ทักษิณ ชินวัตร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 23
ดำรงตำแหน่ง
9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 – 19 กันยายน พ.ศ. 2549
(&&&&&&&&&&&&&&05.&&&&&05 ปี, &&&&&&&&&&&&0222.&&&&&0222 วัน)
ผู้ว่าการแทน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน
สมัยก่อนหน้า ชวน หลีกภัย
สมัยถัดไป สุรยุทธ์ จุลานนท์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ดำรงตำแหน่ง
14 มิถุนายน พ.ศ. 2544 – 9 ตุลาคม พ.ศ. 2544
(&&&&&&&&&&&&&&00.&&&&&00 ปี, &&&&&&&&&&&&0117.&&&&&0117 วัน)
นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร
สมัยก่อนหน้า เกษม วัฒนชัย
สมัยถัดไป สุวิทย์ คุณกิตติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ดำรงตำแหน่ง
25 ตุลาคม พ.ศ. 2537 – 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538
(&&&&&&&&&&&&&&00.&&&&&00 ปี, &&&&&&&&&&&&0108.&&&&&0108 วัน)
นายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย
สมัยก่อนหน้า ประสงค์ สุ่นสิริ
สมัยถัดไป กระแส ชนะวงศ์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 (62 ปี)
อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย
พรรคการเมือง พรรคพลังธรรม (พ.ศ. 2537)
พรรคไทยรักไทย (พ.ศ. 2541)
คู่สมรส คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร (พ.ศ. 2523-2551)
ศาสนา พุทธ
ลายมือชื่อ

พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร[1] (อักษรโรมัน: Thaksin Shinawatra; ชื่อจีน: 丘達新 Qiū Dáxīn; เกิด: 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2492) นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 23 ดำรงตำแหน่งระหว่างปี พ.ศ. 2544พ.ศ. 2549 พ้นจากตำแหน่งหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย จากการที่เคยเป็นนักธุรกิจโทรคมนาคมและการสื่อสาร ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทโทรคมนาคมและการสื่อสารขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย[2] อดีตข้าราชการตำรวจ อดีตเจ้าของและประธานสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน และอดีตที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา มีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่ปัจจุบันถือสัญชาตินิการากัว[3][4] และมอนเตเนโกร[5]

พ.ศ. 2537 พันตำรวจโท ทักษิณ เข้าสู่วงการเมือง สังกัดพรรคพลังธรรม โดยการชักนำของพลตรี จำลอง ศรีเมือง ต่อมาจึงก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ใน พ.ศ. 2541 และดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2544 ซึ่งพรรคไทยรักไทยได้รับเสียงข้างมากในสภา จึงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยแรก สำหรับงานการเมือง พันตำรวจโท ทักษิณ ใช้หนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ก่อนกำหนดเดิม[6] และดำเนินนโยบายต่าง ๆ เพื่อลดความยากจนในชนบท โดยสามารถลดความยากจนได้ถึงครึ่งหนึ่งภายในสี่ปี[7][8] ริเริ่มระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นครั้งแรกของประเทศ คือ โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค[9] ตลอดจนการกวาดล้างยาเสพติดซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูง[10] ทักษิณเริ่มดำเนินโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนานใหญ่ รวมทั้งถนน การขนส่งมวลชน และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หนี้สาธารณะลดลงจาก 57% ของจีดีพี ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2544 เหลือ 41% ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2549[11][12] สังเกตได้ว่าระดับการฉ้อราษฎร์บังหลวงลดลง โดยดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เพิ่มขึ้นจาก 3.2 เป็น 3.8 ระหว่าง พ.ศ. 2544 และ 2549[13] เขาดำรงตำแหน่งจนครบวาระสี่ปี นับเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเป็นสมาสภาผู้แทนราษฎรที่ดำรงตำแหน่งจนครบวาระเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ และจากผลการเลือกตั้งเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2548 ทำให้เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง ด้วยคะแนนเสียงสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์[14][15]

อย่างไรก็ดี รัฐบาลทักษิณเผชิญกับข้อกล่าวหาว่ามีการฉ้อราษฎร์บังหลวง เป็นเผด็จการ มีผลประโยชน์ทับซ้อน ดำเนินการไม่เป็นอย่างการทูต และควบคุมสื่อ[16] ตัวทักษิณเองถูกกล่าวหาว่าหลีกเลี่ยงภาษี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตลอดจนขายทรัพย์สินของบริษัทไทยให้แก่นักลงทุนต่างชาติ[17][18] องค์กรอิสระ อย่างองค์การนิรโทษกรรมสากล วิพากษ์วิจารณ์ทักษิณจากประวัติสิทธิมนุษยชน ทักษิณยังถูกกล่าวหาว่าปกปิดทรัพย์สินระหว่างดำรงตำแหน่ง[19]

การประท้วงของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2549 และวันที่ 19 กันยายน ปีเดียวกัน คณะทหารซึ่งภายหลังเรียกตนเองว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) รัฐประหารล้มรัฐบาลทักษิณ ขณะที่เขาอยู่ต่างประเทศ ศาลที่คณะทหารแต่งตั้งนั้นยุบพรรคไทยรักไทยด้วยข้อหาโกงการเลือกตั้งย้อนหลัง ซึ่งตัดสิทธิ์เขาและกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทางการเมืองเป็นเวลาห้าปี[20] คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่ คมช. แต่งตั้งขึ้นนั้นอายัติทรัพย์สินของเขาและครอบครัวในประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 76,000 ล้านบาท โดยอ้างว่าเขาร่ำรวยผิดปกติขณะอยู่ในตำแหน่ง[21][22] ทักษิณและภรรยาประกาศทรัพย์สินรวม 15,100 ล้านบาทเมื่อเขาเข้าดำรงตำแหน่งใน พ.ศ. 2544 แม้เขาจะโอนทรัพย์สินจำนวนมากไปยังบุตรและคนสนิทก่อนเข้าดำรงตำแหน่งก็ตาม[23]

