จังหวัดอุดรธานี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จังหวัดอุดรธานี
ตราประจำจังหวัดอุดรธานี
ตราประจำจังหวัด
หนองประจักษ์คู่เมือง ลือเลื่องแหล่งธรรมะ
อารยธรรมบ้านเชียงมรดกโลกห้าพันปี
ธานีผ้าหมี่ขิด ธรรมชาติเนรมิตทะเลบัวแดง
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย อุดรธานี
ชื่ออักษรโรมัน Udon Thani
ชื่อไทยอื่นๆ อุดร
ผู้ว่าราชการ นายนพวัชร สิงห์ศักดา
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2557)
ISO 3166-2 TH-41
สีประจำกลุ่มจังหวัด ███ สีแสด
ต้นไม้ประจำจังหวัด เต็ง
ดอกไม้ประจำจังหวัด ทองกวาว
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 11,730.302 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 11)
ประชากร 1,563,964 คน[2] (พ.ศ. 2556)
(อันดับที่ 7)
ความหนาแน่น 133.32 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 31)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ถนนอธิบดี ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 41000
โทรศัพท์ (+66) 0 4224 3368
โทรสาร (+66) 0 4224 8777
เว็บไซต์ จังหวัดอุดรธานี
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดอุดรธานี

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ดู "อุดรธานี" ในความหมายอื่นได้ที่ อุดรธานี (แก้ความกำกวม)

จังหวัดอุดรธานี เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ของประเทศไทย เดิมพื้นที่ตรงนี้เป็นบ้านเดื่อหมากแข้ง อุดรธานีได้รับการสถาปนาอย่างเป็นทางการในสมัยรัชกาลที่ 4 ปี พ.ศ. 2436 โดยพลตรี พระเจ้าบวรวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เกิดจากการรวมกันของหัวเมืองฝ่ายเหนือ คือ เมืองกุมภวาปี เมืองหนองหาน เมืองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน และบ้านเดื่อหมากแข้ง อุดรธานีเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอิสานตอนบน อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร 564 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 11,730 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 7,331,438.75 ไร่)อันดับที่ 4 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และยังมีแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของประเทศและของโลก มีสภาพภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ จังหวัดอุดรธานีเคยเป็นที่ตั้งของมณฑลอุดรในสมัยรัตนโกสินทร์ มีอาณาเขตปกครองกว้างใหญ่ที่สุดในประเทศ ปัจจุบันอุดรธานีเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมทั้งมีศูนย์ประชุมและวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนด้วย

เนื้อหา

ประวัติศาสตร์[แก้]

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีพบว่า บริเวณพื้นที่ที่เป็นจังหวัดอุดรธานีในปัจจุบัน เคยเป็นถิ่นที่อยู่ของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 5,000-7,000 ปี จากหลักฐานการค้นพบที่บ้านเชียง อำเภอหนองหานและภาพเขียนสีบนผนังถ้ำที่อำเภอบ้านผือ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นเป็นอย่างดีจนเป็นที่ยอมรับนับถือในวงการศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณคดีระหว่างประเทศว่า ชุมชนที่เป็นถิ่นที่อยู่ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่จังหวัดอุดรธานี มีอารยธรรมความเจริญในระดับสูง และอาจถ่ายทอดความเจริญนี้ไปสู่ประเทศจีนก็อาจเป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องปั้นดินเผาสีลายเส้นที่บ้านเชียงนั้นสันนิษฐานว่าอาจเป็นเครื่องปั้นดินเผาสีลายเส้นที่เก่าที่สุดของโลก

หลังจากยุคความเจริญที่บ้านเชียงแล้ว พื้นที่ที่เป็นจังหวัดอุดรธานีก็ยังคงเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์สืบต่อมาอีกจนกระทั่งสมัยประวัติศาสตร์ของประเทศไทย นับตั้งแต่สมัยทวารวดี (พ.ศ. 1200-1600) สมัยลพบุรี (พ.ศ. 1200-1800) และสมัยกรุงสุโขทัย (พ.ศ. 1800-2000) จากหลักฐานที่พบคือใบเสมาสมัยทวารวดีลพบุรี และภาพเขียนปูนบนผนังโบสถ์ที่ปรักหักพังบริเวณทิวเขาภูพาน ใกล้วัดพระพุทธบาทบัวบก อำเภอบ้านผือ แต่ทั้งนี้ยังไม่ปรากฏหลักฐานชื่ออุดรธานีปรากฏในประวัติศาสตร์แต่อย่างใด

ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี พื้นที่ที่เป็นจังหวัดอุดรธานีปรากฏในประวัติศาสตร์เมื่อราวปีจอ พ.ศ. 2117 พระเจ้ากรุงหงสาวดีได้ทรงเกณฑ์ทัพไทยให้ไปช่วยตีกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) โดยให้สมเด็จพระมหาธรรมราชากับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชยกทัพไปช่วยรบ แต่เมื่อกองทัพไทยมาถึงเมืองหนองบัวลำภูซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของเมืองเวียงจันทน์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชประชวรด้วยไข้ทรพิษจึงยกทัพกลับไม่ต้องรบพุ่งกับเวียงจันทน์ และที่เมืองหนองบัวลำภูนี่เองสันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองที่มีความเจริญมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีนั้น จังหวัดอุดรธานีได้เกี่ยวข้องกับการศึกสงคราม กล่าวคือในระหว่างปี พ.ศ. 2369-2371 ได้เกิดกบฏเจ้าอนุวงศ์ยกทัพเข้ามายึดเมืองนครราชสีมา ซึ่งมีผู้นำคือ คุณหญิงโม (ท้าวสุรนารี) กองทัพเจ้าอนุวงศ์ได้ถอยทัพมาตั้งรับที่เมืองหนองบัวลำภู และได้ต่อสู้กับกองทัพไทยและชาวเมืองหนองบัวลำภูจนทัพเจ้าอนุวงศ์แตกพ่ายไป กระทั่งในปลายรัชสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประมาณปี พ.ศ. 2411 ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นในมณฑลลาวพวน เนื่องมาจากพวกฮ่อซึ่งกองทัพไทยได้ยกขึ้นไปปราบปรามจนสงบได้ชั่วคราว

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม

ในปี พ.ศ. 2428 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พวกฮ่อได้รวมตัวก่อการร้ายกำเริบเสิบสานขึ้นอีกในมณฑลลาวพวนและฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง และมีท่าทีจะรุนแรง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม เป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้ และเจ้าหมื่นไวยวรนาถเป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายเหนือ ไปทำการปราบปรามพวกฮ่อ ในเวลานั้นเมืองอุดรธานีก็ยังไม่ปรากฏชื่อ เพียงแต่ปรากฏชื่อ "บ้านหมากแข้ง" หรือ "บ้านเดื่อหมากแข้ง" สังกัดเมืองหนองคายขึ้นการปกครองกับมณฑลลาวพวน และกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมแม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้ได้เดินทัพผ่านบ้านหมากแข้งไปทำการปราบปรามพวกฮ่อจนสงบ

ภายหลังการปราบปรามฮ่อสงบแล้ว ไทยมีกรณีพิพาทกับฝรั่งเศส เนื่องจากฝรั่งเศลต้องการลาว เขมร และญวนเป็นอาณานิคม เรียกว่า "กรณีพิพาท ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436)" ด้วยพระปรีชาญาณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงยอมเสียสละส่วนน้อยเพื่อรักษาประเทศไว้ จึงทรงสละดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส และตามสนธิสัญญาที่ทำขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ มีเงื่อนไขห้ามประเทศสยามตั้งกองทหารและป้อมปราการอยู่ในรัศมี 25 กิโลเมตรของฝั่งแม่น้ำโขง

