จังหวัดสุราษฎร์ธานี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำหรับความหมายอื่น ดูที่ สุราษฎร์ธานี (แก้ความกำกวม)
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ตราประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ตราประจำจังหวัด
เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย
หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย สุราษฎร์ธานี
ชื่ออักษรโรมัน Surat Thani
ชื่อไทยอื่นๆ สุราษฎร์
ผู้ว่าราชการ นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2555)
ISO 3166-2 TH-84
สีประจำกลุ่มจังหวัด แสด-เหลือง ███
ต้นไม้ประจำจังหวัด เคี่ยม
ดอกไม้ประจำจังหวัด บัวผุด
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 12,891.469 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 6)
ประชากร 1,031,812 คน[2] (พ.ศ. 2556)
(อันดับที่ 21)
ความหนาแน่น 80.03 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 59)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถนนดอนนก ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000
โทรศัพท์ (+66) 0 7727 2926
โทรสาร (+66) 0 7728 2175
เว็บไซต์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดสุราษฎร์ธานี

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดสุราษฎร์ธานี มักจะเรียกกันด้วยชื่อสั้น ๆ ว่า "สุราษฎร์" ใช้อักษรย่อ "สฎ" เป็นจังหวัดในภาคใต้ตอนบน มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ และมีประชากรหนาแน่นอันดับ 59 ของประเทศ นับเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีหลักฐานทั้งประวัติศาสตร์และโบราณคดีเก่าแก่[3] และยังมีแหล่งท่องเที่ยวและอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง

จังหวัดสุราษฎร์ธานีตั้งอยู่ในฝั่งตะวันออกของภาคใต้ โดยมีสภาพภูมิประเทศที่หลากหลายทั้งที่ราบสูง ภูมิประเทศแบบภูเขา รวมทั้งที่ราบชายฝั่ง มีพื้นที่ครอบคลุมถึงในบริเวณอ่าวไทย ทั้งบริเวณที่เป็นทะเลและเป็นเกาะ เกาะในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์มีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เกาะขนาดใหญ่เป็นที่รู้จักเช่นเกาะสมุย เกาะพะงัน และหมู่เกาะอ่างทอง เนื่องจากทำเลที่ตั้งจึงได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเกิดบริเวณทะเลอันดามันบ้างเป็นครั้งคราวเนื่องจากจะมีแนวเทือกเขาตะนาวศรี เทือกเขาภูเก็ต และเทือกเขานครศรีธรรมราช [4] แถบบริเวณจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแนวช่วยลดอิทธิพลของลมมรสุมดังกล่าว ในทางกลับกันพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนใหญ่ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือปกติจะมีแหล่งกำเนิดบริเวณทะเลจีนใต้และอ่าวไทย ทำให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีช่วงฤดูฝนกินระยะเวลาตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงเดือนมกราคม

ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีจำนวนเกาะในเขตพื้นที่จังหวัดมากถึง 108 เกาะ นับว่ามากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองมาจากจังหวัดพังงาที่มี 155 เกาะ และจังหวัดภูเก็ตที่มี 154 เกาะ[5]

ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ โดยประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรเป็นหลัก โดยใช้พิ้นที่ในการทำการเกษตรประมาณร้อยละ 45 ของพื้นที่ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังประกอบอาชีพทางด้านปศุสัตว์ ประมง อุตสาหกรรม รวมทั้งมีการทำเหมืองแร่ด้วย

ส่วนการเดินทางมายังจังหวัดสุราษฎร์ธานีสามารถใช้ได้หลายเส้นทาง ทั้งทางรถไฟ เครื่องบิน รถโดยสารประจำทาง เรือ และรถยนต์ส่วนบุคคล

