จังหวัดชุมพร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับชุมพร ในความหมายอื่น ดูที่ ชุมพร (แก้ความกำกวม)
จังหวัดชุมพร
ตราประจำจังหวัดชุมพร
ตราประจำจังหวัด
ประตูภาคใต้ ไหว้เสด็จในกรม
ชมไร่กาแฟ แลหาดทรายรี
ดีกล้วยเล็บมือ ขึ้นชื่อรังนก
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย ชุมพร
ชื่ออักษรโรมัน Chumphon
ผู้ว่าราชการ นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2555)
ISO 3166-2 TH-86
ต้นไม้ประจำจังหวัด มะเดื่ออุทุมพร
ดอกไม้ประจำจังหวัด พุทธรักษา
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 6,010.849 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 37)
ประชากร 498,294 คน[2] (พ.ศ. 2556)
(อันดับที่ 54)
ความหนาแน่น 82.89 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 55)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร ถนนไตรรัตน์ ตำบลนาชะอัง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร 86000
โทรศัพท์ (+66) 0 7751 1551
เว็บไซต์ จังหวัดชุมพร
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดชุมพร

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ชุมพร มีชื่อปรากฏมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1098 โดยมีฐานะเป็นเมืองสิบสองนักษัตรของราชอาณาจักรนครศรีธรรมราช ใช้รูปแพะเป็นตราเมือง และเป็นเมืองหน้าด่านฝ่ายเหนือ เพราะอยู่ตอนบนของภาคใต้

ใน พ.ศ. 1997 รัชสมัยแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ปรากฏในกฎหมายตราสามดวงว่า เมืองชุมพรเป็นเมืองตรี อาณาจักรฝ่ายใต้ของราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ในช่วงนี้ชนชาติจาม แห่งราชอาณาจักรจามปา ถูกชาวเวียดนามรุกราน ชาวจามกลุ่มนี้อพยพเข้าสู่กรุงศรีอยุธยาครั้งแรก ปรากฏว่ามี "อาสาจาม" ในแผ่นดินนี้ เพื่อการขยายอาณานิคมของกรุงศรีอยุธยา ส่วนหนึ่งต้องมารักษาด่านเมืองชุมพร ซึ่งเป็นเมืองตรี และตั้งชาวจาม เป็นเจ้าเมืองชุมพร และดินแดนแถบนี้ขึ้นตรงต่อกรุงศรีอยุธยา เนื่องด้วย ชาวจาม มีความสามารถในการรบ ที่มีชื่อเสียง เช่น กองอาสาจาม เป็นทหารชั้นดี มีวินัย เชี่ยวชาญการเดินเรือ รับใช้ราชสำนักมานาน และเก่งการค้ามาหลายพันปี

และต่อมาระหว่าง ปี พ.ศ. 2173 - 2199 ในแผ่นดิน พระเจ้าปราสาททองแห่งราชอาณาจักกรุงศรีอยุธยา ได้กวาดต้อนชาวเมืองแถง หรือ (เดียนเบียนฟู) อยู่ในประเทศเวียดนาม และชาวเมืองพงสาลี อยู่ในประเทศลาว มาเป็นพลเมือง เมืองชุมพร เมืองปะทิว(อำเภอปะทิว) เพื่อทำการเกษตรกรรม และเมืองท่าการค้าสำคัญ ตั้งแต่นั้นมา

เดิมชาวจามนับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู พ.ศ. 1400 นับถือศาสนาพุทธมหายาน และเมื่อค้าขายกับอาหรับก็นับถือ ศาสนาอิสลาม แต่ชาวจามที่มาอยู่เมืองชุมพร ต่อมานับถือ ศาสนาพุทธ มีวัฒนธรรม ประเพณี เหมือนกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 500 -600 ปี ที่ชาวจาม เข้าปกครองเมืองชุมพร และดินแดนแถบนี้จนแทบจะไม่เหลือวัฒนธรรมเดิมเลย เช่น ข้าวต้มใบพ้อ ที่ใช้ในงานมงคล เช่นเดียวกับชาวมุสลิม บ้านกาลอ ตำบลกาลอ อำเภอรามัญ จังหวัดยะลา ก็สูญหายไม่ได้ใช้ในงานมงคลแล้ว