ทักษิณเคยเดินทางกลับประเทศไทยครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 หลังพรรคพลังประชาชนที่เขาสนับสนุน ชนะการเลือกตั้งหลังรัฐประหาร ที่หลังเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 เขาไม่ได้เดินทางกลับเพื่อฟังคำตัดสินของศาลฎีกาและขอลี้ภัยในสหราชอาณาจักร แต่ถูกปฏิเสธ และเขาได้เดินทางจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งหลังจากนั้น ในเดือนตุลาคม ศาลฎีกาตัดสินจำคุกเขาเป็นเวลา 2 ปี จากคดีทุจริตประมูลซื้อที่ดินรัชดาภิเษก[24] ทักษิณเป็นผู้สนับสนุน และถูกมองว่าเป็นผู้ให้การสนับสนุนเงินทุนอยู่เบื้องหลังกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน (นปช.)[25][26] รัฐบาลได้เพิกถอนหนังสือเดินทางของ พันตำรวจโท ทักษิณ จากบทบาทในกลุ่ม นปช. ระหว่างเหตุการณ์ความไม่สงบช่วงสงกรานต์ พ.ศ. 2552[27][28][29] ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วินิจฉัยให้ทรัพย์ของทักษิณและคนใกล้ชิดมูลค่าราว 46,000 ล้านบาท จากที่ คตส. อายัติไว้ 76,000 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เนื้อหา

ประวัติ

ทักษิณ ชินวัตร เกิดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ที่อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวน 10 คนของเลิศ และยินดี ชินวัตร ธิดาในเจ้าจันทร์ทิพย์ (ณ เชียงใหม่) ระมิงค์วงศ์ มีศักดิ์เป็นหลานทวดในเจ้าไชยสงคราม สมพมิตร ณ เชียงใหม่ สมัยอยู่ร้านกาแฟ ในเวลาว่าง ทักษิณมักช่วยบิดาโม่กาแฟ และขายโอเลี้ยง เมื่อตอนบิดาทำสวนส้ม ทักษิณมักช่วยมารดาตัดส้มแพ็คลงเข่งอย่างสม่ำเสมอจนชำนาญ นอกจากนั้น ทักษิณยังรับหน้าที่ขายกล้วยไม้จากสวนของบิดาด้วย[30] เมื่ออายุได้ 16 ปี ได้ช่วยบิดาดำเนินการโรงภาพยนตร์ของครอบครัว[31]

ใน พ.ศ. 2518 พันตำรวจโท ทักษิณ เริ่มงานการเมืองเป็นครั้งแรกโดยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายปรีดา พัฒนถาบุตร[32]

ใน พ.ศ. 2523 พันตำรวจโท ทักษิณ สมรสกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ หลังลาออกจากราชการตำรวจ[33] และมีบุตรด้วยกัน 3 คน ได้แก่

  1. พานทองแท้ ชินวัตร (โอ๊ค)
  2. พินทองทา ชินวัตร (เอม) สมรสกับ พงศ์ - ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554[ต้องการอ้างอิง]
  3. แพทองธาร ชินวัตร (อิ้ง)

พันตำรวจโท ทักษิณมีชื่อเล่นว่า “น้อย”[34] ส่วนชื่อ “แม้ว” เป็นฉายาที่เพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10 (ตท.10) ตั้งให้[ต้องการอ้างอิง]

การศึกษา

ทักษิณสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย และศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 10 (พ.ศ. 2512) และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 26 (พ.ศ. 2516) โดยสอบได้คะแนนเป็นที่หนึ่งของรุ่น[35] ต่อมา ทักษิณศึกษาต่อในระดับปริญญาโท โดยได้รับทุนสำนักงานข้าราชการพลเรือน ในสาขากระบวนการยุติธรรม ทีมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเคนทักกี สำเร็จการศึกษาใน พ.ศ. 2518 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ในสาขาเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยแซมฮิวสตันสเตต เมื่อ พ.ศ. 2521[36] และเป็นดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ในสาขาวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศ่าสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2537[37] เขายังได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตร์ตราจารย์พิเศษ แห่งมหาวิทยาลัยทากุโชกุ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2550[38]

การรับราชการและธุรกิจ

พันตำรวจโท ทักษิณ ได้เริ่มทำงาน โดยเป็นหัวหน้าแผนกแผน 6 กองวิจัยและวางแผน กองบัญชาการตำรวจนครบาล รองผู้อำนวยการศูนย์ประมวลข่าวสาร กองบัญชาการตำรวจนครบาล และอาจารย์ประจำโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ตามลำดับ

ในปี พ.ศ. 2523 พันตำรวจโท ทักษิณ ได้เริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวหลายอย่าง ควบคู่ไปกับการรับราชการตำรวจ เช่น ค้าขายผ้าไหม กิจการโรงภาพยนตร์ ธุรกิจคอนโดมิเนียม แต่กลับประสบความล้มเหลว เป็นหนี้สินกว่า 50 ล้านบาท ในระหว่างนั้นจึงได้ลาออกจากราชการ[39]

พันตำรวจโท ทักษิณ เคยเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์หลายเรื่อง โดยมักเป็นการนำภาพยนตร์ที่เคยได้รับความนิยมกลับมาสร้างใหม่ แต่ส่วนมากไม่ประสบความสำเร็จในด้านรายได้[40][41] เช่น ไทรโศก (2524 สร้างครั้งแรกโดย วิจิตร คุณาวุฒิ พ.ศ. 2510) รักครั้งแรก (2524 สร้างครั้งแรกโดย ล้อต๊อก พ.ศ. 2517) โนรี (2525 สร้างครั้งแรกโดย พันคำ พ.ศ. 2510) รจนายอดรัก (2526 สร้างครั้งแรกโดย ประสิทธิ์ ศิริบันเทิง พ.ศ. 2515) [42]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2526 พันตำรวจโท ทักษิณ ได้ก่อตั้ง บริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ จำกัด (เดิมชื่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไอซีเอสไอ (ICSI)) นำไปสู่การชำระหนี้สินในช่วงแรกของการทำธุรกิจ และประสบผลสำเร็จทางธุรกิจ บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจวิทยุติดตามตัว ให้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์แก่สำนักงานต่าง ๆ ได้ขยายกิจการไปสู่การให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ดาวเทียม อินเทอร์เน็ต เครือข่ายการสื่อสารและการโทรคมนาคมครบวงจร ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2533 และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทด้านโทรคมนาคมและการสื่อสารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย [43]

เข้าสู่การเมือง

ในปี พ.ศ. 2537 พันตำรวจโท ทักษิณ ได้ลาออกจากตำแหน่ง ประธานกรรมการ และ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)และเข้าสู่ภาคการเมืองโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นผู้ชักนำ โดยได้โอนหุ้นให้ คุณหญิงพจมาน นายพานทองแท้ นางสาวพินทองทา นางสาวแพทองธาร และ คนรับใช้ คนสนิทถือแทน[44]

