เลิศ ชินวัตร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เลิศ ชินวัตร
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่
ดำรงตำแหน่ง
17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 – 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด พ.ศ. 2462
อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
เสียชีวิต 23 ตุลาคม พ.ศ. 2540 (อายุ 78 ปี)
พรรคการเมือง พลังใหม่
คู่สมรส ยินดี ชินวัตร
ศาสนา พุทธ

นายเลิศ ชินวัตร (พ.ศ. 2462-23 ตุลาคม พ.ศ. 2540) อดีตนักการเมืองชาวเชียงใหม่ เป็นบิดาของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 และนายกรัฐมนตรีคนที่ 28

ประวัติ[แก้]

นายเลิศ เดิมมีชื่อว่า "บุญเลิศ แซ่คู"[1] เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2462 ที่อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรคนที่ 4 จากบุตรจำนวน 12 คน ของนายเชียง (คู ชุนเชียง) และนางแสง ชินวัตร ชาวไทยเชื้อสายจีนแคะอพยพจากจังหวัดจันทบุรี จบการศึกษาจากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย หลังจากจบมัธยม 8 ได้ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ไม่สำเร็จการศึกษา เนื่องจากครอบครัวขาดผู้สืบทอดธุรกิจ[2]

ด้านชีวิตครอบครัวสมรสกับนางยินดี (สกุลเดิม ระมิงวงศ์) ธิดาในเจ้าจันทร์ทิพย์ ณ เชียงใหม่ และนัดดาในเจ้าไชยสงคราม สมพมิตร ณ เชียงใหม่[3][4] มีบุตรธิดารวม 10 คน ได้แก่ นางเยาวลักษณ์ (สมรสกับ พ.อ.พิเศษศุภฤกษ์ คล่องคำนวณการ), พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร (สมรสกับคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร), นางเยาวเรศ (สมรสกับนายวีระชัย วงศ์นภาจันทร์), นางปิยนุช (สมรสกับนายสง่า ลิ้มพัฒนาชาติ), นายอุดร ชินวัตร, นางเยาวภา (สมรสกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์), นายพายัพ (สมรสกับนางพอฤทัย จันทรพันธ์), นางมณฑาทิพย์ (สมรสกับนายแพทย์สมชัย โกวิทเจริญกุล), นางทัศนีย์ ชินวัตร, นางสาวยิ่งลักษณ์ (สมรสกับนายอนุสรณ์ อมรฉัตร)[5]

นายเลิศ ชินวัตร เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2540 ด้วยโรคระบบหายใจล้มเหลว สิริอายุได้ 78 ปี

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมารและ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดมกุฏกษัตริยาราม เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540

การทำงาน[แก้]

นายเลิศ เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เพียงภาคเรียนเดียว ต้องกลับมาช่วยกิจการของครอบครัว คือ โรงงานทอผ้าไหมชินวัตรพาณิชย์ และธุรกิจตลาดสดสันกำแพง ต่อมาได้ประกอบกิจการหลายอย่าง เช่น รับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าตามต่างจังหวัด เปิดร้านกาแฟที่ห้องแถวไม้หน้าตลาดสันกำแพง ทดลองทำสวนส้มเขียวหวาน สวนฝรั่งและผลไม้เมืองหนาว หลังจากนั้น จึงมาทำงานที่ธนาคารนครหลวงไทย สาขาเชียงใหม่ ในตำแหน่งหัวหน้าสินเชื่อ ต่อมาร่วมหุ้นทำโรงภาพยนตร์ศรีวิศาลและได้ซื้อหุ้นไว้ทั้งหมด หลังจากนั้นได้สร้างโรงภาพยนตร์ชินทัศนีย์ ที่ถนนเจริญเมืองและซื้อกิจการรถเมล์วิ่งในตัวเมืองเชียงใหม่[2]

งานการเมือง[แก้]

นายเลิศ ชินวัตร เริ่มสนใจเล่นการเมืองท้องถิ่นเมื่อปี พ.ศ. 2510 เริ่มสมัครสมาชิกสภาจังหวัดเชียงใหม่และได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาจังหวัด เขตอำเภอสันกำแพง ในปี พ.ศ. 2512 ลงรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ในสังกัดพรรคพลังใหม่และได้รับเลือก แต่ในการเลือกอีกครั้งในปี พ.ศ. 2518 ไม่ได้รับเลือกตั้ง[6] ก่อนจะวางมือไปหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519

อ้างอิง[แก้]

  • หนังสืองานพระราชทานเพลิงศพนายเลิศ ชินวัตรและสัมภาษณ์คุณเถาวัลย์ ชินวัตร