ขัตติยะ สวัสดิผล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พลตรี ดร.ขัตติยะ สวัสดิผล
เสธ.แดง.jpg
พล.ต.ดร.ขัตติยะ สวัสดิผล
เกิด 2 มิถุนายน พ.ศ. 2494
อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี
เสียชีวิต 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 (58 ปี)
โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพ
การศึกษา ปริญญาเอก สาขาบริหารรัฐกิจ University of Northern Philippines
อาชีพ ทหารไทย
ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก
คู่สมรส นาวาเอก (พิเศษ) หญิง จันทรา สวัสดิผล
บุตร นางสาวกิตติยา สวัสดิผล
นางสาวขัตติยา สวัสดิผล

เด็กชายนักรบ สวัสดิผล
(ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นบุตรจริงหรือไม่)[1]

พลตรี ดร. ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ เสธ.แดง (2 มิถุนายน พ.ศ. 249417 พฤษภาคม พ.ศ. 2553[2]) เป็นทหารบกชาวไทย เริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปเมื่อมีคดีความการรื้อบาร์เบียร์ย่านซอยสุขุมวิท 10 และถูก พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฟ้องเรียกค่าเสียหายที่กล่าวหาว่า พล.ต.อ.สันต์ มีพฤติกรรมในการใช้อำนาจโดยมิชอบและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งทุจริตการจัดซื้อ-จัดจ้าง การทำสำนวนคดีรื้อถอนบาร์เบียร์ที่มีพฤติการณ์ช่วยเหลือนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และเป็นผู้มีส่วนร่วมในการอุ้มนายชูวิทย์จากโรงแรมดิเอมเมอรัลด์ รัชดาภิเษก จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเขียนหนังสือ คม...เสธ.แดง ขึ้น อันเป็นหนังสืออัตชีวประวัติและรวบรวมความคิดคำพูดของ พล.ต.ขัตติยะ เอง

ประวัติ[แก้]

เสธ.แดง เป็นชาวอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2494 โดยปู่เป็นชาวมอญย่านวัดขนอน โพธารามมอญ [3] เป็นบุตรชายคนสุดท้องของ ร.อ.สนิท สวัสดิผล และนางสอิ้ง สวัสดิผล(นามสกุลเดิมแก่นน้อย) จากจำนวนพี่น้อง 4 คนซึ่งเป็นหญิง 3 คนและชาย 1 คน

ชื่อพี่-น้อง 1.นางจินตนา ทรงเสนา (จิน) 2.นาง มิ่งขวัญ ทองเผือก (อึ่ง) 3.นางเจียรนัย มัจกิจบริวาร (หนิง) 4.พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล (แดง)

จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนศรีวิกรม์ การศึกษาด้านการทหาร จบโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 11, โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 22 และโรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุ่นที่ 63 ได้เรียนต่อปริญญาตรี ครุศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำเร็จการศึกษาปี 2528 ปริญญาโท คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ สำเร็จการศึกษาปี 2539 ปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม สำเร็จการศึกษาปี 2545 ปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง สำเร็จการศึกษาปี 2547 และจบปริญญาเอก สาขาบริหารรัฐกิจ University of Northern Philippines สำเร็จการศึกษาปี 2551

เสธ.แดง สมรสกับ นาวาเอก (พิเศษ) หญิง จันทรา สวัสดิผล (เสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็ง) มีบุตรสาวด้วยกันทั้งหมด 1 คน ชื่อ นางสาวขัตติยา สวัสดิผล (ชื่อเล่น: เดียร์) ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย

