ประเทศปากีสถาน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน
Islamic Republic of Pakistan (อังกฤษ)
اسلامی جمہوریہ پاکستان (อูรดู)
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
คำขวัญIman, Ittehad, Nazm
("ศรัทธา, เอกภาพ, วินัย")
เพลงชาติQaumi Tarana
(เพลงชาติ) [1][2]
เมืองหลวง อิสลามาบัด
33°40′N 73°10′E / 33.667°N 73.167°E / 33.667; 73.167
เมืองใหญ่สุด การาจี
ภาษาทางการ ภาษาอูรดูและภาษาอังกฤษ
การปกครอง สาธารณรัฐอิสลาม
 -  ประธานาธิบดี อาซิฟ อาลี ซาร์ดารี
 -  นายกรัฐมนตรี มีร์ ฮาซาร์ ข่าน โคโซ
เอกราช จาก สหราชอาณาจักร 
 -  ประกาศ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2490 
 -  สาธารณรัฐ 23 มีนาคม พ.ศ. 2499 
พื้นที่
 -  รวม 803,940 ตร.กม. (34)
339,868 ตร.ไมล์ 
 -  แหล่งน้ำ (%) 3.1
ประชากร
 -  2555 (ประเมิน) 178,255,373[3] (6)
 -  ความหนาแน่น 211 คน/ตร.กม. (53)
529 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2548 (ประมาณ)
 -  รวม 404.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (26)
 -  ต่อหัว 2,628 ดอลลาร์สหรัฐ (128)
HDI (2546) 0.527 (กลาง) (135)
สกุลเงิน รูปี (Rs.) (PKR)
เขตเวลา PST (UTC+5:00)
 -  (DST) not observed (UTC+6:00)
ระบบจราจร ซ้ายมือ
โดเมนบนสุด .pk
รหัสโทรศัพท์ 92

ปากีสถาน (อังกฤษ: Pakistan; อูรดู: پاکستان) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน (อังกฤษ: Islamic Republic of Pakistan; อูรดู: اسلامی جمہوریہ پاکستان) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในเอเชียใต้ มีพรมแดนติดกับประเทศอินเดีย อิหร่าน อัฟกานิสถาน และ จีน และมีชายฝั่งติดกับทะเลอาหรับ มีประชากรกว่า 150 ล้านคน มากเป็นอันดับ 6 ของโลก และเป็นประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม ใหญ่เป็นอันดับ 2 และเป็นสมาชิกที่สำคัญของ โอไอซี และเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง

คำว่า "ปากีสถาน" ซึ่งมีความหมายว่า "ดินแดนของชนบริสุทธิ์" ในภาษาอูรดูและภาษาเปอร์เซียนั้น มาจากการรวมชื่อดินแดนในประเทศนี้ ประกอบด้วยปัญจาบ (Punjab) อัฟกาเนีย (Afghania) แคชเมียร์หรือกัศมีร์ (Kashmir) สินธ์ (Sindh) และบาลูจิสถาน (BaluchisTAN)

เนื้อหา

ประวัติศาสตร์ [แก้]

ตักสิลา ในสมัยพุทธกาลเป็นสถานที่ศึกษาเล่าเรียนต่างๆ

การเมือง [แก้]

ปากีสถานปกครองแบบสาธารณรัฐอิสลาม มีประธานาธิบดีเป็นประมุข นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร

การแบ่งเขตการปกครอง [แก้]

แผนที่แสดงที่ตั้งจังหวัดและดินแดนของประเทศปากีสถาน

เขตการปกครองต่าง ๆ ของประเทศปากีสถาน ได้แก่

จังหวัด (Province) :

ดินแดน (Territorry) :

ส่วนของเขตแคชเมียร์ที่ปากีสถานบริหาร (Pakistani-administered portion of Kashmir region) :

ภูมิศาสตร์ [แก้]

เคทู เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก สูง 8,611 เมตร จากระดับน้ำทะเล

