จังหวัดบึงกาฬ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
"บึงกาฬ" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ บึงกาฬ (แก้ความกำกวม)
จังหวัดบึงกาฬ
ตราประจำจังหวัดบึงกาฬ
ตราประจำจังหวัด
ภูทอกแหล่งพระธรรม ค่าล้ำยางพารา งามตาแก่งอาฮง บึงโขงหลงเพลินใจ น้ำตกใสเจ็ดสี ประเพณีแข่งเรือ เหนือสุดแดนอีสาน นมัสการหลวงพ่อใหญ่ ศูนย์รวมใจศาลสองนาง
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย บึงกาฬ
ชื่ออักษรโรมัน Bueng Kan
นายกองค์การบริหาร นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2557)
ISO 3166-2 TH-38
ต้นไม้ประจำจังหวัด สิรินธรวัลลี (สามสิบสองประดง)[1]
ดอกไม้ประจำจังหวัด สิรินธรวัลลี (สามสิบสองประดง)[1]
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 4,305.0 ตร.กม.
(อันดับที่ 52)
ประชากร 416,236 คน[2] (พ.ศ. 2556)
(อันดับที่ 62)
ความหนาแน่น 96.68 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 49)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ ถนนชยางกูร ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 38000
โทรศัพท์ (+66) 0 4249 2715
โทรสาร (+66) 0 4249 2716
เว็บไซต์ จังหวัดบึงกาฬ
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดบึงกาฬ

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดในประเทศไทย จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554 อันมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป[3] โดยแยกอำเภอบึงกาฬ อำเภอเซกา อำเภอโซ่พิสัย อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ และอำเภอศรีวิไล ออกจากการปกครองของจังหวัดหนองคาย

การจัดตั้ง[แก้]

โครงร่างศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ

ใน พ.ศ. 2537 นายสุเมธ พรมพันห่าว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเสรีธรรม จังหวัดหนองคาย เสนอให้จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬขึ้น โดยกำหนดจะแยกพื้นที่อำเภอบึงกาฬ อำเภอปากคาด อำเภอโซ่พิสัย อำเภอพรเจริญ อำเภอเซกา อำเภอบึงโขงหลง อำเภอศรีวิไล และอำเภอบุ่งคล้า ออกจากจังหวัดหนองคาย รวมเป็นท้องที่ทั้งหมด 4,305 ตารางกิโลเมตร[4] และมีประชากรประมาณ 390,000 คน[5] อย่างไรก็ดี กระทรวงมหาดไทย แจ้งผลการพิจารณาว่า ยังไม่มีแผนที่จะยกฐานะอำเภอบึงกาฬขึ้นเป็นจังหวัด เพราะการจัดตั้งจังหวัดใหม่เป็นการเพิ่มภาระด้านงบประมาณ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มกำลังคนภาครัฐ ซึ่งจะขัดกับมติคณะรัฐมนตรี[6]

โครงการร้างมาเกือบ 20 ปี กระทั่ง พ.ศ. 2553 กระทรวงมหาดไทย ได้นำเรื่องการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อยก "ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. ..."[5] ผลการสำรวจความเห็นของประชาชนจังหวัดหนองคายในคราวเดียวกัน ปรากฏว่า ร้อยละ 98.83 เห็นด้วยกับการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ [5] ต่อมา วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ[7] [8][9] นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจึงถวายร่างพระราชบัญญัติให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงลงพระปรมาภิไธย โดยทรงลงเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 นำประกาศเป็น "พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554" ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2554 และใช้บังคับในวันรุ่งขึ้น[3] [10] โดยให้เหตุผลว่า[11]

  • เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในเรื่องอำเภอ จำนวนประชากร และลักษณะพิเศษของจังหวัด อีกทั้งยังเป็นผลดีต่อการให้บริการแก่ประชาชน,
  • จังหวัดหนองคายเป็นพื้นที่แนวยาวทอดตามแม่น้ำโขง จึงมีผลต่อการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน,
  • จังหวัดหนองบัวลำภูและจังหวัดอำนาจเจริญที่เคยตั้งขึ้นใหม่ก็มีเนื้อที่น้อยกว่าหลักเกณฑ์มติคณะรัฐมนตรีเช่นกัน,
  • จังหวัดที่ตั้งขึ้นใหม่ไม่ให้บริการสาธารณะซ้ำซ้อนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ
  • บุคลากรจำนวน 439 อัตรา สามารถกระจายกันในส่วนราชการได้ ไม่มีผลกระทบมากนัก

ต่อมารัฐสภาได้มีมติเห็นชอบ "ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. ..." เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554[12] นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจึงถวายร่างพระราชบัญญัติให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงลงพระปรมาภิไธย โดยทรงลงเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 นำประกาศเป็น "พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554" ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2554 และใช้บังคับในวันรุ่งขึ้น[3] เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติ มีว่า

"...เนื่องจากจังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดที่มีท้องที่ติดชายแดน และมีลักษณะภูมิประเทศเป็นแนวยาว ทำให้การติดต่อระหว่างอำเภอที่ห่างไกลและจังหวัดเป็นไปด้วยความยากลำบาก และใช้ระยะเวลาในการเดินทางมากเกินควร ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการจัดระเบียบการปกครอง การรักษาความมั่นคง และการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในท้องที่ สมควรแยกอำเภอบึงกาฬ อำเภอเซกา อำเภอโซ่พิสัย อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ และอำเภอศรีวิไล จังหวัดหนองคาย ออกจากการปกครองของจังหวัดหนองคาย รวมตั้งขึ้นเป็นจังหวัดบึงกาฬ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้"

นอกจากมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่ให้จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ โดยมีองค์ประกอบเป็นอำเภอทั้งแปดข้างต้นแล้ว มาตรา 4 ยังให้เปลี่ยนชื่อ "อำเภอบึงกาฬ" เป็น "อำเภอเมืองบึงกาฬ" ด้วย

เมื่อวันที่ 22-25 มีนาคม พ.ศ. 2554 ได้มีการจัดงานฉลองจังหวัดบึงกาฬอย่างยิ่งใหญ่ โดยมี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี[13] ต่อมารัฐสภาได้มีมติเห็นชอบ "ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. ..." เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554[14] นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจึงถวายร่างพระราชบัญญัติให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงลงพระปรมาภิไธย โดยทรงลงเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 นำประกาศเป็น "พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554" ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2554 และใช้บังคับในวันรุ่งขึ้น[15]

ภูมิศาสตร์[แก้]

อาณาเขต[แก้]

บึงกาฬเป็นจังหวัดที่มีเขตพื้นที่ติดต่อกับประเทศลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นแนวพรมแดน

สภาพภูมิประเทศ[แก้]

จังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดที่มีสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ แวดล้อมไปด้วยภูเขาและน้ำตกที่สวยงาม เช่น น้ำตกเจ็ดสี, น้ำตกตากชะแนน ที่อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติภูวัว พื้นที่ส่วนใหญ่ในจังหวัดเป็นที่ราบลุ่ม

สภาพอากาศ[แก้]

ภูมิอากาศที่จังหวัดบึงกาฬค่อนข้างดี เพราะได้อิทธิพลจากแม่น้ำโขงทำให้อากาศไม่ร้อนมากในช่วงถดูร้อน ในฤดูหนาวอากาศดีเหมาะแก่การท่องเที่ยวและพักผ่อนโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญจังหวัดบึงกาฬมักจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจองห้องพักต่อเนื่อง

ข้อมูลภูมิอากาศของจังหวัดบึงกาฬ (พ.ศ. 2504-2533)
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) 29
(84)
31
(88)
35
(95)
34
(93)
33
(91)
32
(90)
32
(90)
31
(88)
31
(88)
31
(88)
30
(86)
28
(82)
31.4
(88.6)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) 16
(61)
18
(64)
21
(70)
23
(73)
24
(75)
24
(75)
24
(75)
24
(75)
24
(75)
22
(72)
19
(66)
15
(59)
21.2
(70.1)
หยาดน้ำฟ้า มม (นิ้ว) 7
(0.28)
10
(0.39)
30
(1.18)
89
(3.5)
240
(9.45)
278
(10.94)
249
(9.8)
336
(13.23)
275
(10.83)
76
(2.99)
12
(0.47)
3
(0.12)
1,605
(63.19)
[ต้องการอ้างอิง]

