จักรภพ เพ็ญแข

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จักรภพ เพ็ญแข
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 – 17 กันยายน พ.ศ. 2551
นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช
สมัยก่อนหน้า ทิพาวดี เมฆสวรรค์
ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์
ประสิทธิ์ โฆวิไลกูล
สมัยถัดไป สุขุมพงศ์ โง่นคำ
สุพล ฟองงาม
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
9 ธันวาคม พ.ศ. 2546 – 14 มีนาคม พ.ศ. 2548
สมัยก่อนหน้า ศิธา ทิวารี
สมัยถัดไป เฉลิมเดช ชมพูนุท
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 21 ตุลาคม พ.ศ. 2510 (46 ปี)
ศาสนา พุทธ

นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ลาออก 30 พฤษภาคม 2551) ในรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตผู้บริหารสถานีโทรทัศน์พีทีวี อดีตผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ อดีตนักวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศที่มีชื่อเสียง และเป็นผู้เปลี่ยนแปลงการบริหารงานสถานีโทรทัศน์แห่งชาติของ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จากเดิมคือ Television of Thailand (Channel 11) ไปสู่การเป็นทีวีแห่งชาติในสภาพที่ 2 ที่เรียกว่า National Broadcasting Services of Thailand

ประวัติ[แก้]

นายจักรภพ เพ็ญแข เกิดวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2510[1] มีชื่อเล่นว่า “เอก” ศึกษาชั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้น สอบเข้าศึกษาต่อ ที่คณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อจบปริญญาตรีแล้ว จึงเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ที่ The Paul H. Nitze School of Advanced International Studies (SAIS) มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา แต่มิได้จัดทำดุษฎีนิพนธ์ จึงถือว่าไม่จบหลักสูตรปริญญาเอก และมิได้รับวิทยฐานะเป็นดอกเตอร์[ต้องการอ้างอิง]

เริ่มการทำงานครั้งแรกกับเครือเจริญโภคภัณฑ์อยู่ระยะหนึ่ง แล้วลาออกไปเข้ารับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ทูต กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ต่อมาได้ลาออกมาทำงานสื่อมวลชนเต็มตัว โดยเป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์หลายรายการ เป็นระยะเวลากว่าสิบปี ภายหลังเข้าสู่วงการเมือง

การเมือง[แก้]

ได้รับการแต่งตั้งเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ต่อมาไม่นาน ก็ลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนามพรรคไทยรักไทย แต่ไม่ได้รับเลือกถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรก การเลือกตั้ง พ.ศ. 2548 นายจักรภพลงเลือกตั้งที่กรุงเทพฯ เขต 30 แทน นายจักรพันธุ์ ยมจินดา ว่าที่ผู้สมัครคนเดิมที่ถูก ศาลจังหวัดระยอง พิพากษาว่ามีความผิดใน คดีหมิ่นประมาท พ.ต.ท.พณาเจือเพ็ชร์ กฤษณะราช ทำให้นายจักรพันธุ์ ต้องเว้นวรรคทางการเมือง 10 ปี ผลการเลือกตั้ง นายจักรภพ แพ้ผู้สมัครจาก พรรคประชาธิปัตย์ คือ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ต่อมาครั้งที่สองใน การเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 นายจักรภพ เป็นผู้สมัครเพียงคนเดียวใน เขต 5 กรุงเทพมหานคร แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง เนื่องจากได้คะแนนเพียง 22,231 คะแนน คิดเป็น 17.27% ในขณะที่มีผู้ลงช่องไม่ลงคะแนน ถึง 55,141 คะแนน [2][3] อย่างไรก็ตามต่อมา นายจักรภพ ได้รับแต่งตั้งเป็น รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลทักษิณ 2

หลังจาก คดียุบพรรคไทยรักไทย นายจักรภพ พร้อมด้วยกลุ่มผู้บริหารสถานีโทรทัศน์พีทีวี และองค์กรต่อต้านเผด็จการ เป็นแกนนำจัดเวทีปราศรัยต่อต้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ขึ้นที่ท้องสนามหลวง ใช้ชื่อว่า แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.)

