เซ็นทรัลเวิลด์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เว็บย่อ:
CW

เซ็นทรัลเวิลด์

ภาพรวมของ CentralWorld
ที่ตั้ง 4, 4/1-4/2, 4/4 ถนนราชดำริห์ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เปิดบริการ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และห้างเซน พ.ศ. 2532
ห้างอิเซตัน พ.ศ. 2535
เซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่า (เข้าซื้อกิจการ และเปลี่ยนชื่อศูนย์การค้า) พ.ศ. 2545
เซ็นทรัลเวิลด์ (ปรับปรุงโครงสร้างใหม่ทั้งหมด และเปลี่ยนชื่อศูนย์การค้าครั้งที่สอง) พ.ศ. 2549
เซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์ พ.ศ. 2554
กรูฟ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ พ.ศ. 2556
สถานะ เปิดให้บริการบางส่วน
ปิดบริการ โซน Beacon ชั้น 7-8
บริหารโดย บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา
พื้นที่ 550,000 ตารางเมตร
ความจุที่จอดรถ 7,000 คัน
จำนวนชั้น 9 ชั้น (ศูนย์การค้า)
7 ชั้น (เซน เมก้าสโตร์)
13 ชั้น (อาคาร เซนเวิลด์)
6 ชั้น (ห้างสรรพสินค้า อิเซตัน)
51 ชั้น (อาคารสำนักงาน)
55 ชั้น (โรงแรม)
2 ชั้น (อาคารกรูฟ)
เว็บไซต์ www.centralworld.co.th

เซ็นทรัลเวิลด์ เดิมชื่อ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เป็นโครงการศูนย์การค้า โรงแรม และอาคารสำนักงาน ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ถนนราชดำริ ตัดกับถนนพระราม 1 เป็นศูนย์การค้าครบวงจรที่มีพื้นที่รวมใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของอาเซียน มีพื้นที่ขายมากเป็นอันดับเจ็ดของโลก นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ชั้น 1 มากเป็นอันดับสามของโลก รองจากท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ และหอคอยอบราจ อัล เบท ประเทศซาอุดีอาระเบีย[1]

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

พื้นที่ของศูนย์การค้าเป็นที่ตั้งเดิมของวังเพ็ชรบูรณ์ วังที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย ต่อมาเมื่อสมเด็จเจ้าฟ้าฯ สิ้นพระชนม์ นักธุรกิจญี่ปุ่นได้ขอซื้อที่ดินบริเวณวังเพื่อก่อสร้างห้างไทยไดมารู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศูนย์การค้าราชประสงค์ จากนั้น บริษัท วังเพชรบูรณ์ โดยนายอุเทน เตชะไพบูลย์ ได้เช่าที่ดินนี้จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อก่อสร้างห้างสรรพสินค้า

เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2525 และเปิดดำเนินการเมื่อ พ.ศ. 2532 ประกอบด้วยห้างสรรพสินค้าเซน (ZEN) และ อิเซตัน (Isetan) แต่ในปลายปี 2545 ทางบริษัท วังเพชรบูรณ์ ประสบปัญหาทางการเงิน ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างโรงแรมและอาคารสำนักงานให้แล้วเสร็จ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จึงเปิดโอกาสให้บริษัทอื่นเข้ามาประมูลเป็นผู้บริหารศูนย์การค้า รวมทั้งพัฒนาพื้นที่และต่อเติมอาคารให้แล้วเสร็จตามข้อตกลงในคู่สัญญา โดยมีการเปิดประมูลและปรับโครงสร้างจากเดิมด้วยวิธีการเปลี่ยนถ่ายสัญญาไปเป็น โดยมีกลุ่มเซ็นทรัลและเดอะมอลล์ เป็นผู้เข้าร่วมประมูล

