โรงแรม
โรงแรม หมายถึง สถานที่ประกอบการเชิงการค้าที่นักธุรกิจตั้งขึ้น เพื่อบริการผู้เดินทางในเรื่องของที่พักอาศัย อาหาร และบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพักอาศัยและเดินทาง หรืออาคารที่มีห้องนอนหลายห้อง ติดต่อเรียงรายกันในอาคารหนึ่งหลังหรือหลายหลัง ซึ่งมีบริการต่าง ๆ เพื่อความสะดวกของผู้ที่มาพัก ซึ่งเรียกว่า "แขก" (guest)
คำว่า hotel หรือ โรงแรมมีที่มาจากภาษาฝรั่งเศสซึ่งแปลว่า คฤหาสน์ โรงแรมแห่งแรกในยุโรปคือ Hotel de Hanri IV (โฮเทล เดอ อองรี กัต) เมื่อปี ค.ศ. 1788 โดยในสมัยก่อนใช้คำว่า hôtel และภายหลังได้เปลี่ยนตัวโอมาเป็นโอปกติในภาษาอังกฤษเป็น hotel เหมือนปัจจุบัน
เนื้อหา |
วิวัฒนาการของโรงแรม [แก้]
เกิดขึ้นจากสมัยโบราณประมาณช่วงยุคของอาณาจักร กรีกที่คนเราเริ่มเดินทางระหว่างเมืองไปมาหาสู่ แต่เดิมผู้เดินทางจะนอนตามถนนหรือนอนตามบ้านเรือนของประชาชนทั่วไป หรือ ตามโบสถ์ โดยแต่เดิมเป็นการให้ที่พักพิง มีอาหารให้ตามอัตภาพ ไม่มีค่าบริการ จนกระทั่งมีคนหัวใสได้เปลี่ยนแนวคิดนี้ให้กลายเป็นธุรกิจขึ้นมาโดยเริ่มต้นจาก เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี่ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1282 เมื่อสมาคมโรงแรมในสมัยนั้นถือกำเนิดขึ้น และได้เปลี่ยนแนวคิดจาก ไมตรีจิต มาเป็น ธุรกิจ และเริ่มมีการขายไวน์ อาหารง่ายๆ มีการใช้ระบบ ลงทะเบียนผู้เข้าพักขึ้น จนธุรกิจนี้แพร่หลายและทำกำไร จากนั้นไม่นานธุรกิจนี้จึงถือกำเนิดขึ้นและเริ่มแพร่หลายไปยัง ประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส จนถึง สหราชอาณาจักร
การโรงแรม มัพัฒนาการตลอดเวลา จากแต่เดิมที่มีห้องพักเพียงอย่างเดียว สำหรับนักเดินทางก็พัฒนา ให้มีความหรูหรา สะดวกสบาย มีการบริการที่ดี โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรฯโรงแรมเป็นที่ของผู้ดี และขุนนาง นักการเมืองเท่านั้น โดยโรงแรมที่มีชื่อเสียงเรื่องความหรูหรามากของสหราชอาณาจักรฯ คือโรงแรมซาวอย (Savoy Hotel) ปี ค.ศ. 1880 ซึ่งเป็นโรงแรมเดียวที่มี เครื่องกำเนิดไฟฟ้า โบสถ์ โรงละคร อยู่ในนั้น
โรงแรมไม่มีการพัฒนาไปไกลกว่า จนกระทั่ง นายเซซาร์ ริทซ์ (Ce'Sar Ritz) เป็นชาว สวิสเซอร์แลนด์ ผู้ซึ่งเป็นบิดาของการโรงแรมได้นำวิทยาการใหม่ๆมาใช้นั่นเอง
วิวัฒนาการที่สำคัญ [แก้]
- ค.ศ. 1834 แอสเตอร์ (Astor) เป็นผู้ริเริ่มนำระบบท่อประปามาใช้ในอาคาร ทำให้ห้องพักสามารถสร้างห้องน้ำไว้ได้ในตัวห้องจากแต่เดิมต้องไปใช้ห้องน้ำรวม
- ค.ศ. 1853 มีการใช้ลิฟต์พลังงานไอน้ำในโรงแรมเป็นครั้งแรก
- ค.ศ. 1875 โรงแรมพาเลซ ซานฟรานซิสโก สร้างขึ้นด้วยเงิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีห้องพัก 800 ห้อง ถือเป็นโรงแรมที่มีขนาดใหญ่มากในขณะนั้น
