จังหวัดชุมพร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จังหวัดชุมพร
ตราประจำจังหวัดชุมพร
ตราประจำจังหวัด
ประตูภาคใต้ ไหว้เสด็จในกรม
ชมไร่กาแฟ แลหาดทรายรี
ดีกล้วยเล็บมือ ขึ้นชื่อรังนก
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย ชุมพร
ชื่ออักษรโรมัน Chumphon
ผู้ว่าราชการ นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2555)
ISO 3166-2 TH-86
ต้นไม้ประจำจังหวัด มะเดื่ออุทุมพร
ดอกไม้ประจำจังหวัด พุทธรักษา
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 6,010.849 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 37)
ประชากร 498,294 คน[2] (พ.ศ. 2556)
(อันดับที่ 54)
ความหนาแน่น 82.89 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 55)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร ถนนไตรรัตน์ ตำบลนาชะอัง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร 86000
โทรศัพท์ (+66) 0 7751 1551
เว็บไซต์ จังหวัดชุมพร
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดชุมพร

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ชุมพร มีชื่อปรากฏมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1098 โดยมีฐานะเป็นเมืองสิบสองนักษัตรของราชอาณาจักรนครศรีธรรมราช ใช้รูปแพะเป็นตราเมือง และเป็นเมืองหน้าด่านฝ่ายเหนือ เพราะอยู่ตอนบนของภาคใต้

ใน พ.ศ. 1997 รัชสมัยแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ปรากฏในกฎหมายตราสามดวงว่า เมืองชุมพรเป็นเมืองตรี อาณาจักรฝ่ายใต้ของราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ในช่วงนี้ชนชาติจาม แห่งราชอาณาจักรจามปา ถูกชาวเวียดนามรุกราน ชาวจามกลุ่มนี้อพยพเข้าสู่กรุงศรีอยุธยาครั้งแรก ปรากฏว่ามี "อาสาจาม" ในแผ่นดินนี้ เพื่อการขยายอาณานิคมของกรุงศรีอยุธยา ส่วนหนึ่งต้องมารักษาด่านเมืองชุมพร ซึ่งเป็นเมืองตรี และตั้งชาวจาม เป็นเจ้าเมืองชุมพร และดินแดนแถบนี้ขึ้นตรงต่อกรุงศรีอยุธยา เนื่องด้วย ชาวจาม มีความสามารถในการรบ ที่มีชื่อเสียง เช่น กองอาสาจาม เป็นทหารชั้นดี มีวินัย เชี่ยวชาญการเดินเรือ รับใช้ราชสำนักมานาน และเก่งการค้ามาหลายพันปี

และต่อมาระหว่าง ปี พ.ศ. 2173 - 2199 ในแผ่นดิน พระเจ้าปราสาททองแห่งราชอาณาจักกรุงศรีอยุธยา ได้กวาดต้อนชาวเมืองแถง หรือ (เดียนเบียนฟู) อยู่ในประเทศเวียดนาม และชาวเมืองพงสาลี อยู่ในประเทศลาว มาเป็นพลเมือง เมืองชุมพร เมืองปะทิว(อำเภอปะทิว) เพื่อทำการเกษตรกรรม และเมืองท่าการค้าสำคัญ ตั้งแต่นั้นมา

เดิมชาวจามนับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู พ.ศ. 1400 นับถือศาสนาพุทธมหายาน และเมื่อค้าขายกับอาหรับก็นับถือ ศาสนาอิสลาม แต่ชาวจามที่มาอยู่เมืองชุมพร ต่อมานับถือ ศาสนาพุทธ มีวัฒนธรรม ประเพณี เหมือนกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 500 -600 ปี ที่ชาวจาม เข้าปกครองเมืองชุมพร และดินแดนแถบนี้จนแทบจะไม่เหลือวัฒนธรรมเดิมเลย เช่น ข้าวต้มใบพ้อ ที่ใช้ในงานมงคล เช่นเดียวกับชาวมุสลิม บ้านกาลอ ตำบลกาลอ อำเภอรามัญ จังหวัดยะลา ก็สูญหายไม่ได้ใช้ในงานมงคลแล้ว

ประวัติเมืองชุมพร[แก้]

