ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ปีเตอร์ เจนเซน)
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
Princess Ubolratana 2010-12-7 2 cropped1.jpg

พระนาม อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
ราชวงศ์ จักรี
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 5 เมษายน พ.ศ. 2494 (66 ปี)
โลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
พระบิดา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระมารดา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระสวามี ปีเตอร์ แลดด์ เจนเซน (2515–2541)
พระบุตร คุณพลอยไพลิน มหิดล เจนเซน
คุณพุ่ม มหิดล เจนเซน
คุณสิริกิติยา มหิดล เจนเซน

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี (พระนามเดิม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี; ประสูติ: 5 เมษายน 2494) เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเป็นพระเชษฐภคินีพระองค์เดียวในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

หลังจากทรงสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ณ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว ทรงประกาศลาออกจากฐานันดรศักดิ์เป็นสามัญชน[1] เพื่อเข้าพระพิธีเสกสมรสกับปีเตอร์ แลดด์ เจนเซนในพระบรมหาราชวังตามพระราชประเพณี แล้วเสด็จไปประทับด้วยพระสวามี ณ สหรัฐอเมริกาเมื่อ พ.ศ. 2515 ก่อนจะเสด็จนิวัติประเทศไทยเป็นการถาวรเมื่อ พ.ศ. 2544 โดยหลังเสด็จนิวัติประเทศไทยเป็นการถาวร พระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ทรงช่วยเหลือราษฎรและให้โอกาส ผู้พิการ เยาวชน ตลอดจนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ทั้งยังทรงแสดงภาพยนตร์ตามบทพระนิพนธ์หลายเรื่อง และทรงเป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์

ปัจจุบันทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นสามัญชนตามที่ระบุไว้ในประกาศการลาออกจากฐานันดรศักดิ์ดังกล่าว[1]

เนื้อหา

พระประวัติ

ประสูติ

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2494[2] เวลา 23.28 น. ณ โรงพยาบาลมองชัวซีส์ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และได้เสด็จนิวัตพระนคร แล้วประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และเมื่อถึงงานพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่แล้ว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระอิสริยยศเมื่อประสูติ คือ "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี" โดยพระนามของพระองค์มาจากพระนามและนามของพระประยูรญาติหลายพระองค์ อันได้แก่

ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงตรัสเรียกว่า "เป้" อันเป็นคำลดรูปของคำว่า ลาปูเป (ฝรั่งเศส: La Poupée) ซึ่งเป็นคำมาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า ตุ๊กตา ส่วนพระราชวงศ์และบุคคลอื่น ๆ จะเรียกพระองค์ว่า "ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงใหญ่"[3] ส่วนพระอนุชาและพระขนิษฐาจะเรียกพระองค์ว่า "พี่หญิง"[4]

การศึกษา

ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงเข้ารับการศึกษาขั้นต้นจนสำเร็จจากโรงเรียนจิตรลดา ครั้นทรงสำเร็จมัธยมศึกษา ได้เสด็จไปประทับ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อทรงเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีจนสำเร็จ ณ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในสาขาวิชาคณิตศาสตร์ และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ ชีวเคมี (Bachelor of Science Degree in Bio-Chemistry) จากนั้น ทรงเข้ารับการศึกษาต่อจนสำเร็จปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิสลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ในสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ (Statistics and Public Health) จนสำเร็จในการศึกษา

การอภิเษกสมรส

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2515 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์[1] เพื่อทรงอภิเษกสมรสกับปีเตอร์ แลด เจนเซน ชาวอเมริกัน ในพระบรมหาราชวังตามราชประเพณี และเสด็จประทับอยู่สหรัฐอเมริกา ทั้งทรงเปลี่ยนพระนามเป็น จูลี เจนเซน (อังกฤษ: Julie Jensen)[5][6][7][8] ทั้งสองมีโอรส-ธิดา 3 คน ทั้งหมดเกิดในสหรัฐอเมริกา ได้แก่

