โตเกียว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น สำหรับความหมายอื่น ดูที่ โตเกียว (แก้ความกำกวม)
โตเกียว
東京
มหานคร
東京都 · มหานครโตเกียว
จากบนซ้าย: ชินจุกุ, โตเกียวทาวเวอร์, สะพานสายรุ้ง, ชิบุยะ, อาคารรัฐสภาแห่งชาติ
จากบนซ้าย: ชินจุกุ, โตเกียวทาวเวอร์, สะพานสายรุ้ง, ชิบุยะ, อาคารรัฐสภาแห่งชาติ
ตราอย่างเป็นทางการของ โตเกียว
ตรา
โลโก้ของ โตเกียว
สัญลักษณ์
เพลง: ญี่ปุ่น: Tokyo Metropolitan Song 東京都歌 Tokyo Toka ?[1]
ที่ตั้งของโตเกียวในญี่ปุ่น
ที่ตั้งของโตเกียวในญี่ปุ่น
ภาพถ่ายดาวเทียม 23 เขตพิเศษของโตเกียว จากยานLandsat 7 นาซา
ภาพถ่ายดาวเทียม 23 เขตพิเศษของโตเกียว จากยานLandsat 7 นาซา
โตเกียว is located in Japan
โตเกียว
โตเกียว
ที่ตั้งของโตเกียวในญี่ปุ่น
พิกัดภูมิศาสตร์: 35°41′22.22″N 139°41′30.12″E / 35.6895056°N 139.6917000°E / 35.6895056; 139.6917000พิกัดภูมิศาสตร์: 35°41′22.22″N 139°41′30.12″E / 35.6895056°N 139.6917000°E / 35.6895056; 139.6917000
ประเทศ ญี่ปุ่น
ภูมิภาค คันโต
เกาะ ฮนชู
การบริหาร 23 เขตพิเศษ, 26 เมือง, 1 อำเภอ และ 4 กิ่งจังหวัด
การปกครอง
 • ประเภท จังหวัด
 • ผู้ว่า ชินทะโระ อิชิฮะระ
 • ศูนย์กลาง ชินจุกุ
พื้นที่(อันดับที่ 45)
 • มหานคร 13,572 กม.2 (5,240 ตร.ไมล์)
 • Metro 2,187.66 กม.2 (844.66 ตร.ไมล์)
ประชากร (1 สิงหาคม 2011)[2][3]
 • มหานคร 13,185,502 คน
 • ความหนาแน่น 970คน/กม.2 (2,500คน/ตร.ไมล์)
 • มหานคร 35,682,460
 • ความหนาแน่นในมหานคร 2,629คน/กม.2 (6,810คน/ตร.ไมล์)
 • 23 เขต 8,967,665
  (2011)
คำเรียกพลเมือง โทเกียวอิเตะ
เขตเวลา เวลามาตรฐานญี่ปุ่น (UTC+9)
ISO 3166-2 JP-13
ดอกไม้ Somei-Yoshino cherry blossom
ต้นไม้ Ginkgo tree (Ginkgo biloba)
นก Black-headed Gull (Larus ridibundus)
เว็บไซต์ www.metro.tokyo.jp

โตเกียว (ญี่ปุ่น: 東京 โทเกียว ?) หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า มหานครโตเกียว (東京都 โทเกียว-โตะ ?; Tokyo Metropolis) เป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น มีระบบการปกครองแบบพิเศษซึ่งรวมการปกครองในรูปแบบจังหวัดและเมืองไว้ด้วยกัน และเป็นเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก (โดยรวมเขตปริมณฑลแล้วมีประชากรอาศัยอยู่ราว 35,237,000 คน[4]) โดยเฉพาะในตัวโตเกียวใน 23 เขตปกครองพิเศษในโตเกียว มีประชากรในเขตเมืองประมาณ 12 ล้านคน[5] ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลกเมืองหนึ่ง จำนวนประชากรทั้งหมดของโตเกียว มีทั้งหมดกว่า 35 ล้านคน โตเกียวตั้งอยู่บริเวณภาคคันโตของญี่ปุ่น คำว่า "โตเกียว" หมายถึง "นครหลวงตะวันออก" ในพื้นที่โตเกียวยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังอิมพีเรียล

กรุงโตเกียวเคยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 1964 และจะเป็นเจ้าภาพครั้งที่สองในปี 2020 ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม - 9 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ชื่อจังหวัด[แก้]

โตเกียวเคยถูกเรียกว่าเอะโดะ ซึ่งแปลว่าปากแม่น้ำ[6] เมื่อกลายเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นในปี 1868 ก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นโตเกียว ซึ่งแปลว่าเมืองหลวงทางตะวันออก (โต (東:ตะวันออก) เกียว (京:เมืองหลวง))[6] ในตอนต้นยุคเมจิ โตเกียวบางครั้งถูกเรียกว่า โตเก ซึ่งเป็นวิธีอ่านอีกแบบของตัวคันจิในคำว่าโตเกียว แต่ปัจจุบันเลิกใช้แล้ว[7]

ประวัติศาสตร์[แก้]

โตเกียวแต่เดิมเป็นหมู่บ้านประมงเล็ก ๆ ที่ชื่อเอะโดะ ต่อมาในปี ค.ศ. 1457 ปราสาทเอะโดะได้ถูกสร้างขึ้น และต่อมาในปีทศทรรษที่ 1590 เป็นยุคที่ โทะกุงะวะ อิเอะยะซุ ได้เริ่มปราบหัวเมืองต่างๆ ซึ่งภายหลังจากปราบหัวเมืองต่างๆลงได้อย่างราบคาบแล้ว ในปี ค.ศ. 1603 เขาได้สถาปนารัฐบาลโชกุนขึ้นปกครองประเทศ โดยมีเอะโดะเป็นที่ตั้งของ บะกุฟุ (แปลตรงตัว: ค่ายทหาร, พฤตินัย: ทำเนียบรัฐบาล) และสถาปนาตนขึ้นเป็นโชกุน เมืองเอะโดะจึงได้กลายเป็นศูนย์กลางของรัฐบาลทหารของเขาซึ่งมีอำนาจปกครองทั้งประเทศ ในช่วงเวลาต่อมาในยุคเอะโดะ เมืองเอะโดะก็ขยายตัวขึ้นจนกลายเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเมืองหนึ่งในโลก โดยมีประชากรมากกว่าหนึ่งล้านคนในคริสต์ศตวรรษที่ 18[8] และเป็นที่ยอมรับว่าเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น[9] แม้ว่าองค์จักรพรรดิทรงประทับอยู่ในนครหลวงเฮอังเกียว (เคียวโตะ)

หลังจากนั้นประมาณ 263 ปี ระบอบปกครองภายใต้โชกุนถูกล้มล้างโดยการปฏิรูปเมจิ อำนาจการปกครองจึงกลับคืนมาสู่จักรพรรดิอีกครั้ง ในปี ค.ศ. 1869 จักรพรรดิเมจิทรงย้ายเมืองหลวงมาที่เอะโดะและเปลี่ยนชื่อเมืองเป็นโตเกียว โตเกียวจึงกลายเป็นศูนย์กลางทางการปกครองและวัฒนธรรมของประเทศ[10] และการที่จักรพรรดิทรงย้ายมาประทับจึงทำให้โตเกียวกลายเป็นเมืองหลวงอย่างเต็มตัว ปราสาทเอะโดะถูกเปลี่ยนเป็นพระราชวัง

ในยุคเมจิ โตเกียวมีการพัฒนาโดยได้รับอิทธิพลจากตะวันตก เช่นการเปิดบริการโทรเลขระหว่างโตเกียวกับโยะโกะฮะมะในปี 1869 และการเปิดบริการรถไฟสายแรกระหว่างชิมบะชิและโยะโกะฮะมะในปี 1872[10]

ภูมิศาสตร์[แก้]