- ค.ศ. 1894 เนเธอร์แลนด์โฮเทล ที่นครนิวยอร์กเป็นโรงแรมแห่งแรกที่มีโทรศัพท์ใช้ในห้องพัก
ประเภทของโรงแรม [แก้]
การแบ่งประเภทของโรงแรมสามารถแบ่งได้หลากหลายรูปแบบ แต่ต่อไปนี้จะแบ่งตามจุดประสงค์ของโรงแรม
โรงแรมธุรกิจ [แก้]
โรงแรมประเภทนี้มักจะตั้งอยู่กลางใจเมือง ในเขตธุรกิจ มีจุดประสงค์ให้บริการนักธุรกิจเป็นหลัก และนอกจากนั้นมักจะนิยมใช้เป็นที่จัดงานประชุม หรือ งานเลี้ยง จะมีการบริการที่หรูหรา แต่ช่วงเวลาที่แขกจะเข้าพักมักจะสั้นๆ
โรงแรมท่าอากาศยาน [แก้]
โรงแรมประเภทนี้จะตั้งอยู่ใกล้ๆกับสนามบิน แขกที่เข้าพักจะเป็นพวกนักทัศนาจรที่มารอต่อเครื่องบิน การเข้าพักมักจะเป็นช่วงสั้นๆ ไม่ค้างคืนเกิน 1 วัน หรือในบางกรณีก็จะเป็นนักธุรกิจที่มาเข้าพักแบบโรงแรมธุรกิจก็เป็นได้
โรงแรมพักอาศัย [แก้]
โรงแรมประเภทนี้ มักจะเป็นโรงแรมที่เปิดให้เข้าพักเป็นระยะเวลานานๆ 1 เดือนขึ้นไป มีลักษณะคล้ายคอนโดมิเนียมที่มีบริการแบบโรงแรม เพียงแต่ความหรูหราอาจไม่เทียบเท่า
โรงแรมเพื่อการพักผ่อน (รีสอร์ต) [แก้]
โรงแรมประเภทนี้มักจะตั้งอยู่ต่างจังหวัด ในภูมิประเทศที่ดี ห้องพักมักจะแยกเป็นส่วนๆ เป็นบ้านหรือหลังคาเรือนแยกต่างหาก ในโรงแรมจะมีกิจกรรมต่างๆมากมาย เช่น การปั่นจักรยาน เล่นกอล์ฟ ขี่ม้า เดินป่า สปา เพราะจุดประสงค์ของแขกที่เข้าพักโรงแรมประเภทนี้คือการพักผ่อนเป็นหลัก ระยะเวลาเข้าพักจึงมีระยะเวลาในช่วง 5-7 วัน การบริการจะเป็นแบบสบายๆ เป็นกันเอง
โรงแรมคาสิโน [แก้]
โรงแรมประเภทนี้จะมีบริการที่หรูหรามาก ห้องพักสวยงาม มีราคาแพง แขกที่เข้าพักจะเข้ามาเล่นการพนันเป็นส่วนใหญ่ โรงแรมประเภทนี้จะดึงดูดลูกค้าด้วยการพนัน ความบันเทิง โรงแรมชนิดนี้ไม่มีในประเทศไทยเนื่องด้วยกฎหมายการพนันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่แม่แบบที่ชัดเจนคือลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา
โรงแรมประเภทที่พักและอาหาร (เกสต์เฮาส์) [แก้]
โรงแรมชนิดนี้จะเป็นโรงแรมที่มีเพียงห้องพักและอาหารเช้าเท่านั้น ไม่มีการบริการอะไรมากนัก เหมาะกับนักเดินทางที่มีงบที่จำกัด ราคาห้องพักย่อมเยา แขกส่วนหนึ่งก็ชอบเพราะมีความเป็นกันเองดี
โรงแรมบังกะโล [แก้]
โรงแรมชนิดนี้จะมีเพียงที่พักให้เช่าในราคาประหยัดมาก แต่ไม่มีอาหารบริการให้ นักท่องเที่ยวต้องเตรียมมาเอง ในบางโรงแรมประเภทนี้จะมีพื้นที่เตรียมให้ทำอาหารไว้ให้
โมเทล [แก้]
โมเทลเกิดขึ้นในประเทศอเมริกา ซึ่งนักเดินทางที่ต้องขับรถระยะไกลๆ แล้วต้องการที่พักที่สามารถเอารถไปจอดได้ที่ห้องพักของตน แขกที่เข้าพักจะพักระยะเวลาสั้นๆ เพียงข้ามคืน ส่วนใหญ่มักอยู่ริมทางหลวง
สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม [แก้]
- ห้องโถงส่วนกลาง Hotel Lobby
- สระว่ายน้ำ Swimming Pool
- สถานที่ออกกำลังกาย Fitness Center, Gymnasium
- สปาเพื่อสุขภาพ Spa and Massage