หลังการเสียชีวิต ได้มีผู้หญิงที่อ้างว่ามีลูกกับเสธ.แดงเปิดเผยตัวขึ้น คือ น.ส.ลัดดาวัลย์ พลฤทธิ์ เป็นอดีตผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง โดยรู้จักกับกับ เสธ.แดงในปี พ.ศ. 2546 จากนั้นทั้งคู่จึงมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง จนกระทั่ง น.ส.ลัดดาวัลย์ได้ตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายออกมาในต้นปี พ.ศ. 2547 ชื่อ ด.ช.นักรบ สวัสดิผล (ชื่อเล่น: แดงน้อย) ซึ่งเป็นชื่อที่เสธ.แดงตั้งให้ โดยเสธ.แดงได้ให้การดูแลรับผิดชอบเป็นอย่างดี และในปัจจุบันได้รับการยืนยันจากศาลแล้วว่าเป็นลูกเสธ.แดงจริง[4] นอกจากนี้แล้วยังมีบุตรสาวอีกหนึ่งคน ซึ่งเป็นพี่สาวของ น.ส.ขัตติยา แต่คนละมารดา คือ น.ส.กิตติยา สวัสดิผล (ชื่อเล่น: เก๋)[5]

เสธ.แดง มีเว็บไซต์ของตนเองชื่อว่า www.sae-dang.com ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น www.sae-dang.net ที่วิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์การเมืองการทหารอย่างดุเดือด โดยบุคคลหรือแฟนคลับที่ชื่นชอบจะชอบเรียกชื่อ เสธ.แดง อย่างเคารพว่า "อาแดง" โดยเสธ.แดงใช้นามแฝงโต้ตอบในเว็บบอร์ดว่า "เสธ.แดง" รหัสเรียกขาน "อาชา" ปัจจุบันเว็บไซต์ได้ปิดตัวลงแล้ว โดยได้มีแฟนคลับของเสธ.แดงได้เปิดกลุ่มในเฟสบุ๊คชื่อว่า แฟนคลับเสธ.แดง

รับราชการ[แก้]

เสธ.แดง เข้ารับราชการครั้งแรกในกองพันทหารราบที่ 4 ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี และเติบโตมาในสายทหารม้า เคยได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายทหารพิเศษ ประจำกองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ เมื่อปี 2543 เคยเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าในช่วงปี 2529 เป็นนายทหารติดตามของ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก รองนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และเคยเป็นนายทหารคนสนิทของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในรัฐบาล นายชวน หลีกภัย และดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกเป็นตำแหน่งสุดท้าย

บทบาททางการเมือง[แก้]

พล.ต.ขัตติยะ เคยได้รับหน้าที่ในราชการการเมืองครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2536 ในฐานะนายทหารติดตาม พลตรีสมบัติ รอดโพธิ์ทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และ ส.ส.พรรคพลังธรรม ในปีถัดมาได้ทำหน้าที่นายทหารติดตาม พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก รองนายกรัฐมนตรี และเป็นคณะทำงานของ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม (พ.ศ. 2541) และรองนายกรัฐมนตรี (พ.ศ. 2542)[6]

ในทางการเมืองในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เสธ.แดง ก็ได้แสดงบทบาทของตนเองออกมา ในตอนแรกได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงาน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในปัญหาการฆ่าตัดตอนในสงครามกวาดล้างยาเสพติด ซึ่งทำให้เกิดปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และการปล้นปืนขึ้น ซึ่งเสธ.แดงเห็นว่าไม่ถูกต้อง รวมทั้งในประเด็นที่ เสธ. แดงได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ [7]

ในการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อ พ.ศ. 2551 การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เข้ายึดทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ขัตติยะก็ได้ไปปรากฏตัวใกล้ที่ชุมนุมด้วยโดยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าเข้ามาสังเกตการณ์ แต่ต่อมาไม่นาน พล.ต.ขัตติยะก็ได้เปลี่ยนท่าทีใหม่โดยสิ้นเชิง ได้แสดงท่าทีและวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มพันธมิตรฯ หลังจากการนำประเด็นเขาพระวิหารมาเป็นประเด็นทางการเมือง ทำให้เกิดปัญหาระหว่างประเทศ ซึ่งกลุ่มพันธมิตรได้วิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในฐานะผู้บัญชาการทหารบกนิ่งเฉยในประเด็นเขาพระวิหาร โดยพล.ต.ขัตติยะ ในช่วงแรกได้ออกมาปกป้อง พล.อ.อนุพงษ์ ทั้งในเรื่องประเด็นทุจริตรถเกราะยูเครน 8 ล้อ และประเด็นเรื่องเขาพระวิหาร ซึ่งพล.ต.ขัตติยะออกมาโต้แทนว่า พล.อ.อนุพงษ์ ท่านหน่อมแน้ม จึงโดนตั้งคณะกรรมการสอบวินัย ซึ่งผลการสอบไม่มีความผิดแต่ห้ามวิพากษ์วิจารณ์ผู้บังคับบัญชา

