จังหวัดจันทบุรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จังหวัดจันทบุรี
ตราประจำจังหวัดจันทบุรี
ตราประจำจังหวัด
เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัดจันทบุรีด้านหน้า เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัดจันทบุรีด้านหลัง
เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัด
น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบูรณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย จันทบุรี
ชื่ออักษรโรมัน Chanthaburi
ชื่อไทยอื่นๆ เมืองจันท์, จันทบูร
ผู้ว่าราชการ นายเกรียงเดช เข็มทอง
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2556)
ISO 3166-2 TH-22
สีประจำกลุ่มจังหวัด เหลือง ███
ต้นไม้ประจำจังหวัด สำรอง, จัน
ดอกไม้ประจำจังหวัด เหลืองจันทบูร
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 6,338.0 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 33)
ประชากร 524,260 คน[2] (พ.ศ. 2556)
(อันดับที่ 47)
ความหนาแน่น 82.71 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 57)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี ถนนเลียบเนิน ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 22000
โทรศัพท์ (+66) 0 3931 2277
โทรสาร (+66) 0 3931 2539
เว็บไซต์ จังหวัดจันทบุรี
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดจันทบุรี

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดจันทบุรี เป็นจังหวัดทางชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศไทย มีเนื้อที่ 6,388 ตารางกิโลเมตร สภาพพื้นที่มีทั้งป่าไม้ ภูเขา ที่ราบสูง ที่ราบลุ่มน้ำ และที่ราบชายฝั่งทะเล ในส่วนของพื้นที่ป่าไม้มีประมาณ 3 ใน 10 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด[3] มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดฉะเชิงเทรา และสระแก้วทางทิศเหนือ ทิศตะวันออกติดกับจังหวัดตราดและประเทศกัมพูชา ทิศใต้ติดกับอ่าวไทย และทิศตะวันตกติดกับจังหวัดระยองและชลบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 245 กิโลเมตร ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดจันทบุรีอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัด[4] โดยอาชีพที่ประชากรของจังหวัดนิยมประกอบอาชีพมากที่สุดคือเกษตรกรรมและประมง[5] ศาสนาที่มีการนับถือมากที่สุดในจังหวัดคือศาสนาพุทธ

จันทบุรีเป็นเมืองที่มีอายุมาเป็นเวลานานก่อตั้งโดยชนชาติชอง จังหวัดจันทบุรีเป็นเมืองที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทยอยู่ 3 ครั้ง คือ ครั้งที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีใช้จังหวัดจันทบุรีในการรวบรวมไพร่พลและเสบียงอาหาร ครั้งที่เกิดสงครามอานัมสยามยุทธในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวและในครั้งที่ฝรั่งเศสยึดเมืองจันทบุรีเป็นเมืองประกันหลังจากเกิดวิกฤตการณ์ปากน้ำในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยความที่จังหวัดจันทบุรีมีความสำคัญต่อเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์หลายเหตุการณ์และมีความหลากหลายทางภูมิประเทศ ส่งผลให้จังหวัดจันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรมหลายแห่ง

เนื้อหา

ประวัติและตำนาน[แก้]

ก่อนสมัยอาณาจักรอยุธยา[แก้]

จันทบุรีเป็นเมืองเก่าจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เชื่อกันว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี สร้างขึ้นโดยชนชาติ ชอง บางตำนานก็ว่าสร้างโดยชนชาติ ขอม หัวเมืองเดิมตามศิลาจารึกเรียกว่า "ควนคราบุรี" ชาวพื้นเมืองเรียกว่า "เมืองกาไว" ตามชื่อผู้ปกครอง เมืองจันทบุรีเดิมตั้งอยู่บริเวณหน้าเขาสระบาป มีชนพื้นเมืองเดิมอาศัยอยู่เรียกว่า ชาวชอง มีภาษาพูดเป็นภาษาของตนเอง ซึ่งแตกต่างจากภาษาไทยและภาษาเขมร เจ้าผู้ครองเมืองที่ยิ่งใหญ่ในตำนานคือ พระเจ้าพรหมทัต (พ.ศ. 1349-1399) ครั้นถึงปี พ.ศ. 1800 ได้มีการย้ายถิ่นฐานมาสร้างเมืองใหม่ที่บ้านหัววัง ตำบลพุงทลาย ซึ่งอยู่ใกล้กับแม่น้ำจันทบุรีในปัจจุบัน

สมัยอาณาจักรอยุธยาถึงธนบุรี[แก้]

ต่อมาปี พ.ศ. 2200 ได้ย้ายมาสร้างเมืองใหม่ที่บ้านลุ่ม อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี ในปี พ.ศ. 2310 หลังจากกรุงศรีอยุธยาเสียกรุงให้แก่พม่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้เข้ายึดเมืองจันทบุรีเพื่อใช้เป็นแหล่งสะสมเสบียงอาหารและรวบรวมกำลังพลในการกอบกู้กรุงศรีอยุธยาคืนจากพม่า ในคราวนั้นเจ้าเมืองจันทบุรีนามว่าเจ้าขรัวหลาน(ยศเจ้าเมืองจันทบุรีเดิม) ชึ่งราษฎรเลือกขึ้นเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยา โดยหวังว่าพระยาจันทบูรณ์จะช่วยปกป้องรักษาเมืองจันทบุรีให้อยู่รอดสืบต่อไป ได้ต่อต้านกองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยได้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เมืองจันทบุรีอยู่รอดเป็นอิสระ รักษาแผ่นดินไว้ให้ชนชาติบูรพา แต่สุดท้ายก็ต้องปราชัยพ่ายแพ้แก่กองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยพระองค์ทรงใช้พญาช้างศึกบุกชนกำแพงเมืองจนสามารถเข้าตีเมืองเอาไว้ได้สำเร็จ เจ้าเมืองจันทบุรีได้หลบภัยไปอาณาจักรกัมพูชาจนถึงแก่อสัญกรรม เมืองจันทบุรีจึงตกเป็นของสยามนับแต่นั้นเป็นต้นมา

สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น[แก้]

ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส[แก้]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2436 ฝรั่งเศสได้เข้ายึดเมืองจันทบุรีไว้นานถึง 11 ปี[6] เนื่องจากสยามมีข้อพิพาทเรื่องดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขง โดยฝรั่งเศสกล่าวหาว่าสยามล่วงล้ำดินแดนอาณานิคมของฝรั่งเศส ส่วนสยามได้อ้างว่าดินแดนดังกล่าวเป็นของสยาม ฝ่ายสยามเห็นว่าจะต่อสู้ทางทหารฝรั่งเศสไม่ได้จึงขอเปิดการเจรจา ทางฝรั่งเศสยื่นคำขาด โดยฝ่ายสยามต้องยอมยกดินแดนที่เป็นข้อพิพาทรวมทั้งเกาะทั้งหมดในลำน้ำโขง พร้อมเงินอีกหนึ่งล้านฟรังก์และสามล้านบาท โดยจนกว่าจะดำเนินการเสร็จฝรังเศสจะยึดเมืองจันทบุรีไว้ก่อน แต่เมื่อทางสยามดำเนินการเสร็จ ฝรั่งเศสไม่ได้ถอนกำลังออก ฝ่ายสยามจึงต้องยอมยกเมืองตราดและเมืองประจันตคีรีเขตร์ (เกาะกง) เพื่อแลกกับเมืองจันทบุรี และอีกหนึ่งปีต่อมาสยามยอมยกเมืองพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ เพื่อแลกเมืองตราดคืนมา แต่ฝรั่งเศสไม่ได้คืนเมืองประจันตคีรีเขตร์แต่อย่างใด ปัจจุบันเมืองประจันตคีรีเขตร์จึงอยู่ในอาณาเขตประเทศกัมพูชา ต่อมามีการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล จัดตั้งมณฑลจันทบุรี โดยมีเมืองจันทบุรี ระยอง และตราดอยู่ในเขตการปกครองจนถึงปี พ.ศ. 2476 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย จึงยกเลิกมณฑลเทศาภิบาลและได้จัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินใหม่ โดยแบ่งออกเป็นจังหวัดและอำเภอ ดังนั้นเมืองจันทบุรีจึงมีฐานะเป็นจังหวัดจนถึงปัจจุบันนี้

หลังการปกครองของฝรั่งเศส[แก้]

ทำเนียบรายพระนามและรายนามผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี[แก้]

รายพระนามและรายนามผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี[7][8]
พระนาม/ชื่อ เข้ารับตำแหน่ง สิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง
1. พระภิรมย์ฯ ไม่มีข้อมูล ไม่มีข้อมูล
2. พระจันทบุรีศรีสมุทร์เขตต์ ไม่มีข้อมูล ไม่มีข้อมูล
3. หม่อมเจ้านพมาศ นวรัตน พ.ศ. 2459 พ.ศ. 2469
4. พระยามานิตย์กุลพัทธ พ.ศ. 2469 ธันวาคม พ.ศ. 2471
5. พระพิสิษฏสุทธเลขา 17 ธันวาคม พ.ศ. 2471 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2477
6. พระนิกรบดี 1 มิถุนายน พ.ศ. 2477 2 ธันวาคม พ.ศ. 2479
7. ขุนประสงค์สุขการี 2 ธันวาคม พ.ศ. 2479 1 ธันวาคม พ.ศ. 2484
8. หลวงอรรถสิทธิสุนทร (ผวน ทองสยาม) 2 ธันวาคม พ.ศ. 2484 2 ตุลาคม พ.ศ. 2485
9. หลวงอรรถเกษมเกษา (สวิง อรรถเกษม) 3 ตุลาคม พ.ศ. 2485 1 มกราคม พ.ศ. 2487
10. ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ (สุวงศ์ รัฐวุฒิวิจารณ์) 11 มกราคม พ.ศ. 2487 13 มิถุนายน พ.ศ. 2489
11. นายชุบ พิเศษนครกิจ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2489 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2492
12. นายถนอม วิบูลมงคล 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2492 7 มกราคม พ.ศ. 2495
13. ขุนคำนวณวิจิตร (เชย บุนนาค) 8 มกราคม พ.ศ. 2495 2 เมษายน พ.ศ. 2496
14. ขุนวรคุตตคณารักษ์ 3 เมษายน พ.ศ. 2496 18 มีนาคม พ.ศ. 2499
15. นายผาด นาคพิน 19 มีนาคม พ.ศ. 2499 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2501
16. หม่อมเจ้าทองคำเปลว ทองใหญ่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2501 28 กันยายน พ.ศ. 2507
17. นายส่ง เหล่าสุนทร 29 กันยายน พ.ศ. 2507 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2512
18. จ.ต.ต. ชั้น สุวรรณทรรภ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 25 ธันวาคม พ.ศ. 2514
19. นายวิชิต ศุขะวิริยะ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2514 6 ธันวาคม พ.ศ. 2516
20. นายบุญช่วย ศรีสารคาม 7 ธันวาคม พ.ศ. 2516 30 กันยายน พ.ศ. 2519
21. น.อ.จำลอง ประเสริฐยิ่ง ร.น. 1 ตุลาคม พ.ศ. 2519 30 กันยายน พ.ศ. 2520
22. นายประกิต อุตตะโมต 1 ตุลาคม พ.ศ. 2520 14 ตุลาคม พ.ศ. 2521
23. นายพิบูลย์ ธุรภาคพิบูล 15 ตุลาคม พ.ศ. 2521 30 กันยายน พ.ศ. 2523
24. นายบุญนาค สายสว่าง 1 ตุลาคม พ.ศ. 2523 30 กันยายน พ.ศ. 2528
25. นายสมพงศ์ พันธ์สุวรรณ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2528 30 กันยายน พ.ศ. 2532
26. นายปรีดา มุตตาหารัช 1 ตุลาคม พ.ศ. 2532 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533
27. เรือตรี สุกรี รักษ์ศรีทอง 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533 30 กันยายน พ.ศ. 2534
28. นายวิมล พวงทอง 1 ตุลาคม พ.ศ. 2534 30 กันยายน พ.ศ. 2536
29. นายอมร อนันตชัย 1 ตุลาคม พ.ศ. 2536 30 กันยายน พ.ศ. 2541
30. ประพันธ์ ชลวีระวงศ์ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2541 30 กันยายน พ.ศ. 2543
31. นายอัครพงศ์ พยัคฆันตร 1 ตุลาคม พ.ศ. 2543 30 กันยายน พ.ศ. 2544
32. นายวิทยา ปิณฑะแพทย์ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2544 30 กันยายน พ.ศ. 2547
33. นายพนัส แก้วลาย 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 30 กันยายน พ.ศ. 2550
34. นายประจักษ์ สุวรรณภักดี 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550 30 กันยายน พ.ศ. 2551
35. นายพูลศักดิ์ ประณุทนรพาล 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 30 กันยายน พ.ศ. 2553
36.นายธีรเทพ ศรียะพันธ์ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
37. นายวิชิต ชาตไพสิฐ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 28 กันยายน พ.ศ. 2555
38. นายสุรชัย ขันอาสา 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555 30 กันยายน พ.ศ. 2556
39. นายเกรียงเดช เข็มทอง 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556 ปัจจุบัน

ภูมิศาสตร์[แก้]

ชายหาดแหลมสิงห์

จังหวัดจันทบุรีตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยอยู่ห่างกรุงเทพมหานครเมืองหลวงของประเทศไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 245 กิโลเมตร[9] จังหวัดจันทบุรีมีพื้นที่ 6,338 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 16.6 ของพื้นที่ภาคตะวันออก และเท่ากับร้อยละ 1.8 ของพื้นที่ทั้งประเทศ โดยพื้นที่ของจังหวัดเป็นที่ราบชายฝั่งทะเล ที่ราบสูงและภูเขา ภูมิอากาศของจังหวัดมีลักษณะแบบมรสุมเขตร้อน[10] จุดสูงสุดของจังหวัดอยู่ที่ยอดเขาสอยดาวใต้ ซึ่งเป็นยอดเขาที่มีความสูงที่สุดในภาคตะวันออกมีความสูง 1,675 เมตร[11]

ลักษณะภูมิประเทศ[แก้]

สภาพพื้นที่โดยทั่วไปทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันออก เป็นป่าไม้ ภูเขา และที่ราบสูงเป็นส่วนใหญ่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 30-190 เมตร ทิศใต้เป็นชายฝั่งทะเลมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่ม บางแห่งเป็นอ่าวแหลมและหาดทราย สูงจากระดับน้ำทะเล 30-190 เมตร

พื้นที่จังหวัดจันทบุรี แยกลักษณะภูมิประเทศออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ

  1. ภูเขาสูงและเนินเขา
  2. ที่ราบสูงและที่ราบเชิงเขา
  3. ที่ราบลุ่มน้ำและที่ราบชายฝั่งทะเล

ลักษณะภูมิอากาศ[แก้]

สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปจังหวัดจันทบุรีตั้งอยู่ในเขตที่มีอากาศร้อนชื้น มีฝนตกชุกติดต่อกันประมาณ 6 เดือนต่อปี และในปี พ.ศ. 2542 มีฝนตกจำนวน 182 วัน วัดปริมาณน้ำฝนโดยรวม 3,509.40 มิลลิเมตร และเดือนที่มีอุณหภูมิต่ำสุดในรอบปี คือเดือนธันวาคม วัดได้ 13.10 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 28.46 องศาเซลเซียส ประกอบด้วย 3 ฤดู คือ