ดังนั้น หน่วยทหารไทยที่ตั้งประจำอยู่ที่เมืองหนองคาย อันเป็นเมืองศูนย์กลางของหัวเมืองหรือมณฑลลาวพวน ซึ่งมีกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมเป็นข้าหลวงใหญ่สำเร็จราชการ จำต้องอพยพเคลื่อนย้ายลึกเข้ามาจนถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งชื่อบ้านเดื่อหมากแข้ง (ซึ่งเป็นที่ตั้งจังหวัดอุดรธานีปัจจุบัน) ห่างจากฝั่งแม่น้ำโขงกว่า 50 กิโลเมตร เมื่อทรงพิจารณาเห็นว่าหมู่บ้านแห่งนี้มีชัยภูมิเหมาะสม เพราะมีแหล่งน้ำดี เช่น หนองนาเกลือ (หนองประจักษ์ปัจจุบัน) และหนองน้ำอีกหลายแห่งรวมทั้งห้วยหมากแข้งซึ่งเป็นลำห้วยน้ำใสไหลเย็น กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมทรงบัญชาให้ตั้งศูนย์มณฑลลาวพวน และตั้งกองทหารขึ้น ณ หมู่บ้านเดื่อหมากแข้ง จึงพอเห็นได้ว่าเมืองอุดรธานีได้อุบัติขึ้นโดยบังเอิญเพราะเหตุผลทางด้านความมั่นคงและการเมืองระหว่างประเทศ อีกทั้งเหตุผลทางการค้า การคมนาคมในอดีต

อย่างไรก็ตามคำว่า "อุดร" มาปรากฏในชื่อเมืองเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2450 (พิธีตั้งเมืองอุดรธานี 1 เมษายน ร.ศ. 127 พ.ศ. 2450 โดยพระยาศรีสุริยราช วรานุวัตร "โพธิ์ เนติโพธิ์") พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีกระแสพระบรมราชโองการให้จัดตั้งเมืองอุดรธานีขึ้นที่บ้านหมากแข้ง เป็นศูนย์กลางของมณฑลอุดร ครอบคลุม จังหวัด อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย เลย หนองบัวลำภู บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหารในสมัยนั้น หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2475 แล้วได้มีการปรับปรุงระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ยกเลิกการปกครองในระบบมณฑลในส่วนภูมิภาคยังคงเหลือเฉพาะจังหวัดและอำเภอเท่านั้นมณฑลอุดรจึงถูกยุบเลิกไปเหลือเพียงจังหวัด "อุดรธานี" เท่านั้น อย่างไรก็ตามอุดรธานียังคงมีหน่วยงานราชการด้านการปกครองของกระทรวงต่าง ๆ ที่จัดตั้งในส่วนภูมิภาคที่แสดงเค้าโครงของศูนย์กลางการปกครองในพื้นที่อิสานตอนบน เช่น สำนักบริหารการทะเบียนราช ภาค 4 คลังเขต 4 สรรพสามิตเขต 4 ศาล เป็นต้น

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

  • อักษรย่อ: อด
  • คำขวัญประจำจังหวัด: หนองประจักษ์คู่เมือง ลือเลื่องแห่งธรรมะ อารยธรรมบ้านเชียงมรดกโลกห้าพันปี ธานีผ้าหมี่ขิด ธรรมชาติเนรมิตทะเลบัวแดง
  • ตราประจำจังหวัด: ตราประจำจังหวัดศิลปากรเป็นผู้ออกแบบเมื่อ พ.ศ. 2483
  • ธงประจำจังหวัด: เป็นธงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีแสด มีรูปท้าวเวสสุวัณซึ่งเป็นดวงตราประจำจังหวัดอยู่กลางผืนธง
  • ต้นไม้ประจำจังหวัด: เต็ง (Shorea obtusa)
ดอกทองกวาว
  • ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกทองกวาว (Butea monosperma)
  • พรรณไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัด: ต้นรัง หรือ ต้นฮัง เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ สูง 15-20 เมตร ใบรูปไข่ ดอกสีเหลือง มีกลิ่นหอม ออกดอกในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน

อาณาเขตติดต่อ[แก้]

อุดรธานีมีอาณาเขตติดกับจังหวัดอื่น ๆ ดังนี้

การเมืองการปกครอง[แก้]