สภาพภูมิอากาศของประเทศปากีสถานแตกต่างกันออกไปตามสภาพที่ตั้ง มีตั้งแต่อากาศร้อนจัดจนถึงอากาศหนาวจัดในตอนเหนือของประเทศ ในตอนกลางของประเทศเป็นที่ราบมีอากาศร้อนในฤดูร้อนและเย็นลงในฤดูหนาวส่วนทางตอนเหนือจะมีอากาศต่ำกว่าจุดเยือกแข็งในฤดูหนาว จึงมีหึมะปลกคลุมอยู่ทั่วไปปริมาณน้ำฝนที่ตกไม่มากนักยกเว้นทางตอนใต้ของประเทศติดกับ ทะเลอาหรับจะมีฝนตกหนักเนื่องจากได้รับอิทธิพลลมมรสุมตกชุกในปลายฤดูร้อน

เศรษฐกิจ [แก้]

ใจกลางกรุงอิสลามาบัด
การคมนาคมแสนวุ่นวายที่จัตุรัสอัล ฟาลาห์


ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ปากีสถานมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายเปิดประเทศ พร้อมกับรับความช่วยเหลือจากประเทศตะวันตก เนื่องจากให้ความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย และเป็นผลจากภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้นโดยเฉพาะการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค โทรคมนาคม และการก่อสร้างโครงการใหญ่ๆ ภาคบริการและภาคการเกษตร อย่างไรก็ดี อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของปากีสถานในช่วงปี 2550-2551 อยู่ที่ร้อยละ 6 จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 7.2 และน้อยกว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงก่อนหน้านั้น (ร้อยละ 6.8) การที่อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของปากีสถานมีตัวเลขลดลง มีเหตุผลหลายประการ อาทิ

  1. ผลผลิตทางการเกษตรของปากีสถานลดลงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะฝ้ายซึ่งเป็นสินค้าเกษตรสำคัญและเป็นวัตถุดิบหลักสำหรับภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอของปากีสถาน
  2. ผลผลิตและกำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมหลักของปากีสถานลดลง เนื่องจากปัญหาการผลิตกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอกับ

ความต้องการภายในประเทศ

  1. การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ขาดประสิทธิภาพและความต่อเนื่อง รวมทั้งความสนใจของรัฐบาลในการแก้ไขสภาพเศรษฐกิจที่ไม่จริงจัง เนื่องจากสถานการณ์การเมืองภายในและสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศที่ไม่มีเสถียรภาพ
  2. ตัวเลขการส่งออกของปากีสถานที่มีอัตราลดลงอย่างต่อเนื่องอันเนื่องมาจากผลผลิตทั้งภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมที่ลดลง
  3. ตัวเลขการลงทุนจากต่างชาติที่มีจำนวนลดลงอย่างมหาศาล โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดหุ้นซึ่งลดลงจาก 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือเพียง 41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2551