การปกครอง[แก้]

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองแบ่งออกเป็น 8 อำเภอ 53 ตำบล 615 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองบึงกาฬ
  2. อำเภอพรเจริญ
  3. อำเภอโซ่พิสัย
  4. อำเภอเซกา
  5. อำเภอปากคาด
  6. อำเภอบึงโขงหลง
  7. อำเภอศรีวิไล
  8. อำเภอบุ่งคล้า
 
พื้นที่จังหวัดบึงกาฬ

ประชากรในจังหวัด[แก้]

อำเภอ/ปี 2556 (คน) 2555 (คน) 2554 (คน) 2553 (คน) 2552 (คน) 2551 (คน) 2550 (คน)
เมืองบึงกาฬ 90,971 89,978 88,461 87,129 86,162 85,691 84,902
เซกา 85,329 84,660 83,829 83,137 82,472 82,012 81,369
โซ่พิสัย 71,376 70,803 69,976 69,450 68,866 68,753 68,351
พรเจริญ 43,335 42,994 42,516 42,109 41,899 41,546 41,251
ศรีวิไล 39,750 39,524 39,151 38,899 38,602 38,434 38,216
บึงโขงหลง 36,807 36,547 36,197 35,828 35,523 35,437 35,142
ปากคาด 34,994 34,674 34,273 33,973 33,842 33,593 33,264
บุ่งคล้า 13,624 13,433 13,321 13,037 12,958 12,866 12,774
รวมทั้งจังหวัด 416,236 412,613 407,634 403,542 400,324 398,322 395,269
  • อ้างอิง: กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย[16]

ผู้ว่าราชการจังหวัด[แก้]

รายนาม
ปีที่ดำรงตำแหน่ง
1. นายสมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา [17] พ.ศ. 2554 - 2554
2. นายพรศักดิ์ เจียรณัย [17] พ.ศ. 2554 - 2555
3. นายธงชัย ลืออดุลย์ [17] พ.ศ. 2555 - 2556
4. นายพงศธร สัจจชลพันธ์ [17] พ.ศ. 2556 - 2556
5. นายชโลธร ผาโคตร [17] พ.ศ. 2556 - 2557
6. นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ [17] พ.ศ. 2557 -

สถาบันอุดมศึกษา[แก้]

วิทยาลัยการอาชีพบึงกาฬ

การสาธารณสุข[แก้]

ด้านการสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ประกอบไปด้วย

  • โรงพยาบาลรัฐบาล 8 แห่ง
    • โรงพยาบาลบึงกาฬ
    • โรงพยาบาลพรเจริญ
    • โรงพยาบาลโซ่พิสัย
    • โรงพยาบาลเซกา
    • โรงพยาบาลปากคาด
    • โรงพยาบาลบึงโขงหลง
    • โรงพยาบาลศรีวิไล
    • โรงพยาบาลบุ่งคล้า
  • สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 1 แห่ง
  • สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 8 แห่ง

การท่องเที่ยว[แก้]

เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูวัว
  • เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูวัว (อำเภอบุ่งคล้า) ผืนป่าใหญ่ของจังหวัดบึงกาฬ และเป็นป่าอนุรักษ์ที่สวยสมบูรณ์ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายในพื้นที่มีน้ำตกสวยงามหลายแห่ง โดยมีน้ำตกชะแนนเป็นน้ำตกขนาดใหญ่สุด
  • น้ำตกเจ็ดสี (อำเภอเซกา) น้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูวัว สายน้ำไหลตกจากหน้าผาหินทรายแล้วแผ่กว้างออกสวยงามตระการตา ด้านล่างมีแอ่งน้ำสำหรับเล่นน้ำและโขดหินให้นั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ
  • น้ำตกตาดกินรี (อำเภอบึงโขงหลง) อยู่ในป่าภูลังกา เป็นน้ำตกใหญ่ไหลลงสู่หุบเหว น้ำตกชั้นบนไหลลดหลั่นกันไปตามลานหินกว้าง และมีแอ่งน้ำใสให้เราสามารถลงไปเล่นน้ำกันได้
  • บึงโขงหลง (อำเภอบึงโขงหลง) ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์นก โดยเฉพาะนกน้ำที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาว ทั้งห่านป่า นกเป็ดน้ำ นกยาง นกกระเต็น มีจุดดูนกอยู่ดอนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง บริเวณบึงยังมีหาดคำสมบูรณ์ที่มีหาดทรายทอดยาวในช่วงฤดูหนาว เป็นแหล่งพักผ่อนและชมวิวทิวทัศน์ มองเห็นภูลังกาเป็นฉากหลัง
  • ภูทอก (อำเภอศรีวิไล ) ภูเขาหินทราย ที่มีวัดเจติยาคีรีวิหาร ตั้งอยู่เชิงเขา และมีสะพานไม้สร้างวนเวียนขึ้นไปสู่ยอดเขารวม 7 ชั้น เพื่อเป็นทางเดินขึ้นไปยังกุฏิและถ้ำที่อยู่ตามหลืบผา และมองเห็นความสวยงามของภูมิประเทศเบื้องล่างได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ถ้าในวันที่อากาศแจ่มใสอาจมองได้ไกลถึงเทือกเขาในเขตจังหวัดนครพนม
  • วัดสว่างอารมณ์ (อำเภอปากคาด) ภายในวัดมีโบสถ์อยู่ยนก้อนหินใหญ่ หลืบถ้ำด้านล่างเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ปางปรินิพพาน บริเวณด้านบนก้อนหินเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์สวยงามของแม่น้ำโขง
  • หาดทรายขาว (อำเภอเมืองบึงกาฬ) เป็นหาดทรายขาวริมฝั่งแม่น้ำโขงที่สวยงามระยะทางยาวประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อยามเช้าและเย็นอากาศดี ลมพัดเย็นสบาย และความสวยงามเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า
  • แก่งอาฮง (อำเภอเมืองบึงกาฬ) เป็นแก่งหินกลางลำน้ำโขง บริเวณหน้าวัดอาฮงศิลาวาส บ้านอาฮง ตำบลไคสี ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุดไม่สามารถวัดความลึกได้ กระแสน้ำบริเวณแก่งอาฮงจะไหลเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลาก และมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น "สะดือแม่น้ำโขง" แม่น้ำโขงบริเวณแก่งอาฮงมีความกว้างประมาณ 300 เมตรในฤดูน้ำลด และมีความกว้างราว 400 เมตรในฤดูน้ำหลาก และจะสามารถมองเห็นแก่งได้ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมของทุกปี และกลุ่มหินที่ปรากฏบริเวณแก่งอาฮงจะมีชื่อเรียกตามลักษณะของหิน เช่น หินลิ้น นาค หินปลาเข้ ถ้ำปลาสวาย นอกจากจะเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอเมืองบึงกาฬแล้ว ยังเป็นหนึ่งในสถานที่เกิดปรากฏการณ์ "บั้งไฟพญานาค" ในช่วงประเพณีออกพรรษาจะมีนักท่องเที่ยวมาพักเที่ยวชมบั้งไฟพญานาคบริเวณบ้านอาฮงเป็นจำนวนมาก จะมีมากในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ที่ปฏิทินไทยกับปฏิทินประเทศลาวตรงกัน และชาวบ้านโดยรอบยังอาศัยทำการประมงด้วย
  • หนองกุดทิง (อำเภอเมืองบึงกาฬ) แหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่ชุ่มน้ำที่ยังความเป็นธรรมชาติไว้อย่างแท้จริง ด้วยมีพื้นที่เชื่อมต่อแม่น้ำโขง ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความความหลากหลายทางชีวภาพจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับโลก (พื้นที่แรมซาร์) แห่งที่ 11 ของประเทศไทย หนองกุดทิง มีพื้นที่ราว 22,000 ไร่ มีสัตว์น้ำอาศัยอยูมากกว่า 250 สายพันธุ์ มีปลาที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลกถึง 20 สายพันธุ์ มีนกพันธุ์ต่างๆกว่า40 ชนิด เหมาะสำหรับการมาพักผ่อน ชื่นชมธรรมชาติในวันสบาย ๆ
  • ตลาดสองฝั่งโขง (อำเภอเมืองบึงกาฬ) เป็นตลาดริมแม่น้ำโขงที่มีพ่อค้าแม่ค้าทั้งคนไทยและคนลาวข้ามฟากมาเปิดขายสินค้าในท้องถิ่นกันอย่างคึกคัก ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง เสื้อผ้า ของกินพื้นถิ่น เดินเล่นในบรรยากาศแบบพื้นบ้าน ติดตลาดเฉพาะวันอังคารกับวันศุกร์

