว่าการดำนเนินกิจกรรมนิสิตของมหาวิทยาลัยจะกระทำได้โดยองค์กรกิจกรรมนิสิต ดังต่อไปนี้
- องค์การนิสิต มีหน้าที่กำกับดูแลกิจกรรมนิสิตในภาครวมทั้ง 4 วิทยาเขต โดยมี คณะกรรมการองค์การนิสิต เป็นคณะบุคคลที่กำกับดูแล ประกอบด้วย นายกองค์การบริหารและประธานสภาผู้แทนนิสิต จากทั้ง 4 วิทยาเขตรวมกัน โดยจะเลือกตัวแทนขึ้นดำรงตำแหน่ง เลขาธิการองค์การนิสิต เป็นผู้นำสูงสุด ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากอธิการบดี
- สภาผู้แทนนิสิต องค์การนิสิต มีหน้าออกข้อบังคับหรือกฏระเบียบในการดำเนินกิจกรรมนิสิต และตรวจสอบการดำเนินกิจกรรมขององค์การบริหาร เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปตามนโยบายและธรรมนูญนิสิต โดยสภาผู้แทนนิสิตจะมีอยู่ทั้ง 4 วิทยาเขต
- องค์การบริหาร องค์การนิสิต มีหน้าที่บริหารงานเกี่ยวกับกิจกรรมนิสิตและเป็นตัวแทนนิสิตทั้งปวงของแต่ละวิทยาเขต สามารถดำเนินการหรือเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกกับหน่วยงานนิสิต-นักศึกษา สถาบันการศึกษา หรือองค์กรอื่นทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยก็ได้ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมของนิสิตเป็นที่ตั้ง ซึ่งองค์การบริหารฯ จะตั้งอยู่ในทั้ง 4 วิทยาเขต ทั้งนี้ องค์การบริหารฯ มี คณะกรรมการบริหารองค์การบริหารองค์การบริหาร ทำหน้าที่บริหารงานให้เป็นไปตามอำนาจและหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในธรรมนูญนิสิตฯ ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากนิสิตทั้งปวงของแต่ละวิทยาเขต
- สโมสรนิสิต ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานที่คอยกำกับดูแลอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมให้กับนิสิตของแต่ละคณะ ในแต่ละวิทยาเขต
- ชุมนุมนิสิต เป็นองค์กรกิจกรรมนิสิตที่ย่อยจากสโมสรนิสิต ที่ทำหน้าที่บริหารกิจกรรมเฉพาะด้าน เช่น ชุมนุมนิสิตภาควิชากีฏวิทยา สโมสรนิสิตคณะเกษตร กำแพงแสน, ชุมนุมนิสิตสานฝันคนรักม้า สโมสรนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์, ชุมนุมนิสิตวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์, ชุมนุมรัฐศาสตร์ สโมสรนิสิตคณะสังคมศาสตร์ เป็นต้น
- ชมรมนิสิต เป็นหน่วยงานนิสิตที่ดำเนินกิจกรรมในรูปแบบของชมรมต่างๆ ได้แก่ ชมรม เคยู แบนด์ (วงดนตรี), ชมรมวงดนตรีลูกทุ่งรวมดาวกระจุย, ชมรมวรรณศิลป์, ชมรมเชียร์และแปรอักษร, ชมรมโรตาแรคท์, ชมรมค่ายอาสาพัฒนาชนบท, ชมรม KU Chorus, ชมรมดนตรีอะคูสติก, ชมรมฟันดาบ, ชมรมศิลปะการแสดง, ชมรมดนตรีไทย, ชมรมส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือ, ชมรมนิสิตอีสาน, ชมรมส่งเสริมศิลปะการพูด, ชมรมโขนละคอนเกษตรศาสตร์, ชมรมพุทธศาสน์, ชมรมคาทอลิก, ชมรมวิทยุสมัครเล่น, ชมรมสมาธิเพื่อคุณภาพชีวิต, ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ, ชมรมคนสร้างป่า, ชมรมธารความรู้นนทรี, ชมรมเห็ด , ชมรมรักษ์ช้างไทย และ ชมรมศิลปการดำรงชีพ
[แก้] กิจกรรมวิชาการ
- งานเกษตรแห่งชาติ เป็นงานวิชาการด้านการเกษตรที่จัดร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งจัดในส่วนกลางที่ ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน สลับกับในส่วนของภูมิภาคที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคต่างๆ โดยจัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2495 โดยใช้ชื่องานว่า "งานประจำปีเกษตรกลางบางเขน" ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จเป็นประธานในพิธีเปิดงานอีกด้วย [73]
- งานเกษตรแฟร์ เป็นงานแสดงวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยจัดปี เว้นปี สลับกับงานเกษตรแห่งชาติ
- งานเกษตรกำแพงแสน เป็นการจัดแสดงความก้าวหน้าทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-10 ธันวาคมของทุกปี
- งานเกษตรศรีราชาแฟร์ เป็นการจัดแสดงความก้าวหน้าทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา โดยจัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2549 มีงานบันเทิง ของกินของใช้มากมาย
