ชาวกะเหรี่ยง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก กะเหรี่ยง)
กะเหรี่ยง
ธงสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงมักใช้แทนชาวกะเหรี่ยง
เด็กหญิงชาวกะเหรี่ยง
ภูมิภาคที่มีประชากรอย่างมีนัยสำคัญ
 พม่า7,800,000[1]
 ไทย2,800,000[2]
 สหรัฐ345,000[3]
 ออสเตรเลีย100,000[4]
 แคนาดา43,500[5]
 อินเดีย (หมู่เกาะอันดามัน)6,500[6]
 สวีเดน3,500 ญี่ปุ่น
5,400 อังกฤษ3,800
 สิงคโปร์6,400 มาเลเซีย
3,600 เกาหลีใต้5,800
ภาษา
ภาษากะเหรี่ยง, ภาษาพม่า, ภาษาไทย,ภาษาอังกฤษ,
ศาสนา
พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท, ศาสนาคริสต์ และนับถือผี

ไทยเรียกว่ากะเหรี่ยง แต่ศัพท์สากลคือ Karen ความจริงแล้วกะเหรี่ยงจะเรียกตัวเองว่าซูเล (ก่อซูเลคือประเทศกะเหรี่ยง รัฐกะเหรี่ยง) คนกะเหรี่ยงบางคนที่เรียกตัวเองว่าปกาเกอญอ มีความหมายว่าเราเป็นคน ต้องการสื่อว่าเราเป้นคนเหมือนกัน

ပှၤကညီ คำว่าပှၤ แปลว่า เรา หรือพวกเราในภาษากะเหรี่ยง ကညီ แปลว่า คน มนุษย์ หรือชาวในภาษากะเหรี่ยง ပှၤကညီ แปลว่า เราเป็นคน หรือเราคือคน ในภาษากะเหรี่ยง จะเรียกตัวเองว่า သူလ့ၤ (Thoolei ซูเล ทูเล) ကီၢ် (Kaw ก่อ) แปลว่าประเทศ ชนชาติ ดังนั้น သူလ့ၤ (Thoolei ซูเล) แปลว่า ชนชาติ ชื่อประเทศ รัฐ ที่พวกเราเรียกตัวเอง ส่วนภาษาสากลคือခါရ့ၤ Karen คาเรน คือชนชาติ ပှၤကညီခါရ့ၤ We are Karen people คือเราคนกะเหรี่ยง เราชาวกะเหรี่ยง เราชนชาติกะเหรี่ยง

ပှၤကညီ อ่านว่าปราเกอญอ บางคนอ่านว่าปกาเกอญอ หมายถึง เราเป็นคน เราคือคน เราคือมนุษย์ ที่กะเหรี่ยงสื่อความหมายถึงไทย ว่า เราเป็นคน เราเป็นคนเท่าเทียมกัน

คำว่ากะเหรี่ยง ไม่ได้มาจากภาษาของชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อยมอญ ตามที่คนไทยระบุ ไทยเองนั้นจะเป็นสร้างประวัติศาสตร์เท็จชนกลุ่ทน้อยมอญขึ้นมาภายใต้สนธิสัญญาสยามกับอินเดีย อังกฤษได้อพยพคนอินเดีย โรฮิงยา และชนกลุ่ทน้อยมอญมาอยู่ในพื้นที่กะเหรี่ยง ในการเกิดขึ้นสหภาพเมียนมาร์ พ่อของอองซาน ซูจี ชื่ออองซาน ทำให้เกิดสกุลเงินจัตขึ้น ได้สร้างเจดีย์ชะเวดากอง และเมืองย่างกุ้งขึ้น ตามที่อังกฤษกำหนดไว้ถ้าตกลงอังกฤษจะยอมให้สยามผนวกกับพื้นที่ภาคเหนือและตะวันตกของกะเหรี่ยง ได้ผนวกสมัยรัชกาลที่ 5 ให้แก่สยาม ในปี 2442 ไล่กะเหรี่ยงออกจากพื้นที่เชียงใหม่ ชาวกะเหรี่ยงและครูบาศรีวิชัยที่เป็นกะเหรี่ยง ไล่ชาวกะเหรี่ยงออกจากเชียงใหม่และสุโขทัย กะเหรี่ยง หรือซูเล ถูกใส่ร้าย และเรียกร้ายเราอย่างมีนัยะ ว่าเป็นชนกลุ่มน้อย ชาติพันธุ์ ยาง ชาวเขา เพื่อทำลายก่อทูเล ทูเล ใน 16 จังหวัด สยาม ไทย ได้รวมพื้นที่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำปาง ลำพูน ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร สุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ประจวบคีรีขันย์ และระนอง ทำให้เราต้องแตกแยก สร้างชื่อกะเหรี่ยงหลายกลุ่มเพื่อให่แตกแยก 4 กลุ่ม ได้แก่ สะกอ โป กะเหรี่ยงแดง และปะโอ