สถานที่สำคัญภายในจังหวัดนั้น มีทั้งแหล่งโบราณสถาน เช่น พระบรมธาตุไชยา พระธาตุศรีสุราษฎร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา ซากเมืองโบราณสมัยอาณาจักรศรีวิชัย แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติทั้งอุทยานแห่งชาติทางบก และอุทยานแห่งชาติทางทะเล น้ำตก เกาะ แม่น้ำ เขื่อน วัด และพระอารามหลวง เป็นต้นและยังเป็นแหล่งสืบสานประเพณีที่สำคัญของชาวใต้ คือประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่าและแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีผลิตผล และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่เป็นที่รู้จัก เช่น ไข่เค็มไชยา หอยนางรม และเงาะโรงเรียน ดังที่ปรากฏในคำขวัญของจังหวัด

เนื้อหา

ประวัติศาสตร์[แก้]

จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นที่ตั้งของเมืองเก่า เป็นศูนย์กลางของเมืองศรีวิชัย มีหลักฐานแสดงถึงการตั้งรกรากและเส้นทางสายไหมในอดีต พื้นที่อ่าวบ้านดอนเจริญขึ้นจนเป็นอาณาจักรศรีวิชัยในช่วงหลังพุทธศตวรรษที่ 13 โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นเครื่องยืนยันความรุ่งเรืองในอดีต ภายหลังยังเชื่อว่า เมื่ออาณาจักรตามพรลิงก์หรือเมืองนครศรีธรรมราชมีความรุ่งเรืองมากขึ้นนั้น เมืองไชยาก็เป็นหนึ่งในเมืองสิบสองนักษัตรของเมืองนครศรีธรรมราชด้วย ชื่อว่า "เมืองบันไทยสมอ"[6]

นอกจากนี้ในยุคใกล้เคียงกันนั้นยังพบความเจริญของเมืองที่เกิดขึ้นในบริเวณลุ่มแม่น้ำตาปี ได้แก่ เมืองเวียงสระ เมืองคีรีรัฐนิคม และเมืองท่าทอง โดยเชื่อว่าเจ้าศรีธรรมาโศก ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชนั้นอพยพย้ายเมืองมาจากเมืองเวียงสระ เนื่องจากเป็นเมืองที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล รวมทั้งเกิดโรคภัยระบาด[7] และเมื่อเมืองนครศรีธรรมราชเจริญรุ่งเรืองนั้น ได้ยกเมืองไชยา และเมืองท่าทอง เป็นเมืองสิบสองนักษัตรของตนด้วย

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งอู่เรื่อพระที่นั่งและเรือรบเพื่อใช้ในราชการที่อ่าวบ้านดอน ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้ย้ายที่ตั้งเมืองท่าทองมายังอ่าวบ้านดอน (ซึ่งเป็นที่ตั้งของอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีในปัจจุบัน) พร้อมทั้งยกฐานะให้เป็นเมืองจัตวา ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร และพระราชทานชื่อว่า "เมืองกาญจนดิษฐ์"[6] โดยแต่งตั้งให้พระยากาญจนดิษฐ์บดีเป็นเจ้าเมืองดูแลการปกครอง

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้รวมเมืองกาญจนดิษฐ์ เมืองคีรีรัฐนิคม และเมืองไชยาเป็นเมืองเดียวกัน เรียกว่า "เมืองไชยา" ภายใต้สังกัดมณฑลชุมพร

เมื่อเมืองขยายใหญ่ขึ้น จึงมีการปรับเปลี่ยนการปกครองและขยายเมืองออกไป มีการสร้างเมืองใหม่ขึ้นที่ อ่าวบ้านดอน ให้ชื่อเมืองใหม่ว่า อำเภอไชยา และให้ชื่อเมื่องเก่าว่า "อำเภอพุมเรียง" แต่เนื่องด้วยประชาชนยังติดเรียกชื่อเมืองเก่าว่า "อำเภอไชยา" ด้วยเหตุนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานนามเมืองใหม่ที่บ้านดอนว่า "สุราษฎร์ธานี" และให้ชื่อเมืองเก่าว่า "อำเภอไชยา"[8] และพระราชทานนามแม่น้ำตาปี ให้ในคราวเดียวกันนั้นเอง ซึ่งเป็นการตั้งชื่อตามแบบเมืองและแม่น้ำในประเทศอินเดียที่มีแม่น้ำตาปติไหลลงสู่ทะเลออกผ่านปากอ่าวที่เมือง สุรัฎร์[6]