  1. คุณพลอยไพลิน เจนเซน (12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524) สมรสกับเดวิด วีลเลอร์[9] มีบุตรชายสองคน[10][11]
  2. คุณพุ่ม เจนเซน (นามเดิม: ภูมิ เจนเซน; 16 สิงหาคม พ.ศ. 2526 – 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547) เสียชีวิตจากเหตุการณ์คลื่นสึนามิอันเกิดจากแผ่นดินไหวในปี พ.ศ. 2547[12]
  3. คุณสิริกิติยา เจนเซน (นามเดิม: ใหม่ เจนเซน; 18 มีนาคม พ.ศ. 2528)

ในปี พ.ศ. 2541 ได้ทรงหย่ากับปีเตอร์ เจนเซน กลับมาใช้นามเดิมคือ อุบลรัตน์ มหิดล (อังกฤษ: Ubolratana Mahidol)[6][7] และกลับประเทศไทยพร้อมคุณพุ่ม หลังผ่านปัญหาการหย่าร้างกับอดีตพระภัสดาที่ยาวนานสองปี[13] ในขณะที่ทรงกลับประเทศไทยนั้นคุณพลอยไพลิน ยังศึกษาในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร[14] ส่วนคุณสิริกิติยาได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียริเวอร์ไซด์[15] โดยพำนักอยู่ร่วมกับบิดา[7]

การเสด็จนิวัตประเทศไทย

เมื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประทับอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น บางปีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ได้เสด็จมาเยี่ยมบ้าง และพระองค์เสด็จนิวัตประเทศไทยเพื่อทรงเยี่ยมพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้งได้ทรงร่วมงานพระราชพิธีต่าง ๆ พร้อมด้วยพระโอรสและพระธิดาดังนี้

  • การเสด็จนิวัตประเทศไทยครั้งที่ 1 เพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีอภิเษกสมรสสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีและ นาวาอากาศเอก วีระยุทธ ดิษยะศริน ขณะมียศ เรืออากาศโท เมื่อ พ.ศ. 2525
  • การเสด็จนิวัตประเทศไทยครั้งที่ 2 เพื่อทรงงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2530
  • การเสด็จนิวัตประเทศไทยครั้งที่ 3 เพื่อทรงงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535
  • การเสด็จนิวัตประเทศไทยครั้งที่ 4 เพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อ พ.ศ. 2538
  • การเสด็จนิวัตประเทศไทยครั้งที่ 5 เพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อ พ.ศ. 2539
  • การเสด็จนิวัตประเทศไทยครั้งที่ 6 เพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542

เมื่อทรงหย่ากับปีเตอร์ แลด เจนเซน เมื่อ พ.ศ. 2541 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จนิวัตประเทศไทยและประทับอยู่เป็นการถาวรเมื่อ พ.ศ. 2544

ภายหลังเสด็จนิวัติประเทศไทยเป็นการถาวร พระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการในด้านการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจนเป็นที่ประจักษ์และยอมรับในระดับประเทศและนานาชาติ นอกจากนี้ยังทรงให้การช่วยเหลือราษฎรณ์และให้โอกาส ผู้พิการ เยาวชน ตลอดจนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง ๆ โดยมีพระดำริให้จัดตั้งมูลนิธิต่าง ๆ ขึ้นในการช่วยเหลือและให้โอกาสประชาชน อีกทั้งยังทรงพระปรีชาสามารถในแสดงภาพยนตร์ตามบทพระนิพนธ์หลายเรื่อง เป็นต้นว่า หนึ่งใจ... เดียวกัน (พ.ศ. 2551), มายเบสต์บอดีการ์ด (พ.ศ. 2552) โดยนำรายได้ทั้งหมดในการจัดฉายภาพยนตร์ดังกล่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศไปช่วยเหลือประชาชนและผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ทั่วประเทศ และเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยในระดับนานาชาติอีกด้วย

พระกรณียกิจ

ด้านสังคมสงเคราะห์

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้านการช่วยเหลือราษฎรใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข โดยทรงตั้งมูลนิธิชีวิตสดใสเป็นองค์การสาธารณกุศล

นอกจากนี้ ยังทรงตั้งมูลนิธิ Miracle of Life เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาต่าง ๆ เช่น ด้านการศึกษา ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านการช่วยเหลือ ด้านการศาสนา โดยได้เสด็จหรือทรงโปรดให้ผู้แทนพระองค์ไปดูความคืบหน้าของโครงการอยู่เป็นประจำ

ด้านเทคโนโลยี

พระองค์ทรงเป็นเจ้าฟ้าสมัยใหม่ มีช่องทางสื่อสารกับประชาชนโดยตรง ผ่านแอปพลิเคชัน โซเชี่ยลมีเดีย ชื่อว่า อินสตาแกรม โดยทรงใช้พระนามแฝงว่า Nichax เพื่อโพสต์พระรูปส่วนพระองค์ในพระอิริยาบถต่างๆให้ประชาชนเข้าไปชื่นชม และพูดคุยจนเป็นที่ชื่นชมจากพสกนิกรว่า เป็นเจ้าฟ้าทันสมัย

ด้านการรณรงค์การแก้ไขปัญหายาเสพติด

ดูบทความหลักที่: โครงการทูบีนัมเบอร์วัน
สัญลักษณ์โครงการ TO BE NUMBER ONE

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มีพระดำริให้มีและทรงรับเป็นองค์ประธานโครงการ "TO BE NUMBER ONE" เพื่อรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาทั่วประเทศ และหน่วยงาน องค์กร ชุมชนต่าง ๆ ตามพระปณิธาน "ทุกคนเป็นหนึ่งได้โดยไม่พึ่งยาเสพติด" มุ่งหมายให้เยาชนใช้เวลาว่างมาร่วมกิจกรรมอันเปิดโอกาสให้กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก นอกจากนี้ ยังมี "ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น" ซึ่งให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาต่าง ๆ ของเยาวชน เช่น ปัญหาครอบครัว และปัญหายาเสพติด มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการทั้งเยาวชนและผู้ใหญ่มากถึง 31 ล้านคน หรือครึ่งประเทศ

นอกจากนี้ ยังทรงเปิดศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นทั่วประเทศ และเสด็จมาเยี่ยมชมกับพระราชทานรางวัลในการประกวดของชมรมทูบีนัมเบอร์วันและงานรวมพลคนทูบีครั้งใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีด้วย

ต่อมา รัฐบาลสหรัฐแม็กซิโกได้กราบทูลเชิญทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เพื่อทรงเป็นองค์ประธานในงานประชุมเยาวชนโลก (World Youth Conference) ประจำปี 2553 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศเม็กซิโก โดยเม็กซิโกให้ความสนใจโครงการทูบีนัมเบอร์วันและให้การยกย่องว่า เป็นต้นแบบในการป้องกันเยาวชนติดยาเสพติดเป็นผลสำเร็จ และต่างชื่นชมในความเป็นผู้นำที่สร้างสรรค์ของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

ด้านเด็กออทิสติก

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเห็นว่า เด็กออทิสติกไม่ได้เรียนหนังสือ จนทำให้เป็นคนไม่ปกติ จึงทรงตั้งมูลนิธิคุณพุ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2548 ภายหลังจากที่ คุณพุ่ม เจนเซ่น พระโอรสซึ่งเป็นโรคออทิสติกด้วยนั้น ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2548 บางปียังพระราชทานเงินส่วนพระองค์ให้แก่เด็กออทิสติกนำไปใช้จ่ายเป็นทุนการศึกษาและเพื่อให้เด็กออทิสติกได้พัฒนาตนเอง