ต้นกำเนิด[แก้]

คำว่า กะเหรี่ยง ไทยเรียกว่าากะเหรี่ยง สากลคือ Karen แต่ในความจริงแล้วกะเหรี่ยงจะเรียกตัวเองว่าซูเล (ก่อซูเลคือประเทศกะเหรี่ยง) คนกะเหรี่ยงที่เรียกตัวเองว่าปกาเกอญอ มีความหมายว่าเราเป็นคน ต้องการสื่อว่าเราเป้นคนเหมือนกัน

ပှၤကညီ คำว่า ပှၤ แปลว่า เรา หรือพวกเรา ในภาษากะเหรี่ยง ကညီ แปลว่าคน มนุษย์ หรือชาวในภาษากะเหรี่ยง ပှၤကညီ แปลว่า เราเป็นคน หรือเราคือคน ในภาษากะเหรี่ยง ภาษาไทยเรียกว่ากะเหรี่ยง แต่พวกเขาจะเรียกตัวเอง သူလ့ၤ (Thoolei ซูเล ) หมายถึรง ชนชาติ ကီၢ် (Kaw ก่อ) แปลว่า ประเทศ ชนชาติ ชื่อประเทศ รัฐ ภาษาสากลคือခါရ့ၤ  Karen คาเรน คือชนชาติ ပှၤကညီခါရ့ၤ We are Karen people หมายถึงเราคนกะเหรี่ยง เราชาวกะเหรี่ยง เราชนชาติกะเหรี่ยง

ပှၤကညီ อ่านว่าปราเกอญอ บางคนอ่านว่าปกาเกอญอ หมายถึง เราเป็นคน เราคือคน เราคือมนุษย์ ที่กะเหรี่ยงสื่อความหมายถึงไทย ว่า เราเป็นคน เราเป็นคนเท่าเทียมกัน

จำนวน[แก้]

ชาวกะเหรี่ยงมีจำนวนมากเป็นอันดับ 2 ในประเทศสหภาพเมียนมาร์ เป็นรองเพียงชาวพม่า[7] ชาวกะเหรี่ยงส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนเนินในภูมิภาคภูเขาทางตะวันออกและดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดีของประเทศสหภาพเมียนมาร์[8] โดยหลักอยู่ในรัฐกะเหรี่ยง และมีบางส่วนอยู่ในรัฐกะยา, รัฐชานตอนใต้, ภาคอิรวดี, ภาคตะนาวศรี, ภาคพะโค และภาคเหนือ[9]กับตะวันตกของประเทศไทย

จำนวนประชากรกะเหรี่ยงทั้งหมดประมาณการยาก โดยสำมะโนพม่าสุดท้ายที่น่าเชื่อถือจัดทำขึ้นใน ค.ศ. 1931[10]

ชาวกะเหรี่ยงลี้ภัยอยู่ตามศูนย์อพยพตั้งแต่จังหวัดแม่ฮ่องสอนถึงราชบุรี จำนวน 174,484 คน ข้อมูลจาก The Border Consortium (www.theborderconsortium.org) ส่วนหนึ่งเดินทางออกจากค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศไทยเพื่อเดินทางไปยังที่อื่น เช่น ทวีปอเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสแกนดิเนเวีย ใน ค.ศ. 2011 ประชากรกะเหรี่ยงพลัดถิ่นประมาณการว่ามีประมาณ 1,900,000 คน[11]

ในประเทศไทย[แก้]