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

  • ตราประจำจังหวัด คือ พระบรมธาตุไชยา ซึ่งมีศิลปะแบบศรีวิชัย ตั้งอยู่ ณ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร โดยสร้างขึ้นเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-14 และเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย [9]
  • ต้นไม้ประจำจังหวัด ได้แก่ ต้นเคี่ยม (Cotylelobium melanoxylon)ตั้งอยู่อำเภอวิภาวดี
  • ดอกไม้ประจำจังหวัด ได้แก่ ดอกบัวผุด (Rafflesia kerrii) ตั้งอยู่อำเภอพนม
  • คำขวัญประจำจังหวัด ได้แก่ เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ
    • คำขวัญประจำจังหวัดในอดีต แต่งโดยพระเทพรัตนกวี (ก.ธรรมวร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี: "สะตอวัดประดู่ พลูคลองยัน ทุเรียนหวานมันคลองพระแสง ย่านดินแดงของป่า เคียนซาบ่อถ่านหิน พุนพินมีท่าข้ามแม่น้ำตาปี ไม้แก้วดีเขาประสงค์ กระแดะดงลางสาด สิ่งประหลาดอำเภอพนม เงาะอุดมบ้านส้อง จากและคลองในบาง ท่าฉางต้นตาล บ้านนาสารแร่ ท่าทองอุแทวัดเก่า อ่าวบ้านดอนปลา ไชยาข้าว มะพร้าวเกาะสมุย"
  • ลักษณะรูปร่างของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลักษณะรูปร่างของจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับ "ผีเสื้อที่กำลังกางปีกโบยบินอยู่"
  • เพลงประจำจังหวัด

สุราษฎร์ธานี รุ่งเรืองสมเมืองคนดี อีกธารตาปี นามพระธีรราชประทาน เป็นแดนอุดมไม้ปลา มะพร้าวมาเนิ่นนาน เหล่าราษฎร์สุขศานต์ มุ่งมั่นขยันทำกิน มิ่งขวัญ ชาวเมือง มีองค์พระธาตุพุทธศาสน์ประเทือง ถิ่นชนกตัญญูยิ่ง เมตตาอยู่อาจิณ ร่วมรักแผ่นดิน คนดี นี้ไชโย

ภูมิศาสตร์[แก้]

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

สภาพภูมิประเทศของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

จังหวัดสุราษฎร์ธานีตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของภาคใต้ โดยมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ และอันดับ 1 ของภาคใต้[10] โดยมีจังหวัดที่มีอาณาเขตติดกัน ดังนี้

โดยทะเลฝั่งอ่าวไทยนั้นมีชายฝั่งยาวประมาณ 156 กิโลเมตร โดยมีเกาะที่อยู่ภายใต้เขตการปกครองของจังหวัดฯ ได้แก่ เกาะสมุย เกาะพะงัน และหมู่เกาะอ่างทองและยังมีเกาะน้อยใหญ่อีกมากมาย จึงได้ชื่อว่าเมืองร้อยเกาะ เช่นเกาะนางยวน

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ[แก้]

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีพื้นที่กว้างใหญ่ และมีสภาพภูมิประเทศที่หลากหลาย ได้แก่ ภูมิประเทศแบบที่ราบชายฝั่งทะเล ที่ราบสูง รวมทั้งภูมิประเทศแบบภูเขาซึ่งกินพื้นที่ของจังหวัดถึงร้อยละ 40 ของพื้นที่ทั้งหมด [11] โดยมีทิวเขาภูเก็ตทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ของจังหวัด และมีลุ่มน้ำที่สำคัญ คือ ลุ่มน้ำตาปี ไชยา ท่าทอง เป็นต้น