ปัจจุบันโครงการนี้บริหารงานโดย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (CPN) โดยในระยะแรกเป็นการปรับปรุงและต่อเติมอาคารสำนักงาน ที่ทางเจ้าของพื้นที่เดิมได้สร้างไว้แต่ยังไม่แล้วเสร็จ จากนั้นจึงเริ่มปรับปรุงในส่วนของศูนย์การค้าโดยเปลี่ยนชื่อเป็น เซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่า (Central World Plaza) และสร้างเซ็นทรัลเวิลด์สกายวอล์ก (CentralWorld Skywalk) ทางเชื่อมลอยฟ้าระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีชิดลม และสถานีสยาม โดยความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

ต่อมาในปี 2549 บริษัทได้มีการปรับปรุงทั้งบริเวณโดยรอบทั้งหมด ต่อเติมโครงสร้างที่เหลือจากชั้นบนเป็นพื้นที่สำหรับส่วนการพัฒนาเป็นลานกิจกรรม และสร้างอาคาร Zen รวมทั้งภัตตาคารและส่วนโรงแรมซึ่งต่อเติมไปจากช่วง อิเซตัน พร้อมกับเปลี่ยนชื่อศูนย์การค้าเป็นเซ็นทรัลเวิลด์ ถือเป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียเป็นอันดับ 2 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดศูนย์การค้า เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

การแบ่งพื้นที่ภายในศูนย์การค้า[แก้]

เซ็นทรัลเวิลด์ได้เพิ่มโซนจากเดิม 3 โซน เป็น 7 โซน และ 4 อาคารประกอบ ดังต่อไปนี้

  • Atrium เอเทรียม เป็นโซนตกแต่งแบบหรูหรา สถาปัตยกรรมทรงโค้งเหมือนคลื่น
  • Beacon บีคอน มีลานกว้างรูปเปลือกหอย และเพดานรูปหยดน้ำ Marquise เป็นเอกลักษณ์ของโซน
  • Central Court เซ็นทรัลคอร์ท เป็นจุดเชื่อมต่อของศูนย์การค้า ลักษณะเป็นลานวงกลมใหญ่ จุดเด่นคือ ลิฟท์แก้วแบบพาโนรามา 360 องศา 2 ตัว และ บันไดเลื่อนแบบวนรอบ
  • Dazzle แดสเซิล จุดเด่นคือเป็นที่ตั้งร้านค้าค้าปลีกชั้นนำในโซนเดียว รวมทั้งเป็นที่ตั้งของลิฟท์ทางเชื่อมสู่บางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ อีกด้วย
  • Eden อีเดน จุดเด่นเป็นลานทรงสี่เหลี่ยมพื้นผ้า มีเพดานสูง โทนสีขาวสบายตา และติดตั้งโมบายพลาสติกใสที่จะมีแสงส่อง เสมือนว่าเปลี่ยนสีได้
  • Forum ฟอรัม จุดเด่นคือเป็นลานที่มีลาน Ice Skate,ร้าน iStudio ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน และมีแผงกั้นทางเดินที่เปลี่ยนสีได้
  • The Offices at CentralWorld ดิออฟฟิศเซส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ อาคารสำนักงาน มีลิฟท์ความเร็วสูง ใช้ระบบคีย์การ์ด
  • Centara Grand Hotel โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว พร้อมภัตตาคารลอยฟ้า และศูนย์แสดงสินค้าและห้องประชุม
  • Zen World เซน เวิลด์ อาคารที่รวบรวมความบันเทิง อยู่ด้านบนห้างสรรพสินค้าเซน และยังมีร้านอาหารมุมมองพาโนรามา ฟิตเนส
  • Isetan อิเซตัน ห้างสรรพสินค้าสัญชาติญี่ปุ่นที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
  • Groove @ CentralWorld กรูฟ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ อาคารรวมร้านอาหารระดับโลก ตั้งอยู่ด้านหน้าอาคาร The Offices at CentralWorld ติดถนนพระรามที่ 1 เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 01.00 น. ของวันถัดไป