ข้อมูลภูมิอากาศของจันทบุรี
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) 31.9
(89.4)
32.2
(90)
32.6
(90.7)
33.3
(91.9)
32.2
(90)
30.9
(87.6)
30.6
(87.1)
30.4
(86.7)
30.7
(87.3)
31.5
(88.7)
31.4
(88.5)
31.2
(88.2)
31.58
(88.84)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) 20.3
(68.5)
22.0
(71.6)
23.2
(73.8)
24.1
(75.4)
24.6
(76.3)
24.7
(76.5)
24.5
(76.1)
24.4
(75.9)
24.0
(75.2)
23.4
(74.1)
22.4
(72.3)
20.6
(69.1)
23.18
(73.73)
หยาดน้ำฟ้า มม (นิ้ว) 13.3
(0.524)
45.0
(1.772)
55.1
(2.169)
111.1
(4.374)
355.5
(13.996)
513.0
(20.197)
439.6
(17.307)
513.7
(20.224)
475.5
(18.72)
279.6
(11.008)
61.2
(2.409)
12.4
(0.488)
2,875
(113.189)
วันที่มีหยาดน้ำฟ้าโดยเฉลี่ย 2 4 6 10 22 25 24 26 25 19 6 2 171
จำนวนชั่วโมงที่มีแดด 282.1 243.6 248.0 240.0 182.9 132.0 139.5 127.1 129.0 189.1 243.0 282.1 2,438.4
แหล่งที่มา: กรมอุตุนิยมวิทยา

ทรัพยากรดินและน้ำ[แก้]

สัตว์ป่าและพันธุ์พืช[แก้]

เหลืองจันทบูร

จังหวัดจันทบุรีมีพื้นที่ป่าไม้มากที่สุดในภาคตะวันออก โดยคิดเป็น 1 ใน 4 ของพื้นที่ป่าไม้ทั้งภาค[12] อย่างไรก็ตามหากเปรียบเทียบในอดีตจะพบว่าจังหวัดจันทบุรีสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ไปเป็นจำนวนมาก เพราะเดิมทีเคยเป็นจังหวัดที่มีเนื้อที่ป่าไม้มากกว่าร้อยละ 50 ของจังหวัด[13] โดยมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการลักลอบตัดไม้ การบุกรุกของราษฎรและการขาดการเข้มงวดกวดขันของเจ้าหน้าที่[14] ในปัจจุบันมีการประกาศให้พื้นที่ป่าไม้ของจังหวัดจันทบุรีขึ้นเป็นอุทยานแห่งชาติ 3 แห่งคือ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น และอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว[15] วนอุทยานแห่งชาติ 1 แห่งคือ วนอุทยานแห่งชาติแหลมสิงห์[16] และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 3 แห่งคือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวาย[17]

สำหรับพืชที่ค้นพบในจังหวัดจันทบุรีมีอยู่หลายประเภท ที่สำคัญคือสำรองและจัน ซึ่งถือเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดของจันทบุรี ในส่วนของพืชชนิดอื่น ๆ ที่สำคัญของจังหวัด ได้แก่ สอยดาว ชะมวง กฤษณา กระวานและเหลืองจันทบูรอันเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด[3][18] นอกจากนี้แล้วในจังหวัดจันทบุรียังค้นพบพืชเฉพาะถิ่นอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น เนตรม่วง (Microchirita purpurea) ซึ่งค้นพบเฉพาะในเขตอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น[19] เป็นต้น

สำหรับในส่วนของสัตว์ป่าในจังหวัดจันทบุรีนั้นพบว่ามีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 122 ชนิด นก 276 ชนิด สัตว์เลื้อนคลายไม่น้อยกว่า 88 ชนิด สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 29 ชนิดและปลาน้ำจืดอีกกว่า 47 ชนิด[20] จึงนับได้ว่าจังหวัดจันทบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตค่อนมาก ในจำนวนสัตว์เหล่านี้มีสัตว์ที่สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น กบอกหนาม ปลาบู่มหิดล นกกระทาดงจันทบุรี นกแต้วแล้วใหญ่หัวสีน้ำเงินและนกสาลิกาเขียวหางสั้น เป็นต้น ซึ่งสัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์ที่สามารถพบได้ในบริเวณจังหวัดจันทบุรีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยเท่านั้น[20][21] ยกเว้นในส่วนของปลาบู่มหิดลที่ค้นพบในจังหวัดจันทบุรี แต่มีกระจายตัวอยู่ในจังหวัดระนองและจังหวัดภูเก็ตด้วย[22]

การเมืองการปกครอง[แก้]

แผนที่จังหวัดจันทบุรี

จังหวัดจันทบุรีมีรูปแบบการปกครองทั้งในรูปแบบการแบ่งอำนาจและการกระจายอำนาจ โดยในปัจจุบันจังหวัดจันทบุรีมีการแบ่งอำนาจออกเป็น 10 อำเภอและมีจำนวนเทศบาลตามหลักการกระจายอำนาจ 45 เทศบาล 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัดและ 34 องค์การบริหารส่วนตำบล ในส่วนของการเมืองระดับชาตินั้น จังหวัดจันทบุรีมีเขตการเลือกตั้งสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 3 เขตและเขตการเลือกตั้งสำหรับสมาชิกวุฒิสภา 1 เขต

หน่วยการปกครอง[แก้]

จังหวัดจันทบุรีแบ่งการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ 76 ตำบล 731 หมู่บ้าน[23] ดังนี้[24]

1. อำเภอเมืองจันทบุรี 2. อำเภอขลุง 3. อำเภอท่าใหม่ 4. อำเภอโป่งน้ำร้อน 5. อำเภอมะขาม

1.  ตำบลตลาด
2.  ตำบลวัดใหม่
3.  ตำบลคลองนารายณ์
4.  ตำบลเกาะขวาง
5.  ตำบลคมบาง
6.  ตำบลท่าช้าง
7.  ตำบลจันทนิมิต
8.  ตำบลบางกะจะ
9.  ตำบลแสลง
10.  ตำบลหนองบัว
11.  ตำบลพลับพลา

