รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

(เปลี่ยนทางมาจาก รถไฟฟ้ามหานคร)
โครงข่ายระบบรถไฟฟ้าฯ
ในกรุงเทพฯ และพื้นที่ต่อเนื่อง
  สายเฉลิมพระเกียรติฯ 1 (สายสุขุมวิท)
  สายเฉลิมพระเกียรติฯ 2 (สายสีลม)
  สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน)
สายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กำลังก่อสร้าง)
  สายสีม่วง (โครงการ)
  สายสีส้ม (โครงการ)
  สายสีแดงเข้ม (โครงการ)
  สายสีแดงอ่อน (โครงการ)
  สายสีเหลือง (โครงการ)
  สายสีน้ำตาล (โครงการ)
  สายสีชมพู (โครงการ)
แก้

รถไฟฟ้ามหานคร หรือที่ชาวกรุงเทพฯ นิยมเรียกว่า รถไฟฟ้าใต้ดิน เป็นระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนใต้ดินในกรุงเทพมหานคร ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โดยได้รับสัมปทานจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รถไฟฟ้ามหานครนั้นเป็นระบบซึ่งดำเนินการแยกต่างหากจากระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (รถไฟฟ้าบีทีเอส)

เส้นทางสายแรกซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่ารถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล หรือรู้จักกันในชื่อไม่เป็นทางการว่ารถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) หลังจากที่เกิดความล่าช้าขึ้นหลายครั้ง ในที่สุดได้มีการเปิดให้สาธารณชนทดลองใช้งานในวงจำกัดเมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 กรกฎาคม ปีเดียวกัน ปัจจุบันมีเส้นทางรวมระยะทาง 21 กิโลเมตร วิ่งจากสถานีบางซื่อถึง สถานีหัวลำโพง ผ่านสถานีรวม 18 สถานี และมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สถานีสีลม/ศาลาแดง สุขุมวิท/อโศก และสวนจตุจักร/หมอชิต เส้นทางสายสีน้ำเงินนี้สามารถรองรับผู้ใช้บริการได้ 80,000 คนต่อทิศทางต่อชั่วโมง เส้นทางนี้ยังมีโครงการที่จะขยายเส้นทางออกทางทิศเหนือไปยังถนนจรัญสนิทวงศ์และท่าพระ และออกทางทิศใต้ไปยังบางแค ซึ่งจะสามารถเชื่อมต่อกันเป็นเส้นทางวงแหวนในอนาคต

สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินทุกสถานีจะยกพื้นทางเข้าออกสูงจากระดับพื้นดิน เพื่อหลีกเลี่ยงน้ำ ที่อาจเข้าไปท่วมระบบหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในอนาคต

เนื้อหา

[แก้] รายชื่อสถานี

สถานีห้วยขวาง
สถานีห้วยขวาง
ชื่อย่อ ชื่อสถานี ชานชาลา จุดเปลี่ยนเส้นทาง
HUA สถานีหัวลำโพง กลาง
SAM สถานีสามย่าน ข้าง, สองชั้น
SIL สถานีสีลม ข้าง, สองชั้น ไปยัง สถานีศาลาแดง (สายสีลม)
LUM สถานีลุมพินี ข้าง, สองชั้น
KHO สถานีคลองเตย ข้าง
SIR สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กลาง
SUK สถานีสุขุมวิท กลาง ไปยัง สถานีอโศก (สายสุขุมวิท)
PET สถานีเพชรบุรี กลาง
RAM สถานีพระราม 9 กลาง
CUL สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กลาง
HUI สถานีห้วยขวาง กลาง
SUT สถานีสุทธิสาร กลาง
RAT สถานีรัชดาภิเษก กลาง
LAT สถานีลาดพร้าว กลาง
PHA สถานีพหลโยธิน กลาง
CHA สถานีสวนจตุจักร กลาง ไปยัง สถานีหมอชิต (สายสุขุมวิท)
KAM สถานีกำแพงเพชร กลาง
BAN สถานีบางซื่อ ข้าง