จากนั้นไม่นาน ก็เข้าดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในสมัย รัฐบาล นายชวน หลีกภัย และ ในปีต่อมา (พ.ศ. 2538) ได้เข้ารับตำแหน่ง หัวหน้าพรรคพลังธรรม ต่อจาก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และ ดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี ในสมัย รัฐบาล นายบรรหาร ศิลปอาชา ในปี พ.ศ. 2539 ดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี ในสมัย รัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 พันตำรวจโท ทักษิณ ได้ก่อตั้ง พรรคไทยรักไทย และดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค จนในที่สุดได้ขึ้นสู่ตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544[45]

การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 23 ระหว่างปี พ.ศ. 2544พ.ศ. 2549

ความเคลื่อนไหวหลังรัฐประหาร พ.ศ. 2549

พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ในวันที่ 19 กันยายน เวลาประมาณ 21.00 น. คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก เป็นหัวหน้าคณะ กระทำการรัฐประหาร ยึดอำนาจจากรัฐบาล พันตำรวจโท ทักษิณ ซึ่งอยู่ระหว่างร่วมการประชุมสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และเตรียมเสนอชื่อ สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่ง พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศสภาวะฉุกเฉินในเวลา 22.00 น. ออกทางโทรทัศน์ทุกช่องทุกสถานี แต่ในขณะที่แถลงการณ์ในสภาวะฉุกเฉินยังไม่จบ พลเอก สนธิ บุญรักกลิน ได้สั่งให้ตัดภาพการประกาศสภาวะฉุกเฉิน และเข้าสู่การประกาศยึดอำนาจการปกครอง คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้ประกาศยึดอำนาจได้สำเร็จในเวลา 23:00 น. การรัฐประหารครั้งนี้ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในวิกฤตการณ์ทางการเมือง ที่ดำเนินมายาวนานนับตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2548 คณะรัฐประหารยกเลิกการเลือกตั้งในเดือนตุลาคม ยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ สั่งยุบสภา สั่งห้ามการประท้วงและทำกิจกรรมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน ยับยั้งและเซ็นเซอร์สื่อ ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร และควบคุมตัวสมาชิกคณะรัฐมนตรีหลายคน ได้แก่ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ และนายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เป็นต้น

ลาออกจากพรรคไทยรักไทย

หลังการรัฐประหารไม่นาน พันตำรวจโท ทักษิณ ซึ่งขณะนั้น พำนักอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้ส่งจดหมายถึงพรรคไทยรักไทย เพื่อขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค และทางพรรคก็ได้มีมติให้นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการแทนในตำแหน่งหัวหน้าพรรคไปก่อน

นับแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน เป็นต้นมา พันตำรวจโท ทักษิณ มอบหมายให้ นายนพดล ปัทมะ เป็นทนายความส่วนตัว เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนทางกฎหมายในประเทศไทย นอกจากนี้ นายนพดลยังจัดแถลงข่าว เพื่อตอบโต้ผู้กล่าวหาและโจมตี พันตำรวจโท ทักษิณ อยู่เป็นระยะ

เหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2549

วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2550 นายนพดล นำจดหมายที่ พันตำรวจโท ทักษิณ เขียนด้วยลายมือ เนื้อหาเป็นการตอบโต้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ได้แถลงข่าวสรุปสถานการณ์เหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2549 เมื่อวันที่ 1 มกราคม กล่าวหากลุ่มอำนาจเก่าผู้สูญเสียประโยชน์ทางการเมือง โดย พันตำรวจโท ทักษิณ เขียนปฏิเสธว่า ตนไม่เคยคิดจะทำเรื่องเลวร้ายเช่นนั้น[46]

ข้อกล่าวหาเรื่องล็อบบียิสต์

ในเวลาใกล้เคียงกันมีข้อกล่าวหาจากพรรคประชาธิปัตย์และพันธมิตรฯ ว่า พันตำรวจโท ทักษิณ ว่าจ้างบริษัทล็อบบียิสต์ เพื่อชี้ช่องทาง และให้คำแนะนำ เกี่ยวกับผลประโยชน์ของ พันตำรวจโท ทักษิณ ในวอชิงตัน ดี.ซี. และต่างประเทศ (Provide guidance and cousel with regard to Thaksin’s interest in Washington DC and abroad) [47] [48] [49] [50] แต่ พันตำรวจโท ทักษิณ ปฏิเสธรายงานดังกล่าว

7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เปิดแถลงข่าว พร้อมนำเอกสารมาแสดงว่า พันตำรวจโท ทักษิณ ได้ว่าจ้าง บริษัทล็อบบียิสต์ แห่งที่ 2 เพื่อให้ช่วยงานด้านการเมือง โดยบริษัทดังกล่าว เป็นของ นายเจมส์ เอ.เบเกอร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และกระทรวงการต่างประเทศ ของสหรัฐอเมริกา ที่มีความใกล้ชิดกับ นายจอร์จ เอช.ดับเบิลยู.บุช อดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา แต่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของ พันตำรวจโท ทักษิณ แถลงข่าวตอบโต้นายกอร์ปศักดิ์ ว่า พันตำรวจโท ทักษิณ ได้ว่าจ้างบริษัทดังกล่าว ให้ดูแลเกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศ และติดตามสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ ไม่ได้จ้างทำงานเป็นล็อบบี้ยิสต์แต่อย่างใด [51] [52]

การเดินทางกลับประเทศไทย

การกลับประเทศไทยของ พันตำรวจโท ทักษิณ

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 เวลา 09.40 น. พันตำรวจโท ทักษิณ เดินทางมาถึงประเทศไทย ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมกับก้มลงกราบพื้น ที่หน้าห้องรับรองพิเศษ และโบกมือทักทายประชาชนที่มารอให้การต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม[53]

จากนั้น พันตำรวจโท ทักษิณ ได้เดินทางไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อรายงานตัวในคดีทุจริตที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก ต่อด้วยการรายงานตัวต่ออัยการสูงสุดในคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้น บริษัท เอสซีแอสเซท จำกัด (มหาชน) ในเครือชินคอร์ป[54]

ความเคลื่อนไหวจากต่างประเทศ

ระหว่างที่กำลังมีการดำเนินคดีที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก พันตำรวจโท ทักษิณ และภริยา เดินทางไปต่างประเทศอีกครั้ง หลังจากนั้นศาลอ่านคำวินิจฉัยว่า พันตำรวจโท ทักษิณ มีความผิดในคดีดังกล่าว พันตำรวจโท ทักษิณ จึงไม่เดินทางกลับมายังประเทศไทย และระหว่างนั้นก็ดำเนินการหย่าร้างกับคุณหญิงพจมาน นับแต่นั้นเป็นต้นมา พันตำรวจโท ทักษิณ มีการเคลื่อนไหวผ่านกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน ผ่านการปราศรัยด้วยวิธีโทรศัพท์ทางไกลเข้าสู่ที่ชุมนุม (โฟนอิน) และการส่งสัญญาณภาพและเสียงมายังที่ชุมนุม (วิดีโอลิงก์) พร้อมทั้งอดีตสมาชิกพรรคพลังประชาชน และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ก็ให้การสนับสนุน