- งานเกษตรแฟร์ นนทรีอีสาน เป็นการจัดแสดงความก้าวหน้าทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทางวิชาการของคณะต่างๆ ได้แก่ งานเส้นทางอนุรักษ์บนร่างสืบของคณะวนศาสตร์, งานสัปดาห์สื่อสารของคณะมนุษยศาสตร์, งานเศรษฐศาสตร์วิชาการของคณะเศรษฐศาสตร์ , Bus weekของคณะบริหารธุรกิจ, งานวันรพีของภาควิชานิติศาสตร์, งานตามรอยประชาธิปไตยของภาควิชารัฐศาสตร์
[แก้] กิจกรรมศิลปวัฒนธรรม
- คอนเสิร์ตประสานเสียงสามสถาบัน จุฬาฯ เกษตรศาสตร์ ธรรมศาสตร์ (CKT) เป็นการแสดงคอนเสิร์ตร่วมของ 3 สถาบันที่ได้รับพระราชทานเพลงจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัย คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ลอยกระทง เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปีโดยองค์การบริหารองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ร่วมกับสโมสรนิสิต 14 คณะ และชมรม โดยกิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานและรักษาประเพณีอันดีงามของไทย โดยจัดบริเวณรอบสระน้ำหน้าหอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมกิจกรรมการแสดงบนเวที การประกวดนางนพมาศ และการออกร้านค้าของนิสิตและผู้ประกอบการ [74]
- ธิดาเกษตร งานประกวดบุคคลที่มีความงามที่มีความรู้ด้านการเกษตร[75]
[แก้] กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์และอาสาสมัคร
- การออกค่าย การออกค่ายอาสาสมัครของนิสิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีหลายองค์กรนิสิต เช่น ชมรมค่ายอาสาพัฒนาชนบท, ชมรมนนทรีทักษิณ, ชุมนุมรัฐศาสตร์ เป็นต้น
ทั้งนี้นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่จะได้รับการเสนอชื่อการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จะต้องเป็นนิสิตที่ทำกิจกรรมในด้านต่างๆให้ครบหน่วยชั่วโมงกิจกรรม โดยกิจกรรมแต่ละประเภทจะเป็นการพัฒนานิสิตในด้าน จริยธรรมและคุณธรรม วิชาการและทักษะวิชาชีพ สุขภาพ โดยเป็นการพัฒนาตนเองและเป็นการทำประโยชน์แก่สังคมอีกด้วย
[แก้] วันสำคัญที่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[76][77] ตรงกับวันที่ 2 กุมภาพันธ์ โดยถือเอาการมีพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฉบับแรก เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดพิธีวางพวงมาลาคารวะสามบูรพาจารย์และพิธีรดน้ำบูรพาจารย์อาวุโส เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครบรอบทุกๆปี ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
วันรำลึกถึงรัชกาลที่ 8 ทรงหว่านข้าว ณ เกษตรกลางบางเขน [78] เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ทรงทอดพระเนตรการทำนาที่อำเภอบางเขน และกิจการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 8 ทรงหว่านข้าวในแปลงนาหลังตึกขาว ซึ่งปัจจุบันคือตึกพืชพรรณของกรมวิชาการเกษตร เหตุการณ์ในวันนั้นจึงนับเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่ต้องจารึกไว้ประวัติศาสตร์การเกษตรของไทยและของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ตลอดไป
วันนนทรีทรงปลูก ดนตรีทรงโปรด[79] วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 วันประวัติศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่งวันหนึ่งของชาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ มาทรงปลูกต้นนนทรี และพระราชทานต้นนนทรีเป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 9 ต้น ณ บริเวณด้านหน้าอาคารหอประชุม มก. เมื่อ เวลา 15.30 น. และหลังจากทรงปลูกต้นนนทรีแล้ว ได้ทรงดนตรีที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นครั้งแรก โดยล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จเข้าสู่หอประชุม เพื่อทรงดนตรีร่วมกับวง อ.ส. วันศุกร์ ซึ่งมี อาจารย์ และ ศิษย์เก่า แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รวมอยู่ด้วย ได้แก่ อ.ระพี สาคริก นายอวบ เหมะรัชตะ เป็นต้น เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นเหตุการณ์ที่นำมาสู่การเสด็จ "เยี่ยมต้นนนทรี" และ "ทรงดนตรี" อีก 9 ครั้งในปีต่อๆ มา
วันหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร[80] วันหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร เป็นวันรำลึกซึ่งหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ถึงชีพิตักษัย เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2514 หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ทรงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ทรงเป็นประธานคณะกรรมการข้าวระหว่างชาติ ทรงได้รับรางวัลแมกไซไซด้านบริการสาธารณะ และที่สำคัญทรงเป็นได้รับการยกย่องให้เป็น บิดาแห่งการเกษตรแผนใหม่ โดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้จัดพิธีรำลึกในวันที่ 22 มิถุนายน ของทุกปี ณ สถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
วันสระสุวรรณชาดพระราชทาน [81] [82] วันสระสุวรรณชาดพระราชทาน เป็นวันครบรอบสระสุวรรณชาดซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานสำหรับการรักษาแบบธาราบำบัดให้สุนัขที่ป่วยด้วยโรคข้อกระดูกและระบบประสาท โดยเป็นเงินพระราชทานจากรายได้การจำหน่ายเสื้อคุณทองแดง พร้อมทั้งพระราชทานชื่อสระว่ายน้ำว่า สระสุวรรณชาด เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดสระสุวรรณชาด ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในครั้งนี้ด้วย
[แก้] พิธีพระราชทานปริญญาบัตร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินในการพิธีพระราชทานปริญญาและอนุปริญญา ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน[83]
มีหลักฐานจากสูจิบัตรวันพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ทรงพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมพ.ศ. 2493 โดยสถานที่ที่ใช้ประกอบพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในคราวนั้นคือ ห้องโถงชั้นบนตึกสัตวบาล ซึ่งเป็นสถานที่พระราชทานปริญญาบัตรระหว่าง พ.ศ. 2493 - พ.ศ. 2495 [อาคารหอประวัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปัจจุบัน][84][85]
ต่อมาพระราชทานปริญญาบัตรและอนุปริญญาบัตร แก่นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่สำเร็จการศึกษา ได้ใช้อาคารห้องสมุดกลางในขณะนั้นในระหว่างปี พ.ศ. 2496 ถึงปี พ.ศ. 2499[86] และหลังจากหอประชุมใหญ่ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2500 จึงได้ใช้อาคารหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นสถานที่ที่ใช้ประกอบพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ณ ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขนในเวลาต่อมา
ในปี พ.ศ. 2520 ได้มีการย้ายสถานที่ในการพระราชทานปริญญาบัตรจากหอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปเป็น อาคารใหม่ สวนอัมพร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปทรงประกอบพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2519 - 2520 โดยอาคารใหม่ สวนอัมพร นี้ เป็นสถานที่พระราชทานปริญญาบัตรระหว่าง พ.ศ. 2520 - พ.ศ. 2528[87]
พิธีพระราชทานปริญญาบัตรประจำปี พ.ศ. 2529 ได้กลับมาจัดในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อีกครั้ง แต่เปลี่ยนสถานที่จากหอประชุมเป็นอาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ ซึ่งมีขนาดกว้างขวางกว่าและจุผู้เข้าร่วมพิธีได้มากกว่า โดยในวาระนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพิธีเปิดอาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ ซึ่งตั้งชื่อตามพระนามพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ และใช้เป็นสถานพระราชทานปริญญาบัตร ตั้งแต่ พ.ศ. 2529 จวบจนถึงปัจจุบัน[88]
หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2542 - พ.ศ. 2543 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๔๑ ณ อาคารจักรพันธ์ เพ็ญศิริ ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ [89]