หมู่เกาะโอะงะซะวะระซึ่งมีจุดที่ใต้สุดและตะวันออกสุดของญี่ปุ่น

กรุงโตเกียวตั้งอยู่ในที่ราบคันโตติดกับอ่าวโตเกียว มีขนาดประมาณ 90 กิโลเมตรจากตะวันออกถึงตะวันตก และ 25 กิโลเมตรจากเหนือถึงใต้ ทิศตะวันออกติดกับจังหวัดชิบะ ทิศตะวันตกติดกับจังหวัดยะมะนะชิ ทิศใต้ติดกับจังหวัดคะนะกะวะ และทิศเหนือติดกับจังหวัดไซตะมะ เขตการปกครองของโตเกียวนั้นรวมไปถึงหมู่เกาะอิสุและหมู่เกาะโอะงะซะวะระด้วย จึงทำให้โตเกียวมีจุดที่อยู่ใต้สุด (โอะกิโนะโทะริชิมะ) และตะวันออกสุด (มินะมิโทะริชิมะ) ของญี่ปุ่นอยู่ในพื้นที่ด้วย

ทางตะวันออกของโตเกียวเป็นที่ราบตะกอนน้ำพา เช่นบริเวณปากแม่น้ำสุมิดะ แม่น้ำเอะโดะ พื้นดินค่อนข้างอ่อนจึงทำให้เกิดการทรุดตัวของพื้นดิน[11] อ่าวโตเกียวถูกถมที่เพื่อสร้างพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ยุคเอะโดะ[12] และเริ่มมีการถมที่เพื่อสร้างสถานที่กำจัดขยะตั้งแต่ปี 1927[13] ปัจจุบันพื้นที่ประมาณร้อยละ 20 ของอ่าวโตเกียวกลายเป็นพื้นที่ถูกถม[14] ในเขตนิชิทะมะทางตะวันตกเป็นที่สูง โดยมีเขาคุโมะโทะริ ซึ่งมีความสูง 2,017 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดในโตเกียว โตเกียวตั้งอยู่บนรอยเลื่อนที่มีพลังซึ่งอยู่ใกล้ผิวโลกมาก จึงมีการคาดการณ์ว่าอาจจะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้น[15]

ทั้งหมู่เกาะอิสุและหมู่เกาะโอะงะซะวะระเป็นหมู่เกาะภูเขาไฟ หมู่เกาะอิสุมีภูเขาไฟที่ยังมีพลังอยู่จำนวนมาก เช่นในภูเขาไฟโอะยะมะบนเกาะมิยะเกะที่ระเบิดในปี 2000[16] ส่วนหมู่เกาะโอะงะซะวะระนั้นอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่มากและมีสัตว์ท้องถิ่นหลายชนิด จนบางครั้งถูกเรียกว่าหมู่เกาะกาลาปาโกสแห่งตะวันออก[17]

ตามการแบ่งเขตภูมิอากาศแบบเคิปเปน โตเกียวอยู่ในเขตภูมิอากาศชุ่มชื้นกึ่งเขตร้อน (Cfa)[18] และตามการแบ่งเขตภูมิอากาศในประเทศญี่ปุ่น โตเกียวอยู่ในเขตภูมิอากาศชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งมีลักษณะเด่นคือมีความแตกต่างระหว่างฤดูชัดเจน อากาศเปลี่ยนแปลงง่ายในแต่ละวัน ฤดูร้อนมีอุณหภูมิสูงและฝนตกมาก ฤดูหนาวมีวันที่แดดออกและอากาศแห้ง

โตเกียวเป็นตัวอย่างของปรากฏการณ์เกาะความร้อน ซึ่งเป็นผลจากการปล่อยความร้อนโดยวิธีต่าง ๆ เช่นไอร้อนจากเครื่องปรับอากาศหรือรถยนต์ และการพัฒนาตัวเมืองทำให้มีพื้นที่สีเขียวน้อยลง[19]

เขตการปกครอง[แก้]

เขตพิเศษ[แก้]

แผนที่แสดงที่ตั้งของ 23 เขตพิเศษ

โตเกียวมี 23 เขตการปกครองพิเศษ (特別区 โทะกุเบะสึ-กุ) คือ

โตเกียวตะวันตก[แก้]

นอกเหนือเขตพิเศษซึ่งจัดว่าเป็นตัวเมืองของจังหวัดโตเกียวแล้ว ทางพื้นที่ฝั่งตะวันตกของ 23 เขตพิเศษยังเป็นที่ตั้งของ ฝั่งโตเกียวตะวันตก หรือที่ชาวญี่ปุ่นมักเรียกว่า "ฝั่งทะมะ" (多摩地域 ทะมะ-ชิกิ) ซึ่งประกอบด้วยเมือง 26 เมือง

