ไทยคม (บริษัท)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน )
ประเภท บริษัทมหาชนด้านโทรคมนาคม
ก่อตั้งเมื่อ 11 กันยายน พ.ศ. 2534
สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
บุคลากรหลัก ดำรงค์ เกษมเศรษฐ์, ประธานกรรมการบริหาร และ กรรมการผู้จัดการ
อุตสาหกรรม โทรคมนาคม
ผลิตภัณฑ์ ดาวเทียมโทรคมนาคม และบริการที่เกี่ยวข้อง
รายได้ 7,555.70 ล้านบาท (ปี 2555) [1]
เว็บไซต์ http://www.thaicom.net

บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) (Thaicom Public Company Limited) เดิมชื่อ บริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) (Shin Satellite Public Company Limited) คือหนึ่งในธุรกิจของ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ไทยคม เป็นบริษัทแรกและบริษัทเดียวของประเทศไทย ที่เป็นผู้ให้บริการธุรกิจดาวเทียมเชิงพาณิชย์ ได้รับสัมปทานจากกระทรวงคมนาคม (ปัจจุบันอำนาจการดูแลสัญญาถูกโอนไปยัง กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) ในปี 2534 เพื่อดำเนินการจัดส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรและให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียม รวมถึงบริหารงานโครงการดาวเทียมไทยคมภายใต้ข้อตกลงแบบ BTO (Build-Transfer-Operate)

"ไทยคม" (Thaicom) เป็นชื่อที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เป็นชื่อของดาวเทียม ซึ่งมาจากคำว่า "Thai Communications" ในภาษาอังกฤษ

เหตุการณ์สำคัญ[แก้]

  • 11 กันยายน พ.ศ. 2534 - บริษัท ชินวัตรแซทเทลไลท์ จำกัด (SATTEL) ได้รับสัมปทานธุรกิจดาวเทียมจากกระทรวงคมนาคมเป็นระยะเวลา 30 ปี เป็นบริษัทแรกของประเทศไทยที่ประกอบธุรกิจดาวเทียม
ตรา บมจ. ชินแซทเทลไลท์ ในอดีต
  • 17 ธันวาคม พ.ศ. 2536 - ไทยคม 1 ขึ้นสู่วงโคจร
  • 18 มกราคม พ.ศ. 2537 - บริษัท ชินวัตรแซทเทลไลท์ จำกัด จดทะเบียนเข้าเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์
  • 7 ตุลาคม พ.ศ. 2537 - ไทยคม 2 ขึ้นสู่วงโคจร
  • 16 เมษายน พ.ศ. 2540 - ไทยคม 3 ขึ้นสู่วงโคจร
  • 2 สิงหาคม พ.ศ. 2542 - บริษัท ชินวัตรแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) เปลี่ยนชือเป็น บริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน)
  • 27 กันยายน พ.ศ. 2542 - บริษัทฯ ขายหุ้นสามัญใน Shenington Investemts Pte Ltd. (Shenington) ที่ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100 ให้แก่บริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้เพื่อปรับโครงสร้างของกลุ่มบริษัทฯ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
  • พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 - SATTEL ลงนามในสัญญาเงินกู้สำหรับโครงการ iPSTAR จำนวนประมาณ 390 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยลงนามในสัญญากับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (US Ex-Im Bank) และองค์การเพื่อการส่งออกแห่งฝรั่งเศส (COFACE) จำนวน 265 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งได้มีการลงนามกับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ นำโดยธนาคารซิตี้แบงก์ (Citibank) และธนาคารบีเอ็นพี พาร์ริบาร์ (BNP Paribas) สำหรับวงเงินกู้จำนวน 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้โครงการ iPSTAR มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในด้านการเงิน
  • 11 สิงหาคม พ.ศ. 2548 - ไทยคม 4 หรือ ไอพีสตาร์ (iPSTAR) ขึ้นสู่วงโคจร หลังเกิดความล่าช้าถึง 2 ชั่วโมงจากเวลาที่กำหนดไว้ เนื่องจากเกิดปัญหาด้านเทคนิคขี้นใน 15 วินาทีสุดท้าย ก่อนยิงจรวดขึ้นสู่ตำแหน่งปล่อยดาวเทียม
  • 10 เมษายน พ.ศ. 2551 - บริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) และเปลี่ยนตัวย่อในตลาดหลักทรัพย์เป็น THCOM
  • 7 มกราคม พ.ศ. 2557 - ไทยคม 6 ขึ้นสู่วงโคจร
  • 7 กันยายน พ.ศ. 2557 - ไทยคม 7 ในชื่อของเอเชียแซต 6ขึ้นสู่วงโคจร