หมู่บ้านกะเหรี่ยงในภาคเหนือของไทย

ในประเทศไทยมีชาวกะเหรี่ยง 1,993 หมู่บ้าน 69,353 หลังคาเรือน ประชากรทั้งสิ้นประมาณ 2,800,000 คน คิดเป็นร้อยละ 70.80 ของจำนวนประชากรกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย อาศัยอยู่ใน 16 จังหวัด ของภาคเหนือและภาคตะวันตก ได้แก่ กาญจนบุรี, กำแพงเพชร, เชียงราย, เชียงใหม่, ตาก, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี, แพร่, น่าน, แม่ฮ่องสอน, ราชบุรี, ลำปาง, ลำพูน, สุโขทัย, สุพรรณบุรี อุทัยธานี และระนอง

คำว่า กะเหรี่ยง ไทยเรียกว่าากะเหรี่ยง สากลคือ Karen แต่ในความจริงแล้วกะเหรี่ยงจะเรียกตัวเองว่าซูเล (ก่อซูเลคือประเทศกะเหรี่ยง) คนกะเหรี่ยงที่เรียกตัวเองว่าปกาเกอญอ มีความหมายว่าเราเป็นคน ต้องการสื่อว่าเราเป้นคนเหมือนกัน

ပှၤကညီ คำว่า ပှၤ แปลว่า เรา หรือพวกเรา ในภาษากะเหรี่ยง ကညီ แปลว่าคน มนุษย์ หรือชาวในภาษากะเหรี่ยง ပှၤကညီ แปลว่า เราเป็นคน หรือเราคือคน ในภาษากะเหรี่ยง ภาษาไทยเรียกว่ากะเหรี่ยง แต่พวกเขาจะเรียกตัวเอง သူလ့ၤ (Thoolei ซูเล ) หมายถึรง ชนชาติ ကီၢ် (Kaw ก่อ) แปลว่า ประเทศ ชนชาติ ชื่อประเทศ รัฐ ภาษาสากลคือခါရ့ၤ  Karen คาเรน คือชนชาติ ပှၤကညီခါရ့ၤ We are Karen people หมายถึงเราคนกะเหรี่ยง เราชาวกะเหรี่ยง เราชนชาติกะเหรี่ยง

ပှၤကညီ อ่านว่าปราเกอญอ บางคนอ่านว่าปกาเกอญอ หมายถึง เราเป็นคน เราคือคน เราคือมนุษย์ ที่กะเหรี่ยงสื่อความหมายถึงไทย ว่า เราเป็นคน เราเป็นคนเท่าเทียมกัน

ถิ่นที่อยู่[แก้]

กะเหรี่ยงคอยาวที่ จ.แม่ฮ่องสอน
เด็ก ๆ ชาวกะเหรี่ยงในหมู่บ้าน

กะเหรี่ยงจะอาศัยอยู่ในเมืองเชียงใหม่และสุโขทัยมาก่อน เป็นผู้สร้างเมืองในอดีต แต่ด้วยตะวันตกได้ล่าอาณานิคม อังกฤษและฝรั่งเศคได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ทำให้เกิดประเทศกัมพูชา สยาม เมียนมาร์ อินเดีย ลาว เวียดนาม มาเลย์เซีย และสิงคโปร์ ภายใต้สนธิสัญญาสยามกับอินเดีย อังกฤษได้กำหนดไว้ทำให้สยามได้รวมกับพื้นที่กะเหรี่ยงในสมัยรัชกาลที่ 5 สยามได้ยึดพื้นที่เมืองหลักของกะเหรี่ยงเชียงใหม่ และสุโขทัย กะเหรี่ยงจึงไปอยู่อาศัยบนดอย ฝรั่งได้เข้ามาเผยแพร่ศาสนาในกลุ่มกะเหรี่ยง

ระบบครอบครัว[แก้]

ระบบครอบครัวของกะเหรี่ยงเป็นแบบผัวเดียวเมียเดียว และไม่มีการอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานเป็นอันขาดการหย่าร้างมีน้อยมาก ขณะที่การแต่งงานใหม่ก็ไม่ค่อยปรากฏ ส่วนการเลือกคู่ครองนั้น ฝ่ายหญิงจะเป็นผู้เลือกชายก่อน และบางครั้งฝ่ายหญิงก็ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการแต่งงาน