ในเหตุการณ์ยึดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง เสธ.แดงได้วิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ พล.อ.อนุพงษ์ ในฐานะ ศอฉ. อีกครั้งว่าปล่อยให้พันธมิตรยึดสนามบินไม่ยอมนำกำลังออกมาช่วยรัฐบาลตามที่มีคำสั่งจาก นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในการปราบปรามกลุ่มพันธมิตร นอกจากนี้ยังนำผู้นำเหล่าทัพไปให้สัมภาษณ์ช่อง 3 ในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ บอกให้ นาย สมชาย วงษ์สวัสดิ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยหลังจากจุดๆนี้เป็นต้นไป พล.ต.ขัตติยะได้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกลุ่มพันธมิตรและพล.อ.อนุพงษ์ จนกระทั่งถูกคำสั่งพักราชการในเดือนมกราคม 2553 ในข้อหาวิพากษ์วิจารณ์ผู้บังคับบัญชา ซึ่งเสธ.แดงไม่ยอมรับ โดยอ้างว่ากองทัพไม่มีอำนาจในการสั่งพักราชการตน เนื่องจากตนเป็นถึงนายทหารระดับนายพล[8]

ต่อมา พล.ต.ขัตติยะก็ได้ประกาศตัวว่า จะช่วยทำหน้าที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้ กลุ่ม นปช. โดยตระเวนไปปราศรัยที่เวทีคนเสื้อแดงทั่วประเทศให้ความรู้ทางการเมืองแก่กลุ่มเสื้อแดงตามจังหวัดต่างๆ โดยได้มีกลุ่มทหารพรานอาสามาช่วย เสธ.แดง ในการรักษาความปลอดภัยให้กลุ่มเสื้อแดง ซึ่งในเรื่องนี้ทำให้กลายเป็นประเด็นปัญหาปะทะคารมกับ พล.อ.อนุพงษ์ ทางสื่อมวลชนติดต่อกันหลายสัปดาห์ โดยทำให้นายทหารระดับสูงในหลายส่วนของกองทัพบกได้ออกมาวิจารณ์การกระทำของ พล.ต.ขัตติยะ กล่าวหาไม่เคารพผู้บังคับบัญชา คือ พล.อ.อนุพงษ์ รวมทั้งได้แสดงออกถึงการร่วมใจปกป้องศักดิ์ศรีของกองทัพด้วย[9]

ในทางการเมือง พล.ต.ขัตติยะ ได้มีแนวคิดจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา ในชื่อ พรรคเสธ.แดง เพื่อลงเลือกตั้งในปลายปี 2550 โดยมีจุดมุ่งหมายคือ แยกอำนาจสอบสวนออกจากตำรวจและตั้งหน่วยงานอิสระขึ้นมาดูแลแทน โดยตำรวจมีหน้าที่จับกุมและส่งตัวมาให้หน่วยงานสอบสวน แต่ไม่ได้รับการรับรองให้จดทะเบียนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. โดยนางสดศรี สัตยะรรม ให้เหตุผลว่าเป็นชื่อบุคคลไม่สามารถนำมาตั้งชื่อพรรคได้ โดยส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ โดยเรื่องชื่อพรรคนี้เรื่องค้างอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ 2 ปีเต็มไม่มีความคืบหน้า เพราะมีเรื่องเร่งด่วนรอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินอีกหลายเรื่อง จึงขอถอนเรื่องออกมาและมาจัดตั้งใหม่ ในนามว่า พรรคขัตติยะธรรม ซึ่งแปลว่า ธรรมของพระราชา

เหตุการณ์ลอบสังหาร[แก้]