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ [2][แก้]

ลำดับที่ รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้นสามัญ สัดส่วนการถือหุ้น
1 บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 450,870,934 41.14%
2 บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 34,184,184 3.14%
3 นาย วิชัย มิตรสันติสุข 25,000,000 2.28%
4 นาย ดรงค์ พรศรีนิยม 15,150,000 1.38%
5 นาย ณฤทธิ์ เจียอาภา 12,000,000 1.09%

รายละเอียดเกี่ยวกับดาวเทียมแต่ละดวง[แก้]

ไทยคม 1/1A[แก้]

ไทยคม 1 เป็นดาวเทียมดวงแรกของประเทศไทย ถูกยิงขึ้นสู่วงโคจรในวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2536 สร้างโดย Huges Space Aircraft เดิมมีพิกัดโคจรที่ตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก ต่อมาได้ทำการย้ายพิกัดใหม่ไปยังตำแหน่ง 120 องศาตะวันออก และเปลี่ยนการเรียกชื่อเป็น ไทยคม 1A อายุในการทำงานประมาณ 15 ปี ปัจจุบัน เป็นการใช้งานหลังช่วงอายุคาดการณ์

ไทยคม 2[แก้]

ไทยคม 2 เป็นดาวเทียมดวงที่ 2 ของประเทศไทย ถูกยิงขึ้นสู่วงโคจรในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2537 โคจรบริเวณพิกัดที่ 78.5 องศาตะวันออก ดาวเทียมมีอายุใช้งาน 15 ปี ปัจจุบันใกล้หมดอายุใช้งาน และอยู่ในช่วงการถ่ายโอนการให้บริการไปยัง ไทยคม 3

ไทยคม 3[แก้]

ไทยคม 3 ประกอบด้วยช่องสัญญาณความถี่ย่าน C-Band จำนวน 25 ช่องสัญญาณ และ ช่องสัญญาณความถี่ย่าน Ku-Band จำนวน 14 ช่องสัญญาณ ช่องสัญญาณแบบ Global beam ของไทยคม 3 มีกำลังในการส่งสัญญาณครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 4 ทวีป ให้บริการในทวีป เอเชีย ยุโรป ออสเตรเลีย และแอฟริกา โดยความถี่ทั้ง 2 ย่านความถี่นั้นจะให้บริการทางด้านสัญญาณรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมตรงถึงที่พักอาศัย หรือ DTH (Direct To Home) ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ไทยคม 3 โคจรบริเวณพิกัดเดียวกับ ไทยคม 2

ไทยคม 4 หรือ ไอพีสตาร์[แก้]

ดาวเทียมไอพีสตาร์ หรือ ดาวเทียมไทยคม 4 (IPStar-1 หรือ Thaicom-4) เป็นดาวเทียมรุ่น LS-1300 SX ผลิตโดย Space System/Loral พาโล อัลโต สหรัฐอเมริกา เป็นดาวเทียมดวงแรกที่ออกแบบมาเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่ความเร็ว 45 Gbps และเป็นดาวเทียมสื่อสารเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่และมีน้ำหนักมากที่สุดในปัจจุบัน มีน้ำหนักถึง 6505 กิโลกรัม ไอพีสตาร์มีช่องการสื่อสารแบบ KU-Band จำนวน 87 ช่อง และ KA-Band จำนวน 10 ช่อง มีความทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2548 ด้วยจรวดแอเรียน 5 จากดินแดนเฟรนช์เกียนาในทวีปอเมริกาใต้ มีอายุการใช้งานประมาณ 12 ปี

ไทยคม 5[แก้]

