สมัคร สุนทรเวช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

นายสมัคร สุนทรเวช
สมัคร สุนทรเวช

ดำรงตำแหน่ง
29 มกราคม พ.ศ. 2551 – 9 กันยายน พ.ศ. 2551
(คำวินิจฉัยของศาล รธน.)
ปฏิบัติราชการแทน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
สมัยก่อนหน้า พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
สมัยถัดไป นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

ดำรงตำแหน่ง
6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 – 9 กันยายน พ.ศ. 2551
นายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช
สมัยก่อนหน้า พลเอก บุญรอด สมทัศน์
สมัยถัดไป นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

ดำรงตำแหน่ง
8 ตุลาคม พ.ศ. 2519 – 19 ตุลาคม พ.ศ. 2520
นายกรัฐมนตรี นายธานินทร์ กรัยวิเชียร
สมัยก่อนหน้า หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
สมัยถัดไป พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์

ดำรงตำแหน่ง
23 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 – 28 สิงหาคม พ.ศ. 2547
สมัยก่อนหน้า ดร.พิจิตต รัตตกุล
สมัยถัดไป นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน

ดำรงตำแหน่ง
24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 – 30 กันยายน พ.ศ. 2551
สมัยก่อนหน้า นางสาวสุภาพร เทียนแก้ว
สมัยถัดไป นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

ดำรงตำแหน่ง
9 มีนาคม พ.ศ. 2522 – พ.ศ. 2543
สมัยถัดไป นายสุมิตร สุนทรเวช

เกิด 13 มิถุนายน พ.ศ. 2478 (อายุ 74 ปี)
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
สังกัดพรรค พลังประชาชน (พ.ศ. 2551)
ประชากรไทย (พ.ศ. 2522)
ประชาธิปัตย์ (พ.ศ. 2511)
สมรสกับ คุณหญิงสุรัตน์ สุนทรเวช
ศาสนา พุทธ
ลายมือชื่อ

นายสมัคร สุนทรเวช (13 มิถุนายน 2478 — ) เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของประเทศไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ดำรงตำแหน่ง 29 มกราคม พ.ศ. 25519 กันยายน พ.ศ. 2551) หัวหน้าพรรคพลังประชาชน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ก่อตั้งพรรคประชากรไทย เกิดที่กรุงเทพมหานคร เป็นนักการเมืองเก่าแก่ ที่มีเสียงพูดและลีลาการพูดเป็นเอกลักษณ์ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (2 สมัย) ได้ฉายาจากสื่อมวลชนทั่วไปว่า "น้าหมัก" "ออหมัก" หรือ "ชมพู่" (มาจากลักษณะจมูกของนายสมัคร) "ชาวนา" (จากกรณีกลุ่มงูเห่า) เป็นต้น

นายสมัครเริ่มทำงานหลังจบนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เป็นสื่อมวลชนสายการเมือง โดยเขียนบทความ และความคิดเห็น ทางการเมืองแบบไม่ประจำใน หนังสือพิมพ์สยามรัฐ, สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ และชาวกรุง ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 จนถึง 2516 เขียนบทความ การเมืองในหนังสือพิมพ์ประชาไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2517 จนถึง 2520 และเขียนบทความในคอลัมน์ประจำ "มุมน้ำเงิน" หนังสือพิมพ์เดลิมิเร่อร์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2521 จนถึง 2537

นายสมัครข้ามจากการเป็นสื่ออย่างเดียว มาเริ่มต้นชีวิตการเมืองโดยเข้าเป็นสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ปี 2511 ลงสมัครตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนขึ้นถึงระดับชาติ จนมามีบทบาทโดดเด่นช่วงปี 2519 จากการจัดรายการสถานีวิทยุยานเกราะ ที่มีเนื้อหาโจมตีบทบาทของ ขบวนการนักศึกษาในสมัยนั้น พร้อมทั้งปลุกระดมมวลชนให้เกลียดชังขบวนการนักศึกษา และ เป็นศูนย์กลางประสานงาน ถ่ายทอดกำหนดการ และคำสั่งเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านนักศึกษาใน เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

เมื่อสิ้นสุดเหตุการณ์ ในปี พ.ศ. 2519 นายสมัครได้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมๆ กับการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ และในปี พ.ศ. 2522 ได้ก่อตั้ง พรรคประชากรไทย และดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค มีฐานคะแนนเสียงหลักในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะในเขตที่มีหน่วยทหารตั้งอยู่หนาแน่น

ความคิดและบทบาทของนายสมัคร มักสร้างกระแสมวลชน ทั้งสนับสนุนและคัดค้าน ได้อย่าง กว้างขวางร้อนแรง ไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์ 6 ตุลา, พฤษภาทมิฬ, ไอเดียหนุนกระทงโฟม ไล่มาจนถึง การกล่าวโจมตี ประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ทางรายการโทรทัศน์ เมื่อต้นปี พ.ศ. 2549