พันตำรวจโท ทักษิณ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของประเทศกัมพูชา[55] ทางรัฐบาลไทยจึงได้ยื่นหนังสือต่อรัฐบาลกัมพูชาให้ส่งตัว พันตำรวจโท ทักษิณ กลับไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน แต่รัฐบาลกัมพูชาปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไม่นับกรณีที่เป็นนักโทษทางการเมือง [56][57][58] รัฐบาลไทยจึงต่อต้านโดยการเรียกตัวเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชากลับประเทศ [59] ซึ่งส่งผลให้กัมพูชาเรียกตัวเอกอัครราชทูตของตนกลับเช่นกัน พันตำรวจโท ทักษิณ และครอบครัวเดินทางไปถึงกรุงพนมเปญ กัมพูชา เมื่อ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เพื่อรับตำแหน่ง [60] และได้รับการต้อนรับอย่างดีโดย ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา

วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 พันตำรวจโท ทักษิณ ตัดสินใจจดทะเบียนหย่ากับคุณหญิงพจมาน ด้วยเหตุผลทางการเมือง ที่สถานกงสุลใหญ่ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง หลังสมรสและใช้ชีวิตคู่นานกว่า 32 ปี[61]

การดำรงตำแหน่งประธานสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี

หลังจากไปใช้ชีวิตที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2550 พันตำรวจโท ทักษิณ ได้ซื้อกิจการสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี ถือหุ้นทั้งหมด 75 เปอร์เซ็นต์ โดย พันตำรวจโท ทักษิณ ขอให้แฟนบอลเรียกตนอย่างง่ายๆ ว่า แฟรงค์ ชินาตรา (Frank Sinatra)[62]

อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยการเรียกตัว พันตำรวจโท ทักษิณ เข้ารับฟังการพิจารณาคดี ทำให้สถานะประธานสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตีเริ่มสั่นคลอน เนื่องจากเงื่อนไขของการเป็นประธานสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกนั้น จะต้องเป็นผู้ที่ไม่ถูกตัดสินว่ากระทำความผิด ไม่ว่าจะประเทศใดในโลกนี้ก็ตาม[63] ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 พันตำรวจโท ทักษิณ จึงขายสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี ให้กับ Abu Dhabi United Group ในราคา 141 ล้านเหรียญสหรัฐ และเปลี่ยนตำแหน่งเป็นประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ก่อนจะพ้นจากตำแหน่งในภายหลัง[64]

เกียรติยศและรางวัลที่ได้รับ

  • รางวัลเกียรติยศจักรดาว ด้านพัฒนาเศรษฐกิจซึ่งได้รับเป็นคนแรก จากคณะกรรมการมูลนิธิโรงเรียนเตรียมทหาร (พ.ศ. 2534)[65]
  • ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ในบุคคล 50 คน ซึ่งมีอิทธิพลมากที่สุดในโลก ของ นิตยสารไทม์ (พ.ศ. 2538)
  • รางวัล 1992 Asean Business Man of the Year โดย Asean Institute ประเทศ อินโดนีเซีย (พ.ศ. 2535)
  • 1 ใน 3 คนไทยดีเด่น ซึ่งมีบทบาทสำคัญ ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างประเทศไทย และฟิลิปปินส์ จากสถานทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย (พ.ศ. 2538)
  • บุคคลดีเด่นผู้พัฒนาโทรคมนาคม เพื่อสังคมของประเทศไทย ประจำปี 2536 จากสมาคมโทรคมนาคม แห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2537)
  • 1 ใน 12 นักธุรกิจผู้นำของเอเชีย ได้รับยกย่องจากหนังสือพิมพ์ Singapore Business Times (พ.ศ. 2537)
  • รางวัล Outstanding Criminal Justice Alumnus Awards จาก Criminal Justice Center, มหาวิทยาลัยแซมฮิวสตันสเตท สหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2539)
  • รางวัล Distinguished Alumni Award จากมหาวิทยาลัยแซมฮิวสตันสเตท (5 ตุลาคม พ.ศ. 2539)
  • Asian CEO of the Year จาก นิตยสาร Financial World (พ.ศ. 2537)
  • รับพระราชทาน ปริญญาวารสารศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2537)
  • ทุน Lee Kuan Yew Exchange Fellowship จากประเทศสิงคโปร์ คนไทยคนแรก และเป็นบุคคลที่ 3 ในเอเชีย ที่ได้รับทุน (พ.ศ. 2537)
  • 1992 Asean Business Man of the Year" จาก Asean Institute ประเทศอินโดนีเซีย (พ.ศ. 2535)
  • รางวัล โลซินเซีย แอปพลิเคชัน อวอร์ด จากองค์การภาพยนตร์ โมชั่น พิคเจอร์แอปพลิเคชัน (พ.ศ. 2546)
  • รางวัล International Forgiveness Award 2004 ซึ่งมอบให้แก่บุคคลที่มีความพยายามมุ่งไปสู่สันติภาพ และสร้างความเป็นเอกภาพ ซึ่งมีบุคคลที่ได้รับรางวัลนี้มาแล้ว ได้แก่ สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2, พระคาร์ดินัล Vinko Puljic และนาย Sergio Vieira De Mello ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น)

คดีความ

คดีขายหุ้นกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2549 ระหว่างการดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี สมัยที่สอง ของ พันตำรวจโท ทักษิณ ตระกูลชินวัตร และ ดามาพงศ์ ได้ขายหุ้นที่ครอบครองอยู่ทั้งหมด ในบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้แก่บริษัท เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ จำกัด (พีทีอี) โดยที่ได้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการขายหุ้นเพียงไม่กี่วันก่อนหน้า และการที่ไม่ต้องเสียภาษีรายได้จากผลกำไรในการขายหุ้น ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในสังคมไทย โดย พันตำรวจโท ทักษิณ ชี้แจงว่า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นจุดที่ทำให้ กระแสการขับ พันตำรวจโท ทักษิณ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขยายตัวออกไปในวงกว้าง

คดีที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2551 พันตำรวจโท ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ตัดสินใจไม่ไปรายงานตัวต่อศาล ในคดีที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก โดยทั้งสองเดินทางไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่มีบุตรธิดาทั้งสามรออยู่แล้ว โดยก่อนหน้านั้นได้ขออนุญาตศาลฯ ออกนอกประเทศเพื่อไปชมพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิก ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อเสร็จสิ้นแล้วได้เดินทางไปยังประเทศอังกฤษ[66][67]

ด้วยเหตุนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจึงออกหมายจับ พันตำรวจโท ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร จำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานประพฤติมิชอบในการซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษกมูลค่า 772 ล้านบาทและตั้งสินบนนำจับทันที[66] [68][69][70] โดยคดีของ พันตำรวจโท ทักษิณ มีอายุความ 15 ปี ถึงวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ส่วนคดีของคุณหญิงพจมาน มีอายุความ 10 ปี ถึงวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2561[69]

คดียึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดิน

ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 13.30 น. องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เริ่มอ่านคำพิพากษาในคดีที่ อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวย ผิดปกติและได้มาเนื่องจากการกระทำที่เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล และประโยชน์ส่วนรวมของ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตกเป็นของแผ่นดินโดยศาลมีคำวินิจฉัยว่า พันตำรวจโท ทักษิณ เป็นเจ้าของหุ้นบริษัทชินคอร์ปที่แท้จริง และใช้อำนาจหน้าที่ระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเอื้อ ประโยชน์ให้แก่บริษัทชินคอร์ป เอไอเอส และชินแซทฯโดยตรง อันมีผลทำให้มูลค่าหุ้นของบริษัทชินคอร์ปสูงขึ้น รวมทั้งได้เงินปันผลจำนวนดังกล่าว จึงมีคำพิพากษา ให้ยึดเฉพาะเงินค่าขายหุ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นหลังจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเงินปันผล จำนวนทั้งสิ้น 46,373,687,454.64 บาทให้ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่ง พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ไม่ยอมรับผลการตัดสินดังกล่าวและอาจจะยื่นเรื่องเพื่ออุทธรณ์ต่อศาลโลกต่อไป แต่ในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ในขณะที่มีการนับคะแนนของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรเวลาประมาณ 17:00 นาฬิกา พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวของสถานีวิทยุไทยทีวีสีช่อง 3 ว่าไม่ต้องการที่ได้เงินจำนวน 46,373,687,454.64 บาทคืนแต่อย่างใด เพียงแต่ขอให้มีการพิจารณาคดีต่างๆ ที่มีก่อนการรัฐประหารใหม่ให้ถูกต้องเท่านั้น

วัฒนธรรมและภาพลักษณ์ทางการเมือง

เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2544 ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพล มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง จำนวน 1,353 ตัวอย่าง ในหัวข้อ "ภาพลักษณ์นายกรัฐมนตรี พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ในสายตาประชาชน" ผลปรากฏว่าประชาชนมั่นใจ พันตำรวจโท ทักษิณ ในเรื่องต่างๆ ดังนี้

มั่นใจ ไม่มั่นใจ ไม่มีความเห็น
ความสามารถในการเป็นผู้นำประเทศ 90.2 7.2 2.6
ความสามารถในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 67.6 28.2 4.3
ไม่ปกป้องผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง 33.3 48.3 18.4
ไม่แสวงหาผลประโยชน์จากโครงการต่างๆ 35.1 38.1 26.8
ความสามารถในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง 38.0 48.0 14.0
ความสามารถในการบริหารประเทศ 85.1 9.2 5.6
ความจริงจังในการทำงานเพื่อประชาชน 79.7 12.6 7.7
การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน 77.6 10.3 12.0

[71]

แต่หลังจากที่มีการรัฐประหารแล้ว เอแบคโพลได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,864 ตัวอย่างในหัวข้อ "อารมณ์และความรู้สึกเบื้องต้นของสาธารณะชนต่อ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เปรียบเทียบกับ พันตำรวจโท ทักษิณ และภาพลักษณ์ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ" ผลปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ระบุภาพลักษณ์ พล.อ.สุรยุทธ์ ดีเหมือนเดิมถึงดีขึ้นในทุกตัวชี้วัด เช่น ร้อยละ 65.1 ระบุความเป็นที่ไว้วางใจได้ ร้อยละ 63.2 ระบุด้านคุณธรรม เป็นคนดี ซื่อสัตย์สุจริต ร้อยละ 60.2 ให้ความเชื่อมั่นต่อ พล.อ.สุรยุทธ์[72]

ต่อมาวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เอแบคโพลได้เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจและผลวิจัยเชิงคุณภาพ เรื่อง"ฐานสนับสนุนนักการเมืองกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เปรียบเทียบระหว่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร" กรณีศึกษาประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 27 จังหวัดของประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 4,286 ครัวเรือน ดำเนินโครงการสำรวจระหว่างวันที่ 22 - 24 ตุลาคม พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 53.4 ขออยู่ตรงกลางยังไม่สนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ในขณะที่ ร้อยละ 25.0 สนับสนุน พันตำรวจโท ทักษิณ ขณะที่ร้อยละ 21.6 สนับสนุนนายอภิสิทธิ์[73]

กลุ่มผู้สนับสนุน

กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยในระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นับตั้งแต่มีการจัดตั้งรัฐบาลสมัยที่สองเป็นต้นมา พันตำรวจโท ทักษิณก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายผู้ไม่เห็นด้วย ผู้นิยมพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม และนักวิชาการที่มีแนวคิดแตกต่างกับรัฐบาล โดย พันตำรวจโท ทักษิณ ก็ได้ตอบโต้ ด้วยการตั้งฉายาให้กลุ่มนักวิชาการ และผู้ที่วิจารณ์อยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ เช่น กลุ่มรู้ทันทักษิณ หรือ นายธีรยุทธ บุญมี ว่าเป็น “ขาประจำ”

ต่อมา ปลายปี พ.ศ. 2548 พันตำรวจโท ทักษิณ ได้มอบหมายให้ นายธนา เบญจาธิกุล ทนายความส่วนตัว ยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ต่อศาลแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 1,000 ล้านบาท รวมถึงในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ ได้ยื่นฟ้องนายสนธิในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วย แต่หลังจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำรัส เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2548 พันตำรวจโท ทักษิณ ได้มอบหมายให้นายธนา ดำเนินการถอนฟ้อง เพื่อรับสนองกระแสพระราชดำรัส พร้อมกันนี้ ศาลก็ได้ยกคำร้องของตำรวจไปทั้งหมด[74][75]

