ประยุทธ์ จันทร์โอชา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
รักษาการนายกรัฐมนตรี
(ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ)
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
สมัยก่อนหน้า นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล
(รองนายกรัฐมนตรี)
ผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย
ดำรงตำแหน่ง
20 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 – 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
ผู้บัญชาการทหารบก
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2553
สมัยก่อนหน้า อนุพงษ์ เผ่าจินดา
แม่ทัพภาคที่ 1
ดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2549 – 30 กันยายน พ.ศ. 2551
สมัยก่อนหน้า อนุพงษ์ เผ่าจินดา
สมัยถัดไป คณิต สาพิทักษ์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 21 มีนาคม พ.ศ. 2497 (60 ปี)
จังหวัดนครราชสีมา
คู่สมรส รศ.นราพร จันทร์โอชา
การเข้าเป็นทหาร
สังกัด กองทัพบกไทย
ปีปฏิบัติงาน 2553–2557
ยศ Thai army O9.png พลเอก
บังคับบัญชา ผู้บัญชาการทหารบกไทย

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้บัญชาการทหารบก หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประธานสโมสรฟุตบอลอาร์มี่ ยูไนเต็ด ประธานคณะกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ประธานคณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน[1] ประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ อดีตกรรมการบริษัท ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ประธานคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ ซึ่งยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลรักษาการนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ประวัติ[แก้]

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2497 ที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นบุตรชายของ พ.อ. (พิเศษ) ประพัฒน์ กับเข็มเพชร จันทร์โอชา มีชื่อเล่นว่า "ตู่" สื่อมวลชนนิยมเรียกว่า "บิ๊กตู่" เป็นบุตรชายคนโตจากพี่น้องทั้งหมดสี่คน[2] หนึ่งในน้องชายคือ พล.ท. ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3

ประยุทธ์ สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 จากโรงเรียนสหะกิจวิทยา จังหวัดลพบุรี ต่อมาได้ศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนพิบูลวิทยาลัยในจังหวัดเดียวกัน แต่เรียนได้เพียงปีเดียวก็ลาออกเนื่องด้วยบิดาเป็นนายทหารจำต้องโยกย้ายไปในหลายจังหวัด[2] เขาจึงเข้าศึกษาที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ กรุงเทพมหานคร จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3[2] ภายหลังได้เข้าเรียนเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 (ตท.12) และเป็นนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 23

ประยุทธ์มีอุปนิสัยที่เงียบขรึม ด้วยความที่เป็นพี่ชายคนโตจึงต้องทำตัวเป็นพี่ที่ดี ในวัยเยาว์เขาเป็นคนเรียนเก่งมีความถนัดและความชอบในวิชาคณิตศาสตร์, ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ จากการสนับสนุนของบิดามารดา[2]

ชีวิตส่วนตัวสมรสกับ รศ.นราพร จันทร์โอชา อดีตอาจารย์ประจำสถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การทำงานและบทบาททางการเมือง[แก้]

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับราชการทหารอยู่ที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ หรือ "ทหารเสือราชีนี" มาโดยตลอด โดยเริ่มมาจากตำแหน่งผู้บังคับการกองพัน จนถึงผู้บังคับการกรม จากนั้นจึงย้ายไปอยู่ที่กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และรับตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 1

ในรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ที่มี พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าคณะ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งขณะนั้นมียศเป็น "พลตรี" ก็เป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการยึดอำนาจด้วยรับคำสั่งตรงจาก พล.ท. อนุพงษ์ เผ่าจินดา แม่ทัพภาคที่ 1 หลังจากนั้นเมื่อ พล.ท. อนุพงษ์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกและเลื่อนชั้นยศเป็น "พลเอก" พล.ต. ประยุทธ์ก็ได้เลื่อนชั้นยศขึ้นเป็น "พลโท" และรับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 และได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ด้วย

พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายทหารที่มีความสนิทสนมกับ พล.อ. อนุพงษ์ เป็นอย่างมาก ด้วยความเป็นผู้ใต้บังคับบัญชามาตลอดในกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ โดย พล.อ. ประยุทธ์นับถือ พล.อ. อนุพงษ์เสมือนพี่และอาจารย์คนหนึ่งของตน โดย พล.อ. ประยุทธ์เป็นนายทหารที่มีบุคลิกที่อ่อนนุ่มโดยมักติดคำว่า "นะจ๊ะ" ต่อท้ายการพูด จึงได้รับอีกชื่อหนึ่งจากสื่อมวลชนว่า "ตู่นะจ๊ะ"