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ขัตติยะ สวัสดิผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเล็กยาวซุ่มยิง ขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างประเทศบริเวณแยกศาลาแดง หลังจากนั้น พล.ต.ขัตติยะ ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว[10]และโรงพยาบาลวชิรพยาบาลตามลำดับ[11] อาการของ พล.ต.ขัตติยะ อยู่ในสภาพทรงตัวมาตลอดจนกระทั่งเสียชีวิตด้วยภาวะไตวายเฉียบพลันเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 09.20 น.[2] โดยมีกำหนดการพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร ในวันที่ 22 มิถุนายน 2553 เวลา 17.00 น.

การวิเคราะห์ผู้บงการ[แก้]

หนังสือพิมพ์มติชนได้วิเคราะห์ "6 โจทก์" ซึ่งอาจเป็นผู้บงการการลอบสังหาร ได้แก่[12]

  1. เหตุพิพาทกับ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อครั้งที่ พล.ต.ขัตติยะ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.ต.อ.สันต์ ถึงนโยบายการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าทำให้ภาคใต้ "ลุกเป็นไฟ" และเป็นที่มาของการฆ่าตัดตอน พล.ต.อ.สันต์ ถึงกับประกาศเป็นศัตรูกัน
  2. ความขัดแย้งกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กรณีการยิงเอ็ม 79 เข้าใส่กลุ่มคนเสื้อเหลืองหลายครั้งระหว่างการชุมนุมเมื่อปี พ.ศ. 2551 ซึ่งเชื่อกันว่า เสธ.แดง อยู่เบื้องหลัง
  3. ความขัดแย้งกับกองทัพ ในกรณีที่ พล.ต.ขัตติยะใช้คำพูดหยามศักดิ์ศรี เรื่องความเป็นตุ๊ดเป็นแต๋วของนายทหารระดับนายพลในกองทัพ รวมไปถึงกรณีการเสียชีวิตของ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม เนื่องจากถูกกระสุนที่ศีรษะ ซึ่งคาดว่าเป็นการกระทำของ "คนชุดดำ"
  4. ความขัดแย้งภายในกลุ่มคนเสื้อแดง ระหว่างกลุ่มเคลื่อนไหวที่มีวีระ มุสิกพงศ์เป็นผู้นำ กับกลุ่ม "ฮาร์ดคอร์" ที่มีเสธ.แดง เป็นผู้นำ โดย พล.ต.ขัตติยะ ได้ประกาศว่าจะแต่งตั้ง อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง เป็นแกนนำทันทีถ้ากลุ่มของ วีระ มุสิกพงศ์เลิกการชุมนุมโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังไม่ยุบสภาหรือลาออก ซึ่งถือว่าผิดวัตถุประสงค์ที่ประกาศไว้ตั้งแต่ต้นของการชุมนุม
  5. กลุ่มนายทหาร จปร.ที่ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งต้องการใช้เสธ.แดง เป็นชนวนสงครามการเมือง เพราะเชื่อว่า หาก เสธ.แดง เสียชีวิต จะมีการโยนความผิดไปให้รัฐบาลและกองทัพ อีกทั้งยังเป็นการปลุกระดมกลุ่มคนเสื้อแดงให้ต่อสู้ต่อไป
  6. กลุ่มการเมืองที่จะได้ประโยชน์จากสถานการณ์แห่งความขัดแย้งเพราะการยิง "เสธ.แดง" โดยเชื่อว่าการเสียชีวิตของ เสธ.แดง จะนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงกับรัฐบาล

นอกเหนือจาก 6 โจทก์ที่น่าจะเป็นมูลเหตุทำให้เสธ.แดงถูกลอบยิงแล้ว ยังมีมูลเหตุอีก ดังนี้