ด้านการกีฬา

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มีพระปรีชาในกีฬาเรือใบ และเคยทรงลงแข่งกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเมื่อแปรพระราชฐานยังพระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้ ทรงเคยเข้าร่วมการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค ในฐานะนักกีฬาทีมชาติ ที่งานกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 สนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 และทรงทำคะแนนรวมได้เป็นที่ 1 เสมอด้วยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ทรงร่วมการแข่งขันเช่นกัน จึงได้รับพระราชทานเหรียญทองจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ร่วมกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช[16]

ผลงานในวงการบันเทิง

ด้านการแสดงละคร

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์แรกซึ่งทรงเป็นดาราและทรงเล่นละครด้วยพระองค์เอง

เมื่อปี พ.ศ. 2546 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ทรงละครสองเรื่องแรก คือ กษัตริยา และ มหาราชกู้แผ่นดิน ตามคำกราบทูลเชิญของบริษัทกันตนา ละครทั้งสองออกอากาศสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 19:30 นาฬิกา

ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 ได้ทรงแสดงนำในละครเรื่อง อนันตาลัย ซึ่งทรงประพันธ์เค้าโครงเรื่องด้วยพระองค์เองโดยใช้พระนามแฝงว่า "พลอยแกมเพชร" ละครดังกล่าวออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวี

ต่อมาในปี พ.ศ. 2559 พระองค์ได้ทรงร่วมแสดงในละครโทรทัศน์ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 คู่ขนานกับ ช่อง 3 HD ช่อง 33 เรื่อง ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ทรงรับบทเป็น "อัมราภาชินี"

การออกรายการโทรทัศน์

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้เสด็จมาทรงถ่ายรายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับพระองค์เป็นประจำ ตามคำกราบทูลเชิญคณะบุคคลต่าง ๆ เพื่อออกเผยแพร่ทางโทรทัศน์ โดยเฉพาะรายการที่พระองค์ทรงออกรายการทางโทรทัศน์อยู่เป็นประจำเป็นรายการที่มีความรู้และสาระต่าง ๆ ที่ประชาชนได้รับชมอยู่จนถึงปัจจุบัน มีทั้งหมด 2 รายการ มีดังนี้

  • ทูบีนัมเบอร์วัน วาไรตี้ เมื่อ พ.ศ. 2550 ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพื่อห่างไกลยาเสพติด ผลิตโดย โครงการทูบีนัมเบอร์วั นและกรมสุขภาพจิต พระองค์จะออ ช่วง Talk to the Princess ตอบจดหมายจากผู้ชม จะออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 20:30–21:30 นาฬิกา ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
  • พรินเซสไดอารี (Princess Diary) เมื่อ พ.ศ. 2551 เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของต่างประเทศ ปัจจุบัน เปลี่ยนรูปแบบใหม่เป็นการสัมภาษณ์ดารารับเชิญในห้องส่ง โดยเล่าประวัติและผลงานของดารารับเชิญ ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 23:05–24:00 นาฬิกา ทาง โมเดิร์นไนน์ ทีวี

การแสดงภาพยนตร์

เมื่อ พ.ศ. 2551 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ทรงถ่ายภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งใจเดียวกัน เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในพระองค์ จากบทพระนิพนธ์ เรื่องสั้นที่...ฉันคิด ทำรายได้ 50 ล้านบาท[17] ต่อมา ยังทรงแสดงในภาพยนตร์เรื่อง มายเบสต์บอดีการ์ด และ พระนางจามเทวี[18] ภาพยนตร์ทั้งสามได้เข้าฉายในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ โดยเสด็จมาทรงร่วมในพิธีเมื่อ พ.ศ. 2551, 2552 และ 2553

ใน พ.ศ. 2555 ทรงร่วมแสดงภาพยนตร์อีกสองเรื่อง คือ เรื่อง ว่ายน้ำข้ามทะเลดาว ร่วมกับ โทนี่ รากแก่น เทิดพระเกียรติยศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในวันพระราชสมภพ 5 ธันวาคม 2555 เข้าฉายในวันที่ 1–23 ธันวาคม พ.ศ. 2555 และเรื่อง ทูเก็ตเตอร์ วันที่รัก ร่วมกับ สหรัถ สังคปรีชา และ ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ เข้าฉายวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ด้านการร้องเพลง