ขณะที่ปัญหาการเมืองภายใน ปัญหาการก่อการร้ายโดยกลุ่มติดอาวุธและกลุ่มหัวรุนแรงที่รุมเร้ารัฐบาลปากีสถาน โดยเฉพาะภายหลังเกิดเหตุระเบิดพลีชีพ ที่โรงแรมแมริออต ใจกลางกรุงอิสลามาบัด เมื่อเดือนกันยายน 2551 เป็นต้นมา ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์และการลงทุนจากต่างประเทศในปากีสถาน แม้ว่าตลอดมา รัฐบาลปากีสถานจะพยายามแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในประเทศโดยเฉพาะ การแก้ไขปัญหาสภาวการณ์ขาดดุลทางการคลัง การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ราคาพืชผลสินค้าเกษตรตกต่ำ ค่าเงินสกุลรูปีปากีสถานตกต่ำลง เมื่อเปรียบเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ ขณะที่เงินสำรองระหว่างประเทศของปากีสถานยังลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดลงราวเดือนละ 811-911 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ปากีสถานเคยมีเงินตราสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับต่ำโดยเหลือเพียง 8.832 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ เดือนกันยายน 2551 ดังนั้น ปากีสถานจึงตัดสินใจพึ่งพาความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund – IMF) ทั้งนี้ จากการเจรจาระหว่าง IMF กับรัฐบาลปากีสถาน IMF จะให้เงินกู้แก่ปากีสถาน จำนวนทั้งสิ้น 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในกำหนดระยะเวลา 2 ปี โดยส่งมอบเงินงวดแรกให้ในเดือนพฤศจิกายน 2551 จำนวน 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และงวดต่อไป จำนวน 3.5 - 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2552 สำหรับเงินกู้งวดแรก IMF กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.51 และเพิ่มเป็นร้อยละ 4.5 สำหรับเงินจำนวนที่เหลือ โดยมีกำหนดเริ่มชำระเงิน ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2554 – 2555 จนถึงปี 2558 – 2559 โดยปากีสถานมีพันธกรณีกับ IMF ที่จะต้องดำเนินการ อาทิ ลดการขาดดุลการคลัง (fiscal deficit) ให้เหลือเพียงร้อยละ 4.3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) โดยขยายอัตราการเก็บภาษี ต่อ GDP ให้เพิ่มจากร้อยละ 9.6 ในปัจจุบัน ขึ้นเป็นร้อยละ 15 ในอีก 5-7 ปีข้างหน้า ยกเลิกการอุดหนุนด้านพลังงาน และลดการกู้ยืมจากธนาคารกลางและเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ เป็นต้น นอกจากนี้ ในเวทีการประชุม Pakistan Donors Conference and the Friends of Democratic Pakistan Ministerial Meeting ครั้งที่ 2 ที่กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2552 ปากีสถานได้รับแจ้งจากประเทศพันธมิตรที่จะให้ความช่วยเหลือ ขณะที่ในเวทีการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรป-ปากีสถาน (The EU-Pakistan Summit) ครั้งที่ 1 ที่ กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2552 ที่ประชุมมีมติสนับสนุนปากีสถานทางด้านการเงินเป็นจำนวนรวม 1.8 พันล้านยูโร สำหรับการค้าระหว่างประเทศ ปากีสถานประสบกับปัญหาการขาดดุลการค้าอย่างต่อเนื่องเนื่องจากในช่วงปี 2550 - 2551 มีปัจจัยด้านต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของปากีสถาน อาทิ อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น สถานการณ์การเมืองและความมั่นคงภายในประเทศที่ขาดเสถียรภาพ ผลผลิตในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมที่ลดลงจึงทำให้ปัญหาการขาดดุลการค้าของปากีสถานมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2551 มูลค่าการส่งออกสินค้าของปากีสถานเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากผลผลิตของภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตรที่ลดลง (เป็นผลจากการขาดแคลนกระแสไฟฟ้า ราคาน้ำมันและวัตถุดิบที่สูงขึ้น) ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าของปากีสถานสูงขึ้น เนื่องจากต้องนำเข้าน้ำมันและข้าวสาลีจำนวนมากในช่วงที่ภาวะราคาสินค้าทั้งสองในตลาดโลกสูงขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ ปากีสถานยังต้องนำเข้าสินค้าประเภทน้ำมันเพื่อการบริโภค และเครื่องจักรเพิ่มขึ้นอีกด้วย ด้วยเหตุข้างต้น จึงส่งผลให้ปากีสถานขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น อาทิ ในปี 2549 - 2550 ปากีสถานส่งสินค้าออก 17,278.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 26,989.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลการค้า 9,711.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในปี 2550-2551 ปากีสถานส่งสินค้าออก21,122.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 35,417.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลการค้า 15,294.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันปากีสถานได้เริ่มดำเนินนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการกระตุ้นความสนใจต่อแหล่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีทางพุทธศาสนาในปากีสถาน โดยเฉพาะที่เมืองตักศิลา ทั้งนี้ ปากีสถานหวังว่า การท่องเที่ยวจะเป็นแหล่งรายได้สำคัญอีกสาขาหนึ่งของประเทศ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งยังต้องพัฒนาความพร้อมอีกมากในหลายด้าน


ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)


514.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)

GDP รายบุคคล

2,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

3.7% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)

GDP แยกตามภาคการผลิต

ภาคการเกษตร 20.1%

ภาคอุตสาหกรรม 25.5%

ภาคการบริการ 54.4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)

อัตราการว่างงาน

5.6% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

11.3% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)

ผลผลิตทางการเกษตร

ฝ้าย ข้าวสาลี ข้าว อ้อย ผลไม้ ผัก นม เนื้อวัว เนื้อแกะ

อุตสาหกรรม

สิ่งทอ น้ำตาล น้ำมันพืช สินค้าเกษตร ปูนซีเมนต์ ปุ๋ย เหล็ก เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์กีฬา พรม รถยนต์

อัตราการเติบโตภาคอุตสาหกรรม

3% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2554)

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-4.632 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ค่าประมาณพ.ศ. 2555)

หนี้สาธารณะ

50.4% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)

มูลค่าการส่งออก

24.66 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)

สินค้าส่งออก

ฝ้าย สิ่งทอ เครื่องหนัง ข้าว พรม อุปกรณ์กีฬา สินค้าหัตถกรรม อุปกรณ์การแพทย์ ปลาและผลิตภัณฑ์ปลา ผลไม้

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ

สหรัฐอเมริกา 15% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 9.7% อัฟกานิสถาน 9.5% จีน 9.2% สหราชอาณาจักร 5% เยอรมัน 4.5% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)

มูลค่าการนำเข้า

40.82 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ f.o.b (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)

สินค้านำเข้า

ปิโตรเลียม เคมีภัณฑ์ เครื่องจักร น้ำมันพืช เหล็ก และเหล็กกล้า

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญ

จีน 15% ซาอุดิอาระเบีย 11.2% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 17.2% สหรัฐอเมริกา 4.9% คูเวต 8.9% มาเลเซีย 5.4% ญี่ปุ่น 4.3% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)

สกุลเงิน

รูปีปากีสถาน (Pakistani Rupee) -- PKR

ประชากร [แก้]

เขตความหนาแน่นแบ่งตามสีในปากีสถาน

มีการประมาณประชากรของปากีสถานในปี พ.ศ. 2552 ประมาณ 180,800,000 คน[4] [5] โดยชาวปัญจาบเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุดในประเทศ มีจำนวนกว่าร้อยละ 60-70 รองลงมาเป็นพวกซินด์ และปาทาน นอกจากนี้ยังมีประชากรกลุ่มอื่น อย่างชาวอัฟกันอพยพ, บัลติ, เปอร์เซีย, กัศมีร์ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มชนที่อพยพเข้ามาทีหลังอย่าง ชาวปากีสถานเชื้อสายจีน และชาวปากีสถานเชื้อสายไทย

ประชากรกว่าร้อยละ 97 นับถือศาสนาอิสลาม โดยส่วนใหญ่เป็นซุนนีย์ ส่วนร้อยละ 20 เท่านั้นที่เป็นชีอะห์ มีผู้นับถือศาสนาอื่นอยู่บ้าง แต่มีอยู่ประปราย และส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ ประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตชนบท และเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำสินธุ โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทั้งการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ และการประมง

ศาสนา [แก้]

ประเทศปากีสถาน จัดว่าเป็นประเทศสังคมมุสลิม เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และเป็นประเทศที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์มากเป็นอันดับที่สองของโลก โดยมีผู้นับถือนิกายซุนนีย์ร้อยละ 75 และนิกายชีอะห์ร้อยละ 20 โดยสามารถจำแนกจำนวนศาสนิกของศาสนาต่างๆ ได้ดังนี้