  1. หน่วยงานที่ควบคุมสถานการณ์ขณะนั้น คือ ศูนย์อำนวยการและแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งอาจจะมองแบบยุทธวิธีว่า เสธ.แดงคือแม่ทัพของกลุ่มเสื้อแดง ถ้าเสื้อแดงไม่มีแม่ทัพแล้วจะทำให้ฝ่าย ศูนย์อำนวยการและแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นต่อทางยุทธวิธี และการตายของเสธ.แดง อาจจะทำให้สลายผู้ชุมนุมง่ายขึ้น
  2. เหตุ ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่า[13] "ผมว่าปล่อย เสธ.แดงปลุกระดมคนไปเรื่อยๆ เหตุการณ์จะรุนแรงกว่านี้ ผมว่าวิธีที่จะตัดไฟแต่ต้นลม คือจัดการ เสธ.แดงไปซะ" ทั้งนี้ ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล สมัยเรียนโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ได้เคยเป็นลูกศิษย์ของเสธ.แดงมาก่อน แต่ด้วยความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันจึงทำให้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน
  3. เหตุพิพาทกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เรื่องคดีบ่อนประตูน้ำ ที่เสธ.แดงเข้าไปช่วยเหลือผู้ต้องหาในคดี จึงเป็นเหตุให้ตอบโต้ผ่านสื่อจนสุดท้ายการเป็นคดีฟ้องร้องหมื่นประมาทกันในศาล

วิเคราะห์จุดที่ใช้ปืนซุ่มยิง[แก้]

  1. อาคาร ภปร. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์[14]

ประเด็นการใช้ปืนซุ่มยิง[แก้]

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงว่า สำหรับความคืบหน้าในการสอบสวนคดีการเสียชีวิตของพล.ต.ขัตติยะ นั้นเบื้องต้นดีเอสไอพบว่าพล.ต.ขัตติยะ ถูกยิงด้วยกระสุนความเร็วสูง ซึ่งมักใช้กับอาวุธที่ใช้กันในกลุ่มของเจ้าหน้าที่รัฐ และในวันที่เกิดเหตุมีข้อมูลเป็นเอกสารคำสั่งอย่างชัดเจนว่าศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการณ์เข้าดูแลพื้นที่โดยรอบการชุมนุมและบริเวณตึกสูงโดยรอบที่เกิดเหตุทั้งหมด และดีเอสไอมีรายชื่อเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการณ์ในส่วนของเจ้าหน้าที่ทหารจากกองบัญชาการทหารอากาศ แต่ในส่วนของกองทัพบก กองทัพเรือและตำรวจ ที่ได้ขอความร่วมมือไปแล้วตั้งแต่ปี 2554 แต่ยังใม่ได้รับการแจ้งข้อมูลกลับมา[14]

ผลงานด้านการเขียน[แก้]

พล.ต.ขัตติยะ มีความสามารถด้านการเขียนหนังสือที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ในสไตล์การเขียนที่คล้ายกับเล่าให้ฟัง จนทำให้คนอ่านรู้สึกเหมือนได้ฟังการบอกเล่ามากกว่าการอ่านในแนววิชาการ โดยใช้นามปากกาว่า ยะ ยี่เอ๋ง ซึ่ง ยะ มีที่มาจากชื่อจริงคือ ขัตติยะ ส่วน ยี่เอ๋ง มีที่มาจากตัวละครตัวหนึ่งในวรรณคดีสามก๊ก (ยี่เอ๋ง) ซึ่งเพื่อน ๆ โรงเรียนนายร้อย จปร. รุ่น 22 ตั้งฉายาให้[15] เนื่องจากว่าเห็นว่ามีบุคลิกคล้ายเจ้าตัวมากที่สุด ซึ่งในสมัยที่เรียนจบแยกย้ายกันไปทำงาน พล.ต.ขัตติยะเคยได้เขียนเรื่องราวต่าง ๆ ในระหว่างการทำงานและประสบการณ์ในสนามรบ บอกเล่าให้เพื่อน ๆ อ่านกันใน วารสารฟ้าหม่น โดยใช้นามปากกาว่า ยะ ยี่เอ๋ง ด้วยเช่นกัน