พล.อ. ประยุทธ์ ได้รับตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ระหว่างวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2551 ถึง 14 กันยายน พ.ศ. 2551 และรับตำแหน่งรองผู้อำนวยการกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารบกต่อจาก พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่เกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2553[3] ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ถึง 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และเป็นหนึ่งในคณะดำเนินคดีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา พ.ศ. 2554[4]

รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557[แก้]

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ประกาศยึดอำนาจการปกครองประเทศ ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

พล.อ. ประยุทธ์ เป็นผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.รส.) ในการประกาศกฏอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 และรัฐประหาร ในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 หลังการหารือกับตัวแทน 7 ฝ่ายไม่เป็นผล ต่อมา คสช. มีประกาศให้อำนาจของนายกรัฐมนตรีเป็นของเขา[5]

หลังรัฐประหาร สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เปิดเผยว่า ตนพูดคุยกับพลเอก ประยุทธ์ให้ถอนรากถอนโคนอิทธิพลของทักษิณและพันธมิตรนับแต่การชุมนุมทางการเมืองใน พ.ศ. 2553 เขากล่าวว่า ได้ติดต่อเป็นประจำผ่านแอพไลน์ ก่อนรัฐประหาร พลเอก ประยุทธ์ติดต่อเขาว่า "คุณสุเทพและมวลชนผู้สนับสนุน กปปส. ของท่านเหนื่อยมากแล้ว ตอนนี้เป็นหน้าที่ของกองทัพที่ต้องรับต่อ" สุเทพว่า กองทัพตระหนักดีถึงวัตถุประสงค์ของ กปปส. ระหว่างที่กลุ่มกดดันข้าราชการและทหารให้เข้าร่วมขบวนการ กองทัพได้รับข้อเสนอของ กปปส. หลายอย่าง เช่น มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร[6] ต่อมา พลเอกประยุทธ์ปฏิเสธว่าไม่ได้คุยกับสุเทพเป็นการส่วนตัวในห้วงการชุมนุมทางการเมือง[7]

ผลงานเพลง[แก้]

พล.อ. ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้แต่งเพลง "คืนความสุขให้ประเทศไทย"[8] เพื่อสื่อความหมายจากใจที่ต้องการคืนความสุขให้ประชาชน โดยมอบให้วิเชียร ตันติพิมลพันธุ์ นักแต่งเพลงประกอบละครชื่อดัง เป็นผู้เรียบเรียงเนื้อร้องประกอบทำนอง และขับร้องโดยกองดุริยางค์ทหารบก ได้เผยแพร่เป็นครั้งแรกในรายการใต้ร่มธงไทย ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพบก เมื่อ 6 มิถุนายน 2557 โดยมีความยาว 4 นาที[9]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=32440&t=news
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 มนตรี (2512). "เรียนดี". ชัยพฤกษ์, หน้า 37
  3. โปรดเกล้าฯ พล.อ. ประยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ.
  4. ไทยเตรียมทีม15คนสู้ศาลโลก : ข่าวสดออนไลน์
  5. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐/๒๕๕๗ เรื่อง ให้อำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี เป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
  6. "Suthep in talks with Prayuth ‘since 2010’". Bangkok Post. 2014-06-23. สืบค้นเมื่อ 2014-06-23. 
  7. ประยุทธ์ปัดถกลับสุเทพธรรมนูญชั่วคราวเสร็จแล้ว-ลต.ปี58, sanook news, 30 มิถุนายน 2557
  8. เพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย : กองดุริยางค์ทหารบก
  9. 'ประยุทธ์'ใช้เวลา 1 ชม.แต่งเพลง'คืนความสุข'สื่อให้คนรักกัน : ไทยรัฐออนไลน์
  10. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทยประจำปี 2553
  11. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดีเล่ม ๑๐๗ ตอน ๕๕ ง ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ หน้า ๒๖๕๙
  12. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับมอบจากรัฐบาลสาธารณรัฐสิงคโปร์)
  13. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับมอบจากรัฐบาลสาธารณรัฐอินโดนีเซีย)
  14. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ เล่ม ๑๓๐ ตอนที่ ๒๔ ข ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๖

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถัดไป
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา 2leftarrow.png Royal Thai Army Seal.svg
ผู้บัญชาการทหารบก
(1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 – ปัจจุบัน)
2rightarrow.png อยู่ในตำแหน่ง