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

นายสมัคร สุนทรเวชเป็นบุตรของ เสวกเอก พระยาบำรุงราชบริพาร (เสมียน สุนทรเวช) กับ คุณหญิงบำรุงราชบริพาร (อำพัน จิตรกร) เป็นหลานลุงของ มหาเสวกตรี พระยาแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี (สุ่น สุนทรเวช) นายแพทย์ประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นหลานตาของ มหาเสวกตรี พระยาอนุศาสน์จิตรกร (จันทร์ จิตรกร) จิตรกรประจำสำนัก

นายสมัครเป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 6 คน ดังนี้

นายสมัคร สมรสกับ คุณหญิงสุรัตน์ สุนทรเวช ที่ปรึกษาด้านการเงินของบริษัทใน เครือเจริญโภคภัณฑ์ มีบุตรสาวฝาแฝด คือ กานดาภาและกาญจนากร ปัจจุบันสมรสแล้วทั้งคู่ จากการที่ภรรยาทำงานอยู่กับบริษัทเอกชนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2505 สถานะการเงินของภรรยาจึงมั่นคงพอที่จะดูแลครอบครัวได้ นายสมัครเลยมิได้ทำงานประจำให้กับหน่วยงานใดและได้ทำงานด้านการเมืองเพียงอย่างเดียว มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516

[แก้] ประวัติการศึกษา

[แก้] ศึกษาเพิ่มเติม

[แก้] ประวัติการทำงาน

  • พ.ศ. 2496 : เจ้าหน้าที่สอนเครื่องลงบัญชีไฟฟ้า National Cash Registered Co.,Ltd. (พ.ศ. 2496-2497)
  • พ.ศ. 2497 : เสมียนแผนกรถยนต์ และภายหลังดำรงตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าแผนกเครื่องอะไหล่ Barrow Brown Co.,Ltd. (พ.ศ. 2497-2502)
  • พ.ศ. 2502 : ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกเครื่องอะไหล่ Loxley Bangkok Co.,Ltd. (พ.ศ. 2502-2504)
  • พ.ศ. 2504 : Free Lance Guide, World Travel Service Co.,Ltd. (พ.ศ. 2504-2506)
  • พ.ศ. 2507 : ผู้จัดการแผนกเครื่องอะไหล่ บริษัทเอื้อวิทยาพาณิชย์ จำกัด (พ.ศ. 2507-2509)
  • พ.ศ. 2510 : Dietary Aid, Fox Rever Rehabilitation Hospital, Chicago U.S.A. (พ.ศ. 2510-2511)
  • พ.ศ. 2512 : ผู้จัดการแผนกเครื่องอะไหล่ บริษัท เอื้อวิทยาพาณิชย์ จำกัด (พ.ศ. 2512-2513)
  • พ.ศ. 2513 : ผู้บริหารฝ่ายขาย John Deere Thailand Co.,Ltd. (พ.ศ. 2513-2514)
  • พ.ศ. 2514 : เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย (พ.ศ. 2514-2516)
  • พ.ศ. 2516 : ลาออกจากงานประจำและทำงานการเมืองอย่างเดียวเรื่อยมา เนื่องจากภรรยามีรายได้มั่นคงพอที่จะดูแลครอบครัวแล้ว

[แก้] ประวัติทางการเมือง

นายสมัครเริ่มต้นชีวิตการเมืองโดยสมัครเข้าเป็นสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี พ.ศ. 2511 เริ่มลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาเทศบาลกรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2514 และลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2518 ในชีวิตการเมืองเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง


ตลอดเวลาที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัครได้รับการแต่งตั้งในคณะรัฐมนตรีหลายตำแหน่ง ได้แก่

สรุปประวัติทางการเมืองได้ดังนี้

[แก้] การดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

นายสมัคร สุนทรเวช ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จากการเลือกตั้ง พ.ศ. 2543 ด้วยคะแนนเสียง 1,016,096 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนเสียงมากที่สุด นับตั้งแต่มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยผู้ได้คะแนนอันดับ 2 คือ นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้สมัครจากพรรคไทยรักไทย ไดัรับคะแนนเสียงเพียง 521,184 คะแนน

นายสมัคร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระหว่างปี พ.ศ. 2543-2547 นับเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนที่ 13 และเป็นคนที่ 5 ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่หลังจากพ้นตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คดีเรื่องการทุจริตกรณีจัดซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิง ก็ยังมีการดำเนินการตรวจสอบจนถึงปัจจุบัน[4]

