นายพจน์ สารสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 9 ของประเทศไทย
ประวัติและครอบครัว[แก้]
นายพจน์ สารสิน เกิดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2448 ที่บ้านพักถนนสุรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของพระยาสารสินสวามิภักดิ์ (เทียนฮี้) กับคุณหญิงสุ่น สมรสกับคุณหญิงศิริ สารสิน ศึกษาที่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่อกลับสู่ประเทศไทยเข้าเรียนวิชากฎหมาย จนสอบได้เนติบัณฑิตไทยเมื่อปี พ.ศ. 2472 และศึกษาวิชากฎหมายในประเทศอังกฤษ
โดยที่บิดา คือ พระยาสารสินสวามิภักดิ์ (เทียนฮี้; จีน: 黄天喜)[1] นั้นเป็นแพทย์ชาวจีนอพยพเชื้อสายไหหลำที่เดินทางมาอาศัยยังประเทศไทยตั้งแต่ราว พ.ศ. 2443 และรับราชการเป็นแพทย์หลวงประจำราชสำนัก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยตระกูลสารสินถือเป็นตระกูลนักธุรกิจที่มั่งคั่งและมีชื่อเสียงตระกูลหนึ่ง และมีสายสัมพันธ์อันดีกับทางราชการมาโดยตลอด[2] นายพจน์สมรสกับคุณหญิงสิริ สารสิน มีบุตรธิดารวมกันทั้งหมด 5 คน โดยที่บุตรชาย 2 คนแรก คือ นายพงส์ สารสิน เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง และ พลตำรวจเอกเภา สารสิน เป็นอดีตอธิบดีกรมตำรวจ, บุตรชายคนที่ 3 นายบัณฑิต บุญยะปาณะ เป็นอดีตปลัดกระทรวงการคลัง และนายอาสา สารสิน เป็นอดีตราชเลขาธิการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ[3][4][5]
ชีวิตการเมือง[แก้]
นายพจน์ สารสิน เริ่มบทบาททางการเมืองด้วยการสนับสนุนของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกวุฒิสภา เมื่อปี พ.ศ. 2490 และเข้าร่วมรัฐบาลในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศในปี พ.ศ. 2491 และต่อมาในปี พ.ศ. 2492 ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่ภายหลังได้ลาออกเนื่องจากมีความเห็นขัดแย้งกับรัฐบาลเกี่ยวกับการรับรองรัฐบาลเบาได๋ แห่งเวียดนามใต้
งานระหว่างประเทศ[แก้]
ระหว่างปี พ.ศ. 2495 - พ.ศ. 2500 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกาและทำหน้าที่ผู้แทนของประเทศไทยประจำองค์การสหประชาชาติ และในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2500 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ส.ป.อ.)
การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี[แก้]
นายพจน์ สารสิน ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2500[6] หลังจากการทำรัฐประหารของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ภารกิจสำคัญของรัฐบาลคือจะต้องเร่งจัดการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้บริสุทธิ์และยุติธรรมอันเป็นสิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง และเป็นเหตุผลที่จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ใช้เป็นข้ออ้างในการ ยึดอำนาจจากรัฐบาลชุดเก่า หลังจากที่ได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว นายพจน์ สารสิน ก็ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และกลับไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ส.ป.อ. ตามเดิม หลังชีวิตราชการท่านพำนักอยู่ที่บ้านพักในกรุงเทพมหานคร และยุติบทบาททางการเมืองโดยสิ้นเชิง จนถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2543 รวมอายุได้ 95 ปีเศษ [7]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]
อ้างอิง[แก้]
|
|
|
|
|
|
|
|
ในวงเล็บ คือ สมัยที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของบุคคลนั้น
|
|
|
|
|
|
กระทรวงเกษตรพาณิชยการ (2475 - 2476)
|
|
|
|
|
|
|
|
กระทรวงเศรษฐการ (2476 - 2484)
|
|
|
|
|
|
|
กระทรวงเศรษฐกิจ (2484 - 2485)
|
|
|
|
|
|
|
กระทรวงพาณิชย์ (2485 - 2495)
|
|
|
|
|
|
|
กระทรวงเศรษฐการ (2495 - 2514)
|
|
|
|
|
|
|
กระทรวงพาณิชย์ (2515 - ปัจจุบัน)
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
เสนาบดีกรมพระคลังมหาสมบัติ
|
|
|
|
|
|
|
|
เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ
|
|
|
|
|
|
|
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
"ตัวเอียง" หมายถึง ผู้รักษาการ
|
|