[แก้] รายละเอียดปลีกย่อย

  • โครงสร้างทางวิ่ง :อุโมงค์คู่วางตามแนวราบ และตามแนวดิ่ง เส้นผ่าศูนย์การภายในอุโมงค์ 5.7 เมตรความลึกของอุโมงค์ 15-25 เมตร ทางเดินฉุกเฉินกว้าง 60 เมตร สูง 2.0 เมตร สถานี 18 สถานี มีทั้งแบบชานชาลากลางและ ชานชาลาด้านข้างประมาณ 150 เมตร กว้าง 22-23 เมตร (สถานีมาตรฐาน) มีประตูกันคนตก (Screen Door)
  • ระบบราง:รางคู่ขนาดมาตรฐาน (Standard Guage) กว้าง 1,435 มิลลิเมตร ใช้รางที่ 3วางขนานกันไปกับรางวิ่ง สำหรับจ่ายไฟฟ้าให้ตัวรถ
  • ระบบรถ :รถไฟฟ้าขนาดใหญ่ (heave rail)ใช้ล้อเหล็กวิ่งบนรางเหล็ก เป็นรถปรับอากาศขนาดกว้าง 3.2 เมตร ยาว 19.23 เมตร สูงประมาณ 3.8 เมตร ความจุ 320 คน/ คัน วิ่ง 3-6 คันต่อขบวน ใช้ไฟฟ้า 750 โวลท์ กระแสตรงป้อนระบบขับเคลื่อนรถใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับขับเคลื่อนตัวรถควบคุมการเดินรถด้วยระบบอัตโนมัติจากศูนย์ควบคุม ความเร็ว สูงสุด 80 กม./ซม.
  • ระบบเก็บค่าโดยสาร:ใช้ระบบเก็บและตรวจตั๋วอัตโนมัติ และสามารถใช้ตั๋วร่วมกับระบบอื่นได้ค่าโดยสารเก็บตามระยะทางอัตราค่าโดยสาร 12 บาท +2 บาท/ สถานี แต่ไม่เกิน 36 บาท (ราคาปี 2545)
  • การให้บริการความถี่:ชั่วโมงเร่งด่วน 2-4 นาที /ขบวน ชั่วโมงปกติ 4-6 นาที / ขบวน ให้บริการ 6.00-24.00 น. ความเร็วในการเดินทางเฉลี่ย 35 กม./ซม. ให้บริการได้มากกว่า 40,000 คน / ชั่วโมง /ทิศทาง
  • สิ่งอำนวยความสะดวก:ลิฟท์ บันไดเลื่อน ห้องน้ำร้านค้าย้อย สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ
  • ที่จอดรถสำหรับผู้โดยสาร:1 แห่งที่ลาดพร้าว

