นพดล ปัทมะ (เกิด 23 เมษายน พ.ศ. 2504 ที่อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา) ทนายความประจำตระกูลชินวัตร เป็นผู้แทนทางกฎหมายในประเทศไทยของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันยุติบทบาทอาชึพทนายความของสำนักกฎหมายสากล ออกซ์ตัน ที่ตนเป็นเจ้าของเอาไว้เพราะได้เข้ามารับตำแหน่งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและงานในพรรคพลังประชาชนตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค แต่ได้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 เพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าคำแถลงการณ์ร่วมเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 190[1]
[แก้] ประวัติการศึกษา
นพดล ปัทมะ จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนโยธินบูรณะ ต่อมาในปี พ.ศ. 2525 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง)จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นเดียวกับ สุรพล นิติไกรพจน์, อภิชาติ ดำดี, วสันต์ ภัยหลีกลี้, วิฑูรย์ นามบุตร, สมคิด เลิศไพฑูรย์, อัญชลี วานิช เทพบุตร และบุญสม อัครธรรมกุล[2] และนิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง) จากมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ โดยทุนมูลนิธิอานันทมหิดล พ.ศ. 2531 ต่อมาใน พ.ศ. 2533 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยทุนมูลนิธิอานันทมหิดล และเนติบัณฑิตอังกฤษแห่งสำนักลินคอร์นอินน์ (Lincoln’s lnn) โดยทุนมูลนิธิอานันทมหิดล พ.ศ. 2534
[แก้] ประวัติการทำงาน
นพดล ปัทมะ เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในระหว่างปี พ.ศ. 2539 ถึงปี พ.ศ. 2544 เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (2538-2539) เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (2542-2544) และเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม(2542-2544) ต่อมาในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2548 ลงสมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 17 (ลาดพร้าว) สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 17,823 คะแนน เป็นอันดับที่ 2 ซึ่งไม่ได้รับการเลือกตั้ง จึงได้ตัดสินใจลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์
ต่อจากนั้นได้ย้ายเข้ามาร่วมงานการเมืองกับพรรคไทยรักไทย และเข้ามารับหน้าที่กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ยงยุทธ ติยะไพรัช) ใน พ.ศ. 2549 และได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช (6 กุมภาพันธ์ 2551-14 กรกฎาคม 2551) แต่ก็ต้องลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบภายหลังจากที่ได้ลงนามคำแถลงการณ์ร่วมกับประเทศกัมพูชา ที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าคำแถลงการณ์ร่วมเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 190
[แก้] อ้างอิง
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
|
|
|
| แกนนำหลัก |
|
|
|
| อดีตแกนนำ |
|
|
| กลุ่มแนวร่วม |
|
|
ผู้เป็นแนวร่วม
ที่มีชื่อเสียง |
|
การเมือง
|
|
|
|
ศิลปินดารา
|
|
|
|
สื่อมวลชน
|
|
|
|
ทหาร/ตำรวจ
|
|
|
|
นักธุรกิจ
|
|
|
|
นักวิชาการ
|
|
|
|
อื่นๆ
|
|
|
|
อดีตแนวร่วม
|
|
|
|
|
สื่อ
|
|
|
| เหตุการณ์สำคัญ |
|
|
|
|
|