สังคมกะเหรี่ยงเป็นครอบครัวเดี่ยว เมื่อลูกแต่งงานก็จะแยกครอบครัวไปปลูกบ้านใหม่ ถ้าแต่งงานแล้ว ชายจะต้องมาอยู่กับบ้านพ่อแม่ภรรยาเป็นเวลา 1 ฤดูเก็บเกี่ยว หลังจากนั้นจึงปลูกบ้านใกล้กับพ่อแม่ฝ่ายภรรยา

ถ้ามีลูกสาวคนเล็กจะต้องอยู่ดูแลพ่อกับแม่

ความเชื่อ[แก้]

เดิมนั้นชาวกะเหรี่ยงนับถือผีมีการบวงสรวงและเซ่นสังเวยอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ในภายหลังชาวกะเหรี่ยงในหลายชุมชนหันมานับถือศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์มากขึ้น แต่ก็ยังคงความเชื่อเดิมอยู่ไม่น้อย เช่น ความเชื่อเรื่องขวัญ

ชาวกะเหรี่ยงเชื่อว่าคนเรามีขวัญอยู่ทั้งหมด 37 ขวัญ เมื่อคนตายไป ขวัญจะละทิ้งหรือหายไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าขวัญจะหนีไปท่องเที่ยว และอาจถูกผีทำร้ายหรือกักขังไว้ ทำให้เจ้าของขวัญล้มป่วย การรักษาหรือช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยก็คือ ต้องล่อและเรียกขวัญให้กลับคืนมา

ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนมากจะช่วยกันออก แต่ส่วนใหญ่ผู้ชายจะเป็นฝ่ายออกมากกว่า ส่วนความนับถือบรรพบุรุษของเรานับถือศาสนาพุทธมายาวนานไม่ใช่นับถือผีแต่คนกะแหรี่ยงส่วนใหญ่ไม่รู้ข้อมูลในส่วนนี้โดยเฉพาะกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย คนกะเหรี่ยงในจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี และอุทัยธานีส่วนใหญ่ไม่รู้ความเป็นมาของบรรพบุรุษบางคนไม่รู้แม้ภาษาเขียนของตนเอง ชาวกะเหรี่ยงพุทธที่อยู่ในประเทศไทยและแนวชายแดน มีความเชื่อและศรัทธาในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยการบอกเล่าถึงการร่วมกันต่อสู้ในสงครามกับพม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงในเขตจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรีในปัจจุบัน ล้วนสืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษที่เป็นนักรบในกองทัพชาวสยามที่เรียกว่า กองเสือป่าแมวเซา กองอาทมาต และกองอาสา จึงมีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นในฐานะกัลยาณมิตรกับชาวไทยและชาวมอญที่เข้ามาพึ่งบรมโพธิสมภาร มาแต่ครั้งรัชสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทั้งมีศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวในวิชาดาบ และวิชามวย ใกล้เคียงกันจนอาจกล่าวได้ว่ามีการผสมกลมกลืนสืบทอดกันมานานหลายร้อยปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ ความเชื่อว่า ชาวกะเหรี่ยง มีหน้าที่ดูแลรักษาแผ่นดินสยาม ซึ่งเป็นกันชนตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี ระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่าในปัจจุบัน

หมายเหตุ...นับถือ ผี เป็นความเชื่อดั้งเดิมอยู่คู่กับชาติพันธ์นี้มานานแล้ว ซึ่งเป็นความเชื่อในเหล่าบรรพบุรุษ เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขา เนื่องจากชีวิตของ ปง่า-เก่อ-หญอ อยู่กับป่าเขา ผูกพันกับธรรมชาติมาเนิ่นนาน จึงหล่อหล่อมความเชื่อกับธรรมชาติเข้าด้วยกัน ในการทำกิจกรรมต่างๆ จะต้องมีการเซ่น เจ้าที่เจ้าทาง และบอกกล่าวบรรพชน ให้ท่านได้มาอุดหนุนค้ำจูน ช่วยให้กิจการงานนั้นๆ เจริญก้าวหน้า ทำกสิกรรมได้ผลผลิตดี ขอให้ท่านดลบันดาลให้อยู่เย็นเป็นสุข ปกป้องคุ้มครองดูแล และยังเป็นการขอขมาต่อท่านเหล่านั้นด้วย ซึ่งเป็นความเชื่อและเป็นประเพณีที่ดีงาม เป็นการสร้างความรักความสามัคคีในหมู่คณะ และให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขในครอบครัว เป็นความเชื่อที่ชาติพันธ์นี้ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ความเชื่อในลักษณะนี้มีอยู่ในทุกชนชาติ