[แก้] การเลือกตั้งวุฒิสภา 2549

หลังพ้นตำแหน่ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อครบวาระ 4 ปี นายสมัครตัดสินใจไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมัยที่ 2 แต่เบนเข็มมาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ปี พ.ศ. 2549

ผลการนับคะแนน นายสมัคร สุนทรเวช ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ด้วยคะแนนเสียง เป็นอันดับสองของประเทศ รองจาก ร.ต.อ.นิติภูมิ นวรัตน์ ที่ได้คะแนนเสียงเป็นอันดับที่ 1 แต่ ร.ต.อ.นิติภูมิ ยังไม่ทันได้รับการรับรองตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา จาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง เนื่องจากมีผู้ร้องเรียน เรื่องการไปขึ้นเวทีปราศัยของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่อาจถือได้ว่าเป็นการ "หาเสียง" และขัดต่อกฎหมายเลือกตั้ง ก่อนที่จะมีการชี้ขาดเรื่องดังกล่าว การเลือกตั้งวุฒิสภา พ.ศ. 2549 ก็ได้ถูกยกเลิก เนื่องจากเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ทำให้นายสมัครต้องพ้นจากตำแหน่ง โดยไม่มีโอกาสได้ปฏิบัติหน้าที่ใดๆ ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา

[แก้] การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นายสมัคร สุนทรเวช ทำพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ที่บ้านพัก
นายสมัคร สุนทรเวช แถลงข่าว ที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล

เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2551 สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบ ให้นายสมัคร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมี นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี วันที่ 6 กุมภาพันธ์ นายสมัครยังได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อีก 1 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นพลเรือนคนที่ 3 ที่ดำรงตำแหน่งนี้ แต่ยังถูกกล่าวหาจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยถึงการดำรงตำแหน่งของนายสมัคร สุนทรเวช นี้ว่าเป็นนอมินี(ตัวแทน)ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกในข้อหาเซ็นชื่อยินยอมให้ภรรยาซื้อที่ดินตามกฎหมาย

ต่อมาวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551 นายชัช ชลวร ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมคณะ ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในกรณีที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นของสมาชิกวุฒิสภาและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความสิ้นสุดการเป็นนายกรัฐมนตรีของนายสมัคร ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 267 ประกอบมาตรา 182(7) เนื่องจากรับเป็นพิธีกรกิตติมศักดิ์ ของรายการ “ชิมไปบ่นไป” และ “ยกโขยง 6 โมงเช้า” ซึ่งคณะตุลาการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง เห็นว่านายสมัครกระทำต้องห้ามขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 267 เรื่องคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี จึงทำให้นายสมัครสิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรีลง แต่ให้คณะรัฐมนตรีรักษาการไปจนกว่าจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2551 นายสมัครยังได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชนอย่างไม่เป็นทางการ (ยังไม่มีเอกสารยื่นใบลาออก) โดยให้เหตุผลว่า ได้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคและรักษาระบอบประชาธิปไตยอย่างดีที่สุดแล้ว จึงขอยุติบทบาททางการเมือง ส่วนการดำเนินการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ให้ขึ้นอยู่กับพรรค

[แก้] การปฏิบัติงาน

  • เสนอนโยบายการผันแม่น้ำโขงผ่านอุโมงค์ โดยการสร้างใช้หัวเจาะกระสนกันน้ำซึมเข้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเจาะอุโมงค์แบบรถไฟใต้ดิน คาดว่าปริมาณแม่น้ำโขงจะไหลผ่านอุโมงค์นี้ และแจกจ่ายไปตามโครงข่ายลำน้ำอื่นๆ เป็นการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อการเกษตรและการอุปโภคในภาคอีสาน ภายใต้ความเชื่อที่ว่า "ถ้าอีสานมีน้ำ อีสานหายจน" [5]
  • รื้อฟื้นนำโครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่รัฐบาลทักษิณทำไว้กลับมาใช้อีกครั้ง [6]

[แก้] ความมั่นคง

  • การประนีประนอมกับทหาร โดยนายสมัคร กล่าวว่า มีความตั้งใจที่จะออกพ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 อยู่แล้ว และจะไม่เข้าไปแทรกแซงจัดการเรื่องโผการโยกย้ายนายทหาร โดยจะปล่อยให้ทางทหารนั้นจัดการกันเอง ซึ่งทำให้ทางทหารแสดงท่าทีเป็นมิตรกับนายสมัครด้วย [7]
  • เสริมสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นหนักในเรื่องการสร้างความเข้าใจ ความเป็นธรรม การพัฒนาการศึกษา พัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน และการสร้างความปลอดภัยในพื้นที่[8]