ประวัติเมืองชุมพร[แก้]

คำว่า ชุมพร มีผู้สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากคำว่า “ชุมนุมพล” เนื่องจากเป็นเมืองหน้าด่าน การเดินทัพไม่ว่าจะมาจากฝ่ายเหนือหรือว่าฝ่ายใต้ ล้วนเข้ามาตั้งค่ายชุมนุมพลกันที่นี่ จึงเรียกจุดนี้ว่า “ชุมนุมพล” ต่อมาเพี้ยนเป็น ชุมพร อีกประการหนึ่ง ในการเดินทางไปทำศึกสงครามของแม่ทัพนายกองตั้งแต่สมัยโบราณมา เมื่อจะเคลื่อนพลจะต้องทำพิธีส่งทัพโดยการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ได้รับชัยชนะในการสู้รบ เป็นการบำรุงขวัญทหารในสถานที่ชุมนุม เพื่อรับพรเช่นนี้ ตรงกับความหมายชุมนุมพรหรือประชุมพร ซึ่งทั้งสองคำนี้อาจเป็นต้นเหตุของคำว่า “ชุมนุมพร” เช่นเดียวกัน

แต่อีกทางหนึ่งสันนิษฐานว่า น่าจะได้มาจากชื่อพันธุ์ไม้ธรรมชาติในท้องถิ่น ได้แก่ ต้นมะเดื่อชุมพร เพราะที่ตั้งของเมืองชุมพรนั้นอยู่บนฝั่งแม่น้ำท่าตะเภา มีต้นมะเดื่อชุมพรขึ้นอยู่มากมาย ต้นมะเดื่อชุมพรจึงเป็นสัญลักษณ์ส่วนหนึ่งของ ตราประจำจังหวัดชุมพร

สมัยกรุงสุโขทัย[แก้]

เมืองชุมพรเป็นเมืองมีเจ้าเมืองปกครองมายาวนาน ในสมัยสุโขทัยนั้น เป็นเมืองขึ้นต่ออาณาจักรนครศรีธรรมราช ในฐานะเมืองอาณานิคม และเป็นเมืองหน้าด่าน ฝ่ายเหนือ หรือเมืองปีมะแม ถือตราแพะ เป็น 1 ในเมือง 12 เมือง หรือเรียกว่า เมืองสิบสองนักษัตร ของอาณาจักรนครศรีธรรมราช

สมัยกรุงศรีอยุธยา[แก้]

เมืองชุมพรในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น เมื่อกรุงศรีอยุธยาเรืองอำนาจ ในแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้แผ่ขยายอาณานิคมลงทางใต้ ชาวจาม มาอยู่ที่เมืองชุมพร เนื่องด้วย ชาวจาม มีความสามารถ การค้า การเดินเรือ และการรบ จะเห็นได้จากทหาร อาสาจาม เป็นทหารชั้นดี ที่รับใช้ราชสำนักตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา มีความสามารถการรบ และการเดินเรือ อย่างเชี่ยวชาญ ตั้งแต่นั้นจนทำให้เมืองชุมพร ต้องขึ้นต่ออาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ในฐานะเมืองอาณานิคม และเป็นเมืองหน้าด่าน ฝ่ายใต้ และเป็นเมืองท่าการค้าสำคัญ ของอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา เมืองชุมพรจึงมีบทบาทเป็นเมืองหน้าด่าน มาแต่โบราณในอาณาจักรนครศรีธรรมราช และอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ทำให้ไม่มีการก่อสร้างวัตถุถาวรได้ ดังนั้นชาวชุมพรจึงเป็นลูกหลานนักรบที่แท้จริง และควรให้สมญานามบรรพบุรุษว่า “วีรบุรุษนักรบแห่งคอคอดกระ ดินแดนสองฝั่งทะเล" จากการทำศึกสงครามอย่างต่อเนื่องในแต่ละยุคแต่ละสมัย

สมัยกรุงธนบุรี[แก้]