ไทยคม 5 ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ ในวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 จากฐานยิงจรวด ศูนย์อวกาศกิอานา เมืองคูรู จังหวัดโพ้นทะเลเฟรนช์ กิอานา พร้อมกับดาวเทียม SATMEX ของประเทศเม็กซิโก ไทยคม 5 เป็นดาวเทียมรุ่น Spacebus 3000A ผลิตโดย Alcatel Alenia Space ประเทศฝรั่งเศส มีพิสัยครอบคลุมถึง 4 ทวีป เป็นดาวเทียมสำหรับการถ่ายทอดสัญญาณรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมตรงถึงที่พักอาศัย หรือ Direct-to-Home (DTH) และการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ดิจิตอลความละเอียดสูง (High Definition TV)

ไทยคม 6/6A[แก้]

ไทยคม 6 ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ โดยจรวดฟัลคอน 9 บริษัท สเปซ เอ็กซพลอเรชั่น เทคโนโลยีส์ คอร์ปอเรชั่น (SpaceExploration Technologies Corporation- SPACE X) ในวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557 (ตามเวลาท้องถิ่น) ณ แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยดาวเทียมไทยคม 6 ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจร ณ ตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก (เป็นตำแหน่งเดียวกันกับดาวเทียมไทยคม 5) ประกอบด้วยย่านความถี่ Ku-Band จำนวน 8 ทรานสพอนเดอร์ มีพื้นที่การให้บริการครอบคลุมประเทศไทย และประเทศในภูมิภาคอินโดจีน และย่านความถี่ C-Band จำนวน 18 ทรานสพอนเดอร์ ที่ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทวีปแอฟริกา และมีระยะเวลาในการทำภารกิจบนอวกาศนาน 14 ปี

บริษัทลูก[แก้]

บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) (SET:CSL)[แก้]

ผู้ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของประเทศไทย บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) มีบริษัทในเครือ ได้แก่:

บริษัท ดีทีวี เซอร์วิส จำกัด (DTV Service Company Limited)[แก้]

เดิมชื่อ บริษัท ชิน บรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ต (ประเทศไทย) บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ได้จัดตั้งบริษัท บริษัท ดีทีวี เซอร์วิส ขึ้น ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2543 โดยทำหน้าที่ให้บริการด้านการทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ต ด้วยความพร้อมในด้านศักยภาพ และประสบการณ์ทางด้านสื่อสารผ่านดาวเทียม การให้บริการอินเทอร์เน็ต ตลอดจนการขยายตัวของธุรกิจ นอกจากนี้ DTV ยังเป็นผู้ให้บริการการรับชมโทรทัศน์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต (Internet Protocol TV) ภายใต้ชื่อ “iPTV” เป็นรายแรกของประเทศอีกด้วย

ปัจจุบัน บริษัท ดีทีวี เซอร์วิสจัดจำหน่ายสินค้าและให้บริการแก่ลูกค้า ดังต่อไปนี้คือ