ด้านตะวันออกเป็นฝั่งทะเลอ่าวไทย และมีเกาะน้อยใหญ่ที่มีประชากรอาศัย ส่วนด้านตะวันตกมีลักษณะเป็นภูเขาสูง มีแม่น้ำสายสำคัญ คือ แม่น้ำตาปี

เนื่องจากทำเลที่ตั้งรวมถึงภูมิประเทศ จังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดมาจากมหาสมุทรอินเดีย รวมทั้งมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่านอ่าวไทย ดังนั้น จึงทำให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีช่วงฤดูฝนยาวนานมาก โดยกินระยะเวลาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนมกราคม โดยจังหวัดสุราษฏร์ธานีมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 21.16 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 34.51 องศาเซลเซียส [12] และปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 129.59 มิลลิเมตร [13]

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

จังหวัดสุราษฎร์ธานีแบ่งการปกครองออกเป็น 19 อำเภอ 131 ตำบล 1,028 หมู่บ้าน มีรายชื่ออำเภอดังนี้

  1. อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี
  2. อำเภอกาญจนดิษฐ์
  3. อำเภอดอนสัก
  4. อำเภอเกาะสมุย
  5. อำเภอเกาะพะงัน
  6. อำเภอไชยา
  7. อำเภอท่าชนะ
  8. อำเภอคีรีรัฐนิคม
  9. อำเภอบ้านตาขุน
  10. อำเภอพนม
  1. อำเภอท่าฉาง
  2. อำเภอบ้านนาสาร
  3. อำเภอบ้านนาเดิม
  4. อำเภอเคียนซา
  5. อำเภอเวียงสระ
  6. อำเภอพระแสง
  7. อำเภอพุนพิน
  8. อำเภอชัยบุรี
  9. อำเภอวิภาวดี
แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

รายพระนามและนามผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี[แก้]

รายพระนามและรายนามผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี
พระนาม/ชื่อ เข้ารับตำแหน่ง สิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง
1. พระยาวรฤทธิ์ฤาไชย พ.ศ. 2449 พ.ศ. 2458
2. พระยาชุมพรบุรีศรีสมุทเขต พ.ศ. 2458 พ.ศ. 2459
3. พระยาพิศาลสารเกษตร์ พ.ศ. 2459 พ.ศ. 2461
4. พระยาวิชิตภักดีศรีสุราษฎร์ธานินทร์ พ.ศ. 2461 พ.ศ. 2463
5. พระยาศรีมหาเกษตร พ.ศ. 2463 พ.ศ. 2469
6. พระยาสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2469 พ.ศ. 2477
7. พระบริบูรณ์วุฒิราษฎร์ พ.ศ. 2477 พ.ศ. 2481
8. หลวงสฤษฏสาราลักษณ์ พ.ศ. 2481 พ.ศ. 2484
9. หลวงอรรถกัลยาณวินิจ พ.ศ. 2485 พ.ศ. 2485
10. นายชลอ จารุจินดา พ.ศ. 2485 พ.ศ. 2486
11. หลวงเกษมประศาสน์ พ.ศ. 2486 พ.ศ. 2487
12. ขุนสำราษราษฎร์บริรักษ์ พ.ศ. 2487 พ.ศ. 2487
13. นายแม้น อรจันทร์ พ.ศ. 2487 พ.ศ. 2489
14. ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ พ.ศ. 2489 พ.ศ. 2492
15. นายเลื่อน ไขแสง พ.ศ. 2492 พ.ศ. 2496
16. ขุนอักษรสารสิทธิ์ พ.ศ. 2496 พ.ศ. 2497
17. นายจันทร์ สมบูรณ์กุล พ.ศ. 2497 พ.ศ. 2501
18. นายฉลอง รมิตานนท์ พ.ศ. 2501 พ.ศ. 2503
19. นายประพันธ์ ณ พัทลุง พ.ศ. 2503 พ.ศ. 2509
20. นายพร บุญยะประสพ พ.ศ. 2509 พ.ศ. 2511
21. นายคล้าย จิตพิทักษ์ พ.ศ. 2511 พ.ศ. 2515
22. นายอรุณ นาถะเดชะ พ.ศ. 2515 พ.ศ. 2517
23. นายอนันต์ สงวนนาม พ.ศ. 2517 พ.ศ. 2519
24. นายชลิต พิมลศิริ พ.ศ. 2519 พ.ศ. 2521
25. นายกาจ รักษ์มณี พ.ศ. 2521 พ.ศ. 2522
26. นายสนอง รอดโพธิ์ทอง พ.ศ. 2522 พ.ศ. 2524
27. นายไสว ศิริมงคล พ.ศ. 2524 พ.ศ. 2526
28. นายนิพนธ์ บุญญภัทโร พ.ศ. 2526 พ.ศ. 2530
29. นายวิโรจน์ ราชรักษ์ พ.ศ. 2530 พ.ศ. 2532
30. นายดำริ วัฒนสิงหะ พ.ศ. 2532 พ.ศ. 2533
31. นายอนุ สงวนนาม พ.ศ. 2533 พ.ศ. 2535
32. นายประพัฒน์พงษ์ บำเพ็ญสิทธิ์ พ.ศ. 2535 พ.ศ. 2537
33. นายประยูร พรหมพันธุ์ พ.ศ. 2537 พ.ศ. 2539
34. นายปรีชา รักษ์คิด พ.ศ. 2539 พ.ศ. 2540
35. นายนิเวศน์ สมสกุล พ.ศ. 2540 พ.ศ. 2541
36. นายภุชงค์ รุ่งโรจน์ พ.ศ. 2541 พ.ศ. 2543
37. นายชาญชัย สุนทรมัฏฐ์ พ.ศ. 2543 พ.ศ. 2544
38. นายยงยุทธ ตะโกพร พ.ศ. 2544 พ.ศ. 2545
39. ม.ล.ประทีป จรูญโรจน์ พ.ศ. 2545 พ.ศ. 2546
40. นายธีระ โรจนพรพันธุ์ พ.ศ. 2546 พ.ศ. 2547
41. นายวิจิตร วิชัยสาร พ.ศ. 2547 พ.ศ. 2549
42. ดร.นิวัตน์ สวัสดิ์แก้ว พ.ศ. 2549 พ.ศ. 2550
43. นายวินัย บัวประดิษฐ์ พ.ศ. 2550 พ.ศ. 2551
44. นายประชา เตรัตน์ พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2552
45. นายดำริห์ บุญจริง พ.ศ. 2552 พ.ศ. 2553
46. นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2555
47. นายเชิดศักดิ์ ชูศรี พ.ศ. 2555 พ.ศ. 2555
48. นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ พ.ศ. 2555 ปัจจุบัน

ศูนย์ราชการในเขตจังหวัด[แก้]

  1. วิทยาลัยสารพัดช่างสุราษฎร์ธานี
  2. สำนักงานจัดหางานจังหวัดสุราษฎร์ธานี
  3. ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี
  4. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
  5. วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี
  6. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี
  7. ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี
  8. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี
  9. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1
  10. วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี
  11. วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี
  12. ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุราษฎร์ธานี
  13. สำนักงานพัฒนาชุมชน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  14. สำนักงานคลังจังหวัดสุราษฎร์ธานี
  15. สำนักงานประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี
  16. สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี[14]
  17. สำนักงานเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี
  18. ศูนย์พัฒนาประมงน้ำจืดสุราษฎร์ธานี
  19. สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางสุราษฎร์ธานี
  20. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  21. สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  22. ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสุราษฎร์ธานี
  23. ศูนย์วิจัยและตรวจสอบคุณภาพสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำสุราษฎร์ธานี
  24. สำนังานตรวจบัญชีสหกรณ์[15]
  25. สำนักทางหลวงกระบี่(สุราษฎร์ธานี)
  26. ศูนย์วิจัยพันธุ์ยาง สุราษฎร์ธานี
  27. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 11
  28. โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี
  1. จังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี

เศรษฐกิจ[แก้]

การเกษตร[แก้]

การประกอบอาชีพประมง

ประชากรในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีรายได้ต่อหัวเฉลี่ย 138,034 บาท ต่อปี[16] โดยส่วนมากจะประกอบอาชีพทางการเกษตร เช่น ทำนา ทำสวน ทำไร่ โดยใช้ที่ดินเพื่อทำการเพาะปลูกประมาณ 45% ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว เงาะ ทุเรียน และกาแฟ[17]

นอกจากนั้น ยังมีการเลี้ยงปศุสัตว์และการทำประมง โดยปศุสัตว์ที่นิยมเลี้ยงกันมาก เช่น โค กระบือ สุกร ไก่ แพะ โดยปศุสัตว์ที่มีมูลค่าผลผลิตมากที่สุด คือ โค สุกร ไก่ กระบือ และเป็ดตามลำดับ ส่วนด้านการประมงนั้น มีทั้งการประมงน้ำเค็ม น้ำกร่อย การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และการประมงน้ำจืด [18][17]

อุตสาหกรรม[แก้]

ทางด้านอุตสาหกรรมนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากผลผลิตทางเกษตรกรรม เช่น อุตสาหกรรมปลาป่น อาหารทะเลแช่แข็ง อาหารทะเลกระป๋อง น้ำมันปาล์มดิบ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ซึ่งในจังหวัดมีจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมประมาณ 730 โรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีมากที่สุด[17]

นอกจากนี้ ยังมีการให้สัมปทานเหมืองแร่ โดยแร่ที่สำคัญในจังหวัด ได้แก่ ยิบซั่ม โดโลไมต์ แอนไฮโครต์ หินปูน ดินขาว และบอลเคลย์[17]

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีไม่ได้รวมอยู่ในบริเวณศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ แต่จะตั้งอยู่บริเวณถนนตลาดใหม่ ระหว่างซอย 7 และซอย 9 ถัดไปจากที่ว่าการอำเภอเมืองฯ เพียงเล็กน้อย

ประเพณีและวัฒนธรรม[แก้]

บริเวณริมฝั่งแม่น้ำตาปี ปัจจุบัน เป็นที่พักผ่อนของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งขันเรือยาว[แก้]

ประเพณีชักพระทอดผ้าป่าและแข่งขันเรือยาวของจังหวัดสุราษฏร์ธานี ที่นี่มีอีกชื่อหนึ่งก็คืองานเดือนสิบเอ็ด ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับเทศกาลออกพรรษา กิจกรรมที่สำคัญได้แก่การประกวดเรือพระ ซึ่งจะมีทั้งรถพนมพระ และเรือพนมพระ ซึ่งรถและเรือพนมพระ อาจจะตกแต่งประดับประดาด้วยการแกะสลัก หรือฉลุไม้ ตกแต่งจำลอง เสมือนฉากที่พระพุทธเจ้ากลับมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึง ในงานพิธีจะใช้คนลาก เชื่อว่าผู้ที่ได้ร่วมลากจูงรถหรือเรือพนมพระจะได้อานิสสงค์หลายประการ