เมืองชุมพรในสมัยกรุงธนบุรีไม่ค่อยมีบทบาทมากนักเพราะอยู่ในภาวะสงครามของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทั้งรัชกาล และสืบเนื่องจาก พระชุมพร (พวย) นำกำลังกองทัพบก กองทัพเรือ เมืองชุมพร กำลังพลประมาณ 800 คน ได้สูญเสียจากการรบในช่วงกรุงแตกที่ ค่ายบางกุ้ง จากการส่งกำลังเข้ารักษาพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2305-2308 และเข้าร่วมรบเพื่อตีเมืองนครศรีธรรมราช จึงทำให้เกิดการล้าของชาวเมืองชุมพร

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์[แก้]

ตั้งแต่แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมืองชุมพรเป็นเมืองท่าค้าขายสำคัญ จนถึงในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ชาวจามยังมีบทบาทในดินแดนแทบนี้ ต่อมา รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งเป็น มณฑลชุมพร ต่อมามีการยุบการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลเป็นจังหวัด ชุมพรจึงมีฐานะเป็นจังหวัด และเมื่อ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สามารถเดินเรือได้เอง ชาวจามก็หมดบทบาทลงในเวลาต่อมา

อาณาเขตการปกครอง[แก้]

เจ้าเมืองชุมพร ปกครองอาณาเขตเมืองชุมพร ซึ่งเป็นเมืองตรี มีเมืองจัตวาเป็นเมืองขึ้น 8 เมือง ดังนี้

เจ้าเมืองชุมพร เป็นเชื้อสายจาม สืบเชื้อสายหลายพันปี ในสมัยกรุงศรีอยุธา จนถึง สมัยกรุงธนบุรี มีบรรดาศักดิ์ นามว่า "ออกญาเคาะงะ" เป็นภาษาจาม หรือ พระชุมพร ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เปลี่ยนบรรดาศักดิ์ นามว่า พระยาชุมพร และ พระยาเพชรกำแหงสงคราม ตามด้วยชื่อ และต่อได้ยกเลิกให้ใช้บรรดาศักดิ์เดิม

รายชื่ออดีตเจ้าเมืองชุมพร[แก้]

เจ้าเมืองชุมพร มักเรียก พระยาชุมพร โดยไม่เรียกบรรดาศักดิ์ใหม่ เช่น พระยาเพชรกำแหงสงคราม หรือ เลื่อนบรรดาศักดิ์สูงกว่าแต่ยังเรียก พระยาชุมพร เหมือนเดิม ต่อจากนั้นไม่ได้ใช้บรรดาศักดิ์ พระยาเพชรกำแหงสงคราม แต่ใช้ยศหรือบรรดาศักดิ์ ที่ได้รับพระราชทานมาแต่เดิม มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2445 เป็นต้นมา

รายชื่อผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร[แก้]

รายพระนามและรายนามผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร |
พระนาม/ชื่อ เข้ารับตำแหน่ง สิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง
1. พระยารัตนเศรษฐี (คอซิมก๊อง ณ ระนอง) พ.ศ. 2439 (ร.ศ.115) พ.ศ. 2439 (ร.ศ.115)
2. หลวงสวัสดิ์บุรีรมย์ พ.ศ. 2440 พ.ศ. 2441
3. พระเพชรกำแหงสงคราม (มะลิ ยุกตนันท์) พ.ศ. 2442 พ.ศ. 2448
4. พระยาสุราฤทธิ์ภักดี 1 เมษายน 2449 30 มิถุนายน 2451
5. พระยาสำเริงนฤปการ 1 มกราคม 2451 30 มิถุนายน 2452
6. พระยาวิเศษชัยชาญ 1 มกราคม 2452 30 มิถุนายน 2455
7. พระยาราชพินิจจัย (ชุม โอสถานนท์) 1 เมษายน 2456 30 ตุลาคม 2458
8. พระเทพราชธานี 1 เมษายน 2458 30 มีนาคม 2459
9. พระชุมพรบุรีศรีสมุทร์เขต (บัว) 1 เมษายน 2460 30 กันยายน 2464
10. พระยาพิพิธลำพลวิมลภักดี 31 ตุลาคม 2464 31 มกราคม 2471
11. พระยาสัจจาภิรมย์อุดมราชภักดี 1 พฤษภาคม 2471 31 มกราคม 2473
12. พระระนองธานี 1 มิถุนายน 2473 31 พฤศจิกายน 2476
13. พ.ต.อ.พระราชญาติรักษา (ประกอบ บุนนาค) 30 มีนาคม 2475 พฤศจิกายน 2476
14. พระยาอมรฤทธิ์ธำรง 1 มีนาคม 2476 9 กันยายน 2478
15. น.ท.หลวงสุนาวินวิวัฒน์ ร.น. 1 ธันวาคม 2478 1 เมษายน 2481
16. หลวงจรูญประสาสน์ (จรูญ คชภูมิ) 1 พฤษภาคม 2481 31 ธันวาคม 2485
17. ขุนบริรักษ์บทวสัญช์ (ชุ่ม) 1 มกราคม 2486 31 ตุลาคม 2486
18. นายวิเศษ สรรค์ประศาสน์ 1 พฤศจิกายน 2486 30 มีนาคม 2487
19. นายเกษม อุทยานิน 3 กรกฎาคม 2487 31 กรกฎาคม 2487
20. นายเนื่อง ปาณิกบุตร 1 มกราคม 2488 30 มิถุนายน 2488
21. นายชอบ ชัยประภา 1 กรกฎาคม 2488 20 มิถุนายน 2489
22. พระนิกรบดี 12 กันยายน 2489 15 มกราคม 2490
23. นายปลั่ง ทัศนประดิษฐ์ 18 มกราคม 2490 2 ธันวาคม 2492
24. ขุนรัตนวรพงศ์ 7 ธันวาคม 2492 17 กรกฎาคม 2493
25. นายแสวง ทับทอง 21 กรกฎาคม 2495 17 กรกฎาคม 2500
26. นายส่ง มีมุทา 12 กรกฎาคม 2500 30 กันยายน 2511
27. นายประพัฒน์ บุญช่วย 1 ตุลาคม 2511 30 กันยายน 2514
28. นายชวน พรพงศ์ 1 ตุลาคม 2514 30 กันยายน 2515
29. นายลิขิต รัตนสังข์ 1 ตุลาคม 2515 30 กันยายน 2516
30. นายประชุม บุญประคอง 1 ตุลาคม 2516 12 กุมภาพันธ์ 2518
31. น.อ.จำลอง ประเสริฐยิ่ง ร.น. 13 กุมภาพันธ์ 2518 30 กันยายน 2519
32. นายอรุณ รุจิกัณหะ 1 ตุลาคม 2519 31 มกราคม 2522
33. นายบุญนาค สายสว่าง 1 กุมภาพันธ์ 2522 30 กันยายน 2523
34. นายเติมศักดิ์ สมันตรัฐ 1 ตุลาคม 2523 24 เมษายน 2524
35. นายพจน์ อินทวิเชียร 1 มิถุนายน 2524 30 กันยายน 2529
36. ร.ต.เบญจกุล มะกะระธัช 1 ตุลาคม 2529 30 กันยายน 2531
37. นายปัญญา ฤกษ์อุไร 1 ตุลาคม 2531 30 กันยายน 2532
38. นายสุชาญ พงษ์เหนือ 1 ตุลาคม 2532 30 กันยายน 2533
39. นายกนก ยะสารวรรณ 1 ตุลาคม 2533 30 กันยายน 2534
40. นายปริญญา นาคฉัตรีย์ 1 ตุลาคม 2534 30 กันยายน 2535
41. นายประยูร พรหมพันธ์ 1 ตุลาคม 2535 30 กันยายน 2537
42. นายประพัฒนพงษ์ บำเพ็ญสิทธ์ 1 ตุลาคม 2537 31 กันยายน 2539
43. นายคงศักดิ์ ลิ่วมโนมนต์ 1 ตุลาคม 2539 19 ตุลาคม 2540
44. นายสุรพล กาญจนจิตรา 20 ตุลาคม 2540 30 กันยายน 2542
45. นายศักดิ์ เตชาชาญ 1 ตุลาคม 2542 30 กันยายน 2543
46. ม.ล.ประทีป จรูญโรจน์ 2 ตุลาคม 2543 30 กันยายน 2545
47. นายเมฆินทร์ เมธาวิกูล 1 ตุลาคม 2545 30 กันยายน 2547
48. นายอานนท์ มนัสวานิช 1 ตุลาคม 2547 30 กันยายน 2548
49. นายพินัย อนันตพงศ์ 1 ตุลาคม 2548 13 พฤษภาคม 2550
50. นายสุวัฒน์ ตันประวัติ 14 พฤษภาคม 2550 30 กันยายน 2550
51. นายมานิต วัฒนเสน 1 ตุลาคม 2550 19 ตุลาคม 2551
52. นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ 20 ตุลาคม 2551 9 มิถุนายน 2553
53. นายพินิจ เจริญพานิช 9 มิถุนายน 2553 28 ตุลาคม 2555
54. นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า 1 ตุลาคม 2555 ปัจจุบัน