1.  ตำบลขลุง
2.  ตำบลบ่อ
3.  ตำบลเกวียนหัก
4.  ตำบลตะปอน
5.  ตำบลบางชัน
6.  ตำบลวันยาว
7.  ตำบลซึ้ง
8.  ตำบลมาบไพ
9.  ตำบลวังสรรพรส
10.  ตำบลตรอกนอง
11.  ตำบลตกพรม
12.  ตำบลบ่อเวฬุ

1.  ตำบลท่าใหม่
2.  ตำบลยายร้า
3.  ตำบลสีพยา
4.  ตำบลบ่อพุ
5.  ตำบลพลอยแหวน
6.  ตำบลเขาวัว
7.  ตำบลเขาบายศรี
8.  ตำบลสองพี่น้อง
9.  ตำบลทุ่งเบญจา
10.  ตำบลรำพัน
11.  ตำบลโขมง
12.  ตำบลตะกาดเง้า
13.  ตำบลคลองขุด
14.  ตำบลเขาแก้ว

1.  ตำบลทับไทร
2.  ตำบลโป่งน้ำร้อน
3.  ตำบลหนองตาคง
4.  ตำบลเทพนิมิต
5.  ตำบลคลองใหญ่

1.  ตำบลมะขาม
2.  ตำบลท่าหลวง
3.  ตำบลปัถวี
4.  ตำบลวังแซ้ม
5.  ตำบลฉมัน
6.  ตำบลอ่างคีรี

6. อำเภอแหลมสิงห์ 7. อำเภอสอยดาว 8. อำเภอแก่งหางแมว 9. อำเภอนายายอาม 10. อำเภอเขาคิชฌกูฏ
  1. ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์
  2. ตำบลเกาะเปริด
  3. ตำบลหนองชิ่ม
  4. ตำบลพลิ้ว
  5. ตำบลคลองน้ำเค็ม
  6. ตำบลบางสระเก้า
  7. ตำบลบางกะไชย
  1. ตำบลปะตง
  2. ตำบลทุ่งขนาน
  3. ตำบลทับช้าง
  4. ตำบลทรายขาว
  5. ตำบลสะตอน
  1. ตำบลแก่งหางแมว
  2. ตำบลขุนซ่อง
  3. ตำบลสามพี่น้อง
  4. ตำบลพวา
  5. ตำบลเขาวงกต
  1. ตำบลนายายอาม
  2. ตำบลวังโตนด
  3. ตำบลกระแจะ
  4. ตำบลสนามไชย
  5. ตำบลช้างข้าม
  6. ตำบลวังใหม่
  1. ตำบลซากไทย
  2. ตำบลพลวง
  3. ตำบลตะเคียนทอง
  4. ตำบลคลองพลู
  5. ตำบลจันทเขลม

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

เขตการเลือกตั้งของจังหวัดจันทบุรี

จังหวัดจันทบุรีมีหน่วยการปกครองในรูปแบบกระจายอำนาจทั้งสิ้น 80 แห่ง แบ่งออกเป็น องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลเมือง 5 แห่ง เทศบาลตำบล 40 แห่งและองค์การบริหารส่วนตำบล 34 แห่ง[25][26] ในส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรีได้รับการจัดตั้งตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 โดยมีขอบเขตครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัดจันทบุรี[27] โดยมีหน้าที่หลักในการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงประสานและร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการวางแผนพัฒนาจังหวัด[28] ในปัจจุบันมีนายธนภณ กิจกาญจน์เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรีคนปัจจุบัน[29] สำหรับหน่วยการปกครองท้องถิ่นในระดับเทศบาลนั้นเริ่มขึ้นครั้งแรกในเขตอำเภอเมืองจันทบุรี โดยมีการจัดตั้งสุขาภิบาลจันทบุรีขึ้นในปี พ.ศ. 2451[30] ซึ่งต่อมาได้มีการยกฐานะเป็นเทศบาลเมืองจันทบุรีในปี พ.ศ. 2478[31]

การเมืองระดับชาติ[แก้]

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเมืองระดับชาติของจังหวัดจันทบุรีนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้จังหวัดจันทบุรีมีเขตเลือกตั้งสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 3 เขตเลือกตั้ง[32] โดยการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2554 (ไม่นับการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2557 เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ[33]) โดยมีรายนามผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งดังนี้[34]

      พรรคประชาธิปัตย์
ชุดที่ การเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 2 เขตเลือกตั้งที่ 3
ชุดที่ 24 พ.ศ. 2554 นายธวัชชัย อนามพงษ์ นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ

สำหรับจำนวนสมาชิกวุฒิสภาของจังหวัดจันทบุรีในอดีตมี 2 คน[35] แต่ตั้งแต่ พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา จังหวัดจันทบุรีสามารถมีสมาชิกวุฒิสภาได้ 1 คนเท่านั้น จากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557ระบุว่านางพจนา กิจกาญจน์เป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง[36]

เศรษฐกิจ[แก้]

เกษตรกรรม[แก้]

ประมง[แก้]

อัญมณี[แก้]

การท่องเที่ยว[แก้]