[แก้] โครงการในอนาคต

  1. สถานีเตาปูน บริเวณสี่แยกเตาปูน ตัดถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี (สถานีร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ)
  2. สถานีบางโพ บริเวณสี่แยกบางโพ ตัดถนนประชาราษฎร์สาย 1
  3. สถานีบางอ้อ บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 88, โรงพยาบาลยันฮี
  4. สถานีบางพลัด บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 74/1, คลองบางพลัด, สำนักงานเขตบางพลัด
  5. สถานีสิรินธร/สะพานกรุงธนบุรี บริเวณสี่แยกบางพลัด ตัดถนนราชวิถี-สิรินธร (สถานีร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางกะปิ-บางบำหรุ)
  6. สถานีบางยี่ขัน/บรมราชชนนี บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 42-44 ใกล้สี่แยกบรมราชชนนี
  7. สถานีบางขุนนนท์ บริเวณสามแยกบางขุนนนท์ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 32, สำนักงานเขตบางกอกน้อย (เชื่อมต่อกับป้ายหยุดรถไฟจรัญสนิทวงศ์ ของทางรถไฟสายใต้ที่เริ่มต้นจากสถานีรถไฟธนบุรี)
  8. สถานีแยกไฟฉาย บริเวณสามแยกไฟฉาย ตัดถนนพรานนก ใกล้ตลาดสดบางขุนศรี (เชื่อมต่อกับสถานีพรานนก ของโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนต่อขยายสนามกีฬาแห่งชาติ-พรานนก ในอนาคต)
  9. สถานีจรัญสนิทวงศ์ 13/พาณิชยการธนบุรี บริเวณสามแยกพาณิชยการธนบุรี ถนนจรัญสนิทวงศ์ 13
  10. สถานีท่าพระ บริเวณสี่แยกท่าพระ (สถานีร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค)
  1. สถานีวัดมังกรกมลาวาส (1 กม. จากหัวลำโพง) บริเวณซอยเจริญกรุง 16 (ตรอกอิสรานุภาพ-ตลาดเก่า) ใกล้สี่แยกแปลงนาม
  2. สถานีวังบูรพา (1.1 กม. จากวัดมังกรฯ) บริเวณสี่แยกสามยอด ตัดถนนมหาไชย ใกล้สี่แยกอุณากรรณ (สถานีใต้ดินร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ)
  3. สถานีสนามไชย (1.1 กม. จากวังบูรพา) บริเวณโรงเรียนวัดราชบพิธ, กระทรวงพาณิชย์(เดิม) และสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ใกล้ปากคลองตลาด
  4. สถานีอิสรภาพ/บางกอกใหญ่ (1.4 กม. จากสนามไชย) บริเวณซอยอิสรภาพ 34 (วัดราชสิทธาราม) ระหว่างสามแยกโพธิ์สามต้นตัดถนนวังเดิม และสะพานเจริญพาศน์ข้ามคลองบางกอกใหญ่
    • สถานียกระดับ 7 สถานี ได้แก่
  1. สถานีท่าพระ (1.7 กม. จากอิสรภาพ) บริเวณสี่แยกท่าพระ (เป็นสถานีร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ)
  2. สถานีบางไผ่ (1.2 กม. จากท่าพระ) บริเวณโรงพยาบาลบางไผ่
  3. สถานีบางหว้า (1 กม. จากบางไผ่) บริเวณทางแยกต่างระดับบางหว้า จุดตัดถนนเพชรเกษม-ราชพฤกษ์ ใกล้มหาวิทยาลัยสยาม (เชื่อมต่อกับสถานีบางหว้า ของโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนต่อขยายตากสิน-บางหว้า ในอนาคต)
  4. สถานีเพชรเกษม 48 (1.2 กม. จากบางหว้า) บริเวณซอยเพชรเกษม 48 (วัดจันทร์ประดิษฐาราม)
  5. สถานีภาษีเจริญ (1.2 กม. จากเพชรเกษม 48) บริเวณฟิวเจอร์พาร์ค บางแค ใกล้สำนักงานเขตภาษีเจริญ, สน.ภาษีเจริญ
  6. สถานีบางแค (1.3 กม. จากภาษีเจริญ) บริเวณซอยเพชรเกษม 62/3, ตลาดสดบางแค ใกล้สามแยกบางแค ตัดถนนสุขาภิบาล 1 บางแค
  7. สถานีหลักสอง (1.2 กม. จากบางแค) บริเวณซอยเพชรเกษม 82, เดอะมอลล์ บางแค, ทางแยกต่างระดับเพชรเกษม ตัดถนนกาญจนาภิเษก, เป็นที่ตั้งของจุดจอดแล้วจร (Park & ride)
    • ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าย่อย (Depot) บริเวณซอยเพชรเกษม 48 จากการเวนคืนที่ดินว่างเปล่าจำนวนประมาณ 110 ไร่

[แก้] ความปลอดภัยในการเดินรถ

ในการเดินรถไฟฟ้า จะนำระบบอาณัติสัญญาณที่เป็นระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการควบคุมการเดินรถโดยอัตโนมัติ เพื่อให้การบริการมีประสิทธิภาพ สะดวกรวดเร็ว และปลอดภัยสูงสุด แบ่งเป็น 3 ระบบย่อย คือ