ค่ำวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2549 พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายกล้านรงค์ จันทิก อดีตเลขาธิการ ป.ป.ช. นายสนธิ ลิ้มทองกุล และพวก ได้นำประชาชนที่มาร่วมฟังรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ที่สวนลุมพินี กว่า 3,000 คน เดินเท้ามายังหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อกดดันให้ พันตำรวจโท ทักษิณ ลาออกจากตำแหน่ง อีกทั้งมีบางส่วนที่บุกรุกเข้าไปทำลายทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย และเนื่องจากวันรุ่งขึ้นเป็นวันเด็กแห่งชาติ จะมีเด็กและเยาวชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก จึงมีการสลายการชุมนุมในคืนวันนั้น[76]

จากกรณีการขายหุ้นชินคอร์ป เป็นจุดที่ทำให้ประชาชนที่ต่อต้าน พันตำรวจโท ทักษิณ รวมถึงกลุ่มคนที่เห็นว่าว่า พันตำรวจโท ทักษิณ หลีกเลี่ยงภาษี ร่วมกันแสดงท่าทีขับไล่ พันตำรวจโท ทักษิณ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุมประท้วง ที่กลุ่มต่อต้านรัฐบาล พันตำรวจโท ทักษิณ จัดขึ้นนานมาแล้ว จนเมื่อเกิดการขายหุ้นดังกล่าว ตามที่นายสนธิคาดการณ์ไว้แล้ว แต่ พันตำรวจโท ทักษิณได้ปฏิเสธตลอดมา ส่งผลให้มีผู้ร่วมชุมนุมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เย็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 พันตำรวจโท ทักษิณ ได้ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร และจัดให้มี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขึ้นใหม่ ในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2549 โดยกล่าวถึงเหตุผล ในตอนหนึ่งของแถลงการณ์ ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เมื่อเวลา 20.30 น. คืนวันเดียวกันว่า มีกลุ่มผู้ประท้วงที่ต่อต้านระบอบประชาธิปไตย กดดันให้ตนลาออกจากตำแหน่ง[77]

วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2549 พรรคไทยรักไทย จัดการปราศรัยใหญ่ ที่ท้องสนามหลวง โดย พันตำรวจโท ทักษิณ หัวหน้าพรรค ขึ้นปราศรัย ในเวลา 20.00 น. มีผู้เดินทางมาฟังปราศรัย เป็นจำนวนหลายแสนคน จนเต็มท้องสนามหลวง และล้นออกไปถึง ถนนราชดำเนินกลาง ใกล้ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย[78][79]

วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2549 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดย แกนนำ ทั้ง 5 ได้นำประชาชนจำนวนหนึ่ง ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล กดดันทุกวิถีทาง เพื่อให้ พันตำรวจโท ทักษิณ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเว้นวรรคทางการเมือง อีกทั้งต้องตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมด แต่ พันตำรวจโท ทักษิณ ก็ยืนยันว่า ตนจะลาออกจากตำแหน่งรักษาการไม่ได้ โดยให้เหตุผลว่า รัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 215 วรรคสอง บัญญัติให้ คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่า คณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ จะเข้ารับหน้าที่ จึงไม่สามารถลาออกจากตำแหน่งได้[80]

การขับไล่ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

การขับไล่ พันตำรวจโท ทักษิณ ให้ลาออกจากตำแหน่ง เริ่มต้นขึ้นในปลายปี พ.ศ. 2548 จากการนำของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ในรายการ เมืองไทยรายสัปดาห์ ต่อมาได้เปลี่ยนสภาพเป็น "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ซึ่งได้ขยายตัวออกไปยังบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพจำนวนมากในเวลาต่อมา [81] [82] [83]

การขับไล่ พันตำรวจโท ทักษิณ สิ้นสุดลง ในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 หลังจากการก่อรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน

กรณีศาลท้าวมหาพรหม

ในช่วงเช้าของวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2549 นายธนกร ภักดีผล ผู้เคยมีประวัติอาการทางจิตและภาวะซึมเศร้า เข้าทำลายรูปปั้นท้าวมหาพรหมใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งในภายหลังได้ถูกชาวบ้านทุบตีจนเสียชีวิต[84] จากเหตุการณ์ดังกล่าว นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้หยิบยกมากล่าวอ้างในการชุมนุมในวันรุ่งขึ้นว่า พันตำรวจโท ทักษิณ ได้บงการให้เกิดการทำลายเทวรูปดังกล่าว และแทนที่เทวรูปพระพรหมด้วย "อำนาจมืด" ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้กับเขา[85] นายสนธิได้กล่าวอ้างว่า พันตำรวจโท ทักษิณ ว่าจ้างนายธนกรให้กระทำการดังกล่าวผ่านทางชาแมนมนต์ดำเขมร[86] เนื่องจาก "เป็นผู้หลงใหลอยู่ในความเชื่อที่ผิด" และ "เป็นการปัดเป่าลางร้าย"[87]

บิดาของผู้เสียชีวิต นายสายันต์ ภักดีผล กล่าวว่า นายสนธิเป็น "คนโกหกคำโตที่สุดที่เคยเจอมา"[86] ส่วน พันตำรวจโท ทักษิณ มองว่าการกล่าวอ้างของนายสนธิ "บ้า" และจนถึงปัจจุบัน นายสนธิก็ยังปฏิเสธจะให้ "ข้อมูลเชิงลึก" แก่สาธารณะชนในเรื่องดังกล่าว

การวิจารณ์จากสื่อต่างประเทศ

นิตยสารในเครือวอชิงตันโพสต์ชื่อ Foreign Policy ยกให้ทักษิณ ชินวัตรติดอันดับอดีตผู้นำโลกที่ไม่ปฏิบัติเป็นตัวอย่างที่ดีหลังจากพ้นตำแหน่ง 1 ใน 5 อันดับ (อีกสี่อันดับมีเยอรมนี สเปน ไนจีเรีย และฟิลิปปินส์) โดยยกเอากรณีการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังถูกรัฐประหาร[88] นิตยสารฟอบส์จัดให้ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตรเป็นหนึ่งในบุคคลร่ำรวยที่สุดในโลกที่ใช้ชีวิตในคุกหรืออยู่ระหว่างหลบหนีคดี โดยที่ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นั้นถูกรัฐบาลอภิสิทธิ์ตั้งข้อหาก่อการร้ายระหว่างการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ทักษิณปฏิเสธความเกี่ยวข้อง[89]