การเลี้ยงชีพ[แก้]

การแต่งกายของกะเหรี่ยงโป อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

กะเหรี่ยงได้ชื่อว่ารู้จักการใช้พื้นที่ทำกินแบบ "ไร่หมุนเวียน" นั่นคือ ทำครั้งหนึ่ง แล้วพักไว้ 3-7 ปี จึงกลับไปทำใหม่ วนเวียนไปโดยตลอด เพื่อป้องกันดินเสื่อมคุณภาพ และรักษาสมดุลของนิเวศป่าไม้ มิได้ทำไร่เลื่อนลอยอันเป็นการตัดไม้ทำลายป่าอย่างที่เคยเข้าใจกัน

กะเหรี่ยงยังนิยมเลี้ยงสัตว์ เช่น โค กระบือ สุกร พูดว่า (เถาะ) ไก่ พูดว่า (ชอ) โดยเฉพาะสุกรและไก่และสุกร ที่เลี้ยงไว้ใต้ถุนบ้าน หรือใกล้บ้าน เพื่อใช้ในพิธีกรรม และบางชุมชนยังนิยมเลี้ยงช้าง พูดว่า (เกอะชอ) ในอดีตเคยมีการใช้ช้างเพื่อทำนา และชักลากไม้ แต่ในปัจจุบันเหลืออยู่น้อยมาก และใช้เพียงเพื่อบริการนักท่องเที่ยว มากกว่าการใช้งานแบบอื่น

ชื่อที่ตั้งให้[แก้]

ตุ๊กแกสายพันธุ์ Hemidactylus karenorum ถูกตั้งชื่อเพื่อยกย่องชาวกะเหรี่ยง[12]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Largest Ethnic Groups In Myanmar". Worldatlas.com. Reunion Technology. 18 July 2019.
  2. International Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination; Reports submitted by States parties under article 9 of the Convention: Thailand (PDF) (ภาษาอังกฤษ และ ไทย). United Nations Committee on the Elimination of Racial Discrimination. 28 July 2011. p. 13. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 9 October 2016. สืบค้นเมื่อ 8 October 2016.
  3. "Jobs and housing lure karen refugees to spread across minnesota". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 24 July 2020. สืบค้นเมื่อ 25 February 2020.
  4. "Burmese Community Profile" (PDF). dss.gov.au. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 30 December 2016. สืบค้นเมื่อ 28 June 2017.
  5. "Profile table, Census Profile, 2021 Census of Population – Canada". Statistics Canada. Government of Canada. 9 February 2022.
  6. Maiti, Sameera. "The Karen – A Lesser Known Community of the Andaman Islands (India)". Man in India. CiteSeerX 10.1.1.517.7093.
  7. "Kayin". Myanmar.com. May 2006. สืบค้นเมื่อ 28 February 2011.
  8. This area is generally referred to as the Karen Hills in colonial literature, especially natural history texts such as Evans (1932).
  9. Yumnam, Jiten (11 November 2018). "The Karen people's pursuit for survival in Northern Thailand". E-Pao. สืบค้นเมื่อ 4 February 2021.
  10. Ethnicity without Meaning, Data without Context- The 2014 Census: Identity and Citizenship in Burma/Myanmar 24 February 2014 www.tni.org, accessed 7 January 2020
  11. Thawnghmung, Ardeth Maung (22 June 2013). The "Other" Karen in Myanmar: Ethnic Minorities and the Struggle without Arms. Lanham: Lexington Books. p. 84. ISBN 978-0739184523.
  12. Beolens, Bo; Watkins, Michael; Grayson, Michael (2011). The Eponym Dictionary of Reptiles. Baltimore: Johns Hopkins University Press. xiii + 296 pp. ISBN 978-1-4214-0135-5. ("Karen", p. 138).

อ่านเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]