เมือง[แก้]
ที่ตั้งของแต่ละเมืองในโตเกียวตะวันตก

ยี่สิบหกเมืองในโตเกียวตะวันตก:

อำเภอนิชิตะมะ[แก้]

ทางตะวันตกที่สุดของจังหวัดโตเกียวนั้นเป็นที่ตั้งของอำเภอขนาดใหญ่ชื่อนิชิตะมะ (西多摩郡 นิชิตะมะ-กุง) เป็นพื้นที่ๆมีภูมิประเทศแบบภูเขา ซึ่งอำเภอนิชิตะมะนี้เองเป็นที่ตั้งของภูเขาที่สูงที่สุดในโตเกียว คือ เขาคุโมะโตะริ ซึ่งมีความสูงกว่า 2,017 เมตร และยังมีทะเลสาบโอะกุตะมะ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างรอยต่อกับจังหวัดยะมะนะชิ อีกด้วย

เกาะ[แก้]

เกาะฮะชิโจะ-จิมะ ในหมู่เกาะอิซุ

นอกชายฝั่งออกไปนั้น โตเกียวมีหมู่เกาะมากมาย แต่เนื่องจากระยะทางที่ห่างไกลมากจากสำนักงานกรุงโตเกียว ดังนั้นทางรัฐบาลจึงได้ตั้งสำนักงานท้องถื่นขึ้นบนเกาะนั้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยมีหมู่เกาะที่เป็นที่รู้จักอยู่ คือ

หมู่เกาะอิซุ เป็นหมู่เกาะภูเขาไฟ และยังเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฟุจิ-ฮะโกะเนะ-อิซุ ซึ่งหมู่เกาะอิซุนี้เป็นที่ตั้งของ 3 กิ่งจังหวัด

หมู่เกาะโอะงะซะวะระ จากเหนือจรดใต้ประกอบไปด้วย เกาะชิชิ, ตำบลนิโอะชิมะ, เกาะฮะฮะ, เกาะคิตะอิโวะ, และเกาะมินะมิอิโวะ ซึ่งโองะซะวะระ ยังบริหารเกาะเล็กๆที่ห่างไกลอีกสองเกาะคือ มินะมิโทะริชิมะ ดินแดนส่วนตะวันออกที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากโตเกียวกว่า 1,850 กิโลเมตร และโอะนิโกะโทะริชิมะ เกาะที่อยู่ใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ประชาชนท้องถิ่นแท้ๆจะพบเฉพาะบนเกาะชิชิและเกาะฮะฮะเท่านั้น

ภูมิอากาศ[แก้]

ข้อมูลภูมิอากาศของโตเกียว (พื้นที่เขตพิเศษ ปี 1981-2010)
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) 9.9
(49.8)
10.4
(50.7)
13.3
(55.9)
18.8
(65.8)
22.8
(73)
25.5
(77.9)
29.4
(84.9)
31.1
(88)
27.2
(81)
21.8
(71.2)
16.9
(62.4)
12.4
(54.3)
19.96
(67.93)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) 2.5
(36.5)
2.9
(37.2)
5.6
(42.1)
10.7
(51.3)
15.4
(59.7)
19.1
(66.4)
23.0
(73.4)
24.5
(76.1)
21.1
(70)
15.4
(59.7)
9.9
(49.8)
5.1
(41.2)
12.93
(55.28)
หยาดน้ำฟ้า มม (นิ้ว) 45
(1.77)
60
(2.36)
100
(3.94)
125
(4.92)
138
(5.43)
185
(7.28)
126
(4.96)
148
(5.83)
180
(7.09)
164
(6.46)
89
(3.5)
46
(1.81)
1,406
(55.35)
ปริมาณหิมะ ซม (นิ้ว) 5
(2)
5
(2)
1
(0.4)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
11
(4.3)
ความชื้นร้อยละ 49 50 55 60 65 72 73 71 71 66 59 52 61.9
วันที่มีหยาดน้ำฟ้าโดยเฉลี่ย (≥ 0.5 mm) 5 7 11 11 10 14 12 10 13 10 7 4 114
วันที่มีหิมะตกโดยเฉลี่ย 2.8 3.7 2.2 0.2 0 0 0 0 0 0 0 0.8 9.7
จำนวนชั่วโมงที่มีแดด 175 150 165 161 182 123 137 177 110 129 137 166 1,812
แหล่งที่มา1: สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น [20]
แหล่งที่มา 2: The Weather Network[21]