หน่วยการปกครองแบ่งออกเป็น หน่วยการปกครองแบ่งออกเป็น 20 อำเภอ 156 ตำบล 1,880 หมู่บ้าน 101 ชุมชน 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 เทศบาลนคร 3 เทศบาลเมือง 44 เทศบาลตำบล 132 องค์การบริหารส่วนตำบล มีจำนวนประชากรรวม 1,557,298 คน จำนวนครัวเรือน 414,868 ครัวเรือน

รายนามผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี[แก้]

หน่วยการปกครอง[แก้]

แผนที่จังหวัดอุดรธานี

การปกครองแบ่งออกเป็น 20 อำเภอ 155 ตำบล 1,682 หมู่บ้าน อำเภอหมายเลข 12-16 ตามรหัสเขตการปกครองคืออำเภอในจังหวัดหนองบัวลำภูในปัจจุบัน

  1. อำเภอเมืองอุดรธานี
  2. อำเภอกุดจับ
  3. อำเภอหนองวัวซอ
  4. อำเภอกุมภวาปี
  5. อำเภอโนนสะอาด
  6. อำเภอหนองหาน
  7. อำเภอทุ่งฝน
  8. อำเภอไชยวาน
  9. อำเภอศรีธาตุ
  10. อำเภอวังสามหมอ
  11. อำเภอบ้านดุง
  1. อำเภอบ้านผือ
  2. อำเภอน้ำโสม
  3. อำเภอเพ็ญ
  4. อำเภอสร้างคอม
  5. อำเภอหนองแสง
  6. อำเภอนายูง
  7. อำเภอพิบูลย์รักษ์
  8. อำเภอกู่แก้ว
  9. อำเภอประจักษ์ศิลปาคม

ประชากร[แก้]

สถิติประชากรตามทะเบียนราษฎร[3]
จังหวัดอุดรธานี
ปี (พ.ศ.) ประชากร
2549 1,526,722
2550 1,530,686
2551 1,535,629
2552 1,538,940
2553 1,544,786
2554 1,548,107
2555 1,557,298

การศึกษา[แก้]

ระดับอุดมศึกษา[แก้]

ระดับอาชีวศึกษา[แก้]

ระดับมัธยมศึกษา[แก้]

แหล่งท่องเที่ยว[แก้]

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ[แก้]

สวนสาธารณะหนองประจักษ์
  1. สวนสาธารณะหนองประจักษ์ อำเภอเมืองอุดรธานี
  2. ภูฝอยลม อำเภอหนองแสง
  3. ทะเลบัวแดง อำเภอกุมภวาปี
  4. อ่างเก็บน้ำชลประทานห้วยหลวง อำเภอเมืองอุดรธานี
  5. สวนกล้วยไม้หอมอุดรซันไฌน์ อำเภอเมืองอุดรธานี
  6. วนอุทยานนายูง อำเภอน้ำโสม
  7. อ่างเก็บน้ำพานสร้างคอม
  8. อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
  9. คำชะโนด อำเภอบ้านดุง
  10. ถ้ำและเพิงหินต่างๆ
  11. น้ำตกธารงาม
  12. ถ้ำสิงห์
  13. หนองหาน กุมภวาปี
  14. วนอุทยานวังสามหมอ อำเภอวังสามหมอ
  15. เขื่อนลำพันชาด อำเภอวังสามหมอ

แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี[แก้]

แหล่งมรดกโลกบ้านเชียง
ศาลหลักเมืองจังหวัดอุดรธานี
  1. อนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม อำเภอเมืองอุดรธานี
  2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง อำเภอหนองหาน
  3. อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อำเภอบ้านผือ
  4. พระพุทธบาทหลังเต่า
  5. พระพุทธบาทบัวบาน
  6. พระพุทธบาทบัวบก
  7. วัดป่าภูก้อน
  8. วัดป่าบ้านตาด
  9. วัดทิพยรัฐนิมิตร
  10. ศาลหลักเมืองจังหวัดอุดรธานี
  11. ศาลเจ้าปู่ย่า
  12. วัดโพธิสมภรณ์ อำเภอเมืองอุดรธานี
  13. วัดมัชฌิมาวาส อำเภอเมืองอุดรธานี
  14. คำชะโนด อำเภอบ้านดุง
  15. ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ อำเภอบ้านดุง
  16. อุตสหกรรมเกลือสินเธาว์ อำเภอบ้านดุง
  17. ถ้ำสิงห์
  18. วัดถ้ำสหาย
  19. วัดป่าบ้านค้อ อำเภอบ้านผือ
  20. วัดนาคาเทวี บ้านนาข่า
  21. วัดถ้ำสุมณฑาภาวนา อำเภอวังสามหมอ
  22. วัดผาน้ำทิพย์ อำเภอวังสามหมอ
  23. วัดดอยภูนางหงษ์ อำเภอวังสามหมอ