- ภัตตาคารพิเศษ (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม ฝรั่งเศส อิตาเลียน อินเดีย มุสลิม ฯลฯ)
- คอฟฟี่ชอป Coffee Shop
- บาร์ BAR
- ดิสโก้เทค Discotheque Bar
- ห้องคาราโอเกะ Karaoke
- บริการอินเทอร์เน็ต Internet access in room
- ห้องสำหรับเด็กๆ เล่นแกมส์ Children Play Room
- ร้านเสริมสวย Beauty Salon
- ร้านจำหน่ายของฝาก Gift Shop
- บริการรับซักรีดเสื้อผ้า Laundry Service
- บริการรับเลี้ยงเด็กเล็ก Baby sitting
- รถรับส่ง บริการท่องเที่ยว Shuttle Bus Service
- บริการอาหารในห้องพัก Room Service
- บริการสำหรับนักธุรกิจ Bussiness Center
- บริการขัดรองเท้า และบริการหนังสือพิมพ์รายวัน News paper and shoesshine
- พนักงานบริการทั่วไปประจำชั้นที่พัก Butler Service
- เค้าเตอร์บริการท่องเที่ยว Counter Signseeing Service or Tour Desk.
- ที่รับแลกเงินตราต่างประเทศ Currency Exchange
ทั้งนี้สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลายขึ้นอยู่กับขนาดของโรงแรม
โรงแรมที่มีชื่อเสียงในโลก [แก้]
- Cecilienhof (พอทสดัม, เยอรมนี)
- Waldorf Astoria (นิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา)
- Raffles Hotel (สิงคโปร์)
- Hotel Sacher (เวียนนา, ออสเตรีย)
- โรงแรมริทซ์ (ลอนดอน, อังกฤษ)
- Hotel Chelsea (นิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา)
- Beverly Hills Hotel (แคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา)
- the Chateau Marmont (แคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา)
- Hotel George (ปารีส, ฝรั่งเศส)
- Palazzo Versace hotel (ควีนส์แลนด์, ออสเตรเลีย)
- เบิร์จอัลอาหรับ (ดูไบ)
- Marco polo hotels (กลุ่มโรงแรมมาร์โค โปโล)
- The Oriental (กรุงเทพ, ประเทศไทย)
- The Peninsula Hongkong (ฮ่องกง)
- The Peninsula bangkok (กรุงเทพ, ประเทศไทย)
- The Venetian Macao Resort Hotel (มาเก๊า)
- Imperial Hotel Tokyo(โตเกียว,ญี่ปุ่น)
- Conrad Maldives Rangali Island Resort (มัลดีฟส์)
- Wynn Las Vegas(ลาสเวกัส,สหรัฐอเมริกา)
โรงแรมที่ติดสถิติโลก [แก้]
อ้างอิงจากหนังสือ The Guinness Book of World Record
- โรงแรมที่สูงที่สุดในโลกคือ เบิร์จอัลอาหรับ ในเมือง ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีความสูง 321 เมตร
- โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ เอ็มจีเอ็มแกรนด์ลาสเวกัส MGM Grand Las Vegas ใน ลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา โดยมีจำนวนห้อง 5,690 ห้อง โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก 10 อันดับ อยู่ในลาสเวกัสถึง 9 อันดับ
- โรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกคือ โฮชิเรียวคัง (Hōshi Ryokan) ที่บ่อน้ำร้อนอะวะซึ จังหวัดอิชิคะวะ ประเทศญี่ปุ่น เปิดทำการตั้งแต่ปี ค.ศ. 717 และยังคงดำรงกิจการมาถึงปัจจุบัน
รายชื่อ 10 อันดับ โรงแรมดีที่สุดในโลก ปี 2012 เป็นส่วนหนึ่งในการประกาศรางวัล World’s Best Awards 2012 ซึ่งจัดโดยนิตยสารด้านการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก ทราเวล แอนด์ ลีเชอร์ ให้คะแนนจากการสำรวจความเห็นของผู้อ่านผ่านสื่อด้านต่างๆ ทั้งในนิตยสาร iPad และทางเว็บไซต์ โดยพิจารณาจาก ห้องพัก, สิ่งอำนวยความสะดวก, สถานที่ตั้ง, การบริการ, อาหาร และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเงินที่ต้องควักออกจากกระเป๋า
โรงแรมดีที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 1 ซิงกิต้า กรูเมติ รีเสิร์ฟส (Singita Grumeti Reserves) ในเขตอุทยานแห่งชาติเซเรนเกติ สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย
โรงแรมดีที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 2 ทริปเปิล ครีก รานช์ (Triple Creek Ranch)
ดาร์บี้, รัฐมอนทานา สหรัฐอเมริกา
โรงแรมดีที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 3 เซาท์เทิร์น โอเชี่ยน ลอดจ์ (Southern Ocean Lodge)
แกงการู ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย
โรงแรมดีที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 4 โอเบอรอย อุทัยวิลาส (Oberoi Udaivilas)
อุทัยปุระ ประเทศอินเดีย
โรงแรมดีที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 5 (ดิสคัฟเวอรี่ ชอร์ส) Discovery Shores
โบราเคย์ ประเทศฟิลิปปินส์
โรงแรมดีที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 6 อาเรนัล นายารา โฮเต็ล แอนด์ การ์เดนส์ (Arenal Nayara Hotel & Gardens)
อาเรนัล สาธารณรัฐคอสตาริกา
โรงแรมดีที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 7 ซิงกิต้า ณ อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ (Singita Kruger National Park)
สาธารณรัฐแอฟริกาใต้
โรงแรมดีที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 8 ปาลาซิโอ ดูโฮ พาร์ค ไฮแอท (Palacio Duhau, Park Hyatt)
บัวโนส ไอเรส, สาธารณรัฐอาร์เจนตินา
โรงแรมดีที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 9 เอ็นกอร์ องกอร์ โอ โซพา ลอดจ์ (Ngorongoro Sopa Lodge)
สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย
โรงแรมดีที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 10 ซิงกิต้า ซาบี แซนด์ (Singita Sabi Sand)
อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้
ดูเพิ่ม [แก้]
อ้างอิง [แก้]
- Lundberg, Donald E., The Hotel and Restaurant Business, Boston : Cahners Books, 1974. ISBN 0-8436-2044-7
|
|||||