คำว่า ชุมพร มีผู้สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากคำว่า “ชุมนุมพล” เนื่องจากเป็นเมืองหน้าด่าน การเดินทัพไม่ว่าจะมาจากฝ่ายเหนือหรือว่าฝ่ายใต้ ล้วนเข้ามาตั้งค่ายชุมนุมพลกันที่นี่ จึงเรียกจุดนี้ว่า “ชุมนุมพล” ต่อมาเพี้ยนเป็น ชุมพร อีกประการหนึ่ง ในการเดินทางไปทำศึกสงครามของแม่ทัพนายกองตั้งแต่สมัยโบราณมา เมื่อจะเคลื่อนพลจะต้องทำพิธีส่งทัพโดยการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ได้รับชัยชนะในการสู้รบ เป็นการบำรุงขวัญทหารในสถานที่ชุมนุม เพื่อรับพรเช่นนี้ ตรงกับความหมายชุมนุมพรหรือประชุมพร ซึ่งทั้งสองคำนี้อาจเป็นต้นเหตุของคำว่า “ชุมนุมพร” เช่นเดียวกัน

แต่อีกทางหนึ่งสันนิษฐานว่า น่าจะได้มาจากชื่อพันธุ์ไม้ธรรมชาติในท้องถิ่น ได้แก่ ต้นมะเดื่อชุมพร เพราะที่ตั้งของเมืองชุมพรนั้นอยู่บนฝั่งแม่น้ำท่าตะเภา มีต้นมะเดื่อชุมพรขึ้นอยู่มากมาย ต้นมะเดื่อชุมพรจึงเป็นสัญลักษณ์ส่วนหนึ่งของ ตราประจำจังหวัดชุมพร

สมัยกรุงสุโขทัย[แก้]

เมืองชุมพรเป็นเมืองมีเจ้าเมืองปกครองมายาวนาน ในสมัยสุโขทัยนั้น เป็นเมืองขึ้นต่ออาณาจักรนครศรีธรรมราช ในฐานะเมืองอาณานิคม และเป็นเมืองหน้าด่าน ฝ่ายเหนือ หรือเมืองปีมะแม ถือตราแพะ เป็น 1 ในเมือง 12 เมือง หรือเรียกว่า เมืองสิบสองนักษัตร ของอาณาจักรนครศรีธรรมราช

สมัยกรุงศรีอยุธยา[แก้]

เมืองชุมพรในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น เมื่อกรุงศรีอยุธยาเรืองอำนาจ ในแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้แผ่ขยายอาณานิคมลงทางใต้ ชาวจาม มาอยู่ที่เมืองชุมพร เนื่องด้วย ชาวจาม มีความสามารถ การค้า การเดินเรือ และการรบ จะเห็นได้จากทหาร อาสาจาม เป็นทหารชั้นดี ที่รับใช้ราชสำนักตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา มีความสามารถการรบ และการเดินเรือ อย่างเชี่ยวชาญ ตั้งแต่นั้นจนทำให้เมืองชุมพร ต้องขึ้นต่ออาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ในฐานะเมืองอาณานิคม และเป็นเมืองหน้าด่าน ฝ่ายใต้ และเป็นเมืองท่าการค้าสำคัญ ของอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา เมืองชุมพรจึงมีบทบาทเป็นเมืองหน้าด่าน มาแต่โบราณในอาณาจักรนครศรีธรรมราช และอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ทำให้ไม่มีการก่อสร้างวัตถุถาวรได้ ดังนั้นชาวชุมพรจึงเป็นลูกหลานนักรบที่แท้จริง และควรให้สมญานามบรรพบุรุษว่า “วีรบุรุษนักรบแห่งคอคอดกระ ดินแดนสองฝั่งทะเล" จากการทำศึกสงครามอย่างต่อเนื่องในแต่ละยุคแต่ละสมัย

สมัยกรุงธนบุรี[แก้]

เมืองชุมพรในสมัยกรุงธนบุรีไม่ค่อยมีบทบาทมากนักเพราะอยู่ในภาวะสงครามของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทั้งรัชกาล และสืบเนื่องจาก พระชุมพร (พวย) นำกำลังกองทัพบก กองทัพเรือ เมืองชุมพร กำลังพลประมาณ 800 คน ได้สูญเสียจากการรบในช่วงกรุงแตกที่ ค่ายบางกุ้ง จากการส่งกำลังเข้ารักษาพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2305-2308 และเข้าร่วมรบเพื่อตีเมืองนครศรีธรรมราช จึงทำให้เกิดการล้าของชาวเมืองชุมพร