[แก้] เศรษฐกิจ

  • ยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% [9]
  • ลดราคาสินค้าหมูเนื้อแดงขายจาก 120 บาท ต่อ กก. เหลือเพียง 98 บาท ต่อ กก.[10]
  • มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ[11]
  • มาตรการ 6 มาตรการ 6 เดือน ช่วยคนจน ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายประชานิยมโดยการทำเงินภาษีมาเพื่อช่วยเหลือประชาชน จนรัฐบาลที่นำโดย นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ขยายเวลาเพิ่มในเวลาต่อมา

[แก้] สิทธิมนุษยชน

  • ใช้นโยบายปราบปรามยาเสพติดขั้นเด็ดขาด
  • เสนอให้มีเปิดการบ่อนกาสิโนอย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งก็ได้รับทั้งความเห็นชอบและคัดค้านจากหลาย ๆ ฝ่ายเป็นอย่างมาก[12]

[แก้] ข้อวิพากษ์วิจารณ์

[แก้] คดีหมิ่นประมาทนายดำรง ลัทธพิพัฒน์

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 นายดำรง ลัทธพิพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน ในรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ถึงแก่กรรมโดยการประกอบอัตวินิบาต ขณะกำลังเดินทางไปทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากปัญหาความเครียดส่วนตัว ต่อมานายสมัคร ซึ่งถูกปรับออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อ พ.ศ. 2529 กลายเป็นฝ่ายค้าน ได้ให้ข่าวในทำนองว่า นายดำรงฆ่าตัวตายเพราะความเครียด เนื่องจากการยักยอกงบประมาณของ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน นางสมศรี ลัทธพิพัฒน์ (เกตุทัต) ภรรยานายดำรง [13] มอบหมายให้นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความ ฟ้องหมิ่นประมาทนายสมัคร สุนทรเวช [14] ศาลฎีกามีคำตัดสินเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 [15] ว่า "นายสมัครกล่าวข้อความเป็นเท็จและหมิ่นประมาทจริง" และได้มีคำสั่งให้จำคุกนายสมัคร สุนทรเวชเป็นระยะเวลา 6 เดือน แต่ให้รอลงอาญา [16]

[แก้] กรณีสเตตเมนต์ปลอม

เมื่อ พ.ศ. 2530 นายสมัคร สุนทรเวช ถูกปรับออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในครม.คณะที่ 43 [17] และได้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ (ครม.คณะที่ 44) เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2530 นายสมัครอภิปรายกล่าวหาว่า นายจิรายุรับสินบนโดยนำสำเนาสเตตเมนต์แสดงการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเฟิสต์ อินเตอร์สเตตในสหรัฐอเมริกา มาแสดงในสภาและอภิปรายว่ามีชื่อของนายจิรายุ เป็นเจ้าของบัญชีดังกล่าว ซึ่งมีรายการโอนเงินค่าสินบน เป็นจำนวนเงิน 92 ล้านบาท [16] นายจิรายุได้ปฏิเสธและระบุว่าข้อกล่าวหาของนายสมัครเป็นเท็จและตนไม่เคยมีบัญชีธนาคารในสหรัฐอเมริกา

ต่อมา จากการตรวจสอบโดยคณะกรรมการวิสามัญตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร ผ่านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พบว่า สเตตเมนต์ที่นายสมัครนำมาแสดงนั้นเป็นของปลอม และนายจิรายุไม่เคยมีบัญชีเงินฝากในธนาคารนั้น อย่างไรก็ตาม ไม่มีการดำเนินการทางกฎหมายใดๆ กับนายสมัคร เนื่องจากมีกฎหมายให้เอกสิทธิ์คุ้มครอง ส.ส. ในระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ [18] ต่อมา นายสมัครได้ยอมรับว่า ได้นำเอกสารเท็จมาแสดงในการอภิปรายในครั้งนั้นจริง [19]

[แก้] การจัดรายการโทรทัศน์

สมัคร ร่วมจัดรายการ สนทนาปัญหาบ้านเมือง ทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม MV1 ซึ่งถูกโจมตีโดยฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นสื่อที่เข้าข้าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและหลังจากที่มีการปฏิวัติโดยคณะปฏิรูปฯ นายสมัคร สุนทรเวช ได้เลิกรายการของตนไป

ก่อนหน้านั้น สมัครได้จัดรายการ "สมัคร-ดุสิต คิดตามวัน" ร่วมกับนายดุสิต ศิริวรรณ ในเวลา 11.00 น. ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ระยะเวลา 30 นาที ซึ่งนายสมัครได้กล่าวว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ "เลือกข้างใช่ไหม" จนก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และไม่พอใจของหลายฝ่าย น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ กล่าวว่า พล.อ.เปรม เป็นที่เคารพของหลายฝ่าย และเป็นถึงประธานองคมนตรี[20] ทำให้นายสมัครขอยุติรายการดังกล่าวไปด้วยตนเอง

[แก้] คดีหมิ่นประมาทอดีตรองผู้ว่าฯ กทม.