อาคารและสถานที่สำคัญภายในบริเวณศูนย์การค้า[แก้]

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์[แก้]

เซน เมก้า สโตร์

เซ็นทรัลเวิลด์เป็นศูนย์การค้าชูจุดเด่นเป็นไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์กของกรุงเทพ มีร้านค้ามากกว่า 560 ร้านค้า ร้านอาหาร 126 ร้านอาหาร, โรงภาพยนตร์, ฟู้ดฮอลล์, ห้องสมุด

  • ร้านสินค้าแบรนด์เนม เช่น Next, Billabong, Camper, Country Road, Ted Baker, Zara, Episode, Miss Sixty, TOPSHOP, TOPMAN, British India, H&M, Uniqlo
  • ร้านอาหาร โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก คือ Balcony on 3rd, Heaven on 7th และ Groove
  • จีเนียส พาร์ค แหล่งรวมสถาบันพัฒนาความสามารถเด็ก โดยพัฒนาจากพื้นที่ เอเชี่ยน เซนส์เซส เดิม (ชั้น 6 โซนแดซเซิล)
  • ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น
  • เอสเอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เป็นโรงภาพยนตร์ในเครือเอสเอฟ ซีเนม่า กรุ๊ปจำนวน 15 โรง (ชั้น 7 8 และ 9 โซนเซ็นทรัลคอร์ท/แดซเซิล) โดย World Max Screen เป็นโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ที่สุด ความจุ 800 ที่นั่ง นอกจากนี้ ยังมีโรงภาพยนตร์ระบบ Sony Digital 3D ระบบ Sony Digital 4K และยังเป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์ระบบเสียง Dolby Atmos โรงแรกของประเทศไทย
  • เอสบี ดีไซน์ สแควร์ แหล่งรวมเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ตกแต่งบ้าน และไอเดียตกแต่งบ้านที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย บริหารโดย บริษัท เอส.บี. เฟอร์นิเจอร์ จำกัด (ชั้น 5 โซนแดซเซิล และกระจายอยู่ในโซนบีคอนและเซ็นทรัลคอร์ท)
  • อุทยานการเรียนรู้ (ทีเคพาร์ค) ห้องสมุดทันสมัยแห่งแรกในประเทศไทย บริหารโดย สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (ชั้น 8 โซนแดซเซิล)
  • เมืองไทย จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์เฮาส์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ (เดิม - เซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์) เป็นหอประชุมสำหรับจัดกิจกรรม คอนเสิร์ต ความจุ 3,000 ที่นั่ง รวมถึงสตูดิโอสำหรับถ่ายทำรายการโทรทัศน์ของช่องจีเอ็มเอ็มวัน และจีเอ็มเอ็ม แชนแนล โดยจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ทำสัญญาเช่าพื้นที่กับเซ็นทรัลพัฒนา อายุสัญญา 12 ปี
  • ห้างสรรพสินค้าอิเซตัน (Isetan) ห้างสรรพสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น สาขาเดียวในประเทศไทย (ชั้น 1-6 โซนบีคอน)
  • ห้างสรรพสินค้าเซน (ZEN) ชูจุดเด่น "The First Ever Asia Trendy Mega Store" ตัวห้างแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก คือ เซน เมก้าสโตร์ (ZEN Mega Store) (ชั้น 1-7 โซนเอเทรียม) ซึ่งเป็นส่วนสรรพสินค้า และ เซน เวิลด์ (ZENWorld) (ชั้น 9-20 บนพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าเซน) ซึ่งเป็นส่วนบริการต่าง ๆ เช่น ฟิตเนส หน่วยบริการการศึกษา ลานกิจกรรม สวนหย่อม ร้านอาหาร และยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปเรชัน จำกัด (มหาชน) รวมถึงสำนักงานบริหารโครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี นอกจากนี้ อาคารเซนเวิลด์ด้านถนนราชดำริ ยังมีการติดตั้งจอแอลอีดีแนวตั้งที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์อีกด้วย[ต้องการอ้างอิง]