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์[แก้]

ตั้งแต่แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมืองชุมพรเป็นเมืองท่าค้าขายสำคัญ จนถึงในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ชาวจามยังมีบทบาทในดินแดนแทบนี้ ต่อมา รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งเป็น มณฑลชุมพร ต่อมามีการยุบการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลเป็นจังหวัด ชุมพรจึงมีฐานะเป็นจังหวัด และเมื่อ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สามารถเดินเรือได้เอง ชาวจามก็หมดบทบาทลงในเวลาต่อมา

อาณาเขตการปกครอง[แก้]

เจ้าเมืองชุมพร ปกครองอาณาเขตเมืองชุมพร ซึ่งเป็นเมืองตรี มีเมืองจัตวาเป็นเมืองขึ้น 8 เมือง ดังนี้

เจ้าเมืองชุมพร เป็นเชื้อสายจาม สืบเชื้อสายหลายพันปี ในสมัยกรุงศรีอยุธา จนถึง สมัยกรุงธนบุรี มีบรรดาศักดิ์ นามว่า "ออกญาเคาะงะ" เป็นภาษาจาม หรือ พระชุมพร ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เปลี่ยนบรรดาศักดิ์ นามว่า พระยาชุมพร และ พระยาเพชรกำแหงสงคราม ตามด้วยชื่อ และต่อได้ยกเลิกให้ใช้บรรดาศักดิ์เดิม

รายชื่ออดีตเจ้าเมืองชุมพร[แก้]

เจ้าเมืองชุมพร มักเรียก พระยาชุมพร โดยไม่เรียกบรรดาศักดิ์ใหม่ เช่น พระยาเพชรกำแหงสงคราม หรือ เลื่อนบรรดาศักดิ์สูงกว่าแต่ยังเรียก พระยาชุมพร เหมือนเดิม ต่อจากนั้นไม่ได้ใช้บรรดาศักดิ์ พระยาเพชรกำแหงสงคราม แต่ใช้ยศหรือบรรดาศักดิ์ ที่ได้รับพระราชทานมาแต่เดิม มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2445 เป็นต้นมา

รายชื่อผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร[แก้]