สมัคร และ ดุสิต ศิริวรรณ ซึ่งร่วมกันจัดรายการโทรทัศน์ "เช้าวันนี้ที่ช่อง 5" ทาง ททบ.5 และ "สมัคร-ดุสิต คิดตามวัน" ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ถูกนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้น เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยการโฆษณา โดยทั้งสองกล่าวหาว่านายสามารถทุจริตในโครงการจัดซื้อจัดจ้างของกรุงเทพมหานครในรายการโทรทัศน์[21]

ศาลมีคำวินิจฉัยว่า การกระทำของทั้งคู่เป็นการหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่นเกลียดชังจริง ทั้งนี้นายสมัครได้เคยกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทมาแล้วหลายครั้ง โดยศาลปรานีให้รอการลงโทษไว้เพื่อให้ปรับตัวเป็นคนดี แต่นายสมัครกลับกระทำผิดซ้ำในความผิดเดิมอีก ศาลมีคำสั่งจำคุกสมัคร สุนทรเวช และนายดุสิต ศิริวรรณ รวม 4 กระทง ๆ ละ 6 เดือน รวมจำคุกคนละ 24 เดือน โดยไม่รอลงอาญา[22] ขณะนี้คดีกำลังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์

25 กันยายน 2551 ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี และนายดุสิต ศิริวรรณ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และใช้เงินสด 200,000 บาท ประกันตัวไป

[แก้] กับสื่อมวลชน

สมัคร สุนทรเวช เป็นนักการเมืองที่รู้กันเป็นอย่างดีว่า มีวาจาที่เผ็ดร้อน และมักชอบมีวิวาทะกับสื่อมวลชนเสมอ ๆ เช่น ให้นักข่าวหุบปาก เป็นต้น ในการเลือกตั้งในปลายปี พ.ศ. 2550 สมัครได้มีวิวาทะกับสื่ออีกหลายครั้ง เช่น เมื่อนักข่าวถามถึงปัญหาภายในพรรคของสมัคร นายสมัครตอบว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่สามารถบอกได้ แต่นักข่าวกลับถามซ้ำหลายครั้ง นายสมัครจึงถามย้อนว่า "เมื่อคืนไปเสพเมถุนกับใครมาหรือเปล่า" เพื่อแสดงให้เห็นว่าการถามคำถามเช่นนี้เป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัว, กล่าวว่า สื่อดัดจริต รวมทั้งกล่าวว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550 เฮงซวย[23]

วันที่ 3 พฤษภาคม 2551 ซึ่งเป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก องค์กรวิชาชีพสื่อได้แถลงผลการศึกษาเรื่อง '(วิ)วาทกรรมสมัครกับสื่อ' สรุปว่าตั้งแต่ช่วงที่เข้ามารับเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน สมัครใช้กลยุทธ์การสื่อสารที่ทำให้การสื่อสารสองทางเป็นการสื่อสารทางเดียว ใช้ภาษาข่มขู่ รุนแรง ดุเดือด เลี่ยง เบี่ยงเบน บิดเบือน และทำให้หลงประเด็น พูดความจริงบางส่วน หรือ พูดเท็จบ่อย ๆ ทำให้ความชอบธรรมกลายเป็นความไม่ชอบธรรม ลดทอนน้ำหนักของประเด็นคำถาม สร้างเรื่องใหม่ขึ้นมากลบเกลื่อนประเด็นสำคัญ[24]

ผลการศึกษาได้ข้อสรุปว่า สมัคร สุนทรเวช ขาดความเข้าใจเรื่องบทบาท สถานภาพ และหน้าที่ของตนและผู้อื่น เพราะนายสมัครมีกลวิธีสื่อสารแบบที่ไม่เป็นมิตรกับสื่อ และไม่สร้างเสริมประโยชน์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพราะข้อความที่สื่อได้จากการทำข่าวนั้นไม่สามารถสร้างผลประโยชน์ได้ ไม่นำไปสู่กระบวนการมีส่วนร่วมทางการเมืองและการตรวจสอบรัฐบาลได้ แสดงออกถึงความเพิกเฉย ไม่สนใจ มองไม่เห็นคุณค่าของสื่อมวลชนในสังคมประชาธิปไตย ไม่เคารพศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของสื่อ[24]

[แก้] เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

เกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 สมัครได้เคยกล่าวไว้ในรายการ สมัคร-ดุสิต คิดตามวัน ว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นมีคนตายเพียงคนเดียว และคนนั้นเป็นญวนอีกด้วย ซึ่งนายสมัครได้ย้ำอีกครั้ง ในการให้สัมภาษณ์กับ แดน ริเวอร์ส ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็น ออกอากาศเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 [25][26] และยังกล่าวอีกว่า "ผมบอกว่า ถ้าผมเป็นคนเลวมาไม่ได้ไกลขนาดนี้หรอก ถ้าผมเป็นคนเกี่ยวข้องไม่ได้รับการสนับสนุนให้เดินหน้ามาถึงป่านนี้หรอก"[27]