แหล่งท่องเที่ยวศิลปวัฒนธรรมประเพณีและกิจกรรม[แก้]

  1. งานนมัสการพระพุทธบาทบัวบก อำเภอบ้านผือ จัดบริเวณวัดพระพุทธบากบัวบก ในวันขึ้น 13–15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี
  2. งานถนนอาหาร สงกรานต์เมืองอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จัดในช่วงวันสงกรานต์ของทุกปี ระหว่างวันที่ 10–16 เมษายนของทุกปี บริเวณสวนสาธารณะหนองประจักษ์ และถนนเทศา
  3. งานประเพณีบุญบั้งไฟล้าน บ้านธาตุ อำเภอเพ็ญ จัดขึ้นวันที่ 15 ค่ำ เดือน 6
  4. งานบุญบั้งไฟกือ(บั้งไฟ10ล้าน)ชื่องาน เบิ่งศิลป์ถิ่นภูไทเอ้บั้งไฟใหญ่วังสามหมอ อำเภอวังสามหมอ จัดบริเวณสวนสาธารณะหนองแวงโคก ในวันที่20-25 พฤษภาคมของทุกปี
  5. งานสถาปนาอำเภอวังสามหมอ ฮีตฮอยศิลป์ถิ่นภูไทตำนานความรักท้าวเฮ้ากับนางคำบาง จัดบริเวณลานหน้าที่ว่าการอำเภอวังสามหมอ จัดขึ้นวันที่ 8 มกราคม ของทุกปี
  6. งานประเพณีแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน อำเภอกุมภวาปี ช่วงออกพรรษาของทุกปี
  7. งานเทศกาลโคมลม อำเภอพิบูลย์รักษ์ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
  8. งานมหกรรมโฮมพาแลง แดนผ้าหมี่ขิดจังหวัดอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จัดระหว่างวันที่ 1–15 ธันวาคมของทุกปี
  9. งานฉลองเจ้าปู่ เจ้าย่า อำเภอเมืองอุดรธานี จัดทุกวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี
  10. งานรำบวงสรวงเจ้าปู่ศรีสุทโธ วันขึ้นปีใหม่ ศาลหลักเมืองอำเภอบ้านดุง จัดระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม – 2 มกราคมของทุกปี
  11. งานประเพณีบุญบั้งไฟคำชะโนด คำชะโนด อำเภอบ้านดุง
  12. บ้านไทพวน ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน
  13. แหล่งจำหน่ายผ้าพื้นเมือง บ้านนาข่า ตำบลนาข่า อำเภอเมืองอุดรธานี

เส้นทางเชื่อมการท่องเที่ยวกับจังหวัดใกล้เคียง[แก้]