  1. ระบบควบคุมการเดินรถอัตโนมัติ เรียกว่า ATO (Automatic Train Operation) เป็นระบบที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานต่างๆ ของขบวนรถไฟฟ้า เช่น การขับเคลื่อนรถไฟฟ้า การควบคุมความเร็วของรถไฟฟ้า การควบคุมการห้ามล้อ การจอดรถไฟฟ้า และการรายงานสถานะของอุปกรณ์ต่างๆ ในตัวรถไฟฟ้าไปยังศูนย์ควบคุม
  2. ระบบป้องกันอัตโนมัติ เรียกว่า ATP (Automatic Train Protection) เป็นระบบที่คอยควบคุมไม่ให้รถไฟฟ้าใช้ความเร็วเกินกำหนด ควบคุมความเร็วรถให้อยู่ในพิกัดความเร็วที่สัมพันธ์กับระยะห่างระหว่างรถไฟฟ้าข้างหน้า หากเกิดเหตุผิดปกติ ระบบ ATP จะสั่งการห้ามล้ออัตโนมัติ นอกจากนี้ยังควบคุมการเคลื่อนตัวของรถไฟฟ้าจากสถานีรถไฟฟ้า โดยหากประตูรถไฟฟ้าและประตูกั้นชานชาลายังปิดไม่เรียบร้อย ระบบ ATP จะไม่อนุญาตให้รถไฟฟ้าเคลื่อนตัวออกจากสถานี ต่างจากระบบ ATO ตรงที่มีความอิสระต่างกัน กรณีที่ระบบ ATO ขัดข้อง ต้องใช้คนควบคุมการเดินรถ ระบบ ATP จะยังคอยควบคุมการเดินรถต่อไป
  3. ระบบกำกับการเดินรถอัตโนมัติ เรียกว่า ATS (Automatic Train Supervision) เป็นระบบที่คอยควบคุมการเดินรถไฟฟ้าทั้งระบบให้เป็นไปตามตารางการเดินรถ โดยจะส่งข้อมูลต่างๆ เช่น ความเร็วของรถไฟฟ้าแต่ละขบวน ติดตามและแสดงตำแหน่งของรถไฟฟ้าทุกขบวนที่อยู่ในระบบ และจัดเตรียมขั้นตอนต่างๆ ในการควบคุมการเดินรถ เมื่อระบบการเดินรถมีเหตุขัดข้อง

โดยทั้ง 3 ระบบจะควบคุมด้วยระบบ Supervisory Control And Data Aquisition (SCADA) และในแต่ละระบบจะมีระบบสำรองกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์ขัดข้อง ระบบสำรองจะทำงานแทนเพื่อมิให้เกิดปัญหาในการเดินรถ และหากระบบสำรองขัดข้องก็สามารถให้พนักงานควบคุมด้วยตนเองได้

[แก้] อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นหลังการเปิดใช้

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2547 หลังจากเปิดบริการมาได้ 3 เดือน ก็เกิดเหตุรถไฟใต้ดินชนกันใน สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต สาเหตุเกิดจาก รถไฟฟ้าใต้ดินขบวนหนึ่งได้ขึ้นไปที่ ศูนย์ซ่อมบำรุง แต่เกิดปัญหารถเสียที่บริเวณทางโค้ง (เป็นบริเวณที่สับราง) ทางศูนย์ได้ส่งรถไฟฟ้าอีกขบวนหนึ่งมาช่วยลากรถ แต่เนื่องจากรถเสียอยู่บริเวณที่สับราง จึงไม่สามารถลากรถได้ ทางศูนย์ได้สั่งให้พนักงานขับปล่อยเบรกลมออกเพื่อให้รถออกไปจากบริเวณที่สับราง ปรากฏว่าตัวรถไหลกลับลงไปในสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในขณะเดียวกับที่มีรถไฟฟ้าอีกขบวนหนึ่งจอดรับผู้โดยสารอยู่ในสถานี กำลังมุ่งหน้าไปสถานีพระราม 9 รถไฟฟ้าที่มีผู้โดยสารถูกรถไฟฟ้าที่ไหลมาจากข้างบนชน ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายคน หลังจากเหตุการณ์นั้นทางบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) ก็ได้ออกคำสั่งให้หยุดบริการรถไฟฟ้าใต้ดินถึง 2 สัปดาห์ เพื่อเคลียร์สภาพรถขบวนที่ชนกัน และสภาพชานชาลา

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น


เครื่องมือส่วนตัว