เศรษฐกิจ[แก้]

โตเกียวเป็นหนึ่งในสามศูนย์กลางทางการเงินของโลกร่วมกับนครนิวยอร์กและลอนดอน โตเกียวเป็นเขตเมืองที่มีเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากการสำรวจพบว่าในเขตโตเกียวซึ่งมีประชากรประมาณ 35.2 ล้านคน มีจีดีพีรวม 1.191 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2005 (เทียบด้วยความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ) ทำให้โตเกียวเป็นเขตเมืองที่มีจีดีพีสูงที่สุดในโลก[22] ในปี 2008 มีบริษัท 47 แห่งในรายชื่อ Fortune Global 500 ที่มีฐานอยู่ในโตเกียว ซึ่งมากเป็นเกือบสองเท่าของเมืองอันดับสอง [23]

โตเกียวเป็นหนึ่งในศูนย์กลางหลักทางการเงินระหว่างประเทศ[24] และมีสำนักงานใหญ่ของวาณิชธนกิจและบริษัทประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกหลายแห่ง ในระหว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งเป็นการพัฒนาภายใต้การควบคุมจากทางการ บริษัทใหญ่ ๆ หลายแห่งย้ายสำนักงานใหญ่จากเมืองต่าง ๆ เช่นโอซะกะ (ซึ่งเป็นเมืองหลวงทางการค้าในอดีต) มายังโตเกียว โดยหวังว่าจะได้ประโยชน์จากการที่ติดต่อรัฐบาลได้สะดวกขึ้น แต่แนวโน้มนี้ก็ชะลอตัวลงเมื่อประชากรเพิ่มขึ้นและทำให้ค่าครองชีพสูงตามขึ้นไปด้วย

ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นและใหญ่เป็นอันดับสามของโลก โดยมูลค่าการซื้อขายในตลาดใหญ่เป็นอันดับสี่ ในปี 2003 โตเกียวมีพื้นที่เพื่อการเกษตรกรรมถึง 8.46 ตารางกิโลเมตร [25] ตาม ข้อมูลของกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงญี่ปุ่น การเกษตรกรรมมีมากในพื้นที่โตเกียวตะวันตก โดยสินค้าที่เน่าเปื่อยง่ายเช่นผัก, ผลไม้ และดอกไม้สามารถขนส่งอย่างสะดวกและรวดเร็วไปยังตลาดในเขตพิเศษของจังหวัด โดยมี โคะมะสึนะ หรือผักโขมเป็นผักเศรษฐกิจ

การคมนาคม[แก้]

เครือข่ายรถไฟฟ้าในโตเกียว

โตเกียวซึ่งเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคคันโตตอนใต้ เป็นศูนย์กลางการคมนาคมภายในประเทศและระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ทั้งทางรถไฟ รถยนต์ และทางอากาศ การขนส่งมวลชนภายในโตเกียวที่สำคัญคือรถไฟและรถใต้ดินที่มีเครือข่ายกว้างใหญ่และมีระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ

ภายในโตเกียวมีท่าอากาศยานนานาชาติฮะเนะดะ ซึ่งให้บริการเที่ยวบินในประเทศเป็นส่วนใหญ่และเป็นสนามบินที่มีจำนวนผู้ใช้บริการมากที่สุดในเอเชีย[26] ท่าอากาศยานนานาชาติหลักคือท่าอากาศยานนานาชาตินะริตะซึ่งอยู่ในจังหวัดชิบะ เกาะต่าง ๆ ในหมู่เกาะอิสุก็มีสนามบินของตนเอง เช่นท่าอากาศยานฮาชิโจจิมะ ท่าอากาศยานมิยะเกะจิมะ ท่าอากาศยานโอชิมะ และมีเที่ยวบินมายังสนามบินฮะเนะดะ แต่หมู่เกาะโอะงะซะวะระยังไม่มีสนามบิน เพราะมีข้อโต้แย้งว่าไม่ควรสร้างสนามบินเพราะจะเป็นภัยคุกคามต่อธรรมชาติของเกาะ[27]