  • อุดรธานี-หนองบัวลำภู-เลย:วัดป่าบ้านตาด-วัดถ้ำกลองเพล-อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวร-ถ้ำเอราวัณ-ภูกระดึง หรือภูหลวง-ภูเรือ-แก่งคุดคู้
  • อุดรธานี-หาดโขงแก่งโขง:อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท-วัดป่าภูก้อน-วัดป่าบ้านเพิ่ม-หาดคัมภีร์-แก่งคุดคู้-น้ำตกตาดหมอก-น้ำตกธารทอง
  • อุดรธานี-หนองคาย:วัดพระธาตุบังพวน-วัดพระธาตุองค์ตื้อ-เวียงคุก-สะพานมิตรภาพ-ท่าเสด็จ-ศาลาแก้วกู่
  • อุดรธานี-หนองบัว-ขอนแก่น:วัดถ้ำกลองเพล-อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ-เขื่อนอุบลรัตน์-วัดพระพุทธบาทภูพานคำ-วัดพระธาตุขามแก่น-น้ำตกธารงาม
  • อุดรธานี-สกลนคร:บ่อสร้างเหวย-บ้านเชียง-วัดป่าอุดมสมพร-วัดถ้ำขาม-หนองหาน-วัดพระธาตุเชิงชุม-วัดป่าสุทธาวาส-พระตำหนักภูพานราชนิเวศ-น้ำตกปรีชาสุขสันต์-วัดถ้ำสุมณฑา-เขื่อนน้ำอูน
  • อุดรธานี-กาฬสินธุ์:วัดป่าบ้านตาด-วัดมหาธาตุเจดีย์ดอนแก้ว-วัดป่าแมว-วนอุทยานวังสามหมอ-เขื่อนลำพันชาด-วนอุทยานภูพระ-เขื่อนลำปาว-สวนสะออน-ไดโนเสาร์สหัสขันธ์-บ้านโพนแพรวา

สวนสาธารณะ[แก้]

1. สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนคร เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ มีมาตั้งแต่ก่อนตั้งเมืองอุดรธานี เดิมเรียกว่า หนองนาเกลือ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัว เมืองเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ทรงก่อตั้งเมืองอุดรธานี ในปี พ.ศ. 2530 เทศบาลเมืองอุดรธานีได้ทำการปรับปรุงหนองประจักษ์ขึ้นใหม่ เพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ โดยบริเวณตัวเกาะกลางน้ำได้จัดทำสวนหย่อม ปลูกไม้ดอกไม้ประดับหลายชนิดสวยงามมาก ทำสะพานเชื่อมระหว่างเกาะ มีน้ำพุ หอนาฬิกา และสวนเด็กเล่น แต่ละวันจะมีประชาชนไปพักผ่อนและออกกำลังกายเป็นจำนวนมาก ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะมีพระตำหนักหนองประจักษ์ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน

2. สวนสาธารณะหนองสิม เป็นสวนสาธารณะในย่านชุมชนที่จะให้บริการแก่ประชาชนสำหรับเป็นสถานที่ใช้ในการออกกำลังกาย พักผ่อน ซึ้งภายในได้มีการจัดพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ

3. สวนสาธารณะหนองบัว เป็นสวนสาธารณะสำหรับใช้ออกกำลังกายจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้ประชาชนในพื้นที่ได้เป็นสถานที่พบปะพูดคุยกัน สวนสาธารณะหนองบัวตั้วอยู่ภายในเขตอำเภอเมืองอุดรธานี ภายในจัดเป็นสวนหย่อมปลูกต้นไม้ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม อีกทั้งยังมีการจัดแสดงน้ำพุให้ได้ชมกันอีกด้วย และรอบสวนสาธารณะหนองบัวยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดอุดรธานีตั้งอยู่ด้วย นั่นก็คือ ศาลเจ้าปู่ย่า จังหวัดอุดรธานี

อุทยาน[แก้]

สถานที่พัก[แก้]

การเดินทาง[แก้]

ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี

เส้นทางคมนาคมและการเดินทางที่สำคัญของอุดรธานี คือ

เศรษฐกิจ[แก้]

ย่านการค้าที่สำคัญ[แก้]

เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี
UD Town

ย่านถนนทองใหญ่-ถนนประจักษ์ศิลปาคม[แก้]

ย่านถนนทองใหญ่-ถนนประจักษ์ศิลปาคม เป็นจุดบรรจบของถนนสำคัญสองสาย และยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมสำคัญของจังหวัดอุดรธานี เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานีขนส่งผู้โดยสารอุดรธานีแห่งที่ 1 และสถานีรถไฟอุดรธานี ซึ่งเป็นย่านการค้าที่สำคัญ มีห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ร้านอาหาร หลายประเภทอยู่ด้วยกัน และยังเป็นจุดนัดพบปะสังสรรค์ของชาวอุดร ซึ่งมีห้างสรรพสินค้าจำนวนมากตั้งอยู่