และในปีพ.ศ. 2544จนถึง ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จากทุกวิทยาเขต โดยมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี[90]
[แก้] บุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
-
ดูเพิ่มที่ รายชื่อบุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี (คณะวิทยาศาสตร์, คณะประมง)
- พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ (คณะเกษตร, คณะสังคมศาสตร์)
- สืบ นาคะเสถียร นักอนุรักษ์ป่าไม้ (คณะวนศาสตร์)
- ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี
- ศาสตราจารย์ระพี สาคริก (คณะเกษตร)
[แก้] เกร็ด
- สองกษัตริย์ทรงเป็นกษัตริย์เกษตร
วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ครั้งทรงพระอริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงโดยเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล มาทอดพระเนตรการทำนาที่อำเภอบางเขนและทอดพระเนตรกิจการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และทรงมีพระราชดำรัสมีใจความตอนหนึ่งว่า[91] [92]
การเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครั้งนั้น เป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ต่อศาสตร์ทางการเกษตรอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทั้งสองพระองค์ทรงสนพระทัยด้านการเกษตรอันเป็นรากฐานของประเทศชาติ อีกทั้งการเสด็จพระราชดำเนินเยือนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในครั้งนี้เอง ถือเป็นพระราชกรณียกิจครั้งท้ายสุดของรัชกาลที่ 8 ก่อนเสด็จสวรรคตด้วย[93][94]
- เสด็จประทับแรม ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551 เวลา 20.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงนำคุณทองแดง มาเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการนี้ พระบรมวงศานุวงศ์ร่วมเสด็จพระราชดำเนินด้วย ซึ่งพระองค์ได้ประทับแรม ณ ห้อง 301 ชั้น 3 คณะสัตวแพทย์ และเสด็จพระราชดำเนินกลับในเวลา ประมาณ 09.00 น. ของวันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2551 [95]
- ประวัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โรงเรียนช่างไหม ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผลจากการชำระข้อมูลทางประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่ภายหลังที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราโชวาทถึงประวัติศาสตร์ในการศึกษาเกี่ยวกับการเกษตร ว่า
|
- ตราประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยแม่โจ้นั้น มีลักษณะสำคัญเหมือนกัน คือ รูปพระพิรุณ โดยเหตุที่ตราสัญลักษณ์ของสองมหาวิทยาลัยด้านการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีความคล้ายคลึงกัน เนื่องจากทั้งสองมหาลัยเป็นมหาวิทยาลัยมีต้นกำเนิดเดียวกัน นอกจากนี้ทั้งคู่ยังมีปีพ.ศ.ก่อตั้งอยู่ในดวงตราสัญลักษณ์ อันเป็นเอกลักษณ์แบบเดียวกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับสากล ซึ่งแตกต่างกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นๆของไทย โดยในปี พ.ศ. 2481 กระทรวงเกษตราธิการได้จัดตั้งสถานีเกษตรกลางขึ้นในท้องที่ อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร อันเป็นที่ตั้งวิทยาเขตหลักของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปัจจุบัน และได้ย้ายวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จากแม่โจ้มาบางเขน และให้รักษาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่แม่โจ้ไว้เป็น "โรงเรียนเตรียมเกษตรศาสตร์" เพื่อเป็นการเตรียมนิสิตให้วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ อำเภอบางเขนต่อไป[97]
[แก้] อ้างอิง
- ^ แนะนำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรและอนุปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๔๙๘
- ^ พระราโชวาทสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
- ^ ความเป็นมาก่อนการจัดตั้งมหาวิทยาลัย
