รองศาสตราจารย์ ดร.โภคิน พลกุล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) อดีตรองประธานศาลปกครองสูงสุด อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตประธานรัฐสภา
ประวัติ[แก้]
โภคิน พลกุล เกิดวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2495 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของนายศรีกรุง พลกุล ซึ่งเป็นบุตรของเจ้าดวงพิกุล พลกุล (สกุลเดิม ณ เชียงใหม่) กับพลเรือตรี พระยาวินัยสุนทร (วิม พลกุล)[1] สืบทอดเชื้อสายเจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 3 (เป็นลำดับชั้นที่ 9 แห่งราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์)
การศึกษา[แก้]
โภคิน พลกุล จบการศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดี) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2517 ในปีถัดมาได้ศึกษาจนสำเร็จเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และปี พ.ศ. 2520 จบประกาศนียบัตรชั้นสูง กฎหมายมหาชน จากมหาวิทยาลัยปารีส 2 ประเทศฝรั่งเศส อีกสองปีถัดจากนั้นก็ได้สำเร็จประกาศนียบัตรชั้นสูง ความรู้เกี่ยวกับโลกที่สาม และ พ.ศ. 2523 สำเร็จการศึกษาปริญญาเอก กฎหมายมหาชน จากมหาวิทยาลัยแห่งเดียวกัน ไนปี25555
การทำงาน[แก้]
หลังจากจบการศึกษาในปี พ.ศ. 2517 นายโภคิน ได้เข้ารับราชการเป็นนายเวร สังกัดกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 ได้โอนมารับราชการเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ ในปี พ.ศ. 2525 และเป็นรองศาสตราจารย์ ในปี พ.ศ. 2529 ในด้านการบริหาร ได้รับแต่งตั้งเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ ในระหว่างปี พ.ศ. 2532 ถึงปี พ.ศ. 2534 และในปี พ.ศ. 2536 ถึง พ.ศ. 2538 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการบัณฑิตศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ต่อมาได้ลาออกมารับตำแหน่งทางการเมือง เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในระหว่างปี พ.ศ. 2538 ถึง พ.ศ. 2540 และเข้าทำงานด้านตุลาการในปี พ.ศ. 2543 - 2545 เป็นรองประธานศาลปกครองสูงสุด จากนั้นได้เข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคความหวังใหม่ และพรรคไทยรักไทยตามลำดับ
ในรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่อมาได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎร และได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ในปี พ.ศ. 2548 จนกระทั่งมีการยุบสภาในปี พ.ศ. 2549
ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549[2]
การดำรงตำแหน่งอื่นๆ[แก้]
- เลขาธิการสมาคมกฎหมายมหาชนแห่งประเทศไทย
- นายกสมาคมกฎหมายมหาชนแห่งประเทศไทย
- ประธานสมาพันธ์สัตว์ปีกสวยงามแห่งประเทศไทย
เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]
ต่างประเทศ[แก้]
อ้างอิง[แก้]
|
|
|
|
|
|
|
หมายเหตุ: † รัฐประหาร, * แต่งตั้ง, ! เลือกตั้ง
|
|