อาคารสำนักงาน ดิ ออฟฟิเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์[แก้]

เป็นอาคารสำนักงานอัจฉริยะอาคารแรกในประเทศไทย[ต้องการอ้างอิง] ตัวอาคารมีความสูง 45 ชั้น มีระบบการจัดการการจราจรในแนวตั้งด้วยลิฟท์โดยสารความเร็วสูง และระบบคีย์การ์ดที่ลิฟท์ อาคารดังกล่าวเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของเซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งได้ย้ายออกมาจากอาคารสำนักงานที่เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวเดิม บริษัทในกลุ่มเซ็นทรัลบางบริษัท สำนักงานสาขาประเทศไทยของบริษัทข้ามชาติต่างๆ เช่น ซิสโก้ และหลักทรัพย์ เมย์แบงค์ กิมเอ็ง เป็นต้น รวมถึงค่ายเพลง สไปซีดิสก์ ซึ่งมีผู้ก่อตั้งเป็นทายาทผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัลอีกด้วย

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์[แก้]

โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ และ บางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นโรงแรมระดับห้าดาว ความสูง 55 ชั้น ประกอบด้วยห้องพัก จำนวน 505 ห้อง ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า ห้องอาหาร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

พื้นที่ใช้สอยอื่น ๆ[แก้]

  • ลานกิจกรรมเซ็นทรัลเวิลด์สแควร์ (CentralWorld Square) แบ่งออกเป็น 4 โซน
    • โซน A (ฝั่ง ZEN) เป็นที่ตั้งของลานน้ำพุ และประติมากรรมปลาโลมาที่เซ็นทรัลพัฒนาได้รับจากหอการค้าญี่ปุ่น กรุงเทพฯ ในโอกาสครบ 120 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ เมื่อปี พ.ศ. 2550 ซึ่งย้ายมาจากลานหน้าอาคารสำนักงานซึ่งปรับปรุงเป็นอาคารกรูฟ
    • โซน B (ตรงข้ามโรงแรมอโนมา)
    • โซน C
    • โซน D เป็นที่ตั้งของ Take a Look Screen จอแอลอีดีกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย รวมทั้งประติมากรรมรูปเคารพพระพิฆเนศวรและพระตรีมูรติ ซึ่งองค์หลังย้ายมาจากหน้า ZEN อีกด้วย
  • เซ็นทรัลเวิลด์ อเวนิว (CentralWorld Avenue) ถนนที่ตัดผ่านระหว่างเซ็นทรัลเวิลด์กับวัดปทุมวนาราม เป็นทางเข้าสู่ลานจอดรถ อาคารจอดรถและโรงแรม นอกจากนี้ยังมีจุดเชื่อมต่อเซ็นทรัลลิงก์ เชื่อมต่อไปยัง ถนนพญาไท สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ อาคารสยามทาวเวอร์ สยามพารากอน และโรงแรมสยาม เคมเพนสกิ กรุงเทพ เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณแยกปทุมวันต่อเนื่องมายังแยกเฉลิมเผ่าอีกด้วย
  • อาคารจอดรถและลานจอดรถชั้นใต้ดิน รองรับรถยนต์สูงสุด 7,000 คัน เป็นอาคารที่มีพื้นที่จอดรถมากที่สุดในประเทศไทย[ต้องการอ้างอิง]

รางวัล[แก้]

Best of the Best Awards ประจำปี 2010 จากสมาคมศูนย์การค้าระหว่างประเทศ (International Council of Shopping Centers : ICSC)ถือเป็นรางวัลระดับโลก[2]
Thailand Energy Awards ประจำปี 2011 ประเภทอาคารควบคุมดีเด่น โดยกระทรวงพลังงาน
Asean Energy Award ประจำปี 2011 ประเภท Asean Best Practices for Energy Management in Large Building Category : Winner

