ก่อแก้ว พิกุลทอง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ก่อแก้ว พิกุลทอง
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 27 มีนาคม พ.ศ. 2508 (49 ปี)
อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา
พรรคการเมือง เพื่อไทย
คู่สมรส กุลรัตน์ พิกุลทอง
ศาสนา พุทธ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และอดีตรักษาการผู้อำนวยการ องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.)

ประวัติ[แก้]

นายก่อแก้ว พิกุลทอง เกิดเมื่อ พ.ศ. 2508 ที่อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา จบการศึกษามัธยมปลายจาก โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย เคยสอบได้ที่ 1 ของภาคใต้ ในการสอบแข่งขันของสมาคมคณิตศาสตร์แห่งประเทศไทย ทั้งประเภทบุคคลและประเภททีม เมื่อปี พ.ศ. 2526[1] จบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (เกียรตินิยม) เมื่อ พ.ศ. 2531 และจบปริญญาโท ด้านการบริหารธุรกิจ หลักสูตรนานาชาติ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (เกียรตินิยม) เมื่อ พ.ศ. 2542 ในระหว่างศึกษาที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพได้รับเลือกให้เป็นประธานนักศึกษาปริญญาโท

องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์[แก้]

นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้รับการแต่งตั้งจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เป็นกรรมการและรักษาการผู้อำนวยการ องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) เมื่อสิงหาคม พ.ศ. 2548 เพื่อทำหน้าที่ศึกษาความเป็นไปได้ในการแก้ปัญหาของ ร.ส.พ. ที่ขาดทุนมานานเกือบ 20 ปี หลังจากเข้าไปทำงานศึกษาพิจารณาข้อมูลรอบด้านแล้ว ได้เสนอ 2 ทางเลือกให้คณะกรรมการพิจารณา คือ ฟื้นฟูกิจการอย่างเบ็ดเสร็จ หรือปิดกิจการ ในที่สุดคณะกรรมการฯ มีมติให้ปิดกิจการรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินกิจการมากว่า 59 ปี และเป็นการปิดกิจการรัฐวิสาหกิจที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยปิดกิจการมา (มีพนักงานประมาณ 1,600 คน) ในระหว่างที่กำลังจะปิดกิจการ ได้มีการต่อต้านจากพนักงานที่ไม่เห็นด้วยประมาณ 200 คน อย่างต่อเนื่อง นานนับเดือน แต่สามารถประคับประคองให้การปิดกิจการเป็นไปอย่างเสียหายน้อยที่สุด โดยการปิดกิจการได้ถูกมองว่า เป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มทุนเอกชนเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากธุรกิจซึ่งมีมูลค่าและสามารถแสวงหากำไรได้ โดยมีสัญญาสัมปทานกับรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานราชการและเอกชน ซึ่งได้มีการฟ้องศาลปกครองให้ระงับการยุบ รสพ. [2] สำหรับที่ดินใจกลางเมือง บริเวณซอยรางน้ำ ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี ซึ่งองค์การ ร.ส.พ. ย้ายออกไป ได้เปิดให้บริษัทคิง พาวเวอร์ จำกัด เช่าที่ดินสร้างเป็นศูนย์การค้าคิง พาวเวอร์ คอมเพล็กซ์

การเมือง[แก้]

ก่อแก้ว พิกุลทอง ได้รับการชักชวนจากจตุพร พรหมพันธุ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ให้ร่วมจัดรายการด้านเศรษฐกิจที่พีทีวี แต่ไม่เคยได้จัด เพราะสถานีไม่เคยได้รับอนุญาตจากรัฐบาลในขณะนั้นให้ออกอากาศได้ จึงไปเป็นแกนนำร่วมกับบุคคลอื่นในการต่อต้าน คมช. ที่ท้องสนามหลวงแทน

ต่อมาในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ได้อนุญาตให้สถานีโทรทัศน์ NBT ออกอากาศรายการความจริงวันนี้ ก่อแก้วจึงได้มีโอกาสร่วมรายการเป็นพิธีกรรับเชิญแทนพิธีกรคนอื่นที่ติดภารกิจ

ก่อแก้ว เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย[3] และเคยจัดรายการมหาประชาชน และรายการความจริงวันนี้ ทางสถานีประชาชน People's Channels อยู่บ่อยครั้ง ต่อมาในการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 6 ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2553 แทนนายทิวา เงินยวง จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเสียชีวิตลงนั้น นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้รับเลือกจากพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนของพรรคสมัครรับเลือกตั้งในเขตดังกล่าว[4] ผลปรากฏว่าได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 2 รองจากพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ลงสมัครจากพรรคประชาธิปัตย์[5]

ในการเลือกตั้งทั่วไป 3 กรกฎาคม 2554 นายก่อแก้ว สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 54[6] และได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เนื่องจากมีพฤติการณ์ข่มขู่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และปราศรัยพูดจายุยง ปลุกปั่น และปลุกระดม ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ซึ่งเป็นการผิดเงื่อนไขปล่อยชั่วคราว ทำให้นายก่อแก้วถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ แต่ระหว่างที่เปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายก่อแก้วได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครอง ไม่ต้องอยู่ในเรือนจำ ภายหลังปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2556 นายก่อแก้ว จึงต้องมารายงานตัวต่อศาลและฟังคำสั่งขอปล่อยชั่วคราว ศาลอาญามีคำสั่ง ไม่ให้ประกันนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.เพื่อไทย และจำเลยคดีก่อการร้าย เนื่องจากเห็นว่ายังมีพฤติกรรมข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญ นายก่อแก้ว ถูกควบคุมตัวไปยังที่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ เขาพ้นจากเรือนจำ ในวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 รวมระยะเวลาถูกจำคุก 37 วันตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555[7]

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 47[8]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. เป็นคนเรียนหนังสือดี แต่ประสบการณ์ทางการเมืองด้อยชั้นกว่า 3 เกลอ
  2. ยุบ ร.ส.พ. สนองทุนการเมือง
  3. ดารา-เสื้อแดงแห่ลงสมัครส.ส.พท.
  4. ในที่สุดก็เคาะชื่อสุดท้าย
  5. กรุงเทพธุรกิจออนไลน์. คนใช้สิทธิแค่49.55% 'พนิช'เฉือนชนะ'ก่อแก้ว'. เข้าถึง 26-07-2553.
  6. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคเพื่อไทย)
  7. http://www.dailynews.co.th/politics/203631
  8. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคเพื่อไทย)
  9. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘, ตอน ๒๔ ข, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔, หน้า ๑๘๒ ลำดับ ๒
  10. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๕, เล่ม ๑๒๙, ตอน ๓๕ ข , ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
  11. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๖