บทบรรณาธิการของบางกอกโพสต์[28] กล่าวถึงการให้สัมภาษณ์ของนายสมัครว่าไม่ได้เป็นเพียงแค่ปฏิเสธว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เท่านั้น เขายังปฏิเสธว่าการสังหารหมู่ไม่ได้เกิดขึ้นอีกด้วย ทั้งที่มีภาพถ่ายเป็นหลักฐานแสดงว่ามีผู้เสียชีวิตหลายคน และสมัครเองก็ทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น เนื่องจากเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการปลุกเร้าให้ต่อต้านคอมมิวนิสต์ อันนำไปสู่การสังหารหมู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ [29]

ซึ่งประเด็นนี้ ได้กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่ว ในวันที่รัฐบาลแถลงนโยบายในรัฐสภาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 สมัครก็ได้ตอกย้ำสิ่งที่ตนพูดอีกครั้ง ซึ่งเป็นการตอบโต้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย ฝ่ายค้าน พร้อมกับกล่าวว่า ตนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการปิดหนังสือพิมพ์หลังเหตุการณ์นี้ และได้สาบานด้วยว่า ถ้าสิ่งที่ตนพูดไม่เป็นความจริง ขอให้ตนพบกับความวิบัติ ถ้าไม่จริง ขอให้เจริญรุ่งเรือง[30] [31]

อีกทั้งสมัครยังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 แต่อย่างใด ขณะที่สื่อมวลชนรายหนึ่ง ได้โชว์รูปถ่ายที่นายสมัครยืนอยู่ข้างหลังจอมพลประภาส จารุเสถียรในครั้งนั้นแล้วชี้ให้นายสมัครดู แต่สมัครปฏิเสธว่าไม่เคยเห็นรูปดังกล่าวมาก่อน

ต่อมาในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 “แม่ลูกจันทร์” แห่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยืนยันว่าภาพดังกล่าวถ่ายไว้ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ถึง 4 ปี โดยเป็นภาพถ่ายเมื่อ เมื่อ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515 ขณะเกิดเหตุการณ์ ผู้ก่อการร้ายปาเลสไตน์ กลุ่มแบล็กเซปเทมเบอร์ บุกยึด สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ถนนชิดลม และจับเจ้าหน้าที่สถานทูตเป็นตัวประกัน ยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลอิสราเอลปล่อยโจรปาเลสไตน์ที่ถูกจับกุม ภายใน 12 ชั่วโมง ขณะนั้น จอมพลถนอม กิตติขจร เป็น นายกรัฐมนตรี และ จอมพลประภาส จารุเสถียร เป็น รมว. มหาดไทย โดยที่ นายสมัคร สุนทรเวช ขณะนั้นเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอล ทำหน้าที่ประสานงานในเหตุการณ์ และ "แม่ลูกจันทร์" เป็นนักข่าวการเมืองที่อยู่ในเหตุการณ์ รูปดังกล่าวจึงไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 [32]

[แก้] เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ

[แก้] ผลงาน

[แก้] ผลงานหนังสือ

หน้าปกหนังสือ จากสนามไชยถึงสนามหลวง
หน้าปกหนังสือ การเมืองเรื่องตัณหา
  • สมัคร สุนทรเวช พูด. (ม.ป.ท.), (ม.ป.ป.).
  • สันดานหนังสือพิมพ์. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์บูรพาศิลป์, 2520.
  • การเมืองเรื่องตัณหา. กรุงเทพฯ : บูรพาศิลปการพิมพ์, 2521.
  • จวกลูกเดียว. กรุงเทพฯ : เบญจมิตร, 2522.
  • จากสนามไชยถึงสนามหลวง. (ม.ป.ท.), 2522.
  • การเมืองเรื่องตัณหา 2. (ม.ป.ท.), 2532.
  • สมัคร ๖๐. กรุงเทพฯ : ซี.พี.การพิมพ์, 2538.
  • ชิมไปบ่นไป. กรุงเทพฯ : อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์, 2543. ISBN 978-974-387-054-5
  • เรื่องไม่อยากเล่า. กรุงเทพฯ : ฐากูรพับลิชชิ่ง, 2543. ISBN 978-974-85986-2-8
  • คนรักแมว. กรุงเทพฯ : เนชั่นบุ๊คส์, 2547. ISBN 978-974-8280-21-9
  • จดหมายเหตุกรุงเทพฯ. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2547. ISBN 978-974-272-920-2
  • ใครๆ ก็ชอบไทยฟู้ด. กรุงเทพฯ : ครัวบ้านและสวน, 2548. ISBN 978-974-387-048-4
  • สมัคร สุนทรเวช และดุสิต ศิริวรรณ. ตำนานหนองงูเห่า และการเมืองเรื่อง CTX. กรุงเทพฯ : 2548. ISBN 978-974-93447-5-0