เซ็นทรัลเวิลด์ในวัฒนธรรมสมัยนิยม[แก้]

ลาน CentralWorld Square

เหตุการณ์สำคัญ[แก้]

ความเสียหายที่เกิดขึ้นในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553[แก้]

อาคารส่วนของ ห้าง ZEN ที่ถล่มลงมา
ZEN World ส่วนที่เหลือ

ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2553 กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน เริ่มใช้พื้นที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เป็นสถานที่ชุมนุมทางการเมือง จนถึงวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าสลายการชุมนุม จนทำให้แกนนำต้องประกาศยุติการชุมนุม และเข้ารายงานตัวกับตำรวจ หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุจลาจลขึ้นทั่วกรุงเทพมหานคร ลุกลามไปสู่ปริมณฑลและต่างจังหวัด โดยจุดหนึ่งที่มีการลอบวางเพลิง และเข้าทุบทำลายอาคารคือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์[3][4]

ด้วยสาเหตุข้างต้น จึงส่งผลให้เซ็นทรัลเวิลด์เกิดเพลิงไหม้ที่ฝั่งห้างสรรพสินค้าเซน โดยเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปควบคุมเพลิงได้เนื่องจากความไม่ปลอดภัยในพื้นที่และถูกขัดขวางจากกลุ่มผู้ชุมนุม หลังเหลิงไหม้ได้ลุกขึ้นนานเกินกว่า 10 ชั่วโมง โดยที่สปริงเกอร์ที่ติดตั้งไว้ในศูนย์การค้าไม่สามารถทำงานได้ และถูกขัดขวางจากกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนที่ปักหลักต่อต้านเจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาดับเพลิง เริ่มส่งผลให้ส่วนของห้างสรรพสินค้าเซนทรุดตัวลงจนด้านหน้า (บริเวณป้ายโลโก้เซ็นทรัลเวิลด์) ถล่มลงมา จนในเวลา 02.00 น. วันที่ 20 พฤษภาคม เจ้าหน้าจึงสามารถควบคุมเพลิงได้[5]

หลังจากนั้นเซ็นทรัลพัฒนาได้เข้ามาสำรวจสภาพของศูนย์การค้าที่คงเหลืออยู่ในวันถัดมา พบว่าเพลิงไหม้ได้ทำลายตัวอาคารประมาณหนึ่งในสาม โดยส่วนของห้างสรรพสินค้าเซน ได้รับความเสียหายมากที่สุด ส่วนโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ อาคารสำนักงาน และอาคารอิเซตัน ไม่ได้รับความเสียหาย ต่อมา เซ็นทรัลพัฒนา แถลงข่าวชี้แจงว่า การซ่อมแซมจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการอย่างสมบูรณ์ ประมาณเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2554 หลังจากนั้นไม่นานส่วนของห้างสรรพสินค้าอิเซตัน ก็สามารถเปิดให้บริการตามปกติได้ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ส่วนศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ได้เปิดให้บริการบางส่วนในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553 โดยจะปรับภูมิทัศน์ใหม่ ให้เป็นสวนกลางใจเมือง เสริมเทคโนโลยี ที่สามารถเปลี่ยนสีสันของแต่ละโซน ได้ตามช่วงเวลาของวัน และเพิ่ม "เดอะริงก์" ลานสเก็ตน้ำแข็งในร่มขนาดใหญ่ บริเวณหน้าบีทูเอส[ต้องการอ้างอิง]