นอกจากนี้ รถไฟยังเป็นการคมนาคมหลักในโตเกียว ซึ่งมีเครือข่ายทางรถไฟในเมืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยบริษัทรถไฟญี่ปุ่นตะวันออกเป็นผู้ให้บริการรถไฟที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งรวมถึงรถไฟสายยะมะโนะเทะซึ่งวิ่งเป็นวงผ่านสถานีที่สำคัญของโตเกียวเช่นสถานีโตเกียว และ ชินจูกุ รถไฟฟ้าใต้ดินให้บริการโดยบริษัท รถไฟใต้ดินโตเกียว จำกัด (มหาชน) และสำนักงานการขนส่งและจราจรโตเกียว

ประชากร[แก้]

ประชากรของโตเกียว[2]
ตามพื้นที่1

จังหวัด
เขตพิเศษ
โตเกียวตะวันตก
เกาะ

12.79 ล้าน
8.653 ล้าน
4.109 ล้าน
28,000

ตามวัย²

เยาวชน (อายุ 0-14)
ทำงาน (อายุ 15-64)
เกษียณ (อายุ 65+)

1.461 ล้าน (11.8%)
8.546 ล้าน (69.3%)
2.332 ล้าน (18.9%)

ตามช่วงเวลา³

กลางวัน
กลางคืน

14.978 ล้าน
12.416 ล้าน

ตามสัญชาติ

ต่างชาติ

364,6534

1 ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2007.

² ณ วันที่ 1 มกราคม 2007.

³ การสำรวจสำมะโนประชากร ปี 2005

4 ณ วันที่ 1 มกราคม 2006

โตเกียวมีประชากรทั้งหมดประมาณ 12.79 ล้านคนในเดือนตุลาคม 2007 ซึ่งในจำนวนนั้น 8.65 ล้านคนอาศัยอยู่บริเวณ 23 เขตปกครองพิเศษในโตเกียว ในเวลากลางวันมีประชากรเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2.5 ล้านคนเนื่องจากมีประชากรจากเมืองใกล้เคียงเดินทางเข้ามาเพื่อทำงานหรือศึกษาเล่าเรียน[28] ปรากฏการณ์นี้จะเป็นได้ชัดในเขตจิโยะดะ เขตชูโอ และเขตมินะโตะ ซึ่งมีประชากรมากกว่า 2 ล้านคนในเวลากลางวัน แต่น้อยกว่า 3 แสนคนในเวลากลางคืน

ในปี 2005 ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในโตเกียวมากที่สุด 5 เชื้อชาติได้แก่ จีน (123,611 คน) เกาหลี (106,697 คน) ฟิลิปปินส์ (31,077 คน) อเมริกัน (18,848 คน) และ อังกฤษ (7,696 คน)[29]

การศึกษา[แก้]

โตเกียวมีมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยหลายแห่ง ซึ่งรวมทั้งมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่นและมีชื่อเสียงในระดับโลก เช่นมหาวิทยาลัยโตเกียว สถาบันเทคโนโลยีโตเกียว มหาวิทยาลัยวาเซดะ มหาวิทยาลัยนครโตเกียว มหาวิทยาลัยโชวะ มหาวิทยาลัยฮิโตะสึบาชิ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์แห่งโตเกียว มหาวิทยาลัยเคโอ เป็นต้น[30][31]

ในแต่ละเขตมีโรงเรียนประถม และโรงเรียนมัธยมต้น ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับ โรงเรียนมัธยมปลายของรัฐบริหารโดยคณะกรรมการการศึกษาของจังหวัดโตเกียว นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนเอกชนที่เปิดสอนตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมปลายหลายแห่ง[32]

เมืองพี่น้อง[แก้]

โตเกียวมีเมืองพี่น้อง 12 แห่ง[33]

อ้างอิง[แก้]