กรณีการทูลขออภัยโทษ

ในปี พ.ศ. 2554 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ทูลเกล้า ฯ พระราชกฤษฎีกาขออภัยโทษให้ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีการพูดถึง เพราะมีวิกฤติการณ์น้ำท่วมในปีปัจจุบัน และอีกทั้ง พันตำรวจโท ทักษิณ และถูกสอบสวนคดีเรื่องของบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และ เรื่องเงินทรัพย์สินส่วนตัว ซึ่งตนยังไม่ได้เข้ารับการสอบสวน และเรื่องการขายดาวเทียมไทยคมให้กับต่างชาติ

หน้าที่การงาน และบทบาททางสังคม

พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

บรรพบุรุษ

อ้างอิง

  1. ^ ทักษิณเข้ารับตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยทากุโชกุ กรุงโตเกียว
  2. ^ สรุปงบการเงินรายปี52
  3. ^ "Thaksin has Nicaraguan passport", 16 April 2009
  4. ^ "Nicaraguan party queries Thaksin move", 23 April 2009
  5. ^ "Montenegro gives Thaksin a passport", Bangkok Post, May 13, 2009
  6. ^ Inside Thailand Review. Appendix: Government Annual Report 2003. สืบค้นเมื่อ 05-03-2010
  7. ^ "Microsoft Word – TEM Oct05 Full version_Nov 7,2005 with ABB.doc" (PDF). http://siteresources.worldbank.org/INTTHAILAND/Resources/Economic-Monitor/2005nov-econ-full-report.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ 19 February 2010. 
  8. ^ Elegant, Simon. "Should Thaksin Stay?", Time, 13 March 2006
  9. ^ NaRanong, Viroj, Na Ranong, Anchana, Universal Health Care Coverage: Impacts of the 30-Baht Health Care Scheme on the Rural Poor in Thailand, TDRI Quarterly Review, September 2006
  10. ^ Spillius, Alex. "Red light district reels as Thais embrace family values", Daily Telegraph, 8 September 2001. สืบค้นวันที่ 25 May 2010
  11. ^ The Nation, Public debt end-Sept falls to 41.28% of GDP, 17 November 2006
  12. ^ World Bank, Thailand Economic Monitor, October 2003
  13. ^ Transparency International, [Corruption Perceptions Index http://www.transparency.org/policy_research/surveys_indices/cpi/2005]
  14. ^ "Unprecedented 72% turnout for latest poll" The Nation. February 10, 2005.
  15. ^ Aurel Croissant and Daniel J. Pojar, Jr., Quo Vadis Thailand? Thai Politics after the 2005 Parliamentary Election, Strategic Insights, Volume IV, Issue 6 (June 2005)
  16. ^ BBC News, A fit and proper Premiership?
  17. ^ The Star, Dreaded day dawns – despite lies and dark forces, 2 April 2006
  18. ^ The Nation, Vandal's dad distraught, 23 March 2006
  19. ^ The Hindu, [1] Thaksin swiftly working on Govt. formation
  20. ^ BBC News, Thai party's disbandment solves little, 1 June 2007
  21. ^ The Nation, Thaksin's assets frozen, 12 June 2007
  22. ^ The Nation, Slighted Sawat resigns from AEC, 2 October 2006
  23. ^ China Daily,Reports: Thailand's former PM Thaksin divorces, 15 November 2008
  24. ^ New York Times, Thai Court Convicts Ex-Premier for Conflict in Land Deal, 21 October 2008
  25. ^ BBC, Thaksin on protests in Thailand, 13 April 2009
  26. ^ "Thaksin pitches 'all-out' fight", Bangkok Post, 30 March 2009
  27. ^ "Thaksin's passport revoked, retains citizenship", Bangkok Post, 15 April 2009
  28. ^ The Nation, Thai FM revoked Thaksin's diplomatic passport
  29. ^ MCOT, Bt10 million BMA property damage from protest; religious rites to be held, 16 April 2009
  30. ^ ตาดูดาวเท้าติดดิน ตอนที่ 4 มรดกจากพ่อ
  31. ^ BBC News, Billionaire hopes to score Liverpool deal, 18 May 2004
  32. ^ เล่าเรื่องผู้นำ ตอนที่ 8 ทักษิณ ชินวัตร
  33. ^ Pasuk Phongpaichit & Chris Baker, "The Only Good Populist is a Rich Populist: Thaksin Shinawatra and Thailand's Democracy, October 2002
  34. ^ ส่วนตัว-ส่วนรวม โดย ไพรสันติ์ พรหมน้อย
  35. ^ ตาดูดาว เท้าติดดิน ตอนที่ 11 เสาร์ที่ 28 มค. 49 ชีวิตนักเรียนนายร้อยตำรวจ
  36. ^ PH.D Doctor
  37. ^ ปริญญาเอกดุษฎีฯ
  38. ^ Deposed Thai Prime Minister Teaches At Takushoku University
  39. ^ Pasuk Phongpaichit & Chris Baker, "The Only Good Populist is a Rich Populist: Thaksin Shinawatra and Thailand's Democracy, October 2002
  40. ^ "Thaksin Shinawatra-a biography", Bangkok Post, unknown
  41. ^ "Thai govt pins border hopes on soaps", The Nation, May 25, 2002
  42. ^ ภราดร ศักดา. เปิดม่านคนดังหลังวัง ตำนานเก่าเล่าเรื่องดารายุคภาพยนตร์ไทยเฟื่อง. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์สยามบันทึก, พ.ศ. 2551. 264 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 978-974-13-8887-5
  43. ^ List of subsidiaries from the AIS website
  44. ^ ย้อนรอยกรณีโอนหุ้นไม่เสียภาษี ?
  45. ^ สุนทรพจน์ ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 9 กพ.2544
  46. ^ เปิดจดหมายทักษิณ ชินวัตร ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องระเบิดกรุงทพ
  47. ^ Lobbying Registration
  48. ^ Lobbying Registration
  49. ^ Lobbying Registration
  50. ^ korbsak.com
  51. ^ เอกสารต้นฉบับ
  52. ^ ข่าว [http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0103080250 แฉเป้า"แม้ว"จ้างล็อบบี้ยิสต์ ปลุกรบ.ต่างชาติ กดดันให้เปิดทางกลับ"ไทย" ] หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน
  53. ^ http://www.nationmultimedia.com/specials/nationphoto/showphoto.php?pid=2120
  54. ^ ผู้จัดการ, “เศรษฐีแม้ว” ถึงไทยแล้ว-ลิ่วล้อแห่รับถึงบันไดเครื่องบิน, 28 กุมภาพันธ์ 2551
  55. ^ "ทักษิณ"จวกรบ."เด็ก-โอเวอร์"เรียกทูตพนมเปญกลับ บอกลาคนไทยขอไปรับใช้เขมร โฆษกกัมพูชาอ้าแขนรับ, มติชนออนไลน์, 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
  56. ^ เขมรตอบหนังสือ ยืนยันปฏิเสธ ส่งทักษิณมาไทย, ไทยรัฐออนไลน์, 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
  57. ^ ฮุนเซนโอ๋ทักษิณ กษัตริย์ตั้ง ส่งตัวกลับไม่ได้, ไทยรัฐออนไลน์, 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
  58. ^ กมฺพุชาบฎิเสธชาผฺลูวการมินเธฺวิบตฺยาบันกฺนุงกรณีถาก̍ซีน, วิทยุเอเชียเสรี, 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 (เขมร)
  59. ^ ไทยตอบโต้เขมร เรียกทูตกลับ สัมพันธ์ตึงเครียด, ไทยรัฐออนไลน์, 5 พฤศจิกายน 2552
  60. ^ ทักษิณถึงเขมร สื่อเทศยัน รับตำแหน่ง, ไทยรัฐออนไลน์, 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
  61. ^ ทักษิณหย่าพจมาน จบชีวิตรัก 32 ปี
  62. ^ งานเปิดตัวประธานสโมสร ManCity - Frank Shinawatra 1
  63. ^ "League ready to subject Thaksin to second fit and proper test", The Guardian, 2008-12-08
  64. ^ http://www.forbes.com/sport/2008/09/01/thaksin-sells-club-face-sports-cx_pm_0901autofacescan01.html
  65. ^ http://aaf.rtarf.mi.th/oldcadethonor.php
  66. ^ 66.0 66.1 "Thaksin Flees to London — Again", The Time, 2008-12-08
  67. ^ "“แม้ว” ซุกอังกฤษหนีคดี! เหิมด่าศาลสองมาตรฐาน เพ้อขอตายที่เมืองไทย", ผู้จัดการออนไลน์, 11 สิงหาคม พ.ศ. 2551
  68. ^ "โรงพักใจถึงติดประกาศจับ “แม้ว-อ้อ” หน้าโถส้วม!", ผู้จัดการออนไลน์, 16 สิงหาคม พ.ศ. 2551
  69. ^ 69.0 69.1 "ออกหมายจับ!"ทักษิณ-พจมาน"", โพสต์ ทูเดย์, 14 สิงหาคม พ.ศ. 2551
  70. ^ "ขึ้นบัญชีหมายจับ “ทักษิณ-พจมาน”", ไทยรัฐ, 12 สิงหาคม พ.ศ. 2551
  71. ^ ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์ : หัวข้อ “ภาพลักษณ์นายกรัฐมนตรี พันตำรวจโท ทักษิณ ในสายตาประชาชน”
  72. ^ เอแบคโพลล์ชี้ภาพลักษณ์รัฐบาล "สุรยุทธ์" ดีกว่า "ทักษิณ"
  73. ^ โพลระบุนิยมทักษิณนำอภิสิทธิ์-ก่ำกึ่งจิ๋วพบฮุนเซน
  74. ^ นายกฯลุยฟ้องสนธิ-ชัยอนันต์-เจิมศักดิ์ปูดปฏิญญาฟินแลนด์
  75. ^ ลิ่วล้อ “ทักษิณ” งานเข้า ฟ้อง “สนธิ” หมิ่นอีกคดี
  76. ^ "ทักษิณ"เดือดกราดเอ็งเป็นใคร! ม็อบลุยทำเนียบกลางดึก โดนตร.จับกราวรูด 40ราย
  77. ^ ด่วน!!! “ทักษิณ”ยุบสภา-เลือกตั้งใหม่
  78. ^ ประมวลภาพบรรยากาศ “ทักษิณ” ปราศรัยที่ท้องสนามหลวง
  79. ^ แฉม็อบจัดตั้ง ทรท.ยั่วยุม็อบอหิงสาไล่ทักษิณ
  80. ^ ล้อม"ทำเนียบ" นับแสนโชว์พลังไล่"ทักษิณ"
  81. ^ The Nation,"'Finland plot' on dangerous ground", 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 (อังกฤษ)
  82. ^ The Nation, "Burning Issue: Finland, monarchy: a dangerous mix", 25 พฤษภาคม, พ.ศ. 2549 (อังกฤษ)
  83. ^ The Bangkok Post, "Manager sued for articles on 'Finland plot'", 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 (อังกฤษ)
  84. ^ The Nation. Man beaten to death after desecrating the Erawan Shrine. สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
  85. ^ Foo Yee Ping. Dreaded day dawns – despite lies and dark forces. TheStar. สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
  86. ^ 86.0 86.1 The Nation. Vandal's dad distraught. สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
  87. ^ The Nation. Things to improve from now: Chidchai. สืบค้นเมื่อ 27-12-2552.
  88. ^ Bad Exes Foreign Policy magazine, Joshua E. Keating, 2010-10-1
  89. ^ http://www.forbes.com/2010/05/28/billionaire-convict-inmate-fugitive-sanford-jail.html