จากเหตุการณ์ในครั้งนี้เซ็นทรัลพัฒนาต้องสูญเสียรายได้บางส่วน ซึ่งประกอบไปด้วยรายได้จากการเช่าพื้นที่ที่จำเป็นต้องละเว้นให้กับร้านค้าผู้เช่า เนื่องจากไม่สามารถเปิดทำการได้ตามปกติ รวมถึงรายได้สัมพัทธ์รายการอื่นๆ เป็นต้น นอกจากนี้บริษัท ยังต้องบันทึกค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมโครงการทั้งหมดเอง โดยระหว่างนั้นเซ็นทรัลพัฒนาได้แจ้งไปยังบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน เพื่อขอเบิกค่าสินไหมทดแทนกรณีที่อาคารถูกเพลิงไหม้ แต่เทเวศประกันภัยกลับแจ้งว่าเหตุการณ์นี้เป็นเหตุก่อการร้ายจึงไม่ได้เข้าเงื่อนไขการเบิกสินไหมทดแทน ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานเซ็นทรัลพัฒนาก็ได้ดำเนินการฟ้องร้องเทเวศประกันภัยต่อศาลฎีการ่วมกับ กองทุนรวมธุรกิจไทยสี่ (ในฐานะโจกท์คนที่หนึ่ง) บริษัท เซ็นทรัลเวิลด์ จำกัด (ในฐานะโจกท์คนที่สาม) และบริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด (ในฐานะโจกท์คนที่สี่) ในเวลาต่อมา[6] รวมถึงได้ยื่นฟ้องร้องเอาผิดกลุ่มคนเสื้อแดงในข้อหาบุกรุกและทำลายทรัพย์สินกับศาลอาญาด้วย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2556 ศาลได้มีคำสั่งตัดสินเกี่ยวกับสองคดีที่เซ็นทรัลพัฒนายื่นฟ้องร้องไป โดยคดีแรกที่ได้รับการตัดสินก็คือคดีการเบิกสินไหมทดแทน โดยศาลแพ่งตัดสินว่าให้เทเวศประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับเซ็นทรัลพัฒนาเป็นจำนวนเงิน 2,719 ล้านบาทสำหรับค่าความเสียหายของทรัพย์สิน รวมถึงค่าชดเชยทดแทนกรณีเหตุธุรกิจหยุดชะงักอีก 989 ล้านบาท โดยให้จ่ายรวมดอกเบี้ยอีก 7.5% ต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554 ไปจนกว่าจะชำระครบทั้งหมด พร้อมทั้งจ่ายค่าทนายและค่าดำเนินการทั้งหมดให้แก่เซ็นทรัลพัฒนาอีก 60,000 บาทด้วย ทำให้ผลประกอบการในปี พ.ศ. 2556 ของเซ็นทรัลพัฒนามีการบันทึกรายการเงินสดเข้ามาเพิ่มเติมถึง 3,000 ล้านบาท จากเหตุนี้[7]

ส่วนคดีความที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษที่ 4 ได้ยื่นฟ้องกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ศาลอาญาได้ตัดสินว่าจำเลยทั้งสองนั้นไม่มีความผิดเพราะศาลเห็นว่าในหลักฐานจำเลยทั้งสองเป็นบุคคลที่ถือถังดับเพลิง ไม่ใช่อุปกรณ์วางเพลิง ถึงแม้ว่าจากหลักฐานจะมีภาพถ่ายของยามรักษาความปลอดภัยของศูนย์การค้าที่สามารถจับภาพของกลุ่มคนเสื้อแดงที่บุกทำลายเข้ามาเข้ามาพร้อมโยนขวดเครื่องดื่มชูกำลังที่บรรจุน้ำมันก๊าซพร้อมจุดไฟเอาไว้ได้ จากเหตุนี้ทำให้นายกิตติพงษ์ สมสุข โดนไฟคลอกจนถึงแก่ความตาย แต่ศาลวินิจฉัยว่าพยานที่เห็นเหตุการณ์นั้น อยู่ไกลจากตัวจำเลยที่ 1 ไปเกินกว่า 30 เมตร ศาลจึงพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมดไป[8] แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีการเปิดเผยคลิปหลักฐานที่สามารถชี้ตัวได้ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเป็นฝ่ายบุกทำลายอาคารและลอบวางเพลิงสู่สาธารณะ และคนเปิดเผยคลิปจะนำคลิปนี้ไปให้กับทางเซ็นทรัลพัฒนาเพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลต่อไป[9]