- ^ 2 กุมภาพันธ์ วันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ "A Scientist and a Link of the Chain unitingThailand and Japan"
- ^ ตารางเอกสารจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ หม่อนไหมสายใยแผ่นดิน
- ^ ประวัติหน่วยงาน สถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ
- ^ การพัฒนาการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในประเทศไทย
- ^ โรงเรียนเกษตราธิการ-เปิดยุคการศึกษาเกษตรตามแบบอย่างตะวันตก
- ^ ประกาศตั้งโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
- ^ การศึกษา ๘ สาขาของโรงเรียนข้าราชการพลเรือน
- ^ การพัฒนาอาชีวเกษตรกรรม
- ^ บุคคลสำคัญของมหาวิทยาลัย
- ^ วิญญาณสามบูรพาจารย์เกษตร โดย ศ.ระพี สาคริก
- ^ ประวัติการศึกษาเกษตรศาสตร์
- ^ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พุทธศักราช ๒๔๘๖
- ^ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ๒๔๘๖
- ^ ประวัติการศึกษาเกษตรศาสตร์
- ^ "คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์"(Faculty of Fisheries)
- ^ ประวัติการก่อตั้งคณะวนศาสตร์
- ^ แนะนำคณะเศรษฐศาสตร์
- ^ " การศึกษาของคณะสหกรณ์แยกเป็น 4 แผนก คือ สหกรณ์ บัญชี เศรษฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์ นิติศาสตร์
- ^ ทำไมจึงไม่มีคนรับผิดชอบในทางการเมืองของประเทศไทย โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์
- ^ "ความเป็นมาก่อนจัดตั้งมหาวิทยาลัย"
- ^ "กรมนา"
- ^ "ย้อนรอยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์"
- ^ "เวียง วัง คลัง นา ยังมีสายใยผสาน แต่หากกระจายอำนาจแบบไร้ทิศทางใครตอบได้"
- ^ "กฎหมายที่ดิน"
- ^ ฝากไว้ให้ลูกหลานชาวเกษตร ศาสตราจารย์ ดร. อรรถ นาครทรรพ
- ^ จิตวิญญาณเกษตรศาสตร์ คือ จิตวิญญาณเพื่อชาติ และ จิตวิญญาณของฉัน
- ^ พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ [1]
- ^ พระราชวังวินเซอร์หรือวังกลางทุ่ง โรงเรียนเกษตราธิการ
- ^ เอกสารประกอบพิธีเปิดอาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ อัลบั้มภาพมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ เพลงพระราชนิพนธ์ “เกษตรศาสตร์”
- ^ กำหนดภาพเครื่องหมายราชการ ตามพรบ.เครื่องหมายราชการ พ.ศ. 2482
- ^ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : ต้นนนทรี
- ^ เอกสารประชาสัมพันธ์วันนนทรีทรงปลูก ดนตรีทรงโปรด
- ^ รศ. ม.ล. จารุพันธ์ ทองแถม : นนทรี-สีเขียว ไม้ยืนต้นสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ เอกสารประชาสัมพันธ์วันนนทรีทรงปลูก ดนตรีทรงโปรด
- ^ รายพระนามและรายนามอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ KU Online ทิศทางการพัฒนา 3 โครงการจัดตั้งวิทยาเขตใหม่
- ^ ศูนย์วิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จังหวัดกระบี่
- ^ ที่ตั้งวิทยาเขต
- ^ การพัฒนามหาวิทยาลัยไปสู่มหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์
- ^ รายงานการบริหารงานที่กำลังดำเนินงานอยู่ในปัจจุบันโครงการ e-University
- ^ รายงานประจำปี 2546 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ รายงานประจำปี 2547 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ การบริหารและพัฒนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในรอบปีที่ 3 ก้าวย่างสู่ทศวรรษที่ 7
- ^ นโยบายวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สนับสนุนงานวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ ลงนามระหว่าง มก.กับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาฯ
- ^ โครงการวิจัยเพื่อพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัยรายงานฉบับสมบูรณ์ พ.ศ. 2548
- ^ KU institue for Advance Studies (KU-National Research Universities)
- ^ ม.เกษตรฯ กับความก้าวหน้าการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ
- ^ ระบบงานวิจัยและงานสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ KASETSART JOURNAL