  • 1 พระยารัตนเศรษฐี (คอซิมก๊อง ณ ระนอง) พ.ศ. 2439 (ร.ศ.115)
  • 2 หลวงสวัสดิ์บุรีรมย์ พ.ศ. 2440 - 2441
  • 3 พระเพชรกำแหงสงคราม (มะลิ ยุกตนันท์) พ.ศ. 2442 - 2448
  • 4 พระยาสุราฤทธิ์ภักดี 1 เมษายน 2449 - 30 มิถุนายน 2451
  • 5 พระยาสำเริงนฤปการ 1 มกราคม 2451 - 30 มิถุนายน 2452
  • 6 พระยาวิเศษชัยชาญ 1 มกราคม 2452 - 30 มิถุนายน 2455
  • 7 พระยาราชพินิจจัย (ชุม โอสถานนท์) 1 เมษายน 2456 - 30 ตุลาคม 2458
  • 8 พระเทพราชธานี 1 เมษายน 2458 - 30 มีนาคม 2459
  • 9 พระชุมพรบุรีศรีสมุทร์เขต (บัว) 1 เมษายน 2460 - 30 กันยายน 2464
  • 10 พระยาพิพิธลำพลวิมลภักดี 31 ตุลาคม 2464 - 31 มกราคม 2471
  • 11 พระยาสัจจาภิรมย์อุดมราชภักดี 1 พฤษภาคม 2471 - 31 มกราคม 2473
  • 12 พระระนองธานี 1 มิถุนายน 2473 - 31 พฤศจิกายน 2476
  • 13 พ.ต.อ.พระราชญาติรักษา (ประกอบ บุนนาค) 30 มีนาคม 2475 - พฤศจิกายน 2476
  • 14 พระยาอมรฤทธิ์ธำรง 1 มีนาคม 2476 - 9 กันยายน 2478
  • 15 น.ท.หลวงสุนาวินวิวัฒน์ ร.น. 1 ธันวาคม 2478 - 1 เมษายน 2481
  • 16 หลวงจรูญประสาสน์ (จรูญ คชภูมิ) 1 พฤษภาคม 2481 - 31 ธันวาคม 2485
  • 17 ขุนบริรักษ์บทวสัญช์ (ชุ่ม) 1 มกราคม 2486 - 31 ตุลาคม 2486
  • 18 นายวิเศษ สรรค์ประศาสน์ 1 พฤศจิกายน 2486 - 30 มีนาคม 2487
  • 19 นายเกษม อุทยานิน 3 กรกฎาคม 2487 - 31 กรกฎาคม 2487
  • 20 นายเนื่อง ปาณิกบุตร 1 มกราคม 2488 - 30 มิถุนายน 2488
  • 21 นายชอบ ชัยประภา 1 กรกฎาคม 2488 - 20 มิถุนายน 2489
  • 22 พระนิกรบดี 12 กันยายน 2489 - 15 มกราคม 2490
  • 23 นายปลั่ง ทัศนประดิษฐ์ 18 มกราคม 2490 - 2 ธันวาคม 2492
  • 24 ขุนรัตนวรพงศ์ 7 ธันวาคม 2492 - 17 กรกฎาคม 2493
  • 25 นายแสวง ทับทอง 21 กรกฎาคม 2495 - 17 กรกฎาคม 2500
  • 26 นายส่ง มีมุทา 12 กรกฎาคม 2500 - 30 กันยายน 2511
  • 27 นายประพัฒน์ บุญช่วย 1 ตุลาคม 2511 - 30 กันยายน 2514
  • 28 นายชวน พรพงศ์ 1 ตุลาคม 2514 - 30 กันยายน 2515
  • 29 นายลิขิต รัตนสังข์ 1 ตุลาคม 2515 - 30 กันยายน 2516
  • 30 นายประชุม บุญประคอง 1 ตุลาคม 2516 - 12 กุมภาพันธ์ 2518
  • 31 น.อ.จำลอง ประเสริฐยิ่ง ร.น. 13 กุมภาพันธ์ 2518 - 30 กันยายน 2519
  • 32 นายอรุณ รุจิกัณหะ 1 ตุลาคม 2519 - 31 มกราคม 2522
  • 33 นายบุญนาค สายสว่าง 1 กุมภาพันธ์ 2522 - 30 กันยายน 2523
  • 34 นายเติมศักดิ์ สมันตรัฐ 1 ตุลาคม 2523 - 24 เมษายน 2524
  • 35 นายพจน์ อินทวิเชียร 1 มิถุนายน 2524 - 30 กันยายน 2529
  • 36 ร.ต.เบญจกุล มะกะระธัช 1 ตุลาคม 2529 - 30 กันยายน 2531
  • 37 นายปัญญา ฤกษ์อุไร 1 ตุลาคม 2531 - 30 กันยายน 2532
  • 38 นายสุชาญ พงษ์เหนือ 1 ตุลาคม 2532 - 30 กันยายน 2533
  • 39 นายกนก ยะสารวรรณ 1 ตุลาคม 2533 - 30 กันยายน 2534
  • 40 นายปริญญา นาคฉัตรีย์ 1 ตุลาคม 2534 - 30 กันยายน 2535
  • 41 นายประยูร พรหมพันธ์ 1 ตุลาคม 2535 - 30 กันยายน 2537
  • 42 นายประพัฒนพงษ์ บำเพ็ญสิทธ์ 1 ตุลาคม 2537 - 30 กันยายน 2539
  • 43 นายคงศักดิ์ ลิ่วมโนมนต์ 1 ตุลาคม 2539 - 19 ตุลาคม 2540
  • 44 นายสุรพล กาญจนจิตรา 20 ตุลาคม 2540 - 30 กันยายน 2542
  • 45 นายศักดิ์ เตชาชาญ 1 ตุลาคม 2542 - 30 กันยายน 2543
  • 46 ม.ล.ประทีป จรูญโรจน์ 2 ตุลาคม 2543 - 30 กันยายน 2545
  • 47 นายเมฆินทร์ เมธาวิกูล 1 ตุลาคม 2545 - 30 กันยายน 2547
  • 48 นายอานนท์ มนัสวานิช 1 ตุลาคม 2547 - 30 กันยายน 2548
  • 49 นายพินัย อนันตพงศ์ 1 ตุลาคม 2548 - 13 พฤษภาคม 2550
  • 50 นายสุวัฒน์ ตันประวัติ 14 พฤษภาคม 2550 - 30 กันยายน 2550
  • 51 นายมานิต วัฒนเสน 1 ตุลาคม 2550 - 19 ตุลาคม 2551
  • 52 นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ 20 ตุลาคม 2551 - 9 มิถุนายน 2553
  • 53 นายพินิจ เจริญพานิช 9 มิถุนายน 2553 – 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555
  • 54 นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า 1 ตุลาคม 2555 – ปัจจุบัน