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

  • สัญลักษณ์ประจำจังหวัด คือ รูปดวงจันทร์และกระต่าย ดวงจันทร์และแสงจันทร์ หมายถึง ความสวยงามสงบเงียบ และเย็นสบายของภูมิภาคนี้ รูปกระต่ายเป็นสัญลักษณ์ส่วนหนึ่งของดวงจันทร์ ซึ่งชาวไทยโดยทั่วไปเชื่อว่ามีอยู่เช่นนั้นมาแต่ดึกดำบรรพ์
  • ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกเหลืองจันทบูร
  • ต้นไม้ประจำจังหวัด 1: ต้นสำรองหรือพุงทะลาย (Scaphium macropodium )
  • ต้นไม้ประจำจังหวัด 2: จัน (Diospyros decandra)
  • ตลาดอัญมณี  :พลอยจันทบุรี

โครงสร้างพื้นฐาน[แก้]

การศึกษา[แก้]

โรงเรียนประจำจังหวัดจันทบุรี ได้แก่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จันทบุรี และโรงเรียนศรียานุสรณ์ โดยในสมัยอดีต ได้แบ่งแยกเป็นโรงเรียนชายประจำจังหวัดและโรงเรียนหญิงประจำจังหวัด แต่ในปัจจุบันได้กลายเป็นโรงเรียนสหศึกษาทั้งสองโรงเรียนแล้ว ที่ตั้งของโรงเรียนทั้งสองนั้นอยู่ใกล้กันโดยมีถนนเส้นหนึ่งตัดผ่าน นอกจากนี้อยู่ใกล้กับโรงเรียนอื่นๆเช่น โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ และโรงเรียนสฤษดิเดช เป็นต้น ในส่วนของระดับอุดมศึกษามีสถานศึกษาดังนี้

สาธารณสุข[แก้]

การคมนาคมและการสื่อสาร[แก้]

ประชากร[แก้]

จากประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยในปี พ.ศ. 2556 รายงานว่าจังหวัดจันทบุรีมีประชากร 524,260 คน คิดเป็นอันดับที่ 46 ของประเทศ[2] มีความหนาแน่นของประชากร 82.71 คนต่อตารางกิโลเมตร โดยบริเวณที่มีความหนาแน่นของประชากรมากที่สุดในจังหวัดอยู่ที่เขตเทศบาลเมืองขลุง ซึ่งมีความหนาแน่นของประชากร 3,772 คนต่อตารางกิโลเมตร[25] ประชากรของจังหวัดจันทบุรีส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตอำเภอเมืองจันทบุรี โดยมีประชากรอาศัยอยู่ร้อยละ 25.03 ส่วนอำเภอที่มีประชากรอาศัยอยู่น้อยที่สุดคืออำเภอเขาคิชฌกูฏ โดยมีประชากรอาศัยอยู่เพียงร้อยละ 5.33 ของประชากรทั้งจังหวัด[37] ประชากรจังหวัดจันทบุรีบางส่วนเดินทางย้ายถิ่นฐานไปยังจังหวัดอื่น โดยส่วนใหญ่แล้วเพื่อหางานทำในจังหวัดนั้น ๆ[38] ประชากรชาวจันทบุรีส่วนมากมีสัญชาติไทยคิดเป็นร้อยละ 94.82 รองลงมามีสัญชาติกัมพูชาร้อยละ 2.90 สัญชาติลาวร้อยละ 1.20 ที่เหลือเป็นประชากรสัญชาติอื่น ๆ ในจำนวนนี้มีชาวยุโรป 397 คนและชาวแอฟริกัน 561 คนรวมอยู่ด้วย[39]

จำนวนประชากร[แก้]


ภาษา[แก้]

ภายในของอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล

ชาวจันทบุรีใช้ภาษาไทยแบบภาคกลางเป็นภาษาทางราชการและใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตามภาษาไทยที่ชาวจันทบุรีใช้พูดนั้นจะมีสำเนียงและหางเสียงที่แปลกจากภาษาไทยภาคกลาง[41] มีคำบางคำที่เป็นภาษาถิ่นเฉพาะ เช่น การใช้คำว่า ฮิ เป็นคำสร้อย การเรียกยายว่า แมะ เป็นต้น[42] นอกจากนี้แล้วในจังหวัดจันทบุรียังพบภาษาท้องถิ่นในตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติกที่สำคัญอีก 1 ภาษา คือ ภาษาชอง ซึ่งเป็นภาษาที่พูดโดยชาวชอง ส่วนใหญ่แล้วชาวชองมักตั้งถิ่นฐานในอำเภอมะขาม อำเภอโป่งน้ำร้อนและอำเภอเขาคิชฌกูฎ[43] [44] ในปัจจุบันภาษาชองกำลังตกอยู่ในภาวะสูญหาย เนื่องจากพลเมืองชาวชองประมาณ 6,000 คน มีผู้ที่สามารถพูดภาษาชองได้เพียงแค่ 500 คนเท่านั้น[45] ในส่วนของภาษาอื่น ๆ ที่มีประชากรในจังหวัดใช้สื่อสารในครัวเรือนเกิน 1,000 คนขึ้นไป ได้แก่ ภาษาเขมร ภาษาลาว ภาษาพม่าและภาษาอังกฤษ[46]

ศาสนา[แก้]