หลังจากชัยชนะของพรรคพลังประชาชน โดยมีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายจักรภพ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่กำกับดูแลสื่อมวลชนภาครัฐ ในวันที่ 1 เมษายน ปีเดียวกัน นายจักรภพ เป็นประธานในการเปลี่ยนแปลง สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 เป็น สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที)

ข้อวิพากษ์วิจารณ์[แก้]

ปาฐกถาเรื่องระบบอุปถัมภ์ในประเทศไทย[แก้]

นายจักรภพถูกตั้งข้อสงสัยถึงทัศนคติเกี่ยวกับสังคมไทย สืบเนื่องจากการปาฐกถาเป็นภาษาอังกฤษในหัวข้อเรื่อง “ระบบอุปถัมภ์ ในฐานะที่เป็นอุปสรรคขัดขวางความเป็นประชาธิปไตย” เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย (เอฟซีซีที) หลังจากที่เขาถูกจับกุมบริเวณหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ และการบรรยายเป็นภาษาไทยต่อเครือข่ายคนรักทักษิณที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน ดูคลิปวันที่ 10 พฤศจิกายน [4]

จากกรณีดังกล่าว พ.ต.ท. วัฒนศักดิ์ มุ่งกิจการดี พนักงานสืบสวน (สบ.2) สถานีตำรวจนครบาลบางมด ช่วยราชการสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน แจ้งความต่อกองปราบปรามว่า เนื้อหาการปาฐกถาของนายจักรภพเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ[5]

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำหนังสือถึงนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้พิจารณาเนื้อหาของคำกล่าวทั้งสองครั้ง โดยเห็นว่าเป็นทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อระบบการปกครอง พร้อมกับเรียกร้องให้นายสมัครพิจารณาปลดนายจักรภพออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ มีการเผยแพร่โดยเอฟซีซีที ขายดีวีดีแผ่นละ 600 บาท และการแปลรายละเอียดคำบรรยายเป็นภาษาไทยออกไปอย่างกว้างขวางในแวดวงข้าราชการพลเรือน ตำรวจ และทหาร โดยเชื่อว่ามีภรรยาของนายทหารคนหนึ่งเป็นผู้เผยแพร่[6] ระหว่างนั้น นายจักรภพได้ให้สัมภาษณ์ว่าคำแปลที่ออกมาคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ตนมิได้มีเจตนาเช่นนั้น รวมทั้งยืนยันในความจงรักภักดีและความบริสุทธิ์ใจของตนเอง ต่อมาในช่วงระหว่างวันที่ 21-23 พฤษภาคม นายจักรภพมิได้เข้ามาปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมิได้แจ้งลาราชการ

แต่ทั้งนี้ ในวันที่ 22 พฤษภาคม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตแกนนำ นปก. แถลงข่าวที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ว่านายจักรภพจะเปิดแถลงข่าวในวันที่ 26 พฤษภาคม เวลา 14.00 น. เพื่อชี้แจงถึงคำปาฐกถาและคำบรรยายต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาทั้งหมด พร้อมเปิดให้สื่อมวลชนสอบถามประเด็นที่สงสัยทุกเรื่องด้วย ต่อมา ค่ำวันที่ 23 พฤษภาคม นายจักรภพปรากฏตัวในงานฉลองวันเกิดครบรอบ 60 ปี ของนายวีระ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปก. พร้อมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ยืนยันการแถลงข่าวในวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พร้อมให้รอฟังการตัดสินใจถึงอนาคตทางการเมืองของตน