[แก้] อาการป่วย

หลังพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายสมัครเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ ระหว่างวันที่ 3 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 เนื่องจากป่วยเป็นโรคมะเร็งตับ โดยไม่เป็นที่เปิดเผยทางสื่อมวลชนมากนัก จนกระทั่ง นายกฤษณะ ไชยรัตน์ พิธีกรโทรทัศน์ เดินทางไปถ่ายทำรายการถึงโรงพยาบาล อาการป่วยของนายสมัครจึงเป็นที่เปิดเผยในวงกว้าง ต่อมา นายสมัคร จึงเดินทางไปรักษาต่อที่ สหรัฐอเมริกา

อนึ่ง นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวบนเวทีปราศรัย ในงานครอบครัวความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 1 ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ตอนหนึ่งว่า ตนกำลังตรวจสอบ ร่วมกับคณะแพทย์ต่างประเทศว่า การป่วยของนายสมัครในครั้งนี้ มีความไม่ชอบมาพากลหรือไม่อย่างไร ขอให้รอฟังข่าวต่อไป

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ รายชื่อศิษย์เก่าของสถาบันในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลฯ นิตยสารผู้จัดการ 360°
  2. ^ งานเชิดชูเกียรติชาวเซนต์คาเบรียล ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี
  3. ^ ศิษย์เก่าดีเด่น โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชยการ หน้า 5
  4. ^ 'คตส.'ยันหลักฐานคดีรถดับเพลิงมัด'สมัคร'ไม่ใช่เลือกปฏิบัติ
  5. ^ Samak's Mekong plan could hurt trade ties
  6. ^ http://www.bangkokpost.com/News/25Feb2008_news02.php
  7. ^ จากมติชน 10 กุมภาพันธ์ 2551 หน้า 10 คอลัมน์ การเมือง
  8. ^ เว็บไซต์กระทรวงมหาดไทย
  9. ^ เบญจพร วงศ์. ยกเลิกกันสำรอง 30%ปลดล็อกเศรษฐกิจแล้วปลด(ล็อก)อะไรอีก?. กรุงเทพฯ : เนชั่นสุดสัปดาห์, 2551.
  10. ^ เว็บไซต์กระทรวงพาณิชย์
  11. ^ http://www.mof.go.th/News2008/014.pdf
  12. ^ “หมัก” ฟิวส์ขาด ลั่นไม่บ้าพอแก้ รธน.ตั้งกาสิโน
  13. ^ นิตยสารผู้จัดการ ฉบับที่ 2 เดือนกันยายน 2526
  14. ^ เปิดใจ "บัณฑิต ศิริพันธุ์" ขอทำงานเพื่อความถูกต้อง หนังสือพิมพ์แนวหน้า 14 กันยายน 2550
  15. ^ [1] คำพิพากษาศาลฎีกาจำคุก สมัคร 6 เดือนฐานหมิ่นประมาทดำรง, สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ (26 ก.พ.-4 มี.ค.32), (5-11 มี.ค.32)
  16. ^ 16.0 16.1 กองบรรณาธิการมติชน. 289 ข่าวดัง 3 ทศวรรษหนังสือพิมพ์มติชน พ.ศ. 2521-2549 -- กรุงเทพ : สำนักพิมพ์มติชน, พ.ศ. 2549. (ISBN 974-323-889-1)
  17. ^ คณะรัฐมนตรีคณะที่ 43
  18. ^ คอลัมน์ เรียงคนมาเป็นข่าว สำเนาจาก มติชน 25 ตุลาคม 2550
  19. ^ วิวาทะ สมัคร-ปชป. ซัดกันนัว สำเนาจาก คมชัดลึก 25 มิถุนายน 2551
  20. ^ http://board.dserver.org/u/uthaisak/00006286.html
  21. ^ สองคู่หูกอดคอกันตาย 'ศาลสั่งจำคุก 2ปี' จาก กรุงเทพธุรกิจ 12 เมษายน พ.ศ. 2550
  22. ^ คำพิพากษา สมัคร สุนทรเวช /ดุสิต ศิริวรรณ สำเนาจาก ผู้จัดการออนไลน์ 12 เมษายน 2550
  23. ^ คำต่อคำ : “หมัก” โชว์ภาวะผู้นำ! ถูกสื่อซักลั่นคำ “เมื่อคืนเสพเมถุนมาหรือ”
  24. ^ 24.0 24.1 แนวหน้า, (วิ)วาทกรรมสมัครกับสื่อ, 4 พฤษภาคม 2551
  25. ^ Samak and The Nation
  26. ^ 'หมัก'ยัน 6ตุลาฯไม่มีใครตายเว้นคนเดียวถูกเผา-หลักฐานภาพถูกฆ่าโหดเหี้ยมหลายศพ
  27. ^ “หมัก” ดื้อ! อ้างข้อมูล 6 ตุลา ถูกบิดเบือน ลั่นถ้าเลวไม่มายืนตรงนี้
  28. ^ Samak shocks, shames nation, เรียกดูเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2551
  29. ^ http://www.asiasentinel.com/index.php?option=com_content&task=view&id=1047&Itemid=31
  30. ^ “หมัก” ฉุนแตก! โดน “มาร์ค” แฉปิดสื่อมากสุดหลัง 6 ตุลาฯ
  31. ^ คนเดือนตุลาหยัน “สมัคร” สาบานกลางสภาสุดน่ารังเกียจ
  32. ^ http://www.thairath.co.th/news.php?section=hotnews03&content=80109