การจัดพุ่มผ้าป่าเป็นการจำลองพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าแสดงออกเป็นตอนๆ ด้วยการนำต้นไม้หรือกิ่งไม้ ประดับกับหลอดไฟสีต่างๆ บ้างก็จะจัดอุปกรณ์อื่นร่วมประกอบฉาก ทั้งการเขียนภาพ ปั้นรูปดินเหนียว อุปกรณ์ประกอบฉากจะไม่นิยมนำสิ่งมีชีวิตเช่นปลาสวยงาม เต่า หรือสัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่งชนิดไดมาจัดประกอบฉาก เพราะเชื่อว่าเป็นการทรมานสัตว์ และจะไม่ได้รับอานิสสงค์ และตกแต่งด้วยเครื่อง อัฐบริขาร เพื่อในเช้าวันรุ่งของวันออกพรรษาจะได้นิมนต์พระมาทำพิธีทอดผ้าป่า การจัดพุ่มผ้าป่ามีทั้งหน่วยงานในจังหวัด ทังภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมกิจกรรม และมีการประกวดกันด้วยงานประเพณีนี้จัดขึ้นบริเวณเขื่อนลำนำตาปีตั้งแต่บริเวณศาลหลักเมืองจนกระทั่งถึงโรงแรมวังใต้ ขึ้นอยู่กับจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่าในแต่ละปีจะเลือกเอาบริเวณใด

ประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งขันเรือยาว ซึ่งจัดได้ว่าเป็นงานใหญ่งานหนึ่งของภาคใต้

งานวันเงาะโรงเรียน[แก้]

ผลไม้ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่ เงาะโรงเรียน เงาะมีความแตกต่างจากเงาะที่อื่น คือ หวาน และกรอบ ซึ่งนับเป็นความภูมิใจหนึ่งของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ดังนั้น เพื่อเป็นการแสดงถึงความภาคภูมิใจดังกล่าวจังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงจัดให้มีการนำผลผลิตจากเงาะโรงเรียนและผลผลิตอื่น ๆ มาจำหน่ายและตั้งชื่อว่า งานวันเงาะโรงเรียน โดยจะจัดขึ้นประมาณต้นเดือนสิงหาคมของทุกปี

การละเล่นพื้นบ้าน[แก้]

การละเล่นพื้นบ้านของจังหวัด อาทิเช่น[19]

  • การละเล่นเด็ก ได้แก่ จุ้มจี้ จี้จิบ ลูกหวือ ชักลูกยาง ทองสูง กบกับ หมากโตน บอกโผละ ลูกฉุด ทอยหลุม เหยก เตย และหมากขุม
  • การละเล่นผู้ใหญ่ ได้แก่ เพลงชักพระอำเภอเกาะพะงัน เพลงบอก เพลงนา คำตัด ลิเกป่า มโนห์รา และหนังตะลุง

อาหารพื้นบ้าน[แก้]

  • ได้แก่ ผัดไทยไชยาและผัดไทยท่าฉาง โดยมีความแตกต่างกับผัดไทยภาคกลาง ที่ใส่น้ำกระทิ มีรสเผ็ดเล็กน้อย อาจจะใส่ เต้าหู้ หรือกุ้งเป็นเครื่องเคียงด้วยก็ได้ทานพร้อมผัก ประเภทแกง แกงเหลือง แกงส้มอ้อดิบ ผัดสะตอใส่กะปิ แกงหมูกับลูกเหรียงเห็ดแครงปิ้งสาหร่ายข้อ แกงป่า ยำปลาเม็ง (เฉพาะที่อำเภอบ้านนาเดิมและอำเภอบ้านนาสาร) โล้งโต้ง (เฉพาะที่สุราษฎร์ธานี) ประเภทน้ำพริก น้ำพริกกะปิ น้ำพริกมุงมัง น้ำพริกตะลิงปิง น้ำพริกปลาทู ประเภทอาหารทะเล เนื่องจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขึ้นชื่อเรื่องหอยนางรมที่มีขนาดใหญ่และสดแล้ว ยังมีหอยหวาน ที่มีรสชาติดีเช่นกัน แล้วยังมีกุ้งแม่น้ำตาปีด้วย[20]

การคมนาคม[แก้]

ระยะทางจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีไปยังจังหวัดใกล้เคียง โดยประมาณ คือ

สถานีขนส่งหลักที่สำคัญ[แก้]

อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี
อำเภอพุนพิน
อำเภอเกาะสมุย
อำเภอดอนสัก
อำเภอเกาะพะงัน

สถานที่สำคัญ[แก้]