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีผลงานเพลงหลายผลงานในสังกัดจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เช่น เพลงประจำโครงการทูบีนัมเบอร์วัน เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งใจ...เดียวกัน เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง มาย เบส บอดี้การ์ด เพลง "ทางของฉัน" และเพลง "ผู้ชายคนนั้น" นอกจากนี้ ยังทรงได้รับเชิญเข้าร่วมร้องเพลง "ขวานไทยใจหนึ่งเดียว" เมื่อปี 2547 ด้วย

องค์กรในพระอุปถัมภ์

พระเกียรติยศ

พระอิสริยยศ

ธรรมเนียมพระยศของ
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา
สิริวัฒนาพรรณวดี
ตราสัญลักษณ์ อร.png
ตราประจำพระองค์
Royal Flag of Princess Ubolratana Rajakanya.png
ธงประจำพระองค์
การทูล ฝ่าพระบาท
การแทนตน ข้าพระพุทธเจ้า
การขานรับ พ่ะย่ะค่ะ/เพคะ
ลำดับโปเจียม 5
  • สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี (5 เมษายน พ.ศ. 2494 – 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2515)
  • ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เจนเสน / ท่านผู้หญิง จูลี เจนเซน[8][19] (25 กรกฎาคม พ.ศ. 2515 – พ.ศ. 2541)
  • ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี (พ.ศ. 2544 – ปัจจุบัน)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ

  • NLD Order of Orange-Nassau - Knight Grand Cross BAR.png Order of Orange-Nassau ขั้นสูงสุด

เครื่องอิสริยยศ

ครั้งที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงนั้น ทรงมีเครื่องอิสริยยศประจำพระองค์ที่ทรงได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเมื่อทรงลาออกฐานันดรศักดิ์แห่งราชวงศ์แล้ว ได้คืนเครื่องอิสริยยศดังกล่าวทั้งสิ้น เครื่องอิสรริยยศเหล่านั้นประกอบด้วย

  • พระสุพรรณบัฎ พร้อมหีบทองคำลงยาราชาวดี ประดับตราพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. ประดับเพชร
  • พานพระศรีทองคำลงยาราชาวดี พร้อมจอกทองคำลงยาราชาวดี ผอบทองคำลงยาราชาวดียอดปริกประดับเพชร ซองพลูทองคำขอบบนล่างประดับทับทิม และมีตลับภู่ประดับทับทิมกับเพชร ไม้ควักพระกรรณ ไม้แคะพระทนต์ และพระกรรบิดทองคำลงยาราชาวดีประดับทับทิม
  • หีบพระศรีทองคำลงยาราชาวดีประดับตราพระจุลมงกุฎ มีลูกหีบสามหีบ พร้อมพานรองลงยาราชาวดี
  • พระสุพรรณศรีทองคำลงยาราชาวดี
  • พระภิงคารทองคำลงยาราชาวดี พร้อมพานรองลงยาราชาวดี
  • ขันพระสุธารสทองคำลงยาราชาวดี ที่ขอบประดับทับทิม พร้อมพานรองลงยาราชาวดี กับจอกทองคำลงยาราชาวดี
  • ขันสรงพระพักตร์ทองคำลงยาราชาวดี พร้อมพานรองลงยาราชาวดีขอบประดับทับทิม กับคลุมปัก
  • ที่พระสุธารสชาทองคำสลักลาย ประกอบด้วย กาพระสุธารสชาทองคำสลักลาย ถ้วยพระสุธารสชาทำจากหยก มีถาดทองคำสลักลาย
  • กาพระสุธารสทองคำสลักลาย ทรงกระบอก พร้อมพานรอง ทองคำสลักลาย

