พระยาพุทธวงศ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระยาพุทธวงศ์
King putthawong.jpg
พระยาเชียงใหม่
ครองราชย์พ.ศ. 2369 - พ.ศ. 2389[1] (20 ปี)
ก่อนหน้าพระยาคำฟั่น
ถัดไปพระเจ้ามโหตรประเทศ
พระยาอุปราชเชียงใหม่
ดำรงพระยศพ.ศ. 2367 - 2369
ก่อนหน้าพระยาคำฟั่น
ถัดไปเจ้าหนานมหาวงษ์
ราชเทวีแม่เจ้าปินตอง
พระราชบุตร9 พระองค์
ราชวงศ์ทิพย์จักร
พระราชบิดาเจ้าพ่อเรือน
พระราชมารดาแม่เจ้าจันทาราชเทวี
อสัญกรรมมิถุนายน พ.ศ. 2389

พระยากากวรรณาทิปะราชวชิรปราการ[2] หรือ พระยาพุทธวงศ์ เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 4 ระหว่างปี พ.ศ. 2369 - พ.ศ. 2389 แห่งราชวงศ์ทิพย์จักร และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการรวบรวมผู้คนมาเป็นประชากรของเมืองเชียงใหม่ในรัชสมัยพระเจ้ากาวิละ

พระราชประวัติ[แก้]

พระยาพุทธวงศ์ หรือ เจ้าหลวงแผ่นดินเย็น[3] มีนามเดิมว่านายพุทธวงศ์ เป็นเจ้าโอรสองค์ใหญ่ของนายพ่อเรือน พระราชอนุชาในเจ้าฟ้าสิงหาราชธานีเจ้าฟ้าหลวงชายแก้ว ผู้ครองนครลำปางกับแม่เจ้าจันทาราชเทวี และเป็นเจ้าราชนัดดา (หลานปู่) ในพระยาไชยสงคราม (ทิพย์ช้าง) (พระญาสุละวะฤๅไชยสงคราม) กับแม่เจ้าพิมพาราชเทวี ซึ่งเป็นองค์ต้นราชวงศ์ทิพย์จักร (เชื้อเจ้าเจ็ดตน)

พระยาพุทธวงศ์ มีพระอนุชาและพระขนิษฐา รวม 5 พระองค์ มีพระนามตามลำดับ ดังนี้

  • พระยาพุทธวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 4
  • เจ้าราชวงศ์ (คำมูล), เจ้าราชวงศ์นครเชียงใหม่ - เจ้าปู่ในเจ้าราชสัมพันธ์วงศ์ หนานธรรมลังกา ณ เชียงใหม่ และเป็นเจ้าปู่ทวดในแม่เจ้าส่วนบุญ ในพลตรี เจ้าจักรคำขจรศักดิ์
  • เจ้าบุรีรัตน์ (กาวิละ), เจ้าบุรีรัตน์นครเชียงใหม่ - เจ้าบิดาในเจ้าหญิงศรีแก้ว (ณ ลำปาง) ณ เชียงตุง ชายาในเจ้ามหาพรหม ณ เชียงตุง ราชโอรสองค์ที่ 6 ในเจ้าฟ้าชายสามจุฬามณีสิริเมฆภูมินทร์ เจ้าผู้ครองนครเชียงตุง องค์ที่ 1
  • เจ้าคำลือ
  • เจ้าสนธนา - ชายาในพระยาอุปราชหมูล่า พระราชมหาอุปราชานราธิบดีศรีสุวรรณฝ่ายหน้าหอคำนครลำปาง