วันที่ 26 พฤษภาคม นายจักรภพแถลงว่ามีการแปลบิดเบือน และขอลากิจ 7 วัน แต่ไม่ลาออกจากรัฐมนตรี ขอให้สังคมตัดสินจากเอกสารคำแปลที่แจก[7] ต่อมาวันที่ 29 พฤษภาคม คณะกรรมการสอบสวนแถลงที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางว่า คดีที่นายจักรภพถูกกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ได้ประชุมสรุปความเห็นเบื้องต้นว่า นายจักรภพมีพฤติกรรมความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุก 3-15 ปี[8]

วันที่ 30 พฤษภาคม 2551 เวลา 12.10 น. นายจักรภพ ประกาศลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐบาลมีความเข้มแข็งต่อไป [9]

นโยบายกับสื่อมวลชนภาครัฐ[แก้]

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พร้อมด้วยสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นหนังสือต่อประธานวุฒิสภา เพื่อให้ส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหาว่านายจักรภพกระทำการส่อไปในทางจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อกฎหมายและบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ รวมถึงอาจเข้าข่ายมีการแทรกแซงสื่อ[10] รายละเอียดของข้อกล่าวหาดังกล่าว มีดังนี้

  • กรณีการกำกับดูแลสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ซึ่งเชื่อว่ามีความไม่โปร่งใสในขั้นตอนการดำเนินการของกรมประชาสัมพันธ์ ในการจัดหาและจัดจ้างบริษัทคู่สัญญา และการทำสัญญากับบริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง จำกัด ที่เชื่อว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน
  • กรณีการเปิดโอกาสให้วิทยุชุมชนเข้าแสดงตัว ที่เชื่อว่ามีการยื่นข้อเสนอต่อผู้ประกอบการ ให้ยอมรับเงื่อนไขในการเป็นเครือข่ายของรัฐบาล ในการนำเสนอข่าวสารเพื่อแลกกับการละเว้นดำเนินคดี
  • กรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งเชื่อว่ามีการสกัดกั้นให้การแต่งตั้ง กสทช.เป็นไปอย่างล่าช้า เพื่อให้เอื้ออำนวยต่อการใช้อำนาจหน้าที่ เข้าแทรกแซงการทำงานสื่อมวลชนได้ต่อไป โดยระหว่างนี้ก็เชื่อว่ามีการเข้าแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ที่กำกับดูแลคลื่นความถี่วิทยุโทรทัศน์อยู่ในขณะนี้ด้วย
  • กรณีการดำเนินการกับผู้ดำเนินรายการวิทยุ ที่เชื่อว่ามีการสั่งให้สถานีวิทยุวิสดอมเรดิโอ เอฟ.เอ็ม.105 เมกกะเฮิร์ทซ ถอดนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ออกจากการเป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งนำเสนอบทความวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น คือ นายจักรภพแสดงความจำนงว่าจะไม่ต่อสัญญาให้กับบริษัท ฟาติมา บรอดคาสติ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งได้รับสัมปทานจากกรมประชาสัมพันธ์และเป็นเจ้าของรายการที่นายเจิมศักดิ์จัดอยู่ นายเจิมศักดิ์จึงยอมลาออกจากการเป็นผู้ดำเนินรายการ เนื่องจากเข้าใจว่านายจักรภพเล็งมาที่ตน มากกว่าบริษัทฟาติมาฯ[11]

ผลงาน[แก้]

รายการโทรทัศน์[แก้]

  • โลก 360 องศา
  • สำรวจโลก
  • อรุณรุ่งที่เมืองไทย
  • เวลาโลก

หนังสือเล่ม[แก้]