วัฒนธรรม[แก้]

ประเพณี[แก้]

ประเพณีวัฒนธรรมของจังหวัดบึงกาฬได้รับการสืบทอดมาอย่างรุ่นต่อรุ่นอย่างไม่ขาดหาย เพราะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างดี เทศกาลต่าง ๆ ของจังหวัดบึงกาฬ เช่น เทศกาลบุญบั้งไฟ, เทศกาลสงกรานต์, ประเพณีแข่งขันเรือยาว, วันยางพาราบึงกาฬ

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 สำนักงานจังหวัดบึงกาฬ. "เกี่ยวกับจังหวัดบึงกาฬ."
  2. ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จานวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556
  3. 3.0 3.1 3.2 "พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554". ราชกิจจานุเบกษา (ใน Thai) 128 (18 ก): 1. 2011-03-22. 
  4. ไทยรัฐ, ครม.ตั้ง 'บึงกาฬ' จังหวัดที่77 แยกจากหนองคาย, 3 สิงหาคม 2553.
  5. 5.0 5.1 5.2 กรุงเทพธุรกิจ, ชาวอ.บึงกาฬดีใจ มท.ชงเข้าครม.ตั้งจังหวัดใหม่, 6 พฤษภาคม 2553.
  6. "กระทู้ถามที่ 176 ร.". ราชกิจจานุเบกษา (ใน Thai) 111 (24 ก): 58. 2011-03-22. 
  7. หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันพุธ ที่ 4 สิงหาคม 2553 หน้า 15
  8. กรุงเทพธุรกิจ,[http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/policy/20100803/346311/ครม.มติเห็นชอต่อมารัฐสภาได้มีมติเห็นชอบ "ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. ..." เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
  9. วุฒิฯจัดให้ผ่านฉลุยกฎหมายจัดตั้ง 'จังหวัดบึงกาฬ'
  10. เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติ ครม.มีมติเห็นชอบตั้ง 'บึงกาฬ' เป็นจังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดที่ 77 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553.
  11. ครม. มีมติตั้ง จังหวัดบึงกาฬ เป็น จังหวัดที่ 77. กระปุกดอตคอม. สืบค้น 10-12-2553.
  12. วุฒิฯจัดให้ผ่านฉลุยกฎหมายจัดตั้ง 'จังหวัดบึงกาฬ'
  13. จัดงานฉลองยิ่งใหญ่นับถอยหลังสู่จังหวัดบึงกาฬเที่ยงคืนนี้. (22 มีนาคม 2554). สืบค้น 26-3-2554.
  14. Seal Bueng Kan
    วุฒิฯจัดให้ผ่านฉลุยกฎหมายจัดตั้ง 'จังหวัดบึงกาฬ'
  15. พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554
  16. สถิติประชากรในจังหวัดบึงกาฬ
  17. 17.0 17.1 17.2 17.3 17.4 17.5 http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1380021625&grpid=03&catid=&subcatid=
  18. จัดตั้งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม วิทยาเขตบึงกาฬ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]