  • บริการ SKYCAST - ลูกค้าสามารถมีสถานีวิทยุหรือโทรทัศน์ภายในองค์กร เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลที่บริษัทต้องการให้แก่พนักงานหรือลูกค้าภายนอก
  • บริการ Multimedia Online (Net TV) - เป็นบริการส่งภาพและเสียง หรือสื่อที่เรียกว่ามัลติมีเดียผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นการพัฒนาเพื่อรองรับ Interactive TV สำหรับผู้ผลิตรายการ หรือเจ้าของเนื้อหา (Content Provider) และสามารถทำการโต้ตอบแบบสองทางได้
  • บริการ “Wiworld” เป็นบริการจานดาวเทียมรุ่นใหม่ ซึ่งผู้โดยสารสามารถรับชมรายการโทรทัศน์ในขณะที่ยานพาหนะกำลังขับเคลื่อนอยู่ โดยจะติดตั้งจาน Wiworld นี้บนหลังคารถ ซึ่งจานดังกล่าวสามารถค้นหาสัญญาณดาวเทียมเองได้ และต่อเข้ากับอุปกรณ์ Set-Top-Box เพื่อการรับช่องฟรีทีวี หรืออุปกรณ์ Set-Top-Box สำหรับโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกก็ได้ โดยรับสัญญาณในย่านความถี่เคยู-แบนด์ ของดาวเทียมไทยคม 5
  • บริการ DTV - “DTV” เป็นบริการส่งสัญญาณโทรทัศน์ประเภทฟรีทีวีแบบใหม่ล่าสุด โดยใช้ย่านความถี่เคยู-แบนด์ โดย DTV เป็นจานสีเหลืองมะนาวขนาดเล็กพร้อมอุปกรณ์รับสัญญาณ (Set-Top-Box) ซึ่งให้ภาพที่คมชัดในราคาถูกที่สุดในภูมิภาคขณะนี้
  • บริการ HD CINEMA เป็นบริการส่งรายการโทรทัศน์ในระบบภาพความคมชัดสูง (High Definition Television) ผ่านระบบดาวเทียมไอพีสตาร์ตรงถึงบ้านเป็นรายแรกของประเทศ และเป็นการส่งรายการแบบ Push Video-on-Demand เป็นรายของโลกอีกด้วย โดยลูกค้าจะรับชมหรือเลือกรายการผ่านอุปกรณ์ Set-Top-Box ซึ่งจะชำระค่าสมาชิกเป็นรายเดือน

บริษัท ซี.เอส. แซทเทลไลท์โฟน จำกัด (CSP)[แก้]

เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท ซี. เอส. คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด บริษัท สหวิริยา โอเอ จำกัด และ บริษัท จักรวาล คอมมิวนิเคชั่นส์ ซีสเต็มส์ จำกัด ในสัดส่วนการร่วมลงทุนร้อยละ 80, 12 และ 8 ตามลำดับ CSP เป็นผู้ได้รับสิทธิในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านดาวเทียม (Global Mobile Personal Communication via Satellite Services : GMPCS) ของโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านดาวเทียม ไอโค (ICO)

Shenington Investments Pte. Ltd. (Shenington)[แก้]

Shenington เป็นบริษัทเพื่อการลงทุนที่จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ เพื่อลงทุนด้านการสื่อสารโทรคมนาคมในระดับนานาชาติ ซึ่ง SATTEL ได้เข้าซื้อกิจการของ Shenington เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2542 ในราคา 50 ล้านบาท ซึ่งมีธุรกิจในเครือคือ บริษัท ลาวโทรคมนาคม จำกัด และ บริษัท กัมพูชา ชินวัตร จำกัด Shenington มีบริษัทในเครือ ได้แก่:

บริษัท กัมพูชา ชินวัตร จำกัด (Cambodia Shinawatra Ltd. - CamShin)[แก้]

CamShin เป็นผู้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรคมนาคมในประเทศกัมพูชาเป็นเวลา 35 ปี มีกำหนดสิ้นสุดในปี 2571 โดยให้บริการโทรศัพท์มือถือ ภายใต้ระบบ Digital GSM 1800 MHz ทั้งแบบ Postpaid และแบบ Prepaid และบริการโทรศัพท์พื้นฐานภายใต้ระบบ Wireless Local Loop System (WLL) [1] ภายใต้ 2 คลื่นความถี่ คือ 450 MHz และ 1800 MHz ในประเทศกัมพูชา และภายหลัง ได้คลื่นเพิ่มบริการความถี่ 900 รวมถึงบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ผ่าน VoIP (Voice over IP) [2]

บริษัท ลาว โทรคมนาคม จำกัด (Lao Telecommunications Co., Ltd. - LTC)[แก้]

LTC เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Shenington กับรัฐบาลของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 49 และ 51 ตามลำดับ เพื่อดำเนินกิจการให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมแบบครบวงจรในประเทศลาว โดยมีบริการต่างๆประกอบด้วยบริการโทรศัพท์พื้นฐานระบบ Public Switched Telephone Network (PSTN), บริการโทรศพท์เคลื่อนที่ทั้ง Postpaid และ Prepaid ในระบบ GSM 900, International Direct Dialing (IDD), โทรศัพท์สาธารณะ วิทยุติดตามตัว และบริการอินเทอร์เน็ต

อ้างอิง[แก้]