  • สงครามสุดท้าย? เมื่อมหาอำนาจจัดระเบียบโลก. กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2544. ISBN 978-974-7381-98-6
  • ในทีวีไม่มีเทวดา (นะครับ). กรุงเทพฯ : สีดา, 2545. ISBN 978-974-7727-43-2
  • 100 ความเชื่อ 100 ความจริง. กรุงเทพฯ : สารคดี, 2546. ISBN 978-974-484-030-1
  • พันธมิตรหรือพันธมาร. กรุงเทพฯ : ผู้จัดการ, 2546. ISBN 978-974-91468-8-0
  • ขอบฟ้าที่ตาเห็น. กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2547. ISBN 978-974-91545-4-0
  • ชำเราชาวอิรัก. กรุงเทพฯ : Openbooks, 2547. ISBN 978-974-92602-5-8
  • ทะเลทรายกับสายหมอก. กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2547. ISBN 978-974-92486-4-5
  • โลก...สุขกับโศก มิได้สิ้นอย่าสงสัย. กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2548. ISBN 978-974-92883-1-3
  • สยามตามหาเพื่อน. กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2548. ISBN 978-974-93257-1-1
  • หยดเลือดในทะเลทราย. กรุงเทพฯ : ดอกหญ้ากรุ๊ป, 2549. ISBN 978-974-94525-6-1
  • โลกทั้งใบให้ไทยเมืองเดียว. กรุงเทพฯ : ตกผลึก, 2550. ISBN 978-974-09-2414-2
  • ประชาธิปไตยในกรงขัง. กรุงเทพฯ : เพื่อนพ้องน้องพี่, 2550.
  • กลอนผ่านกระจก
  • โลกทั้งใบ ให้ไทยเมืองเดียว .กรุงเทพฯ : ตกผลึก, 2550. ISBN 978-974-092-414-2

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. จักรภพ เพ็ญแข - รัฐบาลไทย
  2. กกต.สรุปเลือกตั้งใหม่39เขต16จังหวัด จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
  3. คนใต้ถีบคว่ำ-ซ่อม38เขต! จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 4 เมษายน 2549
  4. ไทยโพสต์, Enemy and Friend ตัวตนและความผิด 'จักรภพ เพ็ญแข' ทัศนคติเป็นอันตราย-ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ, 18 พฤษภาคม 2551
  5. มติชน ,ทัศนคติ อันตราย ของ จักรภพ เพ็ญแข ข้อหาจาก ปชป., 15 พฤษภาคม 2551
  6. แฉ!เมียบิ๊กทหารแจกเอง เอกสารแปลถล่ม‘จักรภพ’ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์
  7. ประชาชาติ, 'จักรภพ'แค่ลากิจ 7 วันแต่ไม่ลาออก โบ้ยคนแปลมีอคติใช้ภาษามาร ท้า'อภิสิทธ์'เผยชื่อคนแปล, 26 พฤษภาคม 2551
  8. มติชน, ตร.ชี้'จักรภพ'หมิ่นสถาบันอาฆาตมาดร้าย กษัตริย์ 'ผบ.สส.'จี้รับผิดชอบเยี่ยง'วีรบุรุษ', 29 พฤษภาคม 2551
  9. ผู้จัดการออนไลน์, “เพ็ญ” แถลงลาออกแล้ว อ้างเพื่อ “รักษาขุนให้อยู่รอด” 30 พฤษภาคม 2551
  10. เปิดรายละเอียด หนังสือถอดถอน 'จักรภพ เพ็ญแข' - พรรคประชาธิปัตย์
  11. แนวหน้า, “เจิมศักดิ์” แฉซ้ำ “บิ๊กฟาติมา” เกลี้ยกล่อมให้ปิดปากอย่าบอกใคร, 17 กุมภาพันธ์ 2551
  12. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ และเหรียญลูกเสือสดุดี ประจำปี 2551

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า จักรภพ เพ็ญแข ถัดไป
คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์
2leftarrow.png Seal Prime Minister of Thailand.png
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
(6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 - 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2551)
2rightarrow.png สุขุมพงศ์ โง่นคำ
สุพล ฟองงาม
นาวาอากาศตรี ศิธา ทิวารี 2leftarrow.png Seal Prime Minister of Thailand.png
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
(9 ธันวาคม พ.ศ. 2546 - 14 มีนาคม พ.ศ. 2548)
2rightarrow.png พลตำรวจเอก เฉลิมเดช ชมพูนุท