นอกจากนี้ยังมีศาสนิกชนในศาสนาอื่น ที่ไม่ได้รวมในที่นี้ได้แก่ ผู้นับถือศาสนาโซโรอัสเตอร์ (ชาวปาร์ซี),ลัทธิอาหมัด, ศาสนาพุทธ(ส่วนมากพบในเขตบัลติสถาน) [6], ศาสนายูดาย, ศาสนาบาไฮ และนับถือผี (มีมากในกาลาชา ในเขตชิลทรัล) [7]

วัฒนธรรม [แก้]

อาหารปากีสถาน มีความหลากหมายมาก

วัฒนธรรมของชาวปากีสถานแสดงให้เห็นถึงอย่างแท้จริง ผู้ที่มาเยือนจะพบหลักฐานถึงศิลปวัฒนธรรมของชาวปากีสถาน ศิลปกรรมของชาวปากีสถานมีรูปแบบทั้งที่เป็นศิลปกรรมทางศาสนา เช่น พรมขนสัตว์ เครื่องทองเหลือง และรูปแกะสลัก เป็นต้นทางด้านดนตรีและการฟ้อนรำมีประวัติอันยาวนาน การฟ้อนรำเป็นการฟ้อนของชาวปากีสถานโดยเฉพาะ สถานที่สำคัญในประเทศปากีสถานมีอยู่มากมาย เช่น เมืองโมเฮนโจดาโร เป็นสถานที่ทางโบราณคดีที่สำคัญ ส่วนโบราณสถานของศาสนามีปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วไป เช่น ที่เมืองลาฮอร์ เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ มีสถานที่สำคัญ ๆ หลายแห่ง เช่น ค่ายทหารเมืองลาฮอร์ และมัสยิดบาสชาฮิซึ่งสร้างโดยจักรพรรดิออรังเซ็บ มัสยิดบาสชาฮินี้กว้างเป็นอันดับหนึ่งของโลก นอกจากนี้ปากีสถานยังมีสถานที่อื่นที่นาสนใจอีกมาก ควรจะไปเที่ยวดินแดนทางภาคเหนือซึ่งเป็นขุนเขา มีหิมะปกคลุมตลอดฤดูหนาว

ลักษณะทางสังคมส่วนใหญ่ยังเป็นแบบดั้งเดิม ยังยึดจารีตและวัฒนธรรมมุสลิมอย่างเคร่งครัดในการดำรงชีพ แต่ภายหลังเมื่อได้รับอิทธิพลจากตะวันตก จึงมีการเปลี่ยนไปตามแบบวัฒนธรรมตะวันตกบ้าง เช่น ผู้หญิงจะมีส่วนร่วมทางการเมือง งานสวัสดิการสังคม และมีการเรียกร้องสิทธิสตรีให้ทัดเทียมกับบุรุษ โดยจะต้องอยู่ในกรอบวัฒนธรรมอิสลาม

อ้างอิง [แก้]

  1. Official website, American Institute of Pakistan Studies. ""National Anthem of Pakistan"". สืบค้นเมื่อ 2006-04-18. 
  2. Embassy of Pakistan, Washington D. C. ""Pakistani Flag"". สืบค้นเมื่อ 2006-04-18. 
  3. World Gazetteer population estimate for 2006
  4. Department of Economic and Social Affairs Population Division (2009). "World Population Prospects, Table A.1" (.PDF). 2008 revision. United Nations. เข้าถึงเมื่อ 2009-03-12.
  5. 2009 World Population Data Sheet - Population Reference Bureau
  6. ผู้นำชาวพุทธในปากีสถานขอให้ช่วยพัฒนาพุทธสถาน
  7. "International Religious Freedom Report 2007". State Department, US. 2007. สืบค้นเมื่อ 2009-03-21. 

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]