จากการสำมะโนประชากรของจังหวัดจันทบุรีในปี พ.ศ. 2553 พบว่า ประชากรส่วนมากในจังหวัดจันทบุรีนับถือศาสนาพุทธคิดเป็นร้อยละ 97.95 รองลงมานับถือศาสนาคริสต์คิดเป็นร้อยละ 1.22 ศาสนาอิสลามคิดเป็นร้อยละ 0.40 ศาสนาฮินดูคิดเป็นร้อยละ 0.03 ศาสนาอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ 0.23 และมีผู้ไม่นับถือศาสนาใด ๆ คิดเป็นร้อยละ 0.17[47] ในกลุ่มศาสนิกชนที่นับถือศาสนาอื่นนอกเหนือจากศาสนาพุทธส่วนใหญ่มักอาศัยอยู่ในเขตเทศบาล[47] ในส่วนของคริสต์ศาสนิกชนในจังหวัดจันทบุรีพบมากที่สุดในเขตเทศบาลเมืองจันทนิมิตโดยมีผู้นับถือศาสนาคริสต์ถึงร้อยละ 50 จากประชากรทั้งหมดในเขตเทศบาล[48]

การคมนาคมขนส่ง[แก้]

การเดินทางสู่จังหวัดจันทบุรีมีเส้นทางดังนี้

  • เส้นทางสายกรุงเทพฯ–ชลบุรี–พัทยา–บ้านฉาง–ระยอง–จันทบุรี โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) ระยะทางประมาณ 315 กิโลเมตร
  • เส้นทางสายกรุงเทพฯ–ชลบุรี–ศรีราชา–บ้านฉาง–ระยอง–จันทบุรี โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 (ถนนเมืองพัทยา-ระยอง) ระยะทางประมาณ 289 กิโลเมตร
  • เส้นทางสายกรุงเทพฯ–ชลบุรี–แกลง–จันทบุรี โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 344 (ถนนชลบุรี-แกลง) ระยะทางประมาณ 249 กิโลเมตร
  • เส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือผ่านปราจีนบุรี ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 (ถนนสุวรรณศร) เข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 317 (ถนนจันทบุรี-สระแก้ว) ผ่านอำเภอสอยดาว อำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอมะขาม เข้าสู่จังหวัดจันทบุรี
  • เส้นทางจันทบุรี–ตราด ระยะทาง 69.94 กิโลเมตร
  • เส้นทางจันทบุรี–ระยอง ระยะทาง 111.67 กิโลเมตร
  • เส้นทางจันทบุรี–สระแก้ว ระยะทาง 156.4 กิโลเมตร
  • เส้นทางจันทบุรี–ชลบุรี ระยะทาง 167.03 กิโลเมตร
  • เส้นทางจันทบุรี–ฉะเชิงเทรา ระยะทาง 191.09 กิโลเมตร
  • เส้นทางจันทบุรี–สระบุรี ระยะทาง 327.77 กิโลเมตร
  • เส้นทางจันทบุรี–นครราชสีมา ระยะทาง 338.05 กิโลเมตร
  • เส้นทางจันทบุรี–บุรีรัมย์ ระยะทาง 344.32 กิโลเมตร
  • เส้นทางจันทบุรี–แม่สอด ระยะทาง 697.83 กิโลเมตร

ประเพณีและวัฒนธรรม[แก้]

สินค้าพื้นเมือง[แก้]

  • ผลไม้ เป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด ระกำหวาน ในช่วงฤดูผลไม้จะมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวและซื้อหาผลไม้รสอร่อยราคาย่อมเยาคุณภาพดีที่จังหวัดจันทบุรี
  • เสื่อจันทบูร หัตถกรรมพื้นบ้านอีกชนิดที่มีชื่อเสียงของจังหวัด ผลิตจากกก ได้มีการนำเอากกมาดัดแปลงเป็นเครื่องใช้ต่าง ๆ มากมาย
  • พริกไทย จันทบุรีเป็นแหล่งปลูกพริกไทยที่สำคัญของประเทศไทยเป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรในจังหวัดจันทบุรี
  • ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ นับเป็นสินค้าพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์อีกสิ่งหนึ่งของจังหวัด เหมาะที่จะซื้อเป็นของที่ระลึกเมื่อมาเที่ยวจังหวัดจันทบุรี
  • อัญมณี เป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของจังหวัด นักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายอัญมณีบนถนนอัญมณีในวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

อุทยานแห่งชาติทางบก[แก้]

  1. อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ
  2. อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น
  3. อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
  4. อุทยานแห่งชาติน้ำตกเขาสอยดาว

วนอุทยานแห่งชาติ[แก้]

  1. วนอุทยานแห่งชาติแหลมสิงห์

ดูเพิ่ม[แก้]

ชาวจันทบุรีที่มีชื่อเสียง[แก้]