รางวัล

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงได้รับรางวัลดังต่อไปนี้

ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

ปริญญากิตติมศักดิ์ สถาบัน วันที่
ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสาธารณสุขศาสตร์[26] มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2546
ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการพัฒนาสังคม[27] มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 28 มกราคม พ.ศ. 2547
ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขายุทธศาสตร์การพัฒนา[28] มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2547
ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขายุทธศาสตร์การพัฒนา[29] มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2547
ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขายุทธศาสตร์การพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2547
พยาบาลศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพยาบาลศาสตร์[30] มหาวิทยาลัยขอนแก่น 22 ธันวาคม พ.ศ. 2547
ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการศึกษาพิเศษ[31] มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2548
การศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาจิตวิทยาการให้คำปรึกษา[32] มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2548
ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารและประเมินโครงการ[33] มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ 18 มกราคม พ.ศ. 2549
ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการพัฒนาสังคม[34] มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2548
ปริญญากิตติมศักดิ์[35] วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2549
ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิเทศศาสตร์[36] มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล 16 ธันวาคม พ.ศ. 2549
ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประเภททั่วไป[37] มหาวิทยาลัยศรีปทุม 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารการศึกษา[38] วิทยาลัยเฉลิมกาญจนา จังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ. 2553
รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารการศึกษา[39] มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี พ.ศ. 2553
ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา[40] มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2554
ศึกษาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์[41] มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 9 มีนาคม พ.ศ. 2555
นิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการภาพยนตร์[42] มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555
สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์[43] มหาวิทยาลัยนเรศวร 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการสุขภาพ[44] มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการศึกษาและพัฒนาสังคม[45] มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สิ่งอันเนื่องด้วยพระนาม