เมื่อพระยาอุปราชคำฟั่นได้รับการสถาปนาเป็นพระยาเชียงใหม่ เจ้าพุทธวงศ์ได้รับสถาปนาเป็นพระยาอุปราชเชียงใหม่แทนเมื่อวันที่ 31 มกราคม[4] จ.ศ. 1185 ปีมะแม[2] (นับแบบปัจจุบันตรงกับ พ.ศ. 2367) เมื่อพระยาเชียงใหม่คำฟั่นถึงแก่อนิจกรรม เจ้านายและขุนนางเชียงใหม่จึงทูลเชิญพระยาอุปราชพุทธวงศ์ขึ้นสืบราชสมบัติในวันที่ 20 พฤษภาคม[5] จ.ศ. 1188 ปีจอ[2] (นับแบบปัจจุบันตรงกับ พ.ศ. 2369) แต่พระยาพุทธวงศ์ยังคงประทับที่คุ้มเดิมหน้าวัดพระสิงห์ แม้จะได้รับทูลเชิญให้ประทับที่หอคำ ก็เกรงบารมีพระประยูรญาติที่ล่วงลับไปแล้ว จึงให้สร้างหอเทียมขึ้นทางทิศใต้ของหอคำ ประทับที่หอคำได้ 7 วันรับราชาภิเษกแล้วย้ายไปประทับที่หอเทียม เฉลิมพระนามว่าภูมิปาลรัฏฐาธิปติ[6]

พระยาพุทธวงศ์ ป่วยถึงแก่อสัญกรรมในเดือน 7 ปีมะเมีย จ.ศ. 1208[7] (ราวเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2389)

ราชโอรส ราชธิดา[แก้]

พระยาพุทธวงศ์ มีเจ้าราชโอรสและราชธิดา รวม 9 พระองค์ อยู่ในณ เชียงใหม่ มีพระนามตามลำดับ ดังนี้

  • เจ้าราชบุตรหนานธนัญไชย, เจ้าราชบุตรนครเชียงใหม่ - เจ้าบิดาในเจ้าหญิงทิพโสม ณ เชียงใหม่ พระชายาในเจ้าหนานมหาเทพ ณ เชียงใหม่ เจ้าราชโอรสในพระเจ้ามโหตรประเทศ
  • เจ้าหนานปัญญา
  • เจ้าน้อยขี้วัว
  • เจ้าน้อยขี้ควาย - เจ้าบิดาในเจ้าหญิงศรีกุย ณ เชียงใหม่ พระชายาในเจ้าหนานสมมนุษย์ ณ เชียงใหม่ เจ้าราชนัดดาในพระเจ้ากาวิละ
  • เจ้าน้อยขี้ช้าง
  • เจ้าหญิงเฮือนคำ
  • เจ้าหน่อแก้ว
  • เจ้าหญิงศิริวรรณา
  • เจ้าหญิงสุนันทา สุริโยดร - เจ้ามารดาในเจ้านิเวศน์อุดร (น้อยบุญปั๋น สุริโยดร) แห่งนครเชียงใหม่" นับเป็นต้นราชตระกูล "สุริโยดร" เนื่องจากขุนบรรณสารโลหะกรรม (เจ้าน้อยอินทร์ทอง สุริโยดร) เจ้านัดดา (หลานยาย) ของเจ้าหญิงฯ ขอพระราชทานนามสกุล จาก ร.6

การครองเมืองเชียงใหม่[แก้]

เจ้าหลวงเชียงใหม่แห่ง
ราชวงศ์ทิพย์จักร
King Kawila.jpgพระเจ้ากาวิละ
King dummalungka.jpgพระยาธรรมลังกา
King kumfun.jpgพระยาคำฟั่น
King putthawong.jpgพระยาพุทธวงศ์
King mahoteprathed.jpgพระเจ้ามโหตรประเทศ
King Kawiloros.jpgพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์
King Intawichayanon.jpgพระเจ้าอินทวิชยานนท์
King Intawaroros.jpgเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์
King Kaew Naowarat.jpgเจ้าแก้วนวรัฐ

ด้านเศรษฐกิจ ในรัชสมัยของพระยาพุทธวงศ์ หรือเจ้าหลวงแผ่นดินเย็น นับได้ว่าเป็นช่วงที่ไม่มีศึกสงคราม มีความเจริญทางเศรษฐกิจ กำลังการผลิตของประชากรมากขึ้น แหล่งเพาะปลูกกว้างขวาง ข้าวของเครื่องใช้เริ่มจะละเมียดละไมขึ้น ข้าวปลราอาหารที่เคยผลิตหรือจัดหาเพื่อความอยู่รอดในช่วงก่อนหน้านั้น เริ่มมีมากขึ้นจนเหลือเฟือในบางครั้ง ซึ่งตลาดก็เริ่มมีบทบาทเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า จากตลาดนัดกลายเป็นตลาดที่มีสินค้านานาชนิด โดยเฉพาะตลาดกลางการค้าขายบริเวณหน้าวัดพระสิงห์ และขยายไปยังตลาดที่ถนนท่าแพในปัจจุบัน