ภูมิประเทศ[แก้]

จังหวัดชุมพรนับเป็นประตูสู่ภาคใต้ (เมื่อลงจากภาคกลาง) มีพื้นที่ทางเหนือติดต่อกับอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทางตะวันออกติดชายฝั่งอ่าวไทย ด้านใต้ติดกับอำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และทางตะวันตกติดต่อกับ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง และส่วนหนึ่งติดกับประเทศสหภาพพม่า

สภาพพื้นที่ทั่วไปไม่มีภูเขาสูง เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำสำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำท่าตะเภา ในอำเภอเมืองชุมพร มีความยาว 33 กิโลเมตร แม่น้ำสวี ในอำเภอสวี มีความยาว 50 กิโลเมตร และ แม่น้ำหลังสวน ในอำเภอหลังสวน มีความยาว 100 กิโลเมตร แม่น้ำทุกสายไหลลงสู่อ่าวไทย ในทะเลนอกฝั่งของจังหวัดชุมพร มีเกาะน้อยใหญ่เกือบ 50 เกาะ

ภูมิอากาศ[แก้]

สภาพภูมิอากาศของจังหวัดชุมพรคล้ายกับจังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้ กล่าวคือ มีฤดูฝนมากกว่าฤดูอื่น นั่นคือ ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนมกราคม ส่วนฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม โดยมีลมมรสุมพัดผ่าน

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองแบ่งออกเป็น 8 อำเภอ 70 ตำบล 674 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองชุมพร
  2. อำเภอท่าแซะ
  3. อำเภอปะทิว
  4. อำเภอหลังสวน
  5. อำเภอละแม
  6. อำเภอพะโต๊ะ
  7. อำเภอสวี
  8. อำเภอทุ่งตะโก
 แผนที่

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

การเดินทาง[แก้]

รถยนต์[แก้]

จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทาง พุทธมณฑล นครปฐม-เพชรบุรี หรือเส้นทางสาย ธนบุรี-ปากท่อ (หมายเลข 35) แล้วแยกที่อำเภอปากท่อ เข้า ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จนถึงสี่แยกปฐมพร จากนั้นแยกซ้ายเข้าตัวเมืองชุมพร ตาม ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 327 อีกประมาณ 8 กิโลเมตร

อากาศ[แก้]

รถโดยสารประจำทาง[แก้]

มีรถโดยสารธรรมดา ของบริษัท ขนส่ง จำกัด ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ไปชุมพร ทุกวัน สำหรับเที่ยวกลับจากชุมพร เข้ากรุงเทพ ขึ้นรถได้ที่ ถนนทวีสินค้า

รถไฟ[แก้]

ดูบทความหลักที่: สถานีรถไฟชุมพร

การคมนาคมภายในจังหวัดชุมพร และไปต่างจังหวัด[แก้]

ท่าเรือไปเกาะเต่า[แก้]

ท่าเรือไปเกาะเต่า และเกาะนางยวนนั้น อยู่ที่จังหวัดชุมพร ไม่ไกลจากตัวเมืองชุมพร

การศึกษา[แก้]

ระดับอุดมศึกษา[แก้]

โรงเรียน[แก้]

ชาวชุมพรที่มีชื่อเสียง[แก้]

พระสงฆ์ - เจ้าอาวาส

นักแสดง - ศิลปิน - นักร้อง - ผู้กำกับ

นักการเมือง

นักกีฬา

นักประพันธ์

อ้างอิง[แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จานวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556
  3. บ้านต้นไทร บันทึกตระกูลขุนไกร นายอากร แห่งราชอาณาจักรอยุธยาปลาย

ดูเพิ่ม[แก้]