เหตุนั่งร้านถล่มเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2553[แก้]

ในระหว่างการซ่อมแซมห้างสรรพสินค้า ZEN นั้น ได้เกิดเหตุนั่งร้านที่ใช้ค้ำยันเพดานชั้น 7 ได้เกิดทรุดตัวลงและถล่มลงมา ส่งผลให้คนงานเสียชีวิต 2 คน และ ได้รับบาดเจ็บ 6 คน และยังมีถังแก๊สที่ใช้ในการเชื่อมเหล็กได้ถูกแผ่นปูนตกลงมาใส่ ได้เกิดความเสียหายและมีแก๊สรั่วออกมา จึงทำให้ต้องรีบตัดกระแสไฟฟ้า ก่อนใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำเพื่อให้แก๊สเจือจาง สาเหตุนั้นเกิดจากบริเวณระหว่างนั่งร้านชั้น 1 กับชั้น 2 ซึ่งใช้เป็นที่พักของอิฐก่อสร้าง รวมถึงนั่งร้านได้ถูกใช้งานเป็นที่ขนแผ่นพื้นคอนกรีต จึงไม่สามารถแบกรับน้ำหนักเอาไว้ได้ส่งผลให้นั่งร้านพังถล่มลงมาจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว จากเหตุการณ์นี้ส่งผลให้การซ่อมแซมห้างสรรพสินค้า ZEN ต้องระงับการซ่อมแซมไปเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับการออกแบบของแบบแปลนนั่งร้าน [10]

เพลิงไหม้อาคาร ZEN World[แก้]

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้า ZEN ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จุดเกิดเหตุอยู่บนชั้น 11 ของอาคาร ZEN World โดยมีกลุ่มควันโพยพุ่งออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เจ้าหน้าดับเพลิงใช้เวลาเพียง 15 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยตัวอาคารได้รับความเสียหายที่ส่วนฝ้าเพดานและช่องแอร์ ได้ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายกินพื้นที่ประมาณ 15 ตารางเมตร ในเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้นั้นคาดว่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ในขณะที่เกิดเหตุการณ์นั้นศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ยังคงเปิดให้บริการตามปกติอยู่ ซึ่งเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่ได้กระทบกับผู้ที่ใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์[11]

เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม กปปส. มกราคม - กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557[แก้]

เมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557 คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือ กลุ่ม กปปส. ได้เริ่มปักหลักชุมนุมใหญ่ในกรุงเทพมหานครชั้นในกว่า 9 จุด เพื่อเป็นการขัดขวางไม่ให้ข้าราชการ และตำรวจสามารถเดินทางไปทำงานได้ตามปกติ โดยจุดหนึ่งที่มีการตั้งเวทีใหญ่ก็คือบริเวณแยกราชประสงค์ ซึ่งหลังจากที่เริ่มมีการตั้งเวทีการชุมนุม เซ็นทรัลพัฒนาก็ได้ส่งจดหมายด่วนถึงร้านค้าเช่าว่าจะขอปิดศูนย์การค้าเร็วกว่าปกติ ก็คือเวลา 10.00-18.00 น. โดยใช้เวลานี้เท่ากันทั้งอาคารศูนย์การค้าหลักและอาคารกรูฟ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ในช่วงอาทิตย์แรกของการชุมนุม แต่หลังจากนั้นก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงเวลาเปิด-ปิดศูนย์การค้าเป็น 10.00 - 20.00/21.00 น. ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ในแต่ละวัน ก่อนที่จะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติในช่วงอาทิตย์ที่สามของการชุมนุม แต่ภายหลังที่เกิดเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ชุมนุม เซ็นทรัลพัฒนาก็ใช้เวลาในการเปิดปิดศูนย์การค้าเป็นเวลา 10.00-19.00 น. อีกครั้ง และจะประเมินสถานการณ์รายวันต่อไป