ย่านถนนนิตโย-ถนนโพศรี[แก้]

ทางหลวงหมายเลข 22 หรือถนนนิตโย เป็นถนนที่เป็นเส้นทางหลักเชื่อมต่อกับจังหวัดสกลนคร แต่ช่วงที่อยู่ในเขตตัวเมืองอุดรธานี จะเรียกว่า ถนนโพศรี และเชื่อมต่อกับย่านธุรกิจที่สำคัญอีกหลายย่าน จึงเป็นถนนที่มีห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านค้าต่าง ๆ รวมทั้งตลาดขนาดใหญ่ตั้งอยู่

ย่านวงเวียนห้าแยกน้ำพุ[แก้]

ห้าแยกน้ำพุ เป็นจุดบรรจบของถนนสายสำคัญของจังหวัดอุดรธานี ซึ่งได้รับการวางผังเมืองไว้เป็นอย่างดีตั้งแต่อดีต และเป็นสัญลักษณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่อยู่คู่เมืองอุดรธานี นับตั้งแต่เมื่อเริ่มมีการก่อตั้งเมืองอุดรธานีขึ้นมา ทำให้บริเวณห้าแยกน้ำพุเป็นย่านกานค้าเก่าแก่ที่มีร้านค้าต่าง ๆ มากมายรวมอยู่ในย่านนี้ นอกจากนี้ยังเป็นย่านธุกิจค้าส่งเสื้อผ้าที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

ย่านวงเวียนหอนาฬิกา[แก้]

วงเวียนหอนาฬิกาหรือสี่แยกคอกวัว เป็นหนึ่งในวงเวียนสำคัญของเมืองอุดรธานี ซึ่งเป็นจุดตัดของถนนอุดรดุษฎีและถนนประจักษ์ศิลปาคม เป็นย่านการค้าสำคัญของเมืองอุดรธานีมาตั้งแต่อดีตที่เชื่อมไปยังย่านอื่น ๆ ของตัวเมือง

ย่านถนนมิตรภาพ (ช่วงเลี่ยงเมือง อุดรธานี-หนองคาย)[แก้]

ย่านธุรกิจแห่งใหม่ที่เกิดจากการขยายตัวของเมืองไปยังชานเมือง เป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมต่อไปยังจังหวัดข้างเคียง และประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้มีห้างสรรพสินค้าและร้านค้ามากมายเกิดขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัสดุก่อสร้างและเครื่องเรือน และค้าส่ง ค้าปลีกสินค้าแฟชั่น

ย่านถนนมิตรภาพ (ช่วงเลี่ยงเมือง อุดรธานี-ขอนแก่น)[แก้]

ย่านธุรกิจแห่งใหม่ที่เกิดจากการขยายตัวของเมืองไปยังชานเมือง เป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมต่อไปยังจังหวัดข้างเคียง

ย่านถนนบุญยาหาร (เลี่ยงเมือง ช่วงอุดรธานี-หนองบัวลำภู)[แก้]

ย่านธุรกิจแห่งใหม่ ที่เกิดจากการขยายตัวของตัวเมืองไปยังชานเมือง ซึ่งมีหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมากตั้งอยู่ เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังสนามบินนานาชาติอุดรธานีซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ ถนนสายนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานีขนส่งผู้โดยสารอุดรธานีแห่งที่สอง ตลอดจนสามารถเชื่อมต่อไปยังจังหวัดหนองบัวลำภูและจังหวัดเลย ทำให้มีห้างค้าปลีกค้าส่งจำนวนมากตั้งอยู่

พระตำหนักที่สำคัญ[แก้]

สนามกีฬา[แก้]

ชาวอุดรธานีที่มีชื่อเสียง[แก้]

พระสงฆ์

อ้างอิง[แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จานวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556
  3. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "บริการข้อมูลประชากรและบ้าน." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/ 2555. สืบค้น 21 กุมภาพันธ์ 2556.

ดูเพิ่ม[แก้]


แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 17°25′N 102°47′E / 17.41°N 102.79°E / 17.41; 102.79