เมืองพี่น้อง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. 2.0 2.1 ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จานวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556
  3. 3.0 3.1 "จังหวัดจันทบุรี 3". สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  4. "จำนวนประชากรและบ้าน จำแนกเป็นรายอำเภอ และรายตำบล จังหวัดจันทบุรี ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2553". สำนักสถิติพยากรณ์ สำนักงานสถิติแห่งชาติ. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  5. "จังหวัดจันทบุรี 1". สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  6. "เหตุสงครามระหว่างสยามกับฝรั่งเศสและจดหมายเหตุฝรั่งเศสยึดเมืองจันทบุรี (พ.ศ. 2436-2447)." พระนคร: กรมศิลปากร, 2483.
  7. "ทำเนียบรายพระนามและรายนามผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี". สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  8. "ทำเนียบผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี". กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานจังหวัดจันทบุรี ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  9. "ข้อมูลการเดินทางในจันทบุรี". การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  10. "ความแห้งแล้งในประเทศไทย". กรมพัฒนาที่ดิน. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  11. "ข้อมูลประจำจังหวัดจันทบุรี". สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  12. "เนื้อที่ป่าไม้แยกรายจังหวัด". สำนักความหลากหลายทางชีวภาพ. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  13. "สถานการณ์ป่าไม้ประเทศไทย ในวาระ 21 ปี สืบ นาคะเสถียร". มูลนิธิสืบนาคะเสถียร. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  14. "สภาพปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง". สถาบันสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  15. "อุทยานแห่งชาติ". กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  16. "วนอุทยานแห่งชาติ". กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  17. "รายชื่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า". สำนักความหลากหลายทางชีวภาพ. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  18. "ต้นไม้ประจำจังหวัด". สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี. สืบค้นเมื่อ 17 April 2014. 
  19. "อย่างไรเรียกว่า...สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่?". ASTVผู้จัดการออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 17 April 2014. 
  20. 20.0 20.1 "ธรรมชาติวิทยา สัตว์ท้องถิ่นของจันทบุรี". สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี. สืบค้นเมื่อ 17 April 2014. 
  21. "การจัดสถานภาพการถูกคุกคามของนกที่พบในประเทศไทย". คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแม่โจ้. สืบค้นเมื่อ 17 April 2014. 
  22. "ปลาบู่มหิดล : ปลาเกียรติยศของพระประทีปแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำของไทย". กรมประมง. สืบค้นเมื่อ 17 April 2014. 
  23. "อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน และ อปท.". สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจันทบุรี. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  24. "รายการข้อมูลอำเภอในจังหวัดจันทบุรี". thaitambon. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  25. 25.0 25.1 "รายชื่อเทศบาลเมือง จำนวน 171 แห่ง". สำนักพัฒนาระบบ รูปแบบและโครงสร้าง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  26. "รายชื่อองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 5,492 แห่ง". สำนักพัฒนาระบบ รูปแบบและโครงสร้าง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  27. "ประวัติความเป็นมา". องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  28. "อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี". องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  29. "โครงสร้างองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี". องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  30. ""ชุมชนเก่าท่าหลวง (ถนนสุขาภิบาล)" ชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำจันทบุรี". travel.thaiza. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  31. "พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี พุทธศักราช ๒๔๗๘". ราชกิจจานุเบกษา. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  32. "ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปครั้งแรกภายหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๔". ราชกิจจานุเบกษา. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  33. "มติศาล รธน. 6 ต่อ 3 ชี้การเลือกตั้ง 2 ก.พ. เป็นโมฆะ" (ใน Thai). Manager. 2014-03-21. สืบค้นเมื่อ 2014-03-21. 
  34. "ผลคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร แบบแบงเขตเลือกตั้ง วันที่ 3 กรกฎาคม 2554". คณะกรรมการการเลือกตั้ง. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  35. "ทำเนียบสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดจันทบุรีจากอดีตจนถึงปัจจุบัน". คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดจันทบุรี. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  36. "ผลเลือกตั้ง ส.ว. 2557 ทั่วประเทศ". เดลินิวส์. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  37. "ตารางที่ 1 ประชากร จำแนกตามเพศ ครัวเรือน จำแนกตามประเภทของครัวเรือน อำเภอ และเขตการปกครอง". สำนักงานสถิติจังหวัดจันทบุรี. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  38. "ตารางที่ 20 ประชากรที่ย้ายถิ่นภายใน 5 ปี จำแนกตามเหตุผลของการย้ายถิ่น เพศ และเขตการปกครอง". สำนักงานสถิติจังหวัดจันทบุรี. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  39. "ตารางที่ 5 ประชากร จำแนกตามสัญชาติ เพศ และเขตการปกครอง". สำนักงานสถิติจังหวัดจันทบุรี. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  40. "รายชื่อเทศบาลเมือง จำนวน 171 แห่ง". สำนักพัฒนาระบบ รูปแบบและโครงสร้าง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  41. "จังหวัดจันทบุรี 8". สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  42. "ภาษาถิ่นตะวันออก". สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสุพรรณบุรี. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  43. "ภาษาชอง". มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  44. "ภาษาชอง". โครงการแผนที่วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ชายแดนไทย-กัมพูชา. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  45. "ต่อลมหายใจ “มรดกภาษา” ฟื้นชาติพันธุ์ “ชอง” ผ่านห้องเรียน". ผู้จัดการออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  46. "ตารางที่ 6 ประชากร จำแนกตามภาษาที่ใช้พูดในครัวเรือน เพศ และเขตการปกครอง". สำนักงานสถิติจังหวัดจันทบุรี. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  47. 47.0 47.1 "ตารางที่ 4 ประชากร จำแนกตามศาสนา เพศ และเขตการปกครอง". สำนักงานสถิติจังหวัดจันทบุรี. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  48. "ประวัติชุมชน". เทศบาลเมืองจันทนิมิต. สืบค้นเมื่อ 16 April 2014. 
  49. 49.0 49.1 "ความสัมพันธเมืองพี่น้องที่ลงนามความตกลงแลว". กองการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  50. 50.0 50.1 "บันทึกความเข้าใจฯ กับราชอาณาจักรกัมพูชา". mahachonnews. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 12°37′N 102°07′E / 12.61°N 102.11°E / 12.61; 102.11