- ^ นิทรรศการงานวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ แนะนำสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ ฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย
- ^ 50 อันดับมหาวิทยาลัยไทย
- ^ - QS World University Rankings 2007
- ^ การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย เว็บโอเมตริกซ์
- ^ ม.เกษตร ผงาดขึ้นอันดับ 1 มหาวิทยาลัยในไทย จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกบนเว็บ
- ^ สำนักทะเบียนและประมวลผลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ บัณฑิตวิทยาลัย
- ^ บัณฑิตวิทยาลัย
- ^ แถลงข่าวงานเกษตรแห่งชาติ 2548
- ^ ปี46 (7 พ.ย.46)
- ^ เอกสารการสมัครการประกวดธิดาเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
- ^ วันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครบรอบ 63 ปี
- ^ ประวัติโดยสังเขป มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ วันรำลึกถึงรัชกาลที่ 8 ทรงหว่านข้าว ณ เกษตรกลางบางเขน
- ^ นนทรีทรงปลูก ดนตรีทรงโปรด
- ^ บิดาการเกษตร
- ^ ในหลวงเสด็จเปิด "สระสุวรรณชาด" คุณทองแดงโชว์ กดป้ายชื่อสระ
- ^ ฉลองครบรอบวันสระสุวรรณชาดพระราชทาน
- ^ ลำดับเหตุการณ์การเสด็จพระราชดำเนินตลอดหกทศวรรษ
- ^ พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรและอนุปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ พิธีประสาทปริญญาและอนุปริญญา ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน พ.ศ. 2493
- ^ พิธีประสาทปริญญาและอนุปริญญา ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2499
- ^ พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร
- ^ พิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ พิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ^ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๔๔
- ^ เย็นศิระเพราะพระบริบาล
- ^ จดหมายเหตุการเสด็0พระราชดำเนินประพาสเกษตรกลางบางเขนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- ^ หนังสือเจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์ ใน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา
- ^ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล จาก เว็บไซต์รากฐานไทย ฐานข้อมูลเพื่อการพัฒนาประเทศ
- ^ ในหลวง"เสด็จส่วนพระองค์ม.เกษตรฯทรงนำ"คุณทองแดง" เข้ารับการรักษาพยาบาลที่คณะสัตวแพทยศาสตร์
- ^ พระราโชวาทสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันอังคาร ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๓๘
- ^ ความเป็นมาก่อนจัดตั้งมหาวิทยาลัย เว็บไซต์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรียกดู 4 ก.ย. 2549
[แก้] ดูเพิ่ม
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ภาพถ่ายดาวเทียม จาก วิกิแมเปีย หรือ กูเกิลแมปส์
- แผนที่ จาก มัลติแมป หรือ โกลบอลไกด์
- ภาพถ่ายทางอากาศ จาก เทอร์ราเซิร์ฟเวอร์
พิกัดภูมิศาสตร์: 13°50′52″N 100°34′15″E / 13.847747°N 100.57084°E
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- หอประวัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- องค์การนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- สภาผู้แทนนิสิต องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
- องค์การบริหาร องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
- สภาผู้แทนนิสิต องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
- องค์การบริหาร องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
- สภาผู้แทนนิสิต องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา
- องค์การบริหาร องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา
- รายการหมายเลขโทรศัพท์ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ข่าวการรับเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ศูนย์ข่าวชุมชน มก. KU city
- นิสิตเกษตร
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||