เขื่อนรัชชประภา
พระบรมธาตุไชยา

โบราณสถาน[แก้]

พระอารามหลวง[แก้]

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

อำเภอกาญจนดิษฐ์[แก้]

อำเภอพุนพิน[แก้]

อำเภอเกาะสมุย[แก้]

อำเภอเกาะพะงัน[แก้]

อำเภอวิภาวดี[แก้]

อำเภอดอนสัก[แก้]

อำเภอบ้านนาสาร[แก้]

อำเภอบ้านตาขุน[แก้]

ภาพพาโนรามาของเขื่อนรัชชประภา

เหตุการณ์สำคัญ[แก้]

ศาลากลางจังหวัดสุราษฏร์ธานีถูกลอบวางระเบิด[แก้]

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2525 ประมาณเที่ยงถึงบ่ายโมงเกิดเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนใจชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่สำคัญ คือ การระเบิดศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี จากเหตุการความขัดแย้งทางการเมือง ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานีเดิมตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำตาปี ปัจจุบัน เป็นที่ตั้งของศาลหลักเมือง [21]

อื่น ๆ[แก้]

  • เรือยาวใหญ่ นาม "เจ้าแม่ตาปี" และเรือยาวกลาง นาม "เจ้าแม่ธารทิพย์" ชนะเลิศการแข่งขันเรือยาวชิงแชมป์ประเทศไทยถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปีเดียวกัน
  • พายุไต้ฝุ่นเกย์ถล่มจังหวัด
  • การสร้างศาลหลักเมืองประจำจังหวัด
  • เครื่องบินตกที่สนามบินสุราษฎร์
  • การรื้อสัมปทานเรือข้ามฟากสุราษฏร์ธานีเกาะสมุย
  • มติชาวสุราษฎร์ ห้ามปลุกเสกจตุคาม ณ วัดพระธาตุไชยา


บ้านพี่เมืองน้อง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จานวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556
  3. พัฒนาการทางประวัติศาสตร์: จังหวัดสุราษฎร์ธานี, หอมรดกไทย
  4. โครงสร้างเศรษฐกิจภาคใต้โดยธนาคารแห่งประเทศไทย หน้า 1
  5. "แฟนพันธุ์แท้ 25 เมษายน 2557 - เกาะทะเลไทย". แฟนพันธุ์แท้. 25 April 2014. สืบค้นเมื่อ 29 April 2014. 
  6. 6.0 6.1 6.2 ระบบสารสนเทศจังหวัดสุราษฎร์ธานี เรียกดู "ประวัติความเป็นมา"
  7. ฐานข้อมูลท้องถิ่น, เมืองโบราณ, สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี
  8. ประวัติศาสตร์จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  9. วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร
  10. ประวัติความเป็นมา ที่ตั้งและอาณาเขต ลักษณะภูมิประเทศ การเดินทาง
  11. ภูมิประเทศจังหวัดสุราษฏร์ธานี
  12. ข้อมูลอุณหภูมิในรอบปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  13. ข้อมูลปริมาณน้ำฝนในรอบปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  14. [1]
  15. [2]
  16. สำนักงานสถิติจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี 2553
  17. 17.0 17.1 17.2 17.3 ฐานข้อมูลท้องถิ่น, สภาพเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา, สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี
  18. รายงานแสดงจำนวนครัวเรือนที่ประกอบอาชีพทางการเกษตร แยกตามอาชีพทางการเกษตร
  19. การละเล่นพื้นบ้าน,สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี:เว็บไซต์
  20. อาหารพื้นเมือง, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี:เว็บไซต์
  21. รายละเอียดงานวิจัยเรื่อง/Title Name: การศึกษาติดตามผลกระทบทางด้านจิตใจเนื่องจากการวางระเบิดศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี:PDF, บทคัดย่อ: วารสารวิชาการ, กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 9°08′N 99°20′E / 9.14°N 99.33°E / 9.14; 99.33