จนกระทั่งเมื่อ พล.ต.ขัตติยะได้มีเรื่องกับ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2545-พ.ศ. 2546 จึงได้มีโอกาสได้เขียนหนังสือขึ้นมาอย่างจริงจัง คือหนังสือ คม...เสธ.แดง ภาค 1 เพื่อบอกเล่าถึงเรื่องราวในคดีความและความเป็นไปในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เขาได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปเสาะหาข้อมูลมาตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2547 ตลอดจนเรื่องราวในสนามรบสมรภูมิต่าง ๆ ที่เขาได้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ในแบบข้อมูลเชิงลึกและมีภาพประกอบจากสถานที่จริง ภาพการ์ตูนบอกเล่า รวมถึงคำบรรยายใต้ภาพที่สื่อให้จินตนาการตามอย่างสนุกสนาน ในเวลาต่อมาก็ได้เขียนภาคอื่นตามมาเป็น คม...เสธ.แดง ตั้งแต่ภาค 1-7 และภาคพิเศษที่จัดทำขึ้นเพื่อบอกเล่าเรื่องราวประวัติชีวิตส่วนตัวในอีกมุมหนึ่งของ เสธ.แดง ในชื่อหนังสือ ลูบคม...เสธ.แดง ที่เขียนโดยผู้ใช้นามปากกา ANGEL 007

พล.ต.ขัตติยะ ได้เขียนหนังสือค้างไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 จนวาระสุดท้ายของชีวิตก็ยังเขียนไม่เสร็จ คือหนังสือ คม...เสธ.แดง ภาค 8 โดยส่วนตัวแล้ว พล.ต.ขัตติยะใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นผู้บังคับบัญชากองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.ม.2 รอ.) เพื่อต้องการจัดตั้งหน่วยทหารม้าอากาศให้สำเร็จ และ ผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพื่อต้องการลงไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. อ้างเป็นเมีย"เสธ.แดง"พาลูกกราบศพพ่อ จากคมชัดลึก
  2. 2.0 2.1 ปิดตำนาน เสธ.แดง เสียชีวิตอย่างสงบ. ไทยรัฐออนไลน์ (17 พฤษภาคม 2553). สืบค้นวันที่ 17 พฤษภาคม 2553
  3. เสธ.แดง-พล.ต. ดร.ขัตติยะ สวัสดิผล..คนราชบุรี..ถูกปลิดชีพ
  4. http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1368185884&grpid=&catid=01&subcatid=0100
  5. ประชาชนแห่ร่วมงานศพ“เสธ.แดง”แน่น จากเดลินิวส์
  6. ประวัติส่วนตัว พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล
  7. เสธ แดง เปิดโปงทักษิณล้มเจ้า
  8. เสธ.แดงฉุนถูกพักราชการ
  9. ผบ.17กองพันอัดเสธ.แดง
  10. หาม"เสธ.แดง"ส่งร.พ.. กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ (13 พฤษภาคม 2553). สืบค้นวันที่ 13 พฤษภาคม 2553
  11. ย้ายเสธ.แดงมารักษาตัวที่วชิรพยาบาล. กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ (13 พฤษภาคม 2553). สืบค้นวันที่ 13 พฤษภาคม 2553
  12. มติชนออนไลน์. (14 พฤษภาคม 2553). วิเคราะห์ ใครบงการสั่งฆ่า"เสธ.แดง" 6 โจทก์ 6 ประเด็น ที่ไม่ควรมองข้าม. สืบค้น 18 กรกฎาคม 2553
  13. ผู้กองปูเค็ม หาญกล้าต่อกร เสธ.แดง. (15 พฤษภาคม 2553). ผมว่าปล่อย เสธ.แดงปลุกระดมคนไปเรื่อยๆ เหตุการณ์จะรุนแรงกว่านี้ ผมว่าวิธีที่จะตัดไฟแต่ต้นลม คือจัดการ เสธ.แดงไปซะ
  14. 14.0 14.1 เผยภาพวิถีกระสุนยิง เสธ.แดง มาจากตึกที่ รพ.จุฬาฯ. (19 มี.ค. 56). เผยภาพวิถีกระสุนยิง เสธ.แดง มาจากตึกที่ รพ.จุฬาฯ
  15. จาก ยีเอ๋ง ถึง เสธ.แดง จากโอเคเนชั่น

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]