จากเหตุการณ์นี้ทำให้เซ็นทรัลเวิลด์ต้องปิดกั้นพื้นที่บริเวณศูนย์การค้าบางส่วนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา รวมถึงปิดตายบริเวณทางเข้าอาคารกรูฟ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ฝั่งถนนพระราม 1 และฝั่งโซนอีเดน และไม่อนุญาตให้รถยนต์ผ่านเข้า-ออกบริเวณถนนพระรามที่ 1 ซึ่งรถที่จะเข้า-ออกศูนย์การค้า จะต้องใช้ทางเลี่ยงด้านหลังสยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์/สยามเซ็นเตอร์ และสยามพารากอนในการเดินทางเข้ามาแทน แต่ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมก็มีการเปิดเส้นทางให้รถยนต์สามารถเข้า-ออกศูนย์การค้าได้จากฝั่งถนนราชดำริตามปกติ อีกทั้งเหตุการณ์นี้ทำให้การตกแต่งภายในของอาคารกรูฟ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ รวมถึงการก่อสร้างศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซีต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากลำเลียงวัสดุก่อสร้างเข้ามาไม่ได้อีกด้วย แต่พอกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศยุติการชุมนุมในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เซ็นทรัลเวิลด์ก็กลับมาเปิดให้บริการตามปกติอีกครั้งตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. สำหรับอาคารศูนย์การค้า และเวลา 10.00-01.00 น. สำหรับอาคารกรูฟ

ผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้เซ็นทรัลพัฒนาต้องปรับลดค่าเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าอีกครั้ง นับเป็นการปรับลดราคาเช่าพื้นที่เป็นครั้งที่สองหลังจากไม่ได้ปรับลดอีกตั้งแต่เหตุชุมนุม พ.ศ. 2553 และทำให้เซ็นทรัลพัฒนาต้องสูญเสียรายได้ไปกว่าร้อยล้านบาทภายในระยะเวลา 2 เดือนที่กลุ่ม กปปส. ใช้พื้นที่บริเวณศูนย์การค้าเป็นที่ชุมนุม

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Forbes list of large shopping malls". Archived from the original on 2013-01-02. 
  2. http://www.cpn.co.th/presscenter/detail.asp?id=215
  3. แดงคลั่งเผาสยามเซ็นเตอร์-เซ็นทรัลเวิลด์พินาศ
  4. ไฟไหม้อาคารเซ็นทรัลเวิลด์ ควันยังพวยพุ่ง
  5. เซ็นทรัลเวิลด์เพลิงเริ่มสงบ วิศวกรรมสถานห่วงถล่มชี้ปกติอาคารรับเพลิงได้แค่2-3ชม. ห้ามปชช.เข้าใกล้
  6. เซ็นทรัลเวิลด์ลั่นฟ้องประกันเบี้ยวจ่ายเพลิงไหม้ ทุ่ม20ล.จัดเคาท์ดาวน์
  7. ศาลแพ่งสั่งเทเวศประกันภัยจ่ายเซ็นทรัลเวิลด์ 3.7 พันล้าน ชดเชยไฟไหม้วันสลายม็อบแดง
  8. ศาลปล่อย2นปช. ยกฟ้อง! เผาเซ็นทรัลเวิลด์
  9. เผยคลิปหลักฐานใหม่! “เสื้อแดง” คลุ้มคลั่งเผาเซ็นทรัลเวิลด์ปี 53
  10. นั่งร้านห้าง ZEN ถล่ม คนงานเสียชีวิต 2 คน ได้รับบาดเจ็บ 6 คน
  11. ไฟไหม้ห้างเซนศูนย์ค้าเซ็นทรัลเวิลด์

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°44′48″N 100°32′21″E / 13.746534°N 100.539220°E / 13.746534; 100.539220