มีเส้นทางการค้าขายหลัก 2 เส้นทาง คือ เส้นทางบก (มะละแหม่ง-ล้านนา-รัฐฉาน-ยูนนาน) และเส้นทางเรือ (ลำน้ำปิง กรุงเทพฯ-ล้านนา)

ด้านการศึกษา ในช่วงแรกยังเป็นการศึกษาในรูปแบบเดิมคือการฝึกอาชีพหรือการดำรงชีวิตตามความชำนาญในครอบครัว หรือเรียนตามสนใจของแต่ละคน ส่วนการศึกษาที่เป็นระบบนั้น จะเป็นรูปแบบของการเรียนในวัด ซึ่งไม่แตกต่างไปจากรัชสมัยของพระเจ้ากาวิละ แต่ที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือ จำนวนวัด และจำนวนพระสงฆ์เพิ่มมากขึ้น และมีการคัดลอกคัมภีร์ใบลานต่างๆ มากขึ้นตามไปด้วย

โดยรวมแล้วในรัชสมัยของพระยาพุทธวงศ์ เป็นช่วงที่นครเชียงใหม่มีความเจริญและรับรู้ถึงชนชาติอื่นและการเปลี่ยนแปลงของโลกมากขึ้น มีการสัมพันธ์กับอังกฤษ และรู้จักการบริหารที่ไม่ใช้กำลังในการทำศึกสงคราม นับเป็นจุดเปลี่ยนของนครเชียงใหม่ เข้าสู่กระแสการบริหารและการเศรษฐกิจของโลก[3]

พงศาวลี[แก้]

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ
  1. เจ้านายฝ่ายเหนือ และตำนานรักมะเมียะ, หน้า 16
  2. 2.0 2.1 2.2 พงศาวดารโยนก, หน้า 450
  3. 3.0 3.1 เจ้าวงศ์สัก ณ เชียงใหม่, คณะทายาทสายสกุล ณ เชียงใหม่. เจ้าหลวงเชียงใหม่. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), 2539.
  4. ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่, หน้า 215
  5. ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่, หน้า 222
  6. ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับเชียงใหม่ 700 ปี, หน้า 168
  7. พงศาวดารโยนก, หน้า 454
บรรณานุกรม
  • ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับเชียงใหม่ 700 ปี. เชียงใหม่ : ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ สถาบันราชภัฏเชียงใหม่, 2538. 320 หน้า. ISBN 974-8150-62-3
  • ประชากิจกรจักร, พระยาพงศาวดารโยนก. นนทบุรี : ศรีปัญญา, 2557. 496 หน้า. ISBN 978-616-7146-62-1
  • มหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ), พระยา. พงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย. พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์, 2505. 35 หน้า. [พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พระพิจิตรโอสถ (รอด สุตันตานนท์)]
  • วรชาติ มีชูบท. เจ้านายฝ่ายเหนือ และตำนานรักมะเมียะ. กรุงเทพฯ : สร้างสรรค์บุ๊คส์, 2556. 428 หน้า. ISBN 978-616-220-054-0
  • อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว และเดวิด เค วัยอาจ (ปริวรรต). ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่. กรุงเทพฯ : ตรัสวิน, 2543. 220 หน้า. ISBN 9747047683


ก่อนหน้า พระยาพุทธวงศ์ ถัดไป
พระยาคำฟั่น 2leftarrow.png เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่
(20 พฤษภาคม พ.ศ. 2369 - มิถุนายน พ.ศ. 2389)
2rightarrow.png พระเจ้ามโหตรประเทศ