  1. "東京都歌・市歌". Tokyo Metropolitan Government. สืบค้นเมื่อ September 17, 2011. 
  2. 2.0 2.1 "Population of Tokyo". Tokyo Metropolitan Government. สืบค้นเมื่อ 2009-01-01. 
  3. "大都市圏・都市圏の人口". Ministry of Internal Affairs and Communications. สืบค้นเมื่อ 2005. 
  4. http://esa.un.org/unup/
  5. รายชื่อเมืองที่มีประชากรสูงที่สุดในโลก (อังกฤษ)
  6. 6.0 6.1 Room, Adrian. Placenames of the World. McFarland & Company (1996) , p360. ISBN 0-7864-1814-1.
  7. "明治東京異聞~トウケイかトウキョウか~東京の読み方" Tokyo Metropolitan Archives (2008). Retrieved on 4 December 2008. (ญี่ปุ่น)
  8. McClain, James (1994). Edo and Paris: Urban Life and the State in the Early Modern Era. Cornell University Press. p. 13. ISBN 080148183X. 
  9. Sorensen, Andre (2004). The Making of Urban Japan: Cities and Planning from Edo to the Twenty First Century. RoutledgeCurzon. p. 16. ISBN 0415354226. 
  10. 10.0 10.1 "History of Tokyo". Tokyo Metropolitan Government. สืบค้นเมื่อ 2008-12-06. 
  11. Soki Yamamoto. "Case History No. 9.4. Tokyo, Japan". UNESCO.  Guidebook to studies of land subsidence due to ground-water withdrawal
  12. Takeshi Endoh. "Historical Review of Reclamation Works in the Tokyo Bay Area". Journal of Geography. 
  13. Hidenori Yokoyama. "Disposing of waste in Tokyo Port". Japan Society of Civil Engineers. 
  14. Anne K. Petry. "Geography of Japan". Stanford University. 
  15. Stefan Lovgren (2005-07-14). "Earthquake Fault Under Tokyo Closer Than Expected, Study Finds". National Geographic. สืบค้นเมื่อ 2008-12-04. 
  16. "The eruption of Miyake island". JAXA. 
  17. Makoto Miyazaki. "Wildlife thrives in 'Oriental Galapagos'". Daily Yomiuri Online. สืบค้นเมื่อ 2008-12-04. 
  18. M. C. Peel, B. L. Finlayson, and T. A. McMahon (2007). "Updated world map of the Köppen-Geiger climate classification". Hydrology and Earth System Sciences. 
  19. Inter-Ministry Coordination Committee to Mitigate Urban Heat Island (2004-03). "Outline of the Policy Framework to Reduce Urban Heat Island Effects". 
  20. "気象庁 / 平年値(年・月ごとの値)". สำนักนอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น. 
  21. "Statistics: Tokyo, Japan". The Weather Network. 2011-01-02. สืบค้นเมื่อ 2011-12-04. 
  22. PriceWaterhouseCoopers, "UK Economic Outlook, March 2007", page 5. ""Table 1.2 – Top 30 urban agglomeration GDP rankings in 2005 and illustrative projections to 2020 (using UN definitions and population estimates)"" (PDF). สืบค้นเมื่อ 2007-03-09. 
  23. "Global 500 Our annual ranking of the world's largest corporationns". CNNMoney.com. สืบค้นเมื่อ 2008-12-04. 
  24. "Financial Centres, All shapes and sizes". The Economist. สืบค้นเมื่อ 2007-10-14. 
  25. Horticulture Statistics Team, Production Statistics Division, Statistics and Information Department, Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries (July 15, 2003). "Statistics on Cultivated Land Area". Archived from the original on 2008-06-24. สืบค้นเมื่อ 2008-10-18. 
  26. "Airports welcome record 4.8 billion passengers in 2007". Airports Council International. 2007. 
  27. Rika Nemoto (2008-09-02). "Runways clearing for Ogasawara airport talks". The Asahi Shimbun. Archived from the original on 2008-09-15. 
  28. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อ metropop
  29. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อ foreigners
  30. "The Times Higher Education - QS World University Rankings 2008". Quacquarelli Symonds. สืบค้นเมื่อ 2008-11-11. 
  31. "The World University Rankings 2008". 
  32. "東京都高等学校一覧". Japanese Wikipedia (ใน Japanese). สืบค้นเมื่อ 2007-10-19. 
  33. "Sister Cities (States) of Tokyo - Tokyo Metropolitan Government". สืบค้นเมื่อ 2008-09-16. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]