พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา

พระอิสริยยศ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้น ๔
ฐานันดรศักดิ์ พระองค์เจ้า
ราชวงศ์ ราชวงศ์จักรี
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 18 กันยายน พ.ศ. 2402
สิ้นพระชนม์ 4 เมษายน พ.ศ. 2449
พระบิดา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมารดา เจ้าจอมมารดาบัว

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา (Her Royal Highness Princess Oradaya Debkan ya) (18 กันยายน พ.ศ. 2402 - 4 เมษายน พ.ศ. 2449) พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาบัว ธิดาเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย ณ นคร) ซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา เป็นพระราชธิดาพระองค์ที่ 3 ในจำนวนพระเชษฐาและพระอนุชาร่วมเจ้าจอมมารดาอีก 4 พระองค์ ได้แก่

สระพระองค์อรไทย[แก้]

สระนี้สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่บริเวณแถวนอก หลังเต๊งแดงตรงกับประตูกัญญาวดี อยู่ในเขตพระราชฐานชั้นใน ในพระบรมมหาราชวัง เป็นสระน้ำสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้าง 10.00 เมตร ยาว 15.00 เมตร ลึก 4.00 เมตร ภายในสระก่ออิฐฉาบปูนโดยรอบ ที่ขอบสระทำเป็นทางเดินปูด้วยกระเบื้องซีเมนต์ มีบันได้ก่ออิฐฉาบปูนลงไป สามารถตักน้ำได้ 2 ทาง มีรั้วไม้ฉลุลายตามแนวทางเดินโดยรอบ มีประตูเข้า-ออก 2 ทาง สระนี้มีหลังคาคลุมเป็นโครงหลังคามุงด้วยสังกะสี ที่ขอบชายประดับด้วยไม้แผ่นฉลุลายโดยรอบทางเข้า ด้านทิศตะวันออก มีแท่นปูนจารึกคำอุทิศดังนี้

" ศุภมัสดุรัตนโกสินทร์ศก ๑๒๔ สุริยคติกาลที่ ๙ เดือนมีนาคม จันทรคตินิยม วันศุกร์ เดือนสี่ขึ้นสิบห้าค่ำ ปีมเสงสัปตศก จุลศักราช ๑๒๖๗ พระเจ้าน้องนางเธอพระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา ทรงพระดำริห์ว่า จะใคร่บำเพ็ญอุทกทานให้เป็นสาธารณประโยชน์ทั่วไปในบรรดาผู้ซึ่งอยู่ในพระบรมมหาราชวั งอันตั้งอยู่ ณ ที่ห่างไกลจากฝั่งน้ำ จึงนำพระประสงค์ขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระบรมราชานุญาตแลพระราชานุเคราะห์ให้ได้ ขุดสระดังความประสงค์ จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้กองโยธาในกระทรวงวัง จัดการสร้างสระนี้ กว้าง ๕ วา ยาว ๗ วา ๒ ศอก ลึก ๒ วา ได้ลงเขื่อนถือปูนสิเมนมีบันไดลาดศิลาขึ้นลง ปลูกสร้างหลังคาครอบแลรั้วกั้นแล้วสำเร็จเงิน ๘,๖๖๑ บาท ๘ อัฐ จึ่งได้อาราธนาพระสงฆ์เจริญพระปริตพุทธมนต์รับอาหารบิณฑบาตรเป็นเบื้องต้นแห่งทาน แล้วได้มีการแจกสลากต่าง ๆ มีช้างแลกระบือเป็นอาทินับจำนวนถ้วน ๕,๐๐๐ สลาก ทรงบริจาคทั่วไปในบรรดาผู้ซึ่งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยหวังพระทัยให้เป็นประโยชน์แลยินดีทั่วหน้า ดังอำนาจพระเมตตาแลสาธารณทานอันได้ทรงบำเพ็ญครั้งนี้ จงเป็นอุปการวิธีกางกั้นสรรพพิบัติอันตราย ให้พระโรคเสื่อมคลายทรงพระเจริญศุขศิริสวัสดิ์สิ้นกาลนาน ทรงอุทิศพระกุศลส่วนสาธารณทานนี้แด่ท่านทั้งหลายผู้ได้อนุโมทนาจงสำเร็จความปรารถนาใ นทางธรรม ทั้งประจุบันแลภายน่านั้นเทอญ "

จากแท่นจารึกคำอุทิศ ทำให้ทราบว่าพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระบรมราชานุญาตและพระราชานุเคราะห์จัดสร้าง สระนี้ขึ้นเพื่อบำเพ็ญกุศลเป็นสาธารณประโยชน์ จึงได้มีการเรียกสระนี้ว่า สระพระองค์อรไทย

แต่มีหลักฐานบางแห่งให้ข้อมูลต่างออกไปว่า สระแห่งนี้สร้างขึ้นภายหลังที่พระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญาสิ้นพระชนม์แล้ว โดยมีเหตุคือ หลังจากที่พระเจ้าน้องนางเธอพระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญาสิ้นพระชนม์ลงด้วยประชวรพระโรคเรื้อรังกระเสาะกระแสะ ซึ่งกล่าวกันว่า ทรงเสียพระจริต ทรงกระทำอัตนิวิบากกรรมพระองค์ได้มีข่าวโจษจันว่ามีผู้ได้ยินเสียงเปรตร้องโหยหวนในยามวิกาล และกล่าวขวัญกันต่อไปในทางที่ไม่เป็นมงคลต่าง ๆ เหมาเอาว่าเป็นเพราะพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์นั้นพึ่งจะสิ้นพระชนม์ลงไปไม่นาน คงจะไปทนทุกเวทนาอยู่ ซึ่งข่าวโจษจันนี้เป็นที่กล่าวขานกันทั่วไปและไม่อาจยุติได้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริให้แก้ไขข่าวโจษจันอันไม่เป็นมงคลนี้ ด้วยบำเพ็ญพระราชกุศลถวายสังฆทาน แล้วทรงสั่งให้ขุดสระน้ำนี้ขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลส่งไปโปรดพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์นั้นให้พ้นทุกข์ เมื่อวันที่สระน้ำสร้างเสร็จตามพระบรมราชโองการได้มีพิธีฉลองสระนั้น โดยให้มีการลอยสลากเป็นกุศลทานลงในสระเป็นที่ครึกครื้น ตั้งแต่นั้นมาเรื่องโจษจันอันไม่เป็นมงคลก็ค่อยเงียบหายไป

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะสร้างสระพระองค์อรไทย ขึ้นเพื่อลบล้างข่าวโจษจันอันไม่เป็นมงคลหรือไม่ การที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างสระนี้ขึ้น นับว่ามีส่วนทำให้สาธารณูปโภค เกี่ยวกับเรื่องน้ำ ภายในเขตราชสำนักฝ่ายในมีความสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้พบว่าตำหนักที่ประทับและเรือนที่พักของบรรดาเจ้านายและข้าราชสำนักฝ่ายในแล้ว อยู่ในสภาพแออัดประชิดติดกันตามจำนวนผู้อาศัยที่มากขึ้น หากยังมีส่วนประกอบที่เป็นไม้จำนวนมาก ถ้าเกิดอัคคีภัยขึ้นมาก็อาจจะลุกลามติดต่อถึงกันโดยง่าย ซึ่งภายในเขตราชฐานชั้นใน ในช่วงเวลานั้นยังไม่มีสระน้ำเลย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชประสงค์เพื่อประโยชน์ในการนี้ด้วย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชกิจจานุเบกษา,พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ฝ่ายใน, เล่ม ๒๑, ตอน ๓๒, ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๗, หน้า ๕๗๐