ดูเพิ่ม

แหล่งข้อมูลอื่น

Commons
สมัยก่อนหน้า ทักษิณ ชินวัตร สมัยถัดไป
ชวน หลีกภัย 2leftarrow.png Seal Prime Minister of Thailand.png
นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย
(คณะรัฐมนตรีคณะที่ 54
55)
(9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 254411 มีนาคม พ.ศ. 2548
11 มีนาคม พ.ศ. 254819 กันยายน พ.ศ. 2549)
2rightarrow.png พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
เกษม วัฒนชัย 2leftarrow.png Emblem of Ministry of Education.png
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
(14 มิถุนายน พ.ศ. 25449 ตุลาคม พ.ศ. 2544)
2rightarrow.png สุวิทย์ คุณกิตติ
ประสงค์ สุ่นศิริ 2leftarrow.png กระทรวงการต่างประเทศ.gif
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
(25 ตุลาคม พ.ศ. 2537 - 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538)
2rightarrow.png กระแส ชนะวงศ์
ก่อตั้งพรรค 2leftarrow.png TRTP Logo.png
หัวหน้าพรรคไทยรักไทย
(14 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 - 2 ตุลาคม พ.ศ. 2549)
2rightarrow.png จาตุรนต์ ฉายแสง
(รักษาการ)


เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น