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

Commons:Category
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่นๆ เกี่ยวกับ:
สมัคร สุนทรเวช
  • ประวัตินายสมัคร สุนทรเวช จากเว็บไซต์สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
  • ประวัตินายสมัคร สุนทรเวช จากเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลนักการเมือง ThaisWatch.com
  • ทีมข่าวหนังสือพิมพ์โลกวันนี้รายวัน. ปาก..สมัคร พูดอะไร 2 วันก่อนรัฐประหาร 19 กันยา. กรุงเทพฯ : วัฏฏะ, 2550. ISBN 978-974-09-2204-9
  • ถนอมศักดิ์ จิรายุสวัสดิ์. สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนที่ 25. กรุงเทพฯ : อักษรสุดา, 2551. ISBN 978-974-7814-51-4


สมัยก่อนหน้า สมัคร สุนทรเวช สมัยถัดไป
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี (ครม. 57)
29 มกราคม พ.ศ. 25519 กันยายน พ.ศ. 2551
สมชาย วงศ์สวัสดิ์
เสนาะ อูนากูล
พลตำรวจเอก เภา สารสิน
มีชัย ฤชุพันธุ์
รองนายกรัฐมนตรี (ครม. 48)
7 เมษายน พ.ศ. 2535 - 9 มิถุนายน พ.ศ. 2535
พลตำรวจเอก เภา สารสิน
เกษม สุวรรณกุล
หม่อมราชวงศ์เกษมสโมสร เกษมศรี
บัญญัติ บรรทัดฐาน
อำนวย วีรวรรณ
บุญชู โรจนเสถียร
ศุภชัย พานิชภักดิ์
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
สุขวิช รังสิตพล
พลตรี จำลอง ศรีเมือง
พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก
รองนายกรัฐมนตรี (ครม. 51)
13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 - 15 มิถุนายน พ.ศ. 2539
3 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 - 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539
สุขวิช รังสิตพล
อำนวย วีรวรรณ
กร ทัพพะรังสี
มนตรี พงษ์พานิช
สมัคร สุนทรเวช
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
วีรพงษ์ รามางกูร
สุวิทย์ คุณกิตติ
พลอากาศเอก สมบุญ ระหงษ์
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
บุญพันธ์ แขวัฒนะ
อำนวย วีรวรรณ
หม่อมราชวงศ์เกษมสโมสร เกษมศรี
มนตรี พงษ์พานิช
รองนายกรัฐมนตรี (ครม. 52)
25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 - 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540
ศุภชัย พานิชภักดิ์
ปัญจะ เกสรทอง
สุวิทย์ คุณกิตติ
กร ทัพพะรังสี
พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์
ไตรรงค์ สุวรรณคีรี
บัญญัติ บรรทัดฐาน
พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์
สุทัศน์ เงินหมื่น
บุญรอด สมทัศน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 - 9 กันยายน พ.ศ. 2551
สมชาย วงศ์สวัสดิ์
หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ตุลาคม พ.ศ. 2519 - ตุลาคม พ.ศ. 2520
พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
อมร ศิริกายะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
30 เมษายน พ.ศ. 2526 - 5 สิงหาคม พ.ศ. 2529
บรรหาร ศิลปอาชา
ดร. พิจิตต รัตตกุล
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
23 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 - 28 สิงหาคม พ.ศ. 2547
อภิรักษ์ โกษะโยธิน
สุภาพร เทียนแก้ว
หัวหน้าพรรคพลังประชาชน
24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 - 30 กันยายน พ.ศ. 2551
สมชาย วงศ์สวัสดิ์