ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 (47 ปี)
รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์
คู่สมรส ทยา ทีปสุวรรณ

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ และ ประธานสโมสรทีมฟุตบอลบางกอกเอฟซี

ประวัติ[แก้]

ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เกิดวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 ที่ เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts) ประเทศสหรัฐอเมริกา มีชื่อเล่นว่า "ตั้น" เป็นบุตรของ นายวีระพันธุ์ ทีปสุวรรณ ประธานกรรมการ บมจ.ปูนซีเมนต์นครหลวง,บมจ.อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต,บมจ.ศรีอยุธยาประกันภัย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำเร็จการศึกษาปริญญาโท ด้านการตลาด จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นายณัฏฐพล สมรสกับ นางทยา ทีปสุวรรณ ผู้บริหารโรงเรียนศรีวิกรม์ นักธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน (สกุลเดิม "ศรีวิกรม์" เป็น บุตรีคนเล็กของ นายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ คุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนศรีวิกรม์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.อุตสาหกรรมพรมไทย หรือ "พรมไทปิง" และ บมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์) มีบุตรธิดาด้วยกันรวม 3 คน คือ ณฤทัย ทีปสุวรรณ นรุตม์ ทีปสุวรรณ และ นฤพล ทีปสุวรรณ

การทำงาน[แก้]

วงการธุรกิจ[แก้]

นายณัฏฐพล เป็นนักธุรกิจ ผู้บริหารกิจการกระเบื้องคัมพานา พรมไทปิง และพรม Royal Thai เคยเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท อุตสาหกรรมพรมไทย จำกัด (มหาชน) และ กรรมการบริหาร บริษัท ไทย-เยอรมัน เซรามิค อินดัสทรีย์ จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท รอยัลไทย จำกัด ประจำสาขาดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดูแลการขยายตลาดพรม แบรนด์ "Royal Thai" ในพื้นที่ประเทศตะวันออกกลาง โดยประสานกับพาร์ตเนอร์ต่างประเทศจากดูไบ คือ เดป้า อินทีเรีย ในเครือเดป้ายูไนเต็ดกรุ๊ป บริษัทออกแบบตกแต่งภายในรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และติดอันดับ Top 5 ของโลก

วงการการเมือง[แก้]

นายณัฎฐพล ผันตัวเองเข้าสู่วงการเมืองโดยลงสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งแรก ในการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ผลการเลือกตั้งได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 4 ไม่ได้รับเลือกตั้ง โดยแพ้ นายสุวัฒน์ วรรณศิริกุล รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และภายหลังการเลือกตั้ง นายณัฏฐพล ได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ให้ดำรงตำแหน่งเป็น ผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาในการเลือกตั้งซ่อม 11 มกราคม พ.ศ. 2552 นายณัฏฐพล ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งและได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขต 10 (ราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ บางบอน บางขุนเทียน) ได้รับคะแนนมากกว่า นายจารุวงศ์ เรืองสุวรรณ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ประมาณ 2 หมื่นคะแนน

วงการกีฬา[แก้]

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ มีชื่อเรียกในวงการกีฬาว่า "บิ๊กตั้น" เริ่มต้นจากการดำรงตำแหน่ง เหรัญญิกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย ในยุค ดร.ณัฐ อินทรปาณ นายกสมาคมฯ คนก่อน โดยได้เข้าไปปรับกระบวนการการเงินของสมาคม ปรับปรุงสิทธิประโยชน์นักกีฬา และปรับปรุงการหาแหล่งเงินทุนสนับสนุน ต่อมา ผศ.ดร.พิมล ศรีวิกรม์ พี่ชายคนโตของภรรยา ได้ขึ้นดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมฯ ช่วงต้นปี พ.ศ. 2550 นายณัฏฐพลได้รับเลือกให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น เลขาธิการสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ผู้จัดการทีมชาติไทย นำทีมนักกีฬาเทควันโดไทย เข้าร่วมการแข่งขันเทควันโดชิงแชมป์โลก ดับเบิลยูทีเอฟ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2007 ระหว่างวันที่ 18-22 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ผลการแข่งขันทีมชาติไทยได้ครองอันดับ 2 รองจากประเทศเกาหลีใต้ โดยมีนักกีฬาจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมแข่งขันมากกว่า 70 ประเทศ ปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานสโมสรทีมฟุตบอลบางกอกเอฟซี

กระแสข่าวเกี่ยวกับตระกูล "ทีปสุวรรณ"[แก้]

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ นักวิจัย มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เคยเขียนบทความเรื่อง "10 ตระกูล เจ้าสัวธนกิจการเมือง" ตีพิมพ์ใน หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2549 หน้า 2 ระบุว่า ตระกูล "ทีปสุวรรณ" เป็นเจ้าของ บมจ.ลานนาลิกไนต์ (ทำเหมืองแร่ถ่านหินและผลิตกระแสไฟฟ้า) มีรายได้รวม 394.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนับเป็น ตระกูลเจ้าสัวธนกิจการเมือง ลำดับที่ 8 และมีการนำเสนอเรื่องดังกล่าว ในการสัมมนาวิชาการของ มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2549 ระหว่างวันที่ 9-10 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้ จอมเทียน จังหวัดชลบุรี[1]

จากเรื่องดังกล่าว นายวีระพันธุ์ ทีปสุวรรณ ได้ทำหนังสือถึง บรรณาธิการ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ชี้แจงว่า ไม่มีผู้ใดนามสกุล ทีปสุวรรณ ถือหุ้นใน บมจ.ลานนาลิกไนต์ และไม่มีผู้ใดนามสกุล ทีปสุวรรณ เป็น เจ้าสัวธนกิจการเมือง หรือประกอบธุรกิจธนกิจการเมือง โดยได้รับสัมปทานรัฐเป็นพิเศษ ตามที่มีการระบุในบทความแต่อย่างใด

ปัจจุบัน บมจ.ลานนาลิกไนต์ ในบทความดังกล่าว ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บมจ.ลานนารีซอร์สเซส ใช้ชื่อใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า "LANNA"

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]