ศันสนีย์ นาคพงศ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศันสนีย์ นาคพงศ์
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
27 ตุลาคม พ.ศ. 2555 – 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556
นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
สมัยก่อนหน้า วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล
นลินี ทวีสิน
สมัยถัดไป วราเทพ รัตนากร
สันติ พร้อมพัฒน์
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
5 มิถุนายน พ.ศ. 2555 – 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
สมัยก่อนหน้า ฐิติมา ฉายแสง
อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด (รักษาการ)
สมัยถัดไป ทศพร เสรีรักษ์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 4 มีนาคม พ.ศ. 2502 (55 ปี)
จังหวัดชัยนาท
พรรคการเมือง พลังธรรม (2538-2540)
ไทยรักไทย (2543-2550)
เพื่อไทย (2555-ปัจจุบัน)

ศันสนีย์ นาคพงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง[1] อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร, อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังธรรม, อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย, อดีตผู้ประกาศข่าว สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ซึ่งมีชื่อเสียงคู่กับจักรพันธุ์ ยมจินดา และเอกชัย นพจินดา

ประวัติ[แก้]

ศันสนีย์เกิดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2502 ที่ตำบลคุ้งสำเภา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญานิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาตรีสาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง มีชื่อเสียงจากการเป็นนักแสดงภาพยนตร์ไทย และนักร้องที่มีชื่อเสียง ผลงานที่สร้างชื่ออาทิ เพลงสาวเชียงราย ที่แต่งโดย ว.วัชญาณ์ และเพลง คนเก่งคนดี ซึ่งประกอบละครโทรทัศน์เรื่อง ทางช้างเผือก ต่อมาศันสนีย์เข้าสู่วงการโทรทัศน์ เริ่มจากการเป็นผู้ประกาศรายการ และผู้ประกาศข่าวเด็ดเจ็ดสีภาคค่ำ, พิธีกรรายเกมโชว์ นาทีทอง คู่กับ ธรรมรัตน์ นาคสุริยะ และ พลากร สมสุวรรณ, บรรยายสารคดีโทรทัศน์ต่างๆ ผลงานที่สร้างชื่อคือรายการ จดหมายเหตุกรุงศรี ซึ่งช่อง 7 สีผลิตให้แก่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ออกอากาศในช่วงข่าวภาคค่ำ, ควบคุมการผลิตละครเช่น พ่อม่ายทีเด็ด และ ผู้ชายก็ท้องได้ เป็นต้น, ควบคุมการผลิตรายการสารคดี 1 ในเมืองไทย โดยเธอทำงานอยู่ในวงการนี้ประมาณ 20 ปี

งานการเมือง[แก้]

ศันสนีย์ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในปี พ.ศ. 2538-2539[2] สังกัดพรรคพลังธรรม ต่อมาดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร สองสมัย[3] แต่เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 คณะตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคไทยรักไทย โดยเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรค 111 คน[4]

ต่อมาหลังจากพ้นกำหนด 5 ปี วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555 เข้ารับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร[5][6] สืบต่อจากอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาการโฆษกฯ

ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ครม.ยิ่งลักษณ์ 3)[7] และถูกปรับออกจากตำแหน่งในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556[8]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.cabinet.thaigov.go.th/acrobat/v60_310756_3.pdf
  2. http://www.moohin.com/thailand-travel-trips/2543-07/c19
  3. คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 45/2548 เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมืองราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 49ง วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2548
  4. เปิดรายชื่อ ทั้ง 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี !!!
  5. คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 122/2555 เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์)
  6. ครม.ตั้ง'สุรนันท์'นั่งเลขาฯดัน'ศันสนีย์'โฆษกฯ
  7. พระบรมราชโองการ ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี (รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 3)
  8. พระบรมราชโองการ ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี (รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ๕)
  9. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๖
  10. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๕, เล่ม ๑๒๙, ตอน ๓๕ ข , ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
  11. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ชั้นสายสะพาย ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๔๖) เล่ม 120 ตอนที่ 19ข วันที่ 1 ธันวาคม 2546