สถาบันการศึกษา

การคมนาคม

ศาสนสถาน

ศาสนวัตถุ

สถานที่ท่องเที่ยว

สถานที่ราชการ

พระราชตระกูล

อ้างอิง

  1. 1.0 1.1 1.2 ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ ลาออกจากฐานันดรศักดิ์, เล่ม 89, ตอน 112 ก ฉบับพิเศษ, 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2515, หน้า 1
  2. ราชกิจจานุเบกษา, คำแถลงการณ์ประสูติ, เล่ม 68, ตอน 23 ง, 10 เมษายน พ.ศ. 2494, หน้า 1635
  3. พิมาน แจ่มจรัส. รักในราชสำนัก. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : สร้างสรรค์บุ๊คส์, 2554, หน้า 24
  4. "หนังสือที่ระลึกในพิธีพระราชทานเพลิงศพคุณพุ่ม เจนเซน". ASTV ผู้จัดการรายวัน. 1 พฤษภาคม 2548. สืบค้นเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2559. 
  5. "The King of Thailand in World Focus". คมชัดลึก. 9 ธันวาคม 2552. สืบค้นเมื่อ 29 ธันวาคม 2556. 
  6. 6.0 6.1 "IN RE MARRIAGE OF JENSEN". Leagle. สืบค้นเมื่อ 29 ธันวาคม 2556. 
  7. 7.0 7.1 7.2 "IN RE: the MARRIAGE of Julie and Peter JENSEN.". FindLaw. สืบค้นเมื่อ 29 ธันวาคม 2556. 
  8. 8.0 8.1 "Prince dies in tsunami, was grad of Torrey Pines". The San Diego Union-Tribune. December 30, 2004. สืบค้นเมื่อ 2010-09-19. [ลิงก์เสีย]
  9. "ภาพชุดมงคล "คุณ พลอยไพลิน" เข้าพิธีวิวาห์หวานชื่น". Voice TV. 19 มิถุนายน พ.ศ. 2556. สืบค้นเมื่อ 20 มิถุนายน 2556. 
  10. "ที่นี่จาก USA ประจำอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2556". เดลินิวส์. 15 ธันวาคม พ.ศ. 2556. สืบค้นเมื่อ 26 กรกฎาคม 2557. 
  11. "ที่นี่จาก USA ประจำอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557". เดลินิวส์. 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557. สืบค้นเมื่อ 26 กรกฎาคม 2557. 
  12. "Khun Poom Jensen". Soravij. สืบค้นเมื่อ 28 ธันวาคม 2556. [ลิงก์เสีย]
  13. Matt Potter (9 มีนาคม 2555). "MOOLA, MOOLA". San Diego Reader. สืบค้นเมื่อ 29 ธันวาคม 2556. 
  14. "Former Del Mar resident and Thai royal is among tsunami dead". North County Times. Wednesday, December 29, 2004 12:00 am. สืบค้นเมื่อ 2010-09-20.  [ลิงก์เสีย]
  15. "Prince dies in tsunami, was grad of Torrey Pines". The San Diego Union-Tribune. December 30, 2004. สืบค้นเมื่อ 2010-09-19. [ลิงก์เสีย]
  16. 16 ธันวาคม วันกีฬาแห่งชาติ
  17. มยุรี อำนวยพร, ที่สุดของหนังเด่น-หนังโดนแห่งปี dailynews.co.th
  18. 4 หนังไทยใหม่เปิดตัวที่เมืองคานส์ thaicinema.org
  19. Former Del Mar resident and Thai royal is among tsunami dead
  20. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์, เล่ม 78, ตอน 104 ง ฉบับพิเศษ, 15 ธันวาคม พ.ศ. 2504, หน้า 17
  21. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า, เล่ม 85, ตอน 44 ง ฉบับพิเศษ, 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2511, หน้า 24
  22. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม 122, ตอน 20 ข ฉบับทะเบียนฐานันดร, 2 ธันวาคม พ.ศ. 2548, หน้า 2
  23. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม 113, ตอน 22 ข ฉบับทะเบียนฐานันดร, 4 ธันวาคม พ.ศ. 2539, หน้า 87
  24. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ และเหรียญลูกเสือสดุดี ประจำปี ๒๕๕๓ , เล่ม129, ตอน20 ข ฉบับทะเบียนฐานันดรศักดิ์, 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555, หน้า 3
  25. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม69, ตอน69 ง ฉบับพิเศษ, 18 พฤษศจิกายน พ.ศ. 2495, หน้า 1
  26. [1]
  27. คำกราบบังคมทูลรายงานกิจการของมหาวิทยาลัยในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 38 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  28. [2]
  29. [3]
  30. รายพระนามและรายนามผู้ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปี 2511 - ปัจจุบัน
  31. มก. ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
  32. คำประกาศราชสุดุดีเฉลมพระเกียรติคุณทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  33. พิธีประทานปริญญาบัตรครั้งที่ 4 วันที่ 18/1/2006[ลิงก์เสีย],
  34. [4]
  35. ทำเนียบนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
  36. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ ประทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจาก ม.วงษ์ชวลิตกุล
  37. สภามหาวิทยาลัยศรีปทุม มีมติ ถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แด่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
  38. ทูลกระหม่อมอุบลรัตนฯ พระราชทานปริญญา ว.เฉลิมกาญจนา ศรีสะเกษ
  39. http://www.bkkthon.ac.th/userfiles/file/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%991-53.pdf
  40. ข่าวประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ฉบับที่ 40 22 กุมภาพันธ์ 2554
  41. วาไรตี้สุดสัปดาห์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 133 7 มีนาคม 2555
  42. แวดวงราชภัฎ[ลิงก์เสีย]
  43. ทูลเกล้าถวายปริญญาสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์[ลิงก์เสีย]
  44. ทูลเกล้าถวายปริญญาสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
  45. สภา มร.ชร. ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ และมีมติมอบปริญญากิตติมศักดิ์ผู้มีผลงานโดดเด่น 5 สาขาวิชา[ลิงก์เสีย]

ดูเพิ่ม

แหล่งข้อมูลอื่น

References