บุคคลที่มีชื่อเสียง[แก้]

  • นายสุพล จุลใส นายกองค์การบริหารส่วน จ.ชุมพร
  • นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ชุมพร พรรค ปชป.
  • นางสุจิตรา (จุลใส)อุสิทธิ์ นายก อบต.นาสัก สวี ผู้นำอนุรักษ์ป่าต้นน้ำจ.ชุมพร

ภูมิประเทศ[แก้]

จังหวัดชุมพรนับเป็นประตูสู่ภาคใต้ (เมื่อลงจากภาคกลาง) มีพื้นที่ทางเหนือติดต่อกับอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทางตะวันออกติดชายฝั่งอ่าวไทย ด้านใต้ติดกับอำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และทางตะวันตกติดต่อกับ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง และส่วนหนึ่งติดกับประเทศสหภาพพม่า

สภาพพื้นที่ทั่วไปไม่มีภูเขาสูง เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำสำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำท่าตะเภา ในอำเภอเมืองชุมพร มีความยาว 33 กิโลเมตร แม่น้ำสวี ในอำเภอสวี มีความยาว 50 กิโลเมตร และ แม่น้ำหลังสวน ในอำเภอหลังสวน มีความยาว 100 กิโลเมตร แม่น้ำทุกสายไหลลงสู่อ่าวไทย ในทะเลนอกฝั่งของจังหวัดชุมพร มีเกาะน้อยใหญ่เกือบ 50 เกาะ

ภูมิอากาศ[แก้]

สภาพภูมิอากาศของจังหวัดชุมพรคล้ายกับจังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้ กล่าวคือ มีฤดูฝนมากกว่าฤดูอื่น นั่นคือ ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนมกราคม ส่วนฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม โดยมีลมมรสุมพัดผ่าน

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองแบ่งออกเป็น 8 อำเภอ 70 ตำบล 674 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองชุมพร
  2. อำเภอท่าแซะ
  3. อำเภอปะทิว
  4. อำเภอหลังสวน
  5. อำเภอละแม
  6. อำเภอพะโต๊ะ
  7. อำเภอสวี
  8. อำเภอทุ่งตะโก
 แผนที่

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

การเดินทาง[แก้]

รถยนต์[แก้]

จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทาง พุทธมณฑล นครปฐม-เพชรบุรี หรือเส้นทางสาย ธนบุรี-ปากท่อ (หมายเลข 35) แล้วแยกที่อำเภอปากท่อ เข้า ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จนถึงสี่แยกปฐมพร จากนั้นแยกซ้ายเข้าตัวเมืองชุมพร ตาม ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 327 อีกประมาณ 8 กิโลเมตร

อากาศ[แก้]

รถโดยสารประจำทาง[แก้]

มีรถโดยสารธรรมดา ของบริษัท ขนส่ง จำกัด ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ไปชุมพร ทุกวัน สำหรับเที่ยวกลับจากชุมพร เข้ากรุงเทพ ขึ้นรถได้ที่ ถนนทวีสินค้า

รถไฟ[แก้]

การคมนาคมภายในจังหวัดชุมพร และไปต่างจังหวัด[แก้]

ท่าเรือไปเกาะเต่า[แก้]

ท่าเรือไปเกาะเต่า และเกาะนางยวนนั้น อยู่ที่จังหวัดชุมพร ไม่ไกลจากตัวเมืองชุมพร

การศึกษา[แก้]

ระดับอุดมศึกษา[แก้]

โรงเรียน[แก้]

ชาวชุมพรที่มีชื่อเสียง[แก้]

นายปริญญา นาคฉัตรีย์ - อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย,อดีตอธิบดีกรมการปกครอง

อ้างอิง[แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จานวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556
  3. บ้านต้นไทร บันทึกตระกูลขุนไกร นายอากร แห่งราชอาณาจักรอยุธยาปลาย

ดูเพิ่ม[แก้]